google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ลักษณะรูปทรงหลังคาบ้านประเภทต่างๆ

ลักษณะรูปทรงหลังคาบ้านประเภทต่างๆ

ความสำคัญของหลังคาบ้านและประเภทของหลังคาบ้าน

 

เรื่องเกี่ยวกับความสำคัญของหลังคาบ้านและประเภทของหลังคาบ้าน
                  บ้านเรือนไทยในสมัยโบราณ มีวิวัฒนาการของการใช้วัสดุที่นำมาสร้างหลังคาบ้าน เริ่มต้นกันตั้งแต่วัสดุธรรมชาติที่หาได้รอบๆตัวเช่นใบไม้ต่างๆ อาทิ หญ้าคา ใบตองตึง  โดยนำมาจัดเรียงและมัดรวมกันเป็นผืนที่เรียกว่า ตับ โดย

            การนำหญ้าคามาใช้นี่เอง จึงเป็นต้นกำเนิดคำเรียก “หลังคา”  และวิวัฒนาการมาเป็นวัสดุที่มีความแข็งเช่น ไม้ เครื่องปั้นดินเผา ซีเมนต์ เป็นต้น  (สมัยโบราณมีการนำเอาดินเหนียวมารีดเป็นแผ่นบางๆและนำไปเผาเกิดเป็นแผ่นดินเผาที่สามารถนำไปเป็นวัสดุมุงหลังคาได้ ในภาคเหนือเรียกว่าดินขอ เนื่องจากส่วนปลายจะพับเป็นรูปขอเกี่ยว 90 องศา

         เพื่อให้เกี่ยวกับแปหลังคาบ้านได้   ซึ่งดินเผาจะดูดซึมน้ำได้เป็นอย่างดีทำให้เกิดความเย็นกับตัวบ้าน แต่ความชื้นก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานของแผ่นดินเผาลดน้อยลง  สมัยโบราณจึงต้องมีการปูทับหลายๆชั้นเพื่อป้องกันความเสียหาย  และหลังคาก็ได้วิวัฒนาการมาสู่ปัจจุบันซึ่งมีการพัฒนาด้านความคงทนมากขึ้น เช่นหลังคาซีเมนต์ หลังคาใยหิน หลังคาสังกะสี เป็นต้น
“หลังคา” จึงเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารที่มีความสำคัญมาก ทั้งในเรื่องของการป้องกันความร้อน ฝน ลม และความหนาวเย็น รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้อาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปัจจุบันโครงสร้างและวัสดุที่นำมาทำเป็นหลังคามักจะให้ความสำคัญในเรื่องของความคงทนถาวร  ทนทานต่อสภาพอากาศภายนอก และเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
      สำหรับรูปแบบของหลังคาที่นิยมออกแบบสำหรับบ้านในปัจจุบัน ได้แก่ หลังคาเพิงหมาแหงน หลังคาจั่ว  หลังคาปั้นหยา หลังคาพื้นคอนกรีตเรียบ รวมถึงหลังคาในรูปแบบอิสระ เป็นต้น การพิจารณาว่าจะเลือกใช้หลังคาแบบใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งรูปแบบของอาคารด้วยเช่นกัน

 

รูปแบบของหลังคาบ้านที่ใช้กันโดยส่วนมากในปัจจุบัน

หลังคาบ้านทรงเพิงแหงนหรือหลังคาแหงน
1. หลังคาเพิงหมาแหงน    หรือเพิงแหงนตามชื่อเป็นทรงหลังคาที่เน้นการสร้างที่ง่ายๆ นิยมสร้างสำหรับเพิงพักชั่วคราวในสวนในไร่ เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน

โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆเล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบสมัยใหม่ (Modern)  และ อาจะมีการเพิ่มลูกเล่นในการทำหลังคาแบบ ซ้อนกันหรือทำแบบสองแผ่นเอียงไปคนละด้านก็ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้แก่ตัวบ้าน

2. หลังคาบ้านทรงจั่ว (Gable Roof)
หลังคาบ้านแบบจั่ว ผืนหลังคาจะมีความลาดเอียงสองด้านชนกันที่ปลายสูงสุดของหลังคา สันสูงอยู่ตรงกลาง(ที่เรียกว่าดั้งหลังคา) เป็นหลังคาบ้านที่นิยมใช้กันทั่วไป เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของบ้านเรา เพราะจะมีมวลอากาศอยู่ใต้หลังคามาก

จึงเป็นเหมือนฉนวนกันความร้อนได้อย่างดี หากเจาะช่องระบายอากาศที่หน้าจั่วทั้งสองด้านก็จะช่วยระบายอากาศร้อนออกไปได้ดียิ่งขึ้น ก่อสร้างก็ง่าย กันแดดกันฝนได้ดีอีกทั้งยังเป็นรูปแบบทรงหลังคาที่ใช้กันมากในบ้านเรือนไทยสมัยโบราณ

 

ซึ่งในสมัยก่อนอาจจะมีการออกแบบให้ดั้งของหลังคาที่ความสูง เพื่อเพิ่มมุมลาดเอียงให้แก่หลังคาบ้าน ซึ่งจะช่วยทำให้น้ำฝนไหลลงได้อย่างสะดวก ลดการแตกหักของวัสดุมุงหลังคา จากลม ฝน ลูกเห็บ หรือกิ่งไม้ต่างๆ

3.  หลังคาบ้านทรงปั้นหยา (Hip Roof)
หลังคารูปแบบนี้มีด้านลาดเอียงสี่ด้านขึ้นไปชนกันคล้ายๆปิรามิด ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยรับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตก ในสมัยรัชการที่ 5 -6  สามารถกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน สวยงาม ทนต่อการปะทะของแรงลมได้ดี

 

แต่ไม่มีหน้าจั่วเพื่อระบายอากาศร้อน จึงอาจจะต้องระบายทางพื้นชายคาแทน แต่ก็จะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนื่องจากอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง ดังนั้นการก่อสร้างบ้านโดยการใช้หลังคาปั้นหยาอาจจะต้องใช้วัสดุกันความร้อนอย่างอื่นเข้าช่วยเช่น แผ่นสะท้อนความร้อน หรือฉนวนกันความร้อน

4.  หลังคากึ่งปั้นหยากึ่งจั่ว
เป็นหลังคาที่ประยุกต์นำจุดเด่นของหลังคาปั้นหยาซึ่งมีความแข็งแรง สามารถรับแรงปะทะจากลม แดด ฝน ได้ทุกด้านของบ้าน มีลักษณะเหมือนทรงปั้นหยาแต่ส่วนบนจะมีปลายจั่ว รวมกับจุดเด่นของหลังคาจั่วในเรื่องการระบายความร้อนออกมาจากหน้าจั่วได้ดี เนื่องจากมีช่องอากาศที่หน้าจั่วซึ่งลมสามารถพัดเข้าไปไล่อากาศร้อน รวมถึงอากาศร้อนก็จะลอยตัวออกมาจากหน้าจั่วนี้ได้

 

   ซึ่งลักษณะของหลังคาดังกล่าวพบเห็นมากในบ้านเรือนทรงไทยล้านนาในภาคเหนือ และยังคงถูกนำมาใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีข้อดีมากแล้วยังมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อีกด้วย

5.  หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof)    ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะแบนราบเป็นระนาบเดียวกับพื้น แต่ต้องมีความลาดเอียงเล็กน้อยเทไปยังช่องที่เจาะเพื่อระบายน้ำฝนออกไป หรือเทไปยังท่อระบายบนหลังคา (Roof Drain)

 

      นิยมใช้สร้างเป็นหลังคาอาคารประเภทตึกแถว คอนโด และบ้านในรูปแบบสมัยใหม่ในรูปทรงเรขาคณิต (สไตล์โมเดิร์น) พื้นหลังคาสามารถจัดเป็นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า นั่งเล่น และจัดสวน แต่เนื่องจากหลังคาประเภทนี้ดูดซับความร้อนและรับน้ำฝนโดยตรง จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี เช่น การผสมสารกันรั่วซึมในคอนกรีตระหว่างที่เทหลังคา เมื่อคอนกรีตแห้งแล้วให้ทาผลิตภัณฑ์กันรั่วกันซึมทับอีกครั้ง

สรุปข้อดีข้อเสียของหลังคาแต่ละประเภท

ประเภทหลังคา ข้อดี จุดเด่น ข้อเสีย จุดด้อย
หลังคาทรงเพิงแหงน สร้างง่าย ประหยัดงบประมาณ ป้องกัน แดด ลม ฝน ได้เฉพาะด้านหน้า
หลังคาทรงจั่ว สร้างง่าย ระบายความร้อนได้ดี ไม่สามารถป้องกัน แดด ลม ฝนด้านหน้าจั่วได้
หลังคาทรงปั้นหยา สร้างง่าย ทนทานป้องกันแดดฝนได้ดี ไม่สามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้
หลังคาทรงเรียบ สร้างง่าย งบน้อย ใช้พื้นที่หลังคาได้ ระบายน้ำไม่ดี มีความร้อนสูง
หลังคากึ่งจั่วกึ่งปั้นหยา ป้องกันแดด ลมฝนได้ทุกด้าน และสามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้ดี สร้างยาก มีราคาสูงกว่าแบบอื่น

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.thaihomeplan.com

5 เทคนิคเลือกเมทัลชีทปูหลังคายังไง ให้เหมาะกับบ้านคุณ

5 เทคนิคเลือกเมทัลชีทปูหลังคายังไง ให้เหมาะกับบ้านคุณ

สำหรับมือใหม่ที่กำลังจะสร้างบ้านหรือคนที่อยากปรับปรุงบ้านที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น คำแนะนำเริ่มต้นก็คงไม่พ้นที่ “หลังคา” ที่เป็นเหมือนมงกุฏของบ้าน เพราะนอกจากจะทำให้บ้านดูใหม่และสวยแบบมีสไตล์แล้ว หลังคาที่ดีจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนให้คนอยู่ในบ้านรู้สึกเย็นสบายขึ้น ทำให้ประหยัดเรื่องการใช้เครื่องปรับอากาศ และยังช่วยกันลมฝน ป้องกันความหนาว ที่สำคัญหลังคาคือส่วนที่อยู่สูงสุดของตัวบ้าน ถ้าไม่ทำอย่างพิถีพิถันและใส่ใจ หากเกิดปัญหาชำรุดหรือรั่วซึมจะแก้ไขได้ยาก อีกทั้งยังจะส่งผลลุกลามต่อเนื่องถึงส่วนอื่นในบ้าน

เลือกหลังคาบ้าน เลือกอย่างไร เลือกแบบไหนดี
หลังคามีหลากรูปแบบและหลายประเภทให้เลือกใช้ นอกเหนือจากจะเลือกให้ตรงตามความชอบ เหมาะกับดีไซน์ของบ้าน แนะนำให้เลือกที่มีความทนทานเพื่อจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับการรื้อหลังคาออกแก้ไขใหม่ เพราะบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องสนุก!

หนึ่งในตัวเลือกของหลังคาที่น่าสนใจคือ “เมทัลชีท” เนื่องจากมีความทนทาน ราคาไม่สูงมาก ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา มีรูปแบบ และสีสันให้เลือกหลากหลาย หากแต่เวลาเลือกซื้อ เมทัลชีท ก็จะต้องเลือกซื้อสินค้าที่มีมาตรฐาน มีการรับประกัน และมาตรฐานมอก. เพื่อคุณจะได้มั่นใจอย่างเต็มร้อย ว่าหลังคาจะอยู่ปกป้องครอบครัวคุณได้ยาวนาน อย่าง BlueScope Zacs® ที่ถือเป็นเจ้าเดียวของไทยที่ได้รับ มอก. ถึง 2 ใบ (มอก. 2228-2559 และ มอก. 2753-2559) พร้อมมีการรับประกันสินค้าไม่ผุกร่อนถึง 12 ปี

 

และนี่คือ 5 เทคนิคที่คนคิดจะใช้หลังคาเมทัลชีทควรรู้ไว้ กับเคล็ดลับการเลือกหลังคาให้เหมาะกับบ้าน

  1. เริ่มต้นจากการเลือกรูปแบบลอนให้เหมาะกับความลาดชัน (Slope) ของหลังคาบ้าน เรื่องนี้มีความสำคัญมาก ผู้ผลิตแต่ละที่จะมีข้อกำหนด ความลาดชัน (Slope) ของแต่ละลอนว่าควรใช้กับ ความลาดชัน (Slope) เท่าไหร่ ถ้าเลือกผิดก็อาจจะรั่วได้เพราะ ระบายน้ำไม่ทัน
  2. จากนั้นเลือกความหนา และลักษณะของลอนให้เข้ากับความห่างของระยะแป โดยถ้าระยะแปมีความห่างมาก ควรเลือกใช้ความหนาที่มากขึ้น
  3. เลือกเกรดของเหล็ก ซึ่งโดยปกติจะมีสองแบบ เกรดนิ่ม และ เกรดแข็ง ซึ่งก็เหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกันคือ เหล็กเกรดนิ่มจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า จึงเหมาะกับงานที่ต้องการขึ้นรูปลอนให้มีลักษณะโค้งมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการแตกหัก ขณะที่เหล็กเกรดแข็ง จะมีความแข็งแรงสูงจึงเหมาะสำหรับงานรูปลอนทั่วไป
  4. เลือกปริมาณมวลสารเคลือบ ซึ่งตรวจสอบได้จากตัวเลขที่ระบุหลังค่า AZ เพราะปริมาณมวลสารเคลือบมีความสำคัญมาก เนื่องจากส่งผลโดยตรงกับอายุการใช้งานของหลังคาเหล็ก ยิ่งมีปริมาณสารเคลือบมาก อายุการใช้งานก็ยิ่งนาน อย่างหลังคาเมทัลชีท BlueScope Zacs ที่มีมวลสารเคลือบสูงสุดถึง AZ150 พร้อมการรับประกันไม่ผุกร่อนยาวนานถึง 12 ปี
  5. ดูที่มาตรฐาน มอก. ว่ามีเป็น เมทัลชีทที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน อย่างหลังคาเมทัลชีท BlueScope Zacs หลังคาที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล สามารถตรวจสอบได้

สรุป 5 ข้อดีการใช้วัสดุมุงหลังคาแบบ “เมทัลชีท”

  1. น้ำหนักเบา จึงสามารถประหยัดในเรื่องของโครงสร้างของหลังคาได้ หมายรวมถึงการประหยัดค่าก่อสร้างโดยรวมด้วย
  2. สามารถทำการติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว
  3. สามารถรีดแผ่นยาวต่อเนื่องได้ทำให้เกิดการรั่วซึมที่น้อยกว่าหลังคากระเบื้อง จึงสามารถออกแบบหลังคาที่มีความลาดเอียงต่ำได้
  4. มีสีสัน และรูปแบบของรูปลอนให้เลือกได้หลากหลาย ทำให้สามารถใช้ได้กับบ้านในทุกรูปแบบ และตรงใจเจ้าของบ้านได้มากที่สุด
  5. สามารถติดแผ่นฉนวนกันความร้อนเพิ่มได้ ทำให้หลังคาบ้านไม่เก็บความร้อน ส่งผลให้บ้านเย็นขึ้น

หลังคาที่มั่นคง นอกจากจะทำให้คนอยู่อาศัยอุ่นใจ ยังเป็นอีกหนึ่งปราการด่านสำคัญในการเป็นตัวกำหนดความแข็งแรง และความทนทานของบ้าน ดังนั้นเลือกให้ดี ลงทุนให้คุ้มก็จะทำให้บ้านอยู่กับคุณด้วยความสวยงามไปอีกนานมากขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลhttps://www.sanook.com/home/19889/

ตกแต่งบ้าน ทาสีบ้านโทนเย็น คลายร้อนให้แก่บ้าน

ตกแต่งบ้าน ทาสีบ้านโทนเย็น คลายร้อนให้แก่บ้าน

บ้านถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพื่อการใช้เวลาอยู่ร่วมกันภายในครอบครัว และเป็นสถานที่คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แน่นอนว่าการตกแต่งบ้านจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บ้านน่าอยู่ อีกทั้งเวลาที่เรามองไปรอบๆ แล้วจะเกิดความรู้สึกสบายตาสบายใจอย่างการ “ทาสีบ้านโทนเย็น” นอกจากจะสวยงามดูมีรสนิยมแล้ว ยังสามารถทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงอีกด้วย วันนี้เรามีไอเดียการตกแต่งบ้านด้วยการ ทาสีบ้านโทนเย็น มาฝาก รับรองว่าคุณผู้อ่านสามารถนำไปเป็น reference ในการทาสีบ้านหรือตกแต่งบ้านได้แน่นอน

สีโทนเย็น #สีเขียวเหลือง

เขียวเหลือง8

เพิ่มสีสันคัลเลอร์ฟูลด้วยสีคลายร้อนแห่งความสนุกสนานอย่าง “สีเขียวเหลือง” ที่จะช่วยเนรมิตบรรยากาศในบ้านของคุณให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิคในยุค 80 ผสมผสานกับสไตล์วินเทจเบาๆ เป็นสีที่มองแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สามารถช่วยเพิ่มพลังในการทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน อีกทั้งยังทำให้บ้านดูสว่างขึ้น อาจเลือกทาสีบ้านเป็นสีเขียวใช้เฟอร์นิเจอร์สีเหลือง หรือทาสีเหลืองแต่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเขียว อาจจะนำรูปภาพศิลปะในโทนเขียวเหลืองมาตกแต่งเพิ่มก็ดูเข้ากัน

เขียวเหลือง7

เขียวเหลือง1

เขียวเหลือง2

เขียวเหลือง5

สีโทนเย็น #สีเขียว

ทาสีบ้านสีเขียว_3

“สีเขียว” เปรียบเสมือนสีของธรรมชาติที่แท้จริง มองแล้วทำให้รู้สึกสบายตาสบายใจ สัมผัสถึงกลิ่นอายของต้นไม้ใบไม้ จึงเหมาะสำหรับห้องที่ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยเป็นเวลานานๆ อย่างห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น เป็นการ ทาสีบ้านโทนเย็น ที่แสดงถึงความอบอุ่นภายในครอบครัว อาจจะใช้เป็นสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้มเพื่อเพิ่มความสดใสให้กับบ้าน นำมาตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีขาว สีเทา หรือเลือกเป็นสีเขียวอ่อน ก็ช่วยให้ดูน่ามองมากยิ่งขึ้น

ทาสีบ้านสีเขียว_2

ทาสีบ้านสีเขียว

ทาสีบ้านสีเขียว_4

ทาสีบ้านสีเขียว_5

สีโทนเย็น #สีน้ำเงิน

น้ำเงิน7

ใครที่ชื่นชอบความสงบ สุขุม นุ่มลึก ลองเปลี่ยนมาทาสีบ้านโทนเย็น ด้วย “สีน้ำเงิน” เป็นสีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร โดยเฉพาะห้องทำงานสามารถช่วยให้คุณเกิดไอเดียความคิดสร้างสรรค์ หรือจะใช้สีน้ำเงินในห้องนอน หรือส่วนของ outdoor ก็ให้อารมณ์เท่ดูแปลกตา อาจเลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวในสไตล์โมเดิร์น แต่ถ้าใครเน้นความหรูหราแนะนำว่าให้เลือกเป็นโซฟาผ้ากำมะหยี่ หรือโต๊ะสีสันสดใสก็ดูเข้ากัน

น้ำเงิน2

น้ำเงิน4

น้ำเงิน5

น้ำเงิน8

สีโทนเย็น – สีม่วงน้ำเงิน

น้ำเงินม่วง

มาเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านให้ดูน่าค้นหากับ “สีม่วงน้ำเงิน” ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนอาจไม่กล้าที่จะนำมาใช้ทาสีบ้านกันเท่าไหร่ แต่อยากบอกว่าสีนี้กำลังเป็นสีที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะแสดงถึงความมีเสน่ห์ เซ็กซี่ ของรสนิยมเจ้าของบ้าน สามารถแต่งได้หลายสไตล์ทั้ง Modern, Contemporary หรือ Vintage สีม่วงน้ำเงินเหมาะสำหรับการตกแต่งในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องที่ใช้สำหรับการพบปะสังสรรค์เพิ่มความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น

น้ำเงินม่วง3

น้ำเงินม่วง_2

น้ำเงินม่วง4

น้ำเงินม่วง5

สีโทนเย็น #สีขาว

ทาสีบ้านสีขาว_8

การทาสีบ้านโทนเย็นอย่าง “สีขาว” เป็นสีที่แสดงถึงความสงบ สบาย ดูสะอาดตา เหมาะสำหรับทุกๆ ห้องภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว การตกแต่งบ้านด้วยโทนสีขาวไม่จำเป็นต้องใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวเสมอไป แนะนำว่าควรเลือกเป็นเฟอร์นิเจอร์สีไม้หรือสีเทา เพื่อเป็นการเพิ่มมิติให้ดีไซน์ของตัวบ้าน หรือถ้าชอบแนวสดใสอาจจะใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์สีแดงสดก็ดูโมเดิร์นไปอีกแบบ

ทาสีบ้านสีขาว_1

ทาสีบ้านสีขาว_2

ทาสีบ้านสีขาว_4

ทาสีบ้านสีขาว_3

สีโทนเย็น #สีฟ้า

blue

ปิดท้ายกันด้วยสีคลายร้อนอย่าง “สีฟ้า” เป็นอีกหนึ่งสีที่บ้านส่วนใหญ่เลือกใช้ เปรียบเสมือนการนำเอาทะเลมาไว้ภายในบ้าน ได้อารมณ์เย็นสบาย เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านสดใสที่มีชีวิตชีวา แต่ถ้าอยากสัมผัสกลิ่นอายของบ้านพักตากอากาศให้มากขึ้น ลองหยิบคอลเลกชั่นกรอบรูปของคุณมาตกแต่ง เพิ่มเติมด้วยเก้าอี้หวายสักตัว รับรองว่าได้ฟีลวินเทจ ผสมผสานกับทาสีบ้านโทนเย็นและเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัว

สีฟ้า4

สีฟ้า3

สีฟ้า5

สีฟ้า1

การทาสีบ้านโทนเย็นนั้นนอกจากจะช่วยสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่ร่มรื่นผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถทำให้สมาชิกที่อยู่ในบ้านมีรอยยิ้มอีกด้วย เพียงเลือกใช้โทนสีที่คุณชอบและเหมาะสมกับบ้านของคุณ คราวนี้อยากให้บ้านเป็นแบบไหนก็ใช้สีเป็นตัวช่วยในการสื่อสาร รับรองว่าคุณจะต้องมีความสุขในการแต่งบ้านอย่างแน่นอน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากCR : pinterest.com & https://www.central.co.th/e-shopping/cool-paint-colors/

พฤกษา ผนึกพันธมิตรชั้นนำลุยก่อสร้างคอนโด เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย การันตีคุณภาพงานก่อสร้าง พร้อมส่งมอบปี 2565

พฤกษา ผนึกพันธมิตรชั้นนำลุยก่อสร้างคอนโด เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย การันตีคุณภาพงานก่อสร้าง พร้อมส่งมอบปี 2565

 

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัทพันธมิตรงานก่อสร้าง, งานระบบ, เครื่องใช้ไฟฟ้า และชุดครัวระดับชั้นนำ ร่วมพัฒนาโครงการ “เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย” คอนโดมิเนียมสูง 29 ชั้น มูลค่าโครงการ 2,038 ล้านบาท ซึ่งมีการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างและงานตกแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นนำในทุกขั้นตอน โดยโครงการเริ่มงานก่อสร้างแล้วบางส่วน คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถส่งมอบได้ภายในปี 2565ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับมอบห้องชุดที่สวยงามได้คุณภาพมาตรฐานในระดับสากล

พฤกษา ผนึกพันธมิตรชั้นนำลุยก่อสร้างคอนโด เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย การันตีคุณภาพงานก่อสร้าง พร้อมส่งมอบปี 2565

เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย คอนโดที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกกระจายอยู่รอบตัวอาคารและชั้นพักอาศัย โดยไฮไลท์ของโครงการคือ Bird Nest Sculpture บนชั้นดาดฟ้าที่ออกแบบคล้ายกับรังนก ภายในเป็นห้องฟิตเนส Fitness ที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำยาว 24.5 เมตร สามารถว่ายวนได้ 360 องศา พร้อมสระท้องกระจกและผนังกระจกที่ยื่นออกจากขอบสระ ชมวิวเมืองได้แบบ Bird Eye View พร้อม Aqua Theatre ให้ดูหนังอย่างเพลิดเพลินในสระจากุซซี่ โครงการอยู่ติดถนนพัฒนาการ ใกล้แอร์พอร์ตลิ้งค์รามคำแหงเพียง 300 เมตร และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ใกล้ท่าเรือคลองตัน ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท สอบถามข้อมูลโทร 1739

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.ryt9.com/s/prg/3084298

กทม.เข้มงวดมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 – ฉีดพ่นละอองน้ำลดฝุ่นรอบสถานที่ก่อสร้าง

กทม.เข้มงวดมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 – ฉีดพ่นละอองน้ำลดฝุ่นรอบสถานที่ก่อสร้าง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง                

           นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับ กทม. และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กให้กวดขันการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง โดยเฉพาะมาตรการลดมลพิษจากต้นกำเนิด

 

        รวมทั้งให้มีมาตรการติดตาม เฝ้าระวัง ประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และปรับแผนเผชิญเหตุให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่ถูกต้องว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการใช้มาตรการทางกฎหมายควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองจากยานพาหนะ ได้แก่

          การเข้มงวดตรวจจับและห้ามใช้รถยนต์ควันดำทุกประเภท ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และกรมควบคุมมลพิษ ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนให้มีส่วนร่วมลดปัญหามลพิษทางอากาศ หากพบรถยนต์ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน แจ้งสายด่วน 1584 การรณรงค์ไม่ขับ…ช่วยดับเครื่อง ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดมลพิษ เข้มงวดมาตรการห้ามเผาขยะและเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างต่อเนื่อง

กทม.เข้มงวดมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 – ฉีดพ่นละอองน้ำลดฝุ่นรอบสถานที่ก่อสร้าง

 

        ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันยังได้แจ้งเตือนสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสาร พร้อมแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อดูแลสุขภาพอนามัยให้ปลอดภัยจากฝุ่นละออง ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

    www.bangkokairquality.com www.air4bangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม www.prbangkok.com สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร และ Facebook : สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. รวมถึงเพิ่มความถี่การแจ้งเตือนสถานการณ์มลพิษทางอากาศเป็นวันละ 3 รอบเวลา คือ 07.00 น. 12.00 น. และ 15.00 น.

           เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AirBKK เวอร์ชั่นทดลองใช้สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพื่อติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศที่แสดงผล AQI แบบเรียลไทม์ตามตำแหน่งที่ผู้ใช้งานอยู่ ณ ปัจจุบัน

            ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนและแนะนำวิธีดูแลสุขภาพป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง PM2.5 อีกทั้งมีแผนการปรับปรุงระบบประมวลผลให้สามารถรองรับการเฝ้าระวังและการพยากรณ์คุณภาพอากาศให้ครอบคลุมสารมลพิษที่สำคัญทุกชนิด รวมถึงจัดทำระบบรายงานและแจ้งเตือนคุณภาพอากาศผ่านข้อความทางโทรศัพท์มือถือ (SMS) เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลคุณภาพอากาศไปพิจารณาหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ

กทม.เข้มงวดมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 – ฉีดพ่นละอองน้ำลดฝุ่นรอบสถานที่ก่อสร้าง

 

             นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า สำนักการโยธา ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในระยะเร่งด่วน โดยแจ้งผู้ดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร

               ให้ปฏิบัติตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด อีกทั้ง กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตก่อสร้างอาคารฯ (แบบ อ.1) และใบรับแจ้งการก่อสร้างอาคารฯ (ยผ.4) ให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขในการก่อสร้างตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4   

            และจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำบนอาคารและบริเวณรอบสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ ส่วนอาคารที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและใช้งานแล้ว ได้ขอความร่วมมือให้ติดตั้งระบบสปริงเกอร์หัวฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณดาดฟ้าอาคาร เพื่อพ่นละอองน้ำดักจับฝุ่นละอองอีกด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ฝุ่น pm 2.5

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.ryt9.com/s/prg/3084351


 
 
 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า