google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
“ทางรถไฟ” และ “เหล็ก”

“ทางรถไฟ” และ “เหล็ก”

“ทางรถไฟ” และ “เหล็ก”

กลับมาเป็นประเด็นที่สังคมสนใจอีกครั้งสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งตามมาตรา 44 กดปุ่มปลดล็อกลดอุปสรรคและปัญหาของโครงการ ช่วยเร่งรัดการดำเนินงานต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาวตามที่รัฐบาลวาดฝันไว้

วันนี้สถาบันเหล็กฯ จึงขอนำข้อมูลเกี่ยวกับ “ทางรถไฟ” และ เหล็กมาแชร์ให้ทุกท่านได้รับทราบ

ทางรถไฟถือเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร โดยมีรถไฟเป็นยานพาหนะ รางรถไฟนั้นประกอบด้วยรางสองราง ซึ่งปกติทำมาจาก “เหล็กกล้า” วางบนวัตถุที่ตั้งฉากกับตัวราง โดยสร้างจากไม้หรือคอนกรีต วัตถุนี้เป็นตัวกำหนดระยะระหว่างของรางเรียกว่า “เกจ” (Gauge)

รางรถไฟเหล็กเริ่มปรากฏในศตวรรษที่ 18 ในปี ค.ศ. 1802 วิศวกรชาวอังกฤษนามว่า วิลเลียม เจสสป (William Jessop) ได้ออกแบบและนำรางเหล็กมาใช้ โดยเปิดให้บริการ ทางรถไฟเซอร์เรย์ไอเอิร์น (Surrey Iron Railway) ในทางใต้ของกรุงลอนดอน ในขณะนั้นยังใช้เพียงรถม้าลาก

ทางรถไฟแรกที่นำหัวรถจักรไอน้ำมาใช้คือรถไฟสาย สตอกตัน-ดาร์ลิงตัน (Stockton and Darlington) ในภาคเหนือของประเทศอังกฤษ โดยเปิดให้บริการเมื่อ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2368 (ต้นรัชกาลที่ 3) ต่อจากนั้นก็มีทางรถไฟอีกหลายสายเติบโตขึ้นตามมา เช่นสายลิเวอร์พูล-แมนเชสเตอร์ ต่อจากนั้นทางรถไฟจึงแพร่หลายทั่วเกาะอังกฤษและต่อมาทั่วโลก

การพัฒนาทางเทคโนโลยีรถไฟก้าวกระโดดไปอีกขั้นเมื่อ แกรนวิลล์ ที. วูดส์ (Granville T. Woods) นำสายไฟฟ้ามาจ่ายกระแสให้รถไฟ ซึ่งนำไปสู่รางรถไฟแบบไฟฟ้า และในสมัยนี้มีหลายประเทศที่ได้นำเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงมาใช้


ปัจจุบันทางรถไฟทั่วโลกมีความยาวรวมกันทั้งสิ้น 1,055,263 กิโลเมตร ซึ่งสร้างจาก “เหล็กกล้า” มากกว่า 118,252,771 ตัน หรือ เทียบเท่ากับหอไอเฟล 16,000 แท่ง

เอเชียถือเป็นทวีปที่มีทางรถไฟอันดับที่สามของโลก รองจากทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป

ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือเส้นทางรถไฟเชื่อมจากประเทศจีน, คาซัคสถาน, รัสเซีย, เบลารุส, โปแลนด์, เยอรมนีและฝรั่งเศส ก่อนที่จะถึงปลายทางเมืองมาดริด ประเทศสเปน มีระยะทางรวมมากกว่า 13,052 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 21 วัน

อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในโลกอยู่ที่เทือกเขาแอลป์ (Alps) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีระยะทางยาว 57.1 กิโลเมตร

Cr : World Steel Association

สศอ.หวั่นปัจจัยเสี่ยงฉุดเป้าทั้งปีร่วงรูดเหลือ 1-2 เปอร์เซ็นต์

สศอ.หวั่นปัจจัยเสี่ยงฉุดเป้าทั้งปีร่วงรูดเหลือ 1-2 เปอร์เซ็นต์

สศอ.หวั่นปัจจัยเสี่ยงฉุดเป้าทั้งปีร่วงรูดเหลือ 1-2 เปอร์เซ็นต์

แนวโน้ม ดัชนีอุตสาหกรรมครึ่งปีบวก 0.2%

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน มิ.ย. ขยายตัว 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นบวก 4 เดือนติดต่อกัน ขณะที่อัตรากำลังการผลิตอยู่ที่ 66.29% ส่งผลให้เอ็มพีไอไตรมาส 2 ขยายตัว 1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับไตรมาส 1 ที่ผ่านมาหดตัว 1% เนื่องจากการส่งออกเครื่องปรับอากาศ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน รถจักรยานยนต์ ขยายตัวดี สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ อุตสาหกรรม เหล็ก และเหล็กกล้าไตรมาส 2 ที่มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 2.26% เนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง เพราะได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งภาครัฐ จึงถือว่าอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นแรงผลักดันให้ภาพรวมเอ็มพีไอครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ขยายตัวได้ 0.2%

สศอ.หวั่นปัจจัยเสี่ยงฉุดเป้าทั้งปีร่วงรูดเหลือ 1-2 เปอร์เซนต์

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า เมื่อสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจดีขึ้น สศอ.จึงคงอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม (จีดีพีอุตสาหกรรม) ปีนี้ไว้ที่ 1.5-2.5% แต่ก็ต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและปัจจัยอื่นๆที่จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ช่วงไตรมาส 3 เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ประกอบการทบทวนประมาณการเอ็มพีไอและจีดีพีอุตสาหกรรมปีนี้ใหม่อีกครั้ง

สศอ.หวั่นปัจจัยเสี่ยงฉุดเป้าทั้งปีร่วงรูดเหลือ 1-2 เปอร์เซ็นต์

“หากมีเงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ไตรมาส 3 เอ็มพีไอโตไม่ถึง 2% ก็มีความ เป็นไปได้ที่ สศอ.ต้องปรับลดตัวเลขคาดการณ์เอ็มพีไอปีนี้ลงเหลือ 1-2% อย่างเป็นทางการ จากที่ก่อนหน้านี้คาดไว้ตลอดทั้งปีจะเติบโต 2-3% ส่วนการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมปีนี้คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 70%”

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยน ผ่านการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม ที่จะใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตมากกว่าแรงงานคน ให้ก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 มากขึ้น เพื่อมุ่งการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงมากกว่าการผลิตสินค้าที่เน้นปริมาณ ซึ่ง สศอ.มองว่าระยะสั้นคงส่งผลกระทบต่อการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมและแรงงานไม่รุนแรง

Cr : www.thairath.co.th

SYS จับมือ วสท. เพิ่มพูนความรู้เรื่องเหล็กกำลังสูง (High Strength Steel) Grade SM520

SYS จับมือ วสท. เพิ่มพูนความรู้เรื่องเหล็กกำลังสูง (High Strength Steel) Grade SM520

SYS จับมือ วสท. เพิ่มพูนความรู้เรื่องเหล็กกำลังสูง (High Strength Steel) Grade SM520

นายพงษ์ศักดิ์ แห่ล้อม (ที่ 3 จากขวา) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (SYS) พร้อมด้วย รศ.เอนก ศิริพานิชกร (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) ร่วมกันจัดสัมมนาเรื่อง “เหล็กโครงสร้างรีดร้อนกำลังสูง…มิติใหม่ด้านการออกแบบและก่อสร้าง” เพื่อให้วิศวกร ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และเจ้าของงาน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเหล็กโครงสร้างรีดร้อนกำลังสูง หรือเหล็กกำลังสูง(High Strength Steel) Grade SM520 ซึ่งมีคุณสมบัติในการรับแรงดึงที่สูงขึ้น สามารถลดปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการลง ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนการก่อสร้างได้มากขึ้น

โดยมี นายพิสิฐ ยิ่งมโนกิจ นายภิเศก เพชรเพริศ (ที่ 1 และ 2 จากขวา) จากบริษัท ออเรคอน คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด นายพรชัย สิทธิยากรณ์ (ที่ 2 จากซ้าย) จากบริษัท นันทวัน จำกัด ร่วมบรรยาย และดำเนินรายการโดย รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์(ที่ 1 จากขวา) ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมโครงสร้างเหล็ก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) ณ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท เมื่อวันที่ 9 มิถุนยน 2560

Cr:http://www.syssteel.com

ยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเดือนพฤษภาคม 2017 ขยายตัว 1.8% Y-o-Y

ยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเดือนพฤษภาคม 2017 ขยายตัว 1.8% Y-o-Y

ยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเดือนพฤษภาคม 2017 ขยายตัว 1.8% Y-o-Y

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เผยยอดการผลิตเหล็กดิบของจีน เดือนพฤษภาคม 2017 ขยายตัว 1.8% อยู่ที่ 72.26 ล้านตัน ยอดการผลิต pig iron อยู่ที่ 61.73 ล้านตัน และยอดการผลิตเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 95.78 ล้านตัน หดตัว 0.1% และ 1.9% y-o-y ตามลำดับ

ยอดการผลิตเหล็กดิบเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 2.331 ล้านตัน ลดลง 3.9% m-o-m ส่วนยอดการผลิต pig iron และสินค้าเหล็กสำเร็จรูปเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 1.9913 ล้านตัน และ 3.0897 ล้านตัน ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา 4.5% และ 2.3% ตามลำดับ

ยอดการผลิตเหล็กดิบ pig iron และสินค้าเหล็กสำเร็จรูปสะสม 5 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 346.83 ล้านตัน 300.47 ล้านตัน และ 453.68 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.4% 3.3% และ 0.8% ตามลำดับ

สำหรับยอดการบริโภคเหล็กดิบของจีนเดือนพฤษภาคม 2017 อยู่ที่ 66.04 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 3.91 ล้านตัน หรือ 6.3% ยอดการบริโภคเหล็กสำเร็จรูปอยู่ที่ 89.91 ล้านตัน ขยายตัว 0.6% y-o-y

ยอดการบริโภคเหล็กดิบสะสม 5 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 316.60 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 27.53 ล้านตัน หรือ 9.5% ยอดการผลิตสินค้าเหล็กสำเร็จรูปสะสมอยู่ที่ 425.16 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 15.78 ล้านตัน หรือ 3.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ด้านการส่งออกเหล็กสำเร็จรูปของจีนเดือนพฤษภาคม 2017 หดตัว 25.9% y-o-y อยู่ที่ 6.98 ล้านตัน ลดลงจาก 9.42 ล้านตันในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดส่งออกเหล็กสำเร็จรูปของจีน สะสม 5 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 34.19 ล้านตัน ลดลงจาก 46.02 ล้านตันเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หรือ หดตัว 25.7% y-o-y
Cr : SteelHome

“สรรพากร” คุมเข้ม บริษัทเหล็กเลี่ยงภาษี

“สรรพากร” คุมเข้ม บริษัทเหล็กเลี่ยงภาษี

“สรรพากร” คุมเข้ม บริษัทเหล็กเลี่ยงภาษี

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรจะเชิญผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กรายใหญ่ในกลุ่มผู้ผลิตต้นน้ำมาชี้แจงถึงแนวทางการเสียภาษีอย่างถูกต้องเนื่องจาก ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ อาจจะมีลักษณะการทำธุรกิจที่ไม่ได้ลงบัญชีถูกต้อง เช่น การออกใบเสร็จตรงไปยังผู้รับเหมาหรือผู้ค้าปลายทาง โดยไม่ผ่านผู้ค้ารายกลางรายอื่นๆทำให้กรมสรรพากรไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีแก่ผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กทั้งระบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“เราจะเชิญผู้ผลิตเหล็กระดับต้นน้ำรายใหญ่มาหารือถึงการเสียภาษีอย่างถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ไม่สามารถรู้ข้อมูลการค้าขายเหล็กระหว่างทางได้ เนื่องจากผู้ผลิตเหล็กต้นน้ำจะออกบิลขายเหล็กไปยังผู้รับเหมา หรือผู้ผลิตปลายทาง ทำให้กรมฯไม่รู้ข้อมูลการซื้อขายของธุรกิจรายกลางและรายเล็กอื่นๆ เพราะจะไม่ปรากฏรายการการซื้อขายเหล็ก บางรายอาจสร้างบิลปลอมขึ้นมา ก็จะไล่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ”

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเหล็กเป็นหนึ่งในธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่กรมฯ กำลังเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศไม่กี่รายที่เป็นธุรกิจต้นน้ำ ส่วนรายกลางและรายย่อย มีจำนวนมาก แต่หากเราทราบถึงธุรกิจต้นน้ำว่า มีการขายสินค้าไปให้ธุรกิจรายกลางและรายย่อยรายใดบ้าง เราก็จะรู้ข้อมูลการซื้อขายทั้งหมด

อานิสงส์โครงการรัฐหนุนอุตฯเหล็ก

ที่ผ่านมา ธุรกิจเหล็กมีปัญหาเรื่องการทุ่มราคาจากต่างประเทศ ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้ประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างน้อย 5 ปี แต่ขณะนี้ปัญหาดังกล่าวหมดไป และนับจากนี้กลุ่มธุรกิจนี้จะมีอัตราการขยายตัวที่มากขึ้น เนื่องจากนโยบายรัฐบาลที่หนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้คาดว่ามูลค่าการค้าขายเหล็กน่าจะพุ่งหลักแสนล้านบาทต่อปี

“ที่ผ่านมา อาจจะมีส่วนที่ทำถูกกับที่ทำไม่ถูก เราก็จะมองโลกแง่บวกว่าเขาไม่เข้าใจ ซึ่งผู้ผลิตต้นน้ำนั้น แต่เกรงใจยี่ปั๊ว ซึ่งมีการแข่งตัดราคา ถ้าไปเรื่องมาก เช่น ออกบิลภาษี ก็จะทำให้ธุรกิจรายกลางขายของไม่ได้แต่ถ้าเข้มงวด และบอกแนวทางที่ถูกต้อง ทุกรายก็โดนเหมือนกัน ก็ไม่กระทบธุรกิจ ไม่เกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ”

สำหรับธุรกิจกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ จะเป็นธุรกิจค้าขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งกำลังปิดช่องทางโดยการออกกฎหมายเพื่อเรียกเก็บภาษีผู้ที่ทำธุรกรรมการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด โดยนับรวมผู้ประกอบการที่อยู่ต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจค้าขายเงินสดต่างๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของเกี่ยวกับธุรกิจทัวร์ และ ธุรกิจร้านขายยา เป็นต้น โดยกรณีธุรกิจร้านขายยา กรมฯมีนโยบายเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบบัญชีอย่างถูกต้องผ่านการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยินยอมที่จะเข้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพราะจะทำให้มีการลงบัญชีอย่างถูกต้องและยังสามารถหักลดหย่อนรายจ่ายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ขณะนี้การโอนธุรกิจจากบุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล ยังติดปัญหาเรื่องของการโอนย้ายสิทธิ์ใบอนุญาตจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล ซึ่งเดิมกรมฯได้หารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอผ่อนปรนเรื่องดังกล่าว แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถดำเนินการได้ทันที ทำให้กรมฯต้องแก้ไขกฎหมาย ซึ่งก็จะมีความล่าช้า ดังนั้น การดึงธุรกิจขายยาเข้ามาจดทะเบียนนิติบุคคลก็จะยังมีความล่าช้าตามไปด้วย

ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ขณะนี้กำลังเร่งให้เข้าธุรกิจเหล่านี้ เข้าจดทะเบียนเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งจะกระตุ้นผ่านผู้ซื้อ โดยกรมฯกำลังคิดรูปแบบการออกแอพลิเคชั่นบนมือถือที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถแจ้งรายชื่อร้านค้าหรือร้านอาหารที่ไม่ออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องแก่ผู้ซื้อต่อกรมฯ ซึ่งกรมฯจะมีรางวัลให้เป็นการตอบแทน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง

นายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)กล่าวว่า กรณีที่กรมสรรพากร จะเข้ามาเข้มงวดในเรื่องการเลี่ยงภาษีในกลุ่มสินค้าเหล็ก ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเหล็กมีการค้าที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการที่ทำการค้าถูกต้องจะได้สู้กับผู้ที่ทุจริตเลี่ยงภาษีได้มากขึ้นบนพื้นฐานต้นทุนที่ใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ จากการประเมิน ในกลุ่มโรงงานผู้ผลิตเหล็กส่วนใหญ่จะดำเนินธุรกิจถูกต้อง เพราะต้องอยู่ในกฎกติกาตั้งแต่การซื้อ การนำเข้าวัตถุดิบเศษเหล็กหรือเหล็กแท่ง ที่จะต้องมีหลักฐานการซื้อที่ถูกต้อง ทำให้การขายเหล็กที่ผลิตได้ก็ต้องถูกต้องตามไปด้วย เพื่อจะได้มีหลักฐานไปขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากต้นทุนการซื้อเหล็ก รวมทั้งโรงงานผลิตเหล็กส่วนใหญ่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และโรงงานผลิตเหล็กแผ่นส่วนใหญ่ก็เป็นการร่วมทุนกับบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ ซึ่งยึดถือการทำธุรกิจที่โปร่งใสไม่ให้เสียชื่อเสียงของบริษัท  ดังนั้นในกลุ่มโรงงานผู้ผลิตเหล็กจึงมีการตรวจสอบได้ง่ายกว่า มีปัญหาการเลี่ยงภาษีน้อย

อย่างไรก็ตาม มองว่าการเลี่ยงภาษีสรรพากรส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผู้ค้าเหล็ก ที่บางส่วนขายเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน ขายเหล็กให้กับผู้รับเหมาต่างๆ ที่มีช่องทางการเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มได้มาก เพื่อให้มีราคาต่ำจ่ายใต้โต๊ะให้กับผู้รับเหมาโครงการต่างๆได้ ซึ่งหากเข้มงวดก็จะทำให้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศแข่งขันกับเหล็กที่นำเข้า และเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานได้มากขึ้น

Cr:http://iiu.isit.or.th/th/news/Iron%20Industry%20News/Content-2542.aspx

จีนเร่งปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็กเพื่อยกระดับความปลอดภัย

จีนเร่งปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็กเพื่อยกระดับความปลอดภัย

จีนเร่งปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็กเพื่อยกระดับความปลอดภัย

รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนที่จะเร่งการปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็ก และเพิ่มระดับการตรวจสอบความปลอดภัยในกระบวนการผลิตตลอด 3 ปี

กรุงปักกิ่งจะเร่งการปิดเหมืองถ่านหินขนาดเล็กที่มีกำลังการผลิตทั้งปีอยู่ที่ 90,000 ตัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของเหมืองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะ 5 ปี ในการยกระดับความปลอดภัยในกระบวนการผลิตของเหมืองถ่านหิน

ทางจีนต้องการที่จะลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหินลงภายในปี 2020

การควบคุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นภายในเหมืองถ่านหินจะดำเนินการภายในปี 2020

ในประเทศจีนมีเหมืองจำนวน 9,598 (ธันวาคม 2015) โดยเป็นเหมืองขนาดเล็กร้อยละ 45.5 ซึ่งเหมืองเหล่านี้มีความปลอดภัยต่ำและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยน้อย เป็นสาเหตุให้เหมืองเหล่านี้มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูง

การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่ผ่านมาเกิดขึ้นในเหมืองถ่านหินเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ่านหินเป็นผลิตภัณฑ์หลักของประเทศจีน

การผลิตถ่านหินของจีนเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.75 พันล้านตันในปี 2015 จาก 3.24 พันล้านตันในปี 2010 ด้านอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหินลดลงร้อยละ 75.4
Cr : Reuters

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า