โดย saweang | มิ.ย. 10, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
หล็กทุกชนิดที่ถูกนำมาใช้งานด้านต่างๆ บนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก GA, เหล็ก GL, เหล็ก GI, เหล็ก EG ล้วนมีสมบัติทางเคมีต่างๆ ไม่เหมือนกัน
ทำให้เกิดเป็นคุณสมบัติของเหล็กที่แตกต่างกัน หนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญในการดูสเปคเหล็ก คือ ค่า Tensile
.
.
Tensile อ่านเป็นไทยว่า เทน-ซาย (จริงๆ อ่านว่า เทน-เซิล) คือ ค่าทนแรงดึงของเหล็ก
แปลง่ายๆ ก็คือ เป็นค่าที่บอกว่า เหล็กสามารถรับแรงดึงได้มากที่สุดเท่าไหร่ ต่อจากนั้นความแข็งแรงของวัสดุจะเริ่มลดลง
ปกติจะมาคู่กับค่า Yield Strength หรือ ค่าเค้นคราก หมายถึง จุดที่เหล็กเริ่มเกิดการ เปลี่ยนรูปอย่างถาวร กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว
.
.
เหล็กที่มีค่า Tensile มาก ก็ทนแรงดึงได้มาก และส่วนใหญ่ จะเป็นเหล็กเหนียวหรือเหล็กบาง เพราะจะมีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการทำเหล็กขึ้นรูป เหล็กยืด หรือเหล็กดัดตามแบบ
เหล็กที่มีค่า Tensile น้อย จะทนแรงดึงได้น้อย และส่วนใหญ่จะเป็นเหล็กขนาดใหญ่หรือเหล็กหนา จะได้คุณสมบัติอย่างอื่นกลับมา เช่น ความทนแรงกด ทำให้เป็นเหล็กที่แข็งแรง เหมาะแก่การขึ้นโครงสร้างที่รับน้ำหนักจำนวนมากๆ
.
.
วิธีการอ่านค่า Tensile ในสเปคเหล็ก
ค่า Tensile ของเหล็ก จะบอกอยู่ภายในเกรดเหล็ก
เช่น เหล็ก Coil rolled เกรด SPCC
ตัว C ตัวสุดท้าย คือ ค่า Tensile โดยมีค่าเท่ากับ 270 (ค่ามาตรฐาน)
270 คือ ค่าของแรงที่กระทำต่อพื้นที่ มีหน่วยเป็น N/mm2
ถ้าเป็นตัว D ค่า Tensile เท่ากับ 240
ถ้าเป็นตัว E ค่า Tensile เท่ากับ 200
ถ้าค่า Tensile มีค่ามากหรือน้อยกว่านี้ จะระบุเป็นตัวเลขโดยตรง ส่วนมากจะเป็นเหล็กสเปคพิเศษ เช่น SPC340, SCGA370, SCGA440, SKD11 เป็นต้น
.
.
การจะซื้อเหล็กมาเพื่อใช้งาน ควรทราบว่า ในงานที่เราทำงาน ต้องใช้เหล็กที่มีค่า Tensile เท่าใด
เพราะการเลือกเหล็กที่มีค่า Tensile ไม่ถูกต้องกับงาน อาจจะทำให้เกิดอันตรายแก่โครงสร้างได้
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.isteelthai.com
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.facebook.com/iSteelThai/posts/598754150707145?__tn__=K-R
โดย saweang | พ.ค. 29, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
กลับมาพบกับ ในบ้าน กันอีกแล้วนะคะ ครั้งนี้เราก็มาพร้อมกับ บ้านน็อคดาวน์โครงเหล็ก ประกอบเข้ากับวัสดุไม้โทนสีทึบ ครบครันทุกฟังก์ชันใช้งาน มีมุมพักผ่อนริมระเบียงบ้าน ตลอดจนสนามหญ้าสีเขียวสดนอกบ้าน เป็นหนึ่งในผลงานจาก BB-Home บ้านน็อคดาวน์ เราลองไปชมกันเลยค่ะ
บ้านน็อคดาวน์หลังนี้ก่อสร้างขึ้นที่อำเภแแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะเป็นบ้านยกพื้นสูง โครงสร้างภายนอกเป็นเหล็กแต่งแต้มด้วยสีดำ ตัวฐานบ้านก่ออิฐฉาบปูน ผนังกรุไม้เทียมสีเข้ม หลังคาปกคลุมด้วยทรงเพิงหมาแหงน โดดเด่นท่ามกลางสวนนอกบ้านพร้อมต้นไม้สูงใหญ่ ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณนอกบ้าน

ด้านบนมีเฉลียงแนวยาวเชื่อมต่อเข้าไปยังประตูทางเข้าหน้าบ้าน มาพร้อมหลังคาโครงเหล็กยื่นออกมาป้องกันแดดและฝน

อีกด้านหนึ่งเป็นระเบียงชมวิวปูพื้นไม้ขนาดพอเหมาะ จัดวางโต๊ะและเก้าอี้ไว้ เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่พักผ่อนจิบกาแฟ สูดกลิ่นอายธรรมชาติในยามเช้า

ในส่วนของพื้นที่ด้านใน ผนังกรุไม้ลามิเนตสีเข้ม ตัดกับพื้นสีขาวดำลายโบราณ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ตามมุมต่างๆ พร้อมกันนี้ก็ได้ติดตั้งหน้าต่างกระจกบานใสไว้โดยรอบ ซึ่งช่วยในเรื่องของการเพิ่มแสงสว่างภายในห้องได้เป็นอย่างดี

ห้องครัวตกแต่งสไตล์ร่วมสมัย ผนังและเคาน์เตอร์ครัวปูกระเบื้องเงาลายอิฐโชว์แนวสีดำ ปิดทับด้วยท็อปสีดำเงา พื้นปูกระเบื้องตรีทัชลายวินเทจ ประดับด้วยโคมไฟแขวนดีไซน์คลาสสิค

นี่คือโซนซักล้าง แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นส่วนซิงค์ โซนเปียก และด้านในเป็นโซนแห้ง สามารถจัดวางเครื่องซักผ้าหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดประเภทต่างๆ ได้

ห้อนอนปูพื้นไวนิลลายไม้ ผนังกรุลามิเนตสีเข้ม มาพร้อมหน้าต่างมองทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างถนัดตา

ห้องเสื้อผ้าหรือ Walk-in Closet มีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ช่วยให้พื้นที่ใช้งานในห้องดูเป็นระเบียบ ไม่เกะกะสายตา

ห้องน้ำกว้างขวาง ปูพื้นกระเบื้องลายไม้ ผนังตกแต่งด้วยลวดลายวินเทจสวยงาม นอกจากนี้ยังติดตั้งฉากกระจกเพื่อแยกระหว่างพื้นที่เปียกและแห้ง ซึ่งนอกจากจะง่ายต่อการทำความสะอาดแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

บ้านน็อคดาวน์ขนาดกลาง ประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ รับแขก ห้องครัว ห้องซักล้าง และระเบียงพักผ่อนนอกบ้าน มีราคาต่อหลังอยู่ที่ 1,670,000 บาท (เฟอร์นิเจอร์ตามภาพ) หากเพื่อนๆ สนใจ สามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากข้อมูลด้านล่างนี้เลยค่ะ
Line id : bbhome2014
Facebook : BB-Home บ้านน็อคดาวน์
Tel : 085-3005775, 081-8775996

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

Line id : bbhome2014
Facebook : BB-Home บ้านน็อคดาวน์
Tel : 085-3005775, 081-8775996
ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.naibann.com/tsp41-knockdown-vacation-house-by-bb-home
โดย saweang | มี.ค. 6, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
งานก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กรูปพรรณรีดร้อน ย่อมมาพร้อมกับวิธีการก่อสร้างที่จะขาดไปไม่ได้คือ “การเชื่อม” ในแง่หนึ่ง การเชื่อมเป็นเทคนิคด้านงานก่อสร้างที่ทำกันอยู่ทั่วไป เหมือนเป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องติดตัวช่างก่อสร้าง การเชื่อมก็เป็นทักษะที่มีระดับความชำนาญหลายระดับ และต้องได้รับการฝึกฝนในระยะเวลาหนึ่ง เพราะในงานก่อสร้างอาคารโครงสร้างเหล็กใดๆ เรามักจะพบปัญหาจากการเชื่อมอยู่เสมอ ไม่มากก็น้อย

โดยหลักการทั่วไป คุณภาพการเชื่อมเหล็กที่ดี จะขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่างด้วยกัน คือการควบคุมความสมดุลระหว่างกำลังไฟ และความเร็วในการลากผ่านการเชื่อม โดยทั้งหมดจะต้องคำนึงถึงความหนาของเหล็กที่ใช้ และวัตถุประสงค์ของการใช้งานต่อไป
เมื่อเป็นฝีมือคน จึงเป็นเรื่องท้าทายในการควบคุมปัจจัยทั้งสองให้สอดคล้องกันเพื่อให้ได้งานเชื่อมที่มีคุณภาพในตอนท้าย เพราะหากไม่แล้ว งานเชื่อมที่ด้อยคุณภาพก็อาจนำมาซึ่งความไม่สม่ำเสมอของรอยต่อ มีส่วนเว้าแหว่งที่เชื่อมไม่ติด ความเปราะของรอยเชื่อม อันจะทำให้ความสามารถในการรับน้ำหนักของงานโครงสร้าง ไม่ตรงตามที่วิศวกรคำนวณ และอาจนำมาซึ่งการพังทลายของโครงสร้างได้
รอยเชื่อมที่มีคุณภาพนั้น จะเป็นที่เข้าใจกันว่าตะเข็บต้องมีลักษณะสม่ำเสมอ ลากยาว และเป็นเนื้อเดียว (ภาษาช่างเรียกเหมือนเป็นเกล็ดปลา) แต่นอกจากนั้นก็จะขึ้นอยู่กับการใช้งาน และหน้าที่การรับน้ำหนักของแต่ละจุด ที่จะต้องผ่านการออกแบบการเชื่อม ที่สัมพันธ์กับการคำนวณจากวิศวกร

โดยจะมีจุดบกพร่องและปัญหาที่จะเกิดอยู่บ้างในระหว่างการเชื่อม ที่จะก่อให้เกิดงานที่ไม่ได้คุณภาพ ยกตัวอย่างเช่นอย่างแรกคือฟองอากาศ (Porosity)ที่อาจเกิดจากการเชื่อมที่ไม่ชำนาญ และความไม่สมดุลของกำลังไฟและกระบวนการเชื่อม ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความเปราะฟองอากาศเพียงเล็กน้อยอาจไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างมาก แต่นั่นย่อมขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของฟองอากาศในแต่ละชิ้นงาน โดยป้องกันได้ด้วยหลายเทคนิควิธี คืออาจรักษาระยะอาร์คให้สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อป้องกันเปลวดับ และรักษาโลหะไม่ให้เย็นตัว รวมถึงเป็นการรักษาอัตราความเร็วของแก๊สให้สม่ำเสมอที่สุด
ข้อบกพร่องที่อาจเป็นปัญหาต่อมาคือ Slag หรือโลหะแปลกปลอมที่ฝังในรอยเชื่อม ซึ่งอาจเกิดจากทั้งความสกปรกของชิ้นงาน ความไม่เรียบร้อย รวมไปถึงสนิมในบริเวณรอยต่อที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการทาสีกันสนิม หาก Slag เปราะและหลุดจากรอยต่อนั้นๆ
วิธีการป้องกันปัญหาหรือข้อบกพร่องที่จะเกิดจากการเชื่อม รวมถึงการเพิ่มคุณภาพการเชื่อมเหล็กที่ได้ประสิทธิภาพที่สุด หนีไม่พ้นการทำความสะอาดชิ้นงานให้ปราศจากน้ำมัน และเศษสิ่งสกปรกก่อนทำงานเชื่อม ก็จะทำให้ได้คุณภาพงานเชื่อมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ขอขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com/th/community/blog/
โดย saweang | มี.ค. 6, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สำหรับเจ้าของบ้าน มีจินตนาการในใจว่าอยากจะมีบ้านสักหลังไว้อยู่อาศัย จะมองหาใครที่ให้คำตอบได้ว่าสิ่งที่มีอยู่ในใจนั้นมันเรียกว่าบ้านแบบไหน เป็นบ้านเหล็กหรือบ้านปูนดีกว่ากัน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านที่ต้องการนั้นมีขั้นตอนการออกแบบก่อสร้างยังไงบ้าง วันนี้ SYS จะขอมาแจกแจงขั้นตอนทั่วไปของงานออกแบบ ว่าเจ้าของบ้านควรทำอย่างไรบ้างเพื่อให้แบบที่มีในใจนั้นเป็นจริง

แรกสุด SYS แนะนำให้เจ้าของบ้านทุกท่านปรึกษา สถาปนิก ผู้ที่จะสามารถเปลี่ยนความต้องการของเจ้าของบ้านไปก่อร่างผ่านไอเดียให้เป็นจริงขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ ได้ สถาปนิกจะเป็นผู้ที่จัดวางพื้นที่ใช้สอย รู้จักการเลือกใช้วัสดุ และการสร้างสรรค์หน้าตาของบ้าน จะเปลี่ยนความต้องการต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม ผ่านการแก้ปัญหาต่างๆ ตามสถานที่ตั้งและการเลือกวัสดุให้เหมาะสม ผ่านการใช้แบบทางสถาปัตยกรรมแสดงภาพให้เห็น และแบบก่อสร้างที่สถาปนิกจะนำไปสื่อสารกับวิศวกรและผู้รับเหมาก่อสร้างต่อไป
ในจุดนี้เองที่เจ้าของบ้านละสถาปนิกจะตกลงกันว่า จะเลือกใช้โครงสร้างปูนหรือเหล็กสำหรับบ้าน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการเป็นหลัก เช่น อาจเลือกใช้ปูนเพราะไม่กังวลเรื่องเวลาการก่อสร้าง รูปร่างโครงสร้างเป็นแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรที่หวือหวา และคุ้นเคยกับบ้านปูนเป็นทุนเดิม ในขณะที่อาจเลือกใช้บ้านเหล็กเพราะต้องการการก่อสร้างที่รวดเร็ว เป็นระบบ ควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างได้ง่าย ตอบโจทย์โครงสร้างในรูปแบบแปลกใหม่ได้ หรือเป็นที่ดินที่ค่อนข้างแคบ และต้องการสร้างผลกระทบต่อที่ตั้งให้น้อยที่สุด

เมื่อตัดสินใจเรื่องโครงสร้างได้แล้ว ในที่นี้ หากเจ้าของบ้านเลือกใช้บ้านโครงสร้างเหล็ก ผู้ที่จะคำนวณเพื่อยืนยันความแข็งแรง และออกแบบโครงสร้างโดยละเอียดอีกครั้ง จะเป็นหน้าที่ของวิศวกรโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดชนิดเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก H-Beam หรือเหล็กรูปแบบอื่นๆ กำหนดขนาดเหล็ก กำหนดรอยต่อของโครงสร้าง
ในจุดนี้ วิศวกรและสถาปนิก รวมถึงเจ้าของบ้าน จะตกลงกันเพื่อให้รูปแบบโครงสร้างนั้นไม่เบียดบังพื้นที่ใช้สอยหรือรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่จะตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้าน รวมถึงจะแข็งแรงมากพอโดยไม่พังทลาย แต่มากกว่านั้น วิศวกรก็สามารถแนะนำเหล็กที่จะส่งเสริมไอเดียการออกแบบพื้นที่ รวมถึงอาจช่วยประหยัดงบประมาณลงได้ด้วย

เช่น เหล็กกำลังสูง SM520 ซึ่งจะช่วยให้โครงสร้างมีขนาดเล็กลง ตอบโจทย์เรื่องโครงสร้างเพรียวบาง ในขณะที่สามารถรับแรงได้เท่ากันเมื่อเทียบกับเหล็กเกรดปกติ เมื่อคำนวณโดยรวม ก็จะช่วยลดงบประมาณทั้งค่าเหล็กโครงสร้างที่น้ำหนักลดลง และในส่วนอื่นๆ เช่นค่าแรง ค่าขนส่ง รวมถึงลดภาระของเสาเข็มลงได้ด้วย
หรืออาจเป็นเหล็กประเภท Customized Length เหล็กผลิตความยาวพิเศษ โดยเฉพาะความยาวที่มากกว่า 6 เมตรขึ้นไป โดยอาจถูกเลือกใช้ในส่วนที่ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างช่วงเสากว้างพิเศษ ทั้งนี้การเลือกใช้เหล็ก Customized Length ก็จะช่วยลดการต่อโครงสร้างเหล็ก ซึ่งช่วยเพิ่มมาตรฐานด้านความแข็งแรง และไม่เกิดรอยต่อที่ไม่สวยงามด้วย
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com
โดย saweang | ก.พ. 6, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
 |
| เหล็กเอชบีม (H-Beam) |
เหล็กเอชบีม (H-Beam) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M. เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเสา คาน และโครงตึกขนาดใหญ่
 |
| เหล็กไอบีม (I-Beam) |
เหล็กไอบีม (I-Beam) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M.เหมาะสำหรับงานทำเสา คาน และรางเครน ที่ต้องการรับน้ำหนักมาก
 |
| เหล็กตัวซี (Light Lip Channel) |
เหล็กตัวซี (Light Lip Channel) เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็น ความยาวมาตรฐาน 6 M. มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป งานบันได การทำโครงหลังคา แปต่างๆ
 |
| เหล็กฉาก (Equal Angle) |
เหล็กฉาก (Equal Angle) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน ความยาวมาตรฐาน 6 M. เหมาะสำหรับงาน โครงสร้างบ้าน, หลังคาโรงงาน งานโครงสร้างขนาดเล็กโดยทั่วไป เสาส่งไฟฟ้าและ วิทยุ
 |
| เหล็ก (Cut-Beam) |
เหล็ก (Cut-Beam) เป็นการนำเหล็ก H-Beam มาตัดกลางที่เอว (Web) ซึ่งจะทำให้ได้เหล็ก Cut-Beam 2 ตัวที่เท่ากัน ซึ่งนิยมนำไปใช้ในงานโครงหลังคาประเภทโครงถัก (Truss) เพื่อเป็นการลดงานของ ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่จากเดิมจะใช้เป็นเหล็กฉาก 2 ตัวมาเชื่อม หรือ ขันน็อตร่วมกับ Gusset plate เพื่อยึดติดกัน
 |
| เหล็กพืด (Sheet Pile) |
เหล็กพืด (Sheet Pile) เป็นแผ่นเหล็กลอนรูปต่างๆ มีความยาวตามกำหนดใช้ตอกในแนวดิ่ง สำหรับป้องกันแรงดันน้ำ และแรงดันดิน ที่กระทำตามความลึกของการขุด เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของดิน
 |
| เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange) |
เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M.เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป และงานเชื่อม มีรูปทรงลักษณะเดียวกับ ไอบีม แต่มีขนาดบางกว่า
 |
| เหล็กแผ่นลาย (Checkerd Plate) |
เหล็กแผ่นลาย (Checkerd Plate) มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเป็นลวดลายนูน เพื่อป้องกันการลื่นและน้ำขังเหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนา
 |
| เหล็กแผ่นดำ (Plate) |
เหล็กแผ่นดำ (Plate) มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ นิยมใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนา