google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
การเลือกขนาดและมาตรฐาน H‑Beam สำหรับงานก่อสร้างไทย

การเลือกขนาดและมาตรฐาน H‑Beam สำหรับงานก่อสร้างไทย

       การเลือก H‑Beam ที่เหมาะสมต้องอ้างอิงขนาดหน้าตัด มาตรฐานวัสดุ และข้อกำหนดโครงสร้าง บทความนี้จะชี้แนะการเลือกตามมาตรฐานสากลและการปรับใช้กับงานก่อสร้างในประเทศไทย

ภาพ H‑Beam เหล็กเอชบีม

hbeam_dimensions_infographic_1200x800

เนื้อหา

มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: JIS, ASTM, EN และมาตรฐานไทย (TIS) — ความแตกต่างและการเทียบข้าม

  1. พารามิเตอร์สำคัญ: ขนาดแฟลน (flange width), ความหนาแฟลน, ความสูงเว็บ (web height), โมเมนต์ของแรงดัด (section modulus), ค่า moment of inertia
  2. การอ่านป้ายสินค้าและข้อมูลทางเทคนิค (Mill certificate) เช่น grade, yield strength, chemical composition
  3. ตารางตัวอย่างการเลือกขนาดสำหรับงานประเภทต่างๆ (อาคารพาณิชย์, โรงงาน, สะพานเล็ก)
  4. แนวทางการปรึกษาวิศวกรโครงสร้าง: factor of safety, การต่อข้อต่อ, ความยาวชิ้นงาน และการป้องกันการกัดกร่อน

 

 

็H-Bram เหล็กเอชบีม

ขนาด H-Beam,

สรุป การเลือก H‑Beam ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจด้านวิศวกรรมและการตรวจสอบมาตรฐานวัสดุ หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างหรือผู้จำหน่ายที่เชี่ยวชาญ

 

 

คุณสมบัติเหล็กก่อสร้าง เหล็กตัวซี

เหล็กตัวซีเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทานมาก ซีแบบรูปพื้นฐานมักมีรูปทรงเป็นตัวอักษร C ที่มีขอบในรูปร่างของกาและใบตัดของบริเวณสองข้าง คุณสมบัติสำคัญของเหล็กตัวซีได้แก่:

  1. ความแข็งแรง: เหล็กตัวซีมีความแข็งแรงสูง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้ในโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักขนาดใหญ่ เช่น โครงสร้างอาคาร สะพาน และโครงการก่อสร้างที่มีความต้องการความแข็งแรงสูง
  2. ความทนทาน: เหล็กตัวซีมีความทนทานต่อการบิดงอและแรงกระแทก ทำให้มีประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือน
  3. ความยืดหยุ่น: เหล็กตัวซีมีความยืดหยุ่นที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับเหล็กอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ง่ายต่อการปรับขนาดและรูปร่างของโครงสร้าง
  4. ความคงทนต่อสภาพอากาศ: เหล็กตัวซีมีความทนทานต่อสภาพอากาศและการกัดกร่อน เช่น การกัดกร่อนจากน้ำฝนและอากาศเค็มที่อยู่ในทะเล

ในโครงสร้างอาคาร เหล็กตัวซีมักถูกใช้ในการสร้างโครงสร้างหลัก เช่น เสา, ระแนง และคาน ซึ่งมีประโยชน์ในการรับน้ำหนักและแบนด์วินด์ของอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เหล็กตัวซียังใช้ในการสร้างโครงสร้างสำคัญอื่น ๆ เช่น สะพานและโครงสร้างทางน้ำ

เหล็กรางน้ำ

เหล็กรางน้ำ

การพูดถึง “เหล็กรางน้ำ” น่าจะเป็นการอ้างถึงเหล็กที่ใช้ในการสร้างรางน้ำหรือระบบระบายน้ำในสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง รางน้ำเป็นช่องที่มีการออกแบบให้น้ำไหลผ่านเพื่อระบายน้ำจากพื้นผิวหรือสถานที่ที่น้ำสะสมได้ เหล็กที่ใช้ในการสร้างรางน้ำจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพื่อรับน้ำและทนทานต่อสภาวะอากาศและสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ นี่คือบางคุณสมบัติที่เหล็กรางน้ำอาจมี:

1. **ความต้านการกัดกร่อน:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความต้านการกัดกร่อนสูง เนื่องจากต้องรับสภาวะอากาศและน้ำที่มีความเปลี่ยนแปลงได้.

2. **ความทนทานต่ออุณหภูมิและความชื้น:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความทนทานต่ออุณหภูมิและความชื้น เพื่อป้องกันการสนิมและการเกิดความเสียหายจากสภาวะอากาศที่ชุ่มชื่น.

3. **ความแข็งแรง:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความแข็งแรงเพียงพอเพื่อรับน้ำและความแรงกระทำที่เกิดขึ้น.

4. **ความทนทานต่อแรงกระแทก:** เหล็กในรางน้ำควรมีความทนทานต่อแรงกระแทก เนื่องจากอาจมีการกระแทกจากวัสดุหรือวัตถุอื่นที่ถูกพามาด้านในรางน้ำ.

5. **ความคงทนต่อเสียตัด:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความคงทนต่อการเสียตัด เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายจากการใช้งานหรือการบำรุงรักษา.

สำหรับงานรางน้ำหรือระบบระบายน้ำในสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง การเลือกใช้เหล็กที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำคัญมากเนื่องจากต้องการให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน

อิฐพันปี คืออะไร

อิฐพันปี คืออะไร

  อิฐพันปี คืออะไร?

       อิฐเซรามิกหรือที่หลายๆคนอาจรู้จักกันในชื่ออิฐพันปี  อิฐพันปีเป็นวัสดุที่ใช้สำหรับงานก่อผนังที่มีคุณภาพสูง ซึ่งผลิตจากดินเหนียวธรรมชาติ พร้อมผ่านการเผาด้วยความร้อนอุณหภูมิที่สูงมากกว่า 1000 องศา เป็นการผลิตที่ใช้เทคโลโนยีจากประเทศเยอรมนี ขึ้นรูปด้วยวัตถุดิบและเทคนิคพิเศษ จึงทำให้อิฐพันปีมีขนาดที่ใหญ่ แข็งแรง และมีอัตราการดูซึมน้ำที่ต่ำ หมดปัญหาปูนฉาบแตกร้าว สีพองหลุดล่อนที่เกิดจากความชื่นได้เป็นอย่างดี                                                          – แข็งแรง ก่อฉาบง่าย ประหยัดเวลา

อิฐ

แนวคิดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อิฐเซรามิก ของซีบริคอิฐพันปี                                                                                                            

  • นวัตกรรมของอิฐก่อผนัง เจ้าเดียวในประเทศไทย
  • ผลิตภัณฑ์เน้นความเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกันสิ่งแวดล้อม
  • รองรับตลาด DIY Product ( Interlock ) ลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
  • ตอบโจทย์ของเจ้าของบ้านเรื่องความแข็งแรง ลดปัญหาการแตกร้าว
  • เป็นมิตรกับช่าง / ผู้รับเหมา / ผู้ออกแบบ และเจ้าของโครงาร
  • ลดขั้นตอนการทำงานและค่าใช้จ่ายของผนัง
  • ใช้ได้ทั้งผนังก่อ / ฉาบ และผนังก่อโชว์

 

ข้อดี ข้อเสียของอิฐในแต่ละประเภท

ข้อดี ข้อเสียของอิฐในแต่ละประเภท

วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดี ข้อเสียของอิฐในแต่ละประเภท แน่นอนว่าในการจะสร้างบ้านแต่ละครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะต้องมีการใช้อิฐในการก่อสร้าง แต่อิฐในปัจจุบันก็มีหลากหลายประเภทในตลาดซึ่งก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปมากมาย ทั้งในด้านของขนาด วิธีการใช้งาน ทำยังไงดีละที่เราจะกล้าตัดสินใจซื้ออิฐที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการและสะดวกต่อการใช้งาน  วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักถึงข้อดี ข้อเสีย ของอิฐแต่ละประเภท

อิฐพันปี หรือที่เรียกกันว่าอิฐเซรามิกที่ใช้สำหรับก่อผนังคุณภาพสูง ผลิตจากดินเหนียวและผ่านการเผาด้วยความร้อนที่มากกว่า 1,000 องศา ซึ่งทำให้อิฐมีขนาดใหญ่และมีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน และยังมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ

%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87

ข้อดี

  • มีมาตรฐานในการผลิต
  • อิฐมีก้อนขนาดใหญ่ ง่ายต่อการใช้งานประหยัดเวลาในการก่อ
  • มีระบบอินเตอร์ล็อค ซึ่งงานต่อการก่อฉาบ
  • ใช้ปูนก่อและปูนฉาบในปริมาณน้อย
  • การนำความร้อนต่ำ
  • อัตราการดูดซึมน้ำต่ำ ลดปัญหาการแตกร้าวของผนัง
  • ไม่ต้องใช้ทักษะและเทคนิคพิเศษในการก่อ / ฉาบ

อิฐมอญ เป็นอิฐที่เมื่อมีการพูดถึงใครหลายๆคนก็ต้องรู้จัก ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมาอย่างยาวนาน เป็นอิฐที่มีลักษณะสีส้มแดง เหมาะกับงานก่อสร้างอาคารที่ไม่สูง มักถูกใช้บริเวณที่โดนความชื้น

%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87ข้อดี

  •  หาซื้อได้ง่าย
  • ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานทั่วไปได้
  • ใช้ปูนก่อ ปูนฉาบทั้วไป

ข้อเสีย

  • มาตรฐานการผลิตและคุณภาพไม่สม่ำเสมอ
  • ใช้ปูนก่อและฉาบในปริมาณมาก
  • มีรายละเอียดในการทำงานมากกว่า จึงทำให้เกิดความล้าช้าในการทำงาน
  • อัตราการดูดซึ้มน้ำสูง
  • การนำความร้อนสูง

อิฐมวลเบา  เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบา เนื่องจากมีฟองอากาศในเนื้อเหล็กจำนวนมาก สะดวกในการติดตั้งขนย้ายได้ง่าย รวดเร็วประหยัดเวลาในการก่อสร้าง

 

%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87ข้อดี

  • มีมาตรฐานคุณภาพการผลิต
  • การนำความร้อนต่ำ
  • อิฐมีก้อนขนาดใหญ่ งานต่อการก่อ
  • การนำความร้อนต่ำ

ข้อเสีย

  • ความแข็งแรงและความทนทานต่ำ
  • มีความหนาแนนของอิฐต่ำ
  • ไม่เหมาะสำหรับการก่อผนังห้องน้ำ
  • ใช้ปูนปก่อและปูนฉาบ เฉพาะอิฐมวลเบาซึ่งมีราคาสูง

 

H-Beam และ I-Beam นั้นใช้งานต่างกันอย่างไร

H-Beam และ I-Beam นั้นใช้งานต่างกันอย่างไร

H-Beam และ I-Beam นั้นใช้งานต่างกันอย่างไร

หน้าตาคล้ายกัน แต่การใช้งานนั้นอาจแตกต่างกันในรายละเอียด มาดูกันว่า เหล็ก H-Beam และ I-Beam นั้นใช้งานต่างกันอย่างไร

ด้วย H-Beam นั้นมีขนาดหน้าตัดให้เลือกใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ขนาด H100x50 mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300 mm.ทำให้ H-Beam นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างของอาคาร, โครงสร้างของโรงงาน หรืองานโครการขนาดใหญ่ เช่น โรงจอดเครื่องบิน (Hangar)

แต่สำหรับเหล็ก I-Beam นั้นถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange (ปีกที่ยื่นออกมา) ที่มากและมีลักษณะ Taper (เรียวที่ปลาย) ไม่เหมือนกับ H Beam ที่ความหนาของ Flange จะเท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-Beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า H-Beam ในขนาดหน้าตัดที่เท่ากัน เช่น

  • H 300x150x6.5×9 mm. น้ำหนัก 36.7 kg/m
  • I 300x150x8x13 mm. น้ำหนัก 48.3 kg/m
  • ซึ่ง I-Beam จะมีน้ำหนักมากกว่าถึง 32 %

เห็นอย่างนี้แล้ว ในครั้งต่อไปเราอาจจะต้องพิจารณาการเลือกใช้ระหว่าง H-Beam กับ I-Beam ให้ถูกกับประเภทการใช้งาน เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนในการก่อสร้างได้อีกทางหนึ่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก: hbeamconnect.com/blog/difference-usages-between-h-beam-and-i-beam/

 

 

    หรือสนใจซื้อวัสดุก่อสร้างอื่นๆ      สามารถขอราคาออนไลน์ทันใจได้เลย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสารมารถต่อติดสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 02 749 1007-14 หรือไลน์ @thanasarn
qr-code-thanasarnารางเหล็กเอชบีม, #ขนาดเหล็กเอชบีม,#ตารางน้ำหนักเหล็กเอชบีม,#ขนาดเสาเอชบีม,#น้ำหนักเหล็ก H Beam,#ขายเหล็กราคาถูก,#ราคาเหล็กก่อสร้าง,#เหล็กโครงสร้าง,#เหล็ก H Beam

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า