Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
admin_sale, Author at ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม - Page 7 of 19 google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
สมอ.แก้ไขมาตรฐานเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนและเย็นให้สอดคล้องเทคโนโลยีการผลิตและการใช้งาน มีผลใช้บังคับ 27 พ.ย.นี้

สมอ.แก้ไขมาตรฐานเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนและเย็นให้สอดคล้องเทคโนโลยีการผลิตและการใช้งาน มีผลใช้บังคับ 27 พ.ย.นี้

สมอ.แก้ไขมาตรฐานเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนและเย็นให้สอดคล้องเทคโนโลยีการผลิตและการใช้งาน มีผลใช้บังคับ 27 พ.ย.นี้

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการแก้ไขมาตรฐานเหล็ก 2 มาตรฐาน เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป และเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นสำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิต และการใช้งานในปัจจุบัน ซึ่งจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 27 พ.ย.นี้

05072017
สำหรับเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไปประกาศใช้ครั้งแรกเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ แผ่นหนา และแผ่นบาง สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป มาตรฐานเลขที่ มอก.1479-2541 ส่วนเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นสำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป ประกาศใช้ครั้งแรกเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าคาร์บอนรีดเย็น แผ่นม้วน แผ่นแถบ และแผ่นตัด สำหรับงานทั่วไปและงานขึ้นรูป มาตรฐานเลขที่ มอก. 2012-2543 โดยมาตรฐานทั้ง 2 เรื่อง เป็นมาตรฐานบังคับ

ต่อมา สมอ.ได้แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตและความก้าวหน้าทางวิชาการ ตลอดจนการใช้งานในปัจจุบัน เมื่อนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) พิจารณาแล้ว กมอ. มีมติเห็นชอบและให้ สมอ.ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่ง สมอ.ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 และตรา พ.ร.ฎ.กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป และผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.60 เป็นต้นไป

เมื่อมาตรฐานใหม่ทั้งมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป มอก. 1479-2558 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นสำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป มอก. 2012-2558 มีผลบังคับให้ใบอนุญาตทำหรือนำเข้าตาม มอก.1479-2541 และ มอก.2012-2543 จะสิ้นอายุ และผู้ทำ ผู้นำเข้า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรฐานใหม่ โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตให้ทำตาม มอก.1479-2541 จำนวน 35 ราย อนุญาตให้นำเข้าจำนวน 125 ราย และมีผู้ได้รับอนุญาตให้ทำตาม มอก. 2012-2543  จำนวน 28 ราย อนุญาตให้นำเข้า จำนวน 153 ราย ดังนั้นหากผู้ประกอบการต้องการรักษาสิทธิ์ในการผ่อนผันเพื่อประกอบกิจการตามใบอนุญาตเดิมจะต้องยื่นคำขอกับ สมอ.ก่อนวันที่ 26 พ.ย.60 เท่านั้น ซึ่งสามารถผ่อนผันให้ดำเนินการตามใบอนุญาตเดิมได้ไม่เกิน 1 ปี

เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า สมอ.ได้ตรวจติดตามผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญด้านการตรวจสอบและกำกับติดตามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ สมอ. และเป็นมาตรการหนึ่งของกระทรวงอุตสาหกรรมในการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และปกป้องผู้ประกอบการที่ดีที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รวมทั้งสร้างความเข้าใจในการจำหน่ายสินค้าที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานแก่ผู้จำหน่ายในท้องตลาด จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ และอย่าได้หลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เมื่อใช้แล้วอาจเกิดอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นได้
Cr : RYT 9

ธปท.ชี้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจวิ่ง ฟองสบู่อสังหาเล็กๆ “กนง.” จ่อปรับจีดีพี

ธปท.ชี้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจวิ่ง ฟองสบู่อสังหาเล็กๆ “กนง.” จ่อปรับจีดีพี

ธปท.ชี้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจวิ่ง ฟองสบู่อสังหาเล็กๆ “กนง.” จ่อปรับจีดีพี

แบงก์ชาติชี้ส่งออกครึ่งปีหลังแผ่ว แต่มีแรงส่งเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเข้าสู่เศรษฐกิจ เชื่อหนุนลงทุนเอกชนฟื้น เผย 5 ก.ค. ประชุม กนง. พิจารณาประมาณการ ศก.ปี 2560 ใหม่ “สมคิด” ห่วงฟองสบู่ ด้าน ธปท.ยันไม่เห็นสัญญาณ ด้าน สศค. เตรียมปรับจีดีพีเดือนหน้า

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปี 2560 นี้ ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง จะขยายตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรกแม้ว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ประเมินสถานการณ์ การส่งออกจะขยายตัวแผ่วลงเมื่อเทียบกับ 5 เดือนแรกปีนี้ แต่จะมีปัจจัยภายในประเทศสนับสนุนในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะด้านการลงทุนภาครัฐ ที่เป็นโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มเดินหน้า จะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนเข้าระบบมากขึ้น จึงหวังว่าจะส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้นตาม โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง

“5 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกถือว่าดีเกินคาด อีกตัวที่ดีก็คือ การท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเร็วกว่าที่เราคาดไว้ ส่วนการบริโภคภาคเอกชนก็ยังเป็นไปตามคาด ขณะที่ตัวที่ไม่ค่อยดี ก็จะมีการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งเฉพาะในเดือน พ.ค.จะมีการลงทุนภาครัฐด้วยที่ไม่ค่อยดี อย่างไรก็ดี เรามองว่าการส่งออกครึ่งปีหลังจะแผ่วลง เพราะฐานปีที่แล้วสูงด้วย แต่ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจในประเทศจะเข้มแข็งกว่าครึ่งปีแรก” นายดอนกล่าว

นายดอนกล่าวยืนยันว่า ในขณะนี้ ธปท.ยังไม่เห็นสัญญาณฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม ซึ่งก็มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และที่ผ่านมา ธปท.ก็ส่งสัญญาณเตือนทั้งเรื่องตราสารหนี้ที่ไม่มีเรตติ้ง และเรื่องสหกรณ์ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าภาคอสังหาฯ มีการผลิตที่เกินความต้องการ (โอเวอร์ซัพพลาย) ในบางทำเลและราคาที่ขึ้นแรง อาทิ ตามแนวรถไฟฟ้า เป็นต้น แต่ดูแล้วตลาดยังรองรับได้ และยังไม่น่ากังวล

“ก็อาจจะมีฟองเล็ก ๆ แต่ถ้าแตก ก็ไม่ได้กระทบเศรษฐกิจโดยรวม นอกจากนี้ ภาคอสังหาฯก็ระบบทุนผ่านตราสารหนี้ด้วย ไม่ได้ระดมทุนผ่านธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนเท่านั้น เหมือนตอนปี 2540
” นายดอนกล่าว

สำหรับทิศทางค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้น พ.ค. แข็งค่า 5.4% ถือว่าเป็นระดับกลาง ๆ ของภูมิภาค รวมทั้ง ธปท.ยังคงมาตรการลดการออกพันธบัตรระยะสั้นเช่นเดิม และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวงเงิน

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 5 ก.ค.นี้ จะมีการพิจารณาประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2560 ด้วย

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และตนได้เดินทางมา ธปท. เพื่อรับฟังรายงานภาวะเศรษฐกิจ และได้มีการสอบถามถึงโอกาสเกิดฟองสบู่ภาคอสังหาฯ ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ยังไม่มีสัญญาณ รวมถึงสอบถามถึงสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่ง ธปท.ชี้แจงว่า เงินบาทไม่ได้แข็งค่าเกินไปจนกระทบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่แข็งค่าในทิศทางเดียวกับภูมิภาค

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในเดือน ก.ค.จะมีการทบทวนตัวเลขอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ปี 2560 ใหม่ จากเดิมประมาณการว่าจะขยายตัว 3.6% เนื่องจากขณะนี้การส่งออกขยายและการท่องเที่ยวขยายตัวได้ดี รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจากการนำเข้าสินค้าทุนหมวดวัตถุดิบ
Cr : ประชาชาติธุรกิจ

‘เนคเทค’ มุ่งยกระดับ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคต

‘เนคเทค’ มุ่งยกระดับ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคต

‘เนคเทค’ มุ่งยกระดับ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคต

“เนคเทค”ดึงยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ชูบทบาทอุตสาหกรรมในอนาคต เร่งขับเคลื่อนแผน 4 ปี จับตา 29 มิ.ย.นี้เตรียมเปิดตัว”ฟาร์ม เทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมด้านการเกษตร”

ดร.ศรัณย์ สัมฤทธิ์เดชขจร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือ”เนคเทค” เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้างานวิจัยและพัฒนาของเนคเทคว่า เวลาที่เนคเทคทำการศึกษา วิจัยและพัฒนา จะต้องดูว่านโยบายของประเทศเป็นอย่างไร และกระแสโลกเป็นอย่างไร ต้องยึดนโยบายประเทศเป็นตัวตั้งก่อน โดยแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี ระหว่างปี2560-2564 จะประกาศชัดเจนว่าให้ความสำคัญกับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่สำคัญ (อาหารและเกษตร,สุขภาพและการแพทย์,ผลิตและบริการ ,พลังงานและสิ่งแวดล้อม ,การเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต ) ที่ขณะนี้มีความคืบหน้า โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเกษตร ที่การศึกษาและวิจัยแบ่งเป็น2 เรื่องใหญ่ๆ คือเรื่องบูรณาการข้อมูลจากภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยทำระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกออนไลน์ (Agri-Map-Online)ระบบแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกบนสมาร์ทโฟน (Agri-Map Mobile) ที่ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการบูรณาการข้อมูลทั้งหมด เช่น แหล่งบ่อน้ำบาดาลอยู่ที่ไหน ในประเทศว่าปลูกข้าวกี่ไร่ บางแห่งไม่เหมาะต่อการปลูกข้าว เราอาจจะถามระบบต่อได้ว่าถ้าไม่เหมาะกับการปลูกข้าวแล้วควรปลูกอะไร ระบบ Agri-Map จะแนะนำได้ว่าควรปลูก เป็นต้น
นอกจากนี้วันที่ 29 มิถุนายน2560 นี้ เนคเทคจะเปิดตัว ” NECTEC FAARM series : ฟาร์ม เทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมด้านการเกษตร” เป็นระบบที่เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ หรือ Smart Farm เป็นการกำหนดเทคโนโลยีด้านเครื่องมือการเกษตร มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเกษตร เช่นผู้ผลิต เซ็นเซอร์ วัดอุณหภูมิ ที่สามารถนำเทคโนโลยีในไทยโดย เนคเทค นำไปพัฒนาผลิตเพื่อจำหน่ายให้ภาคเกษตรได้

ส่วนอุตสาหกรรมสุขภาพ และการแพทย์ เนคเทคมีแพลทฟร์อม ULIFE ที่จะช่วยเก็บข้อมูลตลอดช่วงชีวิต ยกตัวอย่าง เช่น แม่ตั้งครรภ์ลูก ก็ต้องมีการตรวจสุขภาพเด็ก บันทึกว่ามีพัฒนาการอย่างไรบ้าง โดยผ่านแอฟบลิเคชั่น Z-BABY โหลดแอฟฯในโทรศัพท์ เพื่อดูแลสุขภาพครรภ์เป็นระยะด้วยตัวเอง หลังจากนั้นพอลูกคลอดออกมาก็จะมีแอฟบลิเคชั่น KID DAIRY เป็นแอฟบลิเคชั่น สำหรับติดตามพัฒนาการเติบโตของเด็ก และการให้วัคซีน ติดตามพัฒนาการตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี รวมถึงแอฟบลิเคชั่นMOOM MAE เพื่อบันทึกการให้นมบุตรด้วยตัวเอง โดยบันทึกข้อมูลผ่านแอฟฯ จากเดิมบันทึกลงกระดาษ

“ทั้ง3แอฟฯนี้เนคเทคเปิดมาตั้งแต่ปี2558ถึงปัจจุบันเสียงตอบรับออกมาดีดูจากยอดใช้แอฟฯและข้อมูลที่ได้จากแอฟฯเหล่านี้ โดยส่วนหนึ่งของข้อมูลนี้กระทรวงสาธารณะสุขสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลดูแลสุขภาพเด็กได้

สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ สิ่งที่เนคเทคทำคือ แฟลตฟอร์ม IoT ที่ชื่อว่า NETPIE โดยแฟลตฟอร์มนี้สามารถใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรมไม่ว่า จะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น

ภาคอุตสาหกรรมจะมีเครื่องจักรระบบเดิม แต่ยังใช้งานได้ มีเรื่องของพลังงาน มีเรื่องประสิทธิภาพประสิทธิผลจากกระบวนการผลิต 3 เรื่องนี้เป็นโจทย์ที่เกิดขึ้นกับทุกโรงงาน เราจะทำอย่างไรให้มีระบบที่ฉลาดขึ้นโดยที่ไม่ต้องซื้อเครื่องจักรใหม่ โดยประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด วิธีการคือ เราต้องติดเซ็นเซอร์ที่เครื่องจักรเดิม เช่น เซ็นเซอร์วัดกระแสไฟฟ้า เซ็นเซอร์วัดการไหลของระบบหล่อเย็นเครื่องจักร พอเราติดเซ็นเซอร์ไว้ เราจะได้ข้อมูลที่วิ่งผ่าน NETPIE แสดงผลบนหน้าจอหรือในคอมพิวเตอร์ของเรา เมื่อเรารู้ข้อมูลจะสามารถวางแผนการดูแลเครื่องจักรได้ ถ้าเครื่องจักรเก่า ก็จะได้วางแผนบำรุงรักษาเครื่องจักรได้ หรือ ถ้าใช้ไฟฟ้ามาก ก็จะสั่งการให้เครื่องจักรชะลอการใช้งาน เพื่อวางแผนบำรุงรักษาเครื่องจักรให้ดีขึ้นและลดการใช้พลังงาน ทำให้กระบวนการทำงานโดยรวมดีขึ้น

ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวอีกว่าในส่วนของพลังงานและสิ่งแวดล้อม เมื่อเร็วๆนี้เนคเทคได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.)ในการติดตั้งระบบดูแลสุขภาพเขื่อน 14 แห่งทั่วประเทศ พร้อมกับติดตั้งระบบผู้เชี่ยวชาญ เพราะ1 เขื่อนจะต้องรู้ว่ามีความแข็งแรงแค่ไหน ถ้าเกิดแผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติ จะต้องรู้ว่าสุขภาพเขื่อนเป็นอย่างไร จะต้องดูแลอย่างไร โดยติดเซ็นเซอร์เพื่อดูแลความแข็งแรงของเขื่อน ข้อมูลตรงนี้จะถูกนำไปประมวลผลเพื่อวิเคราะห์ว่าสุขภาของเขื่อนเป็นอย่างไร และนำเข้าสู่ระบบผู้เชี่ยวชาญ (EXPERT SYSTEM:ES) เพื่อให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษา
Cr : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

พาณิชย์ปลื้ม! สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มรายการสินค้าใหม่ให้ได้รับสิทธิ GSP

พาณิชย์ปลื้ม! สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มรายการสินค้าใหม่ให้ได้รับสิทธิ GSP

พาณิชย์ปลื้ม! สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มรายการสินค้าใหม่ให้ได้รับสิทธิ GSP

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR มีประกาศเรื่อง New Trade Preference Program Enforcement Effort เพิ่มสินค้าใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องใช้ในการเดินทาง (Travel Goods) และ เซลลูโลสไนเทรต (Cellulose nitrates) เป็นรายการสินค้า ภายใต้โครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP)    ของสหรัฐฯ ส่งผลให้สินค้าส่งออกทั้งสองรายการของไทย สามารถขอใช้สิทธิพิเศษฯ เพื่อขอยกเว้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป
นางอภิรดี ตันตราภรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2560  นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามในประกาศ (Proclamation) ผลการพิจารณาทบทวนโครงการสิทธิพิเศษฯ ประจำปี 2559 ซึ่งในประกาศดังกล่าว สหรัฐฯ ได้เพิ่มเติมรายการสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษฯ แก่ประเทศสมาชิกทั่วไปรวมถึงประเทศไทย สำหรับสินค้า 2 ประเภท คือ สินค้าเครื่องใช้ในการเดินทาง พิกัดศุลกากรย่อยประมาณ 23 รายการ ได้แก่ กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเอกสาร และกระเป๋าถือ เป็นต้น และสินค้า เซลลูโลสไนเทรต พิกัดศุลกากร 3912.20.00 จำนวน 1 รายการ โดยเหตุผลสำคัญของการเพิ่มเติมรายการสินค้าในโครงการสิทธิพิเศษฯ เนื่องจากสหรัฐฯ ต้องการเพิ่มแหล่งในการนำเข้าสินค้าที่หลากหลายจากกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษฯ อาทิ ประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเครื่องใช้ในการเดินทาง และอีกประการหนึ่ง คือ สหรัฐฯ ต้องการปรับสมดุลทางการค้า กับกลุ่มประเทศอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษฯ ทั้งนี้ ผู้ส่งออกสามารถตรวจสอบรายละเอียดของการเพิ่มเติมรายการสินค้าดังกล่าว และพิกัดศุลกากรที่ได้รับสิทธิพิเศษฯ ได้ที่ http://ustr.gov/about-us/policy-offices/press-office/press-releases/2017/june/ustr-announces-new-trade-preference
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ ได้พยายามผลักดันผ่านช่องทางการประชุมภายใต้ความร่วมมือต่างๆ ซึ่งเมื่อครั้งการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย–สหรัฐ ระดับรัฐมนตรี (Trade and Investment Framework Agreement: TIFA) ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20 – 22 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้หยิบยกประเด็นขอให้สหรัฐฯ พิจารณาให้สิทธิพิเศษฯ เพิ่มเติมสำหรับสินค้าเครื่องใช้ในการเดินทาง ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการผลิต และสามารถขยายการส่งออกไปสหรัฐฯ ได้ อีกทั้งยังได้มีโอกาสหารือกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ และกลุ่มนักธุรกิจผู้นำเข้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการผลิต เครื่องใช้ในการเดินทางแบรนด์ดังของสหรัฐฯ เช่น Coach และ Tumi ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนให้ไทยขอรับสิทธิพิเศษฯ เพิ่มเติม ดังนั้น จากการที่สหรัฐฯ ให้สิทธิพิเศษฯ สินค้าเครื่องใช้ในการเดินทางจะเป็นปัจจัยดึงดูดและโอกาสสำคัญในการเพิ่ม   ลู่ทางขยายการลงทุนจากสหรัฐฯ ในไทย รวมทั้งเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับสินค้าไทย ที่จะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้ารายการนี้ของไทยในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นได้
ทั้งนี้ สินค้าเครื่องใช้ในการเดินทาง ที่อยู่ในข่ายที่จะได้รับสิทธิพิเศษฯ ปัจจุบันมีอัตราอากรนำเข้าถึง ร้อยละ 4.5 – 20 หากขอใช้สิทธิพิเศษฯ จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า และในปี 2559 สหรัฐฯ มีการนำเข้าจากทั่วโลกประมาณ 6,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยนำเข้าจากไทยเพียง 46 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 0.67 (จีนมีส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 65 และเวียดนามมีส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 30) ในขณะที่สินค้าเซลลูโลสไนเทรต ปี 2559 สหรัฐฯ มีการนำเข้าสินค้าจากไทย ประมาณ 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากมูลค่านำเข้ารวมจากทั่วโลกประมาณ 380 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Cr : ประชาชาติธุรกิจ เศรษฐกิจในประเทศ

สมอ.เตรียมความพร้อมผู้ผลิตเหล็กไทยรองรับโครงการรถไฟไทย-จีน คาดยอดใช้เหล็กหลายแสนตัน

สมอ.เตรียมความพร้อมผู้ผลิตเหล็กไทยรองรับโครงการรถไฟไทย-จีน คาดยอดใช้เหล็กหลายแสนตัน

สมอ.เตรียมความพร้อมผู้ผลิตเหล็กไทยรองรับโครงการรถไฟไทย-จีน คาดยอดใช้เหล็กหลายแสนตัน

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ประเทศไทย โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา) ซึ่งในการดำเนินการโครงการดังกล่าว กระทรวงคมนาคมเห็นควรให้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างหลักที่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นโครงการที่ก่อสร้างในประเทศไทย

โดยเบื้องต้นจากการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการจัดหาวัสดุก่อสร้างหลักจากตลาดภายในประเทศ พบว่ามีเหล็กบางส่วน คือ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต : เหล็กข้ออ้อย ยังไม่ชัดเจนว่าต้องเป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานใด แต่มีแนวโน้มต้องเป็นไปตามมาตรฐานต่างประเทศ รวมถึงโครงการของรัฐบาลอีกหลายโครงการ ซึ่งมีความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในกลุ่มเหล็กอีกหลายรายการที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน (มาตรฐานบังคับ)

ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้โครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตได้ในประเทศ และเพื่อให้การควบคุมการทำผลิตภัณฑ์ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ตามอำนาจหน้าที่ของ สมอ.ไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจอันจะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นการส่งเสริมนโยบาย Ease of Doing Business ของรัฐบาล สมอ. จึงได้เชิญสมาคม/องค์กรภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเหล็กในประเทศไทย และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และรายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กที่ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับงานโยธาในโครงการดังกล่าว รวมทั้งการขออนุญาตทำตามมาตรา 20 และการขออนุญาตทำแตกต่างจากมาตรฐานตามมาตรา 20 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 ไปเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทยสามารถผลิตเหล็กให้ได้ตามข้อกำหนดของโครงการ รองรับการดำเนินการก่อสร้างโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย – จีน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างเฟสแรก ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา ระยะทาง 252 กิโลเมตร คาดว่าต้องใช้ปริมาณเหล็กสูงถึงหลายแสนตัน นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กของไทยและส่งเสริมให้ใช้วัสดุที่ผลิตได้ภายในประเทศตามนโยบายรัฐบาล

Cr:http://iiu.isit.or.th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า