โดย saweang | พ.ย. 26, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้
เมื่อวัสดุโลหะโดนน้ำ และเราปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเพียงไม่กี่วัน กระบวนการแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ก็จะเกิดขึ้น และผลก็คือการเกิดสนิม แต่เมื่อเครื่องมือเครื่องใช้ของเรามีสนิม ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเลิกใช้ หรือโยนทิ้งเสมอไป หากรู้วิธีที่ถูกต้องในการขจัดสนิม ดังต่อไปนี้

1.เบกกิ้งโซดา : ให้นำเอาอุปกรณ์โลหะที่ขึ้นสนิมนั้น ไปล้างน้ำ แล้วสะบัดให้แห้ง จากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาลงไป เบกกิ้งโซดาจะติดอยู่กับบริเวณที่มีความชื้น ต้องแน่ใจว่า เบกกิ้งโซดา ปิดคลุมบริเวณที่เป็นสนิมไว้ทั้งหมดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยก่อนจะใช้แปรงขัดคราบสนิมนั้นออก ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง วิธีการนี้ ได้ผลดีกับวัสดุจำพวกกระทะ แหวนและโลหะบาง ๆ เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเพราะใช้ของที่มีอยู่ในครัวเรือน แต่ก็มีข้อเสียคือ หลังโรยเบกกิ้งโซดาแล้ว ต้องทิ้งไว้นาน และต้องออกแรงขัด

2.น้ำส้มสายชู : นำอุปกรณ์ที่เป็นสนิม ไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นนำขึ้นมาขัดด้วยแปรง ในกรณีที่วัสดุมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำลงไปแช่ได้ ให้ใช้ผ้าขี้ริ้วจุ่มลงในน้ำส้มสายชู จากนั้นเอามาห่อจุดที่เป็นสนิม วิธีการนี้เป็นวิธีง่าย ๆ แต่ต้องแช่ทิ้งไว้นานข้ามคืนจึงจะให้ผลที่ดี

3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน : ฟังดูเหมือนไม่น่าเชื่อว่าของพวกนี้จะใช้ขจัดสนิมได้ แต่จริง ๆ แล้ว สามารถใช้ได้ดีเสียด้วย ให้ผ่าครึ่งมันฝรั่ง จากนั้นก็นำน้ำยาล้างจานทาลงไป ให้ใช้มันฝรั่งเสมือนเป็นอุปกรณ์ในการขัด วิธีนี้ให้ผลดีกับการขจัดสนิมในบริเวณที่ไม่มากนัก บนพื้นผิวที่ขัดง่าย เช่นพวกเครื่องครัว แต่วิธีนี้ ค่อนข้างจะทำให้เลอะเทอะ ควรทำในอ่างน้ำ หรือบริเวณนอกบ้านที่ทำความสะอาดง่าย

4.กรดซิตริก : วิธีการคือ ให้นำน้ำร้อนใส่ลงในถ้วย แล้วใส้กรดซิตริกใส่ลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำอุปกรณ์ที่เลอะสนิม ลงไปแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน พอตอนเช้าให้ใช้แปรงขัดออกแล้วล้างด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้ง แต่ทั้งนี้กรดซิตริกนี้ อาจจะหาซื้อได้ไม่ง่ายนัก ต้องเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพ หรือตามร้านค้าออนไลน์

5.มะนาวและเกลือ : ให้นำเกลือไปทาให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม จากนั้นให้ผ่ามะนาว และบีบน้ำลงไป ทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วจึงขัดออก ถ้าหากขัดแล้ว ยังมีสนิมหลงเหลืออยู่ ก็ให้ทำซ้ำอีก โดยทิ้งไว้ให้นานขึ้นอาจจะเป็น 1-2 ชั่วโมง เมื่อขัดสนิมออกแล้วก็ให้ล้างและเช็ดให้แห้ง วิธีนี้ใช้กับเครื่องครัว เช่นมีด ได้ดี และเพื่อความปลอดภัย ควรสวมถุงมือ
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.sanook.com/home/13733/
โดย saweang | พ.ย. 25, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน…ให้เหมาะสมและลงตัว
บ้านเป็นสถานที่พักพิง เป็นที่ๆคนหลายคนมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว และเป็นสถานที่สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้านเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้น มีหลายท่านที่เลือกสีทาบ้านตามวันเกิด เพราะเชื่อในเรื่องดวงชะตา แต่ก็มีอีกหลายท่านเช่นกันที่เลือกสีทาบ้านตามความชอบของตนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ควรศึกษารายละเอียดและหลักในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อทำให้บ้านซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราดูเหมาะสมและลงตัวมากทีสุด
เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้านให้เหมาะสมและลงตัว
พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน
สำหรับท่านที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ อย่างสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส และทำให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่มากขึ้น กรณีัที่บ้านของคุณดูกว้างเกินโล่งเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น
ประเภทแสงส่าง
Ambient Light…เป็นแสงที่ทำหน้าที่ส่องสว่างเป็นตัวหลักในห้อง ช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านนั้นให้แสงกระจายทั่วไปเท่ากันทั้งบริเวณพื้นที่ใช้งาน ไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามมากนัก
Task Light...เป็นแสงสว่างสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ เช่น เย็บผ้า ห้องครัว ห้องทำงาน เป็นต้น
Accent Light...แสงส่องเน้น เป็นแสงที่ช่วยเน้นให้จุดเด่นของห้องชัดเจนขึ้น เช่น เน้นผนังหินธรรมชาติ หรือการเน้นโซฟาตัวกลาง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่น
Decorative Light…เป็นแสงที่ได้จากโคมหรือหลอดที่สวยงามเพื่อสร้างจุดสนใจในการตกแต่งบ้าน
.jpg)
สีทาบ้านสีกลางๆอาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป
หลายท่านอาจคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นๆได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆก็อาจทำใ้ห้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น

ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ
หลังจากตัดสินใจเลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์ให้เฉดสีออกมาต่างกัน ฉะนั้นคุณควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย หากได้ตามที่คุณต้องการก็ไปซื้อเลยค่ะ

เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของต่างๆภายในบ้าน
การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆภายในบ้าน จะำทำให้การตกแต่งบ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิ พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หลังงานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วยก็ยิ่งดี
.jpg)
Cr. http://bit.ly/สีทาบ้าน CR. https://www.beger.co.th/
โดย saweang | พ.ย. 22, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
1. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลา,เหล็กเส้นกลม ,เหล็กข้ออ้อย (COLD DRAWNSTEEL AND ROUNG BARS)
สูตร : น้ำหนัก = วงนอก 2 mm. x 0.006167 x ยาว M.
เส้นผ่าศูนย์กลาง= 100mm ความยาว 6 M.
ตัวอย่าง
*น้ำหนัก=100x100x0.006167×6= 370.02 kg
ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง
2. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นมาตรฐาน ( PLATES )
*** ขนาด 4′ x 8′ ***
สูตร : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 23.36
*** ขนาด 5′ x 10′ ***
สูตร : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 36.50
ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 2.0 mm. x 5′ x 10′ น้ำหนัก = 2 x 36.50 = 73.00 kg.
เหล็กแผ่นขนาด12.0 mm.x 5′ x 10′ น้ำหนัก = 12.0 x 36.50 = 438.00 kg.
ขนาด 5′ x 20′ ***
สูตร : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 73.00
ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 4.5 mm.x 5′ x 20′ น้ำหนัก = 4.5 x 73.00 = 328.50 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 20.0 mm x5′ x 20′ น้ำหนัก = 20.0 x 73.00 = 1460.00 kg.
*** ขนาด 6′ x 20′ ***
สูตร : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 87.60
ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 9.0 mm.x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 9.0 x 87.60 = 788.40 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 30.0 mm. x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 30.0 x 87.60 = 2628.00 kg.
*** ขนาด 8′ x 20′ ***
สูตร : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 116.80
ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 15.0 mm. x 8′ x 20′ น้ำหนัก = 15.0 x 116.80 = 1752.00 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 50.0 mm. x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 50.0 x 116.80 = 5840.00 kg.
หมายเหตุ : ตัวคูณในการคำนวณน้ำหนักเหล็กได้จากกว้าง(ฟุต)xยาว(ฟุต)x0.73 (ความถ่วงจำเพาะของเหล็ก)
ยกตัวอย่าง : 4′ x 8 x 0.73 = 23.36
5′ x 10′ x 0.73 = 36.50
ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง
3. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นตัดดสามเหลี่ยม
สูตร : น้ำหนัก = หนา mm. x ฐาน cm. x สูง cm.÷ 2 x 0.000785
สูง =30cm ความหนา = 15 mm ฐาน = 43 cm
ตัวอย่าง
น้ำหนัก= 15 x 43 x 30 ÷ 2 x 0.000785 = 7.6 kg
4. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดกลม
สูตร : น้ำหนัก = หนา mm. x รัศมี cm. x รัศมี cm. X 0.00247
ตัวอย่าง
หนา = 12 mm
น้ำหนัก = 12 x 15 x 15 x 0.00247 = 6.67 kg.
4.1 สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดวงแหวน
สูตร : น้ำหนัก = ( R2 – r2 ) x หนา mm. x 0.00247
ตัวอย่าง
หนา = 22 cm r = 20 cm R = 50 cm
น้ำหนัก = ( 252 – 102 ) x 22 x 0.00247
= 525 X 22 X 0.00247 = 28.53 kg.
หมายเหตุ ตัวเลขเส้นผ่านศูนย์กลางต้องแปลงเป็นรัศมีก่อน หน่วยเป็น cm.
5. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแบน
สูตร : น้ำหนัก = กว้าง mm. x หนา mm. x 0.0471
ตัวอย่าง
ความหนา = 10 cm กว้าง = 100 cm
น้ำหนัก = 100×1010.0471=47.1kg
6. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับ ( COLD FORMED ANGLE)
สูตร : น้ำหนัก = ( A + B -2 x 1 หนา mm.) x หนา mm. 0.0471
ตัวอย่าง
A = 50 cm หนา = 6 mm B = 75 cm
น้ำหนัก ( 50 + 75- 2 x 6 ) x 6 x 0.0471
= (125 – 12) x 6 x 0.0471
= 113 x 6 x 0.0471
= 31.93 kg.
7. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับตัวยู(COLD FORMED CHANNEL)
สูตร : น้ำหนัก = ( A + 2 B – 4 x หนา mm. ) x หนา mm. x 0.0471
ตัวอย่าง
B =90 mm A =100 mm
น้ำหนัก = (100 + 2 x 90 – 4 x 8) x 8 x 0.0471
= (100 +180 – 32) x 8 x 0.0471
= 248 x 8 x 0.0471
= 12.058 kg.
8. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กท่อกลม (CARBON STEEL TUBES)
สูตร : น้ำหนัก = (วงนอก2 mm. – วงใน 2 mm. ) x 0.006167 x ยาว x เมตร
ตัวอย่าง
วงใน =130mm วงนอก = 150 mm
น้ำหนัก (1502 -1302) x 0.0006167 x 6.0 = 207.21 kg.
9. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวซี( LIGHT LIP DHANNEL)
สูตร : น้ำหนัก ( A + 2 B + 2 C ) – ( 8 x หนา mm.) x หนา mm. x 0.0471
ตัวอย่าง
น้ำหนัก = { ( 100 + ( 2 x 50 ) + ( 2 x 20 ) – ( 8 x 2.3 ) } x 2.3 x 0.0471
= (100 + 100 + 40 – 18.4) x 2.3 x 0.0471
= 221.6 x 2.3 x 0.0471
= 24.01 kg
10. สูตรคำนวณน้ำหนักไวร์เมช
*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 3.4 mm. ***
สูตร : น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.713
ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2.5 x 50 x 0.713 = 89.13 kg.
ไวร์เมช ตา 20 x 3 x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.713 = 53.48 kg.
*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 3.4 mm. ***
สูตร : น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.571
ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2 mm. x 50 mm. 0571 = 57.1kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.571 = 42.83 kg.
*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 4 mm. ***
สูตร : น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.987
ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 50 M. x 4 mm. = 3 x 50 x 0.987 = 148.05 kg.
ไวร์เมช ตา 20 2 M. x 25 M. x 4 mm. = 2 x 25 x 0.987 = 49.35 kg.
*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 4 mm. ***
สูตร : น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.790
ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 4 mm. = 2.5 x 50 x 0.790 = 78.75 kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 4 mm. = 3 x 25 x 0.790 = 59.25 kg.
*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 6 mm. ***
สูตร : น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 2.221
ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 4 M. x 6 mm. = 2.5 x 4 x 2.221 = 22.21 kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 7 M. x 6 mm. = 3 x 7 x 2.221 = 46.64 kg.
*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 6 mm. ***
สูตร : น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 1.777
ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 6 M. x 6 mm. = 2 x 6 x 1.772 = 21.32 kg.
ไวร์เมช ตา 25 4 M. x 7 M. x 6 mm. = 4 x 7 x 1.777 = 49.76 kg.
ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.ypengineering.com/
ุ