google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ฤกษ์ การสร้างบ้าน การปลูกบ้าน การขึ้นบ้านใหม่

ฤกษ์ การสร้างบ้าน การปลูกบ้าน การขึ้นบ้านใหม่

              ปัจจัยสี่ที่สำคัญของมนุษย์ย่อมมีที่อยู่อาศัย หรือ บ้าน เฮือน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ไม่ว่าเราจะไปทำมาค้าขาย ทำกิจการงานที่ใดก็ตาม เมื่อเสร็จกิจการงานแล้วก็จะกลับมายังบ้านพักอาศัยเสมอ เพราะบ้านเป็นที่ที่เราภาคภูมิใจ เป็นสิ่งที่รักและหวงแหน ความอบอุ่นเกิดภายในบ้าน นอนหลับสบายใจไร้ความกลัว และความหวาดระแวง

              แต่ถ้าปลูกบ้านไม่ถูกโฉลกกับเจ้าของ ความทุกข์ความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นกับเรา ดังนั้น จึงควรเลือกวัน เวลา เดือน ปี โสกหรือโฉลก และวิธีปลูกบ้าน ให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมโบราณณ

    ปลูกเฮือนวันใดดี?
        วันอาทิตย์ ท่านห้ามปลูกความอุบาทว์จัญไรจะเกิด
        วันจันทร์ ท่านว่าปลูกได้จะมีลาภ ผ้าผ่อนท่อนสะไบบังเกิดแก่เจ้าของบ้าน
        วันอังคาร ท่านห้ามปลูก จะเกิดอันตรายจากไฟ
        วันพุธ ท่านว่าดี มีลาภเป็นของขาวเหลือง
        วันพฤหัสบดี ท่านว่าดี จงปลูกเถิดจะได้ลาภและความสุขพูนทวี
        วันศุกร์ ท่านว่า ห้ามปลูกจะมีทุกข์และสุขเท่ากันแล
        วันเสาร์ ท่านห้ามปลูกเด็ดขาด จะเกิดถ้อยความมีคนเบียดเบียน และจะมีเรื่องเดือดร้อนใจ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน

    ปลูกเฮือนเดือนใดดี?
        เดือนอ้าย (เดือน 1) ท่านว่า จะทำมาค้าขึ้น จะได้เป็นเศรษฐี เพราะกิจการค้านั้น
        เดือนยี่ (เดือน 2) ท่านว่าดี มีศิริในการป้องกันศัตรูทั้งมวล
        เดือนสาม ท่านห้ามปลูก จะมีภัย ศัตรูเบียนเบียด
        เดือนสี่ ท่านว่า ปลูกดีจะมีลาภ จะมีความสุขกายสบายใจ
        เดือนห้า ท่านว่าจะเกิดทุกข์ร้อนไม่สบายใจ
        เดือนหก ท่านว่าประเสริฐ จะส่งผลให้เงินทองไหลมาเทมา
        เดือนเจ็ด ท่านห้ามปลูก จะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ที่หาไว้ได้แล้ว จักถูกโจรลัก หรือไฟไหม้
        เดือนแปด ท่านห้ามปลูกเฮือนในเดือนนี้ เงินทองข้าวของที่เก็บไว้ จะมิอยู่คงที่แล
        เดือนเก้า ท่านให้เร่งปลูกเฮือน ถ้ารับราชการจะได้รับการปูนบำเหน็จแล ถ้ามิได้รับราชการก็จะเจริญในการประกอบอาชีพแล
        เดือนสิบ ท่านห้ามปลูก จะได้รับอันตรายจากโทษทัณฑ์ อาญาแผ่นดิน และการเจ็บไข้ได้ป่วย
        เดือนสิบเอ็ด ท่านห้ามปลูกจะถุกคนหลอกลวงเอาของ และสิ่งที่ห่วงแหน
        เดือนสิบสอง ท่านว่าควรเร่งปลูก จะได้เงินทองข้าวของ ช้างม้า ข้าทาสผู้ซื่อสัตย์แล

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน

    ปลูกเฮือนปีใดดี?
        ปีชวด ให้เอากิ่งไม้คูณหรือไม้ราชพฤกษ์ มัดเสาแล้วจึงยกเสาลงหลุม เป็นมงคลแล
        ปีฉลู ให้เอาผ้าขาวม้าห่อกล้วยพันปลายเสา เอากิ่งตูม 3 กิ่ง มามัด จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีขาล ให้เอาข้าวใส่กระทง 3 อันมาวางบนเสา แล้วเอาน้ำมารด 3 ขัน จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีเถาะ ให้เอาใบตะเคียน ใบหูดหอม และต้นกล้วย มัดปลายเสา แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีมะโรง ให้เอาผ้าห่อใบหูดหอม และกำยานพันปลายเสา แล้วยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีมะเส็ง ให้เอาใบทอง 2 กิ่ง ผูกปลายเสา เอาข้าวสุกใส่กระทง 3 กระทง ธูป 3 คู่ เทียน 3 คู่ บูชา แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีมะเมีย ให้เอาใบขี้เหล็ก 3 กิ่งกวาดตั้งแต่ปลายเสาลงมาถึงต้นเสา 3 ที แล้วเอาน้ำรดปลายเสา 3 ขัน รอจังหวะถ้าได้ยินไก่ขัน จึงยกเสาลงหลุมมีโชคชัยแล (ถ้าไม่มีไก่ขันให้ขันสมมุติเอา)
        ปีมะแม ให้เอาใบเงิน 3 ใบ ใบหมากตัวผู้และหมากตัวเมียอย่างละ 3 ใบ กล้วยสุก 3 หน่วย อ้อย 3 ข้อ ใส่ในหลุม แล้วจึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีวอก หรือปีระกา ให้เอาเทียน 3 เล่ม ไปผูกต้นเสาทางหัวนอน ต้นไหนก็ได้ จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล
        ปีจอ หรือ ปีกุน ให้เอาข้าวตอกแตก 5 ดอก ใบบัวบก 5 ใบ รองตรงหัวเสาในหลุมก่อน จึงยกเสาลงหลุมดีนักแล

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน

    วิธีขุดเสาเฮือน

                โบราณาจารย์ท่านว่า บ้านต้องปลูกใส่บนดิน ในดินมีทั้งแม่ธรณีและพญานาค (นาคดิน) เป็นอารักษ์ เพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคล ท่านว่า ควรย้ายแม่ธรณีและทำให้ถูกต้องตามโครงการนาคดิน กล่าวคือ นาคดิน นี้เราจะต้องรู้จักว่า หัวนาค หางนาค หลังนาค และท้องนาค อยู่ทางทิศไหนในแต่ละเดือนที่เราจะปลูกบ้านก่อนเพื่อปฏิบัติได้ถูกต้อง มิฉะนั้นจะถูกพิษนาค ทำให้เราเจ้าของบ้านต้องเดือดร้อน เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ควรปฏิบัติดังนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปลูกบ้าน
        การย้ายแม่ธรณี
                     ก่อนจะมีการขุดดินปลูกบ้าน โบราณท่านว่า ให้ย้ายแม่ธรณี และสิ่งของที่เป็นอาถรรพ์ทั้งหลายออกไปก่อน บ้านจึงจะเป็นบ้านอยู่สุข วิธีย้ายให้เอาเทียนเหลือง 1 คู่ ดอกไม้ขาว 1 คู่ แต่งใส่ขัน แล้วเอาผ้าขาวพาดบ่า (ห่มเฉลียงบ่า) เดินไปตรงกลางลานดินที่จะปลูกบ้าน แล้วกล่าวคำอัญเชิญว่า
              “อุกาสะ ผู้ข้าขออัญเชิญแม่ธรณีเจ้าได้ออกจาก (หยับย้ายออกจาก) ที่ปลูกบ้าน เพราะที่ปลูกบ้านลูกหลานย่อมทิ้งสิ่งสกปรก ขอย้ายแม่ออกไปอยู่ข้างบ้าน แล้วขอให้แม่คุ้มครองปกป้องรักษาบ้าน และลูกหลานในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้แม่นำสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย หมายมีกระดูกเป็นต้น ขอให้แม่โยนทิ้งไปให้ไกล เอาเหลือไว้แต่สิ่งอันเป็นมงคลแก่ข้าเทอญฯ”
              แล้วนำเอาธูปเทียนนั่นทิ้ง วางไว้ทางทิศตะวันตกของที่ปลูกบ้าน ส่วนผู้จะประกอบพิธีนี้จะให้คนแก่ที่มีศีลธรรม (ผู้ชาย) หรือจะเอาผู้ชายเจ้าของบ้านนั้นก็ได้
        การหลีกพิษนาค ในเดือนที่เราเห็นว่าปลูกบ้านดี เช่น เดือนอ้าย เดือนยี่ เดือนสี่ เดือนหก เดือนเก้า และเดือนสิบสอง ควรจะรู้ว่าเดือนเหล่านี้ ส่วนของนาคส่วนใดอยู่ทิศใด เวลาขุดดินการโกยดิน และการวางเสาแอกเสาขวัญ จะวางได้ถูกทิศทาง จะได้ไม่รับอันตรายจากพิษนาค โบราณท่านว่าดังนี้
            เดือนอ้ายและเดือนยี่ หัวนาคอยู่ทางทักษิณ (ทิศใต้) หางนาคอยู่ทางทิศอุดร (เหนือ) ท้องนาคอยู่ทางทิศปัจจิม (ตะวันตก) หลังนาคอยู่ทางทิศบูรพา (ตะวันออก) เวลาเข้าไปขุดดิน ให้เข้าไปในทางทิศท้องนาค โกยดินก็โกยไปทางทิศท้องนาคเช่นกัน คือทิศตะวันตก
            เดือนสี่และเดือนหก หัวนาคอยู่ทางทิศปัจจิม หางนาคอยู่ทางทิศบูรพา หลังนาคอยู่ทางทิศอุดร ท้องนาคอยู่ทางทิศทักษิณ เมื่อเข้าไปขุดดินให้เข้าไปทางทิศท้องนาค โกยดินไปทางทิศอาคะเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) เมื่อเอาเสาไปวางก็หันปลายเสาไปทางทิศอาคะเนย์
            เดือนเก้า หัวนาคอยู่ทางทิศบูรพา หางนาคอยู่ทางทิศปัจจิม หลังนาคอยู่ทางทิศทักษิณ ท้องนาคอยู่ทางทิศอุดร การเข้าไปขุดเสาให้เข้าไปทางทิศเหนือ แต่การโกยดินและการหันปลายเสาเมื่อเอาไปวางปากหลุม ให้โกยและหันไปในทิศอิสาณ (ตะวันออกเฉียงเหนือ)
            เดือนสิบสอง หัวนาคอยู่ทิศอุดร หางนาคอยู่ทางทิศทักษิณ หลังนาคอยู่ทิศบูรพา ท้องนาคอยู่ทางทิศปัจจิม ให้เข้าไปขุดเสาในทิศตะวันตก โกยดินไปทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ) การเอาเสาไปวางก็ให้หันปลายเสาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นศิริมงคลนักแล
        วิธีบูชานาค เพื่อเป็นสิริมงคลต่อบ้าน โบราณท่านให้ทำเครื่องเซ่นไหว้พญานาค ซึ่งประกอบด้วยธูปเทียน และเครื่องบวดต่างๆ วิธีการทำมีดังนี้
            ให้เอาโต๊ะไปตั้งวางไว้ทิศหัวนาคอยู่ แล้วเอาของหวานใส่ เช่น บวดฟักทอง ใส่ถ้วยวางไว้ในถาด เอาดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่ ธูป 5 คู่ ใส่ในถาดวางไว้บนโต๊ะ
            ให้ทำธงใส่หลักไปปักข้างโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ทั้ง 2 ข้าง สำหรับผ้าทำธงให้ใช้สีตามเดือน ดังนี้
            เดือน     สีธง     เดือน     สีธง
            เดือนอ้าย     สีขาว     เดือนยี่     สีขาว
            เดือนสี่     สีเหลือง     เดือนหก     สีเหลือง
            เดือนเก้า     สีดำหรือสีนิล (เขียวแก่)     เดือนสิบสิง     สีแดง
            กล่าวคำบูชา 1 จบ ว่า “อะยัง มะหานาโค อิทธิมันโต ชุติมันโต อิมินา สักกาเรนะ มะหานาคัง ปูเชมิ”

วิธีขุดเสา เมื่อเราทำเครื่องบูชาเสร็จแล้ว ให้ลงมือขุดหลุมเสาแฮก คนที่ถือเคร่งจริงๆ เวลาขุดหลุมเสาแฮกนั้น เขาจะเอาไม้คูณ หรือไม้ยอทำด้ามเสียมก่อน คนขุดก็จะตั้งชื่อให้ว่า “ท้าวเงิน ท้าวคำ ท้าวแก้ว ท้าวค้ำ ท้าวคูณ” ชื่อใดชื่อหนึ่งตามความเหมาะสม ให้เป็นผู้ขุดเสาแฮก แต่ถ้าจะตั้งชื่อคนขุดทั้ง 8 หลุม (เรือน 3 ห้องสมัยโบราณมีเสา 8 ต้นต่อเกย หรือเฉลียงอีก 4 ต้น จึงรวมเป็น 12 ต้น เกยไม่นับเป็นเรือน) ก็ให้ตั้งเพิ่มอีก 3 ชื่อ คือ ท้าวสุข ท้าวดี ท้าวมี แล้วให้ขุดเสาคนละเสา

สำหรับเสียมขุด นอกจากเสาแฮกแล้วจะเอาด้ามอะไรก็ได้ เฉพาะเสาเอกหรือเสาแฮก ให้ใช้เสียมไม้คูณ หรือไม้ยอ โดยให้ท้าวเงินเป็นคนขุด ในเวลาขุดหลุมเสาย่อมจะพบสิ่งที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล ดังนั้นเมื่อพบแล้วให้แก้นิมิตแก้อาถรรพ์ ดังนี้

    ถ้าขุดไปพบกระดูก ท่านให้เอาน้ำสะอาดสรงแก้วแหวนเงินทอง มารดลงในหลุมเป็นศิริมงคลแล
    เมื่อขุดลงไปพบขนสัตว์หรือเชือก ให้ไปขอน้ำมนต์จากพระมารดหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ถ้าขุดลงไปพบไม้ทราง ให้นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ แล้วเอาน้ำพระพุทธมนต์รดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ถ้าขุดลงไปพบอิฐ หรือดินเหมือนขี้หนู ท่านให้เอาน้ำผึ้งแท้รดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ถ้าของไม่ดีนอกจากนี้ ท่านให้เอาน้ำสรงพระพุทธรูปใส่ขันไว้ เอาดอกบัวหลวง ถ้าของไม่ดีนอกจากนี้ ท่านให้เอาน้ำสรงพระพุทธรูปใส่ขันไว้ เอาดอกบัวหลวง และหญาแพรก ใส่ลงในหลุม แล้วเอาน้ำสรงพระพุทธรูปรดลงในหลุม เป็นศิริมงคลแล
    ก่อนเอาเสาแฮก (เสาเอก) ทางหัวนอนลงหลุม ให้เขียนกลใส่หลุมว่า “ปู่ก่อสร้างเป็นอาชญ์เฮือนหิน เงินคำมีหมื่นกือกองล้น” ต้นเสาขวัญทางตีนนอน (เสาขวัญ) ให้เขียนกลใส่ในหลุม ก่อนเอาเสาลงหลุมดังนี้ หลานก่อสร้างเป็นอาชญ์เฮือนหิน เงินคำมีหมื่นกือกองล้น” เขียนแล้วเอาลงใส่ในหลุมดังกล่าว

ลักษณะที่ดินที่ไม่ควรปลูกเฮือน

                พื้นดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ท่านว่าไม่ควรปลูกบ้านเพราะเข้าลักษณะโลงผี จะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ควรแยกที่ดินนั้นเป็นสวนไม้ดอก ไม้ผล ด้วยการกั้นรั้วแบ่งเป็นสัดส่วนให้ที่ดินเปลี่ยนรูปร่าง ไปเสียส่วนหนึ่งก่อน แล้วจึงปลูกท่านว่าจะเป็นมงคลแล

             ที่ดินรีแหลมยาวรูปธง ท่านว่าไม่ควรปลูกบ้าน ถ้าจะปลูกควรแก้เคล็ดดังข้อ 1 เสียก่อน จึงปลูกบ้าน ท่านว่าจะเป็นมงคลแล    อย่าปลูกบ้านกวมตอไม้ใหญ่ ถ้าจะปลูกก็ควรขุดออกให้หมดเสียก่อน มิฉะนั้นจะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย ท่านว่า มีภูติผีสิงอาศัยอยู่ในนั้น
             อย่าปลูกเฮือนอกแตก คือทำบ้านสองหลังเป็นฝาแฝด แต่ชายคาไม่ต่อกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะวิวาทกัน      อย่าปลุกเฮือนหงำเฮือน (ข่มเฮือน) คือทำเฮือนใหญ่ที่เป็นเสาเอกนั้น ต่ำกว่าเฮือนเล็กที่สร้างขึ้นใหม่ โบราณท่านว่า จะยากไร้อนาถา ไม่มีคนยำเกรง มีแต่คนข่มเหงแล

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี ไม้ประดับเลี้ยงง่ายกันฝุ่นดูดความชื้นในบ้าน

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี ไม้ประดับเลี้ยงง่ายกันฝุ่นดูดความชื้นในบ้าน

                หนึ่งในไม้ประดับที่ฮิตนำมาเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ ก็คือต้นเคราฤาษี หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า  มอสสเปน โดยเฉพาะช่วงที่ภาวะฝุ่นมลพิษ PM 2.5 บุกเมือง พบว่าต้นเคราฤาษีจะช่วยดูดซับโลหะหนักและช่วยกรองลดฝุ่นละอองเข้าบ้านได้ เป็นวิธีสร้างสภาวะแวดล้อมบ้านน่าอยู่จากธรรมชาติได้ดี

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี

                ต้นเคราฤาษีมีต้นเป็นสีเขียวเทา ลักษณะใบเป็นเส้น ๆ ห้อยลงสู่พื้น คล้ายหนวดฤาษี สามารถออกดอกได้แต่ดอกจะเล็กมาก และมีอายุเพียง 2-3 วันเท่านั้น

                 วิธีปลูกต้นเคราฤาษี ค่อนข้างง่าย ไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือดูแลรักษามากนัก เพราะรากที่มีของต้นเคราฤาษีนั้นมีไว้เพียงเพื่อยึดเกาะเท่านั้น แต่ไม่ใช่ตัวนำทางอาหารเหมือนต้นไม้อื่น ๆ โดยต้นเคราฤาษีสามารถอยู่ได้ด้วยการกินอาหารในอากาศทำให้สามารถดูแลตัวเองได้นั่นเอง แต่ถ้าอยากใส่ปุ๋ยให้เจริญงอกงามก็สามารถทำได้ด้วยการพรมละอองปุ๋ยใส่สัก เดือนละครั้ง

 

เทคนิคการเลี้ยงต้นเคราฤาษี

– ควรแขวนในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีลมพัด แสงแดดรำไร
– ต้นเคราฤาษีเป็นต้นไม้ต้องการน้ำ แนะนำให้รดเป็นละอองทุกวัน ในกรณีที่ฝนไม่ตก
– การให้ปุ๋ย สามารถทำได้โดยใส่ปุ๋ยผสมน้ำ ไม่ต้องเข้มข้นมาก วิธีเดียวกับที่ฉีดใส่กล้วยไม้ ให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง ก็เพียงพอค่ะ
– ต้นเคราฤาษีต้องการ น้ำ ลม และแสงแดด

                  การขยายพันธุ์สามารถทำได้ง่ายๆ โดย เพียงเด็ดลำต้นที่ห้อยระย้า มาแขวนบนกิ่งไม้ หรือคาคบไม้ หรือวัสดุปลูกอย่างอื่น รดน้ำวันเว้นวัน แขวนไว้ในจุดที่มีลมถ่ายเท แสงแดดรำไร เพียงแค่นี้เคราฤาษีจะงอกงาม

 

ทำความรู้จักต้นเคราฤาษีให้มากขึ้น

                     เคราฤาษี หรือ มอสสเปน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tillandsia usneoides เป็นพืชในวงศ์สับปะรด ไม่มีราก ลำต้นห้อยย้อยลงมาจากคาคบไม้เป็นสายยาว เป็นเส้นเล็ก ๆ เวลาออกดอกกลิ่นหอมอ่อน ๆ พืชชนิดนี้ดูดน้ำโดยทางใบซึ่งมีสีเทาเงิน ต้นเคราฤาษีนั้นเป็นต้นไม้อากาศที่แขวนไว้แล้วจะดูดอาหารและแร่ธาตุจากอากาศ

                   และดูดน้ำจากน้ำค้างหรือน้ำฝนที่มาเกาะ จึงมักเลี้ยงเป็นไม้ประดับตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม แต่ทั้งนี้หนวดฤาษีอยู่ได้ด้วยการกินอาหารในอากาศ โดยปลูกด้วยการใส่กระถางแล้วนำไปแขวนไว้ตามจุดต่าง ๆ รอบๆ บ้าน 

              ช่วยดูดซับความชื้นที่ปนเปื้อนฝุ่น ปนเปื้อนสารเคมีในอากาศได้ดีกว่าใช้ผ้าม่าน หรือผ้าพลาสติก แถมยังกลายเป็นม่านป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้ด้วย นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติไม่ติดไฟ ทำให้เหมาะนำมาทำเป็นวัสดุในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์อย่างเช่น นำมาทำเป็นไส้ในเบาะนั่งในรถยนต์หรือโซฟาแทนฟางข้าวหรือเยื่อเปลือกมะพร้าวอีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://decor.mthai.com/

สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน อย่างชาญฉลาด

สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน อย่างชาญฉลาด

            ศรษฐกิจแบบนี้ อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัดใช่ไหมคะ? ยิ่งหากมีโครงการสร้างหรือ รีโนเวทบ้าน ในฝัน คงต้องเตรียมเงินไว้ประมาณหนึ่งเลย เราจึงรวบรวมทิปส์ วิธีคิด กลยุทธ์บางอย่างในการลดค่าใช้จ่ายมาฝากกัน โดยเราจะควบคุมค่าใช้จ่ายกันอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่การตัดทุกอย่างจนผลลัพธ์คือได้บ้านที่ไม่มีมาตรฐาน แต่เราจะพยายามหาวิธีทดแทนหรือหาทางประหยัดขึ้นเล็กๆ น้อยๆ ถ้าอยากรู้แล้วว่าคนใช้เงินเป็นเค้ามีวิธีบริหารเงินสำหรับการรีโนเวทบ้านอย่างไร ก็มาดูกันเลยดีกว่า

8 สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน

 

จัดเก็บและจัดการก่อนตัดสินใจรีโนเวท

              ห้องบางห้องแค่จัดเก็บ ก็เพิ่มพื้นที่ได้มากขึ้นด้วยเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ ก็อาจจะดูแปลกตาและได้ผลเทียบเท่ากับการรีโนเวท เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะข้าวของที่มากมายก่ายกองอาจทำให้ลำบากต่อการทำความสะอาด ทำให้ห้องโทรมกว่าความเป็นจริง ลองเริ่มด้วยการเปลี่ยนตู้หรือลิ้นชัก จัดของให้เป็นหมวดหมู่และทำความสะอาดใหญ่ซักครั้งสิ แล้วคุณอาจจะพบผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

 

เลือกเก็บวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่

         คุณสามารถประหยัดเงินก้อนใหญ่ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล ลองเช็กวัสดุอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ระบบไฟ ประตู หน้าต่างหรือไม้ที่สามารถนำมาใช้ใหม่ โดยสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์มาดัดแปลงฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างออกไปจากเดิม นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังสามารถลดการทิ้งขยะ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ปรึกษาผู้รับเหมา

              ถามผู้รับเหมาเกี่ยวกับวัสดุที่พวกเขามี หรือเหลือใช้จากการทำงานโปรเจ็กต์อื่น เพราะวัสดุเหล่านี้คุณอาจซื้อต่อได้ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน

         เลือกอุปกรณ์ที่จะช่วยประหยัดไฟและให้แสงสว่างมาก เช่น ไฟเพดาน ออกแบบในการวางแต่ละจุดอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อลดอุปกรณ์และค่าแรงในการเดินสายไฟและหุ้มฉนวน

ลงมือทำเองในบางส่วน

           สเกลงานเล็กๆ บางอย่างก็ไม่ต้องพึ่งผู้รับเหมาเสมอไป เราสามารถแบ่งมาทำเองได้ภายในครอบครัว เช่น การทาสี หรือติดตั้ง ตกแต่งอะไรเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะวิธี D.I.Y. มากมายที่มีอยู่ในเว็บของเรา ลองหาอ่านและนำไปใช้กันได้เต็มที่เลยนะคะ

สร้างใหม่อาจประหยัดกว่ารีโนเวท

            ในบางกรณี การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อาจประหยัดกว่าการรีโนเวท เพราะวัสดุทุกอย่างมีอายุขัยของมัน การรีโนเวทอาจดูเหมือนใช้จ่ายน้อยในตอนแรก แต่ปัญหาและค่าบำรุงรักษาในอนาคตคือสิ่งที่ควรจะกังวล เพราะมันจะไม่จบแค่การแก้ครั้งเดียว แต่หมายถึงตลอดไป

หลีกเลี่ยงการย้ายท่อ

             ระบบน้ำภายในบ้าน หากต้องการประหยัด การหลีกเลี่ยงไม่ย้ายบางส่วนหรือยุ่งกับมันคือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะวงจรทุกอย่างที่ออกแบบมาครบแล้วอาจจะต้องรื้อใหม่ทั้งหมดจากการต้องการเปลี่ยนแค่เพียงจุดเดียว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายต่อการใช้งานในชีวิตจริงด้วยนะคะ  หากจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ก็ต้องยอมลงทุน ซื้อความสะดวกสบายต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว

คำนึงถึงขนาดมาตรฐาน

          หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะ พรีเมี่ยม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐานในขนาดที่เป็นมาตรฐาน เช่น ประตู หน้าต่าง เพราะนอกจากวัสดุรูปแบบเฉพาะจะมีราคาแพงแล้ว การหาอะไหล่ยังยุ่งยากและต้องสั่งทำอีกด้วย

ที่มาจาก www.kidspot.com.au

การเลือกใช้สีกันสนิมอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

การเลือกใช้สีกันสนิมอย่างถูกต้องและคุ้มค่า

 

สีกันสนิมเป็นสีรองพื้นที่ใช้ทาลงบนวัสดุเพื่อให้สีเคลือบติดกับวัสดุนั้น มีคุณสมบัติช่วยในเรื่องของการกันสนิม สีกันสนิมที่ดีจะช่วยไม่ให้เหล็กเกิดสนิมหรือช่วยชะลอระยะเวลาการเกิดสนิทให้ยืดออกไป อย่างที่เราทราบกันดีกว่าเหล็กนั้นมีราคาแพงมากขึ้นทุกวัน การใช้งานเหล็กอย่างคุ้มค่า คุ้มราคาก็ควรป้องกันไม่ให้เกิดสนิมขึ้นได้จะดีที่สุด ซึ่งสีกันสนิมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานเหล็ก

สีกันสนิม

เมื่อเห็นความสำคัญของสีกันสนิมกันแล้ว คราวนี้เมื่อถึงคราวต้องเลือกซื้อสีกันสนิม สิ่งสำคัญที่ควรต้องพิจารณาเป็นอันดับแรกคือเรื่องสารที่เป็นส่วนประกอบในสี ว่ามีคุณสมบัติในการกันสนิมได้ดีมากน้อยแค่ไหน

  • สีรองพื้นกันสนิมอีพ็อกซี่ สีรองพื้นกันสนิมชนิดนี้เป็นสีที่มีคุณภาพสูงมาก สามารถทนทานต่อแรงเสียดทานและการขูดขีดได้เป็นอย่างดี ราคาจึงสูงตามไปด้วย มีส่วนผสมที่เป็นสารหลายชนิด แม้จะมีคุณภาพดี แต่ขั้นตอนการทำงานจะซับซ้อนขึ้นไปเนื่องจากผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้ผสมสีเอง ทั้งเรื่องส่วนผสมที่ต้องเป็นยี่ห้อเดียวกัน อัตราส่วนในการผสมก็ต้องเป็นไปตามที่กำหนด ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เพราะมีผลทำให้สีเกิดการผิดเพี้ยนหรือคุณสมบัติในการกันสนิมด้อยลง สีอีพ็อกซี่เหมาะใช้งานที่ต้องการความทนทานของสีเป็นพิเศษ ไม่ต้องคอยมาทาสีใหม่อยู่บ่อย ๆ ลักษณะงานที่ใช้สีอีพ็อกซี่ เช่น เครื่องบิน สิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้ทะเล เสาเหล็กที่อยู่สูงหรืองานเหล็กที่มีราคาสูง เป็นต้น

  • สีรองพื้นกันสนิมอัลขีดเรซิ่น เป็นสีรองพื้นกันสนิมชนิดที่นิยมใช้กันมาก เป็นผงสีเรดออกไซด์ กันสนิมได้ดีพอควร เนื้อสีมีความยืดหยุ่นดี ทนต่อแรงเสียดทานและการขูดขีดได้ดีพอควร สามารถใช้งานได้ตั้งแต่งานสีทั่วไปจนถึงงานคุณภาพปานกลาง ในขั้นตอนของการผสมสีนั้น ควรระวังไม่ผสมน้ำมันมากเกินไปเพราะจะทำให้สีที่ได้นั้นจางและแทบไม่เหลือสารกันสนิมอยู่เลย ไม่ควรใส่ส่วนผสมหลายอย่าง หากใช้น้ำมันสนก็ใช้น้ำมันสนผสมอย่างเดียวเลย หรือหากใช้ทินเนอร์ก็ให้ใช้ทินเนอร์ผสมอย่างเดียวเลย  ถ้าต้องการให้สีกันสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทาสีจริงทับอีกครั้ง

 

  • สีรองพื้นกันสนิมเรดเลด สีรองพื้นกันสนิมชนิดนี้เป็นสีที่ป้องกันการเกิดสนิมได้ดีมาก ราคามีตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงสูงขึ้นกับยี่ห้อ มักมีการใส่ส่วนผสมประเภทตะกั่วและดีบุกในรูปของสารละลายลงไปด้วยเพื่อทำให้สีสามารถกันสนิมได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีการผสมสารเพิ่มคุณภาพอื่น เช่น สารต่อต้านการเกิดสนิม ผงสีชนิดเรดเลดสีส้ม สารเพิ่มความแข็งแรงความฟิล์มสี สารเพิ่มการยึดเกาะของสี ทำให้สีชนิดนี้มีประสิทธิภาพดีเหมาะในการใช้งานอุตสาหกรรม งานโครงสร้างขนาดใหญ่และงานจักรกล

ที่จริงแล้วสีกันสนิมยังมีอีกหลากหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กันก็เป็น 3 ประเภทข้างต้น การเลือกสีกันสนิมอย่างถูกต้องและให้เหมาะกับงานนั้น ควรเลือกที่มีประสิทธิภาพในการกันสนิมได้สูงสุดจึงจะป้องกันการเกิดสนิมได้จริง จึงจะคุ้มค่ากับงบประมาณ ค่าแรงและเวลาที่ต้องเสียไปกับการทำงาน สิ่งสำคัญที่จะลืมไปไม่ได้ คือ  ควรผสมและใช้สีตามขั้นตอนที่ระบุไว้บนฉลากเท่านั้น เพื่อให้สีที่ได้มีคุณภาพดีตรงกับการใช้งาน โดยข้อแนะนำในการใช้สีนั้น มีดังนี้

  • เตรียมพื้นผิวให้แห้งและไม่มีสนิม สีเก่า หรือคราบน้ำมัน
  • ทาหรือพ่นให้บางในชั้นแรก ตามด้วยการทาสีทับหน้า เว้นระยะการทาหรือพ่นทับในแต่ละชั้นตามที่ฉลากกำหนด จึงจะได้สีที่เรียบเนียนเสมอกัน
  • สีกันสนิมต่างยี่ห้อกัน ห้ามใช้ผสมกัน ยกเว้นสีจริงที่ทาทับหน้าใช้คนละยี่ห้อได้ แต่ไม่ควรนำมาผสมกัน
  • สำหรับสีที่เตรียมผสมไว้ใช้งาน ควรใช้ให้หมดในครั้งเดียว ไม่เก็บไว้สำหรับงานต่อไป
  • สีกันสนิมที่หมดอายุแล้ว ไม่ควรนำมาใช้ เพราะสารเคมีที่ผสมอยู่จะเสื่อมสภาพไป
  • ห้ามนำสีไปผสมกับส่วนผสมอื่นที่ผู้ผลิตไม่ได้กำหนดไว้ เลือกส่วนผสมตามเบอร์ที่กำหนด เช่น เบอร์ทินเนอร์
  • เลือกใช้สีรองพื้นกันสนิมสีอ่อน ในกรณีที่ต้องการทาสีจริงเป็นสีอ่อน เพื่อป้องกันการผิดเพี้ยนหรือสีจริงดูหมอง
  • สีกันสนิมที่ดีจะไม่ตกตะกอนหรือมีลักษณะแข็ง เมื่อผสมน้ำมันควรผสมง่ายเข้ากันได้เร็ว

การรู้จักเลือกซื้อสีกันสนิมอย่างถูกต้องเหมาะสมกับการใช้งานและมีขั้นตอนในการใช้งานที่ถูกวิธี จะทำให้สีกันสนิมนั้นเกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพในการป้องกันวัสดุอย่างเหล็กที่มีราคาแพงไม่ให้เกิดสนิมและให้ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าด้วยเช่นกัน

หลังคาเหล็ก METAL SHEET คืออะไร

หลังคาเหล็ก METAL SHEET คืออะไร

คงมีหลายคนที่เคยได้ยินชื่อของ Metal Sheet หรือหลังคาเหล็กมาก่อน บางคนก็เคยเห็นว่ามีลักษณะเป็นแบบไหน แต่ส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่า Metal Sheet นั้นทำจากวัสดุอะไร มีกี่ประเภท  มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกใช้หลังคาแบบอื่น วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กัน

หลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet  คือ แผ่นโลหะที่มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ อาจทำจากเหล็ก ทองแดง อลูมิเนียมหรือโลหะอื่นก็ได้ แต่ Metal Sheet ที่ใช้ทำหลังคาในเมืองไทยส่วนใหญ่จะทำจากวัสดุที่เป็นเหล็ก นำมารีดให้เป็นลอนแล้วขึ้นเป็นรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผ่นตรง แผ่นโค้งทั้งชิ้น หรือแผ่นโค้งส่วนปลาย เพื่อให้เหมาะสำหรับงานมุงหลังคา งานกั้นผนัง งานบานเกล็ด หรืองานครอบมุมต่าง ๆ เป็นต้น

 

Metal Sheet ก่อนนำมาขึ้นรูปจะมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะบางและเรียบมี 2 แบบ คือ

  • แผ่นเคลือบอลูซิงค์ เป็นแผ่นเหล็กที่นำมาเคลือบสารที่มีส่วนผสมหลักคือสังกะสีและอลูมิเนียม โดยแผ่นเคลือบอลูซิงค์นี้จะมีความสวยงามกว่าแผ่นสังกะสีทั่ว ๆ ไป เพราะมีความเงางามจากอลูมิเนียมด้วย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการป้องกันการผุกร่อนจากการขึ้นสนิมได้ดีกว่าด้วย
  • แผ่นเคลือบสี เป็นแผ่นเหล็กที่หลังจากนำมาเคลือบอลูซิงค์หรือเคลือบสังกะสีอย่างเดียว แล้วนำมาเคลือบสีทับอีกชั้นหนึ่งเพื่อเพิ่มความสวยงาม

วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างต่าง ๆ มักจะมีคำศัพท์เทคนิคที่ใช้เรียกเฉพาะ บางคำเราเห็นก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร บางตัวก็เป็นค่าที่อ่านดูก็ไม่แน่ใจว่าค่ามากหรือน้อยจะดีกว่ากัน หลังคาเหล็ก Metal Sheet ก็มีคำศัพท์เฉพาะเหล่านี้เหมือนกัน มาเรียนรู้คำศัพท์เหล่านี้ไว้เพื่อนนำไปใช้ประโยชน์ได้เมื่อถึงคราวที่ต้องเลือกซื้อหลังคาเหล็กจะได้เลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม

  • BMT (Base Metal Thickness) ความหนาของแผ่นเหล็กก่อนที่จะเคลือบอลูซิงค์
  • TCT (Total Coated Thickness) ความหนารวมแผ่นเหล็กหลังเคลือบอลูซิงค์และเคลือบสีแล้ว
  • AZ 50, AZ 70, AZ 90, AZ 100, AZ 150 ตัว AZ ตามด้วยตัวเลข คือ ระดับของการเคลือบสารอลูซิงค์ ตัวเลขยิ่งมากก็หมายถึงจำนวนกรัมต่อตารางเมตรของสารที่เคลือบทั้ง 2 หน้า ซึ่งมีผลทำให้แผ่นหลังคาเหล็กนั้นมีความแข็งแรงและทนทานกว่าด้วย ต้องบอกกันไว้หน่อยว่าความทนทานของ Metal Sheet ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นเหล็กก่อนเคลือบหรือ BMT แต่จะขึ้นอยู่กับระดับของการเคลือบสารอลูซิงค์นี้
  • G300, G550 ค่า Yield Strength ก่อนอื่นต้องรู้คุณสมบัติของเหล็กก่อนว่าเมื่อโดนดึงมันจะแข็งขึ้นจนถึงจุดหนึ่งที่แข็งที่สุด ถ้าดึงต่อเหล็กจะขาดค่า Yield Strength นี้เป็นตัวบอกว่าเหล็กแข็งแค่ไหน เช่น G550 แข็งกว่า G300 แต่จะเปราะและหักง่ายกว่า จึงเหมาะที่จะนำมาใช้งานที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป

 

คราวนี้หากจะลองเปรียบเทียบดูถึงข้อดีและข้อเสียของหลังคาเหล็ก Metal Sheet กับกระเบื้องคอนกรีตลอนคู่ที่เป็นที่นิยมในการนำมามุงหลังคากัน จะเปรียบเทียบได้ดังนี้

  • ราคา หากคิดรวมโครงสร้างของหลังคาทั้งหมดแล้ว กระเบื้องลอนคู่จะมีราคาแพงกว่า เนื่องจากใช้โครงหลังคาและฐานรากมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่มาก ๆ แล้ว แผ่นหลังคา Metal Sheet จะประหยัดกว่ามาก
  • ความลาดชัน กระเบื้องลอนคู่ต้องปูให้ลาดชันไม่น้อยกว่า 15 องศา ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet ปูให้ลาดชันแค่เพียง 1-5 องศาเท่านั้น
  • น้ำหนัก กระเบื้องลอนคู่ผลิตจากคอนกรีตจึงมีน้ำหนักมาก ต่อตารางเมตรหนักถึง 49 กิโลกรัม ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet หนักต่อตารางเมตรเพียงแค่ 4.2-6.2 กิโลกรัมเท่านั้น การติดตั้งหลังคาเหล็ก Metal Sheet จึงทำได้ง่ายและสะดวกกว่ามาก
  • การกันความร้อน กระเบื้องลอนคู่จะร้อนกว่าเนื่องจากคอนกรีตสะสมความร้อน ส่วนหลังคาเหล็กมีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนได้ดีกว่า ทำให้อากาศภายในอาคารไม่ร้อนอบอ้าว
  • การกันฝน หลังคาเหล็ก Metal Sheet จะกันน้ำกันฝนได้ดีกว่า เพราะปูได้แนบสนิทและมีรอยต่อน้อยกว่า หลังคากระเบื้องคอนกรีตมักประสบปัญหาน้ำรั่วจากหลายสาเหตุด้วยกัน
  • ความแข็งแรงทนทาน กระเบื้องคอนกรีตจะเริ่มแตกร้าวเมื่อผ่านการใช้งานไปประมาณ 5 ปี ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet นั้น จะอยู่ทนทานได้นานถึง 15 ปี
  • ความสวยงาม หลังคาเหล็ก Metal Sheet จะไม่มีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอของสี ๆ สีจะออกมาสวยงามเหมือนกันทุกรุ่น ส่วนกระเบื้องคอนกรีตอาจมีสีที่ไม่สวยเสมอกันทุกชิ้น ขนาดก็อาจจะไม่สม่ำเสมอด้วย ทำให้ปูยาก รอยต่อไม่แนบสนิทและสีไม่สวยงาม
  • อันตรายจากวัสดุ ถ้าเป็นหลังคาเหล็กจะไม่มีอันตรายจากวัสดุเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นกระเบื้องคอนกรีตอาจมีเชื้อราหรือสีที่หลุดลอกออกมาเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
  • เสียงดังขณะฝนตก หากหลังคาเหล็ก Metal Sheet จะมีข้อเสีย ก็คงจะเป็นเรื่องของเสียงดังขณะฝนตกเท่านั้น ซึ่งกระเบื้องคอนกรีตจะกันเสียงได้ดีกว่า

อ่านถึงตรงนี้แล้วหวังว่าคงรู้ว่าหลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet กันมากขึ้น หากถึงคราวต้องเลือกวัสดุมุงหลังคา ก็อย่าลืมว่ามีหลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet ที่มีข้อดีมากมายให้เลือกใช้ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.secsteel.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า