google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ปลูกบ้านคอนเทนเนอร์ 100 ตารางเมตร งบ 500,000 สวยมาก

ปลูกบ้านคอนเทนเนอร์ 100 ตารางเมตร งบ 500,000 สวยมาก

นี่เป็นกระทู้แรกของเรา หากผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วยค่ะ
บ้านหลังนี้เริ่มจากความฝันของเราตั้งแต่เด็กๆที่อยากจะมีบ้านอยู่กับ แม่ พี่ชาย และน้องสาว ในที่ผืนเดียวกัน เพื่อที่จะได้ช่วยกันดูแลแม่ยามที่แก่เฒ่า และได้ดูแลกันและกันด้วย จนในที่สุดเราก็ได้ที่ผืนนี้มา เนื้อที่400 ตารางวา แบ่งออกเป็น4ส่วน ของแม่ ของพี่ชาย ของน้องสาว และของเรา

 

จากนั้นก้อสั่งดินมาถม

และเราก็เริ่มหาแบบบ้านที่อยากได้จากอินเตอร์เน็ต และก็ได้แบบบ้านตามรูป 

เราอยากจะใช้ประโยชน์จากใต้ถุนบ้าน ไม่อยากจะเว้นว่างไว้ตามแบบ จึงคิดว่าจะทำเป็นที่เก็บของต่างๆ หรืออุปกรณ์ ก่อสร้าง ทำสวน อะไรพวกนี้ จึงลงมือเทพื้นด้วยปูนไว้ก่อน

หลังจากเทพื้นเสร็จแล้ว เราใช้วิธี เอาเสาเข็มมาวางเป็นฐานราก 

ใช้เสาเข็ม9เมตร ทั้งหมด 4 ต้น โดยต้นสุดท้าย จะตัดเสาเข็ม และวางห่างกัน เพื่อเอาไว้ทำบันไดทางขึ้นข้างบ้าน

จากนั้นเราเอาตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40ft high cube  จำนวน2ตู้มาวาง สาเหตุที่ใช้ตู้สูง เพราะว่าไม่อยากให้เพดานเตี้ย กลัวว่าจะทำให้ดูอึดอัด เนื่องจากตู้ขนาดมาตรฐานจะสูงแค่2.4เมตร แต่แบบhigh cube จะสูง2.7เมตร  ซึ่งเราซื้อตู้คอนเทนเนอร์มือสองจากแถวๆบางนาตราด ราคาตู้ใบละ 50,000 บาท

เมื่อวางตู้คอนเทนเนอร์เสร็จ ก็รีบขึ้นหลังคาเลย เพราะที่โล่งๆแดดร้อนมวากกก หลังคาเราใช้เมททัลชีท บุโฟมกันร้อนอย่างหนา เพราะไม่อยากใช้หลังคากระเบื้อง เนื่องจากน้ำหนักจะหนักมาก

เมื่อบ้านมีหลังคาแล้ว จากนั้นเราก็เริ่มเจาะ และตัดผนังตู้คอนเทนเนอร์ด้านในบ้านออก เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง2ตู้ จะทำให้บ้านกว้างขึ้น เจาะช่องสำหรับหน้าต่าง และเราก็เอาผนังเหล็กของตู้ที่ตัดออก ไปทำผนังบ้าน ผนังห้องน้ำและผนังห้องนั่งเล่น ที่ตอนแรกได้วางคอนเทนเนอร์เหลื่อมกันเอาไว้ และเว้นพื้นที่เอาไว้สำหรับ2ห้องนี้

กั้นโครงเหล็ก เพื่อกั้นสัดส่วนระหว่างห้องนอน กับ ห้องรับแขก

 

เมื่อทำโครงเหล็กเพื่อกำหนดสัดส่วนของห้องต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มกรุผนังห้อง วัสดุที่เราเลือกใช้คือสมาร์ทบอร์ทแผ่นเรียบ และติดฉนวนกันร้อนด้วยค่ะ เพื่อป้องกันผนังบ้านร้อน แต่สำหรับห้องครัวเราเลือกใช้สมาร์ทบอร์ทแบบเซาะร่อง เพื่อให้ดูsoftและvintageมากขึ้น  รูปนี้คือกรุผนังห้องครัว ช่องที่เจาะไว้ เรากะว่าจะทำหน้าต่างบานกระทุ้งค่ะ เพราะจะติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวตรงนั้น ลมและแสงแดดจะได้ส่องเข้ามาถึงตรงอ่างล้างจานได้

 

ในรูปนี้สุดทางคือห้องน้ำสำหรับแขก ซ้ายมือคือห้องเก็บของ และตรงที่ยืนถ่ายรูปอยู่คือตำแหน่งห้องครัว ซึ่งในขั้นตอนนี้ช่างก็จะเดินท่อน้ำ และสายไฟไปด้วยเลย

ติดตั้งอ่างอาบน้ำในห้องน้ำและปูกระเบื้องห้องน้ำ  

พอทำภายในเสร็จเรียบร้อย เราก็เกิดเปลี่ยนใจอยากกรุผนังภายนอกบ้านด้วยไม้เชอร่า อยากได้อารมณ์แบบบ้านเมืองนอกนิดๆ อีกอย่างเรากลัวว่าถ้าผนังตู้คอนเทนเนอร์สัมผัสกับแดดโดยตรงอาจจะร้อนก้อได้ คิดว่าถ้ากรุผนังภายนอก ก็น่าจะทำให้ร้อนน้อยลงได้อีกพอกรุผนังภายนอก และติดประตูหน้าต่างเสร็จก็จะได้หน้าตาประมาณนี้

แต่เราว่ามันดูขาดๆอะไรบางอย่างไป ก็เลยซื้อไม้เชอร่ามาตัดทำเป็นบัวประตู และหน้าต่างค่ะ ดูดีขึ้นมาทันทีเลย

เมื่อตัวบ้านเสร็จ ก็จัดการต่อท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง ด้านหลังบ้าน และวางแผ่นพื้นรอบบ้านค่ะ

พอทำมาขั้นตอนนี้ รู้สึกตัวว่าหลังคาบ้านสั้นๆแบบนี้ไม่เหมาะกับเราเลยค่ะ เพราะบ้านหันหน้าทางทิศตะวันออก ช่วงเช้าถึงช่วงสายแดดเข้ามาถึงกลางบ้านเลยค่ะ ก็เลยต้องต่อเติมระเบียงหน้าบ้านทำหลังคายาวออกไป และสำหรับทำเป็นที่จอดรถด้วยค่ะ

ทำระเบียงและที่จอดรถเสร็จหน้าตาเป็นแบบนี้ เริ่มดูเป็นบ้านจริงๆขึ้นมาแล้ว 

พอบ้านจะเสร็จ ก้อมีไอเดียค่ะ บ้านเราชอบปิ้งย่าง ก็เลยอยากได้พื้นที่หน้าบ้านนั่งกินปิ้งย่างกัน ก็เลยทำศาลากล้วยไม้ เอาไว้นั่งกินปิ้งย่าง ส่วนนี้ค่าแรงช่าง20,000 ซื้อของอีกประมาณ10,000ค่ะ

มีระแนงแขวนกล้วยไม้

งานจัดสวนก็มา

ระหว่างจัดสวน เราก้อตกแต่งภายในไปด้วย เนื่องจากภายในกรุด้วยสมาร์ทบอร์ด เราจึงติดวอลล์เปเปอร์เพื่อเพิ่มความสวยงาม มาดูห้องนอนกันค่ะ

ห้องรับแขก

บานประตู ตรงหลังคานั่นเป็นช่องserviceระบบไฟค่ะ เปิดขึ้นไปสามารถเข้าไปserviceระบบไฟที่อยู่บนหลังคาตู้ได้ เราให้ช่างเดินไฟส่องสว่างเอาไว้ในนั้นด้วย เวลาขึ้นไปจะได้ไม่ต้องถือไฟฉายค่ะ 

หลังที่เห็นในรูปคือบ้านของแม่ ปลูกอยู่ในที่ผืนเดียวกัน

พอบ้านของเราสร้างเสร็จ บ้านของแม่ก็ปลูกไปได้40%

ตอนนี้บ้านปลูกเสร็จแล้ว และได้อาศัยในบ้านหลังนี้มาแล้วเป็นระยะเวลา1ปี มาดูสภาพบ้านกันค่ะ

สุดท้ายนี้สำหรับเพื่อนๆที่อยากจะมีบ้านในฝัน แต่กำลังทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ ก็อาจจะลองปลูกบ้านคอนเทนเนอร์แบบนี้ดูก็ได้นะคะ สำหรับเราบ้านหลังใหญ่ๆสวยๆเราก็อยากจะมี แต่กลัวดูแลไม่ไหว อีกอย่างก็ไม่มีเงินสร้างบ้านแพงๆแบบนั้นด้วย พอลองได้อยู่บ้านคอนเทนเนอร์แบบนี้มาแล้ว1ปี ก็รู้สึกว่ามีความสุขเหมือนอยู่บ้านมาตรฐานทั่วๆไปเลยแหละ ไม่ต้องเครียดกับการผ่อนบ้านราคาแพงๆ อยากไปเที่ยวไหน อยากกินอะไร ก็สามารถทำได้ โดยที่ไม่ต้องเครียดเพราะจะต้องเก็บเงินเอาไว้ผ่อนบ้านอย่างเดียว

สรุปค่าใช้จ่ายปลูกบ้านคอนเทนเนอร์ ค่าแรง+ค่าตู้+ค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง 500,000บาท
ค่าติดวอลเปเปอร์+ค่าแอร์4ตัว+ค่าผ้าม่าน+ค่าเฟอร์นิเจอร์ 200,000บาท

สุดท้ายนี้ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขกับการสร้างบ้านในฝันของตัวเองนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจากกระทู้พันทิปpantip.com/topic/37451907

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สร้างบ้านด้วยตัวเอง ด้วยทุน 5แสนบาท(ไม่รวมค่าที่ดิน)

สร้างบ้านด้วยตัวเอง ด้วยทุน 5แสนบาท(ไม่รวมค่าที่ดิน)

วีวิวการสร้างบ้านด้วยตัวเอง จากกระทู้พันทิป ด้วยงบประมาณ 5 แสนบาท  ด้วยโครงสร้างเหล็กกล่อง

เหนื่อยเหมือนกันนะครับ สร้างบ้านเองเนี่ย จ้างลูกน้องคนเดียว เอ้ามาดูกัน รูปเยอะครับ  ด้วยประสบการณ์ช่างไฟฟ้าสมัยก่อน จึงได้เรียนรู้วิชาช่างก่อสร้างต่างๆไปในตัว ประมาณว่า จับมาแทบทุกอย่าง  และก็มาถึงเวลาที่จะสร้างบ้านเป็นของตัวเองสักที เช่าบ้านคนอื่นอยู่มานานละ   เริ่มกันเลยที่ หาชื้อเครื่องมือช่าง

ออกแบบตัวบ้าน งานนี้ โครงสร้างเหล็กทั้งหมดครับ ไม่มีงานปูนงานไม้ เสียเวลา


หลังจากได้ที่ดินแล้ว ก็มาพิจารณากันว่า จะเอายังงัย อะไรตรงไหน เริ่มต้มด้วยการถ่างป่า


เอาออกให้เกลี้ยง ขออภัยที่ไม่ได้รักธรรมชาติ 5555+

และก็ถึงวันที่ลงเสาเอก ดูวันที่ในรูปได้ครับ

ทีนี้ก็มาถึงการปรับพื้นที่และเทพื้นล่ะครับ ส่วนนี้ ให้ช่างปูนมาเหมาครับ


ระบบไฟฟ้าและประปา ฝังไปพร้อมกับคานไปเลย งานนี้

เทคานรั้วไปด้วยเลย แน่นอน รั้วเหล็ก ง่ายดีครับ


หลายท่านคงสงสัย เสาล่ะ ทำฐานยังไง


มีกราวเสาด้วยนะครับ 2เล่มต่อ 1เสา


เทพื้นเสร็จละ ตั้งเสาเลยละกันครับ เวลามีน้อย

เริ่มคานชั้นล่างเลยครับ เสื้อชมพูนั่น ผมเองครับ อีกคนคือลูกมือ


ขึ้นโครงสร้างไปเรื่อยๆครับ


ใช้แผ่นพื้นของเฌอร่าครับ หนา 20มิล


แผ่นพื้นหนักมาก หาทางออกแทบไม่ได้ จะยกขึ้นมายังไง จบที่ชื้อรอกไฟฟ้าครับ


ไปเรื่อยๆ


อันนี้เอาเสียวกันเลยทีเดียว โครงหลังคา


เริ่มติดแผ่นฝาครับ หนา 10มิล


เริ่มทำโครงรั้วไปด้วยเลย


โครงหลังคาห้องครัว


ปูกระเบื้องก็ปูเอง ปวดเอวแทบแย่


พื้นระเบียงหน้าประตูชั้นล่าง

ขึ้นชั้นบนกันครับ


ระบบไฟฟ้า มีระบบโซล่าเซลด้วยครับ ใช้งานเฉพาะแสงสว่างเท่านั้น ส่วนนี้ก็ทำเองทั้งหมดครับ


ชั้นสอง


ขอเลขที่บ้านเลยครับ

ย้ายแอร์จากบ้านเช่า

ทำบุญกันหน่อย เอาฤกษ์


ลูกสมุน


โดยรวมแล้ว 95% ครับ ที่เหลือก็ตกแต่งด้านนอก และทาสี แต่งบหมดแล้วครับ 55555
สรุป 500,000บาทถ้วน ทั้งหมดที่เห็นในรูป พื้นคอนกรีต รั้ว ตัวบ้าน ใช้เวลา 75วัน
และเสียเวลาตัวผมไปอีก 1เดือน เนื่องจากตกระเบียงชั้นสอง ซี่โครงหักไป 2ซี่
มีแต่ชาวบ้านนินทาว่า โง่ สร้างบ้านเองไม่จ้างใคร
ต้องขออภัย อยากตอกหน้าถามกลับไปว่า ถ้าจ้าง เงิน 5แสน จะได้บ้านแบบไหน แค่ค่ามือช่างก็เกินแสน อาจจะสองแสนด้วยซ้ำ บ้านสองชั้นเนี่ย
ที่จ้างๆก็มี แค่ เทพื้นและคานรั้วเท่านั้นแหล่ะครับ นอกนั้นลุยเองหมด

อย่างว่า งบน้อย ก็ตามสภาพของเรากันไป อย่างน้อย ก็มีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว สบายใจครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ pantip.com/topic/36404826

วิธีขจัดและป้องกันการเกิดสนิม   (การรู้จักชนิดของสนิมช่วยบอกสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิมได้ )

วิธีขจัดและป้องกันการเกิดสนิม (การรู้จักชนิดของสนิมช่วยบอกสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิมได้ )

สนิมเกิดจาก 1 ใน 3 ประการนี้

1. กระบวนการที่เกี่ยวข้อง

          ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนในการทำความสะอาดกระบวนการผลิต เช่น การทำงานที่ต้องผ่านทั้งความเย็น ความร้อน การตัดโลหะ ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการเกิดสนิมทั้งสิ้น ปัญหาดังกล่าวมักเกิดขึ้นภายในโรงงานผลิต ก่อนที่จะมีการบรรจุหรือส่งออก ดังนั้นการควบคุมกระบวนการผลิตเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันสนิม

 

2. บรรจุภัณฑ์ที่ห่อหุ้ม 

ประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุชิ้นส่วนโลหะมีความสำคัญ เช่น กระดาษลูกฟูกสามารถเก็บความชื้น ทำให้เกิดสนิมได้ บางครั้งการแก้ไขปัญหาสนิมในบางบริษัท อาจมองว่าการใช้บรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น จะช่วยลดการเกิดสนิม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งบรรจุภัณฑ์ยิ่งเพิ่ม ก็ยิ่งมีส่วนให้เกิดปัญหาสนิมมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับชิ้นงาน เพื่อลดต้นทุนที่จะเกิดขึ้น

 

3. สิ่งแวดล้อม

ในขณะที่สภาพอากาศเป็นปัจจัยที่ชัดเจนที่สุด อุณหภูมิความชื้น หรือแม้กระทั่งสารปนเปื้อนในอากาศ ก็มีผลต่อการเกิดสนิมทั้งสิ้น

 

 

 การรู้จักชนิดของสนิมช่วยบอกสาเหตุที่ทำให้เกิดสนิมได้

ลำดับแรกเราต้องมารู้จักสนิม (rust) กันก่อน

สนิมเป็นโลหะส่วนที่มีการเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เนื่องจากได้รับปฎิกิริยาเคมี ที่มีอากาศ น้ำ หรือความร้อน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คุณสมบัติของโลหะแตกต่างไปจากเดิม เช่น สีเปลี่ยนไป ความแข็งแรงของโลหะลดลง ทำให้เกิดการผุกร่อน เป็นต้น

 

สนิมสีแดง (ปริมาณออกซิเจนสูง+น้ำสูง)

เกิดจากการที่โลหะ เกิดปฎิกิริยาเคมีกับน้ำ (ปฎิกิริยาออกซิเดชั่น) เหล็กจะสูญเสียอิเล็กตรอนและไปรวมตัวกับออกซิเจน เกิดเป็นเหล็กออกไซด์ที่มีสีแดง อาจรวมกับสารปนเปื้อนจากชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะเกาะอยู่บนพื้นผิวของโลหะ โดยการกระทำหลักๆ เกิดจากออกซิเจนในน้ำ และในชั้นบรรยากาศ สนิมสีแดงมีการกัดกร่อนสม่ำเสมอ และเป็นสนิมที่อ่อนตัวมาก จึงสามารถหลุดออกง่ายกว่าสนิมชนิดอื่นๆ

     สนิมสีเหลือง (ปริมาณความชื้นสูง)

เกิดจากเหล็กออกไซด์ที่สามารถละลายได้ (solvated rust) เป็นผลทำให้เกิดสนิมสีเหลือง สามารถพบเจอบริเวณที่มีน้ำเดือดพลุกพล่าน อาจพบได้ไม่บ่อยนัก สนิมสีเหลืองเป็นผลมาจากความชื้นที่สูงมาก

      สนิมสีน้ำตาล (ปริมาณออกซิเจนสูง+ความชื้นต่ำ)

บริเวณที่มีออกซิเจนสูง และมีความชื้นต่ำ จะทำให้เกิดสนิมสีน้ำตาล สนิมสีน้ำตาลเป็นสนิมแห้งกว่าสนิมที่กล่าวมาทั้งหมด เกิดขึ้นมากในบรรยากาศที่มีน้ำและออกซิเจน มีลักษณะเป็นเปลือกสีน้ำตาลแดงบนพื้นผิวของโลหะ สนิมสีน้ำตาลบางครั้งก็เป็นสนิมที่ปรากฏเป็นจุดไม่สม่ำเสมอ หรือเกิดเฉพาะที่ อาจเป็นผลของการปนเปื้อนบนพื้นผิวของโลหะที่มักมาจากกระบวนการผลิต

     สนิมสีดำ (ออกซิเจนถูกจำกัด)

สนิมจากเหล็กที่มีออกซิเจนและความชื้นต่ำ ทำให้เกิดสนิมสีดำ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกซิเดชันในสภาพแวดล้อม
ที่มีออกซิเจนต่ำ มีลักษณะเป็นคราบดำ ส่วนใหญ่พื้นที่ที่เกิดสนิมสีดำมักมีสิ่งที่ปกคลุมพวกเขาไว้ จึงป้องกันไม่ให้ออกซิเจนเข้าถึงพื้นผิว สนิมชนิด
นี้เป็นชั้นของสนิมที่มีความเสถียรภาพมาก และแพร่กระจายได้ช้ากว่าสนิมชนิดอื่น ๆ

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์wealthyshine.com/
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสนิมเหล็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสนิมเหล็ก เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น

หากจะพูดถึงปัญหาหลักๆ ของงานโครงเหล็กทุกอย่าง คงหนีไปพ้นเรื่องการเกิดสนิม สนิมกินรั้วหรือวัสดุที่เป็นเหล็ก ถือเป็นเรื่องอมตะทุกยุคทุกสมัยของเหล็ก แม้ว่าจะทาสีที่มีสารป้องกันสนิมไว้แล้วก็ตาม แต่เมื่อผ่านกาลเวลาเมื่อสีลอกหรือหลุดร่อนก็ถึงคราวของสนิมที่จะมาเกาะกิน ดังนั้นเมื่อใดที่เราสังเกตเห็นสนิมแล้วละก็ ให้รีบกำจัดออกไปเสีย ก่อนที่เจ้าสนิมจะกัดกินไปเรื่อยๆ จดหมดผุกร่อน หมดสภาพ

โซ่เหล็ก ที่โดนสนิมกิน

เหล็กรูปพรรณในบ้านเราในรูปแบบต่างๆ มีให้ทางผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ซึ่งมีทั้งเหล็กที่ผลิตในไทย และที่ผลิตจากเมืองนอกตามค่าของใบเซอร์ต่างๆ ที่มี ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานญี่ปุ่น JIS หรือมาตรฐานอเมริกา ASTM ส่วนมาตรฐานของไทยคือ มอก.

มาตรฐานของเหล็กนานาชาติ

ซึ่งเหล็กต่างๆ จะมีการผสมที่แตกต่างกันเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่ที่จะพูดถึงนี้ก็คือ การยืดอายุการใช้งานของเหล็ก กล่าวคือ

 

ทาสีกันสนิมพลายเมอร์เรทออกไซด์ จะเป็นสีกันสนิมสีแดงและสีเทาที่เราพบเห็นกันได้บ่อยในบ้านเรา ซึ่งกรรมวิธีในการทำก็คือจะเอามาผสมกับส่วนผสมต่างๆ เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันสน (ข้อควรระวัง : หากใช้สีกันสนิมชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรเลือกใช้ทั้งสีกันสนิมและสีจริง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเหมือนหนังเหี่ยวย่นได้ ทำให้เกิดความไม่สวยงามและส่งงานไม่ผ่านกับลูกค้า)

 

ซึ่งเหล็กต่างๆ จะมีการผสมที่แตกต่างกันเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่ที่จะพูดถึงนี้ก็คือ การยืดอายุการใช้งานของเหล็ก กล่าวคือ

 

เราใช้สีกันสนิม คุณภาพสูงยิ่ง

ทาสีกันสนิมพลายเมอร์เรทออกไซด์ จะเป็นสีกันสนิมสีแดงและสีเทาที่เราพบเห็นกันได้บ่อยในบ้านเรา ซึ่งกรรมวิธีในการทำก็คือจะเอามาผสมกับส่วนผสมต่างๆ เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันสน (ข้อควรระวัง : หากใช้สีกันสนิมชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรเลือกใช้ทั้งสีกันสนิมและสีจริง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเหมือนหนังเหี่ยวย่นได้ ทำให้เกิดความไม่สวยงามและส่งงานไม่ผ่านกับลูกค้า)

 

เราใช้อัตราส่วนที่เหมาะสม อย่างชำนาญกว่า

เช็คดูส่วนผสมข้างกระป๋องทั้งสีและน้ำมัน ว่าควรจะใช้เพื่อให้เข้ากันในอัตราส่วนเท่าไหร่บ้าง จากนั้นเราจะมีวัสดุที่ใช้ในการกระทำลงบนชิ้นงาน ซึ่งมีอยู่สองอย่างที่นิยมใช้ในบ้านเรา คือ การพ่นโดยใช้กา ซึ่งอาจจะใช้เครื่องหรือใช้คนก็ได้เช่นกัน

พ่นสี กันสนิม ให้แก่เหล็ก อย่างมีคุณภาพ

 

การทาสีอย่างมืออาชีพ ไม่เกิดปัญหาตามมา

การทาโดยใช้แปลงหรือลูกกลิ้งทาสี เป็นวิธีนึงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งจะต้องมีทักษะฝีมือในการทำงานทั้งสองขั้นตอนนี้

ใช้ แปรงทาสี อย่างปราณีต

 

ในอะไหล่ Australian Style ทางบริษัทเราใช้เพลาและฉากรับม้วนเคลือบด้วยกัลวาไนซ์อย่างดี ซึ่งทนต่อการเกิดสนิทได้มากกว่า สนิมนั้นเกิดขึ้นง่ายแต่ก็ดูแลไม่ยากที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสนิม คุณผู้อ่านอาจจะนำไปใช้ประโยชน์กับตัวเองได้จริง ทั้งเจ้าของบ้านที่มีรั้วเหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกิดสนิม ก็สามารถลองนำไปใช้งานดูได้นะครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์https://.dusitshutter.com/

สนิมเหล็กเกิดจากอะไร

สนิมเหล็กเกิดจากอะไร

ปัญหาเรื่องสนิมกินรั้วหรือวัสดุที่เป็นเหล็ก ถือเป็นเรื่องอมตะทุกยุคทุกสมัยของเหล็ก แม้ว่าจะทาสีที่มีสารป้องกันสนิมไว้แล้วก็ตาม แต่เมื่อผ่านกาลเวลาเมื่อสีลอกหรือหลุดร่อนก็ถึงคราวของสนิมที่จะมาเกาะกิน ดังนั้นเมื่อใดที่เราสังเกตเห็นสนิมแล้วละก็ ให้รีบกำจัดออกไปเสีย ก่อนที่เจ้าสนิมจะกัดกินไปเรื่อยๆ จดหมดผุกร่อน หมดสภาพ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับสนิมกันเถอะ
 img_0585

สนิม (rust) เป็นโลหะส่วนที่มีการเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เนื่องจากได้รับปฏิกิริยาเคมีที่มีอากาศ น้ำ หรือความร้อนเป็นตัวการสำคัญทำให้โลหะมีคุณสมบัติแตกต่างไปจากเดิม เช่น สีที่เปลี่ยนไป มีความแข็งแรงลดลง และทำให้เกิดการผุกร่อน   ตัวอย่างที่เราพบเห็นอยู่บ่อยๆ ได้แก่ เหล็ก

 

ปัจจัยในการเกิดสนิมในเหล็กกล้า

เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุนำไฟฟ้าอยู่แล้ว ยังมีสามปัจจัยที่เหลือคือ

  • ขั้วบวก
  • ขั้วลบ
  • สารอีเลคโทรไลท์ ซึ่งสื่อนำประจุไฟฟ้า เช่น ออกซิเยน และ ความชื้น

โดยมีสูตรทางเคมีดังนี้

Fe + H2O + O2 =  Fe2O3H2O

(เหล็ก+น้ำ+ออกซิเยนต์=สนิม)

อธิบายง่ายๆว่า สนิม คือผลลัพ ของกระบวนการทางเคมีและไฟฟ้าระหว่างเหล็กและสิ่งแวดล้อม เมื่อผิวเหล็ก ความชื้น และ ออกซิเยนต์ ได้มาบรรจบกัน

 

ปฏิกิริยาออกซิเดชันเกิดขึ้นเมื่อพื้นผิวส่วนหนึ่งของเหล็กทำหน้าที่เป็นแอโนด ดังสมการ

Fe(s)   Fe2+(aq) + 2e

ออกซิเจนถูกรีดิวซ์ที่ผิวอีกส่วนหนึ่งของเหล็กซึ่งทำหน้าที่เป็นแคโทด เมื่อมีน้ำอยู่ด้วย ดังสมการ

2O2 (g) + 4H2O(l) + 8e   8OH(aq)

และมีปฏิกิริยาต่อเนื่องต่อไปคือ

4Fe2+(aq) + 8OH(aq)   4Fe(OH)2 (aq)

4Fe(OH)2 (aq) + O2 (g)   2Fe2O3.2H2O(s) + H2O(l)

Fe2O3.2H2O คือสนิมเหล็ก

 

ประเภทของสนิม

1. สนิมทั่วไป

a. Flash rust (เกิดบนผิวเหล็กเปลือย)

b. Brush rust (เกิดบนผิวเหล็กที่มีการทาสีแล้ว)

2. สนิม Galvanic

เมื่อโลหะสองชนิดสัมผัสกัน โลหะที่ไวต่อการเกิดสนิมมากกว่า ซึ่งจะมีประจุเป็นลบ (anode) จะขึ้นสนิมก่อนโลหะที่มีประจุเป็นบวก (cathode)

3. สนิมหลุม

เมื่อเกิดสนิมปริมาณมากรวมอยู่ในพื้นที่แคบ

4. สนิมตามรอยแยก

เมื่อเกิดสนิมขึ้นในช่องแคบระหว่าง ชิ้นส่วนเล็กๆ เช่นระหว่าง เกลียวกับหัวหมุด

วิธีการป้องกันเหล็กไม่ให้เกิดสนิมมีอยู่หลายวิธี เช่น การเคลือบผิวเหล็ก เพื่อป้องกันมิให้เนื้อเหล็กสัมผัสกับน้ำและอากาศโดยตรง อาจทำได้หลายวิธี เช่น การทาสี การชุบด้วยโลหะ อาทิ ดีบุก สังกะสี วิธีนี้มักใช้กับชิ้นงานขนาดเล็กหรือกลาง อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของวิธีนี้คือ ผิวเคลือบชนิดนี้ สามารถหลุดออกได้ง่าย ทั้งทางกายภาพและเคมีซึ่งจะทำให้เนื้อเหล็กมีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศและเกิดสนิมขึ้น ยิ่งกว่านั้นผิวเคลือบบางชนิด เช่น ดีบุก ยังสามารถเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเกิดสนิมให้เร็วขึ้นอีกด้วย

วิธีต่อมาคือการทำเป็นเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel) โดยการเติมธาตุอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดชั้นฟิล์มบางๆ ขึ้นบนผิวเหล็ก เช่น โครเมียม นิกเกิล ธาตุเหล่านี้จะสร้างฟิล์มบางๆ ที่ติดแน่นบนผิวเหล็ก ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อเหล็กสัมผัสกับบรรยากาศโดยตรง ผิวเคลือบชนิดนี้มีความคงทนทั้งทางกายภาพและเคมี เหล็กกล้าไร้สนิมมีหลายเกรด แต่ละเกรดก็จะมีส่วนผสมที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานแต่ละประเภท

ส่วนวิธีสุดท้ายคือ การใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อให้เหล็กมีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะทำให้เหล็กไม่เกิดการสูญเสียอิเลกตรอนและกลายเป็นสนิม วิธีนี้สามารถป้องกันการเกิดสนิมได้ในทุกสภาพแวดล้อม แต่มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องอาศัยแหล่งกำเนิดกระแสไฟฟ้าซึ่งไม่สะดวกกับการโยกย้ายไปมา จึงเหมาะสมสำหรับโครงสร้างใหญ่ๆ ที่ต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเกิดสนิมอย่างรุนแรง เช่น ท่อที่ฝังอยู่ใต้ดิน ท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล เป็นต้น

แม้ปัจจุบันจะมีสารเคลือบสนิมแต่ก็ยังคงต้องหมั่นดูแลบ้านและเครื่องมือต่างๆที่เป็นเหล็กปราศจากสนิม ให้สามารถใช้งานได้ดีต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก https://scimath.org/

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า