โดย saweang | ก.พ. 4, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สำหรับใครที่มี คอนโดมิเนียม เป็นของตัวเอง อย่างคุณประชาตาดำ จากเว็บไซต์พันทิป ดอทคอม คงมีความรู้สึกว่าอยากตกแต่ง ทำนั่นทำนี่กับบ้านหลังแรกของตัวเอง ซึ่งคุณประชาตาดำก็เลือกที่จะออกแบบและตกแต่งเอง โดยยึดคอนเซ็ปต์ความเป็นบ้านที่มีความสะดวกสบายและมีความพร้อมทุกอย่าง ลองไปดูกันไหมคะว่า เขาเริ่มต้นอย่างไร รับรองอ่านเรื่องของเขาแบบสนุกๆ กันเลยทีเดียว
ขอยืม id คุณประชามานะครับ รีวิวแรกเลยครับผม นายหางปลา แค่อยาก โชว์ condo แรกในชีวิต กับแนวคิดแปลกของผม เกริ่นนำข้ามได้ไม่เกี่ยวกับการรีวิว คอนโด แต่เป็นเรื่องราวที่มา ก่อนจะมี คอนโด เริ่มเรื่องราวมีอยู่ว่าเมื่อผมต้องย้ายมาทำงาน ณ ใจกลางเมืองหลวง ของกรุงเทพมหานคร ในช่วงปีแรกๆ ของการทำงาน มีห้องพักให้พักแต่ต่อมาเมื่อมีรุ่นน้องจบใหม่มาทำงานแล้วไม่มีห้องพัก ประจวบผมได้เลื่อนขั้นสูงขึ้น มีความเห็นในใจคนเดียวว่าควรเสียสละห้องให้น้องอยู่แล้วเราก็ออกไปซื้อ คอนโด เป็นของตัวเองได้แล้ว หลังห้วงความคิดนั้นจบก็เก็บข้อมูลเรื่อยมา แต่อย่าว่างั้นงี้เลย คอนโด ย่านทองหล่อ คอนโด สุขุมวิท แมร่ง แพง ระดับ เงินเดือน 3 เดือน ยังผ่อนไม่ไหว ก็เลยเขยิบไปไกลอีกหน่อย ก็ยังหาไม่ได้ โชคชะตาฟ้าลิขิต เพื่อนเก่าสมัยเรียนโทรมาหาในช่วงที่กำลังเดินระส่ำระสายหา คอนโด อยู่นั้น “ เฮ้ย” กูซื้อจอง คอนโด ตรง ท้ายซอยเอกมัยติดกับตึกชาญอิสระ แล้วกูว่าจะขาย เห็นใกล้ที่ทำงาน สนใจไหม ขายเท่าทุนเลย” ผมรีบสวนทันที แม้เพื่อนยังพูดไม่จบ “กูเอา” และแล้ว โปรเจค คอนโด แรกของผมก็เริ่ม ณ บัดนี้
และเมื่อทางโครงการติดต่อมาให้ไปดูห้อง เย้ ห้องจะเสร็จแล้ว ความคิดแรก ดีใจ แบบ บอกไม่ถูก เมื่อไปดู ก็ไม่ผิดหวัง แทบไม่ต้องแก้อะไรเลย ยอมรับ คอนโด งานดีจริงๆ ก็เตรียมทำเรื่องกู้ เมื่อเสร็จสรรพ เราก็คิดและออกแบบห้องในใจไว้เลย
ก่อนอื่นโชว์แปลนห้องก่อนดีกว่า อันนี้เป็นห้องขนาด 34 ตรม. โดยประมาณ เป็นห้องที่ถูกสุดในตึก เข้าเรื่องการแต่งห้องแล้วครับ ในข้อกำหนดของ คอนโด จะมีแถมเฟอร์นิเจอร์ให้ด้วย แต่เพื่อน ผมเลือก โปร ลด 2 แสนบาท ตั้งแต่วันจองห้อง (ตอนนี้ แอบดีใจที่เพื่อนไม่เอาเฟอร์นิเจอร์แถมไม่ใช่ไม่ดี แต่ไม่ถูกใจ) อันนี้เป็น ภาพห้องเปล่าครับ
ข้างล่างนี้ เจอในเน็ตครับ คิดว่าน่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่แถม (ดีใจที่ไม่เอาครับ)
ต่อไป สิ่งที่ผมอยากให้มีในห้องผม ครับ
1.อยากได้ห้องที่เป็นสัดส่วน
2.อยากได้ห้องที่มีที่เก็บของ ด้วยส่วนตัวเป็นคนชอบวางของรกๆ บวกกับชอบเก็บมีอะไรก็เก็บไว้ ไม่ชอบทิ้ง
3.คิดว่า ถ้าอยู่ คอนโด ต้อง แน่นๆ ไม่ชอบ ห้องโล่งๆ รู้สึกว่า คอนโด 1 ห้องต้องเอาความจำเป็นของบ้าน ยัดเข้าไปให้หมด
เลยจัดการออกแบบ ขอบคุณ ซัมซุง โน้ต 3 กับ คอนเซ็ปต์ คิดอะไร ทำได้เลย จัดการงัดโน้ต 3 ออกมาเขียน แปลน ในใจ ตอบโจทย์ ของตัวเองทีละข้อ
1.เป็นสัดส่วน แบ่ง เป็น 3 โซน
1.1 โซนห้องนั่งเล่น
1.2 โซนห้องนอน
1.3 โซนห้องแต่งตัว คิดที่จะทำเป็น walk in closet ไม่อยากได้ตู้เสื้อผ้า เพราะคิดไม่ออกว่าจะวางให้หันหน้าไปด้านไหน
และแล้วผลงานชิ้นแรกก็สำเร็จ
เป็นไง ครับ งานออกแบบ ของผม นี้ระดับ โลกนะเนี่ยะ
อุปสรรคที่เกิดขึ้น ห้องน้ำอยู่ด้านหลังห้อง แล้วถ้าเอาห้องนอนไว้ในสุด ต้องนอนกับห้องน้ำ เลยตัดสินใจ กั้น walk in closet ปิดทางเข้าห้องน้ำซะเลย หลังจากได้แบบแล้วก็ตัดสินใจเลือก ว่าจะบิวท์อิน หรือว่าจะไปเดินซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยมาวาง เลยลองไปเดินห้างเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ หลายห้าง ลองไป ให้อินทีเรียของห้างเฟอร์นิเจอร์ ลองวางเฟอร์นิเจอร์ลอยแบบ ฟิตอินดูในรอบแรกก็ถูกใจแต่ราคาไม่โอเคเลย ดูแบบที่ผมไปจัดกับอินทีเรีย
ผมจัดตู้เสื้อผ้า 3 ตู้ ปิดทางเข้าห้องน้ำ มีเตียงนอน 1 อัน ขนาด 5 ฟุต อยู่ตรงกลางห้องชั้น 1 อันปิดกั้นโซน แยกห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ลูกเล่นอยู่ที่ชั้นทีวีหมุนได้โซฟาโซนห้องนอน 1 ตัว
เคาะราคาเสร็จถึงกับสตัน 5 วิ ก่อนจะขอบคุณ น้องพนักงานน่ารักมาก นั่งทำอยู่ 3 ชม. (คือ ห้างดังกล่าว ผมชอบนะครับ น้องอินทีเรีย น่ารัก พาไปเดินดูตู้จริงๆ กลับมาวางแบบ แนะนำให้คำปรึกษาดีมาก) แต่พอเคาะราคาแล้วจะบอกแพงไปก็เกรงใจน้องเค้า ได้แต่ “เดี๋ยวพี่เอากลับบ้านไปเบิกงบคุณแม่ก่อนนะ” แล้วเดินจากมา แล้วไม่กลับไปอีกเลย และนี่คือ แบบนี้ 2 ที่ได้มาหลังจากกรองความคิดออกมาจากในหัวลงสู่โน้ต 3
หลังจาก ดู และ เสริช google pantip อยู่นาน ตัดสินใจลองหาบิวท์อินแทน และโชคดีอีกครั้ง นึกขึ้นได้เพื่อนเก่าสมัย ม.ปลาย เป็น อินทีเรียซินะ จัดการไลน์ไปหา “เฮ้ยเพื่อน ว่าจะจ้างออกแบบ ห้องคอนโดให้หน่อย คิดราคาได้ แต่ขอแบบเพื่อนฝูงนะ” ทันทีที่เพื่อน อ่านไลน์ ก็ตอบมาว่า ของ กูทำให้ฟรีเลย คอนโดที่ไหน เดียวกูไปดูให้ ขณะนั้น ผมนั่ง แอบยิ้มในใจคนเดียว ใกล้ความจริงแล้วซินะ (ขณะนี้เดือน เมย. แล้ว ใกล้จะหมดสัญญาห้องเช่าในไม่กี่วันหากไม่ทัน ต้องถูกระเห็จออกจากห้อง) ผมก็จัดการ ส่งแบบที่ผมวาดในโน้ต3 ให้เพื่อนดู พร้อมโจทย์อยากได้ แบบลอฟท์ มันบอก กู เข้าใจนะ แต่ขอกูไปดูหน้างานดีกว่า
หลังจากนั้น 3 วันเพื่อนก็มาถึงห้องพร้อม กับ ทีมงาน ระบบไฟ จัดการวัด ทุกตารางนิ้ว แล้วก็เอ่ยว่า
1.แอร์ติดตรงนั้นจะไม่ทั่วถึง
2.ระบบไฟ ต้องแก้ แสงสว่าง ที่จะแบ่งโซนไม่น่าพอ
3.ต้องติด วอลล์เปเปอร์
4.สาย ทีวี และโทรศัพท์ ออกจากกำแพง แก้ไขยากมาก
เอาแล้วสินะ ปัญหา มาอีก ก็ถามมันไปว่า เอาเท่าที่ได้นะ กูไม่ได้ ซีเรียสมาก (ในใจ ก็ ซีเรียสนะ) เพื่อนบอก กูเข้าใจ กูทำงาน ให้คนอยู่มันต้องถูกใจ คนอยู่ เดี๋ยวกูร่างแบบเสร็จส่งให้ดู
เวลาผ่านไปราว 1 อาทิตย์ แบบที่ 3 ของห้องผมก็มาถึงมือผม
หลังจากดู (เฮ้ย มันใช่อ่ะ) สิ่งที่เพื่อน ผมทำมันคือสิ่งที่อยู่ในใจผมมาตลอด
1.แบ่งเป็น 3 โซน ชัดเจน
2.วอล์คอินโครเซตกั้นทางเข้าห้องน้ำ ภายใน ใช้ประโยชน์ ได้จริงมากกว่าตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูป
3.เป็นสไตล์ลอฟ
4.ยกพื้น ตรงห้องนอน ขึ้นสูงไม่ต้องซื้อเตียง
5.ย้ายแอร์ ทำให้ทั่วถึงทุกห้อง
ผมรีบบอกเพื่อน หา ผู้รับเหมา และคิดราคามาเลย (ในใจแอบคิดว่า ต้องแพงแน่เลย)
“เพื่อน เค้าคิดราคา มา 2.x แสนว่ะ ไหวไหม แต่กูว่าแพงนะ” เพื่อนผม กล่าว ผมอึ้งไปนิดนึง แพงไหมผมไม่รู้ แต่ผม ชอบ
“ต่อราคาให้หน่อยนะ ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร” ผมตอบ
“เดี๋ยวกูลองดูเจ้าใหม่ให้หรือว่าถ้าไปหา ข้างนอกได้ถูกกว่าเดี๋ยวกูส่งแปลนให้เอาไปทำเองจะได้ประหยัด” เพื่อนตอบมาอีกครั้ง
โชคดีเป็นของผมจริงๆ นอกจากจะออกแบบให้ฟรี ออกแบบให้ถูกใจ แล้วยังหาทางประหยัดเงินให้อีก รักตายเลยเพื่อนแบบนี้
หลังจากปรึกษา คนรอบตัว เสร็จสิ้น ทุกคนบอกว่า ถ้า ราคานี้รวม
1.บิวท์เฟอร์นิเจอร์
2.ติดวอลล์เปเปอร์
3.เดินระบบไฟ
4.ย้ายแอร์
ทำทั้งหมดนี้ ราคารับได้เลย แต่กระนั้นเลย นึกถึง พี่ ที่รู้จักกันอีกคน พี่แกทำ คอนโด เลยโทรปรึกษา พี่ จ.ผมจะบิวท์ คอนโด พี่ช่วยผมดูหน่อยได้ไหม
“สำหรับ เอ็ง พี่ยินดี ทำให้เลย” พี่ จ. ตอบ แบบไม่คิด
“ออกแบบมารึยัง ให้พี่ช่วยออกแบบไหม” พี่ จ.ถามต่อแบบยังไม่รอผมพูด
“มีแบบแล้วครับเดี๋ยวผมส่งให้ในเมล์” ผมตอบกลับ
“ok รีบ ส่งมา เดี๋ยวดูให้ พี่คิดแค่ค่าแรง กับ ของที่ใช้ทำไม่บวกอะไรเลย”
ผมรีบส่งเลยสิครับจะรออะไร
3 วันผ่านไปไวเหมือนโกหก พี่ จ.โทรหา บอกว่า 1×0000 ไหวไหม
“ไหวสิครับพี่ จะรออะไร รีบทำเลย” ผมตอบแบบไม่เกรงใจ หลังจากนั้นโทรหาเพื่อนคน แรก บอกว่า พี่รู้จักกัน ทำให้ แสนxxx เพื่อนบอก ทำเลยไม่ต้องคิดแล้ว
ต่อมา หลังจาก นั่งยิ้มคนเดียวสักแป๊ป ก็หยิบโทรศัพท์โทรหา พี่จ.อีกครั้ง พี่ครับ ผมอยากได้ ตู้โชว์ รองเท้า นาฬิกา หมวก และอื่นๆ ด้วย
“เอาตรงไหน”
“ตรงตู้รองเท้าเดิม ฝั่ง ประตู ครับพี่”
แล้วก็ ส่งรูป แรงบันดาลใจ ของผมไปให้พี่ จ. ดู เป็นของ พี่เวย์ (ยืม รูปมาจาก google นะครับ)
พี่ จ.หายไปราว 30 นาที คาดว่า สตั้น แล้วตอบว่าเดี๋ยวพี่ขอเวลา 1 คืน ออกแบบได้แล้วจะส่งรูปให้ดู
วันรุ่งขึ้น
“พี่ออกแบบเสร็จแล้ว ลองดู ชอบไหม พี่ทำให้ทั้งคืนไม่ได้นอน”
เฮ้ย นี้มัน ความฝันอีกครั้ง สวยเลยพี่ ผมตอบ พี่เค้าไป
“โอเค ราคารวม 1yz,zzz บาท ไหวไหม”
“เอาเลยพี่ จะรออะไร”
“พี่ทำนานไหมครับ”
“เดี๋ยวพี่เอาคนงานที่ไซส์อื่นของพี่มาทำให้ก่อนจะได้ไม่ต้องรอนาน 2 สัปดาห์ หลังจาก โครงการให้พี่เข้าทำ เสร็จ”
“นี่พี่จะดีอะไรขนาดนี้ ราคาโคตรคุ้ม เร่งงานให้ ติดต่อโครงการให้ด้วย” ผมกล่าว ตอบแบบเกรงใจ
“ไม่เป็นไรน้อง สำหรับเอ็ง เต็มที่” พี่ จ. กล่าวต่อ
ช่วงเวลา ที่รอ ผมก็ ออกไปช้อปปิ้ง หา โซฟา ทีวี เตียงนอน จนครบ ก่อน ที่ คอนโด จะเสร็จ
และแล้ว ผมก็ ได้เข้าไปดูห้อง เป็นครั้งแรก หลังจากที่ ให้พี่ จ. มาดำเนินการ
งานท่อระบบไฟ เป็นแบบท่อเหล็กให้เข้ากับคำว่าลอฟท์
ฝ้า ดรอป ติดดาวไลท์ และ ไฟนีออน บริเวณ ห้องนอน
ฉากที่เห็นเป็น ผนังเบา กั้นห้องแต่งตัว ห้องน้ำ ให้เป็น walk in
ด้วยความที่งานยุ่งมากๆ ในช่วงนั้นไปดูไม่ได้ตลอด พอไปเห็นครั้งแรก ก็รู้สึกตื่นเต้น อย่างบอกไม่ถูก อิอิ คอนโดแรก ก็เปรียบเสมือนบ้านตัวเองหลังแรกในชีวิตนินะ หลังจากนั้น ก็ไม่ได้เข้าไปดูอีกเลย จนกระทั่งพี่ จ. โทรมา ว่างๆ เข้ามาดูด้วยนะ จะเสร็จแล้ว อาทิตย์หน้าส่งคืน
ผมนิแทบจะรีบออกจากห้องทำงาน ไปยังห้อง ณ บัดนั้น แต่ทำไม่ได้ เรื่องงานต้องมาก่อน เดียว ไม่มีเงินผ่อนคอนโด
จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีเวลาไปดูห้อง จน เสร็จสมบูรณ์ เรามาชม ภาพไปพร้อมกันเลย
walk in ก่อนเลย แบ่งเป็น ตู้ และ ราวสำหรับแขวน เสื้อผ้าและ กางเกง ชั้นวางกระเป๋า
วอลล์เปเปอร์ลายอิฐ กับ แสงสว่าง ทำให้ดูคล้ายอิฐจริงๆ มาก เตียงนอน พื้นยกระดับ ข้างใต้ทำลิ้นชัก ไว้เก็บของ ฝ้าดรอป ติดดาวไลท์ และ นีออนยิง ขึ้นเพดาน ให้แสงสีนวลไม่ส่องตาเวลานอนดูทีวี
ห้องที่ 3 โซนห้องนั่งเล่น ชั้นวางทีวี เครื่องที่ 2 ลืมบอก ผมเปลี่ยนจาก ทีวี หมุน ได้ เป็น ติด 2 ตัว เพราะว่า ค่า เดินระบบ หมุน แพงกว่า ซื้อทีวีอีกเครื่อง ส่วนทางซ้ายเป็นตู้รองเท้า ติด LED เรียน แบบ แรงบันดาลใจผมเลย จากมุมนี้จะ มองทะลุ ชั้นทีวี ไปยัง โซนห้องนอน และ วอลล์เปเปอร์ ของผนังห้อง แต่งตัว เป็น แบบ ปูนเปลือย โอ้ย ฟิน
ภาพนี้ไม่เกี่ยว กับ งานตกแต่งแต่ อยากโชว์ วิว หลังห้อง เฉยๆ
และนี้แหละ ครับ ผลงาน ออกแบบของ เพื่อน น. จาก บริษัท Y space Architect
และ ตกแต่งภายใน โดย พี่ จ.flip decoration
(ทั้ง 2 คนนี้ น่ารักมากครับ เค้าเอาต้นทุนเวลาที่จะไปทำงานได้เงิน มาทำให้ผม แบบไม่คิดเงิน ไม่คิดกำไร ผมไม่เรียกว่าทำฟรี แต่เรียกทำงานขาดทุน ครับ )
อันนี้คือ ส่วนที่ ได้เพื่อน และ พี่ช่วย ทำให้ เสร็จสมบูรณ์ ในงบ ไม่ถึง 2 แสน เทียบ กับ เฟอร์นิเจอร์ที่แถม แล้วรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
เดี๋ยวมาต่อหลังจากวางขอ แต่งห้อ เล็กๆ น้อย เริ่มจากเข้าห้องกันเลย หันขวาจะเจอห้องนั่งเล่น กับ ชั้น วางทีวี และ โมเดล เป็นมุม เล็กๆ ของเด็กน้อย อย่างผม
มุมนี้ไว้พักผ่อน เล่นเกม ดูหนัง เวลา พ่อแม่ มา แฟนมา เพื่อนมา ครับ
ดูชัดๆ อีกรูป
และของเล่น แบบเด็กๆ อยากอวด
ชุดนี้เป็น วงดนตรี ที่ Bandai ร่วม กับ Kenwood จัดทำครับ ชื่อว่า Little jammer ครับ ของผมเป็นชุด เล็กๆ ชุดใหญ่ แพงเหลือ เกิน สู้ไม่ไหว หาซื้อก็ยาก ใครอยาก รู้ว่า มัน แจ๋ว แค่ไหน เหตุใด ถึงแพง ลองกด ใน google หรือ youtube ได้เลยครับ
อันนี้ ลำโพง ไม่รู้จะได้ใช้ รึเปล่า แค่ เห็นรูปร่างของมัน แล้วเราก็ ชอบ เสียงดี แบบ คนเล่นดนตรีไม่เป็นอย่าง ผม ฟังแล้วยัง รู้ว่า มันดี เรากลับหลังหันไป ดูมุม ตู้รองเท้า ไฮไลท์ของห้องกันเลยครับ อันนี้ ตู้พิเศษที่ พี่ จ. ออกแบบ และทำให้เป็น พิเศษ ดูกันแล้ว เชื่อว่าเป็นความฝัน ของ เด็กหนุ่ม หลายคนกันเลยทีเดียว
พี่เขาออกแบบให้ดีมาก แบ่งโซน แบ่งชั้น ชั้นล่างทำ ใหญ่กว่าชั้นอื่น ไว้เก็บกล่อง ไว้เก็บ จิปาถะ ส่วน ล่างสุด จะอยู่นอกตู้ไว้ใส่รองเท้าแตะ กับรองเท้าที่ใส่บ่อยไม่ต้องเปิดตู้บ่อยๆ
แอบเหลือบไปด้านขวา จะเห็นมุมทีวีห้องนอน เรา เดินหน้าเข้าไปแล้ว แล้วไปชมห้องนอนกันดีกว่า
เตียง 5 ฟุต วาง ตรงกลาง เว้นที่ว่าง ไว้เดินหรือ วางของ ก็ ดูสวยไปอีกแบบ มี แสงไฟ อ่านหนังสือ หรือ ไฟหัวเตียง ไม่รู้จะได้ใช่หรือเปล่า ติดม่าน สีดำบังหลัง ทีวี ของห้องนั่งเล่น เพื่อ เปิดปิด ได้ แม้จะแคบแต่ไม่รู้สึกอึดอัด เลยสักนิด ข้อเสียโซนนี้ ติดตรงสายโทรศัพท์ อยู่ตรงหัวเตียง พอติด อินเทอร์เน็ต เลยเอา เราท์เตอร์ไว้ตรงนั้นก่อน เดี่ยวค่อยคิดกันอีกที
ต่อไปเดินผ่านไปยัง ห้องอาหาร อ่ะ มีห้องอาหาร ด้วยครับผม ห้องเล็กๆ แต่ผมบอกแล้วว่า มันต้องเป็น ทุกอย่างที่บ้าน
อ่ะๆ ย้อนกลับไปดู รูป ตู้รองเท้านะครับ จะเห็นว่า โต๊ะอาหารติดผนังตัวนี้พับเก็บได้ จาก อิเกีย ครับ ตรงข้าม โต๊ะอาหาร ก็ถึง จุดเปลี่ยน ที่ทำให้ห้อง สตูดิโอ ธรรมดาห้องนี้ มี Walk in closet ผมเลือกใช้ผ้าม่าน ปิดทางเข้าออก แทนที่จะเป็นประตูหรือ บานเลื่อน เพื่อ ลดความ แข็งและแคบลงได้
เป็นผ้าม่าน แบบ ผ้าดิบ ครับ หาได้จาก อิเกีย อีกแล้ว ส่วนประตูกระจกออกไปห้องครัว ผมเลือกใช้ฟิล์มลายติดครับเพื่อกรองแสงแทนผ้าม่าน เพราะมันจะทำให้ ห้องแปลกๆ ถ้ามีม่านสองมุม
เรามาดูห้องแต่งตัวกันดีกว่า เปลี่ยนใจไม่ให้ดูแล้ว ไปย้อนดูภาพบนละกันครับ เพราะห้องนี้ มีเสื้อผ้า ของผม แล้วและรก พอสมควร อาย ไม่ขอ โชว์ ครับ
เป็นไงครับ ห้องคอนโดสตู ขนาด 34.5 ตร.ม. ที่ผมเอาความต้องการของบ้านยัดเข้าห้องไปเต็มๆ ยังขาดของแต่งห้องอีกนิดหน่อย ตาม ผนังแต่ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วอัพให้ชมกันก่อนเลยดีกว่า เกรงว่ารอ ครบ ทุกอย่างคง ปีหน้า พอดี ซื้อไปแต่งไป ความสุข ของ บ้านหลังแรก
สรุปเรื่องนี้ ขอขอบคุณ เพื่อนที่ขายคอนโดราคาทุนให้ ขอบคุณเพื่อน ม.ปลาย ที่ออกแบบและวางระบบไฟให้แบบไม่คิดเงิน และ พี่ จ. ที่รับเหมาทำงานให้แบบไม่คิดกำไร อะไรจากน้องเลย ไม่แน่อาจจะขาดทุน (ขาดทุน เวลา ที่ต้องมาทำงานให้ผม แบบไม่ได้อะไร ขาดทุน งานไซส์อื่นที่ต้องโยก คนมาทำให้ผมก่อน) และสุดท้าย ขอบคุณ แฟนผมที่ ช่วยเดินเรื่อง กู้ จนผ่าน ของ เงินเดือนกากๆ กับคอนโดใจกลางเมือง
ใครจะเอาเป็นแบบอย่าง ก็ ลองดูนะครับ ขออนุญาต เพื่อนๆ ชาวพันทิพ นิดนะครับ เรื่องราคาพอดี เพื่อนผม และ พี่ จ. กับผมเคยดูแลช่วยเหลือกันมาครับ เลยได้ราคาแบบพิเศษสุดๆ แบบเรียกว่าขาดทุนกันเลย
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.sanook.com/home/6073/
โดย saweang | ก.พ. 3, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สำหรับงานก่อสร้างบ้านแล้ว โครงสร้างภายนอกของบ้านทุกส่วนล้วนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจุดประสงค์คือการปกป้องเราออกจากสิ่งแวดล้อมที่แปรปรวน ไม่ว่าจากแสงแดด ความร้อน พายุฝน และน้ำค้างในเวลากลางคืน ดังนั้นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดของงานโครงสร้างบ้าน คือ “หลังคา” ที่แม้เราจะมองไม่เห็นจากระยะสายตาของเรา แต่ก็มีความจำเป็นที่สุดในแง่ฟังก์ชั่นการใช้งาน
หลังคา เป็นส่วนสำคัญที่ต้องได้มาตรฐานและคุณภาพ เพราะอยู่ในตำแหน่งสูง หากเกิดปัญหาต้องแก้ไขก็ทำงานได้ยากกว่าส่วนอื่น และส่วนใหญ่เราจะทราบปัญหาของหลังคาก็ต่อเมื่อส่งผลกระทบต่อภายในบ้านแล้ว อย่างเช่น น้ำรั่ว หลังคาหลุดปลิว หรือพัง ซึ่งปัญหาเหล่านั้นนำมาซึ่งความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สิน และกว่าจะตามแก้ก็ไม่ทันการเสียแล้ว
ดังนั้น สิ่งที่ต้องพิจารณาสำหรับงานหลังคาตั้งแต่เริ่มต้นการก่อสร้างและติดตั้งหลังคา เริ่มต้นตั้งแต่งานโครงสร้างหลังคาที่ต้องแข็งแรง ไปจนถึงการติดตั้งกระเบื้อง เพราะเทคนิคการมุงกระเบื้องหลังคา คือ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญอีกชิ้นของหลังคาที่ได้มาตรฐาน และเหล่านี้คือจุดเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้จากการติดตั้งหลังคาที่ไม่ได้มาตรฐาน
1. ปัญหารั่วซ้ำซาก
จากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น องศาหลังคาที่ไม่เหมาะสม รั่วเกิดจากช่องว่างระหว่างกระเบื้องไม่แนบสนิท การยึดครอบแนวสันหลังคาและตะเข้สันไม่ถูกวิธี เป็นต้น ดังนั้นทุกส่วนของหลังคาจึงควรประกบต่อกันให้สนิท ทั้งส่วนรอยต่อระหว่างกระเบื้องต่อกระเบื้อง และรอยต่อของสันหลังคา
เทคนิคการติดตั้งก็เป็นเรื่องจำเป็นต่อทั้งเรื่องความสวยงาม ฟังก์ชั่นการใช้งาน และความทนทานของหลังคา ปัญหามักเกิดกับรอยต่อของกระเบื้องที่รูปทรงต่างกันหรือส่วนที่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคนิคในการติดตั้งตั้ง เช่น ส่วนครอบสันหลังคาที่ติดไม่สนิทหรือไม่ได้ระดับ หรือการตัดกระเบื้องร่องรางและตะเข้สันที่ไม่ได้แนวตรง ทำให้หลังคาเป็นลูกคลื่น ไม่ได้ระนาบ และส่งผลต่อการใช้งาน
2. หลังคาแอ่น
เกิดจากการติดตั้งโครงหลังคาที่ไม่ได้ระดับ ผืนหลังคาที่ไม่เป็นระนาบเดียวกัน ส่งผลทั้งต่อเรื่องความสวยงามของตัวบ้าน และอาจนำมาซึ่งรอยรั่วซ้ำซากได้
3. หลังคาเบี้ยว
เกิดจากความไม่เชี่ยวชาญ หรือขาดเทคนิคการติดตั้งหลังคาที่ได้มาตรฐาน นั่นทำให้การจัดระยะแปไม่เท่ากัน หรือมุงกระเบื้องไม่ได้ตามแนวตรง ความสวยงามของบ้านจึงลดลงจากรายละเอียดเล็กน้อยของงานหลังคาเช่นนี้
เพราะหลังคามีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องใส่ใจ นอกจากการเลือกใช้วัสดุติดตั้งหลังคาที่ได้มาตรฐาน สีสันสวยงาม และแข็งแรงทนทานแล้ว บริการการติดตั้งหลังคาที่ได้มาตรฐานจากทีมช่างมืออาชีพ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานบ้านให้คงทนได้อย่างสวยงามต่อไปได้อีกนานเท่านาน และทางเอสซีจี ก็มีบริการติดตั้งหลังคาครบวงจร SCG Roof Service จากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่ออกแบบ ประมาณการราคาสินค้า สำรวจหน้างาน และติดตั้งด้วยช่างมืออาชีพ ส่งมอบงานพร้อมรับประกัน เพื่อให้เจ้าของบ้านหลังใหม่ไม่ต้องกังวลกับงานหลังคาอีกต่อไป
– มั่นใจด้วยทีมช่างมืออาชีพจากเอสซีจี พร้อมเทคโนโลยีการติดตั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน ติดตั้งได้รวดเร็ว และลดความเสียหายของกระเบื้อง
– ควบคุมมาตรฐานการติดตั้งทุกขั้นตอน ดูแลทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบงานอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เลือกสินค้าคุณภาพ วางแผนติดตั้ง และรายงานความคืบหน้าให้เจ้าของบ้านทราบทุกระยะ
– มั่นใจด้วยการรับประกันการติดตั้ง สบายใจหายห่วงทั้งในเรื่องความสวยงามและความคงทนของหลังคาหลังส่งมอบงาน
เพราะเรื่องหลังคามีส่วนประกอบและรายละเอียดมากมายที่ต้องใส่ใจ ถ้าไม่อยากยุ่งยากเรื่องหลังคา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านหลังคาจาก SCG ได้ที่ SCG Experience, SCG Home Solution และ SCG Roofing Center
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCG Contact Center: 02-586-2222
ขอบคุณข้อมูลจาก SCG, thairath.co.th/lifestyle/home
โดย saweang | ม.ค. 28, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เรื่องเกี่ยวกับความสำคัญของหลังคาบ้านและประเภทของหลังคาบ้าน
บ้านเรือนไทยในสมัยโบราณ มีวิวัฒนาการของการใช้วัสดุที่นำมาสร้างหลังคาบ้าน เริ่มต้นกันตั้งแต่วัสดุธรรมชาติที่หาได้รอบๆตัวเช่นใบไม้ต่างๆ อาทิ หญ้าคา ใบตองตึง โดยนำมาจัดเรียงและมัดรวมกันเป็นผืนที่เรียกว่า ตับ โดย
การนำหญ้าคามาใช้นี่เอง จึงเป็นต้นกำเนิดคำเรียก “หลังคา” และวิวัฒนาการมาเป็นวัสดุที่มีความแข็งเช่น ไม้ เครื่องปั้นดินเผา ซีเมนต์ เป็นต้น (สมัยโบราณมีการนำเอาดินเหนียวมารีดเป็นแผ่นบางๆและนำไปเผาเกิดเป็นแผ่นดินเผาที่สามารถนำไปเป็นวัสดุมุงหลังคาได้ ในภาคเหนือเรียกว่าดินขอ เนื่องจากส่วนปลายจะพับเป็นรูปขอเกี่ยว 90 องศา
เพื่อให้เกี่ยวกับแปหลังคาบ้านได้ ซึ่งดินเผาจะดูดซึมน้ำได้เป็นอย่างดีทำให้เกิดความเย็นกับตัวบ้าน แต่ความชื้นก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานของแผ่นดินเผาลดน้อยลง สมัยโบราณจึงต้องมีการปูทับหลายๆชั้นเพื่อป้องกันความเสียหาย และหลังคาก็ได้วิวัฒนาการมาสู่ปัจจุบันซึ่งมีการพัฒนาด้านความคงทนมากขึ้น เช่นหลังคาซีเมนต์ หลังคาใยหิน หลังคาสังกะสี เป็นต้น
“หลังคา” จึงเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารที่มีความสำคัญมาก ทั้งในเรื่องของการป้องกันความร้อน ฝน ลม และความหนาวเย็น รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้อาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปัจจุบันโครงสร้างและวัสดุที่นำมาทำเป็นหลังคามักจะให้ความสำคัญในเรื่องของความคงทนถาวร ทนทานต่อสภาพอากาศภายนอก และเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
สำหรับรูปแบบของหลังคาที่นิยมออกแบบสำหรับบ้านในปัจจุบัน ได้แก่ หลังคาเพิงหมาแหงน หลังคาจั่ว หลังคาปั้นหยา หลังคาพื้นคอนกรีตเรียบ รวมถึงหลังคาในรูปแบบอิสระ เป็นต้น การพิจารณาว่าจะเลือกใช้หลังคาแบบใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งรูปแบบของอาคารด้วยเช่นกัน
รูปแบบของหลังคาบ้านที่ใช้กันโดยส่วนมากในปัจจุบัน
หลังคาบ้านทรงเพิงแหงนหรือหลังคาแหงน
1. หลังคาเพิงหมาแหงน หรือเพิงแหงนตามชื่อเป็นทรงหลังคาที่เน้นการสร้างที่ง่ายๆ นิยมสร้างสำหรับเพิงพักชั่วคราวในสวนในไร่ เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน
โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆเล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบสมัยใหม่ (Modern) และ อาจะมีการเพิ่มลูกเล่นในการทำหลังคาแบบ ซ้อนกันหรือทำแบบสองแผ่นเอียงไปคนละด้านก็ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้แก่ตัวบ้าน
2. หลังคาบ้านทรงจั่ว (Gable Roof)
หลังคาบ้านแบบจั่ว ผืนหลังคาจะมีความลาดเอียงสองด้านชนกันที่ปลายสูงสุดของหลังคา สันสูงอยู่ตรงกลาง(ที่เรียกว่าดั้งหลังคา) เป็นหลังคาบ้านที่นิยมใช้กันทั่วไป เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของบ้านเรา เพราะจะมีมวลอากาศอยู่ใต้หลังคามาก
จึงเป็นเหมือนฉนวนกันความร้อนได้อย่างดี หากเจาะช่องระบายอากาศที่หน้าจั่วทั้งสองด้านก็จะช่วยระบายอากาศร้อนออกไปได้ดียิ่งขึ้น ก่อสร้างก็ง่าย กันแดดกันฝนได้ดีอีกทั้งยังเป็นรูปแบบทรงหลังคาที่ใช้กันมากในบ้านเรือนไทยสมัยโบราณ
ซึ่งในสมัยก่อนอาจจะมีการออกแบบให้ดั้งของหลังคาที่ความสูง เพื่อเพิ่มมุมลาดเอียงให้แก่หลังคาบ้าน ซึ่งจะช่วยทำให้น้ำฝนไหลลงได้อย่างสะดวก ลดการแตกหักของวัสดุมุงหลังคา จากลม ฝน ลูกเห็บ หรือกิ่งไม้ต่างๆ
3. หลังคาบ้านทรงปั้นหยา (Hip Roof)
หลังคารูปแบบนี้มีด้านลาดเอียงสี่ด้านขึ้นไปชนกันคล้ายๆปิรามิด ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยรับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตก ในสมัยรัชการที่ 5 -6 สามารถกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน สวยงาม ทนต่อการปะทะของแรงลมได้ดี
แต่ไม่มีหน้าจั่วเพื่อระบายอากาศร้อน จึงอาจจะต้องระบายทางพื้นชายคาแทน แต่ก็จะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนื่องจากอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง ดังนั้นการก่อสร้างบ้านโดยการใช้หลังคาปั้นหยาอาจจะต้องใช้วัสดุกันความร้อนอย่างอื่นเข้าช่วยเช่น แผ่นสะท้อนความร้อน หรือฉนวนกันความร้อน
4. หลังคากึ่งปั้นหยากึ่งจั่ว
เป็นหลังคาที่ประยุกต์นำจุดเด่นของหลังคาปั้นหยาซึ่งมีความแข็งแรง สามารถรับแรงปะทะจากลม แดด ฝน ได้ทุกด้านของบ้าน มีลักษณะเหมือนทรงปั้นหยาแต่ส่วนบนจะมีปลายจั่ว รวมกับจุดเด่นของหลังคาจั่วในเรื่องการระบายความร้อนออกมาจากหน้าจั่วได้ดี เนื่องจากมีช่องอากาศที่หน้าจั่วซึ่งลมสามารถพัดเข้าไปไล่อากาศร้อน รวมถึงอากาศร้อนก็จะลอยตัวออกมาจากหน้าจั่วนี้ได้
ซึ่งลักษณะของหลังคาดังกล่าวพบเห็นมากในบ้านเรือนทรงไทยล้านนาในภาคเหนือ และยังคงถูกนำมาใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีข้อดีมากแล้วยังมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อีกด้วย
5. หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof) ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะแบนราบเป็นระนาบเดียวกับพื้น แต่ต้องมีความลาดเอียงเล็กน้อยเทไปยังช่องที่เจาะเพื่อระบายน้ำฝนออกไป หรือเทไปยังท่อระบายบนหลังคา (Roof Drain)
นิยมใช้สร้างเป็นหลังคาอาคารประเภทตึกแถว คอนโด และบ้านในรูปแบบสมัยใหม่ในรูปทรงเรขาคณิต (สไตล์โมเดิร์น) พื้นหลังคาสามารถจัดเป็นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า นั่งเล่น และจัดสวน แต่เนื่องจากหลังคาประเภทนี้ดูดซับความร้อนและรับน้ำฝนโดยตรง จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี เช่น การผสมสารกันรั่วซึมในคอนกรีตระหว่างที่เทหลังคา เมื่อคอนกรีตแห้งแล้วให้ทาผลิตภัณฑ์กันรั่วกันซึมทับอีกครั้ง
สรุปข้อดีข้อเสียของหลังคาแต่ละประเภท
ประเภทหลังคา
ข้อดี จุดเด่น
ข้อเสีย จุดด้อย
หลังคาทรงเพิงแหงน
สร้างง่าย ประหยัดงบประมาณ
ป้องกัน แดด ลม ฝน ได้เฉพาะด้านหน้า
หลังคาทรงจั่ว
สร้างง่าย ระบายความร้อนได้ดี
ไม่สามารถป้องกัน แดด ลม ฝนด้านหน้าจั่วได้
หลังคาทรงปั้นหยา
สร้างง่าย ทนทานป้องกันแดดฝนได้ดี
ไม่สามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้
หลังคาทรงเรียบ
สร้างง่าย งบน้อย ใช้พื้นที่หลังคาได้
ระบายน้ำไม่ดี มีความร้อนสูง
หลังคากึ่งจั่วกึ่งปั้นหยา
ป้องกันแดด ลมฝนได้ทุกด้าน และสามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้ดี
สร้างยาก มีราคาสูงกว่าแบบอื่น
ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.thaihomeplan.com
โดย saweang | ม.ค. 27, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
บ้านถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพื่อการใช้เวลาอยู่ร่วมกันภายในครอบครัว และเป็นสถานที่คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แน่นอนว่าการตกแต่งบ้านจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บ้านน่าอยู่ อีกทั้งเวลาที่เรามองไปรอบๆ แล้วจะเกิดความรู้สึกสบายตาสบายใจอย่างการ “ทาสีบ้านโทนเย็น” นอกจากจะสวยงามดูมีรสนิยมแล้ว ยังสามารถทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงอีกด้วย วันนี้เรามีไอเดียการตกแต่งบ้านด้วยการ ทาสีบ้านโทนเย็น มาฝาก รับรองว่าคุณผู้อ่านสามารถนำไปเป็น reference ในการทาสีบ้านหรือตกแต่งบ้านได้แน่นอน
สีโทนเย็น #สีเขียวเหลือง
เพิ่มสีสันคัลเลอร์ฟูลด้วยสีคลายร้อนแห่งความสนุกสนานอย่าง “สีเขียวเหลือง” ที่จะช่วยเนรมิตบรรยากาศในบ้านของคุณให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิคในยุค 80 ผสมผสานกับสไตล์วินเทจเบาๆ เป็นสีที่มองแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สามารถช่วยเพิ่มพลังในการทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน อีกทั้งยังทำให้บ้านดูสว่างขึ้น อาจเลือกทาสีบ้านเป็นสีเขียวใช้เฟอร์นิเจอร์สีเหลือง หรือทาสีเหลืองแต่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเขียว อาจจะนำรูปภาพศิลปะในโทนเขียวเหลืองมาตกแต่งเพิ่มก็ดูเข้ากัน
สีโทนเย็น #สีเขียว
“สีเขียว” เปรียบเสมือนสีของธรรมชาติที่แท้จริง มองแล้วทำให้รู้สึกสบายตาสบายใจ สัมผัสถึงกลิ่นอายของต้นไม้ใบไม้ จึงเหมาะสำหรับห้องที่ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยเป็นเวลานานๆ อย่างห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น เป็นการ ทาสีบ้านโทนเย็น ที่แสดงถึงความอบอุ่นภายในครอบครัว อาจจะใช้เป็นสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้มเพื่อเพิ่มความสดใสให้กับบ้าน นำมาตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีขาว สีเทา หรือเลือกเป็นสีเขียวอ่อน ก็ช่วยให้ดูน่ามองมากยิ่งขึ้น
สีโทนเย็น #สีน้ำเงิน
ใครที่ชื่นชอบความสงบ สุขุม นุ่มลึก ลองเปลี่ยนมาทาสีบ้านโทนเย็น ด้วย “สีน้ำเงิน” เป็นสีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร โดยเฉพาะห้องทำงานสามารถช่วยให้คุณเกิดไอเดียความคิดสร้างสรรค์ หรือจะใช้สีน้ำเงินในห้องนอน หรือส่วนของ outdoor ก็ให้อารมณ์เท่ดูแปลกตา อาจเลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวในสไตล์โมเดิร์น แต่ถ้าใครเน้นความหรูหราแนะนำว่าให้เลือกเป็นโซฟาผ้ากำมะหยี่ หรือโต๊ะสีสันสดใสก็ดูเข้ากัน
สีโทนเย็น – สีม่วงน้ำเงิน
มาเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านให้ดูน่าค้นหากับ “สีม่วงน้ำเงิน” ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนอาจไม่กล้าที่จะนำมาใช้ทาสีบ้านกันเท่าไหร่ แต่อยากบอกว่าสีนี้กำลังเป็นสีที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะแสดงถึงความมีเสน่ห์ เซ็กซี่ ของรสนิยมเจ้าของบ้าน สามารถแต่งได้หลายสไตล์ทั้ง Modern, Contemporary หรือ Vintage สีม่วงน้ำเงินเหมาะสำหรับการตกแต่งในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องที่ใช้สำหรับการพบปะสังสรรค์เพิ่มความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น
สีโทนเย็น #สีขาว
การทาสีบ้านโทนเย็น อย่าง “สีขาว” เป็นสีที่แสดงถึงความสงบ สบาย ดูสะอาดตา เหมาะสำหรับทุกๆ ห้องภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว การตกแต่งบ้านด้วยโทนสีขาวไม่จำเป็นต้องใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวเสมอไป แนะนำว่าควรเลือกเป็นเฟอร์นิเจอร์สีไม้หรือสีเทา เพื่อเป็นการเพิ่มมิติให้ดีไซน์ของตัวบ้าน หรือถ้าชอบแนวสดใสอาจจะใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์สีแดงสดก็ดูโมเดิร์นไปอีกแบบ
สีโทนเย็น #สีฟ้า
ปิดท้ายกันด้วยสีคลายร้อนอย่าง “สีฟ้า” เป็นอีกหนึ่งสีที่บ้านส่วนใหญ่เลือกใช้ เปรียบเสมือนการนำเอาทะเลมาไว้ภายในบ้าน ได้อารมณ์เย็นสบาย เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านสดใสที่มีชีวิตชีวา แต่ถ้าอยากสัมผัสกลิ่นอายของบ้านพักตากอากาศให้มากขึ้น ลองหยิบคอลเลกชั่นกรอบรูปของคุณมาตกแต่ง เพิ่มเติมด้วยเก้าอี้หวายสักตัว รับรองว่าได้ฟีลวินเทจ ผสมผสานกับทาสีบ้านโทนเย็นและเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัว
การทาสีบ้านโทนเย็น นั้นนอกจากจะช่วยสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่ร่มรื่นผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถทำให้สมาชิกที่อยู่ในบ้านมีรอยยิ้มอีกด้วย เพียงเลือกใช้โทนสีที่คุณชอบและเหมาะสมกับบ้านของคุณ คราวนี้อยากให้บ้านเป็นแบบไหนก็ใช้สีเป็นตัวช่วยในการสื่อสาร รับรองว่าคุณจะต้องมีความสุขในการแต่งบ้านอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจากCR : pinterest.com & https://www.central.co.th/e-shopping/cool-paint-colors/
โดย saweang | ม.ค. 21, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ถึงแม้ว่าการแต่งบ้านสีขาวจะช่วยให้บ้านดูโล่ง กว้าง สะอาด และสบายตา แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการแต่งเติมสีสันให้กับบ้านของเรานั้น สามารถช่วยให้เสริมบ้านดูสวยงามและน่าอยู่มากขึ้นได้ ทว่าถ้าหากใครยังไม่รู้ว่าจะเลือกใช้สีอะไรในการตกแต่งบ้านดี วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีเลือกสีบ้านตามราศีเกิดมาฝาก รับรองเลยว่าเข้ากับลักษณะนิสัยของคนแต่ละราศี ช่วยเสริมให้บ้านน่าอยู่ และช่วยให้คุณเลือกสีแต่งบ้านได้ง่ายขึ้นแน่นอน
1. ราศีเมษ (Aries) : สีแดงเลือดหมู
ชาวราศีเมษเป็นคนธาตุไฟ มีนิสัยทะเยอทะยาน มีพลังงานเยอะ และมีความมั่นใจสูง จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นราศีที่แซ่บสุด ๆ ในบรรดา 12 ราศี ฉะนั้นชาวราศีนี้จึงเข้ากันได้ดีกับโทนสีแดงเลือดหมู หรือสีส้ม ซึ่งเป็นโทนสีที่สว่าง ร้อนแรง หนักแน่น และช่วยกระตุ้นให้เกิดความกะปรี้กะเปร่า อีกทั้งยังทำให้รู้สึกมีพลังและฮึกเหิมได้ด้วย
2. ราศีพฤษภ (Taurus) : สีเขียว
ชาวราศีพฤษภเป็นคนธาตุดิน มีนิสัยแน่วแน่ หนักแน่น จนบางครั้งถูกมองว่าดื้อรั้น เหมาะกับการตกแต่งบ้านด้วยสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวอ่อน สีเขียวหม่น หรือสีเขียวนิล เพราะสีแห่งความเงียบสงบ แถมยังสื่อถึงความเป็นธรรมชาติ เรียกได้ว่าเหมาะกับคนราศีนี้ที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับชาวราศีพฤษภได้อีกด้วย
3. ราศีเมถุน (Gemini) : สีเหลือง
ชาวราศีเมถุนเป็นคนสนุกสนาน กระฉับกระเฉง ปรับตัวเข้ากับคนอื่นเก่ง ชอบเข้าสังคม และชอบอยู่เป็นกลุ่มกับเพื่อนฝูง จึงเหมาะกับสีเหลือง ซึ่งเป็นโทนสีที่สะท้อนตัวตนของชาวราศีเมถุนได้เป็นอย่างดี
4. ราศีกรกฎ (Cancer) : สีม่วงอ่อนหรือสีม่วงพาสเทล
ชาวราศีกรกฎเป็นคนที่มีอารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหว จึงเหมาะกับสีม่วงอ่อนหรือม่วงพาสเทล เพราะเป็นโทนสีที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย และน่าอยู่ในแบบที่ชาวกรกฎต้องการ รวมถึงยังสามารถเพิ่มพลังและเพิ่มความสงบ ทำให้ชาวราศีกรกฎเข้มแข็งและมีอารมณ์มั่นคงมากขึ้นได้
5. ราศีสิงห์ (Leo) : สีเหลืองทอง
ชาวราศีสิงห์เป็นคนที่มีความสง่างามและมองโลกในแง่ดี จึงเหมาะแก่การเป็นผู้นำ อีกทั้งยังซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อผู้อื่นดุจราชสีห์ ทำให้เข้ากันได้ดีกับสีเหลืองทองหรือสีเหลืองอร่าม ซึ่งเป็นสีโทนร้อนที่ให้ความสว่างไสว เร้าใจ แต่ก็ดูสวยงามและหรูหราไปด้วยในขณะเดียวกัน
6. ราศีกันย์ (Virgo) : สีน้ำตาลครีมหรือสีน้ำตาลอมชมพู
ชาวราศีกันย์เป็นคนฉลาด พิถีพิถัน รักความสะอาดและความเป็นระเบียบ รวมถึงยังชอบความปราณีต เรียบร้อย ทำให้เหมาะกับสีโทนอ่อน โทนธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลครีมหรือสีน้ำตาลอมชมพู เพราะจะช่วยให้ห้องสวยเป็นระเบียบ สะอาดตา และเรียบง่ายในแบบชาวราศีกันย์ที่ชอบ
7. ราศีตุลย์ (Libra) : สีเขียวหยกหรือสีเขียวสว่าง
ชาวราศีตุลย์เป็นคนอ่อนโยน สดใส และมีความร่าเริง ทว่าก็เข้มแข็ง หนักแน่น ดื้อดึง และมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวเองสูงด้วยเช่นกัน จึงทำให้ชาวราศีนี้เหมาะกับโทนสีเขียว เช่น สีเขียวหยกหรือสีเขียวสว่าง เนื่องจากสีเขียวเป็นโทนสีที่สวยงาม มีความเป็นธรรมชาติ ให้ความสงบ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของความสามัคคีและความสมดุลด้วย
8. ราศีพิจิก (Scorpio) : สีน้ำตาลแดงหรือสีแดงทับทิม
ชาวราศีพิจิกเป็นอีกหนึ่งราศีสุดแซ่บ มีนิสัยทะเยอะทะยาน สุดโต่ง เจ้าอารมณ์ และมีแพชชั่นสูง ถ้าหากได้ทำอะไรแล้ว ก็จะทำสุดฝีมือ สุดความสามารถ จึงทำให้สีแดงเข้ม เช่น สีน้ำตาลแดงหรือสีแดงทับทิม เหมาะกับชาวราศีพิจิกมาก ๆ เพราะเป็นสีที่สื่อถึงอารมณ์และลักษณะนิสัยของชาวราศีนี้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความกล้าหาญมากขึ้นอีกด้วย
9. ราศีธนู (Sagittarius) : สีม่วงเข้มหรือสีม่วงอมแดง
ชาวราศีธนูเป็นคนที่ชอบมองโลกในแง่ดี ชอบความท้าทาย และชอบความเป็นอิสระจึงเหมาะกับโทนสีทึบ ๆ เข้ม ๆ เช่น สีม่วงเข้มหรือสีม่วงแดง เพราะเป็นโทนสีที่ให้พลังงานทางด้านจิตใจและให้ความสวยงามไปพร้อม ๆ กัน
10. ราศีมังกร (Capricorn) : สีน้ำเงินกรมท่าหรือสีเทาอ่อน
ชาวราศีมังกรเป็นคนสุขุม นุ่มลึก ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน และเชื่อถือได้ ที่สำคัญเป็นคนชอบการวางแผนล่วงหน้า ชอบความรอบคอบ ไม่ชอบความเสี่ยง อีกทั้งยังมีความอนุรักษนิยมหน่อย ๆ จึงเหมาะกับโทนสีกลาง ๆ เช่น สีน้ำเงิน สีกรมท่า และสีเทาอ่อน เพราะเป็นสีที่ปลอดภัย แต่งอย่างไรก็ไม่พัง แถมยังช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสวยและน่าอยู่ได้แบบง่าย ๆ ด้วย
11. ราศีกุมภ์ (Aquarius) : สีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าน้ำทะเล
ชาวราศีกุมภ์เป็นคนธาตุน้ำ มีดาวยูเรนัสเป็นดาวประจำราศี มีลักษณะนิสัยแปลก แหวกแนว ชอบความเป็นอิสระ และค่อนข้างมีความคิดสร้างสรรค์ จึงเหมาะกับสีฟ้าอ่อนหรือสีฟ้าน้ำทะเล เพราะจะช่วยเสริมให้ชาวราศีนี้เกิดไอเดียคิดค้นอะไรใหม่ ๆ ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ และมีจินตนาการที่บรรเจิดนั่นเอง
12. ราศีมีน (Pisces) : สีน้ำเงิน สีเขียวอมน้ำเงิน หรือสีฟ้าเทอร์คอยซ์
ชาวราศีมีนเป็นคนช่างคิด ช่างฝัน มีจินตนาการสูง อารมณ์อ่อนไหว แต่ใจดี และชอบเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ตามแบบฉบับคนธาตุน้ำ ทำให้เหมาะกับโทนสีฟ้าและสีน้ำเงิน เช่น สีฟ้าเทอร์คอยซ์ สีน้ำเงิน และสีเขียวอมน้ำเงินมาก ๆ เพราะโทนสีนี้สามารถช่วยให้ชาวราศีมีนผ่อนคลาย สบายอารมณ์ มีจิตใจและอารมณ์ที่สงบมากยิ่งขึ้น ไม่ฟุ้งซ้าน ที่สำคัญดูโรแมนติกไปอีกแบบด้วย
อย่างไรก็ตามการเลือกสีบ้านตามราศีเกิดเป็นเพียงแค่ตัวช่วยในการตัดสินใจเท่านั้น ถ้าหากใครไม่ชอบสีดังกล่าว ก็สามารถเลือกใช้สีอื่นได้ตามต้องการ แต่ถ้าหากใครยังสับสนและไม่รู้จะเลือกสีอะไรดีละก็ จะลองเลือกสีบ้านตามราศีเกิดก็ได้นะคะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodhousekeeping, housebeautiful และ apartmenttherapy https://home.kapook.com/view196411.html