โดย admin_sale | ส.ค. 10, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
EU เตรียมหาทางป้องกันการทะลักของสินค้าเหล็กจากมาตรการ 232 ของสหรัฐฯ
แหล่งข่าวรายงาน ปัจจุบันคณะกรรมาธิการยุโรปกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางและมาตรการป้องกันตนเองเพื่อลดผลกระทบจากทะลักของสินค้าเหล็กจากการใช้มาตรา 232 ของกฎหมาย Trade Expansion Act of 1962 ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในอาทิตย์หน้า
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นาย Wilbur Ross ได้ออกมาเปิดเผยถึงการไต่สวนสินค้าเหล็กนำเข้าที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และให้ความคิดเห็นว่าอาจจะดำเนินการใช้นโยบายทางการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มอัตราภาษี การจำกัดโควต้านำเข้า หรือทั้ง 2 มาตรการ
ทางด้านผู้ผลิตเหล็กของยุโรปต่างออกมาเรียกร้องและแสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า หากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้นโยบายดังกล่าวจริงอาจจะทำให้เกิด “สึนามิ”ของเหล็ก หรือ การทะลักของสินค้าเหล็กเข้ามาในตลาดยุโรปและสร้างความเสียหายให้กับผู้ผลิตในยุโรปเป็นจำนวนมาก
แหล่งข่าวเชื่อว่าสำหรับเหตุการณ์นี้ EU น่าจะมีการตอบสนองต่อนโยบายดังกล่าวเหมือนกับตอนที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ในปี 2002 ซึ่งขณะนั้นประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ของสหรัฐฯ ได้อาศัยอำนาจกฏหมายจากมาตรา 201 ประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเหล็กของสหรัฐฯ 30% เป็นระยะเวลาสามปีสำหรับการนำเข้าสินค้าเหล็ก 8 ชนิด จาก 16 ประเทศ โดยในปี 2012 ทาง EU ได้ตอบโต้ด้วยการกำหนดโควต้านำเข้าสินค้าเหล็กโดยไม่เลือกปฏิบัติ กล่าวคือ กำหนดให้ปริมาณโควต้าเหล็กที่นำเข้าในปี 2002 ให้ไม่เกินปริมาณนำเข้าเหล็กแต่ละชนิดในปี 2001
อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะกรรมาธิการยุโรปยังไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าวจากผู้ผลิตเหล็ก
Cr:http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-2548.aspx
โดย admin_sale | ส.ค. 10, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560
ได้มีการประชุมคณะกรรมการ ทตอ. ซึ่งมีมติให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และมาเลเซียต่อไป เป็นระยะเวลา 5 ปี ในอัตราเดิม ร้อยละ 30.91 ของราคา ซี ไอ เอฟ สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีน และร้อยละ 23.57 – 42.51 ของราคา ซี ไอ เอฟ สำหรับประเทศมาเลเซีย
พร้อมทั้งให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า ที่มีแหล่งกำเนิดสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลี เป็นระยะเวลา 5 ปี ในอัตราร้อยละ 3.22 – 66.01 ของราคา ซี ไอ เอฟ สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีน และอัตราร้อยละ 3.49 – 53.88 ของราคา ซี ไอ เอฟ สำหรับสาธารณรัฐเกาหลี
นอกจากนี้ยังมีมติต่อร่างผลชั้นที่สุดกรณีการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนล้างกรดและเคลือบน้ำมันชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐเกาหลี ให้ยุติการไต่สวนฯ เนื่องจากในช่วงระยะเวลาการไต่สวน สินค้าดังกล่าวมีการทุ่มตลาด แต่มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายใน ซึ่งจะได้มีการดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ต่อไป
“การพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าจากประเทศต่างๆ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการไต่สวนอย่างเข้มงวดตามกฎระเบียบ และพิจารณาข้อมูลหลักฐานที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบได้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก“
Cr : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย admin_sale | ส.ค. 4, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ศุลกากรเข้มเลี่ยงภาษีเหล็ก
แหล่งข่าวจากกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรเตรียมออกประกาศ ซึ่งจะเป็นระเบียบควบคุมการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า ครอบคลุมตั้งแต่การสำแดงข้อมูลนำเข้า การยื่นเอกสารตรวจปล่อย และการชักตัวอย่างสินค้าเพื่อตรวจสอบครอบคลุมสินค้าเหล็กและเหล็กกล้าที่นำเข้ามาเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากรด้วย เพื่อให้กรมศุลกากรมีมาตรฐานในการตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าได้
เนื่องจากสินค้านำเข้าเหล็กและเหล็กกล้ามีความอ่อนไหวการเสียภาษีไม่ถูกต้อง โดยการสำแดงผิดจากความเป็นจริงทั้งชนิดของเหล็ก และปริมาณนำเข้าของเหล็กที่แท้จริงขณะที่การสำแดงนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า ผู้นำเข้าต้องสำแดงขนาดของเหล็กที่ชัดเจน มาตรฐานคุณภาพของเหล็ก รูปทรง สภาพผิวของเหล็ก โรงงานที่ผลิต กรณีที่สืบสวนปราบปรามของกรมศุลกากรสงสัยข้อมูลการนำเข้าสามารถเรียกข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้นำเข้าได้
ซึ่งหากผู้นำเข้าไม่สามารถดำเนินการให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ แต่ต้องการสินค้าออก จะต้องวางประกันภาษีทุกประเภทในอัตราสูงสุดแหล่งข่าวระบุว่า คาดว่าระเบียบการควบคุมการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าจะมีผลบังคับใช้ในไม่ช้านี้ เพราะอยู่ระหว่างถามความเห็นกับผู้ประกอบการนำเข้าเพื่อปรับปรุงประกาศดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กลุ่มสินค้าที่กรมศุลกากรจะตรวจสอบการนำเข้าพิเศษได้แก่ กลุ่มเหล็ก รถยนต์ เครื่องจักร สินค้าไอที และสินค้าผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีการเสียภาษีไม่ถูกต้องจำนวนมาก
นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้ตั้งศูนย์ข้อมูลเพื่อรวบรวมข้อมูลผู้นำเข้าที่อยู่ในข่ายเลี่ยงภาษี และส่งไปให้ด่านต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือคลองเตย ด่านขนถ่ายสินค้าลาดกระบัง และสนามบินสุวรรณภูมิ ทำการตรวจสอบเป็นพิเศษ ซึ่งด่านดังกล่าวมีการนำเข้าสินค้า 92% ของการนำเข้าทั้งหมด
ทั้งนี้ ปีงบประมาณ2560 ตั้งเป้าเก็บภาษี 1.05 แสนล้านบาท โดยเพิ่มประสิทธ์ภาพอุดช่องรั่วไหลจาการเก็บภาษี 3 ด้าน ได้แก่ การนำเข้าสินค้าและสำแดงต่ำกว่าราคาเป็นจริง การนำเข้าเป็นเท็จ และการนำเข้าน้ำหนักเกินเลยแจ้งต่ำกว่าความเป็นจริง
Cr : โพสต์ทูเดย์
โดย admin_sale | ก.ค. 24, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ยอดการผลิตเหล็กดิบของโลกเดือนมิถุนายนขยายตัว 3.2%
World Steel Association หรือ สมาคมเหล็กโลก เปิดเผย ยอดการผลิตเหล็กดิบของโลกเดือนมิถุนายน 2017 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 141.0 ล้านตัน
ยอดการผลิตเหล็กดิบสะสมหกเดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 836 ล้านตัน หรือขยายตัวประมาณเพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดการผลิตเหล็กดิบของภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ 576.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.8% ในช่วงครึ่งแรกปีนี้ ส่วนยอดการผลิตเหล็กดิบของยุโรปอยู่ที่ 86.1 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดการผลิตเหล็กดิบของภูมิภาคอเมริกาเหนือในช่วงครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 57.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดการผลิตเหล็กดิบของ CIS อยู่ที่ 49.7 ล้านตัน ลดลง -2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเดือนมิถุนายน 2017 อยู่ที่ 73.2 ล้านตัน ขยายตัว 5.7% เมื่อเทียบเดือนมิถุนายนปีก่อน ส่วนยอดการผลิตเหล็กดิบของประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ 8.4 ล้านตัน หดตัว -4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ยอดการผลิตเหล็กดิบอยู่ที่ 5.9 ล้านตันในเดือนมิถุนายน 2017 เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่ผ่านมา
ในภูมิภาคยุโรป ยอดการผลิตเหล็กดิบของประเทศเยอรมันอยู่ที่ 3.6 ล้านตัน ในเดือนมิถุนายน 2017 หดตัว -1.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ยอดผลิตเหล็กดิบของอิตาลีอยู่ที่ 2.1 ล้านตัน หดตัว 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดการผลิตเหล็กดิบของฝรั่งเศสอยู่ที่ 1.3 ล้านตัน เพิ่มขั้น 1.3% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ยอดการผลิตเหล็กดิบของสเปนอยู่ที่ 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ยอดการผลิตเหล็กดิบของประเทศตุรกีเดือนมิถุนายนปี 2017 อยู่ที่ 3.0 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนปี 2016
ยอดการผลิตเหล็กดิบของสหรัฐฯ อยู่ที่ 6.7 ล้านตัน ในเดือนมิถุนายนปี 2017 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนประมาณ -1.7%
ยอดผลิตเหล็กดิบของบราซิลเดือนมิถุนายน 2017 อยู่ที่ 2.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตเหล็กดิบทั่วโลกเดือนมิถุนายน 2017 อยู่ที่ 73.0% เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาประมาณ 1.4 จุด และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อน 1.3 จุด
Cr : World Steel Association[:]
โดย admin_sale | ก.ค. 19, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
จีนเผยผลิตเหล็กกล้าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน
NBS เผย ผลผลิตเหล็กกล้าแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย. โดยสูงกว่าระดับ 73 ล้านตัน การผลิตเหล็กกล้าที่พุ่งขึ้นดังกล่าว สร้างความวิตกเกี่ยวกับภาวะเหล็กล้นตลาด
สำนักสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผย ตัวเลขยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเดือนมิถุนายน 2017 เพิ่มขึ้น 5.7% y-o-y อยู่ที่ 73.23 ล้านตัน ส่วนยอดการผลิต pig iron และสินค้าเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 61.68 ล้านตัน และ 97.57 ล้านตัน ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 2.2% และ 0.7% ตามลำดับ
ยอดการผลิตเหล็กดิบเฉลี่ยรายวันเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 2.441 ล้านตันต่อวัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า 4.7% ส่วนยอดการผลิต pig iron และ สินค้าเหล็กสำเร็จรูปเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 2.056 ล้านตัน และ 3.2523 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า 3.2% และ 5.3% ตามลำดับ
ยอดการผลิตเหล็กดิบสะสมครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 419.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 4.6% ส่วนยอดการผลิต pig iron และ สินค้าเหล็กสำเร็จรูปสะสมหกเดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 362.56 ล้านตัน และ 551.55 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.4% และ 1.1% ตามลำดับ
สำหรับยอดการบริโภคเหล็กดิบของจีนเดือนมิถุนายน 2017 อยู่ที่ 67.22 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.34 ล้านตัน หรือ 14.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดการบริโภคสินค้าเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 91.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.8 ล้านตัน หรือ 5.5%
ยอดการบริโภคเหล็กดิบสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2017 อยู่ที่ 376.29 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 35.39 ล้านตันหรือ 10.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดการผลิตสินค้าเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 510.56 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.93 ล้านตัน หรือ 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
การเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวมีขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐ ซึ่งกล่าวหาจีนว่าได้ทำการทุ่มตลาดด้วยเหล็กที่มีราคาต่ำ
แปลและเรียบเรียงโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
Cr : steelhome