โดย saweang | มี.ค. 24, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
บ้านคือวิมานของเรา ประโยคสั้น ๆ ที่สื่อความหมายได้ดีของคนรักบ้าน ผู้ที่มีบ้านส่วนใหญ่จึงย่อมต้องคอยตรวจตราดูตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน เพื่อให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจและมีความสุขภายใต้บ้านสวยที่ตั้งใจสร้างขึ้นมา แต่เมื่อเวลาผ่านไปบ้านที่เคยสวยงามก็ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทำให้ส่วนต่าง ๆ ภายในบ้านเริ่มทรุดโทรม ลอกล่อน หรืออาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนใหม่เลยก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากของบ้าน ที่เมื่อทรุดโทรมไปแล้วก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัยเอาได้ง่าย ๆ จึงควรมีการตรวจสอบตัวบ้านเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ช่วงเวลาที่น่าสนใจในการตรวจเช็คบ้านคือทุก ๆ 1-2 ปี อย่าปล่อยให้ล่วงเลยไปเป็น 10 ปี เพราะอาจจะทำให้ปัญหาภายในบ้านลุกลามไปถึงขั้นต้องยกบ้านใหม่ไปทั้งหลัง จนต้องเสียเงินซ่อมแซมเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วงนี้ก็จะสิ้นปีแล้ว ทาง babbaan.in จึงขอแนะแนวทางในการตรวจสอบบ้านประจำปี มาให้ผู้อ่านได้ลองนำเอาไปตรวจสอบบ้านของตัวเองก่อนเข้าสู่ปีใหม่กันค่ะ
 |
| วิธีตรวจเช็คบ้านประจำปี |
1. ตรวจสอบโครงสร้างบ้านทั้งภายในและภายนอก ควรตรวจดูรอยร้าวรอบบ้าน การทรุดของพื้นที่โรงจอดรถ โซนซักล้างภายนอก ภายในก็ให้ดูบริเวณตามผนัง มุมเสา พื้นห้องน้ำ เป็นต้น เมื่อเจอแล้วควรถ่ายรูปพร้อมจดบันทึกเอาไว้ รอยร้าวเหล่านี้ไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เพราะจะไปกระทบกับโครงสร้างใหญ่ภายในตัวบ้าน จนอาจเกิดอาการทรุดและกลายเป็นอันตรายไปในที่สุด
วิธีแก้ไข ถ้ามีรอยร้าวจำนวนไม่มากก็ควรตามช่างที่ไว้ใจได้มาทำการแก้ปัญหา แต่ถ้ามีรอยร้าวจำนวนมากก็จำเป็นที่จะต้องปรึกษาไปทางวิศวกรและทำการรีโนเวทโดยด่วน ไม่ควรปล่อยเอาไว้เด็ดขาด
2.สีบ้าน ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกก็ควรตรวจดูทั้งหมด สีเป็นส่วนที่บ่งบอกถึงกาลเวลาได้ดีที่สุด โดยเฉพาะสีภายนอกที่จะต้องโดนทั้งแดดเผาและโดนฝนอย่างหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี แต่ถ้าใช้สีมีคุณภาพดี ปัญหานี้ก็อาจจะพอเบาลง แต่ถ้าใช้สีคุณภาพกลาง ๆ ก็อาจจะมีสีพองตัว หลุด ลอกล่อนออกมากวนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้แต่ภายในตัวบ้านสีก็สามารถลอกล่อนได้จากระบบน้ำรั่วซึมภายใน หรือเกิดจากการโดนเสียดสีจากเฟอร์นิเจอร์ และเป็นรอยไม่สวยงาม
วิธีแก้ไข ทาทับสีเก่าด้วยสีใหม่เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับตัวบ้าน และยังทำให้บ้านดูใหม่ โดดเด่นน่ามองอีกด้วย แต่ถ้าใช้สีที่มีคุณภาพสูง ภายใน 1 ปี ก็ไม่น่ากังวลต่อปัญนี้เท่าไหร่นัก
3.ตรวจสอบฝ้าเพดาน หลังคา และวัสดุหลังคา ตรวจสอบดูว่าหลังคายังคงใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีการโก่งหรือบิดเบี้ยวของตัววัสดุหลังคา ซึ่งการตรวจสอบจุดนี้จะเห็นได้ชัดเมื่อยามที่ฝนตก เพราะฉะนั้นถ้าวันไหนมีฝนตกหนักก็ควรตามดูส่วนต่าง ๆ ของบ้านว่ามีอาการรั่วซึมตรงจุดไหนบ้าง หรือดูว่ามีรอยคราบน้ำที่ฝ้าเพดานหรือไม่ และให้ดูที่รอยร้าวภายในตัวบ้านนั้นมีรอยตะไคร่น้ำเกาะอยู่หรือไม่ ถ้ามีทั้ง 2 รอยนี้ก็แสดงว่าหลังคารั่วซึมเป็นที่เรียบร้อย
วิธีแก้ไข ควรเรียกช่างหลังคาเข้ามาซ่อมแซมและตรวจสอบวัสดุบนหลังคาเพิ่มเติมไปด้วย เพื่อที่จะสามารถมั่นใจได้ว่าการซ่อมหรือเปลี่ยนรอบนี้จะช่วยทำให้หลังคาสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4.ระบบต่าง ๆ ภายในบ้าน ที่ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และระบบระบายน้ำภายใน ภายนอกบ้าน ต้องตรวจสอบให้ดี โดยไล่ตรวจสอบดังนี้
- ตรวจสอบปลั๊กไฟว่ามีอุปกรณ์อยู่ครบ ไม่มีจุดไหนที่สายขาด หรือปลั๊กชำรุด ตัวเบรกเกอร์ยังใช้งานได้ดี ตัวตัดไฟก็ยังคงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบน้ำภายในและนอกบ้านตรวจดูว่าการไหลของน้ำแรงเท่ากันหรือไม่ ถ้าไม่เท่ากันแสดงว่าต้องมีจุดใด จุดหนึ่งที่มีการตัน หรือมีการแตกร้าว รั่วซึมจากท่อน้ำภายในบ้าน ให้ตรวจดูทางเดินของท่อว่ามีจุดใดที่มีคราบน้ำซึม มีสนิม และมีกลิ่นเหม็นออกมาหรือไม่ ถ้ามีก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจุดนั้นท่อมีอาการรั่วแล้วนั่นเอง
- ระบบระบายน้ำก็ให้ดูที่ตัวสุขภัณฑ์ จุดระบายน้ำลงของห้องน้ำ อ่างล้างหน้า อ่างล้างจาน ควรตรวจสอบให้ดีว่าอาการตันเกิดจากท่อตรงส่วนไหน แล้วให้แก้ตรงจุดนั้น ไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องรื้อกันทั้งระบบเลยทีเดียว
วิธีแก้ไข
- ระบบไฟฟ้าควรตรวจสอบด้วยการไล่เปิด-ปิดไฟทุกดวงในบ้าน เพื่อดูว่ายังคงใช้งานได้ดี ดูว่าสายไฟและปลั๊กต่าง ๆ อยู่ในจุดที่จะโดนกัดจากสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์อื่น ๆ ได้หรือไม่ แล้วทำการย้ายจุดและทำการซ่อมแซมอย่างระมัดระวัง
- ระบบน้ำและระบบระบายก็ตรวจสอบจากก๊อกน้ำ อ่างล้างจาน และสุขภัณฑ์ภายในบ้าน ถ้ามีปัญหาก็ให้ลองถอดอุปกรณ์ดูว่าเกิดจากการตันของตะกรันน้ำหรือเศษขยะหรือไม่ ถ้าใช่ก๋็ควรล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย แต่ถ้าไม่ใช่นั่นก็หมายความว่าระบบภายในมีปัญหา ต้องเรียกช่างมาดูเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ลุกลามมากกว่าเดิม
5.วัสดุต่าง ๆ ที่ใช้งานภายในบ้าน ที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นบ้าน ทางเดินนอกบ้าน ผนังภายในบ้าน ฝ้าเพดา ประตูและหน้าต่าง โดยไล่ตรวจสอบดังนี้
- พื้นไม้หรือกระเบื้องต้องดูว่ามีการชำรุด แตก หัก หรือเปิดขึ้นมาจนอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่อยู่อาศัยภายในบ้านหรือไม่
- ทางเดินนอกบ้าน สำหรับคนที่มีสวนแล้วมีทางเดินหินธรรมชาติเพื่อความสวยงาม เมื่อใช้งานนานวันเข้าก็จะเกิดชำรุด ตะไคร่น้ำขึ้น หรือมีการแตกหักจนไม่น่ามองและอาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย
- ผนังภายในบ้านที่ไม่ว่าจะผนังวอลเปเปอร์มีรอยหรือคราบสกปรกหรือไม่ ผนังกระเบื้องห้องน้ำมีการกระเทาะออกมาหรือไม่
- ฝ้าเพดานที่โดนคราบน้ำจากการรั่วซึมของหลังคาเป็นคราบดูไม่สวยงาม และอาจจะทำให้กลายเป็นรังของแมลงสาบหรือหนูบ้านได้อีกด้วย เพราะมีความอับชื้นสูง
- ประตูและหน้าต่างชำรุดหรือไม่ มีร่องรอยแตกหัก หรือคราบสกปรกหรือไม่ มีปลวกหรือรอยผุจนอาจจะหลุดออกมาทั้งบานหรือไม่ และกระจกหน้าต่างหรือประตูมีรอยร้าวหรือไม่
วิธีแก้ไข
- พื้นไม้หรือกระเบื้องที่แตกและเปิดออกมา ควรเปลี่ยนใหม่แล้วทำการปิดผิววัสดุด้วยปูนหรือวัสดุที่เหมาะสมกับพื้นแบบนั้น ๆ ให้กลับไปเรียบเนียนและดูเข้ากัน
- เปลี่ยนหินธรรมชาติตรงจุดที่มีปัญหาใหม่ทั้งหมด ส่วนที่เป็นคราบตะไคร่น้ำก็ให้ลองขัดดูก่อนว่าออกหรือไม่ ถ้าไม่ออกและมีรอยร้าวก็ควรเปลี่ยนทันที แต่ถ้ามีอาการร้าวและทรุดก็ควรเลาะออกทั้งหมดแล้วเทพื้นใหม่ พร้อมเปลี่ยนหินปูยกเซ็ตเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
- ผนังภายในบ้านที่เป็นวอลเปเปอร์ก็เพียงแค่ซื้อลายใหม่มาแล้วลอกเอาวอลเปเปอร์เก่าออก พร้อมติดตั้งใหม่เพื่อให้เกิดความสวยงามและห้องดูใหม่ขึ้น ส่วนกระเบื้อห้องน้ำให้ลองใช้นิ้วเคาะดู ถ้ามีเสียงคล้ายด้านในกลวง ก็ให้เลาะออกแล้วเปลี่ยนใหม่ทันที หรืออัดปูนให้แน่นขึ้น เพื่อป้องกันหล่นลงมาแตก และอาจทำให้เกิดอันตรายได้
- เปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่ ซึ่งควรต้องทำการซ่อมหลังคาให้เรียบร้อยก่อน หรือถ้าเป็นเพดานชั้นล่างก็ซ่อมระบบท่อน้ำให้หยุดรั่วซึม แล้วทำการเปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่ได้เลย
- ประตูและหน้าต่างให้เลือกดูว่าบานไหนที่ชำรุดน้อยก็เพียงแค่ทำความสะอาดและซ่อมแซม แต่ถ้าบานไหนเสียหายหนัก ผุพัง โดนปลวกกัดกิน กระจกร้าว ก็ให้เปลี่ยนใหม่ได้เลยทันที
การตรวจดูความเป็นไปของตัวบ้านในแต่ละปี จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ หรือการซ่อมแซมที่ต้องยกใหม่ไปทั้งชุด และช่วยให้คุณได้เรียนรู้บ้านของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้ามีจุดใดหรือส่วนไหนของบ้านที่เกิดปัญหา ก็จะได้รู้เท่าทัน และนำมาซึงการซ่อมแซมหรือแก้ไขจุดที่มีปัญหาได้อย่างทันเวลา
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.babbaan.in/
โดย saweang | ก.พ. 24, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก

มีพื้นที่อยู่นิดหน่อยข้างบ้านญาติมีช่องพอจะสร้างบ้านให้กับลูกสาว ลองไปวัดดูหน้ากว้าง 7 เมตรกว่าๆ ส่วนด้านลึกได้เกือบ 20 เมตร จึงได้ถางหญ้าและตัดต้นไม้ที่ปลูกขวางไว้ออกและได้สั่งหินคลุกมาลงเพื่อปรับหน้าดิน 3 คันรถหกล้อ คันละ 1300 บาท รวม 3,900 บาท
ลองวาดแบบบ้านเองโดยอาศัยจากในห้องนี้ล่ะ ลอกการบ้านเอาคิดว่าพอกับพื้นที่ที่เรามีอยู่และไม่ใหญ่โตจนเกินไปให้สามารถอยู่ได้ 3 คน พ่อแม่ลูก ก็เพียงพอแล้วแบบบ้านจึงออกมาตามที่เห็น แต่มีแก้ไขพื้นที่ห้องนอนขยายเพิ่มเป็น 4 x 3 เมตร เพราะมีพื้นที่ด้านหลังว่างมากเลยอยากให้ห้องนอนเท่ากันทั้ง 2 ห้อง (ลูกสาวแอบบนอยด์เมื่อเห็นแบบบอกว่าทำไมห้องหนูเล็กกว่าห้องแม่อีกล่ะ) 555




หลังจากพอใจในแบบบ้านแล้วจึงไปติดต่อช่างประจำหมู่บ้าน ซึ่งก็คือลุงนั่นเองให้คิดค่าแรงแบบเหมาและแบบถูกๆ เคาะออกมาที่ 55,000 บาท ทำจนเข้าอยู่ได้รวมเบ็ดเสร็จทุกอย่างที่เป็นงานช่าง
ยกเว้นวัสดุการก่อสร้างและตกแต่ง เป็นอันตกลงลงมือสั่งของตีผังโดยใช้เหล็กแปมาแทนไม้หน้าสามในการตีผังเพื่อประหยัดเงินในการซื้อไม้ส่วนเสาใช้ไม้ค้ำเสาเอามาใช้ก่อนเสร็จแล้วค่อยรื้อถอน

สั่งซื้อของเรียบร้อยไปหาฤกษ์กับพระอาจารย์ที่วัดได้ฤกษ์ดี วันที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 09.09 น. จึงจัดพิธียกเสาเอกโดยจัดทำเองทั้งหมดไม่ได้จ้างใครใดๆทั้งสิ้น อาศัย อากู๋ ในการค้นหาจังหวะดีมีหลวงลุงมาเยี่ยมญาติพอดีเลยนิมนต์ให้มาชยันโตตอนยกเสาเอกจะได้เป็นศิริมงคลกับบ้านและคนอาศัย




หลังจากยกเสาเอกเป็นที่เรียบร้อย โดนเงินติดหัวเสาให้กับช่างไป 1 พัน เพราะความที่ไม่รู้ว่าเมื่อติดยอดเสาเอกแล้วต้องยกให้ช่างด้วยความที่อยากให้มีเงินไหลมาเทมามากๆเลยติดแบงค์พัน พอไปลาเจ้าที่เจ้าทางเท่านั้นล่ะจะเป็นลมช่างมารอรับเงินเลย 555 แต่ก็คุ้มจากการทำงานด้วยช่าง 2 คน ผู้ช่วยกรรมกร 1 คน ช่วยกันแบกเสาหน้า 5 ยาว 8 ศอก แบบสบายๆแค่มีแผลพองที่หลังนิดหน่อย และช่วยกันนำเสาลงหลุมจำนวน 12 ต้น ครบทุกต้นพร้อมไม้ค้ำยัน วันรุ่งขึ้นรอตั้งเสาให้ได้ที่อีกทีหนึ่ง


พอดีติดธุระนิดหน่อย หลังจากตั้งเสา โดยการดิ่งและขึงเอ็นจากล่างไปบนเรียบร้อยแล้ว ช่างก็ได้เทปูนกลบตีนช้างเสาและกลบดินเรียบร้อย


เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้ผูกเหล็กทำคานและก่ออิฐบล็อคทำเป็นแบบโดยไม่ต้องรื้อออกประหยัดไม้ทำแบบและน่าจะแข็งแรงมากขึ้น เพื่อรอปูแผ่นพื้นสำเร็จ ที่สั่งเข้ามาวันนี้ สรุป 1 สัปดาห์เสร็จถึงการเทคานเรียบร้อยโดยใช้ช่างแค่ 2 คน ถือว่างานเร็วใช้ได้เพราะเป็นงานเหมา มีความคืบหน้าจะมาต่อให้จนบ้านเสร็จนะครับ อย่าเพิ่งเบื่อล่ะ
ตอนนี้ใช้เงินไปแล้วประมาณ 123,741 บาท โดยซื้อไปแล้วทั้งหมดยกเว้น ฝ้า กระเบื้อง แผ่นเมทัลชีท ปูนฉาบ สี ประปา ไฟฟ้า ประมาณการส่วนที่เหลือไม่น่าจะเกิน 80,000 บาท และค่าแรงอีก 50,000 บาท (เบิกไปแล้ว 5,000 บาท) รวมทั้งสิ้นไม่น่าจะเกิน 250,000 บาท หมายเหตุ ฝ้าใช้แบบฝ้าแขวนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย


หลังจากกลับไปดูเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่างได้ปูพื้นสำเร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังขึ้นโครงหลังคา แต่ติดปัญหาที่น้องฝนผ่านมาพอดีทำให้ทำงานล่าช้าไปบ้าง เพราะงานเชื่อมกับน้องน้ำเข้ากันไม่ได้จริงๆ ได้ทำงานแค่วันละ 2-3 ชม. แต่วันนี้ให้แฟนถ่ายรูปส่งมาให้ดูก็จะเห็นว่าโครงหลังคาใกล้เสร็จแล้วติดแปเรัยบร้อยเหลือแค่ติดซอยสำหรับติดไม้เฌอร่าเท่านั้น คาดว่าวันนี้คงจะมุงหลังคาเมทัลชีทได้เนื่องจากสั่งมาแล้วเมื่อวานนี้ ต่อไปคงจะเริ่มทำแบบเทพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปพร้อมทั้งก่อผนังกั้นห้องตามแบบต่อไป
หมายเหตุ ที่เห็นคานหน้ายังไม่ทำเพราะรอให้รถขนแผ่นพื้นเข้าไปส่งด้านในได้เนื่องจากพื้นที่จำกัดไม่สามารถขยับได้


หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ทำการเททับหน้าแผ่นพื้นสำเร็จรูป รอปูนแห้งและเซ็ตตัว 2-3 วัน จึงได้เริ่มทำการก่ออิฐบล๊อกทำผนังกั้นห้องต่างๆตามแบบที่วางไว้ แต่ก็มีปัญหากับช่างตลอดเพราะช่างอยากให้ห้องนอนอยู่ทางเดียวกันแต่เราอยากได้คนละฝั่งอยากให้มีสเต็ปในการแบ่งห้อง แต่ช่างบอกจะได้มีพื้นที่กว้างๆทะลุจากห้องรับแขกไปยังห้องครัว ต้องใช้ ม.44 ช่างถึงจะยอมทำต่อ คืออารมย์เราอยากได้อะไรที่มันลึกลับซับซ้อนหน่อยเวลาเข้ามาในบ้านไม่อยากให้ใครเห็นอะไรๆจนทะลุประตูหลัง ยอมเสียงบเพิ่มอีกนิดหน่อยแต่ได้ความพึงพอใจ ซึ่งเราก็ยอมลดงบประมาณจากฝ้าแผ่นเรียบมาเป็นฝ้าแขวนแล้ว (สาเหตุเพราะช่างไม่ถนัดฝ้าเรียบ 555) และเราเห็นดีด้วยจะได้ไม่มีปัญหาในการเดินระบบไฟฟ้าในภายหลัง


หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ งานก่อสร้างยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่เนื่องจากติดช่วงเทศกาลหวยออก ช่างผู้รับเหมาโชคดีถูกเลขท้าย 2 ตัว เลยหยุดไปใช้เงินซะ 3 วัน คาดว่าเงินหมดคงจะมาเริ่มทำงานต่อได้ ดังนั้นจึงได้แค่การกั้นห้องต่างๆและเทคานเอ็นไว้รอติดตั้งหน้าต่างเท่านั้น ซึ่งเมื่อวานก็ได้แวะเข้าไปบอกช่างเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ เช่นในห้องน้ำ
เคาน์เตอร์ครัว ฯลฯ ซึ่งต้องแจ้งด้วยปากเปล่าห้ามทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะช่างจะไม่อ่านอย่างเด็ดขาด เฮ้อ… ถูกและดีไม่มีในโลก แต่ก็เอาเถอะทนทำกันมาจนใกล้จะเสร็จล่ะ ช่างแจ้งว่าไม่เกินวันที่ 20 เดือนกันยายน ย้ายเข้าอยู่ได้เลย แอบบ…ไม่เชื่อ แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้รีบร้อนเนื่องจากลูกสาวยังไม่ปิดเทอมรอต้นเดือนหน้าก็ไม่มีปัญหา
ช่วงนี้เลยไปติดต่อ อบต.ขออนุญาติก่อสร้างบ้าน เพื่อขอเลขที่บ้านเอาไว้ไปขอมิเตอร์ไฟฟ้า วันนี้เลยมีรูปไม่มากเท่าไหร่ซ้ำๆกันเพียงแค่อยากให้เห็นการก่ออิฐบล็อคที่ช่างก่อจนสุดปลายเสาทุกห้อง แถมมีบางช่องเล่นหวาดเสียวก่ออิฐบล็อคลงมาด้วยโดยวางอยู่ที่คานเอ็นและเสียบเหล็กเท่านั้น ซึ่งจริงๆต้องการให้เปิดโล่งแต่ด้วยความหวังดีของช่างบอกว่าสวยดี …อีกล่ะ…



เพิ่มเติม งานขุดหลุมฝังบ่อบำบัดและบ่อรองซึม สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยความลึกบ่อบำบัด 125 ซม. บ่อรองลึก 4 ปอก ปรับระดับลาดเอียงเรียบร้อย สามารถไปแจ้งที่สาธารณสุขตำบลเพื่อประกอบการขอเลขที่บ้านได้ล่ะ


ผ่านไปอีกสัปดาห์ได้งานฉาบปูนมาบ้างแล้ว ด้านข้างนอกบ้านเรียบร้อยล่ะเหลือด้านหน้ากับด้านหลัง และในส่วนห้องนอนอีก 1 ห้อง คาดว่าไม่เกินอีก 2 วัน งานฉาบปูนคงแล้วเสร็จ ทีนี้คงต่อด้วยงานติดไม้เฌอร่าและเตรียมงานทำฝ้าต่อไป เอาใจช่วยด้วยนะครับไม่ให้เกินงบ 250,000 บาท



สัปดาห์นี้งานก่อสร้างไม่ค่อยคืบหน้าเพราะช่างที่รับเหมาเทงานไม่ยอมทำงาน เลยต้องจ้างช่างเป็นจ๊อบๆ เช่น ตีไม้เฌอร่ากับใส่ครอบหลังคา ราคาค่าแรง 1,500 บาท ทำ 2 วันเสร็จ ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อให้บ้านเสร็จที่เหลือก็งานเดินไฟฟ้า ฝ้า ปูกระเบื้อง และทาสี ได้ติดต่อผู้รับเหมาเป็นงานๆไปแล้ว โดยได้ราคาค่าแรง ดังนี้
1. เดินไฟฟ้าภายในคิดจุดละ 200 บาท
2. ฝ้าฉาบเรียบ ตรม.ละ 220 บาท ด้านในและชายคาราคาเท่ากัน
3. ปูกระเบื้อง ตรม.ละ 100 บาท ห้องน้ำ ตรม.ละ 120 บาท
4. ทาสียังหาช่างไม่ได้อาจจะต้องทาเอง อันนี้ไม่ซีเรียสตกลงกับลูกสาวว่าห้องใครอยากได้สีอะไรก็ทาเอาเอง 555



หลังจากหายไป 2 สัปดาห์ กว่าจะหาช่างมาทำงานจนแล้วเสร็จทั้งฉาบทั้งทำฝ้า จึงได้ฤกษ์ทาสีฝ้าและสีรองพื้น ซึ่งคิดว่าเป็นงานง่ายๆเลยไม่ได้จ้างช่างสีมาทำรอจ้างตอนทำสีจริงทีเดียวเลยจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ไหนได้ทาสีฝ้าเป็นอะไรที่ทรมานสังขารมากเนื่องจากต้องแหงนหน้าตลอดเวลาทำให้ปวดเมื่อยบริเวณต้นคอเป็นอย่างมาก
ส่วนสีรองพื้นก็กินกำลังแขนเป็นที่สุด ดีน่ะที่ ผบทบ.มาช่วยไม่งั้นถูกหามส่งโรงพยาบาลแน่ๆ แต่ก็ดีช่วยประหยัดค่าจ้างไปได้เยอะเลยใช้เวลาแค่ 1 วันทาสีฝ้าพื้นที่ 63 ตรม.และผนังภายใน 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องน้ำ เป็นผลสำเร็จ ช่วงนี้ก็รอช่างที่จะมีคิวว่างมาปูกระเบื้องให้เสร็จแล้วก็คงจะจ้างช่างทาสีเป็นจริงเป็นจังสักที มือสมัครเล่นไม่ไหวไม่คุ้มค่ายากับค่านวด ความฝันใกล้เป็นจริงล่ะบ้านหลังน้อยให้ลูกสาวที่เริ่มโต




และแล้วก็ถึงวันอันสำเร็จตั้งแต่เริ่มยกเสาเอกวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ย้ายเข้าบ้านวันที่ 29 ตุลาคม 2561 รวมระยะการสร้าบ้านด้วยตนเองประมาณ 2 เดือน กับ 19 วัน ถือว่าไม่เร็วและไม่ช้าเนื่องจากมีเวลาทำแค่สัปดาห์ละ 1-2 วันในวันหยุดทำงานเท่านั้น ยกเว้นงานที่ต้องจ้างช่าง เช่น งานโครงสร้าง ตั้งเสา เทคาน ก่ออิฐบล๊อค ฉาบปูน โครงหลังคา ฝ้า ปูกระเบื้อง ส่วนงานสีทำเองทั้งหมดทั้งภายใน ภายนอก รวมถึงระบบประปา ส่วนงานไฟฟ้าจ้างช่างผู้ชำนาญการครับ สรุปรวมยอดค่าใช้จ่ายประมาณ 3 แสนกว่าไม่เกิน 3 แสนห้าหมี่นบาท คำว่าบ้าน มันคือบานของจริงครับตั้งใจคุมงบแค่ 250,000 บาท แต่ไม่สามารถทำได้จริงๆเนื่องจากช่างที่รับเหมาครั้งแรกที่เป็นญาติกันเทงานไม่ยอมทำต่อหลังจากก่ออิฐเสร็จ ทำให้ต้องจ้างช่างรายวันบ้างรับเหมาบ้างทำให้งบบานปลายครับ แต่ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีมีความสุขกับการสร้างบ้านให้ลูกสาวด้วยมือตัวเองตั้งแต่การออกแบบ สั่งซื้อของต่างๆ รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการทำงาน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาเป็นระยะนะครับ



ขอบคุณข้อมุลจากhttps://pantip.com/topic/37966992
โดย saweang | ก.พ. 12, 2020 | ข่าวสาร, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
การจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่งนั้น ขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งนั้นที่เจ้าของบ้านส่วนใหญ่ในบ้านเราให้ความสำคัญกันมาก ก็คือขั้นตอนของพิธียกเสาเอก โดยเจ้าของบ้านส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า
การทำพิธียกเสาเอกจะทำให้งานก่อสร้างมีความราบรื่นไม่มีปัญหาและอุปสรรคและ เมื่อได้เข้าอยู่บ้านหลังที่สร้างแล้วจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งเป็นความเชื่อและเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมา และจากประสบการณ์การก่อสร้างบ้านของผู้เขียนเองที่ผ่านมาเป็นสิบปีก็พบว่าบ้านทุกหลังที่มีการก่อสร้าง มักจะทำพิธียกเสาเอกเพื่อเป็นสิริมงคลต่อการอยู่อาศัย
แต่พิธีการ และขั้นตอนอาจแตกต่างกันในรายละเอียด บ้านบางหลังจะทำพิธียกเสาเอก โดยพระอาจารย์ที่เคารพนับถือ บางหลังทำพิธีโดยพราหมณ์ และบางหลังทำพิธีโดยผู้ใหญ่หรือบุคคลที่เคารพนับถือ ดังนั้นหากท่านกำลังจะสร้างบ้าน
โดยเลือกแบบบ้านและบริษัทรับสร้างบ้านที่มีคุณภาพแล้ว ก่อนที่ท่านลงมือก่อสร้างถ้าท่านเชื่อเรื่องโชคลาง ก็คงจะเตรียมหาฤกษ์หาเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มต้นในการสร้างบ้าน แม้จะดูเหมือนหลงงมงายแต่ถ้าทำแล้วเกิดความสบายใจ และไม่เดือดร้อนใคร ก็น่าจะเตรียมให้พร้อมก่อนลงมือก่อสร้าง แต่ทั้งนี้ต้องดูความสะดวกความเหมาะสม ของการก่อสร้างร่วมกับบริษัทรับสร้างบ้านที่ท่านเลือกด้วย

การกำหนดฤกษ์เสาเอก
การกำหนดฤกษ์เสาเอกนั้น ส่วนใหญ่ก็คงต้องให้ผู้ที่เรานับถือ เช่น พระอาจารย์ พราหมณ์ หรือผู้ใหญ่ที่เรานับถือ ดูฤกษ์ดูยามในการทำพิธียกเสาเอกให้ โดยท่านเหล่านั้นก็จะหาวันและเวลาที่เป็นมงคลให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่เราสะดวกที่จะสร้างด้วย
ถ้าหากไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกในการตามหาพระอาจารย์ทั้งหลายมาให้ฤกษ์ให้ยาม คุณอาจจะหาฤกษ์ด้วยตนเองก็ได้ โดยอาจจะดูจากปฏิทิน 100 ปี หรือหาซื้อหนังสือโหราศาสตร์ ประเภทสรุปรวมฤกษ์ประจำทั้งปี ซึ่งหนังสือพวกนี้จะออกวางตลาดตอนปลายปีทุกปี ลองอ่านและหาฤกษ์ด้วยตนเองได้
การทำพิธียกเสาเอกกับขั้นตอนการสร้างบ้าน ในสมัยโบราณ การก่อสร้างบ้านส่วนใหญ่เป็นการสร้างบ้านไม้ เสาบ้านก็เป็นเสาไม้ ดังนั้นฤกษ์ลงเสาเอกก็คือ ฤกษ์เวลาที่เรานำเสาหลักของบ้านหย่อนลงสู่หลุมที่เตรียมเอาไว้ จัดเสาให้ตั้งตรง และเอาไม้ค้ำยันค้ำไว้ เอาดินกลบหลุมทั้งหมด
แต่ในปัจจุบัน ขั้นตอน และวิธีการก่อสร้างได้เปลี่ยนไป อาคารปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วแต่เป็นอาคารโครงสร้าง อนกรีตเสริมเหล็ก ต้องมีการตอกเสาเข็ม ต้องมีการเทฐานราก ทำตอม่อ แล้วจึงจะขึ้นเสาโผล่พื้นดินได้ ดังนั้นก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจว่าพิธียกเสาเอกกับการสร้างในปัจจุบันที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตนั้น เขาทำกันในช่วงไหนของการก่อสร้าง
ซึ่งจากประสบการณ์ในการก่อสร้างที่ผ่านมา พิธียกเสาเอก จะทำกันได้ใน 3 ลักษณะดังนี้
1. ยึดเวลาที่ตอก (เจาะ) เสาเข็มต้นแรก หรือเวลาที่ตอก (เจาะ) เสาเข็มต้นที่กำหนดให้เป็นเสาเอก (น่าจะเรียกว่า “ฤกษ์” เข็มเอก)
2. ยึดเวลาที่ยกเสาเหล็กเสริม เทคอนกรีตฐานราก (จะเทคอนกรีตฐานรากพร้อมกับการตั้งเหล็กเสาต้นที่เป็นเสาเอก)
3. ยึดเวลาที่มีการเทคอนกรีตหล่อเสาอาคารจริงๆ (ซึ่งอาจจะตั้งหลังจากเริ่มทำการก่อสร้างแล้วเป็นเดือน) แต่ในที่นี้เราจะกล่าวถึงเฉพาะการเตรียมการ เตรียมของใช้และขั้นตอนในการยกเสาเอกแบบ ที่ยึดเวลาที่ยกเสาเหล็กเสริมขึ้นตั้งและเทคอนกรีตฐานราก ซึ่งเป็นลักษณะที่การสร้างบ้านในส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้กัน
การเตรียมการหน้างานในพิธียกเสาเอก
การเตรียมหน้างานก่อสร้างให้พร้อมก่อนการทำพิธียกเสาเอกถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าฤกษ์ ในพิธียกเสาเอก เป็นฤกษ์เวลาที่แน่นอน เช่นบางหลังกำหนดที่เวลา 9.09 น. ดังนั้นการเตรียมการหน้างานที่ไม่พร้อมอาจทำให้เกิดปัญหาขลุกขลัก ทำให้เกิดความผิดพลาดไม่ตรงกัน ฤกษ์ที่กำหนดไว้ เกิดความไม่สบายใจได้ ดังนั้นการเตรียมการหน้างานให้มีความพร้อมนั้นจะต้องจัดเตรียมงานดังนี้
1. การเตรียมพื้นที่ โดยรอบของบริเวณที่จะทำพิธีให้เรียบร้อย เพื่อสะดวกในการทำพิธี
2. ขุดหลุมฐานรากที่จะทำพิธี ให้มีขนาดความลึกและความกว้างตามแบบ
3. ปรับพื้นที่ก้นหลุมให้เรียบร้อย เก็บเศษปูนเศษไม้ให้หมด ปรับระดับให้เรียบด้วยทรายหยาบ
4. เตรียมผูกเหล็กเสริมฐานรากไว้ด้านบน พร้อมที่จะยกลงตอนทำพิธี
5. เตรียมผูกเหล็กเสาที่จะทำการยกเสาเอกวางพาดไว้ ตรงปากหลุมโดยยกหัวเสาให้สูงขึ้นกว่าโคนเสา
6. เตรียมคอนกรีตให้พร้อมเพื่อเตรียมเทหลังจากที่ยกเสาเหล็กขึ้นตั้งแล้ว
การเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอก การเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอกนั้นมีอยู่หลายตำราด้วยกัน แล้วแต่ผู้ที่เรานับถือที่จะดำเนินการทำพิธีให้เป็นผู้กำหนด แต่ในที่นี้เราจะอ้างอิงจาก “ศาสนพิธี” ในหนังสือพุทธศาสตร์ ปีที่ 43 อันดับที่ 1/2543 โดยการเตรียมของใช้ในพิธียกเสาเอกมีดังนี้
1. จัดโต๊ะหมู่บูชา 1 ชุด พร้อมเครื่องสักการะ (ถ้าประสงค์)
2. จตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระ 1 ชุด (กรณีนิมนต์พระมาประพรมน้ำมนต์ที่หลุม และเจริญชัยมงคลคาถา)
3. เครื่องบูชาฤกษ์หรือสังเวยเทวดา (จัดย่อส่วนก็ได้ ดูพิธีวางศิลาฤกษ์)
4. ใบทอง นาก เงิน อย่างละ 3 ใบ
5. ทอง เงิน อย่างละ 9 เหรียญ
6. ทรายเสก 1 ขัน
7. น้ำมนต์ 1 ขัน (พร้อมกำหญ้าคา 1 กำ)
8. ด้ายสายสิญจน์ 1 ม้วนเล็ก
9. ทองคำเปลว 3 แผ่น
10. ผ้าแพรสีแดง ห่มเสา หรือผ้าขาวม้า 1 ผืน
11. หน่อกล้วย อ้อย อย่างละ 1 หน่อ
12. ไม้มงคล 9 ชนิด ได้แก่ กันเกรา ทรงบาดาล ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ขนุน สักทอง ทองหลาง ไผ่สีสุก พยุง
13. แผ่นทอง นาก เงิน อย่างละ 1 แผ่น
14. ข้าวตอกดอกไม้ 1 ขัน
ลำดับพิธีในการยกเสาเอก
การทำพิธียกเสาเอกก็มีหลายตำรา แล้วแต่ผู้ดำเนินพิธี แต่ในที่นี้เราก็จะอ้างอิงจาก “ศาสนพิธี” ในหนังสือพุทธศาสตร์ ปีที่ 43 อันดับที่ 1/2543 เช่นกัน โดยลำดับพิธีขอบงการยกเสาเอกมีดังนี้
1. วางสายสิญจน์ เริ่มจากโต๊ะบูชาไปโต๊ะสังเวยขวา บริเวณสถานที่ก่อสร้างเข้าสู่เสาเอก (ก่อนเวลาฤกษ์พอสมควร)
2. จุดเทียนธูปที่โต๊ะหมู่บูชา อธิษฐานเพื่อเกิดสิริมงคล กราบพระ
3. จุดเทียนธูปที่โต๊ะสังเวย บูชาเทวดาให้คุ้มครอง
4. กล่าวสังเวยเทวดา
5. โปรยดอกไม้มงคล 9 ชนิด ลงในหลุมเสาเอก (ถ้ามี)
6. วางแผ่นทอง นาก เงินในหลุมเสาเอก (ถ้ามี)
7. นำใบทอง นาก เงิน และเหรียญทอง เงิน ลงก้นหลุมแล้วนิมนต์พระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์โปรยทรายเสกที่หลุมเสา
8. เจิมและปิดทองเสาเอก
9. ผูกหน่อกล้วย อ้อย และผ้าสีแดงหรือผ้าขาวม้าที่เสาเอก
10. ถือด้ายสายสิญจน์ พร้อมทั้งญาติมิตรผู้ร่วมพิธี
11. ช่วยกันยกเสาเอก จนตั้งเรียบร้อย (ขณะยกเสานั้นพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา) (ถ้ามี)
12. โปรยข้าวตอกดอกไม้ลงหลุมเสาเอก พร้อมทั้งญาติมิตรผู้ร่วมพิธีเสร็จพิธี
– ถ้ายกเสาเอกในเดือนอ้าย ยี่ สาม เสาเอก อยู่ทิศอีสาน
– ถ้ายกเสาเอกในเดือน 4 – 5 – 6 เสาเอก อยู่ทิศอาคเนย์
– ถ้ายกเสาเอกในเดือน 7 – 8 – 9 เสาเอก อยู่ทิศหรดี
– ถ้ายกเสาเอกในเดือน 10 – 11 – 12 เสาเอก อยู่ทิศพายัพ
13. เมื่อธูปที่โต๊ะสังเวยไหม้หมดดอก ให้ลาเครื่องสังเวยได้ว่า “เสสัง มังคะลัง ยาจามิ”
14. หน่อกล้วย อ้อย เมื่อช่างเอาลงจากเสาแล้ว ให้นำไปปลูกไว้ในที่ต้องการ เพื่อเสี่ยงทายว่าจะงอกงามเพียงใด
– ถ้าจัดโต๊ะสังเวยไม่ได้ จะจัดเป็นสำรับบูชาพระภูมิเจ้าที่ธรรมดาก็ได้ และสิ่งประกอบอื่นๆ ก็เลือกเอาเท่าที่จำเป็นและหาได้ง่าย
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก www.89homebuilder.com (NewDesign V.1)
โดย saweang | ก.พ. 11, 2020 | ข่าวสาร, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เชื่อว่าการมีบ้านสักหลังนั้น เป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะการมีบ้านเพื่อให้พ่อกับแม่ได้พักอาศัยพร้อมกับอย่างอบอุ่นและมีความสุขในชีวิตหลังเกษียณ แต่ด้วยปัจจุบันทั้งราคาบ้าน และราคาที่ดิน ต่างก็มีราคาสูงขึ้น การจะสร้างบ้านราคาต่ำกว่าล้าน นั้นอาจจะยากสักนิด แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย
วันนี้ ในบ้าน จะพาเพื่อนไปชม รีวิว สร้างบ้านชั้นเดียวขนาด 94 ตารางเมตร ของคุณ สมาชิกหมายเลข 988134 ที่สร้างขึ้นด้วยราคาไม่ถึงล้าน แต่ก็ยังได้บ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอ มีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน แถมยังมีการตกแต่งที่สวยงาม และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุได้อีกด้วย เราไปชมกันได้เลยครับ
รีวิวบ้านชั้นเดียว 94 ตร.ม. 6 แสน 6
(โดย สมาชิกหมายเลข 988134)
สวัสดีค่ะ หลังจากที่เจ้าของกระทู้ เคยได้ตั้งกระทู้ถามไปว่า มีงบ 6 แสนสร้างบ้านประมาณ 84 ตรมได้ไหม pantip วันนี้บ้านสร้างเสร็จแล้วค่ะ ชั้นเดียว 3 ห้องนอน 2ห้องน้ำ ตัวบ้าน 78 ตรม รวมระเบียงเป็น 94 ตรม.ค่ะ หมดไป 660,000 แต่ทั้งนี้เราสามารถลดรายจ่ายให้เหลือ 6แสนได้ค่ะ บางอย่างไม่จำเป็นต้องใส่ค่ะ เบ็ดเสร็จรวมทุกชิ้นและเฟอร์นิเจอร์ในบ้านหมดไป 750,000 ค่ะ ปล.ยังไม่ได้ติดแอร์ค่ะ
เจ้าของกระทู้อยู่รอบนอกจังหวัดเชียงใหม่ เพราะค่ามือแต่ละที่อาจจะไม่เท่ากันนะคะ เหมาโครงสร้างตร.ม.ละ 1300 บาท ก่อฉาบเหมาประมาณ 70,000 บาท กระเบื้องและก่ออิฐโชว์เหมา 15,700 บาท ไฟเหมา 3,800บาท สุขภัณฑ์ 7,500 บาท (ทั้งหมดนี้เหมาค่ามือซื้อของเอง) กระจกและประตู 46,000 บาท ฝ้านอกใน 30,000 บาท ส่วนงานสีและอื่นๆจ่ายรายวันค่ะวันละ 450 บาทต่อคน
รูปด้านล่างเป็นแบบบ้านเจ้าของกระทู้ ก็จะประมาณนี้เลยค่ะ ออกแบบเอง พยายามให้เท่าตัวบ้านเดิม เพราะทำที่เดิม ใหญ่กว่านิดหน่อย ไม่มีลูกเล่นไรนะคะ ง่ายๆ เลยกลัวเปลืองงบ 555 บ้านจะสวยอยู่ที่ตกแต่งเนาะ 555

มาเริ่มกันเลยค่ะ ลงเสาเอก วันที่ 5 มีนาคม


วางแผ่นคอนกรีตสำเร็จค่ะ 24,600 บาท บ้านยกสูงขึ้น 60 ซม. ค่ะ

งานก่อ เหมาก่อฉาบประมาณ 70,000 ค่ะ ช่วงทำไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่

งานปูกระเบื้องค่ะ ใช้กระเบื้อง 60*60 เกรด c ประหยัดดีค่ะ มีตำหนิเล็กๆ น้อยๆ บ้าง ส่วนตัวว่าก็ไม่ค่อยต่างกัน

งานฝ้าค่ะ เหมาทั้งนอกและใน 30,000 สังเกตวงกบประตูค่ะ พ่อกับน้าช่วยกันทาสี เลอะทุกวง ปวดหัวมาก ให้ช่างทาเถอะค่ะ

หน้าบ้านค่ะ ช่างกำลังทำหลังคาเล็ก

ทางเดินขึ้นหน้าบ้านค่ะ ประตูบ้านใหญ่จะอยู่ไม่ตรงบ้านค่ะ ขับรถเข้าบ้านก็จะอยู่ซ้ายมือค่ะ

ระเบียงหน้าบ้านเสร็จแล้ว ยังตกแต่งไม่เสร็จ แพลนว่าจะมีกระถางต้นไม้ และห้อยไว้เยอะๆ

ทางลงเผื่อรถเข็นและคนแก่ค่ะ ประตูบ้านแบบบานเลื่อน 3 บานค่ะ หน้าต่างก็แบบนี้ค่ะ แบบนี้จะใส่มุ้งลวดไม่ได้นะคะ แต่เราชอบเพราะเปิดได้กว้าง และอาศัยเอาผ้าม่านซับในเป็นมุ้งลวดแทน 55

กลางบ้านค่ะ ห้องนั่งเล่น มองเห็นห้องนอนอีก 2 ห้อง

ไฟห้องรับแขกค่ะ ดูมาจาก pinterest งานไฟฟ้าเหมาค่าแรงค่ะ 3,800 บาท ของเราไปซื้อเอง ปล.คนกันเอง

โซนกลางบ้านค่ะ เดินเข้าประตูมาก็จะประมาณนี้ ลืมพับโซฟา

โต๊ะกินข้าวกลายเป็นโต๊ะทำงาน

ห้องนอนค่ะ 3.5*3.0 เมตร เหมือนกันทั้ง 3 ห้องค่ะ ส่วนผ้าม่าน 2 ชั้น เหมา 25,000 ค่ะ

ห้องจขกทค่ะ เตียง 6 ฟุต ไม่อึดอัด แต่ต้องใช้ตู้เล็กนะคะ ถ้าใส่ตู้มาตรฐานจะแคบ ส่วนตัวใช้พวกราวแขวน โต๊ะทำงานเล็กๆ

ไปต่อค่ะ ประตูซ้ายไปห้องนอนใหญ่ ขวาไปครัว ต้องมีประตูนะคะ แอร์จะได้ไม่ออก ทะลุกันอยู่ดีค่ะ

ห้องพ่อแม่ แยกเตียงกันไปเล้ย เพราะมีความไม่เข้ากันสูง 5555

ขวามือห้องนอนพ่อกับแม่จะมีห้องเสื้อผ้าและห้องน้ำในตัวค่ะ

ห้องน้ำต้องมีอุปกรณ์สำหรับคนแก่ 5555

ย้ายตู้ ประตูหลุดซะงั้น ใส่กลับก็ไม่เข้า เออ….ถอดออกซะเลย ปล.ซื้อจาก index ตอนลดราคา

ครัวในบ้านค่ะ มีไว้เป็นมารยาท เพราะบ้านเรามีครัวนอกอยู่แล้ว เล็กๆ มีเตาแก๊ส อ่าง ไมโครเวฟไรงี้พอค่ะ รกนิดหน่อยยังไม่เข้าที่เข้าทางนะคะ 55

ตู้เย็นค่ะ ตอนแรกจะวางไว้ที่ห้องครัว วางปุ๊ป แคบเลยค่ะ เลยย้ายมาวางมุมห้อง ติดห้องครัวเลยค่ะ

ห้องน้ำรวมแต่เราครองใช้คนเดียว ณตอนนี้ ไม่ลืมมีอุปกรณ์ช่วยจับของคนแก่ 555

ห้องส้วมค่ะ แยกไปเลย อาบน้ำก็อาบไป จะอึจะฉี่ก็ทำไป 555 ตามเคยต้องมีอุปกรณ์ช่วยจับ 555

หลังบ้านค่ะ

ก่ออิฐโชว์ค่ะ ค่าอิฐและซิลิโคนเคลือบ 30,000 ยังไม่รวมค่ามือติด เหงื่อตก 55 เจ้าของกระทู้เลือกแบบหนาปั้นมือ แผ่น8 บาท (แพงจุง) ถ้าบางก็ถูกค่ะแต่แตกง่าย ไหนๆ ก็ไหนๆ จกตังจ่ายไปเลยค่ะ อยากก่ออิฐโชว์เพื่อให้บ้านมีสีสันบ้าง ตัดกับสีขาวทั้งหลัง ตรงส่วนนี้ถ้าเราอยากประหยัดงบก็ตัดทิ้งไปเลยค่ะ เพราะตรงส่วนนี้ก็เกือบ 40,000 แล้ว

ภาพรวมมุมหลังบ้านค่ะ

ทำบุญบ้านค่ะ เมื่อเสาร์ 23 มิถุนายน

จบการรีวิวค่ะ หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับใครที่กำลังจะสร้างบ้าน หรืออยากสร้าง ตอนเราจะทำก็กังวลว่าจะพอไหม กลัวเงินไม่พอ บลาๆ ไล่หารีวิวดูแทบทุกวันเลย คนทุกคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเองอยู่แล้วเนาะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ที่มา : สมาชิกหมายเลข 988134
ขอบคุณข้อมูลจากsanook.com/home/23435/