ดีไซน์จากการใช้เหล็ก ที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ดีไซน์จากการใช้เหล็ก ที่ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ในอดีตเหล็กเป็นผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มคนส่วนใหญ่มักมีความคุ้นชินกันว่าเหล็กสามารถนำมาใช้ในงานก่อสร้างบ้านเรือน อาคาร ต่างๆได้เพียงอย่างเดียว เนื่องด้วยความแข็งแรงของเหล็ก ซึ่งปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการผลิตเฟอร์นิเจอร์มีวัสดุที่ให้เลือกหลากหลายในการใช้ทำการผลิตมากขึ้นทั้ง พลาสติก, เหล็ก, เศษกระดาษ, ไม้ มีการเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาไปอย่างก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดเจน เหล็กไม่ใช่เพียงแค่วัสดุการสร้างบ้านอีกต่อไป แต่นำมาประยุกค์ใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้กันในชีวิตประจำวันได้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่งถ้าพูดถึงเฟอร์นิเจอร์เรื่องความแข็งแรงทนทานและเป็นวัสดุที่มีความสวยงานจากธรรมชาติก็คงต้องยกให้กับ ไม้และเหล็ก เป็นวัสดุที่นำมาใช้ควบคู่กันทำให้เกิดการลงตัวที่มากที่สุด เช่น โต๊ะ, เก้าอี้, ชั้นวางของ, ตู้เก็บของ, โคมไฟเพดาน, ราวตากผ้า
คุณสมบัติความโดดเด่ดในเหล็ก
- มีน้ำหนักที่เบากว่าเฟอร์นิเจอร์แบบอื่น
- สามารถรับน้ำหนักได้ดี
- ทำความสะอาดง่าย
- สำคัญหมดปัญหาเรื่องปลวก, มอด
นวัตกรรมใหม่ คุณภาพเหนือชั้นท่อเหล็ก SS490
พบกับนวัตกรรมใหม่ คุณภาพเหนือชั้นไปอีกขั้นกับท่อเหล็ก SS490
SS490 หมายถึง ชั้นคุณภาพหรือเกรดที่แสดงถึงค่าความต้านทานแรงดึง 490 หน่วยเมกะพาสคัล (MPa)
ท่อเหล็ก SS490 มีการรับรองคุณภาพ ตลอดจนถึงการส่งมอบ ได้รับการรับรอง มอก.107-2561 จาก สมอ. และมีการควบคุมการผลิตและคุณภาพสินค้าตามมาตรฐาน JIS ของประเทศญี่ปุ่น
รู้จักกับ PAP+ ท่อเหล็กพรีเมียม แข็งแรงพิเศษด้วยวัสดุเกรด SS490 ตอบโจทย์ทุกงานดีไซน์ ให้ความมั่นใจและความปลอดภัยที่เหนือกว่าควบคุมการผลิตภายใต้มาตรฐาน มอก.107
ลักษณะงานที่เหมาะสม งานโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่ต้องใช้พื้นที่ เช่น โกดังหรือโรงงานที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 5,000 ตารางเมตรหรือความกว้างระหว่างเสาถึงเสาตั้งแต่ 20-40 เมตร ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ไม่ต้องการเสากลางและต้องการพื้นที่ใช้สอยได้มากขึ้น
ลดต้นทุนการก่อสร้าง ได้สูงสุดถึง 15%
- น้ำหนักโครงสร้างลดลงด้วยเหล็กกำลังสูงเกรด SS490
- ลดการใช้วัสดุโครงสร้างลงสูงสุด 20% เมื่อเทียบกับน้ำหนัก
- ประหยัดค่าแรงในการเชื่อม 10% และค่าขนส่ง 5%
รับน้ำหนักได้ มากขึ้นถึง 33%
- ท่อเหล็กที่มีค่าแรงดึงที่จุดคราก (Y.S.) สูงกว่าวัสดุเกรด SS400
- แข็งแรงกว่า เบากว่า รองรับโครงสร้างได้มากกว่า
- ตอบโจทย์การออกแบบที่หลากหลายมากขึ้น
พื้นที่ใช้สอย เพิ่มขึ้นถึง 10%
- เพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นด้วยขนาดท่อที่เล็กลง
- โครงสร้างหลังคาเล็กลง
- อาคารสูงโปร่งโล่งมากขึ้น เก็บของได้เยอะขึ้น
ก่อสร้าง เสร็จเร็วขึ้น
- ขนาดเหล็กเล็กลง แต่แข็งแรงยิ่งขึ้น ทำให้เชื่อมประกอบได้ไวขึ้น
- โครงสร้างเบาขึ้น ขนย้ายสะดวก ช่วยลดเวลาในการติดตั้งให้ง่ายรวดเร็ว
รถบรรทุกวิ่งช่วงเวลาไหนได้บ้าง


รู้หรือไม่ เหล็กสามารถสั่งตัดได้
รู้หรือไม่ เหล็กสามารถสั่งตัดได้ ว่าด้วยเรื่องขนาดของเหล็กในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น H-Beam, WF, เหล็กแผ่น และเหล็กอีกหลายๆประเภทที่ถูกผลิตออกมาตามขนาดมาตรฐาน แต่ในบางครั้งขนาดตามมาตรฐานโดยทั้วไปก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์กับผู้รับเหมาและลูกค้าได้ในทุกๆราย จึงเป็นปัญหาให้กับทางผู้รับเหมาต้องวิ่งดิ้นรนหาขนาดให้ได้ตามต้องการ ในเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ในปัจจุบันจึงมีบริการตัดเหล็กตามขนาดที่ผู้รับเหมาต้องการ เพื่อช่วยลดปัญหาในด้านของการสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่มีขนาดตามที่ต้องการ ในสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยให้สินค้าเหล็กสามารถตอบโจทย์ผู้รับเหมาได้ตามความต้องการ
การตัดเหล็กด้วยใบเลื่อย (Band Saw)
การตัดเหล็กด้วยใบเลื่อย ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ภายในโรงงาน ซึ่งเป็นใบเลื่อยที่มีขนาดใหญ่พิเศษเพื่อให้สามารถตัดเหล็กจำนวนหลายๆท่อน ได้ในเวลาเดียวกัน และมีความรวดเร็วกว่าอุปกรณ์ตัดเหล็กประเภทอื่นๆ แต่โรงงานต้องมีการวาแผนในการปฏิบัติงานอย่างถี่ถ้วน สมควรนำเหล็กประเภทไหน ขนาดเท่าไหร่ และนำไปใช้กับอุปกรณ์ประเภทไหนจึงจะมีความเหมาะสม
เหล็กเอชบีมมีคุณสมบัติอะไร
เหล็กเอชบีมเป็นชนิดหนึ่งของเหล็กที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายเนื่องจากการผสมผสานระหว่างเหล็กกับส่วนผสมอื่น ๆ ทำให้เหล็กเอชบีมมีคุณสมบัติที่แข็งแรงและต้านการกัดกร่อนได้ดีมาก นี่คือคุณสมบัติหลายอย่างของเหล็กเอชบีม

1. **ความแข็งแรงสูง:** เหล็กเอชบีมมีความแข็งแรงสูงมาก เช่นเหล็กเอชบีมเกรด SS400 และเกรด SM520 มีความสามารถรับน้ำหนักและแรงกดที่มากกว่าเหล็กคาร์บอนทั่วไป.
2. **ความต้านการกัดกร่อน:** คุณสมบัตินี้ทำให้เหล็กเอชบีมมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสึกหรอมาก เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นกรดหรือเกล็ดผลกระทบ.
3. **ความยืดหยุ่นดี:** เหล็กเอชบีมมีความยืดหยุ่นที่ดีกว่าเหล็กคาร์บอนเนื่องจากการผสมผสานส่วนผสมอื่น ๆ เช่น คาร์บอน ซิลิคอน และมังคุด.
4. **ความคงทนต่ออุณหภูมิสูง:** เหล็กเอชบีมมีความคงทนต่ออุณหภูมิสูง สามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงได้โดยไม่เสียคุณสมบัติหลัก.
5. **การเชื่อมต่อง่าย:** เหล็กเอชบีมมีความเหมาะสมสำหรับการเชื่อมต่อแบบหลายวิธี เช่น การเชื่อมต่อด้วยการเชื่อมเหล็กทั่วไป, การเชื่อมต่อด้วยการเชื่อมเหล็กไฮเทนชัน (High Tensile Steel), และอื่น ๆ.
6. **ความคงทนต่อการแก้ไขรอยข่วน:** เหล็กเอชบีมมีความทนทานต่อการแก้ไขรอยข่วน (dimpling) หรือรอยบุบที่เกิดจากแรงกระแทก.
7. **ความทนทานต่อการรั่วไหลของคาร์บอน:** เหล็กเอชบีมมีความสามารถในการรักษาคาร์บอนได้ต่ำกว่าเหล็กคาร์บอนทั่วไป ทำให้มีโอกาสน้อยในการเกิดกระบวนการคาร์บอนได้.
ความสามารถและคุณสมบัติของเหล็กเอชบีมอาจมีความแตกต่างไปตามเกรดและสูตรองค์ประกอบที่ใช้ แต่ส่วนใหญ่แล้วคุณสมบัติเหล่านี้เป็นคุณสมบัติทั่วไปของเหล็กเอชบีมที่ทำให้เหล็กชนิดนี้เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง ยานพาหนะ โครงสร้างเหล็ก และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการความแข็งแรงและความทนทาน.