google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
เหล็กเส้นก่อสร้าง หัวใจหลักของงานโครงสร้าง

เหล็กเส้นก่อสร้าง หัวใจหลักของงานโครงสร้าง

เหล็กเส้นก่อสร้าง หัวใจหลักของงานโครงสร้าง

เหล็ก โดยทั่วไปแล้วมีให้เลือกหลายชนิด มิใช่มีเพียงเหล็กกลมและเหล็กข้ออ้อยเพียงเท่านั้น ซึ่งการเลือกซื้อโดยผู้รับเหมานั้น จะถูกเลือกโดย 2 แบบคือ เหล็กเบา และเหล็กเต็ม เนื่องจากน้ำหนักที่แตกต่างกัน แน่นอนว่า ส่วนใหญ่แล้วผู้รับเหมามักเลือกซื้อเหล็กเบาเสียมากกว่า เพราะพื้นที่หน้าตัดไม่เต็มมาตราฐาน เหล็กข้ออ้อยก็เช่นกัน มีทั้งเหล็กเบาและเหล็กเต็ม นี่เป็นเพียงตัวอย่างข้างต้นที่พบเห็นได้บ่อยเท่านั้น ดังนั้น หากท่านเป็นเจ้าของบ้าน การเลือกผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้ จริงเป็นอีกเหตุผลสำคัญ โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนเลือกซื้อวัสดุนั่นเอง

ในรูปแบบระบบก่อสร้างของเรา คือ ระบบก่อสร้างแบบ Panelized System ด้วยจุดเด่นสำคัญที่แตกต่างจากรูปแบบการก่อสร้างทั่วไปคือ‘มีขนาดของเหล็กให้เลือกได้หลากหลาย ทำให้สามารถเพิ่มความยาวของโครงสร้าง โดยการเพิ่มขนาดของเหล็ก แทนการเสริมโครงสร้างผนัง หรือเสาคาน’ นั่นเอง

เกร็ดความรู้:การเรียกขนาดของเหล็ก

1 นิ้วไม้บรรทัด หากเทียบเป็นเซนติเมตร จะยาวเท่ากับ 25 มิลลิเมตร หรือ 2.50 เซนติเมตร (ตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับวิศวกรใช้คือ 2.54 เซนติเมตร)

ใน 1 นิ้ว แบ่งเป็น 8 ช่อง เรียกว่า 8 หุน ถ้า 1 หุน จึงต้องประมาณเท่ากับ 25/8 = 3.13 มิลลิเมตร

dsc_1141-large

เหล็ก 3 หุน จึงเท่ากับ เหล็ก 9 มิลลิเมตร

เหล็ก 4 หุน จึงเท่ากับ 12 มิลลิเมตร

เหล็ก 5 หุน จึงเท่ากับ 16 มิลลิเมตร

เหล็ก 6 หุน จึงเท่ากับ 20 มิลลิเมตร

เหล็กนิ้ว จึงหมายถึง เหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มิลลิเมตร ต่อไปหากได้ยินช่างพูดถึงเหล็กเป็นหุน ก็คงทราบกันแล้วว่าหมายถึงเหล็กขนาดเท่าใด ในขณะที่วิศวกรจะเรียกเหล็กจากขนาดของมิลลิเมตร เช่น เหล็ก 20 โดยละคำว่า มิลลิเมตร เป็นต้น

เหล็กในงานก่อสร้าง แบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ

  1. เหล็กเสริม(reinforcing steel)หรือ รีบาร์ (rebar)

เป็นเหล็กที่ผ่านกระบวนการรีดร้อน

  • เหล็กเส้นกลม(round bar)

จะมีเส้นผ่านศุนย์กลางตั้งแต่ 6 ถึง 28 มิลลิเมตร และขนาดความยาว 10 หรือ 12 เมตรเหมาะสำหรับงานขนาดเล็ก และขนาดกลาง มีคาร์บอน 0.28% ฟอสฟอรัส 0.058% และกำมะถัน 0.058%

  • เหล็กข้ออ้อย (deformed bar)

มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 10 ถึง 33 มิลลิเมตร มีความยาวโดยทั่วไป 10 และ 12เมตรเหล็กเส้นข้ออ้อย เป็นเหล็ก ที่มีแรงยึดเกาะที่ผิวสูง เหมาะสำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ต้องการความแข็งแรงสูง โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบให้โครงสร้างใหญ่โต มีคาร์บอน 0.28% ฟอสฟอรัส 0.058% และกำมะถัน 0.058%

  • ลวดเหล็กกล้าตีเกรียว

มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.5 ถึง 8 มิลลิเมตร เหล็กลวดนี้ใช้สำหรับทำตะปู ลวดอาบสังกะสี ตาข่าย ดังแสดงในรูปที่ 12.21

  • เหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง

เป็นเหล็กเสริมคอนกรีตในการผลิตเสาเข็ม เสาไฟฟ้า คานพื้นสำเร็จรูป ท่อระบายน้ำ คอนกรีตอัดแรง ฯลฯ มีลักษณะเป็นเหล็กแบบกลมมีรอยย้ำ ต้องมีรอยย้ำ 2 แถวอยู่ตรงข้ามกันและรอยย้ำของแถวหนึ่งต้องเหลื่อมกับอีกแถวหนึ่งถ้าเป็นเหล็กแบบ กลม เกลี้ยง ต้องมีผิวทั้งหมดเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยปริหรือแตกร้าว หรือเป็นปีกต้องเป็นเส้นเดียวกัน ไม่มีการต่อหรือเชื่อมหากมีขึ้นในระหว่าง กระบวนการ ผลิตต้องตัดทิ้งให้หมด ผิวเหล็กต้องปราศจากคราบน้ำมันหรือสารอื่นใดที่จะมีผลทำให้แรงยึดระหว่างคอนกรีตกับเหล็กเสียไปเหล็กต้อง ไม่เป็นสนิมขุม เว้นแต่สนิมผิวซึ่งยอมให้มีได้การตัดเหล็กให้ใช้หินเจียระไนหรือกรรไกรตัดเหล็ก ห้ามใช้ก๊าซดัดเพราะว่าความร้อนจากก๊าซตัดจะทำให้   คุณสมบัติของเหล็กต่ำลง เหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรงมีคาร์บอน 0.60 ถึง 0.90% ซิลิคอน 0.10 ถึง 0.35% แมงกานีส 0.40 ถึง 0.90%ฟอสฟอรัส ไม่เกิน   0.50% กำมะถันไม่เกิน 0.05% เหล็กมี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดเส้นเดียว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4,5,7,9 มิลลิเมตรและชนิดตีเกลียวมีเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 3/8 นิ้ว และ 0.05 นิ้ว

  1. เหล็กรูปพรรณ
  • เหล็กรีดร้อน(Hot rolled structural steel)

มีทั้งเหล็กรูปพรรณรีดร้อน ขนาดใหญ่มีความกว้างมากกว่าหรือเท่ากับ 200 มม. และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนขนาดเล็ก มีความกว้างน้อยกว่า 200 มม. โดยเหล็กประเภทนี้ เกิดจากการหลอมและหล่อขึ้นรูปเป็นเหล็กแท่งในขั้นต้น แล้วจึงให้ความร้อนเพื่อทำการรีด เพื่อลดขนาดและขึ้นรูปอีกครั้ง ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้แก่ เหล็ก H-Beam, และเหล็กI-Beam เป็นต้น เหล็กประเภทนี้สามารถต้านทานการตัดโค้ง (Bending) และการบิด (Twisting) ได้ดี จึงใช้เป็นเสา (Columns), คาน (Beams) และตงพื้น (Bridge girders) ในงานก่อสร้างและงานสถาปนิก

  • เหล็ดรีดเย็น(Cold formed structural steel)

เกิดจากการพับขึ้นรูปในขณะที่อยู่ในอุณหภูมิปกติโดยใช้เหล็กแผ่นรีดร้อนหรือเหล็กแผ่นชุบสังกะสีเป็นวัตถุดิบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน โดยมีความต้องการต้านทานการกัดกร่อน(Corrosion resistant) มากหรือน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่นำไปใช้เป็นโครงสร้างเสา คาน และอื่นๆ ผลิตภัณฑ์

ประเภทนี้ได้แก่ เหล็กตัว C และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวงประเภทท่อเหล็กได้แก่ ท่อเหล็กกลม

สี่เหลี่ยมผืนผ้า และสี่เหลี่ยมจัตุรัส เป็นต้น

ท่อเหล็กรูปพรรณกับการก่อสร้าง

ท่อเหล็กรูปพรรณสำหรับการก่อสร้าง สามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 2 ประเภทหลักเช่นกันคือ ท่อเหล็กที่นำไปใช้เป็นงานโครงสร้างและงานระบบ โดยท่อเหล็กที่นำไปใช้ในงานโครงสร้างก็จะนำไปใช้ในส่วนของโครงสร้างของตัวอาคาร โครงสร้างเสา หลังคา ผนังอาคารหรือแม้แต่การนำไปตกแต่งเพื่อความสวยงามของอาคาร และเหล็กที่นำไปใช้สำหรับงานระบบ ได้แก่ ระบบดับเพลิง ระบบประปา ระบบสุขาภิบาล เป็นต้น

สิ่งสำคัญควรรู้ คือ วิธีการตรวจสอบเบื้องต้น โดยวิธีการสังเกตเหล็กเส้นที่ได้มาตรฐานดังนี้

  • เนื้อเหล็ก

เหล็กเส้นกลมต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีปีก ไม่มีรูตามดหรือเป็นลูกคลื่น หน้าตัดต้องกลมไม่เบี้ยว ส่วนเหล็กข้ออ้อยต้องมีบั้งเป็นระยะเท่าๆ กันสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น บั้งและครีบต้องมีขนาดและรูปร่างเหมือนๆ กัน มีสัญลักษณ์ ตราสินค้า ชื่อยี่ห้อสินค้า ชั้นคุณภาพ ชนิดเหล็ก และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ปั๊มมาบนผิวเหล็ก

  • ป้ายรายละเอียดเหล็ก

มีรายละเอียดบนป้ายเหล็กที่สำคัญ อาทิ ชื่อบริษัท, ประเภทสินค้า (Type), ชั้นคุณภาพ (Grade), ขนาด (Size), ความยาว (Length), จำนวนเส้นต่อมัด (PSC : Bundle), เลขที่เตาหลอม (Batch,Head), วัน/เวลาที่ผลิต (Date/Time), เครื่องหมายและเลขที่ มอก.

  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง

ต้องได้เกณฑ์ตามมาตรฐาน มอก. กำหนดที่เรียกว่า “เหล็กเต็ม” เช่น เหล็ก 9 มม. จะต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 9 มม. ขึ้นไป โดยเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบ คือ เวอร์เนีย หรืออุปกรณ์อื่นที่สามารถใช้วัดได้ เช่น ตลับเมตร หรือไม้บรรทัด เป็นต้น ขนาดต้องเท่ากันตลอดเส้น ความยาวเท่ากันทุกเส้น จำนวนเส้นในมัดครบถ้วน “ราคาเหล็กที่ต่างกัน คุณภาพย่อมต่างกัน”

Cr : http://www.nhconcept.com

 

คุณสมบัติของเหล็กเกรดต่างๆ

คุณสมบัติของเหล็กเกรดต่างๆ

 คุณสมบัติของเหล็กเกรดต่างๆ

  1. เหล็ก SS400    คุณสมบัติ  เหล็กแผ่นรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างทั่วๆ ไป
  2. เหล็ก SKD11     คุณสมบัติ  ทำลูกรีดเกลียว ลูกรีดแป๊ป ใบมีดตัดเหล็กแม่พิมพ์ปั้มขึ้นรูป แม่พิมพ์กรรไกร แม่พิมพ์กระดาษ ทนแรงตึงสูง
  3. เหล็ก SKS3   คุณสมบัติ  เหล็กทำแม่พิมพ์งานเย็น พิมพ์ตัด โลหะแผ่นบางและกระดาษ มีความสามารถในการชุบแข็งสูง ทนแรงเสียดสีได้ดี
  4. เหล็ก SKD61 คุณสมบัติ  เหล็กสำหรับทำแม่พิมพ์งานร้อน มีความแข็งแรงที่อุณหภูมิปกติและอุณหภูมิสูงๆทนการสึกหรอดีมาก ทนแรงกระแทกสูง รักษาความแข็งแรงที่สูงได้ดี ใช้ทำแม่พิมพ์อัดขึ้นรูปโลหะได้ดี
  5. เหล็ก P20     คุณสมบัติเหล็กแม่พิมพ์พลาสติกคุณภาพสูง ขัดผิวขึ้นเงาได้ดีมาก  ทำงานง่าย ทนแรงดัน
  6. เหล็ก S45C     คุณสมบัติ  เหล็กคาร์บอนปานกลางเหมาะสำหรับงานพื้นฐานทั่วไป โครงสร้างแม่พิมพ์   และแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ชุบแข็งได้ง่ายทนการเสียดสีได้ดี มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับทำชิ้นส่วนพื้นฐาน หรือโครงสร้างของแม่พิมพ์และงานทั่วๆ ไป
  7. เหล็ก S50C     คุณสมบัติ  เหล็กคาร์บอนปานกลางเหมาะสำหรับงานพื้นฐานทั่วไป โครงสร้างแม่พิมพ์   และแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ชุบแข็งได้ง่าย ทนการเสียดสีได้ดี มีความแข็งแรงสูงเหมาะสำหรับทำชิ้นส่วนพื้นฐาน หรือโครงสร้างของแม่พิมพ์และงานทั่วๆ ไป
  8. เหล็ก SCM440  คุณสมบัติ  เหล็กเครื่องมือมีคาร์บอนปานกลาง มีความเหนียว ทนแรงตึงสูง เหมาะสำหรับทำเครื่องมือ น๊อต สกรู เพลา ก้านสูบและชิ้นส่วนรถยนต์
  9. เหล็ก SCM415  คุณสมบัติ ทนแรงดึงสูง  มีความเหนียว เหล็กเครื่องมือ เหมาะที่จะเฟืองรอบจัด และงานที่ต้องการผิวที่แข็งเฉพาะผิว
  10. เหล็ก SCM439,SNCM439  คุณสมบัติ  เหล็กเครื่องมือทนแรงดึงสูง เหมาะสำหรับทำเพลาข้อเหวี่ยง เฟืองแกนพวงมาลัย เพลากลางรถยนต์ และชิ้นส่วนเครื่องจักรที่มีความเครียดสูง
  11. เหล็ก SK5       คุณสมบัติ  เหล็กคาร์บอนสูง ชุบแข็งได้ง่าย ทนทานการเสียดสีได้ดี มีความแข็งแรงสูง  มีคุณสมบัติเป็นสปริงสูง
  12. เหล็ก  SUP9    คุณสมบัติ ใช้สำหรับสปริงขึ้นรูปงานร้อน (Hot Format Spring) เช่นเหล็กแผ่นสปริง (Laminated Springs) เหล็กคอยล์ปริง และเหล็กแหนบสปริงที่ใช้ในรถยนต์
  13. เหล็ก EH400   คุณสมบัติเป็นเหล็กทนสึก
คำศัพท์ประเภทเหล็กต่างๆ

คำศัพท์ประเภทเหล็กต่างๆ

ภาษาเทคนิค ภาษาสามัญ (ไทย) ภาษาช่างและทั่วไปที่นิยมเรียก 
CARBON STEEL PIPES
ท่อแป๊บดำ
ท่อแป๊ปดำ ท่อกลม, แป็บดำ, เหล็กหลอด, กลมดำ, ท่อดำ
GALVANIZED STEEL PIPESท่อเหล็กกล้าชุบสังกะสี ท่อเหล็กกล้าชุบสังกะสี แป็บปะปา, แป็บน้ำ, แป็บสังกะสี, ปลายเกลียว, ปลายเรียบ, แป็บขาว
FLAT BARS STEEL
เหล็กแบน
เหล็กแบน เหล็กพืด, แบน, เหล็กแบนตัด, เส้นแบน
EQUAL ANGLES
เหล็กฉาก
เหล็กฉาก ฉาก, เหล็กมุม
CHANNELS STEEL
เหล็กรางน้ำ
เหล็กรางน้ำ รางหล่อ, รางหนา, รางซี
C LIGHT LIP CHANNEL
เหล็กตัวซี
เหล็กตัวซี แปหลังคา, แปซี, โครงตัวซี
LIGHT GAUGE CHANNELSเหล็กรางพับ เหล็กรางพับ รางยู, รางร่อง, เหล็กพับร่อง
CARBON STEEL SQUARE TUBEเหล็กกล่องเหลี่ยม เหล็กกล่องเหลี่ยม แป็บโปร่ง, กล่อง, เหล็กกล่อง, เหล็กหลอดเหลี่ยม
CARBON STEEL RECTANGULAR TUBEเหล็กกล่องแบน เหล็กกล่องแบน กล่องแบน, กล่องไม้ขีด, เหล็กกล่อง, เหล็กหลอดเหลี่ยม
ROUND BARS STEEL
เหล็กเส้นกลม
เหล็กเส้นกลม เหล็กกลม, เหล็กกลมตัน
DEFORMED BARS STEELเหล็กข้ออ้อย เหล็กข้ออ้อย เหล็กอ้อย, เหล็กบั้ง, เหล็กข้อ
WIDE FLANGE STEEL
เหล็กไวด์แฟรงค์
เหล็กไวด์แฟรงค์ ตัวเฮช, เหล็กเสา, เหล็กปีก, เสาบีม
H-BEAM STEEL
เหล็กเอชบีม
เหล็กเอชบีม ตัวเฮช, เสาเอช, เหล็กปีกไอ, เสาบีม
I-BEAM STEEL
เหล็กไอบีม
เหล็กไอบีม ตัวไอ, เสาบีม, เหล็กปีกไอ, เสาบีม
HOT ROLLED STEEL PLATE AND SHEETเหล็กแผ่นดำ เหล็กแผ่นดำ หน้าแปลน, แผ่นเรียบ, ชีส
CHECKERED PLATES
เหล็กแผ่นลาย
เหล็กแผ่นลาย แผ่นลาย, เหล็กลายดอก, ตีนไก่, ตีนเป็ด

 

Cr:http://www.cshsteelgroup.com/

ทาบเหล็ก

ทาบเหล็ก

ทาบเหล็ก

ทาบเหล็ก คือ การต่อความยาวเหล็กเส้นกลมหรือเหล็กข้ออ้อยที่ใช้เป็นเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เช่น เสา คาน  พื้นหล่อในที่ แม่บันได ฯลฯ  โดยใช้ลวดมัดหรือเชื่อมด้วยความร้อน ซึ่งระยะของการทาบซ้อนกันของเหล็กทั้งสองเส้น  สำหรับเหล็กข้ออ้อยต้องไม่น้อยกว่า 40 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก ส่วนเหล็กเส้นกลมต้องไม่น้อยกว่า 50 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก เช่น  หากนำเหล็กข้ออ้อยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มิลลิเมตร สำหรับใช้เป็นเหล็กยืนมาต่อกัน  ระยะทาบคือ 16 มิลลิเมตร  x 40 = 640 มิลลิเมตร  (64 เซนติเมตร)  สามารถทาบมากกว่านี้ได้แต่ห้ามน้อยกว่านี้เป็นอันขาด และถ้าต้องต่อทาบเหล็กที่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของไม่เท่ากัน ก็ให้ยึดระยะตามขนาดเหล็กที่ใหญ่กว่าเสมอ  สำหรับเหล็กที่เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 25 มิลลิเมตรขึ้นไป  จะไม่นิยมใช้การทาบเหล็ก  เนื่องจากเหล็กขนาดใหญ่จะมีโอกาสที่ตำแหน่งจะเยื้องศูนย์กลางได้ง่าย  จึงนิยมใช้ปลอกหรือข้อต่อเหล็กเป็นตัวเชื่อมต่อมากกว่า

ตำแหน่งที่ทาบเหล็กวิศวกรจะเป็นผู้คำนวณและออกแบบเอาไว้  โดยหลีกเลี่ยงจุดที่ต้องรับแรงกระทำมากในระบบการถ่ายแรงโดยรวมของโครงสร้าง  เช่น  โครงสร้างคานโดยปกติจะมีเหล็กเสริมสองชุด คือ เหล็กเสริมบนและเหล็กเสริมล่าง  เหล็กเสริมบนห้ามทาบเหล็กบริเวณรอยต่อระหว่างคานกับหัวเสา   ส่วนเหล็กเสริมล่างห้ามทาบเหล็กบริเวณตรงกลางคาน  เพราะทั้งสองตำแหน่งเป็นจุดที่ต้องรับแรงดึงมากที่สุดในโครงสร้างคาน เป็นต้น

ภาพ: ตำแหน่งที่การทาบเหล็ก
ภาพ: ตำแหน่งที่การทาบเหล็ก
Cr: https://www.scgbuildingmaterials.com
สนิมขุม

สนิมขุม

สนิมขุม

สนิมขุม คือ สนิมที่เกิดขึ้นแล้วสร้างความเสียหายให้กับเหล็ก  โดยจะกัดกร่อนเนื้อเหล็กให้มีขนาดเล็กลงจนเสียคุณสมบัติในการรับแรงไป  และหากปล่อยไว้นานเหล็กอาจจะขาดจนทะลุจนเสียรูปไปได้  ต่างจาก ”สนิมผิว” ซึ่งเป็นแค่เป็นสนิมที่เกิดขึ้นบริเวณผิวเหล็ก  ไม่ทำความเสียหายให้กับเนื้อเหล็ก และยังสามารถขัดทำความสะอาดได้

สนิมขุมมักเกิดขึ้นกับเหล็กเส้นกลม หรือเหล็กข้ออ้อยที่ใช้เป็นเหล็กเสริมในงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก  และอาจเกิดขึ้นกับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เหล็กกล่อง เหล็กตัว C เหล็กตัว H เหล็กตัว I ฯลฯ รวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่ทำจากเหล็กในงานก่อสร้างด้วย เช่น บานพับ เหล็กดัด ท่อระบายน้ำ เป็นต้น  เกิดจากการที่ออกซิเจนในอากาศหรือน้ำมาทำปฏิกิริยากับเหล็ก  สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในพื้นที่เขตร้อน-ชื้นแบบประเทศไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลหรือแม่น้ำ   ในระหว่างก่อสร้างจึงควรเก็บเหล็กไว้ในที่แห้งและมีหลังคาคลุม  ไม่ควรวางเหล็กไว้บนพื้นดินหรือพื้นส่วนที่สามารถมีน้ำขังได้  สำหรับเหล็กที่ใช้ในงานโครงสร้างที่ต้องสัมผัสกับอากาศและความชื้น ควรเลือกเหล็กที่มีการเคลือบหรือทาสีเพื่อป้องกันสนิมเอาไว้แล้ว หากเหล็กเกิดสนิมที่ผิวด้านนอกควรรีบขัดออกก่อนที่จะกลายเป็นสนิมขุมและสร้างความเสียหายให้เนื้อเหล็กได้ในภายหลัง  ส่วนเหล็กที่เป็นสนิมขุมไม่ควรนำมาใช้งานอีกต่อไป  เนื่องจากจะมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงในโครงสร้าง

ภาพ: สนิมขุมที่บันไดเหล็ก

ภาพ: สนิมขุมที่เหล็กเสริม

Cr :https://www.scgbuildingmaterials.com

หน้าตัดคาน

หน้าตัดคาน

หน้าตัดคาน

หน้าตัดคาน คือ พื้นที่หน้าตัดที่อยู่ภายในระยะความกว้างและความลึกของคาน    สำหรับคานคอนกรีตเสริมเหล็กนิยมทำหน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือรูปเรขาคณิตที่เรียบง่าย เช่น สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมคางหมู  หรือวงกลม  ระยะความกว้างต่อความลึกประมาณ 1:2 ถึง 1:3  ด้านลึกของคานจะเป็นด้านที่ตั้งฉากกับพื้น   เพื่อให้มีระยะมากพอสำหรับการเสริมเหล็กภายใน   รวมทั้งเป็นทิศทางที่ถูกต้องสำหรับการถ่ายแรงในระบบโครงสร้างเสา-คานอีกด้วย   ส่วนคานเหล็กรูปพรรณแบบต่างๆ  เช่น เหล็กหน้าตัดรูปตัวไอ (I-Beam)  เหล็กหน้าตัดรูปตัวเฮช (H-beam)  หรือเหล็กกล่อง  จะมีขนาดและหน้าตัดให้เลือกใช้หลากหลายมาก  ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเหล็กและน้ำหนักที่คานต้องรองรับตามที่วิศวกรออกแบบเอาไว้

ในการออกแบบหน้าตัดคานในอาคารหนึ่งหลัง  คานแต่ละตัวจะมีขนาดไม่เท่ากัน  คานที่เชื่อมระหว่างเสากับเสา (หรือ “คานหลัก”)  คานที่เชื่อมระหว่างคานกับคาน  หรือคานยื่น  จะมีหน้าตัดไม่เท่ากัน   ขนาดของหน้าตัดจะแปรผันไปตามตำแหน่งของคานและน้ำหนักที่ต้องรองรับตามแต่ในละส่วนของบ้าน    แต่หากต้องการออกแบบให้คานทั้งอาคารมีขนาดหน้าตัดเท่ากันเพื่อความสวยงามของโครงสร้าง  ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ภาพ: หน้าตัดคานสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ภาพ: หน้าตัดคาน

ภาพ: หน้าตัดคานสี่เหลี่ยมผืนผ้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า