google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
3 วัสดุ หลังคาโปร่งแสง

3 วัสดุ หลังคาโปร่งแสง

 3 วัสดุ หลังคาโปร่งแสง

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

 

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

 

วัสดุประเภทเดียวกับโพลีคาร์บอเนตแผ่นกลวง แต่มาในรูปแบบของแผ่นตันจึงทำให้เกิดแผ่นใสที่โปร่ง มองเห็นทะลุได้ มีข้อดีมากกว่าแผ่นหลังคาอะครีลิค แต่ทนทานกว่าซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่มากกว่าเช่นกัน

ข้อเด่น

  • ทนทาน
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • สามารถดัดโค้งได้
  • ไม่ลามและติดไฟ
  • เป็นฉนวนแต่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักที่มาก
  • ถ้าใช้ความหนาที่น้อย(2-3 mm) อาจตกท้องช้างเกิดเป็นน้ำขังได้

หลังคากระจก

หลังคากระจก

หลังคากระจกวัสดุดั้งเดิมสำหรับการทำหลังคาโปร่งแสง มีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นกระจกธรรมดา กระจกสี หรือกระจกขุ่นพ่นทรายที่ให้แสงนวลตา แต่ด้วยเป็นกระจกที่แม้จะแข็งแรงแต่ก็มีความเปราะด้วยเช่นกัน จึงต้องมีการเพิ่มคุณสมบัติลดการแตกเปราะด้วยการอบ Tempered หรือสอดฟิล์มนิรภัย Laminated จึงทำให้การใช้กระจกเป็นวัสดุมุงหลังคานั้นมีราคาที่สูงตามมา
ข้อเด่น

  • สวยงานออกแบบได้หลากหลาย
  • สามารถป้องกันความร้อนได้ด้วยการติดฟิลม์กันความร้อน
  • มีคุณสมบัติให้เลือกได้หลากหลาย

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักมาก
  • เปลืองค่าโครงสร้าง
  • หากใช้เป็นหลังคาอาจจะต้องใช้กระจกประเภท Tempered, Laminated หรือ Tempered Laminated เพื่อความปลอดภัย

ต่อเติมห้องบนดาดฟ้าตึกแถวเก่าได้หรือไม่


แผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาส

แผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาสแผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาส

แผ่นหลังคายอดฮิตที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง แม้จะเป็นวัสดุธรรมดาที่หาได้ทั่วไป แต่หากจัดวางอย่างถูกต้องโดยผ่านการออกแบบที่ดีก็ทำให้หลังคาของบ้านดูดีได้เหมือนกัน ข้อดีที่สุดของหลังคาประเภทนี้คือติดตั้งร่วมกับหลังคามาตรฐานเช่นกระเบื้องลอนคู่ได้ทันที ปัจจุบันแผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาสนั้นมีโปรไฟล์หน้าลอนที่หลากหลายมากขึ้นสามารถนำไปประยุกต์เข้ากับพื้นหลังคาเดิมได้โดยสะดวก

ข้อเด่น

  • ราคาย่อมเยาว์
  • สามารถติดตั้งร่วมกับแผ่นหลังคามาตรฐานได้
  • น้ำหนักเบา

ข้อด้อย

  • โปร่งแสงแต่ไม่โปร่งใส
  • อายุการใช้งานสั้น
  • เมื่อใช้งานไปซักพักจะเกิดรอยเป็นเส้นๆจากการถูกความร้อนของแสงแดด

 

และทั้งหมดนี้ก็คือวัสดุมุง หลังคาโปร่งแสง (และโปร่งใส)ที่เรานำมาแนะนำกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละวัสดุนั้นก็ต่างมีทั้งข้อเด่นข้อด้อยที่แตกต่างกันไป จึงอยากให้ลองมองถึงการใช้งานรวมไปถึงอายุของวัสดุที่เหมาะสมต่อเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและสร้างความสวยงามน่าอยู่ให้กับบ้านครับ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.baanlaesuan.com/89665/maintenance/skyroof/2

เรื่อง วุฒิกร สุทธิอาภา

5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

     5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

เมื่อวัสดุโลหะโดนน้ำ และเราปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเพียงไม่กี่วัน กระบวนการแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ก็จะเกิดขึ้น และผลก็คือการเกิดสนิม แต่เมื่อเครื่องมือเครื่องใช้ของเรามีสนิม ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเลิกใช้ หรือโยนทิ้งเสมอไป หากรู้วิธีที่ถูกต้องในการขจัดสนิม ดังต่อไปนี้

1.เบกกิ้งโซดา : ให้นำเอาอุปกรณ์โลหะที่ขึ้นสนิมนั้น ไปล้างน้ำ แล้วสะบัดให้แห้ง จากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาลงไป เบกกิ้งโซดาจะติดอยู่กับบริเวณที่มีความชื้น ต้องแน่ใจว่า เบกกิ้งโซดา ปิดคลุมบริเวณที่เป็นสนิมไว้ทั้งหมดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยก่อนจะใช้แปรงขัดคราบสนิมนั้นออก ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง วิธีการนี้ ได้ผลดีกับวัสดุจำพวกกระทะ แหวนและโลหะบาง ๆ เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเพราะใช้ของที่มีอยู่ในครัวเรือน แต่ก็มีข้อเสียคือ หลังโรยเบกกิ้งโซดาแล้ว ต้องทิ้งไว้นาน และต้องออกแรงขัด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

2.น้ำส้มสายชู : นำอุปกรณ์ที่เป็นสนิม ไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นนำขึ้นมาขัดด้วยแปรง ในกรณีที่วัสดุมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำลงไปแช่ได้ ให้ใช้ผ้าขี้ริ้วจุ่มลงในน้ำส้มสายชู จากนั้นเอามาห่อจุดที่เป็นสนิม วิธีการนี้เป็นวิธีง่าย ๆ แต่ต้องแช่ทิ้งไว้นานข้ามคืนจึงจะให้ผลที่ดี

 

3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน : ฟังดูเหมือนไม่น่าเชื่อว่าของพวกนี้จะใช้ขจัดสนิมได้ แต่จริง ๆ แล้ว สามารถใช้ได้ดีเสียด้วย ให้ผ่าครึ่งมันฝรั่ง จากนั้นก็นำน้ำยาล้างจานทาลงไป ให้ใช้มันฝรั่งเสมือนเป็นอุปกรณ์ในการขัด วิธีนี้ให้ผลดีกับการขจัดสนิมในบริเวณที่ไม่มากนัก บนพื้นผิวที่ขัดง่าย เช่นพวกเครื่องครัว แต่วิธีนี้ ค่อนข้างจะทำให้เลอะเทอะ ควรทำในอ่างน้ำ หรือบริเวณนอกบ้านที่ทำความสะอาดง่าย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กรดซิตริก

4.กรดซิตริก : วิธีการคือ ให้นำน้ำร้อนใส่ลงในถ้วย แล้วใส้กรดซิตริกใส่ลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำอุปกรณ์ที่เลอะสนิม ลงไปแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน พอตอนเช้าให้ใช้แปรงขัดออกแล้วล้างด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้ง แต่ทั้งนี้กรดซิตริกนี้ อาจจะหาซื้อได้ไม่ง่ายนัก ต้องเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพ หรือตามร้านค้าออนไลน์

5.มะนาวและเกลือ : ให้นำเกลือไปทาให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม จากนั้นให้ผ่ามะนาว และบีบน้ำลงไป ทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วจึงขัดออก ถ้าหากขัดแล้ว ยังมีสนิมหลงเหลืออยู่ ก็ให้ทำซ้ำอีก โดยทิ้งไว้ให้นานขึ้นอาจจะเป็น 1-2 ชั่วโมง เมื่อขัดสนิมออกแล้วก็ให้ล้างและเช็ดให้แห้ง วิธีนี้ใช้กับเครื่องครัว เช่นมีด ได้ดี และเพื่อความปลอดภัย ควรสวมถุงมือ

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.sanook.com/home/13733/

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน…ให้เหมาะสมและลงตัว

       บ้านเป็นสถานที่พักพิง เป็นที่ๆคนหลายคนมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว และเป็นสถานที่สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้านเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้น มีหลายท่านที่เลือกสีทาบ้านตามวันเกิด เพราะเชื่อในเรื่องดวงชะตา แต่ก็มีอีกหลายท่านเช่นกันที่เลือกสีทาบ้านตามความชอบของตนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ควรศึกษารายละเอียดและหลักในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อทำให้บ้านซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราดูเหมาะสมและลงตัวมากทีสุด

 

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้านให้เหมาะสมและลงตัว

            พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน  

           สำหรับท่านที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ อย่างสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส และทำให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่มากขึ้น กรณีัที่บ้านของคุณดูกว้างเกินโล่งเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น

  ประเภทแสงส่าง

Ambient Light…เป็นแสงที่ทำหน้าที่ส่องสว่างเป็นตัวหลักในห้อง ช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านนั้นให้แสงกระจายทั่วไปเท่ากันทั้งบริเวณพื้นที่ใช้งาน ไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามมากนัก
Task Light...เป็นแสงสว่างสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ เช่น เย็บผ้า ห้องครัว ห้องทำงาน เป็นต้น
Accent Light...แสงส่องเน้น เป็นแสงที่ช่วยเน้นให้จุดเด่นของห้องชัดเจนขึ้น เช่น เน้นผนังหินธรรมชาติ หรือการเน้นโซฟาตัวกลาง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่น
Decorative Light…เป็นแสงที่ได้จากโคมหรือหลอดที่สวยงามเพื่อสร้างจุดสนใจในการตกแต่งบ้าน

    สีทาบ้านสีกลางๆอาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป  

           หลายท่านอาจคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นๆได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆก็อาจทำใ้ห้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น

 

   ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ

 หลังจากตัดสินใจเลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์ให้เฉดสีออกมาต่างกัน ฉะนั้นคุณควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย หากได้ตามที่คุณต้องการก็ไปซื้อเลยค่ะ

 

 เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของต่างๆภายในบ้าน

        การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆภายในบ้าน จะำทำให้การตกแต่งบ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิ พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หลังงานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วยก็ยิ่งดี

 

Cr. http://bit.ly/สีทาบ้าน   CR. https://www.beger.co.th/

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็ก  10 ประเภท

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็ก 10 ประเภท

 1.  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลา,เหล็กเส้นกลม ,เหล็กข้ออ้อย    (COLD DRAWNSTEEL AND ROUNG BARS)

                สูตร  :   น้ำหนัก = วงนอก mm. x 0.006167 x ยาว M. 

เส้นผ่าศูนย์กลาง= 100mm  ความยาว 6 M.

ตัวอย่าง

*น้ำหนัก=100x100x0.006167×6= 370.02 kg

ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง

 

 

2. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นมาตรฐาน ( PLATES )

*** ขนาด 4′ x 8′ ***

 สูตร  :  น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 23.36
*** ขนาด 5′ x 10′ ***
สูตร  :  น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 36.50
ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 2.0 mm. x 5′ x 10′ น้ำหนัก = 2 x 36.50 = 73.00 kg.
เหล็กแผ่นขนาด12.0 mm.x 5′ x 10′ น้ำหนัก = 12.0 x 36.50 = 438.00 kg.

ขนาด 5′ x 20′ ***
สูตร  :  น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 73.00

ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 4.5 mm.x 5′ x 20′ น้ำหนัก = 4.5 x 73.00 = 328.50 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 20.0 mm x5′ x 20′ น้ำหนัก = 20.0 x 73.00 = 1460.00 kg.

*** ขนาด 6′ x 20′ ***
สูตร  : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 87.60

ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 9.0 mm.x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 9.0 x 87.60 = 788.40 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 30.0 mm. x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 30.0 x 87.60 = 2628.00 kg.

*** ขนาด 8′ x 20′ ***
สูตร  : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 116.80

ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 15.0 mm. x 8′ x 20′ น้ำหนัก = 15.0 x 116.80 = 1752.00 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 50.0 mm. x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 50.0 x 116.80 = 5840.00 kg.

หมายเหตุ : ตัวคูณในการคำนวณน้ำหนักเหล็กได้จากกว้าง(ฟุต)xยาว(ฟุต)x0.73 (ความถ่วงจำเพาะของเหล็ก)
ยกตัวอย่าง : 4′ x 8 x 0.73 = 23.36
5′ x 10′ x 0.73 = 36.50
ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง

 

 

3.  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นตัดดสามเหลี่ยม

 

 สูตร  : น้ำหนัก = หนา mm. x ฐาน cm. x สูง cm.÷ 2 x 0.000785

  สูง =30cm    ความหนา = 15 mm ฐาน = 43 cm

ตัวอย่าง
น้ำหนัก= 15 x 43 x 30 ÷ 2 x 0.000785 = 7.6 kg

 

 

4. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดกลม

 สูตร  :  น้ำหนัก = หนา mm. x รัศมี cm. x รัศมี cm. X 0.00247

ตัวอย่าง

หนา = 12 mm
น้ำหนัก = 12 x 15 x 15 x 0.00247 = 6.67 kg.

 

4.1  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดวงแหวน 

 สูตร  : น้ำหนัก = ( R2 – r2 ) x หนา mm. x 0.00247

 

ตัวอย่าง

หนา = 22 cm   r = 20 cm R = 50 cm

น้ำหนัก = ( 25– 102 ) x 22 x 0.00247

= 525 X 22 X 0.00247  = 28.53 kg.

หมายเหตุ ตัวเลขเส้นผ่านศูนย์กลางต้องแปลงเป็นรัศมีก่อน หน่วยเป็น cm.

 

5. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแบน

สูตร  : น้ำหนัก = กว้าง mm. x หนา mm. x 0.0471

ตัวอย่าง  

ความหนา = 10 cm   กว้าง = 100 cm

น้ำหนัก = 100×1010.0471=47.1kg

 

6. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับ ( COLD FORMED ANGLE)

สูตร  : น้ำหนัก = ( A + B -2 x 1 หนา mm.) x หนา mm. 0.0471

 

ตัวอย่าง

A = 50 cm   หนา = 6 mm  B = 75 cm

น้ำหนัก ( 50 + 75- 2 x 6 ) x 6 x 0.0471

= (125 – 12) x 6 x 0.0471

= 113 x 6 x 0.0471

= 31.93 kg.

 

7. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับตัวยู(COLD FORMED CHANNEL)

สูตร  :  น้ำหนัก = ( A + 2 B – 4 x หนา mm. ) x หนา mm. x 0.0471

ตัวอย่าง

B =90 mm   A =100 mm

น้ำหนัก = (100 + 2 x 90 – 4 x 8) x 8 x 0.0471

= (100 +180 – 32) x 8 x 0.0471

= 248 x 8 x 0.0471

= 12.058 kg.

 

8.  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กท่อกลม (CARBON STEEL TUBES)

สูตร  :  น้ำหนัก = (วงนอก2 mm. – วงใน 2 mm. ) x 0.006167 x ยาว x เมตร

ตัวอย่าง  

วงใน =130mm  วงนอก = 150 mm

น้ำหนัก (1502 -1302) x 0.0006167 x 6.0 = 207.21 kg.

 

9. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวซี( LIGHT LIP DHANNEL)

สูตร  : น้ำหนัก ( A + 2 B + 2 C ) – ( 8 x หนา mm.) x หนา mm. x 0.0471

ตัวอย่าง

น้ำหนัก = { ( 100 + ( 2 x 50 ) + ( 2 x 20 ) – ( 8 x 2.3 ) } x 2.3 x 0.0471

= (100 + 100 + 40 – 18.4) x 2.3 x 0.0471

= 221.6 x 2.3 x 0.0471

= 24.01 kg

 

10. สูตรคำนวณน้ำหนักไวร์เมช

 

*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 3.4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.713

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2.5 x 50 x 0.713 = 89.13 kg.
ไวร์เมช ตา 20 x 3 x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.713 = 53.48 kg.

*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 3.4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.571

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2 mm. x 50 mm. 0571 = 57.1kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.571 = 42.83 kg.

*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.987

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 50 M. x 4 mm. = 3 x 50 x 0.987 = 148.05 kg.
ไวร์เมช ตา 20 2 M. x 25 M. x 4 mm. = 2 x 25 x 0.987 = 49.35 kg.

*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.790

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 4 mm. = 2.5 x 50 x 0.790 = 78.75 kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 4 mm. = 3 x 25 x 0.790 = 59.25 kg.

*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 6 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 2.221

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 4 M. x 6 mm. = 2.5 x 4 x 2.221 = 22.21 kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 7 M. x 6 mm. = 3 x 7 x 2.221 = 46.64 kg.

*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 6 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 1.777

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 6 M. x 6 mm. = 2 x 6 x 1.772 = 21.32 kg.
ไวร์เมช ตา 25 4 M. x 7 M. x 6 mm. = 4 x 7 x 1.777 = 49.76 kg.

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.ypengineering.com/

 

 

 

เรื่องน่ารู้ของบ้านโครงสร้างเหล็ก

เรื่องน่ารู้ของบ้านโครงสร้างเหล็ก

               การสร้างบ้านในปัจจุบันนี้หากหลายๆท่านสังเกตุเห็นจะพบว่านอกจากไม้และคอนกรีตแล้ว เหล็ก ยังถือเป็นอีกวัสดุหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้สร้างบ้าน เนื่องจากเหล็กมีหลายขนาดและรูปแบบประกอบกับความทนทานจึงสามารถนำมาประกอบสร้างได้รวดเร็วและประหยัดเวลาอีกทั้งยังได้ความสวยงามดูทันสมัยอีกด้วย วันนี้เราจึงมีเรื่องน่ารู้สำหรับผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านโครงเหล็กมาฝากกัน

 

k1

.         1. ประหยัดเงิน การสร้างบ้านด้วยโครงสร้างเหล็กสามารถช่วยลดงบประมาณก่อสร้างได้ เพราะบ้านสร้างเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว รวมถึงลดต้นทุนค่าแรงในการก่อสร้างเสาและคานประมาณ 5% ของต้นทุนการก่อสร้างรวม

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โครงสร้างเหล็ก
.         2. น้ำหนักเบา หากมองภายนอกอาจทำให้ใครหลายคนคิดว่าโครงสร้างเหล็กต้องหนักแน่นอน แต่ในความจริงแล้ว วัสดุประเภทนี้มีน้ำหนักเบากว่าโครงสร้างคอนกรีตเกือบ 4 เท่า แถมยังช่วยประหยัดค่าเสาเข็มและฐานราก นอกจากนี้การสร้างบ้านด้วยโครงสร้างเหล็กยังไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาเรื่องอาคารทรุดอีกด้วย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
.         3. ผสมกับงานคอนกรีต แม้คอนกรีต และเหล็ก จะเป็นวัสดุที่มีการขยายตัวต่างกัน แต่เมื่อถูกนำมาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างบ้านร่วมกันก็ไม่มีปัญหา เพียงใช้ปูนผสมกับกาวสลัดลงบนพื้นผิวโครงสร้างเหล็ก เพื่อทำให้เหล็กมีผิวขรุขระเหมือนคอนกรีต สามารถยึดเกาะได้ดีกว่าผิวเรียบลื่น และทำให้ขยายตัวได้ใกล้เคียงกันมากขึ้น จากนั้นเสริมด้วยตะแกรงลวด แล้วจึงฉาบปูนทับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โครงสร้างเหล็ก

 

             4. สนิมและความชื้น เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสนิมและเหล็กเป็นของที่เกิดมาคู่กัน แต่คุณเจ้าของบ้านสามารถป้องกันไม่ให้เกิดสนิมขึ้นได้ ด้วยการทาสีป้องกันสนิมและการกัดกร่อนกับโครงสร้างทั่วไป สำหรับโครงสร้างที่สัมผัสดินและความชื้นให้ใช้สี Coal Tar Epoxy ที่มีส่วนผสมของถ่าน น้ำมัน และเรซิ่น ทาทับ เพื่อเป็นการรักษาผิวเหล็ก

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โครงสร้างเหล็ก

.         5. การเชื่อมเหล็ก นอกจากจะต้องใช้เวลานานแล้ว การเชื่อมเหล็กยังทำให้มีโอกาสเกิดสนิมที่บริเวณเชื่อมอีกด้วย ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีการเปลี่ยนมาใช้การขันสลักเกลียวและน็อตเข้ากับรูที่เจาะมาแล้ว ซึ่งทำให้สร้างบ้านได้อย่างรวดเร็ว และลดปัญหาการเกิดสนิมได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.nhconcept.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า