โดย saweang | ต.ค. 24, 2025 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก, ไม่มีหมวดหมู่
การเลือก H‑Beam ที่เหมาะสมต้องอ้างอิงขนาดหน้าตัด มาตรฐานวัสดุ และข้อกำหนดโครงสร้าง บทความนี้จะชี้แนะการเลือกตามมาตรฐานสากลและการปรับใช้กับงานก่อสร้างในประเทศไทย

hbeam_dimensions_infographic_1200x800
เนื้อหา
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: JIS, ASTM, EN และมาตรฐานไทย (TIS) — ความแตกต่างและการเทียบข้าม
- พารามิเตอร์สำคัญ: ขนาดแฟลน (flange width), ความหนาแฟลน, ความสูงเว็บ (web height), โมเมนต์ของแรงดัด (section modulus), ค่า moment of inertia
- การอ่านป้ายสินค้าและข้อมูลทางเทคนิค (Mill certificate) เช่น grade, yield strength, chemical composition
- ตารางตัวอย่างการเลือกขนาดสำหรับงานประเภทต่างๆ (อาคารพาณิชย์, โรงงาน, สะพานเล็ก)
- แนวทางการปรึกษาวิศวกรโครงสร้าง: factor of safety, การต่อข้อต่อ, ความยาวชิ้นงาน และการป้องกันการกัดกร่อน

ขนาด H-Beam,
สรุป การเลือก H‑Beam ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจด้านวิศวกรรมและการตรวจสอบมาตรฐานวัสดุ หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างหรือผู้จำหน่ายที่เชี่ยวชาญ
โดย saweang | มี.ค. 5, 2024 | ไม่มีหมวดหมู่
เหล็กตัวซีเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทานมาก ซีแบบรูปพื้นฐานมักมีรูปทรงเป็นตัวอักษร C ที่มีขอบในรูปร่างของกาและใบตัดของบริเวณสองข้าง คุณสมบัติสำคัญของเหล็กตัวซีได้แก่:
- ความแข็งแรง: เหล็กตัวซีมีความแข็งแรงสูง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้ในโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักขนาดใหญ่ เช่น โครงสร้างอาคาร สะพาน และโครงการก่อสร้างที่มีความต้องการความแข็งแรงสูง
- ความทนทาน: เหล็กตัวซีมีความทนทานต่อการบิดงอและแรงกระแทก ทำให้มีประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือน
- ความยืดหยุ่น: เหล็กตัวซีมีความยืดหยุ่นที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับเหล็กอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ง่ายต่อการปรับขนาดและรูปร่างของโครงสร้าง
- ความคงทนต่อสภาพอากาศ: เหล็กตัวซีมีความทนทานต่อสภาพอากาศและการกัดกร่อน เช่น การกัดกร่อนจากน้ำฝนและอากาศเค็มที่อยู่ในทะเล
ในโครงสร้างอาคาร เหล็กตัวซีมักถูกใช้ในการสร้างโครงสร้างหลัก เช่น เสา, ระแนง และคาน ซึ่งมีประโยชน์ในการรับน้ำหนักและแบนด์วินด์ของอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เหล็กตัวซียังใช้ในการสร้างโครงสร้างสำคัญอื่น ๆ เช่น สะพานและโครงสร้างทางน้ำ
โดย saweang | ธ.ค. 22, 2023 | ไม่มีหมวดหมู่
การพูดถึง “เหล็กรางน้ำ” น่าจะเป็นการอ้างถึงเหล็กที่ใช้ในการสร้างรางน้ำหรือระบบระบายน้ำในสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง รางน้ำเป็นช่องที่มีการออกแบบให้น้ำไหลผ่านเพื่อระบายน้ำจากพื้นผิวหรือสถานที่ที่น้ำสะสมได้ เหล็กที่ใช้ในการสร้างรางน้ำจะต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพื่อรับน้ำและทนทานต่อสภาวะอากาศและสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ นี่คือบางคุณสมบัติที่เหล็กรางน้ำอาจมี:
1. **ความต้านการกัดกร่อน:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความต้านการกัดกร่อนสูง เนื่องจากต้องรับสภาวะอากาศและน้ำที่มีความเปลี่ยนแปลงได้.
2. **ความทนทานต่ออุณหภูมิและความชื้น:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความทนทานต่ออุณหภูมิและความชื้น เพื่อป้องกันการสนิมและการเกิดความเสียหายจากสภาวะอากาศที่ชุ่มชื่น.
3. **ความแข็งแรง:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความแข็งแรงเพียงพอเพื่อรับน้ำและความแรงกระทำที่เกิดขึ้น.
4. **ความทนทานต่อแรงกระแทก:** เหล็กในรางน้ำควรมีความทนทานต่อแรงกระแทก เนื่องจากอาจมีการกระแทกจากวัสดุหรือวัตถุอื่นที่ถูกพามาด้านในรางน้ำ.
5. **ความคงทนต่อเสียตัด:** เหล็กที่ใช้ในรางน้ำควรมีความคงทนต่อการเสียตัด เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหายจากการใช้งานหรือการบำรุงรักษา.
สำหรับงานรางน้ำหรือระบบระบายน้ำในสถาปัตยกรรมและงานก่อสร้าง การเลือกใช้เหล็กที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำคัญมากเนื่องจากต้องการให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน
โดย sutthikan | พ.ย. 17, 2023 | ไม่มีหมวดหมู่
อิฐพันปี คืออะไร?
อิฐเซรามิกหรือที่หลายๆคนอาจรู้จักกันในชื่ออิฐพันปี อิฐพันปีเป็นวัสดุที่ใช้สำหรับงานก่อผนังที่มีคุณภาพสูง ซึ่งผลิตจากดินเหนียวธรรมชาติ พร้อมผ่านการเผาด้วยความร้อนอุณหภูมิที่สูงมากกว่า 1000 องศา เป็นการผลิตที่ใช้เทคโลโนยีจากประเทศเยอรมนี ขึ้นรูปด้วยวัตถุดิบและเทคนิคพิเศษ จึงทำให้อิฐพันปีมีขนาดที่ใหญ่ แข็งแรง และมีอัตราการดูซึมน้ำที่ต่ำ หมดปัญหาปูนฉาบแตกร้าว สีพองหลุดล่อนที่เกิดจากความชื่นได้เป็นอย่างดี – แข็งแรง ก่อฉาบง่าย ประหยัดเวลา

แนวคิดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์อิฐเซรามิก ของซีบริคอิฐพันปี
- นวัตกรรมของอิฐก่อผนัง เจ้าเดียวในประเทศไทย
- ผลิตภัณฑ์เน้นความเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรกันสิ่งแวดล้อม
- รองรับตลาด DIY Product ( Interlock ) ลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
- ตอบโจทย์ของเจ้าของบ้านเรื่องความแข็งแรง ลดปัญหาการแตกร้าว
- เป็นมิตรกับช่าง / ผู้รับเหมา / ผู้ออกแบบ และเจ้าของโครงาร
- ลดขั้นตอนการทำงานและค่าใช้จ่ายของผนัง
- ใช้ได้ทั้งผนังก่อ / ฉาบ และผนังก่อโชว์
โดย sutthikan | ต.ค. 12, 2023 | ไม่มีหมวดหมู่
วันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดี ข้อเสียของอิฐในแต่ละประเภท แน่นอนว่าในการจะสร้างบ้านแต่ละครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะต้องมีการใช้อิฐในการก่อสร้าง แต่อิฐในปัจจุบันก็มีหลากหลายประเภทในตลาดซึ่งก็ล้วนมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปมากมาย ทั้งในด้านของขนาด วิธีการใช้งาน ทำยังไงดีละที่เราจะกล้าตัดสินใจซื้ออิฐที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการและสะดวกต่อการใช้งาน วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักถึงข้อดี ข้อเสีย ของอิฐแต่ละประเภท
อิฐพันปี หรือที่เรียกกันว่าอิฐเซรามิกที่ใช้สำหรับก่อผนังคุณภาพสูง ผลิตจากดินเหนียวและผ่านการเผาด้วยความร้อนที่มากกว่า 1,000 องศา ซึ่งทำให้อิฐมีขนาดใหญ่และมีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน และยังมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ

ข้อดี
- มีมาตรฐานในการผลิต
- อิฐมีก้อนขนาดใหญ่ ง่ายต่อการใช้งานประหยัดเวลาในการก่อ
- มีระบบอินเตอร์ล็อค ซึ่งงานต่อการก่อฉาบ
- ใช้ปูนก่อและปูนฉาบในปริมาณน้อย
- การนำความร้อนต่ำ
- อัตราการดูดซึมน้ำต่ำ ลดปัญหาการแตกร้าวของผนัง
- ไม่ต้องใช้ทักษะและเทคนิคพิเศษในการก่อ / ฉาบ
อิฐมอญ เป็นอิฐที่เมื่อมีการพูดถึงใครหลายๆคนก็ต้องรู้จัก ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันมาอย่างยาวนาน เป็นอิฐที่มีลักษณะสีส้มแดง เหมาะกับงานก่อสร้างอาคารที่ไม่สูง มักถูกใช้บริเวณที่โดนความชื้น
ข้อดี
- หาซื้อได้ง่าย
- ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการทำงานทั่วไปได้
- ใช้ปูนก่อ ปูนฉาบทั้วไป
ข้อเสีย
- มาตรฐานการผลิตและคุณภาพไม่สม่ำเสมอ
- ใช้ปูนก่อและฉาบในปริมาณมาก
- มีรายละเอียดในการทำงานมากกว่า จึงทำให้เกิดความล้าช้าในการทำงาน
- อัตราการดูดซึ้มน้ำสูง
- การนำความร้อนสูง
อิฐมวลเบา เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบา เนื่องจากมีฟองอากาศในเนื้อเหล็กจำนวนมาก สะดวกในการติดตั้งขนย้ายได้ง่าย รวดเร็วประหยัดเวลาในการก่อสร้าง
ข้อดี
- มีมาตรฐานคุณภาพการผลิต
- การนำความร้อนต่ำ
- อิฐมีก้อนขนาดใหญ่ งานต่อการก่อ
- การนำความร้อนต่ำ
ข้อเสีย
- ความแข็งแรงและความทนทานต่ำ
- มีความหนาแนนของอิฐต่ำ
- ไม่เหมาะสำหรับการก่อผนังห้องน้ำ
- ใช้ปูนปก่อและปูนฉาบ เฉพาะอิฐมวลเบาซึ่งมีราคาสูง
โดย saweang | ก.ค. 12, 2023 | ไม่มีหมวดหมู่
หน้าตาคล้ายกัน แต่การใช้งานนั้นอาจแตกต่างกันในรายละเอียด มาดูกันว่า เหล็ก H-Beam และ I-Beam นั้นใช้งานต่างกันอย่างไร
ด้วย H-Beam นั้นมีขนาดหน้าตัดให้เลือกใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ขนาด H100x50 mm. จนถึงขนาดใหญ่สุด H900x300 mm.ทำให้ H-Beam นั้นถูกเลือกใช้ในงานที่หลากหลาย ทั้งโครงสร้างของอาคาร, โครงสร้างของโรงงาน หรืองานโครการขนาดใหญ่ เช่น โรงจอดเครื่องบิน (Hangar)
แต่สำหรับเหล็ก I-Beam นั้นถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในงานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า เช่น รางเลื่อนของเครนในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะความหนาของ Flange (ปีกที่ยื่นออกมา) ที่มากและมีลักษณะ Taper (เรียวที่ปลาย) ไม่เหมือนกับ H Beam ที่ความหนาของ Flange จะเท่ากันตลอด ส่งผลให้โดยทั่วไป I-Beam จะสามารถรับแรงกระแทกได้ดี แต่ก็จะมีน้ำหนักที่มากกว่า H-Beam ในขนาดหน้าตัดที่เท่ากัน เช่น
- H 300x150x6.5×9 mm. น้ำหนัก 36.7 kg/m
- I 300x150x8x13 mm. น้ำหนัก 48.3 kg/m
- ซึ่ง I-Beam จะมีน้ำหนักมากกว่าถึง 32 %
เห็นอย่างนี้แล้ว ในครั้งต่อไปเราอาจจะต้องพิจารณาการเลือกใช้ระหว่าง H-Beam กับ I-Beam ให้ถูกกับประเภทการใช้งาน เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนในการก่อสร้างได้อีกทางหนึ่ง
ขอบคุณข้อมูลจาก: hbeamconnect.com/blog/difference-usages-between-h-beam-and-i-beam/
หรือสนใจซื้อวัสดุก่อสร้างอื่นๆ สามารถขอราคาออนไลน์ทันใจได้เลย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสารมารถต่อติดสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 02 749 1007-14 หรือไลน์ @thanasarn
ารางเหล็กเอชบีม, #ขนาดเหล็กเอชบีม,#ตารางน้ำหนักเหล็กเอชบีม,#ขนาดเสาเอชบีม,#น้ำหนักเหล็ก H Beam,#ขายเหล็กราคาถูก,#ราคาเหล็กก่อสร้าง,#เหล็กโครงสร้าง,#เหล็ก H Beam