google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน อย่างชาญฉลาด

สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน อย่างชาญฉลาด

            ศรษฐกิจแบบนี้ อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัดใช่ไหมคะ? ยิ่งหากมีโครงการสร้างหรือ รีโนเวทบ้าน ในฝัน คงต้องเตรียมเงินไว้ประมาณหนึ่งเลย เราจึงรวบรวมทิปส์ วิธีคิด กลยุทธ์บางอย่างในการลดค่าใช้จ่ายมาฝากกัน โดยเราจะควบคุมค่าใช้จ่ายกันอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่การตัดทุกอย่างจนผลลัพธ์คือได้บ้านที่ไม่มีมาตรฐาน แต่เราจะพยายามหาวิธีทดแทนหรือหาทางประหยัดขึ้นเล็กๆ น้อยๆ ถ้าอยากรู้แล้วว่าคนใช้เงินเป็นเค้ามีวิธีบริหารเงินสำหรับการรีโนเวทบ้านอย่างไร ก็มาดูกันเลยดีกว่า

8 สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน

 

จัดเก็บและจัดการก่อนตัดสินใจรีโนเวท

              ห้องบางห้องแค่จัดเก็บ ก็เพิ่มพื้นที่ได้มากขึ้นด้วยเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ ก็อาจจะดูแปลกตาและได้ผลเทียบเท่ากับการรีโนเวท เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะข้าวของที่มากมายก่ายกองอาจทำให้ลำบากต่อการทำความสะอาด ทำให้ห้องโทรมกว่าความเป็นจริง ลองเริ่มด้วยการเปลี่ยนตู้หรือลิ้นชัก จัดของให้เป็นหมวดหมู่และทำความสะอาดใหญ่ซักครั้งสิ แล้วคุณอาจจะพบผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

 

เลือกเก็บวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่

         คุณสามารถประหยัดเงินก้อนใหญ่ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล ลองเช็กวัสดุอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ระบบไฟ ประตู หน้าต่างหรือไม้ที่สามารถนำมาใช้ใหม่ โดยสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์มาดัดแปลงฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างออกไปจากเดิม นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังสามารถลดการทิ้งขยะ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ปรึกษาผู้รับเหมา

              ถามผู้รับเหมาเกี่ยวกับวัสดุที่พวกเขามี หรือเหลือใช้จากการทำงานโปรเจ็กต์อื่น เพราะวัสดุเหล่านี้คุณอาจซื้อต่อได้ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน

         เลือกอุปกรณ์ที่จะช่วยประหยัดไฟและให้แสงสว่างมาก เช่น ไฟเพดาน ออกแบบในการวางแต่ละจุดอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อลดอุปกรณ์และค่าแรงในการเดินสายไฟและหุ้มฉนวน

ลงมือทำเองในบางส่วน

           สเกลงานเล็กๆ บางอย่างก็ไม่ต้องพึ่งผู้รับเหมาเสมอไป เราสามารถแบ่งมาทำเองได้ภายในครอบครัว เช่น การทาสี หรือติดตั้ง ตกแต่งอะไรเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะวิธี D.I.Y. มากมายที่มีอยู่ในเว็บของเรา ลองหาอ่านและนำไปใช้กันได้เต็มที่เลยนะคะ

สร้างใหม่อาจประหยัดกว่ารีโนเวท

            ในบางกรณี การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อาจประหยัดกว่าการรีโนเวท เพราะวัสดุทุกอย่างมีอายุขัยของมัน การรีโนเวทอาจดูเหมือนใช้จ่ายน้อยในตอนแรก แต่ปัญหาและค่าบำรุงรักษาในอนาคตคือสิ่งที่ควรจะกังวล เพราะมันจะไม่จบแค่การแก้ครั้งเดียว แต่หมายถึงตลอดไป

หลีกเลี่ยงการย้ายท่อ

             ระบบน้ำภายในบ้าน หากต้องการประหยัด การหลีกเลี่ยงไม่ย้ายบางส่วนหรือยุ่งกับมันคือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะวงจรทุกอย่างที่ออกแบบมาครบแล้วอาจจะต้องรื้อใหม่ทั้งหมดจากการต้องการเปลี่ยนแค่เพียงจุดเดียว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายต่อการใช้งานในชีวิตจริงด้วยนะคะ  หากจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ก็ต้องยอมลงทุน ซื้อความสะดวกสบายต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว

คำนึงถึงขนาดมาตรฐาน

          หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะ พรีเมี่ยม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐานในขนาดที่เป็นมาตรฐาน เช่น ประตู หน้าต่าง เพราะนอกจากวัสดุรูปแบบเฉพาะจะมีราคาแพงแล้ว การหาอะไหล่ยังยุ่งยากและต้องสั่งทำอีกด้วย

ที่มาจาก www.kidspot.com.au

เหล็กรูปพรรณชนิดต่างๆ

เหล็กรูปพรรณชนิดต่างๆ

เหล็กเอชบีม (H-Beam)

เหล็กเอชบีม (H-Beam) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M. เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเสา คาน และโครงตึกขนาดใหญ่

เหล็กไอบีม (I-Beam)

เหล็กไอบีม (I-Beam) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M.เหมาะสำหรับงานทำเสา คาน และรางเครน ที่ต้องการรับน้ำหนักมาก

เหล็กตัวซี (Light Lip Channel)

เหล็กตัวซี (Light Lip Channel) เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็น ความยาวมาตรฐาน 6 M. มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป งานบันได การทำโครงหลังคา แปต่างๆ

เหล็กฉาก (Equal Angle)

เหล็กฉาก (Equal Angle) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน ความยาวมาตรฐาน 6 M. เหมาะสำหรับงาน โครงสร้างบ้าน, หลังคาโรงงาน งานโครงสร้างขนาดเล็กโดยทั่วไป เสาส่งไฟฟ้าและ วิทยุ

เหล็ก (Cut-Beam)

เหล็ก (Cut-Beam) เป็นการนำเหล็ก H-Beam มาตัดกลางที่เอว (Web) ซึ่งจะทำให้ได้เหล็ก Cut-Beam 2 ตัวที่เท่ากัน ซึ่งนิยมนำไปใช้ในงานโครงหลังคาประเภทโครงถัก (Truss) เพื่อเป็นการลดงานของ ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่จากเดิมจะใช้เป็นเหล็กฉาก 2 ตัวมาเชื่อม หรือ ขันน็อตร่วมกับ Gusset plate เพื่อยึดติดกัน

เหล็กพืด (Sheet Pile)

เหล็กพืด (Sheet Pile) เป็นแผ่นเหล็กลอนรูปต่างๆ มีความยาวตามกำหนดใช้ตอกในแนวดิ่ง สำหรับป้องกันแรงดันน้ำ และแรงดันดิน ที่กระทำตามความลึกของการขุด เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของดิน

เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange)

เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M.เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป และงานเชื่อม มีรูปทรงลักษณะเดียวกับ ไอบีม แต่มีขนาดบางกว่า

เหล็กแผ่นลาย (Checkerd Plate)

เหล็กแผ่นลาย (Checkerd Plate) มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเป็นลวดลายนูน เพื่อป้องกันการลื่นและน้ำขังเหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนา

เหล็กแผ่นดำ (Plate)

เหล็กแผ่นดำ (Plate) มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ นิยมใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนา

 

 

การเลือกใช้สีกันสนิมอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

การเลือกใช้สีกันสนิมอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

 

สีกันสนิมเป็นสีรองพื้นที่ใช้ทาลงบนวัสดุเพื่อให้สีเคลือบติดกับวัสดุนั้น มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการกันสนิม สีกันสนิมที่ดีจะช่วยไม่ให้เหล็กเกิดสนิมหรือช่วยชะลอระยะเวลาการเกิดสนิทให้ยืดออกไป อย่างที่เราทราบกันดีกว่าเหล็กนั้นมีราคาแพงมากขึ้นทุกวัน การใช้งานเหล็กอย่างคุ้มค่า คุ้มราคาก็ควรป้องกันไม่ให้เกิดสนิมขึ้นได้จะดีที่สุด ซึ่งสีกันสนิมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานเหล็ก

สีกันสนิม

เมื่อเห็นความสำคัญของสีกันสนิมกันแล้ว คราวนี้เมื่อถึงคราวต้องเลือกซื้อสีกันสนิม สิ่งสำคัญที่ควรต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกคือเรื่องสารที่เป็นส่วนประกอบในสี ว่ามีคุณสมบัติในการกันสนิมได้ดีมากน้อยแค่ไหน

  • สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่ สีรองพื้นกันสนิมชนิดนี้เป็นสีที่มีคุณภาพสูงมาก สามารถทนทานต่อแรงเสียดทานและการขูดขีดได้เป็นอย่างดี ราคาจึงสูงตามไปด้วย มีส่วนผสมที่เป็นสารหลายชนิด แม้จะมีคุณภาพดี แต่ขั้นตอนการทำงานจะซับซ้อนขึ้นไปเนื่องจากผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้ผสมสีเอง ทั้งเรื่องส่วนผสมที่ต้องเป็นยี่ห้อเดียวกัน อัตราส่วนในการผสมก็ต้องเป็นไปตามที่กำหนด ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะมีผลทำให้สีเกิดการผิดเพี้ยนหรือคุณสมบัติในการกันสนิมด้อยลง สีอีพ็อกซี่เหมาะใช้งานที่ต้องการความทนทานของสีเป็นพิเศษ ไม่ต้องคอยมาทาสีใหม่อยู่บ่อย ๆ ลักษณะงานที่ใช้สีอีพ็อกซี่ เช่น เครื่องบิน สิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้ทะเล เสาเหล็กที่อยู่สูงหรืองานเหล็กที่มีราคาสูง เป็นต้น

  • สีรองพื้นกันสนิมอัลขีดเรซิ่น เป็นสีรองพื้นกันสนิมชนิดที่นิยมใช้กันมาก เป็นผงสีเรดออกไซด์ กันสนิมได้ดีพอควร เนื้อสีมีความยืดหยุ่นดี ทนต่อแรงเสียดทานและการขูดขีดได้ดีพอควร สามารถใช้งานได้ตั้งแต่งานสีทั่วไปจนถึงงานคุณภาพปานกลาง ในขั้นตอนของการผสมสีนั้น ควรระวังไม่ผสมน้ำมันมากเกินไปเพราะจะทำให้สีที่ได้นั้นจางและแทบไม่เหลือสารกันสนิมอยู่เลย ไม่ควรใส่ส่วนผสมหลายอย่าง หากใช้น้ำมันสนก็ใช้น้ำมันสนผสมอย่างเดียวเลย หรือหากใช้ทินเนอร์ก็ให้ใช้ทินเนอร์ผสมอย่างเดียวเลย  ถ้าต้องการให้สีกันสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทาสีจริงทับอีกครั้ง

 

  • สีรองพื้นกันสนิมเรดเลด สีรองพื้นกันสนิมชนิดนี้เป็นสีที่ป้องกันการเกิดสนิมได้ดีมาก ราคามีตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงสูงขึ้นกับยี่ห้อ มักมีการใส่ส่วนผสมประเภทตะกั่วและดีบุกในรูปของสารละลายลงไปด้วยเพื่อทำให้สีสามารถกันสนิมได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีการผสมสารเพิ่มคุณภาพอื่น เช่น สารต่อต้านการเกิดสนิม ผงสีชนิดเรดเลดสีส้ม สารเพิ่มความแข็งแรงความฟิล์มสี สารเพิ่มการยึดเกาะของสี ทำให้สีชนิดนี้มีประสิทธิภาพดีเหมาะในการใช้งานอุตสาหกรรม งานโครงสร้างขนาดใหญ่และงานจักรกล

ที่จริงแล้วสีกันสนิมยังมีอีกหลากหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กันก็เป็น 3 ประเภทข้างต้น การเลือกสีกันสนิมอย่างถูกต้องและให้เหมาะกับงานนั้น ควรเลือกที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้สูงสุดจึงจะป้องกันการเกิดสนิมได้จริง จึงจะคุ้มค่ากับงบประมาณ ค่าแรงและเวลาที่ต้องเสียไปกับการทำงาน สิ่งสำคัญที่จะลืมไปไม่ได้ คือ  ควรผสมและใช้สีตามขั้นตอนที่ระบุไว้บนฉลากเท่านั้น เพื่อให้สีที่ได้มีคุณภาพดีตรงกับการใช้งาน โดยข้อแนะนำในการใช้สีนั้น มีดังนี้

  • เตรียมพื้นผิวให้แห้งและไม่มีสนิม สีเก่า หรือคราบน้ำมัน
  • ทาหรือพ่นให้บางในชั้นแรก ตามด้วยการทาสีทับหน้า เว้นระยะการทาหรือพ่นทับในแต่ละชั้นตามที่ฉลากกำหนด จึงจะได้สีที่เรียบเนียนเสมอกัน
  • สีกันสนิมต่างยี่ห้อกัน ห้ามใช้ผสมกัน ยกเว้นสีจริงที่ทาทับหน้าใช้คนละยี่ห้อได้ แต่ไม่ควรนำมาผสมกัน
  • สำหรับสีที่เตรียมผสมไว้ใช้งาน ควรใช้ให้หมดในครั้งเดียว ไม่เก็บไว้สำหรับงานต่อไป
  • สีกันสนิมที่หมดอายุแล้ว ไม่ควรนำมาใช้ เพราะสารเคมีที่ผสมอยู่จะเสื่อมสภาพไป
  • ห้ามนำสีไปผสมกับส่วนผสมอื่นที่ผู้ผลิตไม่ได้กำหนดไว้ เลือกส่วนผสมตามเบอร์ที่กำหนด เช่น เบอร์ทินเนอร์
  • เลือกใช้สีรองพื้นกันสนิมสีอ่อน ในกรณีที่ต้องการทาสีจริงเป็นสีอ่อน เพื่อป้องกันการผิดเพี้ยนหรือสีจริงดูหมอง
  • สีกันสนิมที่ดีจะไม่ตกตะกอนหรือมีลักษณะแข็ง เมื่อผสมน้ำมันควรผสมง่ายเข้ากันได้เร็ว

การรู้จักเลือกซื้อสีกันสนิมอย่างถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งานและมีขั้นตอนในการใช้งานที่ถูกวิธี จะทำให้สีกันสนิมนั้นเกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพในการป้องกันวัสดุอย่างเหล็กที่มีราคาแพงไม่ให้เกิดสนิมและให้ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าด้วยเช่นกัน

6 ไอเดียเปลี่ยน “บ้านร้อน” ให้เย็นอยู่สบาย

6 ไอเดียเปลี่ยน “บ้านร้อน” ให้เย็นอยู่สบาย

6 ไอเดียเปลี่ยน “บ้านร้อน” ให้เย็นอยู่สบาย

นับวันสภาพอากาศบ้านเราจะร้อนอบอ้าวมากขึ้น จนบางครั้งเครื่องปรับอากาศยังเอาไม่อยู่ ล่าสุดในหลายพื้นที่อุณหภูมิได้พุ่งทะยานทะลุ 40 องศาเซลเซียสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “บ้านร้อน” จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่กวนใจใครหลายคนอยู่ในขณะนี้ … เอสซีจี จึงมี 6 ไอเดียง่ายๆ ในการปรับบ้านร้อนให้กลายเป็น “บ้านเย็น” อยู่สบายรับซัมเมอร์นี้มาฝากกัน

1. หลังคาและฝ้าภายใน ส่วนแรกที่ต้องให้ความสำคัญ ต้องเลือกที่สามารถสะท้อนและป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งควรใช้หลังคาที่ช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ ร่วมกับการใช้แผ่นสะท้อนความร้อน พร้อมทั้งติดตั้งฝ้าสมาร์ทบอร์ดร่วมกับฉนวนกันความร้อนที่ฝ้าเพดาน เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านร้อนจนเกินไป

 

2. ฝ้าชายคา ใช้ฝ้าสมาร์ทบอร์ดที่มีรูระบายอากาศ เพราะจะช่วยระบายความร้อนภายในบริเวณโถงหลังคาได้ ถ้าเลือกใช้แบบมีตาข่ายกันแมลงสำเร็จรูปจากโรงงานได้ยิ่งดี ทั้งลดร้อนและกันแมลงได้ในตัว

 

3. กันสาด ใครว่าช่วยกันได้แค่ฝน เพราะแท้จริงแล้วกันสาดช่วยกันความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้เป็นอย่างดี ควรติดตั้งในฝั่งที่แสงแดดส่องถึงโดยตรง และเลือกวัสดุที่ไม่สะสมความร้อน อย่างไม้ระแนง หรือไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน เป็นต้น

 

4. สี การเลือกใช้สีทาบ้าน ควรใช้สีกันความร้อน สีสว่างโทนอ่อน เพราะจะไม่กักเก็บความร้อนไว้นาน ที่สำคัญสีโทนอ่อนจะมีผลต่ออารมณ์ของผู้อยู่อาศัย ให้รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

 

5. พื้นบ้าน โดยเฉพาะพื้นชั้นล่าง ควรเลือกใช้หินอ่อน, แกรนิต หรือแม้แต่กระเบื้องเซรามิค, และพอร์ซเลน เพราะจะกักเก็บความเย็นจากพื้นดินได้ดี ขณะเดียวกันก็สามารถระบายความร้อนได้เร็ว จึงช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นลงได้

 

6. ผนังและไม้ฝา โดยเฉพาะผนังด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ที่รับแสงแดดแบบเต็มๆ ควรทำระแนงไม้บังแดดขึ้นมาอีก 1 ชั้น หรือใช้ไม้ฝานวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง ไม้ฝา เอสซีจี รุ่น “คูลพลัส” ที่มาพร้อมเทคโนโลยี “คัลเลอร์ ล็อค พลัส” การเคลือบผิวแบบพิเศษมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนความร้อนเพิ่มขึ้นได้ถึง 4 เท่า* ที่จะมาช่วยปรับเปลี่ยนแก้ไขบ้านร้อนให้กลายเป็นบ้านเย็นอยู่สบาย เพราะลดอุณหภูมิสูงสุดถึง 5 องศาเซลเซียส** ง่ายและจบในขั้นตอนเดียว
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.scgbuildingmaterials.com/th/LivingIdea/NewBuild
ลักษณะรูปทรงหลังคาบ้านประเภทต่างๆ

ลักษณะรูปทรงหลังคาบ้านประเภทต่างๆ

ความสำคัญของหลังคาบ้านและประเภทของหลังคาบ้าน

 

เรื่องเกี่ยวกับความสำคัญของหลังคาบ้านและประเภทของหลังคาบ้าน
                  บ้านเรือนไทยในสมัยโบราณ มีวิวัฒนาการของการใช้วัสดุที่นำมาสร้างหลังคาบ้าน เริ่มต้นกันตั้งแต่วัสดุธรรมชาติที่หาได้รอบๆตัวเช่นใบไม้ต่างๆ อาทิ หญ้าคา ใบตองตึง  โดยนำมาจัดเรียงและมัดรวมกันเป็นผืนที่เรียกว่า ตับ โดย

            การนำหญ้าคามาใช้นี่เอง จึงเป็นต้นกำเนิดคำเรียก “หลังคา”  และวิวัฒนาการมาเป็นวัสดุที่มีความแข็งเช่น ไม้ เครื่องปั้นดินเผา ซีเมนต์ เป็นต้น  (สมัยโบราณมีการนำเอาดินเหนียวมารีดเป็นแผ่นบางๆและนำไปเผาเกิดเป็นแผ่นดินเผาที่สามารถนำไปเป็นวัสดุมุงหลังคาได้ ในภาคเหนือเรียกว่าดินขอ เนื่องจากส่วนปลายจะพับเป็นรูปขอเกี่ยว 90 องศา

         เพื่อให้เกี่ยวกับแปหลังคาบ้านได้   ซึ่งดินเผาจะดูดซึมน้ำได้เป็นอย่างดีทำให้เกิดความเย็นกับตัวบ้าน แต่ความชื้นก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานของแผ่นดินเผาลดน้อยลง  สมัยโบราณจึงต้องมีการปูทับหลายๆชั้นเพื่อป้องกันความเสียหาย  และหลังคาก็ได้วิวัฒนาการมาสู่ปัจจุบันซึ่งมีการพัฒนาด้านความคงทนมากขึ้น เช่นหลังคาซีเมนต์ หลังคาใยหิน หลังคาสังกะสี เป็นต้น
“หลังคา” จึงเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารที่มีความสำคัญมาก ทั้งในเรื่องของการป้องกันความร้อน ฝน ลม และความหนาวเย็น รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้อาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปัจจุบันโครงสร้างและวัสดุที่นำมาทำเป็นหลังคามักจะให้ความสำคัญในเรื่องของความคงทนถาวร  ทนทานต่อสภาพอากาศภายนอก และเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
      สำหรับรูปแบบของหลังคาที่นิยมออกแบบสำหรับบ้านในปัจจุบัน ได้แก่ หลังคาเพิงหมาแหงน หลังคาจั่ว  หลังคาปั้นหยา หลังคาพื้นคอนกรีตเรียบ รวมถึงหลังคาในรูปแบบอิสระ เป็นต้น การพิจารณาว่าจะเลือกใช้หลังคาแบบใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งรูปแบบของอาคารด้วยเช่นกัน

 

รูปแบบของหลังคาบ้านที่ใช้กันโดยส่วนมากในปัจจุบัน

หลังคาบ้านทรงเพิงแหงนหรือหลังคาแหงน
1. หลังคาเพิงหมาแหงน    หรือเพิงแหงนตามชื่อเป็นทรงหลังคาที่เน้นการสร้างที่ง่ายๆ นิยมสร้างสำหรับเพิงพักชั่วคราวในสวนในไร่ เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน

โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆเล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบสมัยใหม่ (Modern)  และ อาจะมีการเพิ่มลูกเล่นในการทำหลังคาแบบ ซ้อนกันหรือทำแบบสองแผ่นเอียงไปคนละด้านก็ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้แก่ตัวบ้าน

2. หลังคาบ้านทรงจั่ว (Gable Roof)
หลังคาบ้านแบบจั่ว ผืนหลังคาจะมีความลาดเอียงสองด้านชนกันที่ปลายสูงสุดของหลังคา สันสูงอยู่ตรงกลาง(ที่เรียกว่าดั้งหลังคา) เป็นหลังคาบ้านที่นิยมใช้กันทั่วไป เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของบ้านเรา เพราะจะมีมวลอากาศอยู่ใต้หลังคามาก

จึงเป็นเหมือนฉนวนกันความร้อนได้อย่างดี หากเจาะช่องระบายอากาศที่หน้าจั่วทั้งสองด้านก็จะช่วยระบายอากาศร้อนออกไปได้ดียิ่งขึ้น ก่อสร้างก็ง่าย กันแดดกันฝนได้ดีอีกทั้งยังเป็นรูปแบบทรงหลังคาที่ใช้กันมากในบ้านเรือนไทยสมัยโบราณ

 

ซึ่งในสมัยก่อนอาจจะมีการออกแบบให้ดั้งของหลังคาที่ความสูง เพื่อเพิ่มมุมลาดเอียงให้แก่หลังคาบ้าน ซึ่งจะช่วยทำให้น้ำฝนไหลลงได้อย่างสะดวก ลดการแตกหักของวัสดุมุงหลังคา จากลม ฝน ลูกเห็บ หรือกิ่งไม้ต่างๆ

3.  หลังคาบ้านทรงปั้นหยา (Hip Roof)
หลังคารูปแบบนี้มีด้านลาดเอียงสี่ด้านขึ้นไปชนกันคล้ายๆปิรามิด ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยรับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตก ในสมัยรัชการที่ 5 -6  สามารถกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน สวยงาม ทนต่อการปะทะของแรงลมได้ดี

 

แต่ไม่มีหน้าจั่วเพื่อระบายอากาศร้อน จึงอาจจะต้องระบายทางพื้นชายคาแทน แต่ก็จะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนื่องจากอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง ดังนั้นการก่อสร้างบ้านโดยการใช้หลังคาปั้นหยาอาจจะต้องใช้วัสดุกันความร้อนอย่างอื่นเข้าช่วยเช่น แผ่นสะท้อนความร้อน หรือฉนวนกันความร้อน

4.  หลังคากึ่งปั้นหยากึ่งจั่ว
เป็นหลังคาที่ประยุกต์นำจุดเด่นของหลังคาปั้นหยาซึ่งมีความแข็งแรง สามารถรับแรงปะทะจากลม แดด ฝน ได้ทุกด้านของบ้าน มีลักษณะเหมือนทรงปั้นหยาแต่ส่วนบนจะมีปลายจั่ว รวมกับจุดเด่นของหลังคาจั่วในเรื่องการระบายความร้อนออกมาจากหน้าจั่วได้ดี เนื่องจากมีช่องอากาศที่หน้าจั่วซึ่งลมสามารถพัดเข้าไปไล่อากาศร้อน รวมถึงอากาศร้อนก็จะลอยตัวออกมาจากหน้าจั่วนี้ได้

 

   ซึ่งลักษณะของหลังคาดังกล่าวพบเห็นมากในบ้านเรือนทรงไทยล้านนาในภาคเหนือ และยังคงถูกนำมาใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีข้อดีมากแล้วยังมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อีกด้วย

5.  หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof)    ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะแบนราบเป็นระนาบเดียวกับพื้น แต่ต้องมีความลาดเอียงเล็กน้อยเทไปยังช่องที่เจาะเพื่อระบายน้ำฝนออกไป หรือเทไปยังท่อระบายบนหลังคา (Roof Drain)

 

      นิยมใช้สร้างเป็นหลังคาอาคารประเภทตึกแถว คอนโด และบ้านในรูปแบบสมัยใหม่ในรูปทรงเรขาคณิต (สไตล์โมเดิร์น) พื้นหลังคาสามารถจัดเป็นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า นั่งเล่น และจัดสวน แต่เนื่องจากหลังคาประเภทนี้ดูดซับความร้อนและรับน้ำฝนโดยตรง จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี เช่น การผสมสารกันรั่วซึมในคอนกรีตระหว่างที่เทหลังคา เมื่อคอนกรีตแห้งแล้วให้ทาผลิตภัณฑ์กันรั่วกันซึมทับอีกครั้ง

สรุปข้อดีข้อเสียของหลังคาแต่ละประเภท

ประเภทหลังคา ข้อดี จุดเด่น ข้อเสีย จุดด้อย
หลังคาทรงเพิงแหงน สร้างง่าย ประหยัดงบประมาณ ป้องกัน แดด ลม ฝน ได้เฉพาะด้านหน้า
หลังคาทรงจั่ว สร้างง่าย ระบายความร้อนได้ดี ไม่สามารถป้องกัน แดด ลม ฝนด้านหน้าจั่วได้
หลังคาทรงปั้นหยา สร้างง่าย ทนทานป้องกันแดดฝนได้ดี ไม่สามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้
หลังคาทรงเรียบ สร้างง่าย งบน้อย ใช้พื้นที่หลังคาได้ ระบายน้ำไม่ดี มีความร้อนสูง
หลังคากึ่งจั่วกึ่งปั้นหยา ป้องกันแดด ลมฝนได้ทุกด้าน และสามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้ดี สร้างยาก มีราคาสูงกว่าแบบอื่น

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.thaihomeplan.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า