ราคาเหล็กเส้นก่อสร้างในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ราคาเหล็กเส้นก่อสร้างในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ราคาเหล็กเส้นก่อสร้างในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

Shanghaidaily รายงาน ราคาเหล็ก Rebar ในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากหลังจากรัฐบาลจีนมีนโยบายสั่งปิดการผลิตเหล็กจากเตา medium frequency induction furnace เพื่อลดกำลังการผลิตเหล็กที่มีคุณภาพต่ำภายในสิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้

ราคาเหล็ก Rebar ในประเทศจีนเมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 14.4% มาอยู่ที่ 3,810 หยวนต่อตัน หรือ 561 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เนื่องจากยอดการผลิตเหล็กในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนที่ผ่านมาลดลงมาเหลือ 62.5 ล้านตัน หรือ ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตามการรายงานของบริษัท lgmi.com ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาในจีน

นาย Wang Guoqing ผู้อำนวยการฝ่ายการวิจัยของ lgmi.com กล่าวว่า อุปทานเหล็ก Rebar ในจีนส่วนใหญ่มาจากเตา medium frequency induction furnace ซึ่งในปีที่ผ่านมาเตาดังกล่าวผลิตเหล็ก Rebar ได้ประมาณ 6,000 ตัน ดังนั้นหากอุปทานหลักในตลาดหายไปจึงส่งผลต่อราคาซื้อขายเหล็กในตลาดอย่างมาก

Cr: สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย

การส่งออกเหล็กตุรกีขยายตัวได้ดีด้วยแรงหนุนจากอุปสงค์เหล็กในตลาดยูโรโซนและเอเชีย

การส่งออกเหล็กตุรกีขยายตัวได้ดีด้วยแรงหนุนจากอุปสงค์เหล็กในตลาดยูโรโซนและเอเชีย

การส่งออกเหล็กตุรกีขยายตัวได้ดีด้วยแรงหนุนจากอุปสงค์เหล็กในตลาดยูโรโซนและเอเชีย

ยอดการส่งออกเหล็กของประเทศตุรกีพุ่งสูงถึง 21.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 8.3 ล้านตัน ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2017 เป็นผลมาจากอุปสงค์เหล็กที่เพิ่มมากขึ้นในสหภาพยุโรปและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากข้อมูลล่าสุดการส่งออกเหล็กของตุรกีทำให้รายได้ของผู้ผลิตเหล็กในประเทศตุรกีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 21.3% อยู่ที่ 4.9 ล้านบาท

ในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ยอดการส่งออกเหล็กจากประเทศตุรกีไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ EU กลายมาเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของตุรกีในช่วงเวลานี้ โดยเพิ่มขึ้น 109% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 2.5 ล้านตัน ในขณะที่การส่งออกไปยังตะวันออกกลางซึ่งเคยเป็นตลาดส่งออกหลักของตุรกีมียอดการส่งออกเหล็กลดลงไปอยู่ที่ 1.8 ล้านตัน

การส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กของตุรกีไปยังอเมริกาเหนือในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 1.3 ล้านตัน

ขณะที่การส่งออกเหล็กไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 697,000 ตัน นอกจากนี้ตุรกียังส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กจำนวน 638,000 ตันไปยังประเทศแอฟริกาเหนือในช่วงนี้ ส่วนการส่งออกเหล็กไปยังประเทศสเปน สิงคโปร์ ฮ่องกง อิตาลี และสหราชอาณาจักร ตั้งแต่มกราคมถึงพฤษภาคมปีนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยอดการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กของประเทศตุรกีเพิ่มขึ้น 16.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 1.5 ล้านตัน รายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 29.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 966 ล้านตัน

การส่งออกเหล็กของตุรกีขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็นผลมาจากการที่ตุรกีได้มองหาตลาดส่งออกอื่นๆ เพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดหลักอย่างตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือนั้นมีปัญหามากมาย ส่งผลให้ยอดการส่งออกไปยัง EU เพิ่มขึ้นถึง 109% และการส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 626% ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้

Cr: แปลและเรียบเรียงโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย

อุตสาหกรรมเหล็กจีน สหรัฐฯ รัสเซีย และอินเดีย ส่งสัญญาณฟื้นตัวในปีนี้

อุตสาหกรรมเหล็กจีน สหรัฐฯ รัสเซีย และอินเดีย ส่งสัญญาณฟื้นตัวในปีนี้

อุตสาหกรรมเหล็กโลกเริ่มส่งสัญญานฟื้นตัวดีขึ้นกว่าที่เคยเป็นในช่วงต้นปี 2017

ยอดการผลิตเหล็กดิบในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดการผลิตเหล็กดิบสะสมอยู่ที่ 550.8 ล้านตัน โดยได้รับแรงหนุนจากยอดการผลิตเหล็กดิบของจีน สหรัฐฯ เยอรมัน และอินเดีย ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงสี่เดือนแรกปีนี้

การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นไปที่ 73.6% ในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2560 จากที่ลดลงเหลือเพียง 64.9% ในเดือนธันวาคม 2015

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI เดือนพฤษภาคม 2017 ในประเทศหลักๆ ถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยคำสั่งซื้อสินค้าที่เกิดขึ้นจริงดีกว่าผลที่ได้จากการสำรวจ

อัตราการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมการผลิต ส่งสัญญานเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมเหล็ก โดยภาคอุตสาหกรรมการผลิตในจีนขยายตัว 6.5% สหรัฐอเมริกาขยายตัว 2.2% เยอรมันขยายตัว 1.8% และรัสเซียขยายตัว 2.4% ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีที่มีการใช้จ่ายในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น การเปลี่ยนสะพานเก่าและโครงสร้างเก่าอื่นๆ การสร้างถนน และทางรถไฟใหม่ๆ การตั้งเมืองใหม่ในจีน ท่าเรือใหม่ ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ ซึ่งจะส่งผลทำให้ความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งมีสัดส่วนการบริโภคประมาณ 25% ก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวลดลง รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น การคมนาคมขนส่งที่สะดวก และราคาสินค้าที่สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะในยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

ราคาวัตถุดิบมีความผันผวนน้อยลง เนื่องจากราคาสินแร่เหล็กและถ่านโค้กปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ โดยราคาสินแร่เหล็กและถ่านโค้กเฉลี่ยอยู่ที่ $55-60 ต่อตัน CFR China และ $150-155 ต่อตัน FOB Australia ตามลำดับ คาดว่าราคาวัตถุดิบจะลดลงอีกในไม่กี่เดือนข้างหน้าเนื่องจากความต้องการเหล็กของประเทศจีนมีแนวโน้มลดลง

ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของโลก เช่น ArcelorMittal, Baosteel, Posco, Nippon and Mitsubishi และ Severstal ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวทางการเงินที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา

ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่นๆ ของประเทศต่างๆ ที่ปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล็กต่างคลายความกังวลต่อการผิดนัดชำระหนี้

สรุปภาพรวมในปีนี้นักวิเคราะห์หลายคนต่างมองว่าอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกน่าจะเริ่มส่งสัญญานฟื้นตัว หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่รุนแรง

แปลและเรียบเรียงโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
Cr : Financial Express

สหวิริยาสู่โลจิสติกส์ครบวงจร

สหวิริยาสู่โลจิสติกส์ครบวงจร

สัมภาษณ์

การทุ่มตลาดของเหล็กจีนเข้ามายังประเทศไทย ส่งผลกระทบถ้วนหน้าต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล็ก ไม่เว้นแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างสหวิริยา ล่าสุดได้แตกไลน์ธุรกิจออกมารับงานภายนอกองค์กร “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “สุรเดช มุขยางกูร” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะผู้บริหารเอสวีแอล กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรในเครือสหวิริยาถึงทิศทางและนโยบายในการดำเนินธุรกิจ
Q : สาเหตุที่มาทำโลจิสติกส์เต็มตัว
สหวิริยาทำธุรกิจเหล็กมา 60 กว่าปี เหล็กมีน้ำหนักมาก การขนส่งเป็นปัญหาใหญ่ ดังนั้น สหวิริยาขนส่ง ได้ถูกจัดตั้งมา 50 ปี เพื่อขนเหล็กจากโรงงานที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ไปส่งลูกค้าที่กรุงเทพฯและปริมณฑลถึงอีสเทิร์นซีบอร์ด เมื่อก่อนไม่ต้องทำอะไรมาก
อิงกับธุรกิจเหล็กไป ธุรกิจเหล็กดี เรามีการขนส่งมาก ธุรกิจเหล็กไม่ดีอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก จน 3 ปีที่ผ่านมาช่วงที่เหล็กเริ่มเกิดวิกฤต หากเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ชีวิตพนักงาน 500-600 คนจะทำอย่างไร เลยเกิดความคิดเริ่มจัดโครงสร้างกันใหม่ กลายมาเป็น “สหวิริยา โลจิสติกส์” เราต้องเคลื่อนย้ายของ ทำคลังสินค้า ทำเรื่องการจัดจำหน่ายให้ลูกค้ามากขึ้น สิ่งที่พยายามมองคือ เมื่อก่อนเราไม่เคยมีคนไปหาลูกค้า มีแต่ลูกค้ามาหา แต่วันนี้เราตั้งทีมเพื่อไปหาลูกค้า
Q : ทรัพยากรที่จะทำครบวงจร
ปัจจุบันสหวิริยามีรถบรรทุก 200 คัน มีรถของพันธมิตรอีก 300 คัน รวมมีรถบรรทุก 500 คัน มีท่าเรือ 2 แห่ง คือ ท่าเรือบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง และท่าเรือน้ำลึกที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถรองรับเรือขนถ่ายสินค้าที่มีระวางขับน้ำสูงสุดถึง 100,000 (Dead Weight Tonnage-DWT) ยังมีเรือขนาดเล็กจอดได้อีก 8 ลำ มีท่าทีรองรับเรือขนส่งชายฝั่ง มีเครน อุปกรณ์ขนส่งครบหมด ร่องน้ำลึกธรรมชาติลึกมากถึง 14 เมตรไม่ได้ขุดลอก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกลุ่มโลจิสติกส์ เพราะการขนส่งเหล็กทางเรือช่วยลดปริมาณการจราจรคับคั่งบนถนน และช่วยลดต้นทุนให้ลูกค้าด้วยการต่อเรือลำเลียง 60 ลำ ขนาดระวางบรรทุก 2,000-2,200 ตันต่อลำ ขณะที่รถบรรทุก 1 คัน บรรทุกได้ 30 ตัน เท่ากับใช้เรือ 1 ลำ ประหยัดการใช้รถบรรทุกไปได้ 70 คัน บางครั้งใช้เรือลำเลียงพ่วง 3 ลำ เท่ากับรถบรรทุกหายไป 200 กว่าคัน
Q : การรับงานใน-นอกเครือ
ทุกวันนี้ท่าเรืองานในเครือใช้ 70% งานนอก 30% ส่วนธุรกิจเรือขนส่งมากกว่า 50% รับงานข้างนอก ขนมันสำปะหลัง ถ่านหิน กากถั่วเหลือง ส่วนใหญ่วิ่งตั้งแต่เกาะสีชังไปอยุธยา ส่วนรถบรรทุกปีล่าสุดเราเริ่มดิวกับลูกค้าบริษัทไทยน้ำทิพย์ ซึ่งรับผิดชอบการทำตลาดโค้กภาคกลาง กับบริษัทหาดทิพย์ ซึ่งอยู่ 14 จังหวัดภาคใต้ มีสินค้าหลายตัวที่เรารับขนผลิตภัณฑ์จากไทยน้ำทิพย์ จ.ปทุมธานี ไปส่งให้หาดทิพย์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เช่น โค้ก น้ำเปล่า ฯลฯ แต่ขากลับเราวิ่งนำเหล็กขึ้นมา ตอนหลังหาดทิพย์จ้างเราให้ขนของจากสุราษฎร์ธานีวิ่งมาส่งที่ชุมพร สหวิริยาถือเป็นผู้ให้บริการขนส่งที่มีต้นทุนต่ำมาก ๆ ในการขนสินค้าลงภาคใต้ยอดรายได้จากขนส่งปี 2559 ประมาณ 1,500 ล้านบาท ปี 2560 ไม่ได้ตั้งเป้าเป็นยอดรายได้ แต่ตั้งเป้าให้สัดส่วนรายได้งานในเครือ 60% ต่องานนอกเครือ 40% ปี 2561 สัดส่วนรายได้งานในเครือให้เหลือ 50% งานนอกเครือ 50% เราตั้งใจให้คนวิ่งออกไปหางานข้างนอก งานในเครือไม่ต้องขาย
ผมไม่อยากฝากชีวิตไว้ที่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง ไม่ควรเกินครึ่งหนึ่งของรายได้รวมของบริษัท อย่างน้อยชีวิตพนักงานจะได้ปลอดภัย เพราะอุตสาหกรรมมีขึ้น-ลง จะทำให้ภาพรวมการขนส่งมียอดรายได้ดีขึ้น
Q : แผนพัฒนาโลจิสติกส์ครบวงจร
ด้วยศักยภาพที่เผอิญมีพื้นที่หลังท่าเรือน้ำลึกอยู่ 1,660 ไร่ จึงตัดสินใจที่จะทำโครงการ “นิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์” มูลค่า 2,500 ล้านบาท เราต้องการให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำหรับภาคตะวันตกและภาคใต้ตอนบน เชื่อมโยงการขนส่งทางรถ เรือ และรถไฟจากภาคใต้ ภาคตะวันตก เชื่อมโยงสู่เขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ด้วยการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดเส้นทางเดินเรือข่นส่งสินค้าขนาดใหญ่วิ่งตัดตรงจากท่าเรือประจวบไปท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ระยะทาง 116 ไมล์ทะเล ปัจจุบันอยู่ระหว่างดึงพันธมิตรจากญี่ปุ่นและกลุ่มสแกนดิเนเวียที่มีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือขนาดใหญ่เข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการ
Q : แผนเชื่อมกับเมืองมะริด เมียนมา
บางสะพานถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกอันหนึ่ง ที่จะเชื่อมพัฒนาแลนด์บริดจ์ไปสู่เมืองมะริด เป็นเมืองท่าสำคัญทางภาคใต้ของประเทศเมียนมา เศรษฐกิจของมะริดทั้งหมดขึ้นกับสินค้าประมงเป็นหลัก เป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญนำสัตว์น้ำมาป้อนให้มหาชัย แต่วันนี้เส้นทางคมนาคมยังไม่ดี ต้องวิ่งขนส่งอาหารทะเลจากมะริดมาเกาะสอง ใกล้ จ.ระนอง แล้ววิ่งตีรถกลับไปมหาชัย
เส้นทางที่น่าสนใจจากด่านสิงขรไปมะริด ระยะทาง 180 กม. จะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2561 คาดว่าจะทำให้ระยะเวลาขนส่งน่าจะเหลือ 3 ชม.กว่า ๆ
Q : ธุรกิจโลจิสติกส์แข่งขันสูง
ธุรกิจโลจิสติกส์เป็นธุรกิจที่ขยายตัวหวือหวา มีธุรกิจใหม่ ๆ การบริการใหม่ ๆ เกิดขึ้นค่อนข้างมาก เราเตรียมเรื่องการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยีไว้เหมือนกัน ทุกคนเลือกของถูกเป็นหลัก ผมบอกลูกน้องตลอดเวลา 1 ใน 4 เป้าหมายของเราต้องเป็นผู้นำด้านต้นทุนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ไม่ได้แปลว่าเราขายของถูก แต่เราต้องรู้จักบริหารต้นทุนให้ได้ต่ำ ต้องหาวิธีนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ธุรกิจขนส่งเป็นธุรกิจที่อ่อนไหวเรื่องราคามาก ๆ
ทุกคนวิ่งไปหาของที่ถูก ต้นทุนโลจิสติกส์เฉลี่ยของประเทศประมาณ 13-17% ของการผลิต ลูกค้าทุกคนต้องการของถูกของดี ไม่มีว่าบริษัทในเครือ หรือนอกเครือ เขาเองต้องแข่งกับตัวเอง ต้องทำให้ต้นทุนลงมาให้ได้

Cr : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

“ทาทา สตีล”หนุนการศึกษาไทยยุค 4.0 เนรมิตห้องสมุดเปลี่ยนชีวิตนักเรียนด้อยโอกาส

“ทาทา สตีล”หนุนการศึกษาไทยยุค 4.0 เนรมิตห้องสมุดเปลี่ยนชีวิตนักเรียนด้อยโอกาส

“ทาทา สตีล”หนุนการศึกษาไทยยุค 4.0 เนรมิตห้องสมุดเปลี่ยนชีวิตนักเรียนด้อยโอกาส
นายศิโรโรตม์ เมธมโนศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

การเตรียมความพร้อมให้กับทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศไทยในยุค 4.0 สิ่งสำคัญที่สุดหนีไม่พ้นเรื่อง “การศึกษา” ที่เป็นรากฐานในการยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ในประเทศให้พร้อมเผชิญกับการแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังมีโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาด้านการศึกษาอีกจำนวนไม่น้อย ภาคเอกชนหลายแห่งจึงได้เข้ามาให้การสนับสนุน สำหรับบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ริเริ่มโครงการมุมหนังสือ “เสริมปัญญา กับ ทาทา สตีล” แห่งแรกในปี พ.ศ. 2552 ด้วยความเชื่อมั่นว่า “การศึกษาสามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กและเยาวชนให้เป็นพลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงของชาติในอนาคต”

นายศิโรโรตม์ เมธมโนศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่-ทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการมุมหนังสือ “เสริมปัญญา กับ ทาทา สตีล” เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกล ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่พันธกิจหลักเพื่อชุมชนและสังคม โดยบริษัทฯ จะจัดทำมุมหนังสือในห้องสมุดโรงเรียนพร้อมมอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียน เริ่มต้นที่โรงเรียนในชุมชนรอบโรงงาน แล้วขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยกำหนดเป้าหมายที่จะมอบมุมหนังสือจำนวนรวม 400 โรงเรียน ในปัจจุบันสามารถมอบมุมหนังสือไปแล้วกว่า 248 โรงเรียน ใน 52 จังหวัด

“ทาทา สตีล”หนุนการศึกษาไทยยุค 4.0 เนรมิตห้องสมุดเปลี่ยนชีวิตนักเรียนด้อยโอกาส

มุมหนังสือ “เสริมปัญญา กับ ทาทา สตีล” มีพื้นที่ 20 ตารางเมตร ประกอบด้วยชั้นวางหนังสือสำเร็จรูป พร้อมหนังสือ 200 เล่ม ใน 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้ อาทิ วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษา พลศึกษา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ รวมถึงบอร์ดกิจกรรมตอบปัญหาประจำสัปดาห์หรือกิจกรรมกระตุ้นการอ่าน

โดยบริษัทฯ จะส่งของรางวัลให้แก่นักเรียนที่ร่วมกิจกรรมและนักเรียนที่ยืมหนังสือในมุมหนังสือของ ทาทา สตีล เป็นประจำ เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนไทยรู้จักคิด วิเคราะห์ กล้าคิด กล้าตอบ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และที่สำคัญคือรู้จักกระบวนการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ มุมหนังสือยังมีโต๊ะเก้าอี้ รวมถึงมีการทาสีตกแต่งผนัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เด็กๆ รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการอ่านหนังสือ และเข้ามาใช้บริการมุมหนังสืออย่างต่อเนื่อง โดยโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องส่งรายงานการใช้ห้องสมุดให้กับบริษัททุกเดือน เพื่อนำมาวิเคราะห์หาแนวทางการจัดหาหนังสือให้เหมาะสมและปรับปรุงมุมหนังสือให้มีคุณภาพมากขึ้น

“ทาทา สตีล”หนุนการศึกษาไทยยุค 4.0 เนรมิตห้องสมุดเปลี่ยนชีวิตนักเรียนด้อยโอกาส
สุชา บุญเพิ่ม ครูโรงเรียนบ้านต้นไทร จังหวัดพัทลุง

สุชา บุญเพิ่ม ครูโรงเรียนบ้านต้นไทร จังหวัดพัทลุง หนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากได้รับมอบมุมหนังสือของทาทา สตีล ว่า ก่อนหน้านี้โรงเรียนมีห้องสมุดอยู่แล้ว แต่เนื่องจากเป็นโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล หนังสือที่มีอยู่จึงไม่เหมาะสมกับวัย ทำให้เด็กๆ ไม่ค่อยอยากเข้ามาใช้บริการห้องสมุด

กิจกรรมช่วงพักกลางวันหรือหลังเลิกเรียนส่วนใหญ่จึงเป็นการวิ่งเล่น หรือเล่นกีฬาตามประสาเด็กต่างจังหวัด แต่หลังจากที่โรงเรียนได้มีมุมหนังสือสวยๆ ด้วยการสนับสนุนของ ทาทา สตีล เด็กนักเรียนของเรามีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน มีการเข้าใช้บริการห้องสมุดมากขึ้น ทั้งการอ่านในเวลาและการยืมหนังสือกลับบ้าน นักเรียนรุ่นพี่ก็ได้เข้ามาช่วยบริหารจัดการเป็นบรรณารักษ์รุ่นเยาว์ รู้จักการจัดประเภทหนังสือตามหมวดหมู่ และดูแลรักษาหนังสือราวกับว่าหนังสือเล่มนั้นมีชีวิต ครูจึงอยากให้มีโครงการดีๆ แบบนี้ในโรงเรียนด้อยโอกาสอื่นๆ เช่นเดียวกัน

“ทาทา สตีล”หนุนการศึกษาไทยยุค 4.0 เนรมิตห้องสมุดเปลี่ยนชีวิตนักเรียนด้อยโอกาส
ณิชาภัทร ชูเอียด นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ณิชาภัทร ชูเอียด นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เล่าถึงความประทับใจเกี่ยวกับมุมหนังสือของ ทาทา สตีล ว่า “หนูดีใจมากที่โรงเรียนของหนูได้มุมอ่านหนังสือใหม่ที่มีหนังสือน่าอ่านมากมายที่จะช่วยทำให้หนูเก่งมากขึ้น หนูชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เพราะหนูมีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นแอร์โฮสเตส การอ่านหนังสือทำให้หนูได้ฝึกภาษาอังกฤษ และเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่จากที่ต่างๆ ในโลก

นอกจากนี้การอ่านหนังสือในมุมหนังสือนี้ยังช่วยให้หนูได้ฝึกสมาธิและมีระเบียบมากขึ้น เพราะเมื่ออ่านหนังสือเสร็จต้องเก็บให้เป็นหมวดหมู่ และต้องอ่านอย่างทะนุถนอมเพื่อน้องๆ รุ่นต่อไปจะได้มีหนังสือดีๆ อ่าน หนูต้องขอขอบคุณพี่ๆ จาก ทาทา สตีล ที่มาเนรมิตห้องสมุดของหนูให้มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนชีวิตหนูและทำให้ความฝันของหนูเป็นจริงได้ค่ะ”

ปัจจุบันยังมีโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดแคลนแหล่งข้อมูลให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาหาความรู้ ความไม่พร้อมในด้านต่างๆ เหล่านี้ อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น การไม่รู้หนังสือ การติดสารเสพติด การขาดความรู้สำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต โครงการสร้างมุมหนังสือ “เสริมปัญญา กับ ทาทา สตีล” จึงนับว่าเป็นพลังเล็กๆ ในการผลักดันให้เกิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนเพื่อเยาวชนไทย

 

Cr:http://www.manager.co.th

สมอ.เปิดฟังความเห็นอุตสาหกรรมเหล็กกล้า

สมอ.เปิดฟังความเห็นอุตสาหกรรมเหล็กกล้า

 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดรับฟังความคิดเห็น หลังปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล  เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สมอ. มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน หรือมาตรฐานบังคับ จำนวน 105 มาตรฐาน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีผลทำให้ผู้ทำ ผู้นำเข้า รวมทั้งผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยต้องได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. ก่อนทำและนำเข้า ขณะเดียวกัน ผู้จำหน่ายก็ต้องจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมาย มอก. เท่านั้น หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับบทลงโทษ ในกรณีทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เหล็กกล้าคาร์บอนทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานทั่วไป และงานขึ้นรูป มอก. 528-2548 ปัจจุบันเป็นมาตรฐานบังคับ สมอ. ได้แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานดังกล่าว ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมาย ปรากฏว่ามีผู้เสนอความเห็นให้เพิ่มเติมชนิด : เหล็กแผ่นม้วนหน้าแคบ และชั้นคุณภาพ HR5 ซึ่งเมื่อนำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) พิจารณาแล้ว กมอ. มีมติเห็นชอบ และให้ สมอ. ไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากการแก้ไขดังกล่าวมีนัยยะสำคัญ ดังนั้นผู้ใดประสงค์จะแสดงความคิดเห็น สามารถดูรายละเอียดได้ที่ กองกฎหมาย สมอ.  และให้แสดงความคิดเห็นพร้อมเหตุผลกลับมาที่ สมอ. ภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

Cr: http://www.innnews.co.th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า