Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
saweang, Author at ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม - Page 6 of 32 google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
การคาดการณ์ตลาดเหล็กของจีนในเดือนมกราคม 2023

การคาดการณ์ตลาดเหล็กของจีนในเดือนมกราคม 2023

images

การคาดการณ์ตลาดเหล็กของจีนในเดือนมกราคม 2023

ผลผลิตเหล็กดิบ (crude steel) ของจีน คาดว่าจะยังคงต่ำในเดือนมกราคม 2023 นอกจากนี้ สินค้าคงคลังเหล็กก่อนเทศกาลตรุษจีนในปี 2023 เทียบเท่ากับในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ในปี 2022 และสินค้าคงคลังโดยรวมทั้งหมดไม่ได้อยู่ในระดับสูง

ผลผลิตต่ำ + สินค้าคงคลังต่ำ หมายความว่าอุปทานเหล็กโดยรวมในเดือนมกราคมคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ ในด้านอุปสงค์ ความต้องการของตลาดเหล็กในประเทศก่อนเทศกาลตรุษจีน ถูกจำกัดโดยความต้องการที่ต่ำตามฤดูกาล และการแพร่ระบาดของโรคระบาดที่สูงมาก

ในระยะกลางถึงระยะยาว จะมีการเติบโตอย่างมั่นคงกลับไปสู่เส้นทางสายหลักและความคาดหวังของตลาดจะแข็งแกร่งขึ้น

การประชุมของ Political Bureau meeting of the Central Committee ในวันที่ 7 ธันวาคม และการประชุม Central Economic Work Conference ในวันที่ 16 ธันวาคม ได้วางวาระของการเติบโตอย่างมั่นคงไว้ในวาระของการประชุมระดับสูง

 

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม Central Committee and the State Council ได้ออกโครงร่างแผนยุทธศาสตร์เพื่อขยายอุปสงค์ภายในประเทศ (2022-2035)

การแถลงนโยบายบ่อยครั้งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะรักษาเสถียรภาพการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับความคาดหวังของตลาด สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2023 โดยในปี 2023 เศรษฐกิจของจีนจะเข้าสู่วงจรการฟื้นตัว

โดยรวมแล้ว ราคาเหล็กในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน จาก 1) ไม่ได้ผลักดันให้โรงงานเหล็กเพิ่มการผลิต 2) ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้ใช้ซื้อล่วงหน้า 3) ไม่ได้ผลักดันการเติบโตจากความเต็มใจซื้อของเทรคดเดอร์

ณ สิ้นเดือนธันวาคม ตลาดเหล็กในประเทศยังคงมีรูปแบบการผลิตน้อยและมีสินค้าคงคลังน้อย

ในเดือนธันวาคม ด้วยการผ่อนคลายโดยรวมของการควบคุมการแพร่ระบาดในจีน ความต้องการในภาคใต้ได้รับผลกระทบจากการที่มีการแพร่ระบาดสูงสุด และทำให้การทำธุรกรรมลดลงอย่างรวดเร็ว

คาดว่าราคาตลาดเหล็กในประเทศส่วนใหญ่จะทรงตัวก่อนเทศกาลตรุษจีน
แหล่งที่มา : Steelhome

ไขปม “เหล็ก” แพงสวนโควิด

ไขปม “เหล็ก” แพงสวนโควิด

กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กชี้ความต้องการเหล็กโลกสูงขึ้นสวน “โควิด-19” เหตุจีนฟื้นตัว ทำให้ปริมาณผลิตตามไม่ทัน ส่งผลราคาเหล็กทั่วโลกพุ่ง เชียร์รัฐหนุนใช้สินค้าเหล็ก “Made in Thailand” ช่วยฟื้นเศรษฐกิจ
นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปี 2564 นี้ อุตสาหกรรมเหล็กโลกในภาพรวมมีการปรับตัวในทิศทางบวก โดยทั้งโลกมีผลิตเหล็กปริมาณเฉลี่ยกว่า 150 ล้านตันต่อเดือน เพิ่มขึ้น 6.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยทวีปเอเชียมีการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้น 10.1% แต่ทวีปอเมริกาเหนือ สหภาพยุโรป มีการผลิตเหล็กถดถอย -7.1% และ -3.7% ตามลำดับ

different-metal-products-stainless-steel-profiles-pd9skw3-1024x768

แม้การผลิตเหล็กของโลกมีปริมาณมากขึ้น แต่ก็ไม่เพียงต่อความต้องการใช้เหล็กที่ปรับตัวขึ้นมากกว่า โดยคาดว่าทั้งปี 2564 ความต้องการใช้เหล็กของโลกจะเพิ่มเป็น 1,874 ล้านตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนซึ่งผลิตและใช้เหล็กมากที่สุดราว 55% ของโลก ในปี 2563 จีนต้องนำเข้าสินค้าเหล็กจากประเทศต่างๆมากถึง 18.3 ล้านตัน เพิ่มเป็น 6 เท่าจากปี 2562 โดยสินค้าเหล็กที่จีนนำเข้าสูงสุด 3 ลำดับแรก คือ เหล็กแผ่นรีดร้อน 9.9 ล้านตัน เหล็กแผ่นรีดเย็น 3.8 ล้านตัน เหล็กแผ่นเคลือบ 2.4 ล้านตัน ส่งผลให้สินค้าเหล็กดังกล่าวที่จีนแย่งซื้อในตลาดโลกขาดแคลนและราคาสูงขึ้นมาตลอด โดยในปีนี้จีนยังมีความต้องการใช้เหล็กเพิ่มต่อเนื่อง อย่างไตรมาสแรก เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าทั้งปี 2564 จะมีความต้องการใช้เหล็กราว 1,025 ล้านตัน

จีนฟื้นหนุนตลาดเหล็กคึกคัก
เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งรัฐบาลจีนตั้งเป้าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ปี 2564 เติบโต 6.0% แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจของจีนสามารถเติบโตได้ถึง 8.2% – 9.5% เพราะจากข้อมูลดัชนีทางเศรษฐกิจ การลงทุนของจีนช่วงต้นปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล เช่น การลงทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมืองเติบโต 38.3% การลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องเติบโต 34.1% การผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 89.9% เป็นเฉลี่ยเดือนละ 1.93 ล้านคัน การลงทุนในระบบรางเพิ่มขึ้น 52.9% การลงทุนในระบบถนนเพิ่มขึ้น 30.7% การลงทุนในด้านการบินพลเรือน เพิ่มขึ้น 84.5% เป็นต้น ส่งผลให้จีนผลิตเหล็กไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้

แม้จีนได้เร่งเพิ่มการผลิตเหล็กในช่วงต้นปีนี้ แต่โรงงานเหล็กในจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครถังซาน ซึ่งถือเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมเหล็กที่มีกำลังการผลิตเหล็กดิบมากกว่า 144 ล้านตัน จำเป็นต้องลดการผลิตลงราว 50% ระหว่างช่วงฉุกเฉิน มี.ค.-มิ.ย. และบางโรงงานต้องลดการผลิตไปจนถึงสิ้นปี 2564 ตามมาตรการของรัฐบาลจีนในการควบคุมและลดมลภาวะทางอากาศ ซึ่งจะทำให้ภาวะปริมาณเหล็กไม่พอเพียงต่อความต้องการของจีนทวีความรุนแรง มีแนวโน้มยืดเยื้อไปถึงสิ้นไตรมาสที่ 3 ทำให้ราคาสินค้าเหล็กในทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เช่น ประเทศจีน ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนเมื่อกลางปี 2563 ต่ำสุดอยู่ที่ตันละ 420 ดอลลาร์ แต่ขณะนี้ราคาเสนอขายสูงขึ้นเป็น 2.2 เท่า ระหว่าง 910-925 ดอลลาร์ต่อตัน หรือในสหรัฐอเมริกา ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนขึ้นสูงสุดในโลกถึงกว่า 1,400 ดอลลาร์ต่อตัน เป็นต้น

นายนาวา กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดในปี 2563 ซึ่งการบริโภคสินค้าลดเหลือ 16.5 ล้านตัน โดยมีอัตราการบริโภคเหล็กของคนไทย 248 กก.ต่อคนต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 229 กก.ต่อคนต่อปี แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 299 กก.ต่อคนต่อปี โดยรัฐบาลไทยสามารถดูแลปัญหาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างได้ดี ประกอบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ และอื่นๆเริ่มฟื้นตัว

ดังนั้น ปี 2564 ตลาดเหล็กของไทยจึงฟื้นและปรับตัวตามตลาดโลกด้วย คาดว่าปริมาณความต้องการใช้เหล็กของไทยจะเพิ่มขึ้น 5-7% เป็น 17.3-17.7 ล้านตัน ทั้งนี้ การใช้เหล็กภายในประเทศไทยจะเป็นภาคการก่อสร้างมากสุด 57% ตามด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ 22% อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล 9% อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า 8% และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลหะ 5%

ผู้ผลิตเหล็กไทยชี้รัฐมาถูกทาง
นายนาวา กล่าวว่า กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท.มั่นใจว่านโยบายที่รัฐบาลได้ขับเคลื่อนมาแล้ว หากสามารถผลักดันให้หน่วยราชการปฏิบัติได้ผลจริงจะส่งผลบวกอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้แก่

1.การส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตในประเทศที่ได้ขึ้นทะเบียน “Made in Thailand” กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรี 1 ก.ย.2563 และกฎกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เรื่องกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ.2563 ให้สามารถดำเนินการได้อย่างจริงจัง จากงบประมาณรายจ่ายปีละกว่า 3.3 ล้านล้านบาท สามารถจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่ผลิตในประเทศได้หลายแสนล้านบาท ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมเหล็กมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย ทั้งในส่วนของการผลิต มูลค่าจีดีพี มูลค่าและจำนวนการจ้างงาน โดยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอื่นๆในห่วงโซ่อุปทาน หากส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศไทยมากขึ้นจะช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนทำให้จีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้นได้อีก 0.66% ถึง 0.75% จากการเติบโตปกติ

2.การออกมาตรการทางกฎหมายการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า ซึ่ง พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ ฉบับที่ 2 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ พ.ย.2562 และใช้เวลาอีกปีกว่าจึงเพิ่งมีประกาศกระทรวงพาณิชย์ และประกาศกรมการค้าต่างประเทศ ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว เมื่อ มี.ค. 2564 โดยหวังให้กระทรวงพาณิชย์จะสามารถบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว และนำไปปฏิบัติได้ผลอย่างจริงจังและทันต่อเหตุการณ์

และ 3. ขอให้รัฐบาลพิจารณาขยายผลให้โครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership : PPP) ต่างๆ เช่น โครงการรถไฟฟ้า โครงการทางด่วน โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เป็นต้น ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมกันอีกนับล้านล้านบาท ส่งเสริมการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศไทยด้วยเช่นกัน เพื่อก่อให้เกิดการจ้างงานและการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศไทย.

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.thairath.co.th/business/market/2074216

 

เหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate

เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น เหล็กมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา

การใช้งานของเหล็กแผ่นดำ

การใช้งานของเหล็กแผ่นดำนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นงานพื้น และงาน footing หรืองานโครงสร้างทั่วไป การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์
งานต่อเรือ สะพานเหล็ก งานท่อ งานถังแก๊ส งานขึ้นรูปทั่วไปที่ไม่เน้นคุณภาพผิวและเป็นการขึ้นรูปไม่ลึกมาก

ลักษณะของเหล็กแผ่นดำ

เหล็กมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา เหล็กแผ่นดำมีความหนาตั้งแต่ 1.0 –25มม. เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Steel) ลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ ขนาดมาตรฐาน 4’x8’ 5’x10’ และ 5’x20’

มาตรฐานผลิตภัณฑ์ : มอก.1479-2541, มอก.528-2548, JIS G 3101, JIS G 3131 จากJIS G3101-1995/DIN/ASTM โดยเกรดที่เราจัดจำหน่ายอย่างเป็นที่นิยมคือ SS400

วัสดุก่อสร้างราคาถูก เพื่อสมาชิกบิลค์เท่านั้น ถูกกว่า! เพราะธุรกิจรับเหมาทั่วประเทศสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างผ่านเยลโล่เป็นล๊อตใหญ่
เราจึงสามารถดีลราคากับผู้ผลิตโดยตรงแล้วมาจำหน่าย วัสดุก่อสร้างราคาถูก ต่ำกว่าท้องตลาด 2-10% นอกจากนี้เยลโล่
ยังไม่มีหน้าร้านทำให้ต้นทุนการขายต่ำลง จึงขายสินค้าได้ในราคาถูกลงได้อีก

การเก็บกองเหล็กที่หน่วยงานก่อสร้างควรเป็นอย่างไร

การเก็บกองเหล็กที่หน่วยงานก่อสร้างควรเป็นอย่างไร

             ในหน่วยงานก่อสร้างนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีวัสดุวางตามจุดต่างๆ เพื่อเตรียมการก่อสร้างซึ่งมีทั้งวัสดุที่กำลังรอนำไปใช้และวัสดุที่เหลือเพื่อรอนำไปทิ้ง ทำให้การจัดการพื้นที่เก็บวัสดุมีสำคัญ โดยเฉพาะเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนซึ่งเป็นหนึ่งในวัสดุที่มีความสำคัญกับโครงสร้างของอาคาร จึงควรมีการบริหารการจัดเก็บที่ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เป็นวิธีที่ยุ่งยากเกินไปทั้งนี้เพื่อให้เหล็กดังกล่าวอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน

1.การเตรียมพื้นที่จัดเก็บ

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่เลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนในโครงการนั้นๆ และมีปริมาณที่มาก จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมพื้นที่จัดเก็บทั้งก่อนใช้งานและเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน โดยสามารทำโรงเก็บแบบชั่วคราวไว้ในพื้นที่โครงการ โดยทำการเทพื้นคอนกรีตชั่วคราวหนาประมาณ 15 – 20 ซม. และควรมีวัสดุเช่นไม้หมอน หรือ เศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงให้เหล็กสัมผัสความชื้นจากพื้นดินซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม

2.ทาสีกันสนิม

มีหลายกรณีที่ผู้รับเหมาเลือกที่จะนำเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนมาทาสีที่หน่วยงานก่อสร้างเอง ซึ่งวิธีนี้หากงานก่อสร้างที่กินเวลายาวนานหรือก่อสร้างในช่วงฤดูฝนจะทำให้เหล็กนั้นๆ มีโอกาสที่จะเกิดสนิมขึ้นแทบจะ 100% ดังนั้นควรทาหรือพ่นสีกันสนิมตั้งแต่เหล็กดังกล่าวมาถึงหน่วยงานก่อสร้าง หรือเลือกวิธีสั่งเหล็กที่มีการทาหรือพ่นกันสนิมมาจากโรงงานของผู้ผลิต ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของเหล็กให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ทั้งยังเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของโครงการมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3.การจัดเก็บให้ถูกประเภท

          ในบางโครงการนั้น ผู้ออกแบบวิศวกรมีการเลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนทั้ง 2 เกรด คือ SS400 และ SM520 ซึ่งในด้านต้นทุนค่าก่อสร้างนั้น ในบางโครงการสามารถช่วยให้ประหยัดต้นทุนงานโครงสร้างได้ถึง 20% แต่การจัดเก็บเหล็กทั้ง 2 เกรด ควรแยกให้ชัดเจนไม่นำมาวางกองรวมกัน หากวางใกล้กันควรมีป้ายหรือสัญลักษณ์บอกอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเลือกไปใช้งานตามแบบที่กำหนดมา

4.พื้นที่จัดเก็บสำหรับโครงการขนาดเล็ก

                สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่มักทำโรงเก็บแบบชั่วคราวอยู่แล้ว ส่วนในกรณีโครงการขนาดเหล็ก การสร้างโรงเก็บแบบชั่วคราวอาจทำให้งบประมาณบานปลายเกินความจำเป็น สามารแก้ปัญหาได้ด้วยการแบ่งพื้นที่ขนาดเล็กเอาไว้แล้วปูด้วยผ้าใบหรือพลาสติกบนพื้น แทนการเทพื้นคอนกรีตเพื่อกันความชื้นจากดิน จากนั้นจึงนำไม้หมอน หรือเศษเหล็กที่เหลือจากการใช้งาน มาทำการรองไว้ด้านล่างของกองเหล็กดังกล่าวและปิดคลุมด้วยพลาสติกอีกทีนึง เผื่อกรณีฝนตกและกันน้ำค้างในตอนเช้า เพียงเท่านี้โครงการขนาดเล็กก็สามารถมีที่เก็บเหล็กและป้องกันเหล็กจากสนิมได้โดยไม่ยุ่งยากแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลhttps://www.hbeamconnect.com/

 

หากต้องการใช้เหล็กเป็นโครงก่อสร้างบ้านด้วยเหล็ก H Beam เหล็กก่อสร้างรูปพรรณทุกชนิด สามารถโทรมาสอบถามข้อสงสัยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างเฮชบีม สามารถติดต่อที่ 02 749 1007-14  ได้ในเวลาทำการครับ

qr-code-thanasarn

ทำความรู้จักเหล็กกล้ากำลังสูง เอชบีม SM520

ทำความรู้จักเหล็กกล้ากำลังสูง เอชบีม SM520

ปัจจุบันวงการอุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทย มีแนวโน้มการเลือกใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านการก่อสร้างอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เหล็กเอชบีม SM520 ในรูปแบบของ เหล็กกล้ากำลังสูง (High Strength Steel) มีคุณสมบัติการรับแรงดึงที่สูงขึ้น(High Yield Strength) สามารถลดปริมาณการใช้เหล็กลงได้ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างลงจึงได้ถือกำเนิดขึ้นและกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้

SM520 เหล็กกล้ากำลังสูง (High Strength Steel) คือเหล็กกล้าคุณภาพสูงที่วงการอุตสาหกรรมก่อสร้างค้นคว้าวิจัยและพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่องจนได้เหล็กคุณภาพสูงในขั้นตอนการผลิตเหล็ก SM520 นั้นต้องควบคุมส่วนผสมทางเคมีอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้เหล็กโครงสร้างที่มีกำลังรับแรงดึงที่สูงขึ้น (High Yield Strength) มีความสามารถในการเชื่อมได้ดี (Good Weldability) ทั้งยังคงคุณสมบัติความเหนียวในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิต่ำ (Toughness at low temperature) ได้อีกด้วย

เหล็ก SM520 ที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือ TIS ต้องมีคุณสมบัติเหล็กดังต่อไปนี้

1. ส่วนประกอบทางเคมีของเหล็ก SM520 (คิดเป็นร้อยละโดยน้ำหนัก)

  • คาร์บอนสูงสุด 0.20%
  • ซิลิคอนสูงสุด 0.55%
  • แมงกานีสสูงสุด 1.60%
  • ฟอสฟอรัสสูงสุด 0.035%
  • กำมะถันสูงสุด 0.035%

2. คุณสมบัติของเหล็กเส้นตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

  • เหล็กเอชบีม SM520 มาตรฐาน มอก.1227-2539
  • เหล็กเอชบีม SM520 มีความต้านทานแรงดึงที่จุดครากอยู่ ( Yield Strength ) ที่ 3600 ksc.
  • เหล็กเอชบีม SM520 สามารถ ความต้านแรงดึง 520-640 MPa
  • เหล็กเอชบีม SM520 สามารถ ความต้านการกระแทกต่ำสุด 27 จูล
  • เหล็กเอชบีม SM520 สามารถด้านแรงดึงที่จุดครากต่ำสุด 355-365 MPa

การตรวจสอบคุณภาพเหล็ก SM520

 

ชั้นคุณภาพ ความต้านทานแรงดึงที่จุดคราก ( Yield Strength ) ต่ำสุด ความต้านทานแรงดึงที่จุดสูงสุด ( Ultimate Strength ) ความยืดต่ำสุด ความต้านทานการกระแทก
ความหนาไม่เกิน 16 มม. ความหนาเกิน 16 มม. ความหนาไม่เกิน 5มม. ความหนาเกิน 5- 16 มม. ความหนาเกิน 16 มม.
SM520 365 MPa 355 MPa 520 – 640 MPa 19% 15% 19% 27 J

 

เหล็กเอชบีม SM520 นั้นคือเหล็กชั้นคุณภาพตัวใหม่ของวงการก่อสร้าง แน่นอนว่ามีคุณสมบัติที่ดีกว่าเหล็กเอชบีมที่มีมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะ เหล็กเอชบีม SS400 ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่เหล็กเอชบีม SM520 มีความโดดเด่นกว่า คุณสมบัติโดดเด่นที่เห็นได้ชัดก็คือน้ำหนักเบา ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดต้นทุนได้มากกว่า และยังช่วยย่นระยะเวลาการก่อสร้างได้ด้วย ดังนี้

1. เหล็กเอชบีม SM520 มีน้ำหนักเบา ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่าเหล็กเอชบีม SS400

เหล็กเอชบีม SM520 นั้นมีหน้าตัดที่เล็กกว่าเมื่อรับน้ำหนักโครงสร้างที่เท่ากับเหล็กเอชบีม SS400 จึงทำให้ปริมาณการใช้เหล็กของโครงการรวมเบากว่าซึ่งคุณสมบัติข้อนี้เองทำให้ประหยัดค่าขนส่ง, ค่าติดตั้ง, ค่าแรง, ค่าแปรรูป รวมไปถึงต้นทุนที่ใช้ในระบบป้องกันอัคคีภัย (Fire Protection) ซึ่งต้นทุนเหล่านี้รวมกันได้สูงสุด 20%

2. เหล็กเอชบีม SM520 ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากกว่าเหล็กเอชบีม SS400

เนื่องจากโครงสร้างเหล็กเอชบีม SM520 มีขนาดทั้งความกว้าง ความยาว ความหนาลดลง ทำให้พื้นที่ต่างๆ ที่มีโครงสร้างเหล็ก SM520 ดูโล่งโปร่งตามากขึ้น เช่น ช่วยให้คานเล็กลง ทำให้ระยะห่างระหว่างคานและเพดานสูงขึ้น เสาต้นเล็กลง ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น หรือโครงสร้างหลังคาที่ทำจากเหล็ก SM520 ก็เล็กลงจึงช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านบนได้มากขึ้น

3. ประหยัดเวลาในการก่อสร้างได้มากกว่าเหล็กเอชบีม SS400

โครงสร้างเหล็กเอชบีม SM520 มีขนาดทั้งความกว้าง ความยาว ความหนาลดลงช่วยให้ระยะเวลาในการเชื่อมเหล็ก ขึ้นรูปเหล็ก (Fabrication), ขัดผิวเหล็ก ทา สีกันสนิม สีกันไฟ นั้นลดลงตามไปด้วย เช่นเดียวกับขั้นตอนการติดตั้ง (Erection) การยกเหล็กขึ้นลงโดยใช้เครน ก็ลดลงไปด้วย

4. สร้างสรรค์ผลงานได้หลากหลายกว่าเหล็กเอชบีม SS400

งานโครงสร้างที่ต้องการออกแบบ Long Span หรือ Cantilever ที่โครงสร้างต้องรับน้ำหนักตัวเองอย่างมาก (Self-Weight) เหล็ก SM520 ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าจะช่วยให้สถาปนิกออกแบบโครงสร้างอาคารได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

 

จะเห็นได้ว่าเหล็กเอชบีม SM520 เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนที่มีคุณสมบัติเพรียบพร้อม เหมาะที่จะใช้ในงานก่อสร้างต่างๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณทั้งต้นทุนการก่อสร้าง ค่าแรง ค่าขนส่ง และยังช่วยให้โครงสร้างอาคารโล่งโปร่งมากขึ้นอีกด้วย เหล็กเอชบีม SM520 เป็นเหล็กที่ได้รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มอก.1227-2539 รับรองได้ว่าคุณจะได้เหล็กชั้นคุณภาพในราคาประหยัด แต่ช่วยให้งานก่อสร้างเสร็จอย่างรวดเร็วและประหยัดต้นทุนลงถึง 41%

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.hbeamconnect.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า