โดย saweang | ส.ค. 25, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
วิศวกรหลายๆคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับ การเลือกใช้งาน เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ว่าห้ามใช้ ค่ากำลังคราก ( Yieid Strength ) ไม่เกิน 240 เมกาปาสกาล (2,400 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร) ในการออกแบบอาคารโครงสร้างเหล็ก ซึ่งขัดแย้งกับ มาตรฐาน มอก 1227 – 2558 และ มอก เหล็กรูปพรรณ ฉบับอื่นๆ ว่า ผู้ผลิตสามารถผลิตเหล็กได้หลากหลาย ชั้นคุณภาพ อาทิเช่น
SS400 มาตรฐานระบุ กำลังครากไม่น้อยกว่า 245 เมกาปาสกาล (ประมาณ 2,400 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร)
SM520 มาตรฐานระบุ กำลังครากไม่น้อยกว่า 365 เมกาปาสกาล (ประมาณ 3,600 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร)
SS540 มาตรฐานระบุ กำลังครากไม่น้อยกว่า 400 เมกาปาสกาล (ประมาณ 4,000 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร)
แท้จริงแล้ว ข้อจำกัดในการ คำนวณออกแบบรับแรงของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ว่า ห้ามใช้ ค่ากำลังคราก ( Yieid Strength ) ไม่เกิน 240 เมกาปาสกาล (2,400 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร) อ้างอิงตาม “กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 ( พ.ศ.2527 ) ออกตามความใน พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 13” นั้นหมายถึงแค่ “ในกรณีที่ไม่มีผลการทดสอบกำลัง” หมายความว่า หากเหล็กโครงสร้างรูปพรรณนั้นๆ มีเอกสารรับรองการผลทดสอบจากผู้ผลิต ( Mill Inspection Certificate ) ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตตาม มาตรฐาน มอก. แล้ว ก็สามารถออกแบบใช้งานได้ตามค่ากำลังคราก ( Yieid Strength ) ของเหล็กตามชั้นคุณภาพนั้นตามที่ระบุไว้ตาม เอกสารรับรองการผลทดสอบ
กล่าวโดยสรุป เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน กำลังสูง SM520 ที่มีค่ากำลังคราก Source : กฏกระทรวง ฉบับที่ 6 พ.ศ.2527 (ออกตามฯ พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) ข้อที่ 13


กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 พ.ศ.2527 (ออกตามฯ พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) ข้อที่ 13
เมื่อมีการเปรียบเทียบโครงสร้างเหล็กทั่วไปอย่าง SS400 กับ เหล็กกล้ากำลังสูง SM520 ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนขึ้นถึงความคุ้มค่าที่จะได้ต่อโครงการ ทั้งการออกแบบและก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ
1. ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า ช่วยลดค่าขนส่ง และ Fire Protection รวมกันสูงสุดถึง 20%
2. ลดเวลาและต้นทุนงานฐานราก เมื่อมีการใช้ SM520 นอกจากจะทำให้น้ำหนักของโครงสร้างเสา คาน และโครงหลังคา เบาลง ซึ่งน้ำหนักที่เบาลงนี้ ยังส่งผลโดยตรงถึงการช่วยลดขนาดฐานราก และจำนวนเสาเข็มในงานก่อสร้างโครงสร้างด้วย
3. สร้างงานออกแบบได้หลากหลายกว่า งานโครงสร้างที่ต้องการออกแบบ Long Span หรือ Cantilever เหล็ก SM520 จะช่วยให้สถาปนิก วิศวกร ออกแบบโครงสร้างอาคารได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น
4. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่า เสาเล็กลง ทำให้ดูมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น คานเล็กลง – ทำให้มีระยะ Celling Height เพิ่มขึ้น มีผลให้อาคารโปร่งโล่ง ดูกว้างมากยิ่งขึ้น
5. ติดตั้งง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า ในขั้นตอนการติดตั้ง นั้น SM520 จะมีน้ำหนักโครงสร้างที่น้อยกว่า SS400 จึงสะดวกในการใช้ Crane ยกติดตั้ง หรือใช้กำลังของ Crane น้อยลงได้ และลดจำนวนรอบในการขนส่งได้อีกด้วย
SM520 เหล็กกล้ากำลังสูง คือโครงสร้างที่สามารถให้ความคุ้มค่าที่มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเหล็กโครงสร้างทั่วไปช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง รวมไปถึงยังสามารถลดขนาดของโครงสร้างเสา คาน และโครงหลังคาที่ส่งผลต่อการติดตั้งและการออกแบบ จึงไม่แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด SM520 จึงเป็นที่นิยมกันอย่างมากในวงการออกแบบและก่อสร้าง
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com
โดย saweang | ส.ค. 10, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)
เหล็กแผ่นลาย เหล็กแผ่นลายตีนไก่-ตีนเป็ดหรือที่เรียกว่า Checkered Plate เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น ลักษณะนั้น มีพื้นผิวเป็นลวดลายนูน เพื่อป้องกันการลื่นและน้ำขังเหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ เกรดที่เราจัดจำหน่ายอย่างเป็นที่นิยมคือ SS400

เหล็กแผ่นลาย เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- เหล็กแผ่น ลาย ลายตีนไก่-ตีนเป็ดคืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท
- ขนาดของเหล็กแผ่นลาย
- ประโยชน์ของเหล็กแผ่นลายที่มีต่องานก่อสร้าง
- การบำรุงรักษาและข้อควรระวัง สำหรับแผ่นลาย
- สรุป เหล็กแผ่นลายกันลื่น ข้อดี อย่างไรบ้าง และใช้ในงานก่อสร้างอะไรบ้าง
เหล็ก แผ่นลาย ลายตีนไก่-ตีนเป็ดคืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท
- เหล็กแผ่น ลาย ลักษณะเป็นเหล็กแผ่น ปั้มลาย ซึ่งก็มีลวดลายต่างกันออกไป ช่างส่วนใหญ่นิยมเรียกเหล็กแผ่นลายตีนไก่,เหล็กแผ่นลายตีนเป็ด,เหล็กลายดอก ก็คือเหล็กที่ผ่านกรรมวิธีรีดร้อน โดยทำให้เกิดลายในเวลาที่ยังร้อน จากนั้นก็นำไปผ่านน้ำเพื่อลดอุณหภูมิ เราเรียกวิธีนี้ว่าการหล่อเย็น แผ่นเหล็กจะเกิดรอยนูนคล้ายๆเม็ดข้าว
- เหล็กถูกปั้มเป็นลวดลายที่สวยงาม ผิวสัมผัสของแผ่นโลหะที่นูนขึ้นและบุบลง มีความฝืด หรือความเสียดทานสูง มีความแข็งแรงและกันลื่นได้เป็นอย่างดีสามารถนำไปใช้ เช่นเป็นพื้นทางเดินกันลื่น พื้นบัน ปูพื้นห้อง แต่ตกแต่งผนังในบ้าน โรงงาน และอื่นๆ
- ความหนาที่เป็นที่นิยมคือ 2.3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 9 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความหนาที่ได้รับมาตรฐาน
ประเภทของแผ่นเหล็กลายตีนไก่ เหล็กแผ่นลาย
2 ประเภท คือแบบ หลังเรียบ และ หลังเว้า (แบบนูน)

- เหล็กแผ่นลายแบบหลังเรียบ คือเหล็กแผ่นลายที่ผลิตด้วยวิธีการหล่อเหล็กแท่งแบนที่เรียกว่า Slab เข้าบล็อกตามลายที่ต้องการ จึงทำให้เหล็กแผ่นลายที่ออกมามีลักษณะหลังเรียบทั้งแผ่น

- เหล็กแผ่นลาย หลังเว้า คือเหล็กแท่งรีดร้อนบนแม่พิมพ์ลายนูนตามแบบที่ต้องการ จากนั้นหล่อเย็น ก็จะได้เหล็กแผ่นลายที่ด้านหลังมีรอยเว้าตามลายนูนด้านหน้า
- โดยหลังเว้า ลายที่นิยมที่สุดคือลายตีนเป็ด (5ขีดติดกัน) กับลายตีนไก่(1ขีดไข้วกันไปมา) และที่กำลังนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคือลายปุ่มเล็กๆ
ขนาดของเหล็กแผ่นลาย เหล็กลายตีนไก่
ขนาดของเหล็กแผ่นลายที่เป็นที่นิยม คือ 4×8 ฟุต และ 5×10 ฟุต

| ความหนา |
น้ำหนัก (kg.) |
| (mm.) |
4’x 8′ |
5’x10′ |
5 ’x20′ |
|
(1219x/2438m m.) |
(1524x3048mm.) |
(1524x6096m m.) |
| 2 |
52 |
|
|
| 3 |
75 |
118 |
236 |
| 4 |
98 |
154 |
308 |
| 4.5 |
110 |
172 |
344 |
| 6 |
145 |
227 |
454 |
| 9 |
215 |
335 |
– |
ประโยชน์ของเหล็กแผ่นลาย เหล็กแผ่นลายตาไก่ ที่มีต่องานก่อสร้าง
- เหล็กลายตีนไก่เหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ
- นิยมนำไปใช้ทำพื้นรถยนต์ บันได พื้นบันได พื้นรถ หรือพื้นโรงงานที่กันลื่น ตามสำนักงาน ออฟฟิศ เหมาะกับงานที่ต้องการความคงทนผ่านการเหยียบย่ำได้ดี ทนต่อแรงเสียดทาน ลายนูนคล้ายเม็ดข้าว ป้องกันการลื่น และน้ำขัง
- สามารถนำมาตกแต่งทำเป็นรั้วบ้านได้ หรือ ฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น โต๊ะ,ชั้นวางอ่างล้างหน้า,เก้าอี้นั่ง เป็นต้น บ้านจะออกมา สไตล์ลอฟท์ ในแบบของตัวเอง
- สามารถใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงหน้าร้าน ธนาคาร เช่น ใช้ปูพื้นกันลื่น บุผนังห้องเย็น ทำขั้นบันได พื้นที่ต้องสัมผัสสารเคมี เป็นต้น
การบำรุงรักษาและข้อควรระวัง สำหรับแผ่นลาย
- ควรหมั่นตรวจสอบเป็นประจำหากมีการชำรุดควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
- ต้องเก็บให้พ้นจากมือเด็ก
- โปรดใช้อย่างระมัดระวังและควรเลือกขนาดให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ศึกษาและสอบถามพนักงานขายหน้าร้านก่อนเพื่อให้ได้เหล็กตรงสเปคที่ต้องการ
- เมื่อใช้งานเสร็จควรเก็บให้เรียบร้อยและเก็บให้ห่างจากเปลวไฟ
สรุป เหล็กแผ่นลายกันลื่น ข้อดี อย่างไรบ้าง และใช้ในงานก่อสร้างอะไรบ้าง
- เหล็ก แผ่นลาย ลักษณะเป็นเหล็กแผ่น ปั้มลาย นิยมเรียกเหล็กแผ่นลายตีนไก่,เหล็กแผ่นลายตีนเป็ด,เหล็กลายดอก ขนาดของเหล็กแผ่นลายที่เป็นที่นิยมขาย คือ 4×8 ฟุต และ 5×10 ฟุต เหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได งานที่ต้องการความคงทนผ่านการเหยียบย่ำได้ดี หรือ สามารถนำมาตกแต่งเป็นฟอร์นิเจอร์ได้
- แผ่นเหล็กต้องได้รับมารตฐาน JIS G3101-1995/DIN/ASTM เกรดที่เลคก้าจัดจำหน่ายคือ SS400 ถึงจะสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ โดยเหล็กแผ่นลายจะสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย
- เหล็กที่เป็นที่นิยม สำหรับหลังเว้า คือ ลายที่นิยมที่สุดคือลายตีนเป็ด(5ขีดติดกัน) กับลายตีนไก่(1ขีดไข้วกันไปมา) และที่กำลังนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคือลายปุ่มเล็กๆ
- ความหนาที่เป็นที่นิยมคือ 2.3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 9 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความหนาที่ได้รับมาตรฐาน
- เหล็กลายตีนไก่เหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ
- นิยมนำไปใช้ทำพื้นรถยนต์ บันได พื้นบันได พื้นรถ หรือพื้นโรงงานที่กันลื่น ตามสำนักงาน ออฟฟิศ เหมาะกับงานที่ต้องการความคงทนผ่านการเหยียบย่ำได้ดี ทนต่อแรงเสียดทาน ลายนูนคล้ายเม็ดข้าว ป้องกันการลื่น และน้ำขัง
- สามารถนำมาตกแต่งทำเป็นรั้วบ้านได้ หรือ ฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น โต๊ะ,ชั้นวางอ่างล้างหน้า,เก้าอี้นั่ง เป็นต้น บ้านจะออกมา สไตล์ลอฟท์ ในแบบของตัวเอง
- โปรดใช้อย่างระมัดระวังและควรเลือกขนาดให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ศึกษาและสอบถามพนักงานขายหน้าร้านก่อนเพื่อให้ได้เหล็กตรงสเปคที่ต้องการ
โดย saweang | ส.ค. 4, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
หล็กฉากคืออะไร (What is the angle bar?) สาระความรู้เกียวกับเหล็กฉาก
เหล็กฉาก (Angle Bar) คือ เหล็กที่ผลิตตามมาตรฐาน มอก.1227-2539 จากโรงงานภายในประเทศที่ได้มาตรฐาน มีรูปทรงตัวแอล ซึ่งเกิดจากการรีดร้อนของเหล็กคุณภาพสูง โดยวิศวกร ออกแบบให้ เหล็กฉาก เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในโครงสร้างงานเหล็ก และจัดอยู่ในประเภทเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ใช้ในการทำโครงสร้างอาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โครงหลังคาโรงงาน เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วหากเป็น เหล็กฉาก ขนาดใหญ่จะใช้ทำเสาโครงสร้าง หากเป็นเหล็กฉากขนาดเล็ก อาจใช้ทำโครงสร้างเบาะของรถโดยสาร เป็นต้น
เหล็กฉาก หากได้มาตรฐานและคุณภาพดีนั้น ฉากต้องตั้งตรง 90 องศา น้ำหนักจะต้องมีค่า +/- ไม่เกิน 3% จากสเปกที่กำหนดไว้ เนื้อเรียบ มีความยืดหยุ่น และต้องมีด้านเท่ากันทั้งสองด้าน และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. กำกับไว้อย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบราคาได้ที่นี่ ราคาเหล็กฉาก
เหล็กฉาก จะมีขนาดตั้งแต่ 1 นิ้ว ไปจนถึง 6 นิ้ว และมีความหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 35 มิลลิเมตร
โดย saweang | ส.ค. 4, 2020 | บทความบ้านๆๆ
เหล็กแผ่นรีดร้อน หรือเหล็กแผ่นดำ หรือที่เรียกว่า Steel Plate
ทำจากเหล็กแผ่นม้วนคุณภาพสูง ควบคุมด้วยเครื่องจักรทันสมัยปราศจากเหล็กด้อยคุณภาพปลอมปน เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น เหล็กแผ่นดำจะมีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ มีหลายขนาดและความหนา เหล็กแผ่นดำของวีซีเอสเอเชียจะเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน

การใช้งานเหล็กแผ่น
เหล็กแผ่น (สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก) มีลักษณะเป็น แผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ นิยมใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนาตามแต่การใช้งาน

การเลือกซื้อเหล็กแผ่น
ปัจจุบัน เหล็กแผ่นรีดร้อน ถือว่าเป็นสินค้าพื้นฐานที่เป็นเหมือนกลไกสำคัญในการตอบสนองการ เติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมต่อเรือ อุตสาหกรรมปิโตรเลียม ฯลฯ โดยในการ เลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนเพื่อ นำมาใช้งาน ในแต่ละครั้งนั้น ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงปัจจัย ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังนี้
การนำไปใช้งาน
ในการซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนนั้น ผู้ซื้อควรคำนึงถึงการนำไปใช้งาน เพราะเหล็กแผ่นรีดร้อนแต่ละชนิด จะมีความแตกต่างกันในเรื่องค่าเคมี และองค์ประกอบต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการนำไปใช้ใน สภาวะที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากผู้ซื้อต้องการนำ เหล็กแผ่นรีดร้อนมาใช้ต่อเรือในส่วนที่ ต้องรับแรงสูงและต้องทนต่อแรงกระแทก ผู้ซื้อควรเลือกเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรดพิเศษที่ใช้ใน การต่อเรือโดยเฉพาะ ดังนั้น ผู้ซื้อควรเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนที่มีมาตรฐานเหล็กเป็น ABS Gr.AH หรือ ABS Gr.DH (ขึ้นอยู่กับสภาพที่นำไปใช้งานเช่นอุณหภูมิหรือการรับแรง) เป็นต้น

ขนาดของเหล็กแผ่นรีดร้อน
เพื่อให้การนำเหล็กแผ่นรีดร้อนไปใช้งานมีการสูญเสียน้อยที่สุด ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงขนาด เหล็กรีดร้อนที่ต้องใช้ให้มีความเหมาะสมกับงานนั้นๆ เพราะถ้าผู้ซื้อเลือกซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อน ขนาดใหญ่เกินความต้องการใช้จริงก็จะก่อให้เกิดความสูญเสียเป็น เศษเหล็กหรือหากเลือก เหล็กแผ่นรีดร้อนขนาดเล็กเกินไปก็จะเกิดความสูญเสียใน เรื่องของการเชื่อมต่อและเวลา ที่ต้องสูญเสียมากขึ้นได้
คุณภาพ
ผู้ซื้อควรพิจารณาถึงคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนโดยเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มี มาตรฐานเหล็ก ระดับสากลรองรับ เช่น มาตรฐานเหล็ก ASTM, DIN, JIS, EN, Lloyd’s, ABS, AS หรือ API เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานว่า จะได้รับชิ้นงานที่มี คุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่า เหล็กแผ่นรีดร้อนทุกแผ่นมีคุณภาพเป็นไปตามที่ ผู้ซื้อต้องการ
ปัจจุบัน ในประเทศไทยก็ได้มีองค์กรอิสระต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อให้บริการทดสอบวิจัยโลหะ วิทยาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพของเหล็กแผ่นรีดร้อนให้แก่ผู้ ซื้อได้มากขึ้น
ความสะดวกในการสั่งซื้อและการส่งมอบ
นอกจากปัจจัย 3 ข้อ ดังข้างต้นแล้ว ผู้ซื้อควรพิจารณาเรื่องความสะดวกในการสั่งซื้อ โดยเลือก ซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อประหยัดเวลาในการติดต่อ-สั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังทำให้การส่งมอบสะดวกรวดเร็วมากกว่าการนำเข้าจาก ต่างประเทศ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://engineerknowledge.blogspot.com27/8/56
โดย saweang | ส.ค. 3, 2020 | บทความบ้านๆๆ, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
โครงสร้างเสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกง สร้างโรงงาน ขนาดใหญ่ดัง
เนื่องจากเราเป็นการสร้างโกดัง ในระบบ โกดังสำเร็จรูป ทำให้ เราจะทำการออกแบบ และผลิตโครงสร้างเสา ที่โรงงานทำให้เราสามารถที่จะควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม ทั้งเรื่องการตัด การเชื่อม อีกทั้งยังทำให้เราสามารถใช้วัตถุดิบได้ตามต้นทุนที่เราออกแบบ ทำให้ลูกค้าได้งานที่ดีและราคาถูกการนำไปใช้งาน

เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างโรงงาน สร้างโกดังขนาดใหญ่ และงานเชื่อม เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) จะมีชื่อเรียกคล้ายกับเหล็กเอชบีม คือ ตัวเฮช เหล็กเสา เหล็กปีก เสาบีม โดยเหล็กไวด์แฟรงค์ จัดเป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot rolled structural steel) ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 1227-2539 แบ่งเป็น Grade SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM520 มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 เมตร, 6 เมตร, 9 เมตร และ 12 เมตร มีลักษณะรูปทรงที่คล้ายกับเหล็กเอชบีม และเหล็กไอบีม แต่เหล็กไวด์แฟรงค์ จะมีความกว้างของแผ่นตรงกลาง มากกว่าปีกทั้ง 2 ข้าง และมีขนาดบางกว่า แต่ยังคงความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี

การนำไปใช้งาน เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างอาคาร โรงงานขนาดใหญ่ และงานเชื่อม
ขนาดเหล็กไวด์แฟรงค์
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 150 x 75 x 5 x 7 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 84.00 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 148 x 100 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 126.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 200 x 100 x 5.5 x 8 มม.X 6 ม. น้ำหนัก 127.80 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 194 x 150 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 183.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 250 x 125 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 177.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 300 x 150 x 6.5 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 220.20 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 244 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 264.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 350 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 297.60 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 294 x 200 x 8 x 12 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 340.80 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 400 x 200 x 8 x 13 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 396.00 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 450 x 200 x 9 x 14 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 456.00 กก./เส้น
เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 500 x 200 x 10 x 16 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 537.60 กก./เส้น

เหล็ก เอชบีม เฮชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange ไอบีม I-beam ต่างกันอย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ
1 ด้านการนำไปใช้งาน
เหล็กเอชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange และ จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก
2 ด้านลักษณะรูปร่าง
จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด เป็นรูปตัว H เท่ากันทั้งปีกและส่วนเสา ส่วนเหล็กเสาไวด์แฟรงค์ Wide Flange จะ มีความหนาเท่ากันตลอดเช่นกัน แต่ส่วนปีก จะมีความกว้างไม่เท่ากับความกว้างเสา ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน