Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
สร้างบ้านใหม่ Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
จะออกแบบห้องนอนอย่างไร? ให้โมเดิร์น

จะออกแบบห้องนอนอย่างไร? ให้โมเดิร์น

 

          หลายๆคนอาจจะมีข้อสงสัยครับว่า จะแต่งห้องยังไงให้ออกมาสไตล์โมเดิร์นที่สุด แต่แล้วความเป็นโมเดิร์นของแต่ละคนก็ไมเหมือนกัน แต่พวกเรา Homebuddy จะมาแนะนำเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆกันให้ฟังนั่นก็คือ ถ้าคิดจะออกแบบห้องนอนให้เป็นสไตล์โมเดิร์นแล้ว การเลือกเฟอร์นิเจอร์กับเครื่องนอนเป็นเรื่องสำคัญมาก เฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นตู้ เตียงนอน หรือ โต๊ะนั่งเล่น ควรเลือกสไตล์แบบเรียบๆ สีสันไม่ฉูดฉาดมาก ไม่มีลายเยอะมากจนเกินไป เตียงควรเลือกเตียงที่ยกไม่สูงจากพื้นมาก เพราะต้องออกแบบส่วนที่นอนให้ไม่สูงมากครับ ส่วนเครื่องนอนต่างๆไม่ว่าจะเป็นผ้าห่ม หรือ หมอนต่างๆ ควรเลือกสีที่เป็นสีโทนเดียวกัน หรือ ตัดกันให้เข้ากันครับ เช่น ขาว-ดำ น้ำตาล-ขาว เพียงเท่านี้ห้องนอนก็จะดูโมเดิร์นขึ้นมากกว่าเดิม เรื่องสำคัญที่ควรระวังนั่นก็คือ เฟอร์นิเจอร์ควรเลือกใช้ให้น้อยที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะรก จนเกะกะตาเกินไปครับ

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์นผนัง-แบบห้องนอน

Credit:https://www.pinterest.com

ผนังห้องนอนควรเป็นสีโทนเดียว

สำหรับเพื่อนๆที่คิดจะออกแบบห้องนอนด้วยสไตล์โมเดิร์นนั้น ปัจจัยสำคัญหลักๆเลยจะอยู่ที่ผนังของห้อนอนครับ ควรใช้สีโทนเดียว คือ จะขาวก็ขาว จะดำก็ดำ ไม่ควรใช้ลวดลายที่เยอะมากเกินไปจะทำให้ออกไปเป็นแนวแฟนตาซี ถ้าเป็นสีอ่อนก็เป็นสีเดียว หรือ สองสีตัดกัน ถ้าเยอะๆก็จะออกแบบห้องเป็นสีพาสเทลหวานสดใสเกินไป ดังนั้นถ้าเลือกเครื่องนอนเป็นสีดำ ก็ควรใช้ผนังเป็นสีขาว ส่วนการตกแต่งกรอบรูป หรือ รูปภาพก็ไม่ควรเยอะจนเกินไป ติดไว้แค่รูปสองรูปก็พอ เพื่อความสบายตา ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ฮวงจุ้ยของห้องนอนด้วยครับ

แนะนำ 7 ไอเดียห้องนอนสไตล์โมเดิร์น ขาว-ดำ

จะออกแบบห้องให้โมเดิร์นแบบต้นฉบับก็คงเป็นสีโทนขาว-ดำ ครับ เพราะดูเป็นสไตล์ที่เรียบๆง่ายๆ ทำความสะอาดง่าย  ผ่อนคลาย หาซื้อง่าย ทำความสะอาดง่าย ไม่เก่าง่าย ข้อดีมีมากมายเลยล่ะครับ เอาเป็นว่าจะมีไอเดียไหนสวยถูกใจกันบ้าง? ไปดูกันเลยครับ

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น1-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น2-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น3-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น4-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น5-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น6-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น7-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

7  ไอเดียแนะนำห้องนอนสไตล์เรียบหรู ดูแพง

นอกจากไอเดียสีขาว-ดำ แล้ว ความเรียบ ความหรู ก็จะทำให้ห้องนั้นดูโมเดิร์นขึ้นมาได้เหมือนกันครับ แต่ได้ความหรูมา ราคาต่างๆ ก็จะค่อนข้างแพงขึ้นมาเหมือนกัน แต่ถ้าใจรักแบบนี้ก็ทุ่มเท เปย์ให้เต็มที่ สำหรับไอเดียทั้งหมดนี้มันจะดูโมเดิร์นขนาดไหน? เข้ากันแค่ไหน? เราไปติดตามชมไอเดียเหล่านี้ไปพร้อมๆกันเลยครับ

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์หรูดูแพง1-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์หรูดูแพง2-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์หรูดูแพง3-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์หรูดูแพง4-แบบห้องนอน

 

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์หรูดูแพง5-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์หรูดูแพง6-แบบห้องนอน-

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์หรูดูแพง7-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

7 ไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นวินเทจ ผสมได้ลงตัวสุด

ถ้าหากใครอยากแต่งห้องสไตล์โมเดิร์น แต่ก็ทิ้งแนววินเทจไม่ได้ พวกเรา Homebuddy ก็ได้รวบรวมไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์โมเดิร์นผสมวินเทจมาให้ชมกัน ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีแต่สวยๆ ทั้งนั้นเลยครับ ถ้าหากว่าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยครับว่า จะมีไอเดียไหนบ้างที่สวยถูกใจเพื่อนๆ

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น&วินเทจ1-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น&วินเทจ2-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น&วินเทจ3-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น&วินเทจ4-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น&วินเทจ5-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น&วินเทจ6-แบบห้องนอน

 

Credit: https://www.pinterest.com

ไอเดียออกแบบห้องนอนสไตล์โมเดิร์น&วินเทจ7-แบบห้องนอน

Credit: https://www.pinterest.com

การออกแบบต่างๆควรมีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าครับ ไม่ว่าจะเป็นหาซื้อเฟอร์นิเจอร์ หาช่างในการทำ อีกทั้งต้องจำลองออกแบบกราฟฟิค หรือ รูปแบบสำหรับห้องนอนเอาไว้ล่วงหน้าก็จะดีมากเลยล่ะครับ เพราะกว่าจะหาสไตล์ที่ใช่ได้จริงๆก็อาจจะต้องลองหลายๆแบบเลยล่ะครับ ผิดๆถูกๆ เดี้ยวก็เจอแบบที่ใช่เอง ก็เป็นอันจบไปแล้วนะครับสำหรับ บทความจะออกแบบห้องนอนอย่างไร? ให้โมเดิร์น Homebuddy มีคำตอบ มีคำแนะนำ และ ไอเดียดีๆมากมายเลยใช่ไหมล่ะครับ ถูกใจกันบ้างไหมเอ่ย ถ้าหากชอบอย่าลืมบอกต่อด้วยการกด Share บทความนี้  อยากให้กำลังใจก็กด Like ให้พวกเราด้วยนะครับ สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาไอเดียออกแบบบ้าน รีโนเวท ตกแต่ง รวมถึงไอเดีย โคมไฟ DIY ทุกเรื่องเกี่ยวกับบ้าน สามารถติดตามบทความดีๆมีสาระได้ที่ Homebuddy.in.th สุดท้ายนี้พวกเราต้องขอตัวลาไปก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า  “Homebuddy สวัสดีครับ”

 

ขอบคุณช้อมูลจากhttps://homebuddy.in.th/how-to-bedroom-modern-style/

การตั้งเสาเอก ใช้อะไรบ้าง มีลำดับพิธีอย่างไร เรื่องน่ารู้ก่อนเริ่มปลูกบ้าน

การตั้งเสาเอก ใช้อะไรบ้าง มีลำดับพิธีอย่างไร เรื่องน่ารู้ก่อนเริ่มปลูกบ้าน

         กว่าจะ ปลูกบ้าน สร้างบ้านเป็นของตัวเองได้สักหลัง นอกจากจะต้องคำนึงถึงทำเลที่ตั้ง แบบบ้าน แปลนบ้าน และสไตล์ การตกแต่งบ้าน แล้ว สำหรับใครที่อยากจะเสริมสิริมงคลก่อนปลูกบ้าน มาดูพิธีการปลูกบ้านและตั้งเสาเอก ใช้อะไรบ้าง มีลำดับพิธีอย่างไร มาดูกันค่ะ

 


 

1. เริ่มต้นด้วยการหาวันดี วันมงคล

               ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะนิยมปลูกบ้านกันในเดือนอ้าย (เดือนแรกของปี) เดือนยี่ (เดือนที่สองของปี) เดือนสี่ เดือนหก เดือนเก้า และเดือนสิบสอง ตามการนับเดือนแบบไทยหรือแบบจันทรคติ ส่วนวันที่ก็ให้เลือกจากวันอธิบดีหรือวันธงชัยของแต่ละเดือน ซึ่งปกติแล้วจะนิยมตั้งเสาเอกในวันจันทร์ และไม่นิยมตั้งเสาเอกในวันอาทิตย์ ส่วนทิศหรือตำแหน่งยอดนิยมเป็นทิศตะวันตกเฉียงใต้ แต่ถ้าหากใครไม่แน่ใจอาจจะขอให้พระหรือหมอดูช่วยเลือกให้ก็ได้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพียงวัน เดือน ปีเกิดของเจ้าของบ้านในการหาวัน เวลา และตำแหน่งของเสาเอกที่เหมาะสม ซึ่งบางครั้งหากเจ้าของบ้านไม่มีดวง ก็อาจจะต่อรอไปอีกสักปีสองปี นอกเหนือจากนี้ฤกษ์งามยามดีในแต่ละวันก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญเหมือนกัน โดยเชื่อกันว่าฤกษ์มงคลในการตั้งเสาเอกของแต่ละวัน มีดังนี้
 

 

2. การปลูกบ้านเรือนไทยจะต้องทำพิธีกรุงพาลี

               เป็นพิธีขอขมา-ขออนุญาตเจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าแม่ธรณี เพื่อความเป็นสิริมงคลของบ้านและผู้อยู่อาศัย เครื่องเซ่นไหว้ประกอบพิธี ได้แก่ ข้าวสุก กล้วยน้ำว้าสุก ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียน และหมากพลู ซึ่งหลังจากที่ทำพิธีเสร็จก็อย่าลืมนำถั่วเขียว ข้าวตอก และงาดิบมาโปรยทับลงบนดินด้วย

3. ตีผังบ้านและปรับระดับดิน

               ตีผังบ้าน และปรับระดับดินให้พร้อมเพื่อเตรียมทำพิธี จากนั้นขุดหลุมเสาเอกก่อนเป็นหลุมแรกเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย
 

4. จัดเตรียมหาของมงคล

          สำหรับประกอบพิธีตั้งเสาเอก (เท่าที่พอหาได้ แต่ถ้าครบก็จะดี) ได้แก่

  • จัดโต๊ะหมู่บูชา 1 ชุด พร้อมเครื่องสักการะ (ถ้าประสงค์)
  • จตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระ 1 ชุด (กรณีนิมนต์พระมาประพรมน้ำมนต์ที่หลุมและเจริญชัยมงคลคาถา)
  • เครื่องบูชาฤกษ์หรือสังเวยเทวดา (จัดย่อส่วนก็ได้ ดูพิธีวางศิลาฤกษ์)
  • สายสิญจน์ 1 ม้วนเล็ก
  • ผ้าสามสี ผ้าแพรสีแดง ผ้าห่มเสา ผ้าหัวเสา หรือผ้าขาวม้า 1 ผืน ขนาด 4×6 นิ้ว
  • แผ่นทอง นาก เงิน อย่างละ 1 แผ่น
  • เหรียญทอง เงิน อย่างละ 9 เหรียญ
  • ทองคำเปลว 3 แผ่น
  • หน่อกล้วย อ้อย อย่างละ 1 หน่อ
  • ข้าวตอกดอกไม้ 1 ขัน
  • น้ำมนต์ 1 ขัน (พร้อมกำหญ้าคา 1 กำ)ฃ
  • ทรายเสก 1 ขัน
  • แป้งหอม
  • ไม้มงคล 9 ชนิด (ไม้ราชพฤกษ์, ไม้ขนุน, ไม้ชัยพฤกษ์, ไม้ทองหลาง, ไม้ไผ่สีสุก, ไม้ทรงบาดาล, ไม้สัก, ไม้พะยูง, ไม้กันเกรา)

 


 

5. ลำดับพิธีตั้งเสาเอก

               สำหรับการทำพิธีตั้งเสาเอกนั้น ไม่จำเป็นต้องทำครบทุกขั้นตอน ประกอบด้วยลำดับพิธีต่าง ๆ ดังนี้ 

               5.1 นำหน่อกล้วย อ้อย และผ้าสามสีผูกติดกับเสาเหล็กที่จะใช้ในพิธีตั้งเสาเอก (ควรผูกให้เรียบร้อยก่อนถึงวันตั้งเสาเอก)

               5.2 สำหรับบ้านไหนที่ไม่เชิญพราหมณ์หรือพระมาช่วยทำพิธี ก็สามารถให้ญาติผู้ใหญ่หรือเจ้าของบ้านเป็นคนทำพิธีเองได้ (ผู้อยู่อาศัยทุกคนควรมาร่วมพิธีให้ครบ) โดยเริ่มแรกให้วางสายสิญจน์ตั้งแต่โต๊ะหมู่บูชาไปจนถึงเสาเอก

               5.3 เจ้าภาพจุดธูปเทียนที่โต๊ะหมู่บูชา อธิษฐาน และกราบพระ

                     เจ้าภาพจุดธูปที่โต๊ะสังเวยบูชาเทวดา ให้ช่วยคุ้มครอง

               5.4 ตอกไม้มงคล 9 ชนิดลงไปในหลุมเสาเอก

               5.5 วางแผ่นทอง แผ่นนาก แผ่นเงิน และเหรียญเงินลงไปในหลุม

               5.6 นิมนต์พระสงฆ์มาพรมน้ำมนต์และโปรยทรายเสกลงที่หลุมเสาเอก พร้อมเจิมและปิดทองที่เสาเอกที่ผูกผ้าสามสี หน่อกล้วย และอ้อยเอาไว้

               5.7 เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีถือสายสิญจน์และยกเสาเอกให้เรียบร้อย

               5.8 เจ้าภาพโปรยข้าวตอกดอกหรือแป้งหอมลงที่หลุมเสาเอก

***ในกรณีที่เชิญพราหมณ์หรือพระมาช่วยทำพิธีอาจจะมีขั้นตอนที่แตกต่างออกไปบ้าง แต่ต้องจัดเตรียมตั้งโต๊ะและจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระ 1 ชุด รวมถึงอาหารสำหรับฉันท์เพลด้วย***
 


 

ปีที่ปลูกเรือน (ตั้งเสาเอก) เสริมสิริมงคล

          – ปลูกเรือนปีชวด

          นำไม้ราชพฤกษ์ปักเสามุมแรก ก่อนยกเสาเอกเพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นก็โปรยดอกไม้ 3 สีที่เป็นสิริมงคล (ดอกกุหลาบ ดอกรัก และดอกพุทธ) แล้วบวงสรวงด้วยกล้วยที่เป็นมิ่งขวัญปีเกิด จะทำให้อยู่เย็นเป็นสุขและทำมาหากินเจริญขึ้น

           – ปลูกเรือนปีฉลู

          นำเอากล้วยและผ้าขาวพันที่เสาเอก เอากิ่งมะตูม 3 กิ่งปักที่เสาเอก แล้วบวงสรวงด้วยลูกตาล ขนมฝอยทอง จะทำให้มีความสุขความเจริญและมีแต่สิ่งดี ๆ เข้าบ้าน

          – ปลูกเรือนปีขาล

          นำเอาข้าวสุก 3 กระทงและน้ำ 3 ขัน (ขันเงิน ขันทอง ขันนาก) รดที่ต้นเสาเอก จากนั้นโปรยดอกไม้ 3 ชนิด (ดอกดาวเรือง ดอกรัก และดอกบานไม่รู้โรย) เพื่อเป็นเคล็ดให้ร่ำรวยและอยู่เย็นเป็นสุข

          – ปลูกเรือนปีเถาะ

          นำเอาใบตะเคียน ใบเฉียง ใบพร้าหอม และต้นกล้วย 1 ต้น ห่อที่ปลายเสาเอก แล้วบวงสรวงด้วยหมูย่าง ปลายำ จะทำให้มีความรุ่งเรือง

          – ปลูกเรือนปีมะโรง

          นำเอาใบมะกรูดและกำยานพันปลายเสาเอก แล้วยกเสาขึ้น พร้อมโปรยดอกไม้มงคล 7 ชนิด ได้แก่ ดอกรัก ให้รักใคร่กัน ดอกดาวเรือง ให้เจริญรุ่งเรือง ดอกบัว ให้มีคนนับถือ ดอกกุหลาบ ให้สุขสดชื่น ดอกบานไม่รู้โรย ให้มั่งมีอย่างไม่รู้โรย ดอกพุด ให้พระคุ้มครอง และดอกมะลิ ให้อยู่เย็นเป็นสุข จะทำให้ร่ำรวย มั่งมี และเป็นสุขตลอดไป  

          – ปลูกเรือนปีมะเส็ง

          นำเอาใบสิงห์ 2 กิ่งผูกที่ปลายเสาเอก วางข้าว 3 กระทง จุดธูปเทียนบูชา พร้อมทั้งบูชาดอกกุหลาบ พวงมาลัย มะลิสด ดอกรัก และน้ำเย็น 6 ขัน แล้วพูดว่า มั่ง มี ศรี สุข จากนั้นยกเสาเอกขึ้น จะทำให้รุ่งเรือง

          – ปลูกเรือนปีมะเมีย

          นำเอาใบขี้เหล็กกวาดตั้งแต่ปลายเสาลงมาถึงโคนเสา 3 ครั้ง จากนั้นเอาน้ำรดปลายเสาเอก โดยให้อดใจรอจนถึงเวลาไก่ขัน แล้วบวงสรวงด้วยกล้วย มะพร้าว ส้ม จึงจะร่มเย็นเป็นสุข

          – ปลูกเรือนปีมะแม

          นำเอาใบเงิน 3 ใบ หมากผู้ 3 ใบ หมากเมีย 3 ใบ พร้อมทั้งใบกล้วย ใบอ้อยใส่ลงไปในหลุม แล้วจึงยกเสาเอก จากนั้นก็บวงสรวงด้วยกล้วย อ้อย มะพร้าว และขอพร จะเสริมสิริมงคลให้มีโชคลาภตลอดไป

          – ปลูกเรือนปีวอก

          นำเอาเทียน 3 เล่มแปะทอง ผูกข้างเสาด้านหัวนอน และนำใบเงิน ใบทอง ใบนาก ใส่ลงในฐานหลุม แล้วจึงยกเสาเอก จะทำให้มั่งมีศรีสุขตลอดกาล

          – ปลูกเรือนปีระกา

          นำเอาข้าวตอกกับใบบัวบกใส่รองเอาไว้ในหลุมของเสาเอกและเสารอง หรือใส่ให้ครบทั้ง 4 ทิศ จะเสริมมงคลให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข แล้วจึงบวงสรวงด้วยข้าว แกง แอปเปิล ดอกบัวหลวงขอพร จะทำให้มั่งมีศรีสุข

          – ปลูกเรือนปีจอ

          นำเอาข้าวตอกกับใบบัวบกมาใส่รองเอาไว้ในหลุมเสาเอก หรือใส่ให้ครบทั้ง 4 ทิศ แล้วบูชาด้วยดอกบัวหลวง จะทำให้มีคนอุปถัมภ์ดี

          – ปลูกเรือนปีกุน

          นำเอาดอกชบาและดอกบัวอย่างละ 1 ดอก ใส่ลงในหลุมเสาเอก แล้วลงเสาเอก ฤกษ์ 09.09 น. จะทำให้มีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป
 

               พิธีตั้งเสาเอกเปรียบเสมือนการเสริมสิริมงคลให้กับบ้าน อีกทั้งยังเป็นการขอขมาต่อเจ้าที่ เจ้าทางตามความเชื่อของคนโบราณด้วย ฉะนั้นถ้าหากใครมีแผนจะปลูกบ้าน สร้างบ้าน ก็อย่าลืมนำลำดับพิธีตั้งเสาเอกแบบง่าย ๆ ที่เรารวมรวบมาฝากไปปรับใช้ให้เหมาสมกันนะคะ

6 เรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนสร้างบ้านใหม่

6 เรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนสร้างบ้านใหม่

   หากเราตัดสินใจว่าจะก่อสร้างบ้านใหม่สักหนึ่งหลัง สิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมก่อนคือ การรวบรวมข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่จำนวนสมาชิกในบ้าน ความต้องการในด้านต่างๆ (ทั้งความต้องการของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน สไตล์บ้าน และแนวคิดเรื่องบ้าน) งบประมาณที่ตั้งไว้ การกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จ จำนวนชั้นของบ้าน และการเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เราต้องการ เพื่อให้เห็นภาพรวมของบ้านทั้งหลังเบื้องต้นก่อนการดำเนินการในส่วนอื่นๆ
 
1. จำนวนสมาชิกในบ้านมีกี่คน มีใครบ้าง อาศัยอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวเดี่ยว (มีเพียงสามีภรรยา หรือมีพ่อแม่ลูก) หรือแบบครอบครัวใหญ่ (มีคุณปู่คุณย่า/คุณตาคุณยาย และมีลูกหลานด้วย) มีผู้สูงอายุและเด็กหรือไม่ เพื่อกำหนดหรือคาดคะเนจำนวนห้องนอน ห้องน้ำ และห้องอื่นๆ ที่ต้องมี ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้าน

ภาพ: สมาชิกในบ้านมีกี่คน มีใครบ้าง (เป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวใหญ่ มีผู้สูงอายุและเด็กหรือไม่)

2. ความต้องการในด้านต่างๆ ซึ่งความต้องการนี้แบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ ความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน ความต้องการเรื่องสไตล์บ้าน และแนวคิดเรื่องบ้านที่เราต้องการ
 
– ความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน รวบรวมข้อมูลว่าแต่ละคนมีความชอบ ความต้องการ งานอดิเรกเป็นอย่างไร อาจเป็นการพูดคุยกัน สอบถามโดยตรง รวมถึงสังเกตพฤติกรรมที่แต่ละคนทำเป็นประจำ เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล ตัวอย่างเช่น ลูกชายชอบเล่นกีฬาเล่นดนตรี (ต้องเตรียมพื้นที่ภายนอกสำหรับการเล่นกีฬา และห้องเก็บเสียงขณะลูกชายเล่นดนตรีเพื่อไม่ให้รบกวนคนในบ้านและเพื่อนบ้าน) ลูกสาวชอบสัตว์เลี้ยง (มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสัตว์เลี้ยงจะวิ่งเล่น) พ่อแม่ผู้สูงวัยชอบปลูกต้นไม้และนับถือพุทธศาสนา (มีพื้นที่สวนที่เอื้อต่อการปลูกต้นไม้ และมีห้องพระ) เจ้าของบ้านชอบดูหนังที่บ้าน (มีโฮมเธียเตอร์ที่สามารถเก็บเสียงได้ดีเพื่อให้ดูหนังได้อย่างเต็มที่) ภรรยาชอบอ่านหนังสือ (ออกแบบห้องอ่านหนังสือหรือห้องทำงานให้เงียบเพื่อให้มีสมาธิ)

ภาพ: ตัวอย่างความชอบ ความต้องการ งานอดิเรกของแต่ละคนในบ้าน

ความต้องการเรื่องสไตล์บ้าน ซึ่งเป็นภาพรวมของบ้านหนึ่งหลังว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ (เช่น บ้านสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่ายแต่มีรายละเอียดบางส่วนที่น่าสนใจ บ้านสไตล์คลาสสิกที่ดูหรูหรา บ้านสไตล์ไทยประยุกต์ที่คงไว้ซึ่งความเป็นไทยแต่เข้ากับยุคสมัย บ้านสไตล์เนเชอรัลที่ดูใกล้ชิดธรรมชาติ บ้านสไตล์ร่วมสมัยที่บรรยากาศโดยรวมดูอบอุ่นเป็นกันเอง และบ้านสไตล์โคโลเนียลที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตกผสานรวมกับวิถีชีวิตแบบไทยอย่างลงตัว เป็นต้น) ซึ่งเราสามารถหาตัวอย่างภาพบ้านหรือสถานที่ที่ชอบต่างๆ (เช่น จากนิตยสาร จากหนังสือแบบบ้าน หรือจากอินเทอร์เน็ต รวมถึงสถานที่ที่ไปพักผ่อนท่องเที่ยวแล้วชอบ) ทั้งภาพรวมภายนอกของตัวบ้าน การตกแต่งภายใน บรรยากาศ สเปซ และองค์ประกอบต่างๆ ที่ชอบนำมาพูดคุยและสรุปเพื่อหาแนวทางของบ้านที่ดีที่สุดร่วมกัน

 
ภาพ: สไตล์บ้านที่เราต้องการ

– แนวคิดเรื่องบ้านที่เราต้องการ ปัจจุบันที่เราคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น รวมถึงภูมิอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้นฝนตกชุก ประกอบกับสังคมเมืองในปัจจุบันที่มีที่ดินที่จำกัด มีมลภาวะทางอากาศ และในหลายปีที่ผ่านมาก็มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ทำให้มีแนวคิดเรื่องบ้านออกมามากมายให้เราได้เห็นตัวอย่างกัน เช่น บ้านประหยัดพลังงาน บ้านสุขภาพดี บ้านเพื่อผู้สูงอายุ บ้านสามวัย บ้านรับมือกับภัยธรรมชาติ บ้านขนาดเล็ก เป็นต้น ซึ่งเราควรสรุปออกมาว่าบ้านที่เราจะก่อสร้างจะมีแนวคิดอะไรบ้าง

ภาพ: แนวคิดเรื่องบ้านที่ต้องการ เช่น บ้านประหยัดพลังงาน บ้านสุขภาพดี บ้านเพื่อผู้สูงอายุ บ้านสามวัย บ้านรับมือกับภัยธรรมชาติ บ้านขนาดเล็ก เป็นต้น

 3. งบประมาณในการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลัง การตั้งงบประมาณไว้จะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจว่าจะสร้างบ้านแบบไหน วิธีไหน พื้นที่บ้านที่เหมาะสมควรจะมีขนาดเท่าไร รวมถึงวัสดุที่เราจะเลือกใช้เป็นอย่างไร เพื่อให้ตอบโจทย์เราได้อย่างดีที่สุดและไม่มีปัญหางบประมาณบานปลายในภายหลัง โดยงบประมาณที่เราต้องตั้งไว้นั้น นอกจากจะมีค่าก่อสร้างบ้าน ยังมีค่างานตกแต่งภายในและค่าเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงค่าสิ่งก่อสร้างรอบบริเวณบ้านและงานสวนอีกด้วย

 
ภาพ: งบประมาณในการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลัง แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ค่าก่อสร้างบ้าน ค่างานตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ ค่าสิ่งก่อสร้างรอบบริเวณบ้านและงานสวน

4. การกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนล่วงหน้า จัดสรรเวลา และเตรียมตัวในแต่ละขั้นตอนอย่างคร่าวๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การถมที่ดินที่ต้องรอเวลาให้ดินแน่นพอที่จะก่อสร้างได้ การรวบรวมข้อมูลต่างๆ ระยะเวลาที่จะได้แบบบ้านแบบก่อสร้างไม่ควรเกินเดือนไหน การยื่นขออนุญาต การหาผู้รับเหมาที่ว่างในเวลาที่เราจะก่อสร้างให้เสร็จทันกำหนด รวมถึงการเตรียมงบประมาณให้พร้อมจ่ายในแต่ละงวดงานก่อสร้าง

ภาพ: การจะมีบ้านหนึ่งหลังนั้นมีหลายขั้นตอน ซึ่งเราควรกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จเอาไว้ เพื่อจะได้วางแผน จัดสรรเวลา และเตรียมตัวในแต่ละขั้นตอนอย่างคร่าวๆ

5. จำนวนชั้นของบ้านที่เราจะสร้าง จำนวนชั้นของบ้านที่เราจะสร้างได้นั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดิน ขนาดพื้นที่บ้านที่เราต้องการ และจำนวนสมาชิกในบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายซึ่งกำหนดการใช้สอยของที่ดินที่เราถือครองว่าสามารถก่อสร้างเป็นอาคารประเภทใดได้บ้าง สูงไม่เกินกี่เมตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกินกี่ตารางเมตร ต้องเว้นที่ว่างและระยะถอยร่นต่างๆ เท่าไร (ตัวอย่างเช่น ในกฎกระทรวงฉบับที่ 36 (พ.ศ. 2535) กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหัวหินและตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารใดๆ เว้นแต่อาคารเดี่ยวชั้นเดียวที่มีความสูงไม่เกิน 6 เมตร พื้นที่อาคารรวมกันไม่เกิน 75 ตารางเมตร โดยอาคารแต่ละหลังตั้งห่างกันไม่น้อยกว่า 4 เมตร ห่างเขตที่ดินของผู้อื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร มีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของที่ดินที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคารนั้น และต้องห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า 20 เมตร หรือห่างจากคันขอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่าโดยรอบไม่น้อยกว่า 12 เมตร เป็นต้น) เจ้าของบ้านจึงควรตรวจสอบเบื้องต้นว่าสามารถสร้างอาคารพักอาศัยได้สูงสุดกี่เมตร

 
ภาพ: จำนวนชั้นของบ้านที่เราต้องการจะสร้าง จะขึ้นอยู่กับสมาชิกในบ้าน ความต้องการเรื่องพื้นที่ใช้สอย ขนาดที่ดินและข้อกำหนดกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับที่ดินที่เราถือครอง

6. การเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เราต้องการ การจะสร้างบ้านสักหนึ่งหลังเราจะต้องมีแบบบ้านหรือแบบก่อสร้าง ซึ่งจะมี 4 วิธีให้เลือก คือ การหาแบบบ้านฟรีมาจ้างผู้รับเหมาให้ก่อสร้างบ้าน การว่าจ้างสถาปนิกจัดทำแบบและเราหาผู้รับเหมามาก่อสร้างให้ การจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน การสร้างบ้านสำเร็จรูป ซึ่งในแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน จึงควรศึกษาเพื่อตัดสินใจเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เหมาะสมและตอบโจทย์เรา ทั้งในเรื่องของงบประมาณ ความเฉพาะตัวของรูปร่างและขนาดที่ดิน (เช่น หน้าแคบแต่ลึก) รวมถึงความสนิทสนมของคนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบ้านอีกด้วย

ภาพ: วิธีการให้ได้แบบบ้านหรือแบบก่อสร้าง ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน จ้างสถาปนิก นำแบบบ้านฟรีมาก่อสร้างบ้าน หรือเลือกสร้างบ้านสำเร็จรูป

       เมื่อเราเตรียมพร้อมแล้วเรื่องความต้องการ งบประมาณ การวางแผนต่างๆ และเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านแล้ว ก็สามารถเริ่มขั้นตอนการจัดหาหรือจัดจ้างทำแบบบ้านหรือแบบก่อสร้างตามโจทย์และวิธีที่เราเลือกได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.scgbuildingmaterials.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า