โดย saweang | มี.ค. 17, 2020 | บทความบ้านๆๆ , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
วิธีผสมปูนก่ออิฐ ไม่ว่าจะเป็นอิฐมอญ หรือ อิฐบล็อกก็ใช้สูตรนี้สำหรับงานช่างเล็กๆ น้อยๆ หรือใครจะถนัดงานใหญ่ก่อร่างสร้างบ้านก็ตามสะดวก มือใหม่หัดทำก็สามารถเอาสูตรนี้ไปลองทำดูด้วยตัวเองกันได้ พร้อมเผยวิธีสังเกตว่า ปูนที่ผสมมานั้นใช้ได้จริงหรือไม่ กันจ้า
วิธีผสมปูนก่ออิฐ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
– ปูนซีเมนต์ สำหรับงานก่อหรืองานฉาบ (วิธีเลือกซื้อ สามารถอ่านได้จากฉลากข้างถุงเลยจ้าว่าสำหรับใช้งานอะไร )
– ทรายหยาบ
– น้ำ
– กระบะผสมปูน หรือ ถังปูน (เลือกขนาดภาชนะผสมได้ตามปริมาณการใช้งาน)
– จอบ
– เกรียงเหล็กปลายแหลม
อัตราส่วนผสม และวิธีผสมปูนก่ออิฐ
ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน : ทรายหยาบ 3 ส่วน ค่อยๆ ใส่น้ำแล้วใช้จอบคลุกผสมให้เข้ากันในกระบะผสมปูน หรือ ใช้เกรียงเหล็กปลายแหลมตักคนผสมให้เข้ากันในถังปูน (ใช้ภาชนะใหญ่หรือเล็กเลือกตามปริมาณปูนที่ต้องการใช้งาน) ระวังอย่าให้เหลวเกิน เพราะจะทำให้ผนังอิฐที่เราก่อยุบตัวจนล้มได้
วิธีสังเกตว่าผสมปูนได้ที่แล้วหรือไม่นั้น สังเกตได้โดยใช้จอบตักปูนที่ผสมแล้วขึ้นมา ถ้าเนื้อปูนติดเป็นก้อนขึ้นมา แสดงว่าใช้ได้แล้ว แต่ถ้าปูนเหลวก็จะตักไม่ได้หรือตักได้มันก็จะติดขึ้นมาน้อยเพราะมันจะไหลออก ต้องผสมใหม่ ถ้าผสมได้ที่เป็นก้อนแล้ว ก็สามารถนำไปใช้งานได้เลย
อนึ่ง สูตรผสมปูนนี้ไม่เหมาะกับงานก่ออิฐสำเร็จรูปหรืออิฐมวลเบา เนื่องจากปูนสำหรับก่ออิฐมวลเบาไม่ต้องใช้ทรายมาเป็นส่วนผสม ต้องผสมอีกสูตรจ้า
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://decor.mthai.com
โดย saweang | มี.ค. 10, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
การผลิตเหล็กกล้า
จาก เหล็ก ถลุง สามารถ นำ ไป ผลิต เป็น เหล็ก ชนิด อื่นๆ ได้ เช่น เหล็ก กล้า เหล็ก กล้า ผสม เหล็ก หล่อ เทา (gray cast iron) เหล็ก พืด (wrought iron) เหล็ก ตี ให้ แผ่ ได้ (malleable iron) เหล็ก นอ ดุ ลาร์ (nodular) ประมาณ ร้อย ละ ๘๕-๙๐ ของ เหล็ก ถลุง ที่ ผลิต ได้ จะ นำ ไป เปลี่ยน สภาพ เป็น เหล็ก กล้า ปัจจุบัน นี้ การ แปรรูป เหล็ก ถลุง เป็น เหล็ก ชนิด อื่น ร้อย ละ ๙๐ จะ กระ ทำ ต่อ เนื่อง หลัง จาก ที่ ได้ เหล็ก ถลุง จาก เตา โดย นำ เหล็ก ถลุง ที่ ยัง หลอม ละ ลาย ใส่ รถ เบ้า (ladle car) ไป เท ใส่ เตา ที่ จะ แปรรูป ขณะ ที่ ยัง เป็น ของ เหลว ส่วน ที่ ส่ง ไป แปรรูป ไม่ ทัน จะ หลอม รวม ตัว เป็น แท่ง เอา ไป ใช้ งาน ต่อ อีก ครั้ง หนึ่ง ความ แตก ต่าง ของ เหล็ก แต่ ละ ชนิด ขึ้น อยู่กับปริมาณ คาร์บอน และ รูป ของ คาร์บอน ที่ อยู่ ใน เหล็ก เช่น อยู่ ใน รูป ของ แกรไฟต์ ใน เหล็ก หล่อ เทา หรือ อยู่ ใน รูป ของ สาร ประกอบ เหล็ก และ คาร์บอน เป็น ต้น
เหล็ก กล้า เป็น เหล็ก ที่ ใช้ มาก ที่ สุด เป็น เหล็ก ที่ มี ปริมาณ คาร์บอน ระหว่าง ร้อย ละ ๐.๑-๑.๔ มัก จะ เรียก เหล็ก กล้า ว่า เหล็ก กล้า คาร์บอน (carbon steel) เหล็ก กล้า มี คุณสมบัติ เด่น คือ สามารถ ชุบ เพิ่ม ความ แข็ง หรือ เปลี่ยน คุณสมบัติ ทางกายภาพ อื่นๆ ได้ เหล็ก กล้า ที่ มี ปริมาณ คาร์บอน ต่ำ จะ เพิ่ม หรือ ลด ความ แข็ง ได้ ไม่ ดี เท่า เหล็ก กล้า ที่ มี ปริ มาณคาร์บอน สูง เหล็ก กล้า แบ่ง ออก ตาม ปริมาณ คาร์บอน ใน เนื้อ เหล็ก ๓ ชนิด คือ เหล็ก กล้า คาร์บอน ต่ำ (low carbon steel) มี คาร์บอน ใน เหล็ก ไม่ เกิน ร้อย ละ ๐.๓๐ เหล็ก กล้า คาร์บอน ปาน กลาง (medium carbon steel) มี คาร์บอน ใน เหล็ก ร้อย ละ ๐.๓๐-๐.๗๐ และ เหล็ก กล้า คาร์บอน สูง (high carbon steel) มี คาร์บอน ร้อย ละ ๐.๗๐-๑.๔๐
การ ผลิต เหล็ก กล้า จาก เหล็ก ถลุง ส่วน ใหญ่ เป็น การ ลด สาร เจือ ปน และ คาร์บอน ใน เหล็ก ถลุง ให้ไ ด้ปริมาณ ตาม ต้อง การ ด้วย การ เพิ่ม ออกซิเจน ให้กับคาร์บอน และ สาร เจือ ปน โดย อาศัย ปฏิกิริยา จาก ความ ร้อน และ ออก ซิ เจน ซึ่ง มี หลาย วิธี เช่น ใช้ เตา ออกซิเจน (basic oxygen furnace หรือ BOF) เตา ไฟ ฟ้า (electric furnace) เตา โอ เพนฮาร์ท (open-hearth) และ วิธี เบส เซเมอร์ (Bessemer converter) ปัจจุบัน นี้ เลิก ใช้ วิธี เบส เซเมอร์แล้ว เตา ส่วน ใหญ่ ที่ ใช้ ผลิต เหล็ก กล้า เป็น เตา สาม ชนิด แรก และ มี อัตรา กำลัง ผลิต ร้อย ละ ๖๐, ๒๕ และ ๑๕ ตาม ลำ ดับ
การผลิตเหล็กกล้าจากเตาออกซิเจน
การ ผลิต เหล็ก กล้า จาก เตา ออกซิเจน
ดัด แปลง จาก หลัก การ ของ เซอร์เฮนรี เบส เซเมอร์ ผู้ ค้น พบ วิธี ทำ เหล็ก กล้า ด้วย การ พ่น อากาศ เข้า ไป ใน เตา ที่ มี เหล็ก ถลุง หลอม ละ ลาย อยู่ โดย พ่น จาก ด้าน ล่าง ของ เตา เบส เซเมอร์ และ พยายาม ที่ จะ ใช้ ก๊าซ ออกซิเจน แทน อากาศ แต่ ไม่ ประสบ ผล สำเร็จ ใน ขณะ นั้น เนื่อง จาก เทคโนโลยี ของ การ ผลิต ออกซิเจน ไม่ อำนวย เตา ออกซิเจน ที่ ใช้ ปัจจุบัน ได้ ดัด แปลง การ พ่น ออกซิเจน เข้า ทางด้าน บน ของ เตา แทน การ ทำ งาน ของ เตา เริ่ม ด้วย การ เติม เศษ เหล็ก ลง เตา แล้ว เติม เหล็ก ถลุง เหลว ที่ ได้ จาก เตา ถลุง แบบ พ่น ลม (อัตรา ส่วน เหล็กกับเหล็ก ถลุง ๓๕/๖๕) เมื่อ ตั้ง เตา ตรง แล้ว หย่อน ท่อ ออกซิเจน ที่ มี น้ำ หล่อ เย็น ลง ใน เตา เริ่ม พ่น ออกซิเจน อุณหภูมิ ใน เตา จะ สูง ขึ้น อย่าง รวด เร็ว จน ถึง จุด เดือด ของ เหล็ก ประมาณ ๑,๖๕๐ เซลเซียส คาร์บอน แมงกานีส และ ซิ ลิ กา จะ ได้ รับ การ เติม ออกซิเจน กลาย เป็น ออกไซด์ เมื่อ เติม หิน ปูน และ แร่ ฟัน ม้า (feldspar) ลง ใน เตา เพื่อ ให้ แยก เอา สิ่ง เจือ ปน เช่น ฟอสฟอรัส และ กำมะถัน ออก ใน รูป ของ ตะกรัน (slag) แล้ว จะ เอียง เตา เพื่อ นำ เหล็ก มา ทด สอบ หา คุณสมบัติ เมื่อ ได้ คุณสมบัติ ตาม ต้อง การ จะ เท เหล็ก ออก จาก เตา การ ผลิต เหล็ก กล้า จาก เตา ออกซิเจน ใช้ เวลา เฉลี่ย ประมาณ ๔๕ นาที ผลิต เหล็ก กล้า ได้ ครั้ง ละ ๑๘๐-๒๕๐ ตัน ต่อ เตา เหล็ก ๑ ตัน ใช้ ออกซิเจน ประมาณ ๕๐ ลูกบาศก์ เมตร
การผลิตเหล็กกล้าจากเตาไฟฟ้าแบบอินไดเรกต์อาร์ก
การ ผลิต เหล็ก กล้า จาก เตา ไฟ ฟ้า
เหล็ก ที่ ใช้ ทำ เหล็ก กล้า จาก เตา ไฟ ฟ้า มัก จะ เป็น เศษ เหล็ก กล้า ปนกับเหล็ก ถลุง บาง ครั้ง อาจ ใช้ เหล็ก ถลุง ที่ หลอม ละ ลาย จาก เตา ถลุง แบบ พ่น ลม เดิมเตา ไฟ ฟ้า เป็น แบบอินไดเรกต์อาร์ก (indirect arc furnace) ความ ร้อน ที่ ใช้ ใน การ หลอม ละ ลาย ได้ จาก อาร์กที่ เกิด ขึ้น ระหว่าง ขั้ว ไฟ ฟ้า ที่ ทำ ด้วย ถ่าน (graphite electrode) ขั้ว ทั้ง สอง วาง อยู่ ใน แนว ราบ เตา ชนิด นี้ มี ประสิทธิภาพ ต่ำ จึง มี การ พัฒนา เตา ไฟ ฟ้า หลอม เหล็ก ขึ้น ใหม่ โดย ใช้ ขั้ว ที่ ทำ ด้วย ถ่าน แกรไฟต์ วาง อยู่ ใน แนว ดิ่ง และ ให้ เหล็ก ที่ อยู่ ใน เตา ทำ หน้า ที่ เป็น อีก ขั้ว หนึ่ง ใน ขณะ ที่ ทำ งาน จะ ต้อง ให้ ขั้ว ที่เป ็นแท่ง ถ่าน อยู่ ห่าง จาก เศษ เหล็ก หรือ ผิว ของ เหล็ก ที่ หลอม ละ ลาย พอ ควร เพื่อ ที่ จะ ให้ เกิด อาร์กพอ เหมาะ เตา ชนิด หลัง นี้ เรียก ว่า เตาไดเรกต์อาร์ก (direct arc furnace) เป็น เตา ที่ มี ประสิทธิภาพ สูง กว่า ชนิด แรก ภาย ใน บุ ด้วย อิฐ ทน ไฟ เตา มี ความ จุ ๑๐๐-๒๗๐ ตัน เจาะ เอา เหล็ก ที่ ละ ลาย ออก ทุก ๆ ๒-๓ ชั่ว โมง สำหรับ เตา ที่ เจาะ เหล็ก ซึ่ง หลอม ละ ลาย ออก ครั้ง ละ ๑๑๐ ตัน ต้อง ใช้ พลัง ไฟ ฟ้า ๕๐,๐๐๐ กิโล วัตต์ ชั่ว โมง
การ ผลิต เหล็ก กล้า จาก เตา โอ เพนฮาร์ท
เตา โอ เพนฮาร์ทมี ลักษณะ คล้าย กระทะ หรือ อ่าง เก็บ น้ำ ใช้ เปลว ไฟ ที่ ได้ จาก การ เผา น้ำ มัน เตา หรือ ก๊าซ บาง ชนิด พ่น บน ผิว หน้า ของ เหล็ก ถลุง เหลว ที่ อยู่ ใน เตา โดย พ่น เปลว ไฟ จน เหล็ก ใกล้ จุ ดเดือด (ใช้ เวลา ๖-๗ ชั่ว โมง) หลัง จาก นั้น เติมฟลักซ์ (fluxing agents) แล้ว พ่น เปลว ไฟ ต่อ ไป อีก ๓-๔ ชั่ว โมง จึง เท น้ำ เหล็ก ออก รวม เวลา ที่ ใช้ ใน การ ทำ เหล็ก กล้า ประมาณ ๑๐ ชั่ว โมง เตา ชนิด นี้ มี ขนาด ความ จุ ของ เตา ๕๐-๕๐๐ ตัน
ใน ประเทศ ไทย ยัง ไม่ มี การ ถลุง เหล็ก จาก แร่ เหล็ก เพียง แต่ มี โครง การ ผลิต เหล็ก จาก แร่ เหล็ก โดย วิธี ลด ออกซิเจน โดย ตรง ซึ่ง ยัง อยู่ ระหว่าง การ หา เงิน มา ลง ทุน การ ผลิต เหล็ก กล้า ใน ประเทศ เป็น การ นำ เศษ เหล็ก มา หลอม ใน เตา ไฟ ฟ้า นำ เหล็ก ที่ ได้ มา ทำ เหล็ก ก่อ สร้าง เช่น เหล็ก ที่ ใช้ เสริม คอนกรีต เป็น เหล็ก เส้น กลม หรือ เหล็ก ฉาก
โดย saweang | มี.ค. 6, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
รู้จัก SM520… ดีกว่า แข็งแรงกว่า คุ้มกว่า!
SM520 คือเหล็ก HIGH STRENGTH STEEL ที่มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าเหล็กเกรดทั่วไป คำถามคือแล้วมันดีกว่าอย่างไร เรามีคำตอบครับ
.
1. SM520 สามารถช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า
เพราะนอกจากจะใช้น้ำหนักโครงสร้างที่ลดลงแล้ว ยังลดค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำระบบป้องกันไฟที่ตัวเหล็ก ทำให้ประหยัดได้สูงสุดถึง 20%
.
2. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่า
สามารถออกแบบใช้คานขนาดเล็กลง : ทำให้ระยะพื้นถึงฝ้าเพิ่มมากขึ้น อาคารจึงดูโปร่งโล่ง กว้างมากขึ้น
สามารถออกแบบใช้เสาขนาดเล็กลง : ทำให้มีขนาดพื้นที่ใช้สอยอาคารมากขึ้น
.
3. เวลาก่อสร้างน้อยกว่า : ด้วยขนาดที่เล็กลง ทำให้ใช้เวลาในการเชื่อมน้อยลง การติดตั้งก็สามารถทำได้เร็วขึ้น กว่าเหล็กเกรดปกติที่มีน้ำหนักมากกว่า ต่อเนื่องไปถึงเรื่องการยกติดตั้ง ที่จะใช้กำลังของเครนที่ยกน้อยลง ส่วนเรื่องการขนส่งก็สะดวกกว่าเพราะใช้เหล็กที่เล็กกว่า
.
4. ออกแบบได้หลากหลายกว่า : ด้วยความสามารถของ SM520 ที่แข็งแรงกว่า สามารถออกแบบอาคารให้มีความท้าทายและตอบโจทย์ผู้ออกแบบได้ลงตัว
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.facebook.com/syssteel/posts/1558518804181714/
โดย saweang | ก.พ. 26, 2020 | บทความบ้านๆๆ , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
จากการแจกแบบฟรีให้กับสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่ต้องการปลูกสร้างบ้านตามแนวความคิดของผมนั้น ทุกท่านต่างถามหารายการวัสดุพร้อมยื่นกู้ธนาคาร และยินดีช่วยเหลือ การแบ่งปันแบบบ้านในครั้งนี้ ดังนั้นผมจึงขอขายในราคาปรกติตามลิงค์นี้ครับผม https://www.thaidrawing.com/?p=27411 พร้อมชมแบบบ้านแล้วเสร็จ
แบบบ้าน Modern Home Office พร้อมก่อสร้าง
– แบบสถาปัตยกรรม
– แบบโครงสร้าง
– แบบไฟฟ้า
– แบบประปา
รายการวัสดุ หรือ Boq สำหรับยื่นกู้ธนาคาร
จัดส่งฟรี Ems ทั่วประเทศ
จากรายการข้างต้นไม่ได้หมายความว่าท่านจะดาวน์โหลดแบบบ้านของเราไม่ได้นะครับ ท่านยังสามารถดาวน์โหลดได้ตามปรกติ ตามแบบเดิมที่เคยแจกครับ แต่สิ่งที่ผมขายนั้น สำหรับลูกค้าที่คิดว่าราคานี้เหมาะสมและคุ้มค่ากับเงินของท่านครับ
รูปด้านหน้าของงานมุงแผ่นหลังงคาบ้าน
วันนี้ผมได้ตัดสินใจที่จะสร้างบ้านสำหรับตนเองและภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาถึง 6 ปีแต่ก็ยังไม่มีบุตร สำหรับบทความนี้ผมจะพูดถึงแนวคิดในการสร้างบ้านราคาถูกด้วยตัวผมเอง จริง ๆ ผมก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายอะไร เพราะฉะนั้นการจะสร้างบ้านนั้นผมต้องได้อยู่ในงบประมาณที่มี
ผมได้เลือกแบบบ้านที่ผมได้ออกแบบให้กับอาจารย์ของผมเองเป็นแบบบ้าน Modern Home Office และแบบที่ผมเลือกด้วยเหตุผลดังนี้..
มีกันอยู่แค่สองคน เพราะฉะนั้นต้องเป็นแบบห้องนอนเดียว และ 1 ห้องน้ำ
เป็นแบบบ้านชั้นเดียว เพราะต้องการความประหยัดในการก่อสร้าง
มีสถานที่สำหรับจัดสอนงานเขียนแบบที่ผมจะเปิดสอนหากทำแบบบ้านหลังนี้เสร็จ
ไม่ใหญ่มากและไม่เล็กจนเกินไป เน้นแบบอบอุ่น ดูแตกต่างจากเพื่อนบ้าน
สิ่งที่ท่านจะได้รู้และได้เห็นคือวิธีการทำงานในรูปแบบของผมเองที่จะนำมาเผยแพร่ให้ทุกท่านได้ดูเป็นตัวอย่างถึงหลักการณ์สร้างบ้านราคาถูก ซึ่งผมจะพูดตั้งแต่งานถมดิน ไปจนสร้างเสร็จเลยทีเดียวครับ
สิ่งนึงที่ผมคิดไว้อยู่เสมอก็คือ ผมมองที่ตัวเองก่อนครับว่าผมเองนั้นต้องการอะไรบ้างในชีวิต ไม่ต้องเผื่อมาก คนไม่มีลูกอย่างผมจึงไม่ต้องการอะไรมากมายเท่าไรนัก เมื่อเรามองตัวเองแล้วก็ต้องมองสิ่งรอบตัวว่าเรามีอะไรบ้าง มีเงินแค่ไหน มีกำลังในการทำงานแค่ไหน ไม่สนใจเพื่อนบ้านที่มีอาชีพการงานที่ดีกว่า แต่ผมจะมองสิ่งที่ตนเองมี ผมก็ทำไปตามนั้นครับ ซึ่งตอนนี้ผมมีเงินอยู่กับตัวเพียง 100,000 บาทและผมพร้อมที่จะเริ่มสร้างบ้านหลังนี้ และผมจะไม่หยิบยืมเงินหรือกู้ธนาคาร หรือนายทุนใดใด เรียกว่าตามกำลัง และอยู่กับสิ่งที่ตนเองมี
รีวิว แบบบ้าน Modern Home Office กันสักเล็กน้อยครับผม
ภาพแบบบ้านโดยรวมครับ ดูหลาย ๆ มุมมอง และดูทรงหลังคาให้ชัดเจน เป็นแบบบ้านเรียบง่ายเน้นการก่อสร้างที่ดูแตกต่างจากชาวบ้านแถวนี้ที่ขึ้นบ้านกันเป็นทรงจั่วเสา 9 ต้น แต่เรื่องราคาค่าก่อสร้างของแบบบ้านชุดนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับแบบบ้านของคนชนบทเลยแม้แต่น้อย ผมเคยถามผู้รับเหมาแถวนี้แล้วนะครับ ค่ายกบ้านพร้อมมุงหลังคาแต่ยังไม่เทคานคอดินอยู่ที่จำนวนเสาครับ 1800-2500 ต่อต้น
เรามาเริ่มกันก่อนเลยดีกว่าครับ โดยก่อนเริ่มเราต้องมีแผนอยู่ในใจไม่ใช่ทำไปคิดไป เราต้องคิดก่อนแล้วค่อยลงมือทำ และแบบบ้านหลังนี้ผมจะใช้สำสำเร็จรูปหน้า 15 ซม. เพื่อช่วยให้ประหยัดค่าแรงในการก่อสร้าง และเวลาในการก่อสร้างอีกด้วยครับ แต่อย่างไรก็ยังคงฐานรากไว้เหมือนเดิม
เริ่มจากแบบบ้าน ก่อนครับ ผมได้นั่งทำแบบบ้าน เขียนแบบบ้าน และจัดวางระยะต่าง ๆ โดยเริ่มจากการเขียน ผังบริเวณให้กับบ้านว่าจะตั้งบ้านไว้ตรงจุดไหนของที่ดิน ซึ่งที่ดินผมมีทั้งหมด 7 ไร่ในการปลูกสร้างบ้านหลังนี้ เนื่องจาก ผมจะแบ่งพื้นที่ด้านหน้าให้เป็นพื้นที่สำหรับปลูกบ้านส่วนด้านหลังจะเป็นงานสวนทั้งหมด โดยจะปลูกพืชที่สามารถกินและสร้างรายได้ให้กับตนเองเป็นหลัก
ดาวน์โหลดแบบบ้านแบบอัปเดทเรื่อย ๆ ฟรี ( หากใครเห็นใจสามารถบริจาคได้ครับที่ ติดต่อเรา 500.- ก็ได้ครับเป็นค่าแบบ ค่าเขียนแบบสำหรับผู้ที่จะนำไปก่อสร้าง ไม่ได้บังคับนะครับตามสบาย และท่านใดที่นำไปสร้างจริง ช่วยส่งรูปมาให้ดูหรือนำมารีวิวบนเว็บด้วยนะครับผมที่ touchourdesign@gmail.com )- ไฟล์แบบบ้าน สวนพ่อทองคำ ประจำวันที่ 23-1-2556 ( พร้อมโหลด….)
– ไฟล์แบบบ้าน สวนพ่อทองคำ ประจำวันที่
* ไม่ใช่สมาชิกจะดาวน์โหลดไม่ได้นะครับ อย่างไรก็สมัครสมาชิกกันก่อนครับผม เสร็จแล้วก็เข้าระบบ แล้วค่อยมากดโหลด
ปรับดิน : บ้านหลังนี้ผมยกพื้นที่ 50 เซนติเมตรและผมจะเทคานหน้า 15 x 50 ซม. วางไว้บนพื้นดิน แล้วเข้าแบบดังนั้นผมจึงยกพื้นดินขั้นมาจากพื้นดินเดิมประมาณ 40 เซนติเมตรเพื่อให้ดูเป็นบ้านยกพื้นสูง แต่ผมไม่สร้างแบบยกพื้นสูงเพราะค่าก่อสร้างจะสูงตามทำให้เงิน 100,000 บาทในการเริ่มต้นสร้างบ้านของผมนั้นไม่เพียงพอกับการสร้างบ้าน ( ไม่ได้หมายความว่า 100,000 บาท ) จะสร้างบ้านเสร็จนะผมจะสร้างไปเรื่อย ๆ ด้วยกำลังของตนเองและเน้นทำเองเพื่อให้ได้บ้านที่ถูกที่สุด และมั่นคงแข็งแรงในแบบฉบับของผมเอง
งานปรับดินให้ได้ระดับดินสูงผมใช้รถไถนาของน้องชายครับ เป็นรถไถฟอร์ด ซึ่งผมต้องเริ่มแบบไม่ต้องนำดินเข้ามา เพื่อลดต้นทุนในการทำงาน ผมจ่ายค่าคนขับไป 500 บาท และเติมน้ำมันให้น้องชายไป 20 ลิตรหรือ 600 บาท งานปรับดินผมลงทุนไป 1,100 บาทผมก็ได้พื้นที่พร้อมปลูกบ้าน
เนื่องจาก ณ. ตอนนี้เป็นฤดูแล้งดินจะแข็งและร่วนเป็นฝุ่น เมื่อเรานำดินมาปรับถมแล้วไม่บดอัด จะเกิดโพรงและอากาศในดิน เวลาขุดหลุมก็จะลำบากมากเพราะจะขุดเป็นรูปสี่เหลี่ยมไม่ได้ ( นึกถึงตอนเราขุดหินที่กองไว้ ) หรือ จะขุดเพื่อเป็นแบบในการเทฐานรากไม่ได้ ดังนั้น ผมต้องสูบน้ำใส่ครับ เพื่อให้ดินอิ่มตัวและทรุดเพื่อลดช่องว่างหรือโพรงอากาศ ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลา ผมปั้นคันดินเพื่อกักน้ำ และสูบน้ำใส่จนเต็มทิ้งไว้ กะว่าพอดินแห้งหมาด ๆ แล้วจะเริ่มขุดหลุมเพื่อเทฐานราก
เนื่องจากว่าดินนั้นเป็นดินเหนียวเมื่อถูกน้ำเข้าไปทำให้หน้าดินละลายกลายเป็นเนื้อโคลนเหนียวทำให้น้ำไม่สามารถลงไปถึงดินชั้นล่างได้ ผมก็ได้แช่น้ำไว้อย่างนั้น รอสักสองอาทิตย์ก็จะนำรถไถขึ้นไปเหยียบให้แน่นและตอนนี้ก็ต้องรอเวลาครับ ไม่รีบร้อน และระหว่างการรอดินแห้ง ผมจักทำแบบบ้านหลังนี้ให้จบเพื่อทุกท่านจะได้นำไปก่อสร้างได้ครับ…
หลังจากที่ผมสูบน้ำใส่แล้วปรากฎว่าน้ำไม่สามารถซึมลงไปยังดินเดิมได้เนื่องจากพื้นที่เป็นดินเหนียว ดังนั้นผมจึงหยุดเพื่อให้น้ำชุดแรกแห้งหมาดก่อนปรากฎว่าดินแตกระแหงจึงเป็นการรอคอยที่ดิน เพราะเมื่อหน้าดินแตกระแหงแสดงว่าเป็นการดีถ้าเราสูบน้ำใส่อีกครั้งนึง คราวนี้น้ำต้องไหลลงซึมไปทั่วดินที่เราถมใหม่อย่างแน่นอนครับ ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีในการทำให้ดินทรุดตัวลงและสามารถขุด ขึ้นรูปโดยง้ายและบดอัดได้ด้วยการนำรถไถขึ้นไปเหยียบครับ ( รถไถหนักไม่ต่ำกว่า 4 ตัน )
หลังจากที่ผมได้ลดน้ำบนพื้นผิวดินไปแล้วกว่า 3 รอบดังนั้นผมจึงเห็นควรแล้วที่จะเริ่มวางผังปักหมุดกันได้แล้ว รายการต่อไปก็คือผมจะต้องไปซื้อเหล็ก RB 9 mm. มาและลวดผูกเหล็กพร้อมทั้งประแจดัดเหล็ก ผมเน้นทำเองเป็นส่วนใหญ่ครับ ค่อย ๆ สร้างไปเรื่อย ๆ และระหว่างนี้ผมก็สั่งทรายหยาบเข้ามาเตรียมพร้อมสำหรับการแทฐานรากไว้ก่อน
ทรายหยาบคิวละ 100 บาท
รายการวัสดุหรือ BOQ สำหรับแบบบ้าน Modern Home Office
ค่าถมดิน 500 บาท
ทรายหยาย 500 บาท ( 5 คิว ) นำรถ 10 ล้อของน้องชายไปบรรทุกมาจากท่าทรายเลย ไม่เสียค่าน้ำมันเนื่องจากเป็นฤดูการตัดอ้อย ท่าทรายอยู่ข้างถนน และทางผ่านพอดี จัดไปครับ
อัปเดทแบบบ้านกันสักเล็กน้อยครับ เป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในบ้านครับ ต่อเติมห้องครัวออกทางหลังบ้านพร้อมห้องน้ำไปอยู่ในห้องครัวเพื่อเหลือพื้นที่ห้องพักผ่อนกว้างขึ้น หลังจากนั้นผมก็ย้ายประตูห้องครัวไปไว้ข้างนอกแทน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านครับ หลังจากปรับแบบบ้านแล้วพรุ่งนี้ไปซื้อเหล็กโครงสร้างกัน
ห้องครัวและห้องน้ำด้านนอกบ้าน
ด้านข้าง 4 มุมมองหน้าต่างด้านข้าง
แปลนพื้นแสดงการต่อเติมแบบบ้าน
ด้านหลังแสดงการเปิดห้องครัวและกรงกันขโมย
มุมมองเพื่อความสวยงามของบ้าน
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.thaidrawing.com/10084.html
โดย saweang | ก.พ. 7, 2020 | ข่าวสาร , บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ลายคนคงตระหนักถึงฝุ่นละอองที่กระจายอยู่ในอากาศ ไม่เพียงเฉพาะช่วงนี้ที่สภาพอากาศเลวร้ายลง เนื่องจากค่าฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังรวมไปถึงก่อนหน้านี้ พวกเราก็ประสบปัญหากับฝุ่นละออง และมลพิษทางอากาศกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือการเผาไหม้ต่างๆ นอกจากเราจะต้องเผชิญกับฝุ่นละอองเหล่านี้นอกบ้านแล้ว กลับมาบ้านเรายังต้องสัมผัสกับฝุ่นละอองเหล่านี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้เราจะมาแนะนำต้นไม้ที่สามารถปลูกในบ้านได้ เพื่อช่วยดูดซับฝุ่นละออง และฟอกอากาศกันค่ะ
ต้นยางอินเดีย (Rubber Plant)
รูปภาพจาก: katrinaleechambers.com
ต้นยางอินเดีย เป็นต้นไม้ที่นิยมนำมาปลูกไว้ในบ้านเป็นไม้ประดับ ด้วยลักษณะใบที่มีความสวยงามโดดเด่น ใบมีรูปร่างกลมมน ผิวใบมันเงา หลังใบมีทั้งที่เป็นสีเขียวและสีแดงเข้ม การดูแลต้นยางอินเดียไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ไม่ควรวางต้นยางอินเดียไว้ในตำแหน่งที่โดนแสงแดดจัดเกินไป หรืออุณหภูมิสูงเกินไป เหมาะกับการอยู่ในที่แสงแดดรำไร การรดน้ำไม่ควรรดจนดินชุ่ม รดน้ำอย่างมากวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ ต้นยางอินเดียช่วยในการดูดซับฝุ่นละออง และรวมถึงสารก่อมะเร็งอย่างสารฟอร์มาดีไฮด์ในอากาศได้อีกด้วย
ตีนตุ๊กแก (English Ivy)
รูปภาพจาก: housebeautiful.com
ต้นตีนตุ๊กแกเป็นต้นไม้อีกหนึ่งชนิดที่สามารถดูดซับฝุ่นละออง ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณสารฟอร์มาดีไฮด์และสารเบนซีนในอากาศ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง รวมทั้งยังมีสรรพคุณช่วยเกี่ยวกับโรคหอบหืดและโรคหลอดลมอักเสบ รวมถึงอาการแพ้ต่างๆ ได้ ต้นตีนตุ๊กแกเป็นไม่เลื้อยที่สามารถปลูกในบ้านได้โดยการปลูกลงกระถางที่มีโครงหรือเสาแนวตั้งเพื่อให้ต้นเลื้อยขึ้นไป ในการปลูกระยะแรก ควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอเพื่อให้ต้นหยั่งรากแข็งแรงก่อน เมื่อต้นแข็งแรงดีแล้วจะสามารถทนแล้งได้ดี และไม่ต้องการการดูแลมาก
ลิ้นมังกร (Snake Plant)
ลิ้นมังกรเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบแอฟริกาตะวันตก ถือเป็นต้นไม้ที่มีความทนทานสูง ขยายพันธุ์ได้ง่าย ลักษณะใบตั้งตรง แบน การดูแลไม่ยุ่งยาก เพียงวางไว้ในที่ที่ไม่โดนแสงแดดโดยตรง ไม่ควรรดน้ำบ่อยเกินไป ควรปล่อยให้ดินแห้งบ้าง สำหรับการปลูกในกระถาง สามารถใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มสารอาหารให้ต้นลิ้นมังกรได้ นอกจากจะดูแลง่ายแล้ว ต้นลิ้นมังกรยังเป็นพืชที่แนะนำให้ปลูกในบ้าน เพราะช่วยลดฝุ่นละออง และดูดซับสารพิษในอากาศได้ดี
เดหลี (Peace Lily)
รูปภาพจาก: groomandstyle.com
เดหลี เป็นพืชที่ช่วยดูดซับฝุ่นละออง เช่นกัน รวมไปถึงสารพิษอย่าง สารฟอร์มาดิไฮด์ เบนซีน อะซิโตน ไตรคลอโรเอทีลีน เป็นต้น ลักษณะใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน มีร่องใบชัดเจน ให้ดอกสีขาวคล้ายดอกหน้าวัว ต้นเดหลีเป็นไม้พุ่มที่ชอบแสงแดดรำไร และต้องการความชื้นสูง ควรฉีดน้ำเพื่อให้ความชื้นบริเวณใบ และควรเช็ดฝุ่นละอองบนผิวหน้าของใบบ่อยๆ ข้อควรระวังคือ ต้นเดหลีเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงและคน ควรปลูกให้ห่างจากมือเด็กๆ และสัตว์เลี้ยงด้วยนะคะ
หมากเหลือง (Butterfly Palm)
รูปภาพจาก: groomandstyle.com
นอกจากเรื่องการดูดซับฝุ่นละออง แล้ว ต้นหมากเหลืองยังได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่ช่วยดูดซับสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งสารทูโลอีนและสารไซลีนได้ดีที่สุด ต้นหมากเหลืองสามารถคายไอน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก จึงเหมาะกับการปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างแห้ง เป็นพืชที่ค่อนข้างทนกับสภาพอากาศภายในอาคาร แต่จะดีที่สุดหากอยู่ในสภาพอากาศชื้น หากอากาศแห้งเกินไปปลายใบของต้นหมากเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดังนั้นการดูแลต้นหมากเหลืองจึงต้องรดน้ำและฉีดน้ำที่ใบให้เพียงพอเพื่อให้เกิดความชื้นอยู่เสมอ
จั๋ง (Lady Palm)
รูปภาพจาก: mycityplants.com
ต้นจั๋งเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลปาล์ม ช่วยดูดซับฝุ่นละออง และสารพิษเช่นกัน ซึ่งต้นปาล์มแต่ละชนิดต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ต้นจั๋งถือเป็นปาล์มที่มีความทนทานสูง เหมาะกับการนำมาปลูกในบ้าน ต้นจั๋งเป็นพืชที่โตช้า ชอบแดดรำไร และทนต่อโรคแมลงต่างๆ แต่ถ้าหากขาดน้ำนานเกินไป หรืออยู่ในที่อากาศแห้งจะทำให้ปลายใบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ายต้นหมากเหลือง จึงต้องคอยดูเรื่องความชิ้นให้เพียงพอ และรดน้ำให้มากขึ้นในฤดูหนาว
ปาล์มไผ่ (Bamboo Palm)
รูปภาพจาก: jaderbomb.com
ปาล์มไผ่ เป็นปาล์มอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาปลูกในบ้าน ลักษณะใบเรียวยาว สีเขียวเป็นมัน ออกใบคู่กันบนก้านคล้ายต้นไผ่ ต้นปาล์มไผ่จัดเป็นพืชที่ช่วยเรื่องฟอกอากาศจากฝุ่นละออง รวมทั้งสารพิษโดยเฉพาะสารฟอร์มาดีไฮด์และสารเบนซีนในอากาศ คายความชื้นสูงเหมาะกับการเพิ่มความชื้นภายในห้อง เป็นพืชโตช้า การดูแลไม่ยุ่งยาก ต้นปาล์มไผ่ชอบที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอแต่ไม่ต้องโดนแดดจัด เมื่อนำมาปลูกในบ้านระยะแรก ใบของต้นปาล์มไผ่ที่ติดมากับต้นแต่แรก จะทยอยแห้งตาย เป็นการปรับตัวของต้นปาล์มไผ่ให้เข้ากับสภาพอากาศใหม่ๆ ให้เด็ดไปที่แห้งทิ้งและรอใบใหม่งอกออกมา
ฟิโลเดนดรอน (Philodendron)
รูปภาพจาก: katrinaleechambers.com
ฟิโลเดนดรอน เป็นพืชที่มีด้วยกันหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันออกไป เช่น ฟิโลมรกตแดง ฟิโลใบหัวใจ ฟิโลหูช้าง เป็นต้น เป็นพืชที่ดูแลง่าย โตเร็ว และฟอกอากาศในบ้านจากฝุ่นละออง และสารพิษต่างๆ ได้เป็นอย่างดีตลอดปี ฟิโลเดนดรอนเป็นพืชที่สามารถเลี้ยงได้ในพื้นที่ที่มีแสงปานกลางไปจนถึงพื้นที่ที่มีแสงน้อย หลีกเลี่ยงการโดนแสงโดยตรง เพราะจะทำให้ใบไหม้และไม่เจริญเติบโต สำหรับการปลูกในบ้าน พยายามฉีดละอองน้ำบริเวณใบเพื่อเพิ่มความชื้นและเช็ดฝุ่นละอองออกจากหน้าใบอยู่เสมอ รดน้ำให้ชื้นแต่ไม่ต้องชุ่มเกินไป ในระหว่างที่ต้นกำลังเติบโต ผสมปุ๋ยกับน้ำและฉีดไปที่ต้นหนึ่งครั้งต่อสองสัปดาห์
เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern)
รูปภาพจาก: groomandstyle.com
จากการศึกษาพบว่า เฟิร์นบอสตันเป็นพืชที่สามารถกำจัดสารฟอร์มาดิไฮด์ในอากาศได้ดีที่สุด ต้นเฟิร์นบอสตันสามารถสูงได้ถึง 4 ฟุตและก้านใบแผ่ออกคล้ายขนนกยาวได้ถึง 5 ฟุต นิยมปลูกในกระถางแขวนหรือตั้งบนชั้นก็ได้ ต้นเฟิร์นบอสตันชอบสภาพอากาศเย็น ในที่สว่างแต่ห้ามโดนแสงแดดโดยตรง รดน้ำให้ดินชื้นและฉีดพรมให้ทั่วเพื่อให้เฟิร์นบอสตันมีความชุ่มชื้น และเพื่อไม่ให้ใบแห้งเป็นสีน้ำตาล ควรเปลี่ยนกระถางเมื่อต้นและรากขยายใหญ่ขึ้นเพื่อให้ต้นเฟิร์นบอสตันเติบโตได้ต่อไป
นอกจากต้นไม้เหล่านี้จะมีฟอร์มที่สวยงาม ทำให้นำมาตกแต่งบ้านเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้แล้ว ยังช่วยในการกรองฝุ่นละออง และฟอกสารพิษในอากาศให้บ้านเราได้ดีอีกด้วยนะคะ แต่หากยังรู้สึกว่าฝุ่นละอองในอากาศยังมีปริมาณสูงและส่งผลต่อร่างกายของเราและคนในครอบครัว โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว ควรสวมหน้ากากกรองฝุ่นละออง และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน วิธีนี้สามารถช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองได้ดีเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.officemate.co.th/