โดย saweang | ก.พ. 7, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
นวิชา ฮวงจุ้ย เคหสถาน แนะนำให้จัดอาคารบ้านเรือนให้สอดคล้องกับผู้อยู่อาศัย โดยตรวจสอบได้จากปีเกิดของคนและฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนตามทิศหลังอิงให้มีความสอดคล้องต้องกัน ได้แก่
ธาตุดิน ผู้ที่เกิด ปีฉลู ปีมะโรง ปีมะแม ปีจอ
ธาตุน้ำ ผู้ที่เกิด ปีชวด ปีกุน
ธาตุไฟ ผู้ที่เกิด ปีมะเส็ง ปีมะเมีย
ธาตุไม้ ผู้ที่เกิด ปีขาล ปีเถาะ
ธาตุทอง ผู้ที่เกิด ปีวอก ปีระกา ดังนี้
บ้านธาตุทอง ได้แก่ บ้านที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหลังอิงทิศตะวันตก (ตามหลักฮวงจุ้ยมักใช้เฉพาะทิศตะวันตก) ส่วนประกอบที่สำคัญ สีที่ใช้ตกแต่ง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่าน พรม กระเบื้องควรเป็นสีขาว เหลือง น้ำตาล สีครีม สำหรับ สีที่ควรหลีกเลี่ยง คือ สีแดง สีส้ม สีชมพู กล่าวกันว่าบ้านธาตุทองย่อมสอดคล้องกับเงินทอง?เรื่องของเทพเจ้าเสือขาว เป็นทิศทางของวิญญาณธาตุ พิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ จะบันดาลให้เป็นได้ทั้งดีและร้าย ใครมีมุมเสือขาวเป็นห้องโปรด เช่น ใช้เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัว หรือชอบหลบมุมมาคิดอะไร ทำอะไรที่บริเวณนี้สม่ำเสมอ หมายถึง คุณสนใจในสิ่งลี้ลับ สัมผัส และคลุกคลีเกี่ยวกับพิธีกรรม จิตวิญญาณ หรือชอบนั่งสมาธิ หาความสันโดษให้ตัวเอง ความสามารถพิเศษที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ คือมีญาณหยั่งรู้ จิตใจคน และมองเหตุการณ์ข้างหน้าได้ถูกต้อง ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่ประกอบการค้า และคนที่มีจิตใจเป็นพ่อค้าหรือนักธุรกิจ
บ้านธาตุน้ำ ได้แก่ บ้านที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหลังอิงทิศเหนือ หรือมีทิศเหนือเป็นทิศประจำธาตุ บ้านธาตุน้ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ สำหรับภาพทะเล ชายหาด แม่น้ำล้วนเป็นภาพมงคล ส่วนภาพภูเขา ป่าทึบ เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมและเป็นมงคล
ส่วนสีที่ใช้ตกแต่งบ้านธาตุน้ำที่ดีที่สุดควรเป็นสีขาว สีฟ้าอ่อน น้ำเงิน สีทอง และสีที่ควรหลีกเลี่ยง ก็คือ สีเหลือง สีครีม สีน้ำตาล และสีแดง นอกเหนือไปจากทิศที่ตั้งแล้ว กล่าวกันว่าบ้านธาตุน้ำที่ไม่มีน้ำอยู่ในบ้านจะกลับกลายเป็นอัปมงคลไปในทันที
คนที่มีดวงชะตาสอดคล้องกับบ้านธาตุน้ำ คือคนฮวงจุ้ยตะวันออก ส่วนคนที่ควรหลีกเลี่ยงบ้านธาตุน้ำ คือ คนปีม้า
บ้านธาตุไม้ ได้แก่ บ้านที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหลังอิงทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเป็นทิศประจำธาตุ ตามหลักวิชาฮวงจุ้ยถือว่าธาตุไม้หมายถึงการเจริญเติบโตเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงและธาตุไม้เป็นตัวแทนของ มังกรเขียว จะต้องมีขนาดที่สูงกว่าบ้านข้างเคียงจึงจะเป็นมงคลบ้านธาตุไม้ที่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบถือเป็นมงคลแล้ว การติดตั้งภาพน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทะเล ชายหาด แม่น้ำ ถือเป็นภาพมงคลอย่างมาก เพราะมีหัวใจเป็นธาตุน้ำ คือ เต่าดำ และสีน้ำเงิน, น้ำตาล, เทาเข้ม (อาชีพ) เพราะน้ำให้ชีวิตแก่ต้นไม้ ขาดน้ำต้นไม้ก็หมดสภาพตายไปในที่สุด เช่นเดียวกัน ความมั่งคั่งร่ำรวยนั้นมาจากอาชีพ หรือผลประโยชน์รายได้จากมรดก และการงานหากขาดอาชีพผลประโยชน์รายได้เมื่อใด ความมั่งคั่งร่ำรวยก็พลอยหายไปด้วย
สีที่ใช้ตกแต่งบ้านธาตุไม้ที่ดีที่สุดควรเป็นสีเขียว สีฟ้า น้ำเงิน และสีที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ สีขาว สีทอง เพราะเป็นสีของธาตุโลหะกล่าวกันว่าบ้านธาตุไม้คนที่มีจิตใจเป็นพ่อค้าหรือนักธุรกิจ คนที่มีดวงชะตาสอดคล้องกับบ้านธาตุไม้ คือคนฮวงจุ้ยตะวันออก ส่วนคนที่ควรหลีกเลี่ยงบ้านธาตุไม้ คือ คนปีไก่
บ้านธาตุไฟ บ้านที่หลังคาแหลม (บ้านทรงไทย) ในวิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน ถือว่าธาตุไฟ หมายถึง พลังอำนาจ ถ้าผู้อยู่อาศัยรู้จักดูแลควบคุมได้ก็จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ แต่ถ้าขาดการควบคุมจะหาความแน่นอนไม่ได้และมักจะถูกจำกัดพลังหรือกีดกันความสามารถ ดังนั้นผู้พักพิงอาศัยในบ้านธาตุไฟต้องเป็นผู้มีพลังอำนาจ หรือเป็นคนที่มีบารมี จึงจะอยู่อาศัยแล้วเจริญรุ่งเรือง สำหรับ คนทั่วไปพักพิงในบ้านทรงไทย สุขภาพและฐานะการเงินจะขาดความมั่นคง
สำหรับสีที่ใช้ตกแต่งบ้านธาตุไฟดี คือ แดง ส้ม ชมพู เขียว (หลังคาแดง) และควรหลีกเลี่ยงสีธาตุน้ำ ส่วนคนที่ควรหลีกเลี่ยงบ้านธาตุไฟมากที่สุดคือ คนปีหนู
บ้านธาตุดิน ได้แก่ บ้านทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส สามารถรองรับธาตุอื่นๆ ได้ทุกธาตุ เช่น น้ำอยู่ในดิน ไม้อาศัยดิน โลหะอยู่ในดิน ไฟเสริมดิน ทั้งนี้ เพราะธาตุดินตามความหมายในทางฮวงจุ้ย หมายถึง ความหนักแน่นมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง บ้านธาตุดิน เหมาะสมกับคนทั่วไปตั้งอยู่ในตำแหน่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้
กำหนดให้ใช้ สีเหลือง น้ำตาล แดง ชมพู สำหรับ สีเขียว เป็นสีที่ควรหลีกเลี่ยง ที่สำคัญ ควรจดจำก็คือ อาคารบ้านเรือนธาตุดินไม่ควรปลูกต้นไม้มากถึงขนาดบดบังแสงอาทิตย์ เพราะจะทำให้มีลักษณะเป็นหยินมากเกินไป ลองจัดมุมนี้ให้เรียบร้อยด้วยตุ๊กตาน่ารัก แก้วคริสตัลสีเหลืองจะเสริมให้จิตใจสงบ
อย่างไรก็ตาม การนำวัตถุหรือสีมาตกแต่ง เพื่อเสริมสร้างและแก้ไขให้ความเป็นอยู่ตามสถานที่นั้นตามธาตุตามทิศ ได้ครบถ้วน ส่วนผังของทิศที่ขาดหายไป แล้วนำมาดัดแปลงแก้ไข ตามหลักเบญจธาตุ ก่อให้เกิด ความเจริญรุ่งเรือง และความสุข
ขอบคุณข้อมูลจากwww.myhai.com บทความ : อ. ตั้ม ศรีนเรศพยากรณ์ Horolive
โดย saweang | ก.พ. 7, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
อ.คฑา ชินบัญชร ซินแสอันดับ 1 ของเมืองไทยเผยเคล็ดลับ จัดฮวงจุ้ยบ้าน อย่างไรเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ราบรื่น รุ่งเรือง ร่ำรวย ร่มเย็น เคล็ดลับที่ว่าไม่ทำยาก ไม่ต้องทุบบ้านใหม่ ไม่ต้องต่อเติมบ้านเพิ่ม แค่ทำตามหลัก 5 ส. ที่อาจารย์บอกในวันนี้และพิเศษวันนี้อาจารย์มี ส. ที่ 6 มาบอกเพื่อนๆชาว Seeme อีกด้วย สำหรับใครอยู่คอนโดไม่ต้องน้อยใจ อ.คฑา มีเคล็ดลับมาบอกเช่นกันอยู่ท้ายคลิป
5 ส. เป็นแนวคิดการจัดระเบียบเรียบร้อยในที่ทำงานก่อให้เกิดสภาพการทำงานที่ดีปลอดภัย มีระเบียบเรียบร้อย นำไปสู่การเพิ่มผลผลิต
สะสาง คือ การแยกของที่ต้องการ ออกจากของที่ไม่ต้องการและขจัดของที่ไม่ต้องการทิ้งไป
สะดวก คือ การจัดวางสิ่งของต่างๆ ในที่ทำงาน ให้เป็นระเบียบเพื่อความสะดวก และ ปลอดภัย
สะอาด คือ การทำความสะอาด เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ทำงาน
สุขลักษณะ คือ สภาพหมดจด สะอาดตา ถูกสุขลักษณะ และรักษาให้ดีตลอดไป
สร้างนิสัย คือ การอบรม สร้างนิสัยในการปฏิบัติงานตามวินัย ข้อบังคับอย่างเคร่งครัด
5 เทคนิค จัดฮวงจุ้ยบ้าน
รับชมวิธีการจัดฮวงจุ้ยต่างๆ จาก อ.คฑา ชินบัญชรเพิ่มเติมได้ที่ khatha
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://decor.mthai.com/
โดย saweang | ก.พ. 7, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
หนึ่งในไม้ประดับที่ฮิตนำมาเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ ก็คือต้นเคราฤาษี หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า มอสสเปน โดยเฉพาะช่วงที่ภาวะฝุ่นมลพิษ PM 2.5 บุกเมือง พบว่าต้นเคราฤาษีจะช่วยดูดซับโลหะหนักและช่วยกรองลดฝุ่นละอองเข้าบ้านได้ เป็นวิธีสร้างสภาวะแวดล้อมบ้านน่าอยู่จากธรรมชาติได้ดี
วิธีปลูกต้นเคราฤาษี
ต้นเคราฤาษีมีต้นเป็นสีเขียวเทา ลักษณะใบเป็นเส้น ๆ ห้อยลงสู่พื้น คล้ายหนวดฤาษี สามารถออกดอกได้แต่ดอกจะเล็กมาก และมีอายุเพียง 2-3 วันเท่านั้น
วิธีปลูกต้นเคราฤาษี ค่อนข้างง่าย ไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือดูแลรักษามากนัก เพราะรากที่มีของต้นเคราฤาษีนั้นมีไว้เพียงเพื่อยึดเกาะเท่านั้น แต่ไม่ใช่ตัวนำทางอาหารเหมือนต้นไม้อื่น ๆ โดยต้นเคราฤาษีสามารถอยู่ได้ด้วยการกินอาหารในอากาศทำให้สามารถดูแลตัวเองได้นั่นเอง แต่ถ้าอยากใส่ปุ๋ยให้เจริญงอกงามก็สามารถทำได้ด้วยการพรมละอองปุ๋ยใส่สัก เดือนละครั้ง
เทคนิคการเลี้ยงต้นเคราฤาษี
– ควรแขวนในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีลมพัด แสงแดดรำไร
– ต้นเคราฤาษีเป็นต้นไม้ต้องการน้ำ แนะนำให้รดเป็นละอองทุกวัน ในกรณีที่ฝนไม่ตก
– การให้ปุ๋ย สามารถทำได้โดยใส่ปุ๋ยผสมน้ำ ไม่ต้องเข้มข้นมาก วิธีเดียวกับที่ฉีดใส่กล้วยไม้ ให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง ก็เพียงพอค่ะ
– ต้นเคราฤาษีต้องการ น้ำ ลม และแสงแดด
การขยายพันธุ์สามารถทำได้ง่ายๆ โดย เพียงเด็ดลำต้นที่ห้อยระย้า มาแขวนบนกิ่งไม้ หรือคาคบไม้ หรือวัสดุปลูกอย่างอื่น รดน้ำวันเว้นวัน แขวนไว้ในจุดที่มีลมถ่ายเท แสงแดดรำไร เพียงแค่นี้เคราฤาษีจะงอกงาม
ทำความรู้จักต้นเคราฤาษีให้มากขึ้น
เคราฤาษี หรือ มอสสเปน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tillandsia usneoides เป็นพืชในวงศ์สับปะรด ไม่มีราก ลำต้นห้อยย้อยลงมาจากคาคบไม้เป็นสายยาว เป็นเส้นเล็ก ๆ เวลาออกดอกกลิ่นหอมอ่อน ๆ พืชชนิดนี้ดูดน้ำโดยทางใบซึ่งมีสีเทาเงิน ต้นเคราฤาษีนั้นเป็นต้นไม้อากาศที่แขวนไว้แล้วจะดูดอาหารและแร่ธาตุจากอากาศ
และดูดน้ำจากน้ำค้างหรือน้ำฝนที่มาเกาะ จึงมักเลี้ยงเป็นไม้ประดับตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม แต่ทั้งนี้หนวดฤาษีอยู่ได้ด้วยการกินอาหารในอากาศ โดยปลูกด้วยการใส่กระถางแล้วนำไปแขวนไว้ตามจุดต่าง ๆ รอบๆ บ้าน
ช่วยดูดซับความชื้นที่ปนเปื้อนฝุ่น ปนเปื้อนสารเคมีในอากาศได้ดีกว่าใช้ผ้าม่าน หรือผ้าพลาสติก แถมยังกลายเป็นม่านป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้ด้วย นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติไม่ติดไฟ ทำให้เหมาะนำมาทำเป็นวัสดุในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์อย่างเช่น นำมาทำเป็นไส้ในเบาะนั่งในรถยนต์หรือโซฟาแทนฟางข้าวหรือเยื่อเปลือกมะพร้าวอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://decor.mthai.com/
โดย saweang | ก.พ. 7, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ศรษฐกิจแบบนี้ อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัดใช่ไหมคะ? ยิ่งหากมีโครงการสร้างหรือ รีโนเวทบ้าน ในฝัน คงต้องเตรียมเงินไว้ประมาณหนึ่งเลย เราจึงรวบรวมทิปส์ วิธีคิด กลยุทธ์บางอย่างในการลดค่าใช้จ่ายมาฝากกัน โดยเราจะควบคุมค่าใช้จ่ายกันอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่การตัดทุกอย่างจนผลลัพธ์คือได้บ้านที่ไม่มีมาตรฐาน แต่เราจะพยายามหาวิธีทดแทนหรือหาทางประหยัดขึ้นเล็กๆ น้อยๆ ถ้าอยากรู้แล้วว่าคนใช้เงินเป็นเค้ามีวิธีบริหารเงินสำหรับการรีโนเวทบ้านอย่างไร ก็มาดูกันเลยดีกว่า
8 สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน
จัดเก็บและจัดการก่อนตัดสินใจรีโนเวท
ห้องบางห้องแค่จัดเก็บ ก็เพิ่มพื้นที่ได้มากขึ้นด้วยเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ ก็อาจจะดูแปลกตาและได้ผลเทียบเท่ากับการรีโนเวท เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะข้าวของที่มากมายก่ายกองอาจทำให้ลำบากต่อการทำความสะอาด ทำให้ห้องโทรมกว่าความเป็นจริง ลองเริ่มด้วยการเปลี่ยนตู้หรือลิ้นชัก จัดของให้เป็นหมวดหมู่และทำความสะอาดใหญ่ซักครั้งสิ แล้วคุณอาจจะพบผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
เลือกเก็บวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่
คุณสามารถประหยัดเงินก้อนใหญ่ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล ลองเช็กวัสดุอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ระบบไฟ ประตู หน้าต่างหรือไม้ที่สามารถนำมาใช้ใหม่ โดยสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์มาดัดแปลงฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างออกไปจากเดิม นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังสามารถลดการทิ้งขยะ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย
ปรึกษาผู้รับเหมา
ถามผู้รับเหมาเกี่ยวกับวัสดุที่พวกเขามี หรือเหลือใช้จากการทำงานโปรเจ็กต์อื่น เพราะวัสดุเหล่านี้คุณอาจซื้อต่อได้ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ
เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน
เลือกอุปกรณ์ที่จะช่วยประหยัดไฟและให้แสงสว่างมาก เช่น ไฟเพดาน ออกแบบในการวางแต่ละจุดอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อลดอุปกรณ์และค่าแรงในการเดินสายไฟและหุ้มฉนวน
ลงมือทำเองในบางส่วน
สเกลงานเล็กๆ บางอย่างก็ไม่ต้องพึ่งผู้รับเหมาเสมอไป เราสามารถแบ่งมาทำเองได้ภายในครอบครัว เช่น การทาสี หรือติดตั้ง ตกแต่งอะไรเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะวิธี D.I.Y. มากมายที่มีอยู่ในเว็บของเรา ลองหาอ่านและนำไปใช้กันได้เต็มที่เลยนะคะ
สร้างใหม่อาจประหยัดกว่ารีโนเวท
ในบางกรณี การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อาจประหยัดกว่าการรีโนเวท เพราะวัสดุทุกอย่างมีอายุขัยของมัน การรีโนเวทอาจดูเหมือนใช้จ่ายน้อยในตอนแรก แต่ปัญหาและค่าบำรุงรักษาในอนาคตคือสิ่งที่ควรจะกังวล เพราะมันจะไม่จบแค่การแก้ครั้งเดียว แต่หมายถึงตลอดไป
หลีกเลี่ยงการย้ายท่อ
ระบบน้ำภายในบ้าน หากต้องการประหยัด การหลีกเลี่ยงไม่ย้ายบางส่วนหรือยุ่งกับมันคือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะวงจรทุกอย่างที่ออกแบบมาครบแล้วอาจจะต้องรื้อใหม่ทั้งหมดจากการต้องการเปลี่ยนแค่เพียงจุดเดียว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายต่อการใช้งานในชีวิตจริงด้วยนะคะ หากจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ก็ต้องยอมลงทุน ซื้อความสะดวกสบายต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว
คำนึงถึงขนาดมาตรฐาน
หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะ พรีเมี่ยม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐานในขนาดที่เป็นมาตรฐาน เช่น ประตู หน้าต่าง เพราะนอกจากวัสดุรูปแบบเฉพาะจะมีราคาแพงแล้ว การหาอะไหล่ยังยุ่งยากและต้องสั่งทำอีกด้วย
ที่มาจาก www.kidspot.com.au
โดย saweang | ก.พ. 7, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ลายคนคงตระหนักถึงฝุ่นละอองที่กระจายอยู่ในอากาศ ไม่เพียงเฉพาะช่วงนี้ที่สภาพอากาศเลวร้ายลง เนื่องจากค่าฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังรวมไปถึงก่อนหน้านี้ พวกเราก็ประสบปัญหากับฝุ่นละออง และมลพิษทางอากาศกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือการเผาไหม้ต่างๆ นอกจากเราจะต้องเผชิญกับฝุ่นละอองเหล่านี้นอกบ้านแล้ว กลับมาบ้านเรายังต้องสัมผัสกับฝุ่นละอองเหล่านี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้เราจะมาแนะนำต้นไม้ที่สามารถปลูกในบ้านได้ เพื่อช่วยดูดซับฝุ่นละออง และฟอกอากาศกันค่ะ
ต้นยางอินเดีย (Rubber Plant)
รูปภาพจาก: katrinaleechambers.com
ต้นยางอินเดีย เป็นต้นไม้ที่นิยมนำมาปลูกไว้ในบ้านเป็นไม้ประดับ ด้วยลักษณะใบที่มีความสวยงามโดดเด่น ใบมีรูปร่างกลมมน ผิวใบมันเงา หลังใบมีทั้งที่เป็นสีเขียวและสีแดงเข้ม การดูแลต้นยางอินเดียไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ไม่ควรวางต้นยางอินเดียไว้ในตำแหน่งที่โดนแสงแดดจัดเกินไป หรืออุณหภูมิสูงเกินไป เหมาะกับการอยู่ในที่แสงแดดรำไร การรดน้ำไม่ควรรดจนดินชุ่ม รดน้ำอย่างมากวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ ต้นยางอินเดียช่วยในการดูดซับฝุ่นละออง และรวมถึงสารก่อมะเร็งอย่างสารฟอร์มาดีไฮด์ในอากาศได้อีกด้วย
ตีนตุ๊กแก (English Ivy)
รูปภาพจาก: housebeautiful.com
ต้นตีนตุ๊กแกเป็นต้นไม้อีกหนึ่งชนิดที่สามารถดูดซับฝุ่นละออง ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณสารฟอร์มาดีไฮด์และสารเบนซีนในอากาศ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง รวมทั้งยังมีสรรพคุณช่วยเกี่ยวกับโรคหอบหืดและโรคหลอดลมอักเสบ รวมถึงอาการแพ้ต่างๆ ได้ ต้นตีนตุ๊กแกเป็นไม่เลื้อยที่สามารถปลูกในบ้านได้โดยการปลูกลงกระถางที่มีโครงหรือเสาแนวตั้งเพื่อให้ต้นเลื้อยขึ้นไป ในการปลูกระยะแรก ควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอเพื่อให้ต้นหยั่งรากแข็งแรงก่อน เมื่อต้นแข็งแรงดีแล้วจะสามารถทนแล้งได้ดี และไม่ต้องการการดูแลมาก
ลิ้นมังกร (Snake Plant)
ลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบแอฟริกาตะวันตก ถือเป็นต้นไม้ที่มีความทนทานสูง ขยายพันธุ์ได้ง่าย ลักษณะใบตั้งตรง แบน การดูแลไม่ยุ่งยาก เพียงวางไว้ในที่ที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง ไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินไป ควรปล่อยให้ดินแห้งบ้าง สำหรับการปลูกในกระถาง สามารถใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มสารอาหารให้ต้นลิ้นมังกรได้ นอกจากจะดูแลง่ายแล้ว ต้นลิ้นมังกรยังเป็นพืชที่แนะนำให้ปลูกในบ้าน เพราะช่วยลดฝุ่นละออง และดูดซับสารพิษในอากาศได้ดี
เดหลี (Peace Lily)
รูปภาพจาก: groomandstyle.com
เดหลี เป็นพืชที่ช่วยดูดซับฝุ่นละออง เช่นกัน รวมไปถึงสารพิษอย่าง สารฟอร์มาดิไฮด์ เบนซีน อะซิโตน ไตรคลอโรเอทีลีน เป็นต้น ลักษณะใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน มีร่องใบชัดเจน ให้ดอกสีขาวคล้ายดอกหน้าวัว ต้นเดหลีเป็นไม้พุ่มที่ชอบแสงแดดรำไร และต้องการความชื้นสูง ควรฉีดน้ำเพื่อให้ความชื้นบริเวณใบ และควรเช็ดฝุ่นละอองบนผิวหน้าของใบบ่อยๆ ข้อควรระวังคือ ต้นเดหลีเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและคน ควรปลูกให้ห่างจากมือเด็กๆ และสัตว์เลี้ยงด้วยนะคะ
หมากเหลือง (Butterfly Palm)
รูปภาพจาก: groomandstyle.com
นอกจากเรื่องการดูดซับฝุ่นละออง แล้ว ต้นหมากเหลืองยังได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ช่วยดูดซับสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งสารทูโลอีนและสารไซลีนได้ดีที่สุด ต้นหมากเหลืองสามารถคายไอน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก จึงเหมาะกับการปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างแห้ง เป็นพืชที่ค่อนข้างทนกับสภาพอากาศภายในอาคาร แต่จะดีที่สุดหากอยู่ในสภาพอากาศชื้น หากอากาศแห้งเกินไปปลายใบของต้นหมากเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดังนั้นการดูแลต้นหมากเหลืองจึงต้องรดน้ำและฉีดน้ำที่ใบให้เพียงพอเพื่อให้เกิดความชื้นอยู่เสมอ
จั๋ง (Lady Palm)
รูปภาพจาก: mycityplants.com
ต้นจั๋งเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลปาล์ม ช่วยดูดซับฝุ่นละออง และสารพิษเช่นกัน ซึ่งต้นปาล์มแต่ละชนิดต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ต้นจั๋งถือเป็นปาล์มที่มีความทนทานสูง เหมาะกับการนำมาปลูกในบ้าน ต้นจั๋งเป็นพืชที่โตช้า ชอบแดดรำไร และทนต่อโรคแมลงต่างๆ แต่ถ้าหากขาดน้ำนานเกินไป หรืออยู่ในที่อากาศแห้งจะทำให้ปลายใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ายต้นหมากเหลือง จึงต้องคอยดูเรื่องความชิ้นให้เพียงพอ และรดน้ำให้มากขึ้นในฤดูหนาว
ปาล์มไผ่ (Bamboo Palm)
รูปภาพจาก: jaderbomb.com
ปาล์มไผ่ เป็นปาล์มอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาปลูกในบ้าน ลักษณะใบเรียวยาว สีเขียวเป็นมัน ออกใบคู่กันบนก้านคล้ายต้นไผ่ ต้นปาล์มไผ่จัดเป็นพืชที่ช่วยเรื่องฟอกอากาศจากฝุ่นละออง รวมทั้งสารพิษโดยเฉพาะสารฟอร์มาดีไฮด์และสารเบนซีนในอากาศ คายความชื้นสูงเหมาะกับการเพิ่มความชื้นภายในห้อง เป็นพืชโตช้า การดูแลไม่ยุ่งยาก ต้นปาล์มไผ่ชอบที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอแต่ไม่ต้องโดนแดดจัด เมื่อนำมาปลูกในบ้านระยะแรก ใบของต้นปาล์มไผ่ที่ติดมากับต้นแต่แรก จะทยอยแห้งตาย เป็นการปรับตัวของต้นปาล์มไผ่ให้เข้ากับสภาพอากาศใหม่ๆ ให้เด็ดไปที่แห้งทิ้งและรอใบใหม่งอกออกมา
ฟิโลเดนดรอน (Philodendron)
รูปภาพจาก: katrinaleechambers.com
ฟิโลเดนดรอน เป็นพืชที่มีด้วยกันหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไป เช่น ฟิโลมรกตแดง ฟิโลใบหัวใจ ฟิโลหูช้าง เป็นต้น เป็นพืชที่ดูแลง่าย โตเร็ว และฟอกอากาศในบ้านจากฝุ่นละออง และสารพิษต่างๆ ได้เป็นอย่างดีตลอดปี ฟิโลเดนดรอนเป็นพืชที่สามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่ที่มีแสงปานกลางไปจนถึงพื้นที่ที่มีแสงน้อย หลีกเลี่ยงการโดนแสงโดยตรง เพราะจะทำให้ใบไหม้และไม่เจริญเติบโต สำหรับการปลูกในบ้าน พยายามฉีดละอองน้ำบริเวณใบเพื่อเพิ่มความชื้นและเช็ดฝุ่นละอองออกจากหน้าใบอยู่เสมอ รดน้ำให้ชื้นแต่ไม่ต้องชุ่มเกินไป ในระหว่างที่ต้นกำลังเติบโต ผสมปุ๋ยกับน้ำและฉีดไปที่ต้นหนึ่งครั้งต่อสองสัปดาห์
เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern)
รูปภาพจาก: groomandstyle.com
จากการศึกษาพบว่า เฟิร์นบอสตันเป็นพืชที่สามารถกำจัดสารฟอร์มาดิไฮด์ในอากาศได้ดีที่สุด ต้นเฟิร์นบอสตันสามารถสูงได้ถึง 4 ฟุตและก้านใบแผ่ออกคล้ายขนนกยาวได้ถึง 5 ฟุต นิยมปลูกในกระถางแขวนหรือตั้งบนชั้นก็ได้ ต้นเฟิร์นบอสตันชอบสภาพอากาศเย็น ในที่สว่างแต่ห้ามโดนแสงแดดโดยตรง รดน้ำให้ดินชื้นและฉีดพรมให้ทั่วเพื่อให้เฟิร์นบอสตันมีความชุ่มชื้น และเพื่อไม่ให้ใบแห้งเป็นสีน้ำตาล ควรเปลี่ยนกระถางเมื่อต้นและรากขยายใหญ่ขึ้นเพื่อให้ต้นเฟิร์นบอสตันเติบโตได้ต่อไป
นอกจากต้นไม้เหล่านี้จะมีฟอร์มที่สวยงาม ทำให้นำมาตกแต่งบ้านเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้แล้ว ยังช่วยในการกรองฝุ่นละออง และฟอกสารพิษในอากาศให้บ้านเราได้ดีอีกด้วยนะคะ แต่หากยังรู้สึกว่าฝุ่นละอองในอากาศยังมีปริมาณสูงและส่งผลต่อร่างกายของเราและคนในครอบครัว โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว ควรสวมหน้ากากกรองฝุ่นละออง และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน วิธีนี้สามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองได้ดีเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.officemate.co.th/
โดย saweang | ม.ค. 30, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ลังจากพบผู้ป่วยปอดอักเสบ จากไวรัสโคโรน่า เมื่อวันสิ้นปี 2562 จนถึงนาทีนี้ ยังพบการระบาดไม่หยุด และแนวโน้มรุนแรงขึ้น
มี 10 ข้อแนะนำจากองค์การอนามัยโลก และกรมควบคุมโรค ที่ทำได้ไม่ยุ่งยาก
1.ถ้ามีแผนไปประเทศที่โรคระบาดอยู่ ถ้าไม่จำเป็น ให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อน
2.หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ ตลาดค้าสัตว์ หรือสินค้าจากสัตว์ เพราะการพบผู้ติดเชื้อกลุ่มแรก มาจากสัตว์สู่คน ที่ตลาดค้าอาหารทะเล และค้าสัตว์ที่เมืองอู่ฮั่น
3.ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่คนหนาแน่น
4.ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้มีอาการทางเดินหายใจ หรือมีอาการเป็นหวัด
5.หากกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง ถ้าเริ่ม มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง
6.โทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 เพื่อให้รถจากสถานพยาบาลมารับทันที
7.อยู่ห่างจากคนที่ไอหรือจาม 180 เซนติเมตร เพื่อให้พ้นจากรัศมีน้ำลาย และน้ำมูกที่จะกระจายออกมา
8.ล้างมือด้วยน้ำ และสบู่ อย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลล้างมือหรือแอลกอฮอล์
9.กินร้อน ช้อนกลาง อาหารปรุงสุก พักผ่อนให้เพียงพอ
10.แม้จะเป็นข้อสุดท้าย แต่สำคัญมาก คือสวมหน้ากากอนามัยในที่ชุมชนคนหนาแน่นไว้ก่อน
ที่ต้องเน้นดูแลตัวเอง เพราะไวรัสโคโรน่า มีรุ่นพี่มา 2 รุ่นแล้วก่อนหน้านี้ จากข้อมูลของ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สรุปได้ว่า เมื่อปี 2545-2546 ไวรัสโคโรน่า “ซาร์” ที่ข้ามสปีชีส์จากค้างคาวผ่านชะมด มาติดถึงคน เริ่มระบาดจากประเทศจีน ไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อกว่า 8,000 ราย เสียชีวิต 10%
มาในปี 2555-2557 ไวรัสโคโรน่า “เมอร์ส” ข้ามสปีชีส์จากค้างคาวผ่านอูฐมาติดถึงคน เริ่มจากผู้ป่วยในประเทศซาอุดีอาระเบีย มีผู้ติดเชื้อรวม 1,733 ราย เสียชีวิต 36%
รู้ที่มาที่ไปแล้วว่าไม่ธรรมดา และวิธีป้องกันตัวเอง โอกาสเสี่ยงก็ลดลง ส่วนใครมองว่าไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นแค่หวัด ก็ช่างเขา เพราะสุขภาพเป็นของเรา ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุดไว้ก่อน.
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1756203