โดย admin_sale | พ.ค. 29, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กเสริมคอนกรีต
เหล็กเสริม (reinforcement) คือ เหล็กที่ใช้สำหรับเสริมคอนกรีตซึ่งปกติจะเป็นเหล็กกล้าชนิดท่อน ชนิดเส้น หรือชนิดตะแกรง ฝังในลักษณะที่ทำให้เหล็กและคอนกรีตร่วมก้นต้านทานต่อแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคอนกรีตได้
เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า คอนกรีตมีคุณสมบัติในการับแรงอัดได้สูง แต่จะเปราะบางและอ่อนแอต่อการรับแรงดึง ดังนั้นในการนำเอาเหล็กซึ่งมีคุณสมบัติในการรับแรงอัดแระแรงดึงสูง ทั้งยังมี สัมประสิทธิ์ในการยึดหดตัวเท่าๆ กับคอนกรีตมาใช้ร่วมกัน จึงเหมาะต่อการนำเอามาออกแบบเพราะจะทำให้ได้โครงสร้างที่แข็งแรง ทั้งนี้เนื่องจากการที่วัสดุทั้งสองช่วยกันรับและถ่ายแรงร่วมกัน
กล่าวคือ เหล็กจะทำหน้าที่ในการรับแรงดึง (โดยทั่วไปให้พิจารณาเฉพาะความสามารถในการรับแรงดึง) ขณะที่คอนกรีตจะทำหน้าที่ในการรับแรงอัด ก็จะทำให้คอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม หรือที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า คอนกรีตเสริมเหล็ก (reinforced concrete) สามารถรับแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ดี หรือมีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง การเสริมเหล็กในจุดที่เกิดแรงเฉือน อาทิเช่น เหล็กคอม้า (bent up bar) หรือเหล็กปลอก (stirrup) ก็สามารถป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับโครงสร้างได้ นอกจากนั้นการใช้เหล็กเสริม ยังสามารถช่วยลดขนาดของเสาหรือคานลงได้ โดยไม่ทำให้ความแข็งแรงลดลงแต่อย่างใด ถ้าขนาดที่ใช้เหมาะสม เหล็กเสริมที่ถูกดัดงอในลักษณะต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้
สำหรับงานคอนกรีตที่ต้องการเหล็กเสริม ในการกำหนด ชนิด ปริมาณ และตำแหน่งของเหล็กเสริมจะขึ้นอยู่กับการออกแบบของวิศวกร ผู้ทำการก่อสร้างจะต้องทำตามข้อกำหนด และรูปแบบที่วิศวกรกำหนดมาให้ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามโดยมิได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบ จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งเพราะอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียทั้งกับชีวิตและทรัพย์สินขึ้นได้
เหล็กเสริม
เหล็กเสริมที่นิยมนำมาใช้กับงานคอนกรีตเสริมเหล็ก จะเป็นเหล็กกล้าผสม (mild steel) จำแนกออกได้เป็น 5 ชนิดได้แก่
เหล็กเส้นกลม คือ เหล็กเส้นที่มีพื้นที่ภาคตัดขวางเป็นรูปกลม มีผิวเรียบเกลี้ยง เหล็กเส้นกลมตามมาตรฐาน มอก. 20-2527 ทำจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) เหล็กเส้นใหญ่ (bloom) หรือ เหล็กแท่งหล่อ (ingot) โดยตรง ด้วยกรรมวิธีรีดร้อนโดยไม่เคยมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นมาก่อน มีขนาด 6, 9, 12, 15, 19, 22, 25, 28 และ 34 มิลลิเมตร ความยาว 10 หรือ 12 เมตร มีชั้นคุณภาพเดียว ใช้สัญลักษณ์ SR 24 ชื่อขนาดใช้สัญลักษณ์ RB แล้วตามด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้นนั้นๆ
เหล็กทุกเส้นจะต้องมีชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตและชื่อขนาดหล่อเป็นตัวนูนติดกับผิวเหล็ก ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตจะต้องห่างจากชื่อ ขนาดไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร ตัวอย่างเช่น เหล็กเส้นกลมขนาด 12 มิลลิเมตร ของบริษัทเหล็กสยาม จำกัด ดังนั้น เหล็กเส้นกลมขนาดนี้ทุกเส้นจะมีตัวอักษรว่า บลส. ตราช้าง และ RB 12 หล่อเป็นตัวนูนติดกับผิวของเหล็กเส้นทุกเส้น เหล็กเส้นชนิดนี้นิยมใช้กันมากที่สุดกับงานก่อสร้างขนาดเล็กและขนาดกลาง
เหล็กรีดซ้ำ (Re-rolled Round Bar)
เหล็กเส้นกลมอีกชนิดหนึ่ง ที่ถูกนำมาใช้กับงานก่อสร้างขนาดเล็ก และขนาดกลางด้วยเช่นกัน ก็คือ เหล็กรีดซ้ำ เหล็กเส้นกลมชนิดนี้ ตามมาตรฐาน มอก. 211-2527 ทำจากเศษเหล็กที่ได้จากเข็มพืด (sheet pile) เหล็กแผ่นต่อเรือ (ship plate) เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ หรือเหล็กที่คัดออกระหว่างการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้วนำมารีดเป็นเส้นกลมด้วยกรรมวิธีรีดร้อน มีขนาด 6, 8, 9, 10, 12 และ 15 มิลลิเมตร ความยาว 10 หรือ 12 เมตร มีชั้นคุณภาพเดียว ใช้สัญลักษณ์ SRR 24 ชื่อขนาดใช้สัญลักษณ์ R แล้วตามด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้นนั้นๆ เหล็กทุกเส้นจะมีชื่อ หรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตและชื่อขนาด หล่อเป็นตัวนูนติดกับผิวเหล็กเช่นเดียวกับเหล็กเส้นกลมด้วยเช่นกัน
เหล็กข้ออ้อย คือ เหล็กเส้นที่มีพื้นที่ภาคตัดขวางเป็นรูปกลม มีบั้ง (transverse ribs) และอาจมีครีบ (longitudinal ribs) ที่ผิว เพื่อเสริมกำลังยึดระหว่างเหล็กเส้นกับเนื้อคอนกรีต เหล็กข้ออ้อยตามมาตรฐาน มอก. 24-2527 ทำจากเหล็กชนิดเดียวกัน และด้วยกรรมวิธีเดียวกันกับเหล็กเส้นกลม มีขนาด 10, 12, 16, 20, 22, 25, 28 และ 32 มิลลิเมตร ความยาว 10 หรือ 12 เมตร มี 3 ชั้นคุณภาพ ใช้สัญลักษณ์ SD 30, SD 40 และ SD 50 ชื่อขนาดใช้สัญลักษณ์ DB แล้วตามด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้นนั้นๆ เหล็กทุกเส้นจะมีชื่อเรียกหรือเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตและชื่อขนาด หล่อเป็นตัวนูนติดกับผิวเหล็กเช่นเดียวกับเหล็กเส้นกลม และเหล็กรีดซ้ำ เหล็กเส้นชนิดนี้เนื่องจากให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างเหล็กกับเนื้อคอนกรีตได้ดีกว่า 2 แบบแรก จึงนิยมนำไปใช้กับงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ
Cr: http://www.thecontender-movie.com
โดย admin_sale | พ.ค. 25, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
บ้านโครงสร้างเหล็กอีกทางเลือกใหม่ของงานก่อสร้าง
ในการสร้างบ้านนั้นส่วนที่จะเป็นตัวรับน้ำหนักของบ้านก็คือโครงสร้างบ้าน ดังนั้นวิธีการออกแบบโครงสร้างและการเลือกใช้วัสดุที่จะนำมาทำโครงสร้างบ้านจึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ โครงสร้างบ้านที่เราคุ้นเคยและพบเห็นโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเป็นบ้านโครงสร้างไม้และบ้านโครงสร้างปูน แต่ในปัจจุบันยังมีโครงสร้างอีกแบบที่เริ่มนำมาใช้เป็นโครงสร้างบ้านนั่นก็คือ โครงสร้างเหล็ก โครงสร้างชนิดนี้สามารถนำมาใช้งานทั้งงานสร้างบ้านใหม่และงานต่อเติม ไม่ว่าจะเป็นระบบเสาและคาน จะใช้เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน หรือที่ช่างนิยมเรียกกันว่า เหล็กตัวไอ
จุดเด่นของงานโครงสร้างเหล็กคือ เป็นวัสดุสำเร็จรูปผลิตมาจากโรงงานซึ่งจะได้มาตรฐานกว่า ออกแบบบ้านตามรูปทรงต่างๆ ได้ง่ายกว่า ใช้ทำโครงสร้างที่มีช่วงคานยาวและคานยื่นได้ดี สามารถติดตั้งที่หน้างานก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็ว โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาก่อสร้างน้อยกว่าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก 1/3 ส่วน
ในปัจจุบันจะนิยมออกแบบบ้านโดยเน้นภายตัวบ้านให้โล่ง บางทีอาจะถึงขั้นเผยให้เห็นโครงสร้างของตัวบ้านด้วย ดังนั้นเสาและคานเหล็กซึ่งจะมีขนาดที่เล็กกว่าแบบคอนกรีตจะเหมาะกับงานในลักษณะนี้มาก
การนำเหล็กโครงสร้างเหล็กมาประกอบเข้าด้วยกัน ที่นิยมใช้งานมีอยู่ 2 วิธี ได้แก่
- ระบบสลักเกลียว ผู้ผลิตจะเตรียมเหล็กมาจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน เหล็กฉาก และอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมเจาะรูสำหรับยึดน็อตเอาไว้เพื่อความสะดวกในการนำไปติดตั้งที่หน้างานก่อสร้าง ส่วนมากเสาคานเหล็ก H Beam จะมีขนาดหน้าตัดและความหนาตามมาตรฐานของผู้ผลิต ขั้นตอนการติดตั้งจะติดตั้งบ่าเหล็กฉากเข้ากับเสาก่อน แล้วยึดเหล็กคานเข้ากับบ่าเหล็กฉากด้วยการร้อยน็อตสกรู ควรหันหางเกลียวออกด้านนอก ขันน็อตสกรูรองแหวนด้วยมือใส่จนครบทุกตัว แล้วจึงใช้ประแจปอนด์ขันให้แน่นอีกครั้ง
- ระบบเชื่อมด้วยไฟฟ้า ตัดเหล็กโครงสร้างให้มีขนาดตามแบบ แล้วเชื่อมเหล็กเข้าด้วยกันด้วยวิธีการเชื่อมไฟฟ้า แล้วจึงทาสีกันสนิมเคลือบผิวเหล็กและแนวรอยต่อทีหลัง วิธีนี้ต้องอาศัยความชำนาญของช่างเป็นอย่างมาก

การเชื่อมต่อเสาและคานเหล็กแบบสลักเกลียว

การเชื่อมต่อเสาและคานเหล็กแบบเชื่อมด้วยไฟฟ้า
Cr: www.bhumisiam.com
โดย admin_sale | พ.ค. 25, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กเบา (“เหล็กโรงเล็ก” หรือ “เหล็กไม่เต็ม”)
หมายถึง เหล็กเส้นหรือเหล็กรูปพรรณ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหรือขนาดหน้าตัด และน้ำหนักไม่ได้ตามที่มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กำหนดไว้ มักเป็นเหล็กรีดซ้ำ (นำเศษเหล็กที่ใช้งานแล้ว หรือเศษเหล็กเสียสภาพมารีดใหม่อีกครั้ง) ส่งผลให้มีค่าการรับแรงอัดและแรงดึงได้น้อยลง ไม่เป็นไปตามที่วิศวกรออกแบบไว้ ซึ่งหากนำไปใช้ในงานโครงสร้างอาคารอาจก่อให้เกิดอันตราย แตกหักเสียหาย หรือพังทลายลงมาภายหลังได้ ดังนั้น สำหรับงานโครงสร้างอาคารจึงควรเลือกใช้ “เหล็กเต็ม” เพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม เหล็กเบาสามารถใช้ในงานหล่อคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่ได้รับน้ำหนักมากนัก เช่น เหล็กเส้นในงานหล่อกระถางต้นไม้ เหล็กหนวดกุ้งในผนังก่ออิฐ เหล็กกล่องทำโครงสวนแนวตั้ง ทำหลังคากันสาดขนาดเล็ก หรือตกแต่งประตูรั้ว เป็นต้น
หมายเหตุ: การตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตาเปล่าว่าเป็นเหล็กเต็มหรือไม่ ให้สังเกตที่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง หรือหน้าตัดเหล็กซึ่งต้องเท่ากันตลอดความยาวเส้น ผิวเหล็กเรียบ หน้าตัดเหล็กไม่บิดเบี้ยว ไม่มีรูตามดหรือเป็นลูกคลื่น อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบได้จากป้ายรายละเอียดข้อมูลหรือ “ใบกำกับเหล็ก” ซึ่งจะระบุข้อมูลสำคัญต่างๆ เอาไว้ครบถ้วน อย่างเช่น ชื่อบริษัท ประเภทสินค้า ชั้นคุณภาพ ขนาด ความยาว จำนวนเส้นต่อมัด เลขที่เตาหลอม วัน/เวลาที่ผลิต หรือเลขที่ มอก. หรือหากไม่มีป้ายระบุสามารถสังเกตได้จากรอยประทับตรา มอก. บนผิวเหล็ก ซึ่งรอยประทับเหล่านี้จะปรากฏอยู่ตลอดทั้งความยาวของเหล็ก
นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบน้ำหนักของเหล็กได้ด้วยการชั่ง โดยตัดเหล็กมา 1 เมตร แล้วเทียบน้ำหนักกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น เหล็กเส้นกลมหน้าตัด 6 มิลลิเมตร (RB6) ความยาว 1 เมตร ควรมีน้ำหนักประมาณ 0.222 กิโลกรัม, เหล็กข้ออ้อยหน้าตัด 12 มิลลิเมตร (DB12) ความยาว 1 เมตร ควรมีน้ำหนักประมาณ 0.888 กิโลกรัม, เหล็กตัวซี (Light Lip Channel) 100x50x20x2.3 มม. ความยาว 1 เมตร ควรมีน้ำหนักประมาณ 4.06 กิโลกรัม เป็นต้น
Cr: http://www.scgbuildingmaterials.com
โดย admin_sale | พ.ค. 24, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เกร็ดความรู้:การเรียกขนาดของเหล็ก
1 นิ้วไม้บรรทัด หากเทียบเป็นเซนติเมตร จะยาวเท่ากับ 25 มิลลิเมตร หรือ 2.50 เซนติเมตร (ตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับวิศวกรใช้คือ 2.54 เซนติเมตร)
ใน 1 นิ้ว แบ่งเป็น 8 ช่อง เรียกว่า 8 หุน
ถ้า 1 หุน จึงต้องประมาณเท่ากับ 25/8 = 3.13 มิลลิเมตร
ดังนั้น เหล็ก 2 หุน จึงเท่ากับ เหล็ก 6 มิลลิเมตร
เหล็ก 3 หุน จึงเท่ากับ เหล็ก 9 มิลลิเมตร
เหล็ก 4 หุน จึงเท่ากับ 12 มิลลิเมตร
เหล็ก 5 หุน จึงเท่ากับ 16 มิลลิเมตร
เหล็ก 6 หุน จึงเท่ากับ 20 มิลลิเมตร
เหล็กนิ้ว จึงหมายถึง เหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มิลลิเมตร ต่อไปหากได้ยินช่างพูดถึงเหล็กเป็นหุน ก็คงทราบกันแล้วว่าหมายถึงเหล็กขนาดเท่าใด ในขณะที่วิศวกรจะเรียกเหล็กจากขนาดของมิลลิเมตร เช่น เหล็ก 20 โดยละคำว่า มิลลิเมตร เป็นต้น
Cr: http://www.nhconcept.com
Cr pic: www.foodnetworksolution.com
โดย admin_sale | พ.ค. 24, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
“เหล็ก” เหมือนกัน แต่อาจเข้าใจไม่เหมือนกัน
เรามักจะพบว่า “เหล็ก” ที่เราเข้าใจนั้น มีคำที่เรียกในภาษาช่างแตกต่างไปจากศัพท์วิชากรพอสมควร ซึ่งมักจะสร้างความสับสนและไม่เข้าใจภาษาเทคนิคและชื่อเรียกในบางครั้ง บ่อยครั้งที่ลูกค้ามีการสื่อสารกับช่างหรือร้านค้าผิด ทำให้สั่งสินค้าผิดก็มี เลือกใช้เหล็กมาผลิตผิดก็มี บทความนี้จึงขอยกตัวอย่างคร่าวๆ ทั้งคำสามัญ ภาษาเทคนิค และคำที่เรียกกันในหมู่ช่าง มาสรุปให้ฟัง จะมีอะไรกันบ้างนั้น ลองดูตามตารางได้เลย
| ภาษาเทคนิค |
ภาษาสามัญ(ไทย) |
ภาษาช่างทั่วไป |
| CARBON STEEL PIPES |
ท่อแป๊ปดำ |
ท่อกลม,แป็บดำ,เหล็กหลอด,กลมดำ,ท่อดำ |
| GALVANIZED STEEL PIPES |
ท่อเหล็กกล้าชุบสังกะสี |
แป็บปะปา,แป็บน้ำ,แป็บสังกะสี,ปลายเกลียว,ปลายเรียบ,แป็บขาว |
| FLAT BARS STEEL |
เหล็กแบน |
เหล็กพืด,แบน,เหล็กแบนตัด,เส้นแบน |
| EQUAL ANGLES |
เหล็กฉาก |
ฉาก,เหล็กมุม |
| CHANNELS STEEL |
เหล็กรางน้ำ |
รางหล่อ,รางหนา,รางซี |
| C LIGHT LIP CHANNELS |
เหล็กตัวซี |
แปหลังคา,แปซี,โครงตัวซี |
| LIGHT GAUGE CHANNELS |
เหล็กรางพับ |
รางยู,รางร่อง,เหล็กพับร่อง |
| CARBON STEEL SQUARE TUBE |
เหล็กกล่องเหลี่ยม |
แป็บโปร่ง,กล่อง,เหล็กกล่อง,เหล็กหลอดเหลี่ยม |
| CARBON STEEL RECTANGULAR TUBE |
เหล็กกล่องแบน |
กล่องแบน,กล่องไม้ขีด,เหล็กกล่อง,เหล็กหลอดเหลี่ยม |
| ROUND BARS STEEL |
เหล็กเส้นกลม |
เหล็กกลม,เหล็กกลมตัน,เส้น,หุน |
| DEFORMED BARS STEEL |
เหล็กข้ออ้อย |
เหล็กอ้อย,เหล็กบั้ง,เหล็กข้อ |
| WIDE FLANGE STEEL |
เหล็กไวด์แฟรงค์ |
ตัวเฮช,เหล็กเสา,เหล็กปีก,เสาบีม |
| H-BEAM STEEL |
เหล็กเอชบีม |
ตัวเฮช,เสาเอช,เหล็กปีกไอ,เสาบีม |
| I-BEAM STEEL |
เหล็กไอบีม |
ตัวไอ,เสาบีม,เหล็กปีกไอ,เสาบีม |
| HOT ROLLED STEEL PLATE AND SHEET |
เหล็กแผ่นดำ |
หน้าแปลน,แผ่นเรียบ,ชีท |
| CHECKERED PLATES |
เหล็กแผ่นลาย |
แผ่นลาย,เหล็กลายดอก,ตีนไก่,ตีนเป็ด |
Cr: http://www.tosthailand.com
โดย admin_sale | พ.ค. 22, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
บ้านโครงสร้างเหล็ก
ตรวจเช็คข้อดี ข้อเสีย ก่อนตัดสินใจสร้างบ้าน
บ้านโครงสร้างเหล็ก หนึ่งในเทรนด์การสร้างบ้านสมัยใหม่ คำว่าเทรนด์ในที่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยมชั่วคราว แต่เป็นภาพรวมของความต้องการที่เกิดจากปัญหาต่าง ๆ ของวงการก่อสร้าง โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนแรงงาน ปัญหาค่าแรง รวมทั้งกระบวนการก่อสร้างที่ต้องแข่งขันกับเวลา ต้องการความรวดเร็วที่มากยิ่งขึ้น ในอนาคตอันใกล้นี้เราจะได้เห็นบ้านโครงสร้างเหล็กเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่จะเพิ่มสูงจนกระทั่งมาทดแทนบ้านปูน (โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก) หรือไม่นั้น จำเป็นต้องดูสถานการณ์อื่น ๆ รอบด้านกันต่อไป
โดยปกติเหล็กที่นิยมนำมาใช้ทำโครงสร้างอาคารมีหลายชนิด การนำมาใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะงาน สำหรับบ้านเรือนทั่วไปใช้เหล็กรูปพรรณ H Beam ทั้งทำเสาและคาน คุณสมบัติของเหล็ก H Beam มีความยืดหยุ่น แข็งแรง รับน้ำหนักได้มาก
ใครเหมาะกับบ้านโครงสร้างเหล็ก
1. ผู้ที่ชื่นชอบงานออกแบบลักษณะโครงสร้างเหล็ก ซึ่งจะให้ความแตกต่างของงานดีไซน์อย่างชัดเจน เหมาะกับผู้ที่ชอบงานสัจจะวัสดุ เปลือยโครงสร้าง ให้ความรู้สึกในสไตล์ Loft, Tropical, Industrial แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายถึงว่าสไตล์อื่น ๆ ใช้งานเหล็กไม่ได้นะครับ ใช้ได้เช่นกัน โดยทำการออกแบบให้มีวัสดุอื่น ๆ มาปิดผิวอีกชั้นแต่ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
2. ผู้ที่มีงบประมาณในการก่อสร้างค่อนข้างสูง เนื่องด้วยปัจจุบันภาพรวมของบ้านโครงสร้างเหล็กยังมีราคาที่สูงกว่าบ้านปูน ราคาเหล็กที่เคยสูงมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันยังมีตัวเลขที่สูงมากขึ้นในไทย อนาคตภาพรวมอาจจะถูกลง ส่วนตลาดโลกเหล็กมีราคาถูกลง
(ค่าก่อสร้างบ้านโครงสร้างเหล็กปัจจุบัน ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท/ตร.ม.)
3. ผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในงานก่อสร้าง เพราะโครงสร้างเหล็กมีระบบ ขั้นตอนการทำงานที่สะดวก เสมือนเป็นการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของบ้านเข้าด้วยกัน แตกต่างจากงานปูน ที่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่า
4. เหมาะกับกรณีพื้นที่ก่อสร้างมีความยากในการเข้าถึง บ้านโครงสร้างเหล็กใช้วัสดุน้อยชิ้น สามารถขนส่งนำไปก่อสร้างในพื้นที่เฉพาะได้สะดวกกว่า อาทิ พื้นที่บนภูเขาสูง, พื้นที่มีน้ำขัง หรือพื้นที่เฉพาะทางอื่น ๆ
5. เหมาะกับผู้ที่ต้องการบ้านดีไซน์แปลกใหม่ บางกรณีบ้านปูน หรือโครงสร้างอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ อาทิ งานที่ต้องการคานยื่นยาว รูปทรงไม่ตั้งฉาก งานที่ต้องการลดเสา หากเป็นบ้านปูนจะมีข้อจำกัดในการออกแบบที่มากกว่า
อ่านกันมาหลายข้อ ตรงกับตัวเลือกข้อไหนกันบ้างครับ หากอ่านไปแล้วคิดว่า “บ้านโครงสร้างเหล็ก” เหมาะกับโจทย์ความต้องการของเรา อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจ ลองพิจารณาบทสรุป ข้อดี ข้อเสียกันอีกครั้ง
ข้อดีบ้านโครงสร้างเหล็ก
- ระยะเวลาก่อสร้างรวดเร็ว
- เมื่อระยะเวลาก่อสร้างลดลง ค่าแรงจึงลดลง
- ปริมาณการทำงานลดลง พึ่งพาจำนวนแรงงานน้อยลง
- เหล็กมีความยืดหยุ่นตัวสูง ช่วยให้บ้านรองรับแผ่นดินไหว
- โครงสร้างเหล็กน้ำหนักเบากว่าคอนกรีต ช่วยลดการใช้เสาเข็ม
- มีความแข็งแรง ทนทาน รับน้ำหนักได้มาก
- งานต่อเติมทำได้สะดวก
- เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน (ลดขนาดเสา และคาน)
- ออกแบบรูปทรงแปลกใหม่ เช่น ลักษณะคานยื่นยาว รูปทรงเอียง
- ขั้นตอนการก่อสร้างลดลง ปัจจัยความผิดพลาดลดลง
- หน้างานแห้ง ดูสะอาด เป็นระเบียบ ลดฝุ่นฟุ้งกระจาย
- สามารถสร้างในพื้นที่เฉพาะ ที่มีข้อจำกัดสูงได้
ข้อเสียบ้านโครงสร้างเหล็ก
- ปัญหาหลักของงานเหล็กคืองานเชื่อม จำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือคุณภาพสูงในการเชื่อมต่องานเหล็ก
- วัสดุเหล็กมีราคาสูง ทำให้ต้นทุนวัสดุมีราคาแพงกว่าบ้านทั่วไปประมาณ 30% (เฉพาะค่าวัสดุ)
- หาบริษัทรับสร้างยากกว่า ปัจจุบันผู้รับสร้างบ้านส่วนใหญ่ยังคุ้นชินกับการสร้างบ้านปูนแบบทั่วไป
- ต้องมีวิศวกรผู้ชำนาญการควบคุมแบบโครงสร้าง หากเป็นบ้านปูน หรือบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ทั่วไป ช่างรับเหมาท้องถิ่นพอจะออกแบบตามประสบการณ์ได้ แต่หากงานเหล็กยังเป็นเรื่องใหม่ แนะนำให้มีวิศวกรออกแบบและควบคุม
- มีค่าบำรุงรักษาระยะยาว ค่าสี ป้องกันสนิม
ไขข้อข้องใจ
เมื่อนึกถึงงานเหล็กเรามักนึกถึงปัญหาของสนิม ซึ่งเป็นอีกปัญหาหลักที่จะมาพร้อมกับเหล็ก แต่ไม่ต้องเป็นกังวลใจไปนะครับ งานโครงสร้างเหล็กสามารถก่อสร้างได้ทุกที่ แม้กระทั่งใต้ทะเล แท่นขุดเจาะน้ำมัน เรือประมง สะพาน ต่างใช้โครงสร้างเหล็ก สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือสภาพของเหล็กที่จะนำมาสร้าง ต้องเป็นเหล็กที่สะอาด ไม่เป็นสนิม หากมีสนิมผิวติดเล็กน้อยให้ทำความสะอาดโดยใช้แปลงหรือกระดาษทรายขัดก่อนทาสีกันสนิม ซึ่งสีกันสนิมนี่เอง เป็นส่วนสำคัญที่จะคอยป้องกันให้เหล็กปลอดภัยจากสนิม แต่หากเป็นสนิมผุ ควรให้ผู้รับสร้างเปลี่ยนเหล็กใหม่จะดีกว่าครับ
สรุปภาพรวมของบ้านโครงสร้างเหล็ก หากเทียบราคาแล้วโดยเฉลี่ยยังคงสูงกว่าบ้านปูนทั่วไป แต่จะได้ข้อดีอื่น ๆ ทดแทน เช่น รูปแบบโครงสร้างน้ำหนักเบา รูปทรงบ้านที่หลากหลาย ความสะดวกในการก่อสร้าง ความรวดเร็ว พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น และข้อดีอื่น ๆ ตามที่แจ้งไว้ข้างตน หากเทียบราคาและข้อดีที่ได้รับก็นับว่าคุ้มค่ากันไม่น้อยเลยครับ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง เพราะเวลาสำหรับใครหลายคน อาจเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงไม่อาจหาสิ่งใดทดแทนได้ ส่วนแนวโน้มบ้านโครงสร้างเหล็กในอนาคต คาดการณ์ว่าจะมีราคาใกล้เคียงกับบ้านปูนทั่วไป สาเหตุหลัก ๆ เป็นเรื่องของแรงงาน เพราะหากค่าแรงปรับสูงขึ้น ลักษณะการสร้างบ้านที่ต้องใช้เวลามาก ค่าจ้างแรงงานก็ย่อมสูงขึ้นมากเช่นกัน เมื่อถึงจุดนั้นเราจะได้เห็นบ้านโครงสร้างเหล็กเยอะขึ้นอีกมากและอาจมาทดแทนบ้านปูนในอนาคตก็เป็นได้
ผู้เขียน : อภิสิทธิ์ สุธาประดิษฐ์
Cr: http://www.banidea.com