โดย saweang | ส.ค. 4, 2020 | บทความบ้านๆๆ
เหล็กแผ่นรีดร้อน หรือเหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate
ทำจากเหล็กแผ่นม้วนคุณภาพสูง ควบคุมด้วยเครื่องจักรทันสมัยปราศจากเหล็กด้อยคุณภาพปลอมปน เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น เหล็กแผ่นดำจะมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา เหล็กแผ่นดำของวีซีเอสเอเชียจะเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน

การใช้งานเหล็กแผ่น
เหล็กแผ่น (สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก) มีลักษณะเป็น แผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ นิยมใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนาตามแต่การใช้งาน

การเลือกซื้อเหล็กแผ่น
ปัจจุบัน เหล็กแผ่นรีดร้อน ถือว่าเป็นสินค้าพื้นฐานที่เป็นเหมือนกลไกสำคัญในการตอบสนองการ เติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม ฯลฯ โดยในการ เลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อ นำมาใช้งาน ในแต่ละครั้งนั้น ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงปัจจัย ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังนี้
การนำไปใช้งาน
ในการซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนนั้น ผู้ซื้อควรคำนึงถึงการนำไปใช้งาน เพราะเหล็กแผ่นรีดร้อนแต่ละชนิด จะมีความแตกต่างกันในเรื่องค่าเคมี และองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการนำไปใช้ใน สภาวะที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อต้องการนำ เหล็กแผ่นรีดร้อนมาใช้ต่อเรือในส่วนที่ ต้องรับแรงสูงและต้องทนต่อแรงกระแทก ผู้ซื้อควรเลือกเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรดพิเศษที่ใช้ใน การต่อเรือโดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ซื้อควรเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนที่มีมาตรฐานเหล็กเป็น ABS Gr.AH หรือ ABS Gr.DH (ขึ้นอยู่กับสภาพที่นำไปใช้งานเช่นอุณหภูมิหรือการรับแรง) เป็นต้น

ขนาดของเหล็กแผ่นรีดร้อน
เพื่อให้การนำเหล็กแผ่นรีดร้อนไปใช้งานมีการสูญเสียน้อยที่สุด ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงขนาด เหล็กรีดร้อนที่ต้องใช้ให้มีความเหมาะสมกับงานนั้นๆ เพราะถ้าผู้ซื้อเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อน ขนาดใหญ่เกินความต้องการใช้จริงก็จะก่อให้เกิดความสูญเสียเป็น เศษเหล็กหรือหากเลือก เหล็กแผ่นรีดร้อนขนาดเล็กเกินไปก็จะเกิดความสูญเสียใน เรื่องของการเชื่อมต่อและเวลา ที่ต้องสูญเสียมากขึ้นได้
คุณภาพ
ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มี มาตรฐานเหล็ก ระดับสากลรองรับ เช่น มาตรฐานเหล็ก ASTM, DIN, JIS, EN, Lloyd’s, ABS, AS หรือ API เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานว่า จะได้รับชิ้นงานที่มี คุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่า เหล็กแผ่นรีดร้อนทุกแผ่นมีคุณภาพเป็นไปตามที่ ผู้ซื้อต้องการ
ปัจจุบัน ในประเทศไทยก็ได้มีองค์กรอิสระต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อให้บริการทดสอบวิจัยโลหะ วิทยาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนให้แก่ผู้ ซื้อได้มากขึ้น
ความสะดวกในการสั่งซื้อและการส่งมอบ
นอกจากปัจจัย 3 ข้อ ดังข้างต้นแล้ว ผู้ซื้อควรพิจารณาเรื่องความสะดวกในการสั่งซื้อ โดยเลือก ซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อประหยัดเวลาในการติดต่อ-สั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังทำให้การส่งมอบสะดวกรวดเร็วมากกว่าการนำเข้าจาก ต่างประเทศ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://engineerknowledge.blogspot.com27/8/56
โดย saweang | มี.ค. 24, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
“กระเบื้องยาง” หรือ “กระเบื้องไวนิล” เป็นวัสดุปูพื้นที่ใช้ง่าย สามารถทำการติดตั้งได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะให้บรรยากาศคล้ายตกแต่งด้วยพื้นไม้ โดยกระเบื้องยางสามารถนำมาติดตั้งบนพื้นทั่วไป อาทิเช่น พื้นคอนกรีตพื้นหิน ขัดพื้นไม้เก่าหรือใหม่ เป็นต้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดพื้นดังกล่าวจะต้องมีลักษณะแห้งเรียบแข็ง สะอาดจึงจะทำให้ผลงานที่ออกมาดีที่สุด
ขั้นตอนการติดตั้งกระเบื้องยาง (ด้วยตนเอง)
1. การจัดเตรียมอุปกรณ์
– กาวขาวสำหรับติดพื้นไม้
– กาวยาง
– เหล็กแซะ
– หินขัดพื้นชนิดหยาบ
– คัตเตอร์
– ตลับเมตร
– ไม้กวาด
– พัดลม
– เชือกตีฝุ่นคลุก (บักเต้า)
– ลูกกลิ้ง 30 – 50 กิโลกรัม
– เกรียงลงกาว
– ไม้ม็อบถูพื้น
2. การตรวจสอบพื้นที่ก่อนการติดตั้ง
เนื่องจากกระเบื้องยางเป็นวัสดุที่ติดตั้งแนบพี้นคุณภาพของพื้นจึงเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง พื้นที่ที่จะติดตั้งกระเบื้องยางจึงจำเป็นจะต้องมีผิวหน้า เรียบ แข็ง แห้ง สะอาด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับแต่งพื้น และเตรียมให้เรียบร้อยเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือติดตั้ง การติดตั้งกระเบื้องยางในชั้นล่าง ควรมีการตรวจสอบความชื้นของพื้นก่อน โดยใช้ภาชนะวางคว่ำลงบนพื้นและใช้วัสดุที่มีน้ำหนักวางทับไว้ ประมาณ 1 คืน แล้วเปิดดูว่ามีไอน้ำเกาะภายในภาชนะไม่ ถ้ามีแสดงว่าพื้นมีความชึ้น ไม่เหมาะที่จะติดตั้งกระเบื้องยาง
• พื้นคอนกรีต
ในกรณีเป็นพื้นคอนกรีต ให้ใช้คอนกรีตแซะงัดเศษปูนที่อาจติดอยู่กับพื้น แล้วใช้หินขัด ๆ ให้เรียบทั่วพื้นและตามซอกมุม แล้วใช้ไม้กวาดทำความสะอาด (ถ้าพื้นสูงต่ำไม่ได้ระดับ เป็นหลุมบ่อหรือมีรอยต่อจะต้องปรับปรุงและตกแต่งด้วยซิเมนต์ให้เรียบได้ระดับและขัดมัน
เสียก่อน) หมายเหตุ : พื้นก่อนติดตั้ง จำเป็นต้องแห้งสนิท เพราะฉะนั้นจึงห้ามล้างพื้นด้วยน้ำ ก่อนติดตั้งโดยเด็ดขาด
• พื้นไม้
ในกรณีเป็นพื้นไม้ให้ขัดและตกแต่งพื้นหน้าให้เรียบและปราศจากร่องของรอยต่อ (ถ้าเป็นพื้นเก่าและไม่แข็งแรงให้ซ่อมและตีตะปูยึดให้แน่นก่อน)
3. วิธีการปูพื้นกระเบื้องยาง
• วิธีจับแนว
สำหรับห้องขนาดเล็ก เพื่อความสะดวกในการวางของและติดตั้ง ควรจะเริ่มต้นติดตั้ง จากประตูเข้าไป (สำหรับห้องโถงใหญ่อาจใช้แนวกลางห้องเป็นหลัก)ในกรณีเริ่มติดตั้งจาก ประตูเข้าไป ให้ถือด้านยาวของกำแพงห้องเป็นหลักวาง เส้นแนวให้ขนานนี้ห่างจากกำแพงเป็น ระยะซึ่งคำนวณดูแล้วว่า เมื่อติดตั้งกระเบื้องเต็มห้องแล้วกระเบื้องแผ่นที่ติดกำแพงที่จะต้องถูกตัดออก นั้นจะมีขนาดเฉลี่ยเท่ากันหมด และไม่เล็กจนเกินไปเมื่อ กำหนดแนวเส้น หลักได้แล้วให้ทำเครื่องหมาย กากบาทที่หัวและท้ายของเชือกตีเส้น และเว้นการทากาวตรงที่กากบาทไว้
• วิธีลงกาว
สำหรับการติดตั้งกระเบื้องยาง ก่อนที่จะลงกาวควรจะคนกาวในถังให้ผสมทั่วกันก่อน แล้วจึงค่อยเทกาวลงบนพื้น ครั้งละประมาณ 1 – 2 กก. ขั้นต่อไปให้ใช้เกรียงที่เซาะร่องฟันปลาไว้แล้ว ปาดกาวให้สม่ำเสมอไม่ควรลงกาว ครั้งหนึ่ง ๆ เกินกว่าเนื้อที่ 30 ตารางเมตร และทิ้งไว้ประมาณ 20 – 30 นาที พอกาว แห้งหมาด ๆ ใช้นิ้วแตะดูถ้ากาวไม่ติดนิ้ว ให้ใช้เชือกตีเส้นตรงที่ทำเครื่องหมายกากบาท ไว้ทั้งหัวท้าย ที่ได้ทำไว้แล้วในตอนจับแนว โดยดีดเส้นเชือกให้ทิ้งรอยสีเป็นแนวไว้บน กาวเส้นนี้ให้ถือ เป็นแนวหลักในการติดตั้งกระเบื้องยางการตีเส้นแนวและติดตั้ง กระเบื้องยางบนพื้นที่ที่ กาวแห้งแล้วนั้น ให้วางแผ่นกระเบื้องยางไว้สำหรับเดินเข้าไป การติดตั้งให้ติดตาม แนวเส้นเป็นอันดับแรกโดยติดตั้งไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ซึ่งกระเบื้องที่วางไว้สำหรับเดินเข้าไป ติดตั้งสามารถแกะออกมาใช้ติดตั้งได้อีก
• วิธีการปูพื้น
โดยปกติกระเบื้องยางจะมีการยืดและหดตัว ซึ่งจะหดทางด้านตามมากกว่าทางด้านขวาง (สังเกตได้จากเส้นลายบนกระเบื้องยาง) ฉะนั้นการติดตั้งที่ถูกต้อง จะต้องติดเป็นลายขัด มุมกระเบื้องยางทุก ๆ แผ่น จะต้องติดสนิทกับพื้น ถ้ากระเบื้องยางแผ่นที่ติดกำแพงไม่พอดี กับขนาดของกระเบื้องยางก็ตองตัดด้วยมีด คัตเตอร์ทีละแผ่นและเมื่อติดตั้งกระเบื้องยางเสร็จเรียบร้อย ให้ใช้ลูกกลิ้งน้ำหนักประมาณ 50 กก. กลิ้งบดทับทันที เพื่อให้กระเบ้องยางทุกแผ่นติดแนบสนิทกับพื้น
4. วิธีการติดบัวเชิงผนัง
ให้เริ่มติดตั้งบัวเชิงผนัง จากมุมใดมุมหนึ่งของห้อง ตรงรอยต่อที่มุมห้อง หรือมุมเสาให้ตัด ต่อกันเป็นมุม 45 องศา โดยใช้มีดคัตเตอร์ตัดเฉพาะตีนบัวที่ติดกับพื้นเป็นมุม 45 องศา การทากาวยางให้ทาลงบนบัวด้านที่มีร่องและหนังตามความสูงของบัว ส่วนตีนบัวไม่ต้องทา รอให้แห้งแระมาณ 10 – 20 นาที พร้อมกับตรวจดูความเรียบร้อย จนมั่นใจเสียก่อนแล้วจึงค่อยติดตั้งเส้นต่อไป เมื่อติดตั้งแล้วต้องใช้ “กาวเชื่อม” หยอด บริเวณรอยต่อของบัวแต่ละเส้นเพื่อป้องกันการหดตัวของบัวเชิงผนัง
5. วิธีการติดพื้นบนขั้นบันไดตัวจบต่างระดับ และเก็บขอบ
จมูกยางใช้ติดตั้งตรงบริเวณจบกระเบื้องยางกับพื้นที่ต่างระดับ หรือ รอบขอบขั้นบันไดเพื่อกันลื่น รอยต่อที่มุมบันไดให้ตัดต่อกันเป็นมุม 45 องศา การติดตั้งควรทำหลังจากที่ติดกระเบื้องยาง ลูกตั้งบันไดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เส้นขอบยาง ใช้ติดตั้งบริเวณจบกระเบื้องยางกับพื้นระดับเดียวกันหรือจบตรงช่องประตูเพื่อกันสะดุด การติดตั้งจมูกยางและเส้นขอบยางให้ใช้กาวยางทาบริเวณที่ติดตั้งและเมื่อ ทากาวยางแล้ว ต้องทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 10 – 20 นาที
หมายเหตุ : พื้นที่ ที่ติดตั้งกระเบื้องยางเสร็จไม่ควรใช้น้ำล้างทำความสะอาทันที ต้องปล่อยให้กาวแห้ง สนิท 2 – 3 วันก่อน และห้ามเคลื่อนย้ายของหนัก ๆ ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ และควร เปิดโล่งให้อากาศถ่ายเทรอยเปื้อนดำหลังการติดตั้งอาจเกิดจากกาวดำให้ใช้ผ้าชุบน้ำผสม น้ำมันก๊าดเล็กน้อย บิดผ้าหมาด ๆ เช็ดออกแต่ควรระมัดระวังให้มาก หรือใช้ขี้ผึ้งขัดเงา ขัดออกก็ได้
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.เก้าพันกรุ๊ป.com/
โดย saweang | ก.พ. 26, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
หลายๆคนอาจจะมีข้อสงสัยครับว่า จะแต่งห้องยังไงให้ออกมาสไตล์โมเดิร์นที่สุด แต่แล้วความเป็นโมเดิร์นของแต่ละคนก็ไมเหมือนกัน แต่พวกเรา Homebuddy จะมาแนะนำเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆกันให้ฟังนั่นก็คือ ถ้าคิดจะออกแบบห้องนอนให้เป็นสไตล์โมเดิร์นแล้ว การเลือกเฟอร์นิเจอร์กับเครื่องนอนเป็นเรื่องสำคัญมาก เฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นตู้ เตียงนอน หรือ โต๊ะนั่งเล่น ควรเลือกสไตล์แบบเรียบๆ สีสันไม่ฉูดฉาดมาก ไม่มีลายเยอะมากจนเกินไป เตียงควรเลือกเตียงที่ยกไม่สูงจากพื้นมาก เพราะต้องออกแบบส่วนที่นอนให้ไม่สูงมากครับ ส่วนเครื่องนอนต่างๆไม่ว่าจะเป็นผ้าห่ม หรือ หมอนต่างๆ ควรเลือกสีที่เป็นสีโทนเดียวกัน หรือ ตัดกันให้เข้ากันครับ เช่น ขาว-ดำ น้ำตาล-ขาว เพียงเท่านี้ห้องนอนก็จะดูโมเดิร์นขึ้นมากกว่าเดิม เรื่องสำคัญที่ควรระวังนั่นก็คือ เฟอร์นิเจอร์ควรเลือกใช้ให้น้อยที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะรก จนเกะกะตาเกินไปครับ

Credit:https://www.pinterest.com
ผนังห้องนอนควรเป็นสีโทนเดียว
สำหรับเพื่อนๆที่คิดจะออกแบบห้องนอนด้วยสไตล์โมเดิร์นนั้น ปัจจัยสำคัญหลักๆเลยจะอยู่ที่ผนังของห้อนอนครับ ควรใช้สีโทนเดียว คือ จะขาวก็ขาว จะดำก็ดำ ไม่ควรใช้ลวดลายที่เยอะมากเกินไปจะทำให้ออกไปเป็นแนวแฟนตาซี ถ้าเป็นสีอ่อนก็เป็นสีเดียว หรือ สองสีตัดกัน ถ้าเยอะๆก็จะออกแบบห้องเป็นสีพาสเทลหวานสดใสเกินไป ดังนั้นถ้าเลือกเครื่องนอนเป็นสีดำ ก็ควรใช้ผนังเป็นสีขาว ส่วนการตกแต่งกรอบรูป หรือ รูปภาพก็ไม่ควรเยอะจนเกินไป ติดไว้แค่รูปสองรูปก็พอ เพื่อความสบายตา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ฮวงจุ้ยของห้องนอนด้วยครับ
แนะนำ 7 ไอเดียห้องนอนสไตล์โมเดิร์น ขาว-ดำ
จะออกแบบห้องให้โมเดิร์นแบบต้นฉบับก็คงเป็นสีโทนขาว-ดำ ครับ เพราะดูเป็นสไตล์ที่เรียบๆง่ายๆ ทำความสะอาดง่าย ผ่อนคลาย หาซื้อง่าย ทำความสะอาดง่าย ไม่เก่าง่าย ข้อดีมีมากมายเลยล่ะครับ เอาเป็นว่าจะมีไอเดียไหนสวยถูกใจกันบ้าง? ไปดูกันเลยครับ

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com
7 ไอเดียแนะนำห้องนอนสไตล์เรียบหรู ดูแพง
นอกจากไอเดียสีขาว-ดำ แล้ว ความเรียบ ความหรู ก็จะทำให้ห้องนั้นดูโมเดิร์นขึ้นมาได้เหมือนกันครับ แต่ได้ความหรูมา ราคาต่างๆ ก็จะค่อนข้างแพงขึ้นมาเหมือนกัน แต่ถ้าใจรักแบบนี้ก็ทุ่มเท เปย์ให้เต็มที่ สำหรับไอเดียทั้งหมดนี้มันจะดูโมเดิร์นขนาดไหน? เข้ากันแค่ไหน? เราไปติดตามชมไอเดียเหล่านี้ไปพร้อมๆกันเลยครับ

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com
7 ไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นวินเทจ ผสมได้ลงตัวสุด
ถ้าหากใครอยากแต่งห้องสไตล์โมเดิร์น แต่ก็ทิ้งแนววินเทจไม่ได้ พวกเรา Homebuddy ก็ได้รวบรวมไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นผสมวินเทจมาให้ชมกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีแต่สวยๆ ทั้งนั้นเลยครับ ถ้าหากว่าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยครับว่า จะมีไอเดียไหนบ้างที่สวยถูกใจเพื่อนๆ

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com

Credit: https://www.pinterest.com
การออกแบบต่างๆควรมีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าครับ ไม่ว่าจะเป็นหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ หาช่างในการทำ อีกทั้งต้องจำลองออกแบบกราฟฟิค หรือ รูปแบบสำหรับห้องนอนเอาไว้ล่วงหน้าก็จะดีมากเลยล่ะครับ เพราะกว่าจะหาสไตล์ที่ใช่ได้จริงๆก็อาจจะต้องลองหลายๆแบบเลยล่ะครับ ผิดๆถูกๆ เดี้ยวก็เจอแบบที่ใช่เอง ก็เป็นอันจบไปแล้วนะครับสำหรับ บทความจะออกแบบห้องนอนอย่างไร? ให้โมเดิร์น Homebuddy มีคำตอบ มีคำแนะนำ และ ไอเดียดีๆมากมายเลยใช่ไหมล่ะครับ ถูกใจกันบ้างไหมเอ่ย ถ้าหากชอบอย่าลืมบอกต่อด้วยการกด Share บทความนี้ อยากให้กำลังใจก็กด Like ให้พวกเราด้วยนะครับ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาไอเดียออกแบบบ้าน รีโนเวท ตกแต่ง รวมถึงไอเดีย โคมไฟ DIY ทุกเรื่องเกี่ยวกับบ้าน สามารถติดตามบทความดีๆมีสาระได้ที่ Homebuddy.in.th สุดท้ายนี้พวกเราต้องขอตัวลาไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า “Homebuddy สวัสดีครับ”
ขอบคุณช้อมูลจากhttps://homebuddy.in.th/how-to-bedroom-modern-style/
โดย saweang | ก.พ. 26, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
จากการแจกแบบฟรีให้กับสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ที่ต้องการปลูกสร้างบ้านตามแนวความคิดของผมนั้น ทุกท่านต่างถามหารายการวัสดุพร้อมยื่นกู้ธนาคาร และยินดีช่วยเหลือ การแบ่งปันแบบบ้านในครั้งนี้ ดังนั้นผมจึงขอขายในราคาปรกติตามลิงค์นี้ครับผม https://www.thaidrawing.com/?p=27411 พร้อมชมแบบบ้านแล้วเสร็จ
- แบบบ้าน Modern Home Office พร้อมก่อสร้าง
– แบบสถาปัตยกรรม
– แบบโครงสร้าง
– แบบไฟฟ้า
– แบบประปา
- รายการวัสดุ หรือ Boq สำหรับยื่นกู้ธนาคาร
- จัดส่งฟรี Ems ทั่วประเทศ
จากรายการข้างต้นไม่ได้หมายความว่าท่านจะดาวน์โหลดแบบบ้านของเราไม่ได้นะครับ ท่านยังสามารถดาวน์โหลดได้ตามปรกติ ตามแบบเดิมที่เคยแจกครับ แต่สิ่งที่ผมขายนั้น สำหรับลูกค้าที่คิดว่าราคานี้เหมาะสมและคุ้มค่ากับเงินของท่านครับ

รูปด้านหน้าของงานมุงแผ่นหลังงคาบ้าน
วันนี้ผมได้ตัดสินใจที่จะสร้างบ้านสำหรับตนเองและภรรยาที่อยู่ด้วยกันมาถึง 6 ปีแต่ก็ยังไม่มีบุตร สำหรับบทความนี้ผมจะพูดถึงแนวคิดในการสร้างบ้านราคาถูกด้วยตัวผมเอง จริง ๆ ผมก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายอะไร เพราะฉะนั้นการจะสร้างบ้านนั้นผมต้องได้อยู่ในงบประมาณที่มี
- ผมได้เลือกแบบบ้านที่ผมได้ออกแบบให้กับอาจารย์ของผมเองเป็นแบบบ้าน Modern Home Office และแบบที่ผมเลือกด้วยเหตุผลดังนี้..
- มีกันอยู่แค่สองคน เพราะฉะนั้นต้องเป็นแบบห้องนอนเดียว และ 1 ห้องน้ำ
- เป็นแบบบ้านชั้นเดียว เพราะต้องการความประหยัดในการก่อสร้าง
- มีสถานที่สำหรับจัดสอนงานเขียนแบบที่ผมจะเปิดสอนหากทำแบบบ้านหลังนี้เสร็จ
- ไม่ใหญ่มากและไม่เล็กจนเกินไป เน้นแบบอบอุ่น ดูแตกต่างจากเพื่อนบ้าน
สิ่งที่ท่านจะได้รู้และได้เห็นคือวิธีการทำงานในรูปแบบของผมเองที่จะนำมาเผยแพร่ให้ทุกท่านได้ดูเป็นตัวอย่างถึงหลักการณ์สร้างบ้านราคาถูก ซึ่งผมจะพูดตั้งแต่งานถมดิน ไปจนสร้างเสร็จเลยทีเดียวครับ
สิ่งนึงที่ผมคิดไว้อยู่เสมอก็คือ ผมมองที่ตัวเองก่อนครับว่าผมเองนั้นต้องการอะไรบ้างในชีวิต ไม่ต้องเผื่อมาก คนไม่มีลูกอย่างผมจึงไม่ต้องการอะไรมากมายเท่าไรนัก เมื่อเรามองตัวเองแล้วก็ต้องมองสิ่งรอบตัวว่าเรามีอะไรบ้าง มีเงินแค่ไหน มีกำลังในการทำงานแค่ไหน ไม่สนใจเพื่อนบ้านที่มีอาชีพการงานที่ดีกว่า แต่ผมจะมองสิ่งที่ตนเองมี ผมก็ทำไปตามนั้นครับ ซึ่งตอนนี้ผมมีเงินอยู่กับตัวเพียง 100,000 บาทและผมพร้อมที่จะเริ่มสร้างบ้านหลังนี้ และผมจะไม่หยิบยืมเงินหรือกู้ธนาคาร หรือนายทุนใดใด เรียกว่าตามกำลัง และอยู่กับสิ่งที่ตนเองมี
รีวิว แบบบ้าน Modern Home Office กันสักเล็กน้อยครับผม





ภาพแบบบ้านโดยรวมครับ ดูหลาย ๆ มุมมอง และดูทรงหลังคาให้ชัดเจน เป็นแบบบ้านเรียบง่ายเน้นการก่อสร้างที่ดูแตกต่างจากชาวบ้านแถวนี้ที่ขึ้นบ้านกันเป็นทรงจั่วเสา 9 ต้น แต่เรื่องราคาค่าก่อสร้างของแบบบ้านชุดนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับแบบบ้านของคนชนบทเลยแม้แต่น้อย ผมเคยถามผู้รับเหมาแถวนี้แล้วนะครับ ค่ายกบ้านพร้อมมุงหลังคาแต่ยังไม่เทคานคอดินอยู่ที่จำนวนเสาครับ 1800-2500 ต่อต้น
เรามาเริ่มกันก่อนเลยดีกว่าครับ โดยก่อนเริ่มเราต้องมีแผนอยู่ในใจไม่ใช่ทำไปคิดไป เราต้องคิดก่อนแล้วค่อยลงมือทำ และแบบบ้านหลังนี้ผมจะใช้สำสำเร็จรูปหน้า 15 ซม. เพื่อช่วยให้ประหยัดค่าแรงในการก่อสร้าง และเวลาในการก่อสร้างอีกด้วยครับ แต่อย่างไรก็ยังคงฐานรากไว้เหมือนเดิม
- เริ่มจากแบบบ้านก่อนครับ ผมได้นั่งทำแบบบ้าน เขียนแบบบ้าน และจัดวางระยะต่าง ๆ โดยเริ่มจากการเขียน ผังบริเวณให้กับบ้านว่าจะตั้งบ้านไว้ตรงจุดไหนของที่ดิน ซึ่งที่ดินผมมีทั้งหมด 7 ไร่ในการปลูกสร้างบ้านหลังนี้ เนื่องจาก ผมจะแบ่งพื้นที่ด้านหน้าให้เป็นพื้นที่สำหรับปลูกบ้านส่วนด้านหลังจะเป็นงานสวนทั้งหมด โดยจะปลูกพืชที่สามารถกินและสร้างรายได้ให้กับตนเองเป็นหลัก
- ดาวน์โหลดแบบบ้านแบบอัปเดทเรื่อย ๆ ฟรี ( หากใครเห็นใจสามารถบริจาคได้ครับที่ ติดต่อเรา 500.- ก็ได้ครับเป็นค่าแบบ ค่าเขียนแบบสำหรับผู้ที่จะนำไปก่อสร้าง ไม่ได้บังคับนะครับตามสบาย และท่านใดที่นำไปสร้างจริง ช่วยส่งรูปมาให้ดูหรือนำมารีวิวบนเว็บด้วยนะครับผมที่ touchourdesign@gmail.com )- ไฟล์แบบบ้าน สวนพ่อทองคำ ประจำวันที่ 23-1-2556 ( พร้อมโหลด….)
– ไฟล์แบบบ้าน สวนพ่อทองคำ ประจำวันที่
* ไม่ใช่สมาชิกจะดาวน์โหลดไม่ได้นะครับ อย่างไรก็สมัครสมาชิกกันก่อนครับผม เสร็จแล้วก็เข้าระบบ แล้วค่อยมากดโหลด
- ปรับดิน : บ้านหลังนี้ผมยกพื้นที่ 50 เซนติเมตรและผมจะเทคานหน้า 15 x 50 ซม. วางไว้บนพื้นดิน แล้วเข้าแบบดังนั้นผมจึงยกพื้นดินขั้นมาจากพื้นดินเดิมประมาณ 40 เซนติเมตรเพื่อให้ดูเป็นบ้านยกพื้นสูง แต่ผมไม่สร้างแบบยกพื้นสูงเพราะค่าก่อสร้างจะสูงตามทำให้เงิน 100,000 บาทในการเริ่มต้นสร้างบ้านของผมนั้นไม่เพียงพอกับการสร้างบ้าน ( ไม่ได้หมายความว่า 100,000 บาท ) จะสร้างบ้านเสร็จนะผมจะสร้างไปเรื่อย ๆ ด้วยกำลังของตนเองและเน้นทำเองเพื่อให้ได้บ้านที่ถูกที่สุด และมั่นคงแข็งแรงในแบบฉบับของผมเอง
- งานปรับดินให้ได้ระดับดินสูงผมใช้รถไถนาของน้องชายครับ เป็นรถไถฟอร์ด ซึ่งผมต้องเริ่มแบบไม่ต้องนำดินเข้ามา เพื่อลดต้นทุนในการทำงาน ผมจ่ายค่าคนขับไป 500 บาท และเติมน้ำมันให้น้องชายไป 20 ลิตรหรือ 600 บาท งานปรับดินผมลงทุนไป 1,100 บาทผมก็ได้พื้นที่พร้อมปลูกบ้าน
- เนื่องจาก ณ. ตอนนี้เป็นฤดูแล้งดินจะแข็งและร่วนเป็นฝุ่น เมื่อเรานำดินมาปรับถมแล้วไม่บดอัด จะเกิดโพรงและอากาศในดิน เวลาขุดหลุมก็จะลำบากมากเพราะจะขุดเป็นรูปสี่เหลี่ยมไม่ได้ ( นึกถึงตอนเราขุดหินที่กองไว้ ) หรือ จะขุดเพื่อเป็นแบบในการเทฐานรากไม่ได้ ดังนั้น ผมต้องสูบน้ำใส่ครับ เพื่อให้ดินอิ่มตัวและทรุดเพื่อลดช่องว่างหรือโพรงอากาศ ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลา ผมปั้นคันดินเพื่อกักน้ำ และสูบน้ำใส่จนเต็มทิ้งไว้ กะว่าพอดินแห้งหมาด ๆ แล้วจะเริ่มขุดหลุมเพื่อเทฐานราก

เนื่องจากว่าดินนั้นเป็นดินเหนียวเมื่อถูกน้ำเข้าไปทำให้หน้าดินละลายกลายเป็นเนื้อโคลนเหนียวทำให้น้ำไม่สามารถลงไปถึงดินชั้นล่างได้ ผมก็ได้แช่น้ำไว้อย่างนั้น รอสักสองอาทิตย์ก็จะนำรถไถขึ้นไปเหยียบให้แน่นและตอนนี้ก็ต้องรอเวลาครับ ไม่รีบร้อน และระหว่างการรอดินแห้ง ผมจักทำแบบบ้านหลังนี้ให้จบเพื่อทุกท่านจะได้นำไปก่อสร้างได้ครับ…

หลังจากที่ผมสูบน้ำใส่แล้วปรากฎว่าน้ำไม่สามารถซึมลงไปยังดินเดิมได้เนื่องจากพื้นที่เป็นดินเหนียว ดังนั้นผมจึงหยุดเพื่อให้น้ำชุดแรกแห้งหมาดก่อนปรากฎว่าดินแตกระแหงจึงเป็นการรอคอยที่ดิน เพราะเมื่อหน้าดินแตกระแหงแสดงว่าเป็นการดีถ้าเราสูบน้ำใส่อีกครั้งนึง คราวนี้น้ำต้องไหลลงซึมไปทั่วดินที่เราถมใหม่อย่างแน่นอนครับ ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีในการทำให้ดินทรุดตัวลงและสามารถขุด ขึ้นรูปโดยง้ายและบดอัดได้ด้วยการนำรถไถขึ้นไปเหยียบครับ ( รถไถหนักไม่ต่ำกว่า 4 ตัน )
หลังจากที่ผมได้ลดน้ำบนพื้นผิวดินไปแล้วกว่า 3 รอบดังนั้นผมจึงเห็นควรแล้วที่จะเริ่มวางผังปักหมุดกันได้แล้ว รายการต่อไปก็คือผมจะต้องไปซื้อเหล็ก RB 9 mm. มาและลวดผูกเหล็กพร้อมทั้งประแจดัดเหล็ก ผมเน้นทำเองเป็นส่วนใหญ่ครับ ค่อย ๆ สร้างไปเรื่อย ๆ และระหว่างนี้ผมก็สั่งทรายหยาบเข้ามาเตรียมพร้อมสำหรับการแทฐานรากไว้ก่อน
ทรายหยาบคิวละ 100 บาท
รายการวัสดุหรือ BOQ สำหรับแบบบ้าน Modern Home Office
- ค่าถมดิน 500 บาท
- ทรายหยาย 500 บาท ( 5 คิว ) นำรถ 10 ล้อของน้องชายไปบรรทุกมาจากท่าทรายเลย ไม่เสียค่าน้ำมันเนื่องจากเป็นฤดูการตัดอ้อย ท่าทรายอยู่ข้างถนน และทางผ่านพอดี จัดไปครับ
อัปเดทแบบบ้านกันสักเล็กน้อยครับ เป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในบ้านครับ ต่อเติมห้องครัวออกทางหลังบ้านพร้อมห้องน้ำไปอยู่ในห้องครัวเพื่อเหลือพื้นที่ห้องพักผ่อนกว้างขึ้น หลังจากนั้นผมก็ย้ายประตูห้องครัวไปไว้ข้างนอกแทน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านครับ หลังจากปรับแบบบ้านแล้วพรุ่งนี้ไปซื้อเหล็กโครงสร้างกัน

ห้องครัวและห้องน้ำด้านนอกบ้าน

ด้านข้าง 4 มุมมองหน้าต่างด้านข้าง

แปลนพื้นแสดงการต่อเติมแบบบ้าน

ด้านหลังแสดงการเปิดห้องครัวและกรงกันขโมย

มุมมองเพื่อความสวยงามของบ้าน
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.thaidrawing.com/10084.html
โดย saweang | ก.พ. 24, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก

มีพื้นที่อยู่นิดหน่อยข้างบ้านญาติมีช่องพอจะสร้างบ้านให้กับลูกสาว ลองไปวัดดูหน้ากว้าง 7 เมตรกว่าๆ ส่วนด้านลึกได้เกือบ 20 เมตร จึงได้ถางหญ้าและตัดต้นไม้ที่ปลูกขวางไว้ออกและได้สั่งหินคลุกมาลงเพื่อปรับหน้าดิน 3 คันรถหกล้อ คันละ 1300 บาท รวม 3,900 บาท
ลองวาดแบบบ้านเองโดยอาศัยจากในห้องนี้ล่ะ ลอกการบ้านเอาคิดว่าพอกับพื้นที่ที่เรามีอยู่และไม่ใหญ่โตจนเกินไปให้สามารถอยู่ได้ 3 คน พ่อแม่ลูก ก็เพียงพอแล้วแบบบ้านจึงออกมาตามที่เห็น แต่มีแก้ไขพื้นที่ห้องนอนขยายเพิ่มเป็น 4 x 3 เมตร เพราะมีพื้นที่ด้านหลังว่างมากเลยอยากให้ห้องนอนเท่ากันทั้ง 2 ห้อง (ลูกสาวแอบบนอยด์เมื่อเห็นแบบบอกว่าทำไมห้องหนูเล็กกว่าห้องแม่อีกล่ะ) 555




หลังจากพอใจในแบบบ้านแล้วจึงไปติดต่อช่างประจำหมู่บ้าน ซึ่งก็คือลุงนั่นเองให้คิดค่าแรงแบบเหมาและแบบถูกๆ เคาะออกมาที่ 55,000 บาท ทำจนเข้าอยู่ได้รวมเบ็ดเสร็จทุกอย่างที่เป็นงานช่าง
ยกเว้นวัสดุการก่อสร้างและตกแต่ง เป็นอันตกลงลงมือสั่งของตีผังโดยใช้เหล็กแปมาแทนไม้หน้าสามในการตีผังเพื่อประหยัดเงินในการซื้อไม้ส่วนเสาใช้ไม้ค้ำเสาเอามาใช้ก่อนเสร็จแล้วค่อยรื้อถอน

สั่งซื้อของเรียบร้อยไปหาฤกษ์กับพระอาจารย์ที่วัดได้ฤกษ์ดี วันที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 09.09 น. จึงจัดพิธียกเสาเอกโดยจัดทำเองทั้งหมดไม่ได้จ้างใครใดๆทั้งสิ้น อาศัย อากู๋ ในการค้นหาจังหวะดีมีหลวงลุงมาเยี่ยมญาติพอดีเลยนิมนต์ให้มาชยันโตตอนยกเสาเอกจะได้เป็นศิริมงคลกับบ้านและคนอาศัย




หลังจากยกเสาเอกเป็นที่เรียบร้อย โดนเงินติดหัวเสาให้กับช่างไป 1 พัน เพราะความที่ไม่รู้ว่าเมื่อติดยอดเสาเอกแล้วต้องยกให้ช่างด้วยความที่อยากให้มีเงินไหลมาเทมามากๆเลยติดแบงค์พัน พอไปลาเจ้าที่เจ้าทางเท่านั้นล่ะจะเป็นลมช่างมารอรับเงินเลย 555 แต่ก็คุ้มจากการทำงานด้วยช่าง 2 คน ผู้ช่วยกรรมกร 1 คน ช่วยกันแบกเสาหน้า 5 ยาว 8 ศอก แบบสบายๆแค่มีแผลพองที่หลังนิดหน่อย และช่วยกันนำเสาลงหลุมจำนวน 12 ต้น ครบทุกต้นพร้อมไม้ค้ำยัน วันรุ่งขึ้นรอตั้งเสาให้ได้ที่อีกทีหนึ่ง


พอดีติดธุระนิดหน่อย หลังจากตั้งเสา โดยการดิ่งและขึงเอ็นจากล่างไปบนเรียบร้อยแล้ว ช่างก็ได้เทปูนกลบตีนช้างเสาและกลบดินเรียบร้อย


เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้ผูกเหล็กทำคานและก่ออิฐบล็อคทำเป็นแบบโดยไม่ต้องรื้อออกประหยัดไม้ทำแบบและน่าจะแข็งแรงมากขึ้น เพื่อรอปูแผ่นพื้นสำเร็จ ที่สั่งเข้ามาวันนี้ สรุป 1 สัปดาห์เสร็จถึงการเทคานเรียบร้อยโดยใช้ช่างแค่ 2 คน ถือว่างานเร็วใช้ได้เพราะเป็นงานเหมา มีความคืบหน้าจะมาต่อให้จนบ้านเสร็จนะครับ อย่าเพิ่งเบื่อล่ะ
ตอนนี้ใช้เงินไปแล้วประมาณ 123,741 บาท โดยซื้อไปแล้วทั้งหมดยกเว้น ฝ้า กระเบื้อง แผ่นเมทัลชีท ปูนฉาบ สี ประปา ไฟฟ้า ประมาณการส่วนที่เหลือไม่น่าจะเกิน 80,000 บาท และค่าแรงอีก 50,000 บาท (เบิกไปแล้ว 5,000 บาท) รวมทั้งสิ้นไม่น่าจะเกิน 250,000 บาท หมายเหตุ ฝ้าใช้แบบฝ้าแขวนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย


หลังจากกลับไปดูเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ช่างได้ปูพื้นสำเร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังขึ้นโครงหลังคา แต่ติดปัญหาที่น้องฝนผ่านมาพอดีทำให้ทำงานล่าช้าไปบ้าง เพราะงานเชื่อมกับน้องน้ำเข้ากันไม่ได้จริงๆ ได้ทำงานแค่วันละ 2-3 ชม. แต่วันนี้ให้แฟนถ่ายรูปส่งมาให้ดูก็จะเห็นว่าโครงหลังคาใกล้เสร็จแล้วติดแปเรัยบร้อยเหลือแค่ติดซอยสำหรับติดไม้เฌอร่าเท่านั้น คาดว่าวันนี้คงจะมุงหลังคาเมทัลชีทได้เนื่องจากสั่งมาแล้วเมื่อวานนี้ ต่อไปคงจะเริ่มทำแบบเทพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปพร้อมทั้งก่อผนังกั้นห้องตามแบบต่อไป
หมายเหตุ ที่เห็นคานหน้ายังไม่ทำเพราะรอให้รถขนแผ่นพื้นเข้าไปส่งด้านในได้เนื่องจากพื้นที่จำกัดไม่สามารถขยับได้


หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ทำการเททับหน้าแผ่นพื้นสำเร็จรูป รอปูนแห้งและเซ็ตตัว 2-3 วัน จึงได้เริ่มทำการก่ออิฐบล๊อกทำผนังกั้นห้องต่างๆตามแบบที่วางไว้ แต่ก็มีปัญหากับช่างตลอดเพราะช่างอยากให้ห้องนอนอยู่ทางเดียวกันแต่เราอยากได้คนละฝั่งอยากให้มีสเต็ปในการแบ่งห้อง แต่ช่างบอกจะได้มีพื้นที่กว้างๆทะลุจากห้องรับแขกไปยังห้องครัว ต้องใช้ ม.44 ช่างถึงจะยอมทำต่อ คืออารมย์เราอยากได้อะไรที่มันลึกลับซับซ้อนหน่อยเวลาเข้ามาในบ้านไม่อยากให้ใครเห็นอะไรๆจนทะลุประตูหลัง ยอมเสียงบเพิ่มอีกนิดหน่อยแต่ได้ความพึงพอใจ ซึ่งเราก็ยอมลดงบประมาณจากฝ้าแผ่นเรียบมาเป็นฝ้าแขวนแล้ว (สาเหตุเพราะช่างไม่ถนัดฝ้าเรียบ 555) และเราเห็นดีด้วยจะได้ไม่มีปัญหาในการเดินระบบไฟฟ้าในภายหลัง


หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ งานก่อสร้างยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่เนื่องจากติดช่วงเทศกาลหวยออก ช่างผู้รับเหมาโชคดีถูกเลขท้าย 2 ตัว เลยหยุดไปใช้เงินซะ 3 วัน คาดว่าเงินหมดคงจะมาเริ่มทำงานต่อได้ ดังนั้นจึงได้แค่การกั้นห้องต่างๆและเทคานเอ็นไว้รอติดตั้งหน้าต่างเท่านั้น ซึ่งเมื่อวานก็ได้แวะเข้าไปบอกช่างเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ เช่นในห้องน้ำ
เคาน์เตอร์ครัว ฯลฯ ซึ่งต้องแจ้งด้วยปากเปล่าห้ามทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพราะช่างจะไม่อ่านอย่างเด็ดขาด เฮ้อ… ถูกและดีไม่มีในโลก แต่ก็เอาเถอะทนทำกันมาจนใกล้จะเสร็จล่ะ ช่างแจ้งว่าไม่เกินวันที่ 20 เดือนกันยายน ย้ายเข้าอยู่ได้เลย แอบบ…ไม่เชื่อ แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้รีบร้อนเนื่องจากลูกสาวยังไม่ปิดเทอมรอต้นเดือนหน้าก็ไม่มีปัญหา
ช่วงนี้เลยไปติดต่อ อบต.ขออนุญาติก่อสร้างบ้าน เพื่อขอเลขที่บ้านเอาไว้ไปขอมิเตอร์ไฟฟ้า วันนี้เลยมีรูปไม่มากเท่าไหร่ซ้ำๆกันเพียงแค่อยากให้เห็นการก่ออิฐบล็อคที่ช่างก่อจนสุดปลายเสาทุกห้อง แถมมีบางช่องเล่นหวาดเสียวก่ออิฐบล็อคลงมาด้วยโดยวางอยู่ที่คานเอ็นและเสียบเหล็กเท่านั้น ซึ่งจริงๆต้องการให้เปิดโล่งแต่ด้วยความหวังดีของช่างบอกว่าสวยดี …อีกล่ะ…



เพิ่มเติม งานขุดหลุมฝังบ่อบำบัดและบ่อรองซึม สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยความลึกบ่อบำบัด 125 ซม. บ่อรองลึก 4 ปอก ปรับระดับลาดเอียงเรียบร้อย สามารถไปแจ้งที่สาธารณสุขตำบลเพื่อประกอบการขอเลขที่บ้านได้ล่ะ


ผ่านไปอีกสัปดาห์ได้งานฉาบปูนมาบ้างแล้ว ด้านข้างนอกบ้านเรียบร้อยล่ะเหลือด้านหน้ากับด้านหลัง และในส่วนห้องนอนอีก 1 ห้อง คาดว่าไม่เกินอีก 2 วัน งานฉาบปูนคงแล้วเสร็จ ทีนี้คงต่อด้วยงานติดไม้เฌอร่าและเตรียมงานทำฝ้าต่อไป เอาใจช่วยด้วยนะครับไม่ให้เกินงบ 250,000 บาท



สัปดาห์นี้งานก่อสร้างไม่ค่อยคืบหน้าเพราะช่างที่รับเหมาเทงานไม่ยอมทำงาน เลยต้องจ้างช่างเป็นจ๊อบๆ เช่น ตีไม้เฌอร่ากับใส่ครอบหลังคา ราคาค่าแรง 1,500 บาท ทำ 2 วันเสร็จ ก็ต้องยอมจ่ายเพื่อให้บ้านเสร็จที่เหลือก็งานเดินไฟฟ้า ฝ้า ปูกระเบื้อง และทาสี ได้ติดต่อผู้รับเหมาเป็นงานๆไปแล้ว โดยได้ราคาค่าแรง ดังนี้
1. เดินไฟฟ้าภายในคิดจุดละ 200 บาท
2. ฝ้าฉาบเรียบ ตรม.ละ 220 บาท ด้านในและชายคาราคาเท่ากัน
3. ปูกระเบื้อง ตรม.ละ 100 บาท ห้องน้ำ ตรม.ละ 120 บาท
4. ทาสียังหาช่างไม่ได้อาจจะต้องทาเอง อันนี้ไม่ซีเรียสตกลงกับลูกสาวว่าห้องใครอยากได้สีอะไรก็ทาเอาเอง 555



หลังจากหายไป 2 สัปดาห์ กว่าจะหาช่างมาทำงานจนแล้วเสร็จทั้งฉาบทั้งทำฝ้า จึงได้ฤกษ์ทาสีฝ้าและสีรองพื้น ซึ่งคิดว่าเป็นงานง่ายๆเลยไม่ได้จ้างช่างสีมาทำรอจ้างตอนทำสีจริงทีเดียวเลยจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ไหนได้ทาสีฝ้าเป็นอะไรที่ทรมานสังขารมากเนื่องจากต้องแหงนหน้าตลอดเวลาทำให้ปวดเมื่อยบริเวณต้นคอเป็นอย่างมาก
ส่วนสีรองพื้นก็กินกำลังแขนเป็นที่สุด ดีน่ะที่ ผบทบ.มาช่วยไม่งั้นถูกหามส่งโรงพยาบาลแน่ๆ แต่ก็ดีช่วยประหยัดค่าจ้างไปได้เยอะเลยใช้เวลาแค่ 1 วันทาสีฝ้าพื้นที่ 63 ตรม.และผนังภายใน 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องน้ำ เป็นผลสำเร็จ ช่วงนี้ก็รอช่างที่จะมีคิวว่างมาปูกระเบื้องให้เสร็จแล้วก็คงจะจ้างช่างทาสีเป็นจริงเป็นจังสักที มือสมัครเล่นไม่ไหวไม่คุ้มค่ายากับค่านวด ความฝันใกล้เป็นจริงล่ะบ้านหลังน้อยให้ลูกสาวที่เริ่มโต




และแล้วก็ถึงวันอันสำเร็จตั้งแต่เริ่มยกเสาเอกวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ย้ายเข้าบ้านวันที่ 29 ตุลาคม 2561 รวมระยะการสร้าบ้านด้วยตนเองประมาณ 2 เดือน กับ 19 วัน ถือว่าไม่เร็วและไม่ช้าเนื่องจากมีเวลาทำแค่สัปดาห์ละ 1-2 วันในวันหยุดทำงานเท่านั้น ยกเว้นงานที่ต้องจ้างช่าง เช่น งานโครงสร้าง ตั้งเสา เทคาน ก่ออิฐบล๊อค ฉาบปูน โครงหลังคา ฝ้า ปูกระเบื้อง ส่วนงานสีทำเองทั้งหมดทั้งภายใน ภายนอก รวมถึงระบบประปา ส่วนงานไฟฟ้าจ้างช่างผู้ชำนาญการครับ สรุปรวมยอดค่าใช้จ่ายประมาณ 3 แสนกว่าไม่เกิน 3 แสนห้าหมี่นบาท คำว่าบ้าน มันคือบานของจริงครับตั้งใจคุมงบแค่ 250,000 บาท แต่ไม่สามารถทำได้จริงๆเนื่องจากช่างที่รับเหมาครั้งแรกที่เป็นญาติกันเทงานไม่ยอมทำต่อหลังจากก่ออิฐเสร็จ ทำให้ต้องจ้างช่างรายวันบ้างรับเหมาบ้างทำให้งบบานปลายครับ แต่ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีมีความสุขกับการสร้างบ้านให้ลูกสาวด้วยมือตัวเองตั้งแต่การออกแบบ สั่งซื้อของต่างๆ รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการทำงาน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาเป็นระยะนะครับ



ขอบคุณข้อมุลจากhttps://pantip.com/topic/37966992