<br />
<b>Warning</b>:  "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in <b>/home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php</b> on line <b>4783</b><br />
<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>h-eeam Steel Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</title>
	<atom:link href="https://thanasarn.co.th/product-tag/h-eeam-steel/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thanasarn.co.th/product-tag/h-eeam-steel/</link>
	<description>จำหน่ายเหล็กรูปพรรณทุกชนิด เหมาะกับงานเหล็กทุกประเภท เช็คราคาเหล็กได้ มีบริการจัดส่งทั่วประเทศไทย</description>
	<lastBuildDate>Thu, 11 Dec 2025 07:12:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9</generator>

<image>
	<url>https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2017/02/cropped-logo-tcs-32x32.png</url>
	<title>h-eeam Steel Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</title>
	<link>https://thanasarn.co.th/product-tag/h-eeam-steel/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 400x400x13x21มม. 9เมตร 1,548กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-400x400x13x21%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-1548%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:44:27 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35391</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก   : 1,548กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-400x400x13x21%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-1548%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 400x400x13x21มม. 9เมตร 1,548กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-size: 12pt;">เหล็กเอชบีม  400×400x13x21x9เมตร (H-Beam Steel)</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ลักษณะสำคัญของเอชบีม 400x400x13x21x9เมตร</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 400×400 ( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span><span style="font-size: 12pt;">การผลิตเหล็กเอชบีม</span><span style="font-size: 12pt;">เหล็กเอชบีม (H-BEAM) คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">การใช้งานเหล็กเอชบีม  </span><span style="font-size: 12pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (H-BEAM) รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">สีกันสนิม  คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-size: 12pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ความแตกต่างระหว่างเหล็ก I Beam กับเหล็ก H Beam</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ด้านการนำไปใช้งานเหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-size: 12pt;">ด้านลักษณะรูปร่าง</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-size: 12pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">เงื่อนไข : </span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="font-size: 12pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง กรณีรับสินค้าเอง -&gt; รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-400x400x13x21%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-1548%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 400x400x13x21มม. 9เมตร 1,548กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 400x400x13x21มม. 6ม. 1,032กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-400x400x13x21%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-1032%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:41:49 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35390</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก  : 1,032กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-400x400x13x21%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-1032%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 400x400x13x21มม. 6ม. 1,032กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม 400×400x13x21x6เมตร (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเอชบีม 400x400x13x21x6เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 400×400 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-400x400x13x21%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-1032%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 400x400x13x21มม. 6ม. 1,032กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม.12ม. 1,644กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-1644%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:31:55 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35388</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก  : 1,644กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-1644%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม.12ม. 1,644กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม 350×350x12x19x12เมตร  (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเอชบีม 350x350x12x19x12เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 350×350 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม  </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-1644%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม.12ม. 1,644กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม. 9ม. 1,233กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-1233%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:24:16 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35387</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก  : 1,233กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-1233%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม. 9ม. 1,233กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม 350×350x12x19x9เมตร (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเหล็กเอชบีม 350x350x12x19x9เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 350×350 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-1233%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม. 9ม. 1,233กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม. 6ม. 822กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-822%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:22:25 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35386</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก  : 822กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-822%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม. 6ม. 822กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม 350×350x12x19x6เมตร  (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเอชบีม 350x350x12x19x6เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 350×350 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-350x350x12x19%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-822%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 350x350x12x19มม. 6ม. 822กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 12ม. 1,128กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-1128%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:17:09 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35385</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก  : 1,128กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-1128%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 12ม. 1,128กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม 300×300x10x15x12เมตร ( H-Beam Steel )</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของ H-beam 300x300x10x15x12เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 300×300 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-1128%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 12ม. 1,128กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 9ม. 846กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-846%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:15:04 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35384</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก  : 846กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-846%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 9ม. 846กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม 300×300x10x15x9เมตร  (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเอชบีม 300x300x10x15x9เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 300×300 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-846%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 9ม. 846กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 6ม. 564กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-564%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:12:44 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35383</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก  : 564กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-564%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 6ม. 564กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม  300×300x10x15x6เมตร  (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเหล็กเอชบีม </strong></span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>300×300x10x15x6เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 300×300 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-300x300x10x15%e0%b8%a1%e0%b8%a1-6%e0%b8%a1-564%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 300x300x10x15มม. 6ม. 564กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 250x250x9x14มม.12ม. 868.8กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-250x250x9x14%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-868-8%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:07:55 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35382</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก : 868.8กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-250x250x9x14%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-868-8%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 250x250x9x14มม.12ม. 868.8กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม  250×250x9x14x12เมตร  (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเอชบีม  250x250x9x14x12เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 250×250 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-250x250x9x14%e0%b8%a1%e0%b8%a1-12%e0%b8%a1-868-8%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 250x250x9x14มม.12ม. 868.8กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหล็กเอชบีม SS400 250x250x9x14มม. 9ม. 651.6กก.</title>
		<link>https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-250x250x9x14%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-651-6%e0%b8%81%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[saweang]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2023 04:05:28 +0000</pubDate>
				<guid isPermaLink="false">http://www.thanasarn.co.th/?post_type=product&#038;p=35381</guid>

					<description><![CDATA[<p><strong>เหล็กเอชบีม (H-BEAM) เกรด : SS400</strong></p>
<div class="__react_component_tooltip t40783d32-cd58-4f45-adbc-d81eb44afbc6 place-top type-dark" data-id="tooltip"><img class="size-medium wp-image-36284 alignleft" src="https://thanasarn.co.th/wp-content/uploads/2023/01/LogoSYS-300x154.jpg" alt="LogoSYS" width="110" height="55" />ผู้ผลิต  : Siam Yamato Steel</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">น้ำหนัก : 651.6กก.</div>
<div class="sc-czurPZ bCZzcu">มาตรฐาน: เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน มอก.TIS 1227-2558(2015) TIS STANDARD</div>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-250x250x9x14%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-651-6%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 250x250x9x14มม. 9ม. 651.6กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม 250×250x9x14x9เมตร  (H-Beam Steel)</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีม (H–BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในงาน โครงสร้างเหล็ก ซึ่งใช้ร่วมกับ เหล็กรูปพรรณอื่นๆได้ เช่น เหล็กรางน้ำ เหล็กกล่อง เป็นต้น</span></h2>
<h2></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ลักษณะสำคัญของเอชบีม  250x250x9x14x9เมตร</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ลักษณะของเหล็ก จะคล้ายรูปตัว H มีขนาด ด้านกว้างและด้านยาวเท่ากัน เช่น H-beam 250×250 </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">( ลักษณะที่เด่นชัดคือปีกที่กว้างที่เท่ากัน ) </span><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เกรดเหล็กเอชบีม SS400 , SM520 ความยาวปกติ 6 M. / 9 M. / 12 M.</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การผลิต</strong><strong>เหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>เหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H” ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>การใช้งานเหล็กเอชบีม</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ปัจจุบันเหล็กเอชบีม (</strong><strong>H-BEAM)</strong> รวมทั้งเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ สามารถผลิตได้ภายในประเทศไทยและได้รับความนิยมมากในงานก่อสร้าง เนื่องจากงานก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็กมีความสะดวกรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แห้งหรือเซตตัวต่างจากงานคอนกรีต สามารถดัดโค้งได้ มีขนาดที่ได้มาตรฐานเนื่องจากผลิตมาจากโรงงาน เป็นการก่อสร้างด้วยระบบแห้งหน้างานจึงไม่สกปรกเลอะเทอะ สามารถนำมาดัดแปลง ต่อเติม และรื้อถอนได้ง่าย และยังสามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้งอีกด้วย</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีกันสนิม</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">คือ เป็นสีที่ใช้ทาเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดสนิมจากสภาพอากาศต่าง ๆ และมีอีกชื่อที่เรียกกันอีกคือสีรองพื้นกันสนิม อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการช่วยให้สีจริงยึดเกาะกับตัวเหล็กมากยิ่งขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การเลือกสีกันสนิมให้เหมาะสมกับเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ก่อนอื่นต้องดูสภาพเหล็กก่อนว่ามีลักษณะพื้นผิวแบบไหนว่ามีสนิมหรือไม่ เป็นเหล็กเก่าหรือว่าเหล็กใหม่ ซึ่งการสังเกตพื้นผิวของเหล็กเป็นวิธีทีที่สามารถเลือกสีกันสนิมได้ง่ายและหาสีกันสนิมที่เหมาะกับเหล็กที่เราจะใช้งานมากขึ้น</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">การทาสีเหล็ก แบ่งตามประเภทของเหล็ก</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ต้องขัดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนแล้วหลังจากนั้นให้ทาสีกันสนิมก่อน 1-2 รอบ เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างสีจริงและตัวเหล็กของเรา</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลังจากที่สีรองพื้นของเราแห้งก็สามารถทาสีจริงได้เลย ในการทาสีจริงหรือสีทาทับหน้านั้นต้องทา 2 รอบและแต่ละรอบใช้เวลาแห้งประมาณ 7 ชั่วโมง อีกทั้งสีจริงและสีรองพื้นที่ทาต้องเป็นยี่ห้อเดียวกันเพื่อให้สีที่เรียบเนียนและสวยงาม</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เหล็กเก่าที่มีสนิมแต่ยังสามารถใช้งานได้</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ขั้นแรกต้องใช้กระดาษทรายขัดเหล็กให้สนิมที่เกาะติดอยู่กับตัวเหล็กให้หลุดออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทำความสะอาดเหล็กให้สะอาด แล้วทาสีกันสนิมเพื่อป้องกันการเกิดสนิมอีกครั้ง</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">เมื่อทาสีรองพื้นกันสนิมเสร็จหลังจากนั้นสามารถทาสีจริงที่เหล็กได้เลย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">ประเภทของสีรองพื้น</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่เป็นสีกันสนิมที่มีคุณภาพที่สูง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพอีกมากมาย ทั้งสามารถทนทานต่อการเสียดทานหรือขูดเป็นอย่างดี เนื่องจากสีรองพื้นประเภทนี้มีคุณภาพที่สูงมากจึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับสีรองพื้นกันสนิมประเภทอื่น ถึงจะเป็นรองพื้นกันสนิมที่มีคุณภาพสูงแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้กัน เนื่องจากเป็นสีที่ผู้ใช้ต้องผสมเองอีกทั้งยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและซับซ้อน ในการผสมต้องใช้ในอัตราส่วนที่กำหนดถ้าผสมผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้และอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของสีกันสนิมลดลงได้ สีทาสนิมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะใช้กับเหล็กที่ต้องการการความทนทานที่สูงและสี่ที่ติดคงทนไม่จำเป็นที่จะต้องทาสีใหม่บ่อย</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมเรดเลดเป็นสีกันสนิมที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นประเภทตะกั่วที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้ดีเยี่ยมอีกทั้งยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยให้สีรองพื้นชนิดนี้เป็นมีประสิทธิภาพในการเกินสนิมใหม่ แต่สีรองพื้นประเภทนี้เป็นสีที่มีราคาตั้งแต่กลาง ๆ จนถึงราคาที่สูงขึ้นอยู่กับส่วนผสม สีประเภทนี้จะใช้ในงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">สีรองพื้นกันสนิมอัลคิดเรซิน เป็นสีที่สามารถกันสนิมได้ดีแต่น้อยกว่าสีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่และสีรองพื้นกันสนิมเรดเลด แต่ถึงอย่างนี้สีรองพื้นชนิดนี้ยังเป็นสีรองพื้นที่มีประสิทธิภาพมากสามารถทนทานการขูดและการเสียดทานได้ดีและสีชนิดนี้สามารถใช้ในงานทั่วไปได้เลยจึงทำให้เป็นสีรองพื้นกันสนิมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าสีรองพื้นประเภทอื่นอีกด้วย</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ความแตกต่างระหว่างเหล็ก </strong><strong>I Beam </strong><strong>กับเหล็ก </strong><strong>H Beam</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">หลายท่านคงมีความสงสัยว่าเหล็ก 2 ตัวนี้ แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ</span></h2>
<ol>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านการนำไปใช้งาน</strong>เหล็กเอชบีม H-beam จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ H-BEAM มีขนาดหน้าตัดให้เลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่ H100x50mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300mm. ทำให้ H-BEAM นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างอาคาร โครงหล้งคา โครงสร้างโรงงาน หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นต้น เช่น โรงจอดเครื่องบิน</span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก แะเหล็กไอบีมนี้ ถูกผลิตขึ้นมากเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange ปีกที่ยื่นออกมา ที่มาก และมีลักษระ Taper เรียวที่ปลาย ไม่เหมือนกับ H-beam ที่มีความหนาของ Flange เท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า เอชบีม H-Beam ในขณะที่หน้าตัดเท่ากัน เช่น</span></h2>
</li>
</ol>
<ul>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">H 300x150x6.5x9mm. นน. 7 กก./ม.</span></h2>
</li>
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">I 300x150x8x13mm. นน. 3 กก./ม. ซึ่งจะเห็นได้ว่า I-Beam มีน้ำหนักมากกว่าถึง 32%</span></h2>
</li>
</ul>
<ol start="2">
<li>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong>ด้านลักษณะรูปร่าง</strong></span></h2>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;"> แตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็ก</span></h2>
</li>
</ol>
<h2><span style="font-family: kanit; font-size: 14pt;">______________________________________________________________________________________</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;"><strong><u>เงื่อนไข</u></strong><strong> : </strong></span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">1. ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากต้องทำการเช็คราคาและสต๊อกก่อนสั่งซื้อ</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">2. ราคาที่เสนอเป็นราคาพิเศษ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า</span></h2>
<h2><span style="color: #ff0000; font-family: kanit; font-size: 14pt;">3. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าขนส่ง <u></u><strong><u>กรณีรับสินค้าเอง &#8211;</u></strong><strong><u>&gt; </u></strong><strong><u>รับที่คลังสินค้า อำเภอ บางปะกง จังหวัด ฉะเชิงเทรา *</u></strong></span></h2>
<p>The post <a href="https://thanasarn.co.th/product/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b8%a1-ss400-250x250x9x14%e0%b8%a1%e0%b8%a1-9%e0%b8%a1-651-6%e0%b8%81%e0%b8%81/">เหล็กเอชบีม SS400 250x250x9x14มม. 9ม. 651.6กก.</a> appeared first on <a href="https://thanasarn.co.th">ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
