โดย admin_sale | มิ.ย. 2, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก

สมาคมเหล็กโลก เผย ยอดการบริโภคเหล็กต่อหัวประชากรโลกปี 2016 ลดลงเป็นปีที่สามติดต่อกัน
ยอดการบริโภคเหล็กโลกอยู่ที่ 1,515 ล้านตัน ในปี 2016
ส่วนยอดการบริโภคเหล็กสำเร็จรูปต่อหัวประชากรโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 207.9 กิโกกรัมต่อคน ในปี 2016 ลดลงจาก 208.3 กิโลกรัมต่อคน ในปี 2015 โดยยอดการบริโภคลดลงเฉลี่ย 10 กิโลกรัมต่อคน หรือ 4.6% นับตั้งแต่ที่เคยทำสถิติสูงสุดในปี 2013 อยู่ที่ 218 กิโลกรัมต่อคน
การบริโภคเหล็กต่อหัวของจีนปีนี้ฟื้นตัวหลังจากที่หดตัวในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 492.7 กิโลกรัมต่อคน แต่ก็ยังต่ำกว่าที่เคยทำสถิติสูงสุดในปี 2013 ที่ 539.5 กิโลกรัมต่อคน
การบริโภคเหล็กต่อหัวของอินเดีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน เพิ่มขึ้น ขณะที่การบริโภคเหล็กต่อหัวของญี่ปุ่นลดลงมาอยู่ที่ 492.6 กิโลกรัม จาก 497.3 กิโลกรัมในปี 2015
การบริโภคเหล็กต่อหัวของประชากรในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และ CIS ลดลงเช่นกัน ขณะที่ยอดการบริโภคเหล็กต่อหัวของยุโรปเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 311.4 กิโลกรัมต่อคน ในปี 2016 หรือเพิ่มขึ้น 6.6 กิโลกรัมต่อคน หรือ 2.2% เมื่อเทียบกับปี 2015
แหล่งที่มา : World Steel Association
โดย admin_sale | มิ.ย. 2, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ยอดการค้าเหล็กทั่วโลกทำสถิติสูงสุดในปี 2016
ยอดการส่งออกสินค้าเหล็กทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2016 แม้ว่าจะมีอุปสรรคจากการใช้มาตรการทางการค้าที่เพิ่มขึ้น, สมาคมเหล็กโลกเปิดเผยในรายงาน World Steel in Figures
ยอดการบริโภคเหล็กเพิ่มขึ้น 8.5 ล้านตัน จาก 1,519.5 ล้านตัน ยอดการส่งออกสินค้าเหล็กเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 473.2 ล้านตัน จาก 465 ล้านตันในปี 2015 ส่งผลให้สัดส่วนการส่งออกเหล็กต่อการบริโภคเหล็กเพิ่มขึ้นเป็น 31.1% จาก 30.8% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008
โดยผลิตภัณฑ์เหล็กที่มีการส่งออกมากที่สุดคือ เหล็กแผ่นรีดร้อน 82.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับปี 2015 รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์เหล็กกึ่งสำเร็จรูป และเหล็กแผ่นเคลือบ ตามลำดับ
แปลและเรียบเรียงโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย
แหล่งที่มา : World steel association
โดย admin_sale | มิ.ย. 2, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
จากรายงาน สรุปการใช้มาตรการทางการค้าในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ของ European Commission พบว่า สินค้าเหล็กเป็นสินค้าที่มีการประกาศใช้มาตรการทางการค้ามากที่สุดในยุโรป
โดยในช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ สหภาพยุโรปได้เปิดไต่สวนตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กทั้งหมด 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เหล็ก Stainless steel tube and pipe butt-welding fittings ที่มีแหล่งกำเนิดจากจีน และไต้หวัน และ เหล็ก Heavy plate of non-alloy or other alloy steel ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีน ส่วนสินค้าเหล็กที่อยู่ระหว่างการพิจารณาได้แก่ เหล็ก Stainless steel wires ที่มีแหล่งกำเนิดจากอินเดีย สินค้าที่เปิดไตร่สวนภายใต้มาตรการ Anti-circumvention ได้แก่ Seamless pipes and tubes of stainless steel ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีน
ส่วนสินค้าเหล็กที่รอการเปิดไตร่สวนใหม่ภายใต้มาตรการ Anti-dumping & Anti-subsidy ในเดือนเมษายน 2017 ได้แก่ (1) Cast iron articles ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีน และอินเดีย (2) Corrosion resistant steels ที่มีแหล่งกำเนิดจากจีน (3) Hot rolled flat products ที่มีแหล่งกำเนิดจาก 6 ประเทศได้แก่ ยูเครน ซีเบีย รัสเซีย อิหร่าน บราซิล และจีน
Cr :http://iiu.isit.or.th
โดย admin_sale | พ.ค. 31, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
กรมการค้าต่างประเทศ แจงใช้เซฟการ์ดเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย
นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีมีความวิตกหลังรัฐประกาศใช้มาตรการปกป้อง (เซฟการ์ด) เพื่อปกป้องการนําเข้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอย ว่า การใช้เซฟการ์ดเพราะการนำเข้าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอยเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ซึ่งส่งผลกระทบให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีเป็นจำนวนมาก เพราะการนําเข้ามีลักษณะเลี่ยงภาษี อีกทั้งสร้างความเสียหายกับอุตสาหกรรมภายในประเทศที่ต้องสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภคซึ่งหลายคนไม่ทราบว่าเหล็ก H-Beam เจืออัลลอยนั้นอยู่นอกมาตรฐาน มอก.1227-2558
อีกทั้งมาตรการเซฟการ์ด เป็นไปตามมาตรการที่องค์การการค้าโลก (WTO) กำหนด โดยกฎการใช้มาตรการ 1.ต้องนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นมาก 2.สินค้าที่นำเข้ามาด้วยเหตุที่ไม่คาดเดามาก่อน 3.การนำเข้าเกินจนกระทบอุตสาหกรรมภายในได้รับความเสียหาย ซึ่งมีเงื่อนไขว่าอุตสาหกรรมภายในต้องมีแผนการปรับตัวด้วย เพราะเซฟการ์ดเป็นมาตรการระยะสั้น 3 ปี หรือ 6 ปี และเป็นการปกป้องล้อมรั้วที่คำนึงถึงประโยชน์ของสาธารณะ ทั้งผู้ใช้ ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ที่มีความจำเป็นต้องใช้สินค้า ซึ่งถ้าอุตสาหกรรมในประเทศผลิตไม่ได้ ก็ต้องมีการยกเว้นให้นำสินค้าที่ใช้มาตรการปกป้องเข้ามาจำหน่ายได้
Cr: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย admin_sale | พ.ค. 31, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
โรงงานเหล็กไต้หวันในเวียดนามกดปุ่มเดินเครื่องผลิตอีกครั้งหลังวิกฤตสารพิษรั่วไหล
รอยเตอร์/เอเอฟพี – สื่อท้องถิ่นของเวียดนามรายงานว่า โรงงานเหล็กของบริษัทฟอร์โมซา พลาสติก กรุ๊ป ของไต้หวัน เริ่มเดินเครื่องผลิตอีกครั้งวันนี้ (29) หลังระงับการดำเนินการไปในปีก่อน เนื่องจากก่อภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ
ในเดือน เม.ย.2559 โรงงานเหล็กฟอร์โมซา ห่าติ๋ง มูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ เกิดทำของเสียปนเปื้อนสารพิษรั่วไหลลงทะเล ก่อมลพิษตามแนวชายฝั่งเป็นระยะทางมากกว่า 200 กิโลเมตร ทำลายสิ่งมีชีวิตในทะเล และเศรษฐกิจของคนในท้องถิ่นที่พึ่งพาการทำประมง และการท่องเที่ยว และบริษัทฟอร์โมซาตกลงจ่ายเงินชดเชยจำนวน 500 ล้านดอลลาร์ในเวลาต่อมา
เตาหลอมของโรงงานเริ่มดำเนินการทดสอบขั้นพื้นฐานในวันนี้ (29) โดยจะถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และตัวอย่างของเสียจะถูกเก็บรวบรวมทุก 5 นาที ส่วนผลการทดสอบระบบจะสรุปภายใน 24 ชั่วโมง สำนักข่าวเวียดนามรายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อม
“หากมีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้น เราจะหยุดการดำเนินการโดยทันที” ฮว่าง เซือง ตุง รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าว
ฟอร์โมซา ได้แก้ไขการละเมิดเงื่อนไขข้อตกลงแล้ว 52 รายการ จากทั้งหมด 53 รายการ และบริษัทจะนำการผลิตระบบแห้งมาใช้กับโรงงานภายในปี 2562 แทนระบบเปียกที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าแต่ก่อมลพิษมากกว่าซึ่งโรงงานใช้อยู่ในปัจจุบัน
เหตุการณ์โรงงานเหล็กฟอร์โมซาเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับรัฐบาลเวียดนาม ด้วยรัฐบาลพยายามสมดุลความมั่นคงทางการเมือง การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ที่เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งฟอร์โมซาเป็นหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศ
เหตุสารพิษรั่วไหลเมื่อปีก่อน และการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้า ทำให้ประชาชนไม่พอใจ และชุมนุมประท้วง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นในประเทศคอมมิวนิสต์ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลางยังคงชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้เพิ่มการชดเชย
เมื่อเดือน มี.ค. ฟอร์โมซา กล่าวว่าบริษัทจะเพิ่มการลงทุนราว 350 ล้านดอลลาร์ในโครงการ เพื่อปรับปรุงมาตรการการรักษาความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อม และคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้.
Cr: http://iiu.isit.or.th
โดย admin_sale | พ.ค. 29, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สหรัฐชี้อุตสาหกรรมเหล็กถูกกระทบจากเหล็กนำเข้า 8 ประเทศ เล็งเก็บภาษี AD ตอบโต้
คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (ITC) ระบุว่า การนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กจากญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆอีก 7 ประเทศ และจำหน่ายในสหรัฐในราคาที่ไม่เป็นธรรมนั้น ได้สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมเหล็กของสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการจัดเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด (AD) ต่อผลิตภัณฑ์เหล็กเหล่านี้
ถ้อยแถลงของ ITC ถือเป็นการยืนยันข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุไว้เมื่อเดือนมี.ค.เกี่ยวกับการนำเข้าคาร์บอนและแผ่นเหล็กอัลลอยด์จากออสเตรีย เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ITC ระบุว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ได้อุดหนุนอุตสาหกรรมการส่งออกเหล็กไปยังสหรัฐ และสหรัฐจะออกมาตรการเก็บภาษี AD ผลิตภัณฑ์เหล็กนำเข้าจากเกาหลีใต้
ส่วนภาษี AD ที่ทางการสหรัฐจะเรียกเก็บจากบริษัทผลิตเหล็กของญี่ปุ่นนั้น ครอบคลุมถึงการเก็บภาษีจากบริษัทเจเอฟอี สตีล คอร์ป ในอัตรา 48.67% และเก็บจากบริษัทโตเกียว สตีล แมนูแฟคเจอริง ในอัตรา 14.79%
ในปี 2558 สหรัฐได้นำเข้าคาร์บอนและแผ่นเหล็กอัลลอยด์จากเกาหลีใต้ 300,000 ตัน, เยอรมนี 224,900 ตัน, ฝรั่งเศส 207,000 ตัน และ ญี่ปุ่น 71,200 ตัน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าจัดการกับการค้าที่ไม่เป็นธรรมของบรรดาประเทศคู่ค้าของสหรัฐ และจะปรับลดยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐ
Cr : http://www.ryt9.com