โดย saweang | พ.ย. 8, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็ก ที่ใช้ในงานก่อสร้างมีหลายประเภทได้แก่
1. เหล็กเส้นกลม
จะมีเส้นผ่านศุนย์กลางตั้งแต่ 6 ถึง 28 มิลลิเมตร และขนาดความยาว 10 หรือ 12 เมตรเหมาะสำหรับงานขนาดเล็ก และขนาดกลาง มีคาร์บอน 0.28% ฟอสฟอรัส 0.058% และกำมะถัน 0.058%
2. เหล็กเส้นข้ออ้อย
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 10 ถึง 33 มิลลิเมตร มีความยาวโดยทั่วไป 10 และ 12เมตรเหล็กเส้นข้ออ้อย เป็นเหล็ก ที่มีแรงยึดเกาะที่ผิวสูง เหมาะสำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ต้องการความแข็งแรงสูง โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบให้โครงสร้างใหญ่โต มีคาร์บอน 0.28% ฟอสฟอรัส 0.058% และกำมะถัน 0.058%
3. เหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง
เป็นเหล็กเสริมคอนกรีต ในการผลิตเสาเข็ม เสาไฟฟ้า คานพื้นสำเร็จรูป ท่อระบายน้ำ คอนกรีตอัดแรง ฯลฯ มีลักษณะเป็นเหล็กแบบกลมมีรอยย้ำ ต้องมีรอยย้ำ 2 แถวอยู่ตรงข้ามกันและรอยย้ำของแถวหนึ่งต้องเหลื่อมกับอีกแถวหนึ่งถ้าเป็นเหล็กแบบ กลม เกลี้ยง ต้องมีผิวทั้งหมดเรียบเกลี้ยง ไม่มีรอยปริหรือแตกร้าว หรือเป็นปีกต้องเป็นเส้นเดียวกัน
ไม่มีการต่อหรือเชื่อมหากมีขึ้นในระหว่าง กระบวนการ ผลิตต้องตัดทิ้งให้หมด ผิวเหล็กต้องปราศจากคราบน้ำมันหรือสารอื่นใดที่จะมีผลทำให้แรงยึดระหว่างคอนกรีตกับเหล็กเสียไปเหล็กต้อง
ไม่เป็นสนิมขุม เว้นแต่สนิมผิวซึ่งยอมให้มีได้การตัดเหล็กให้ใช้หินเจียระไนหรือกรรไกรตัดเหล็ก ห้ามใช้ก๊าซดัดเพราะว่าความร้อนจากก๊าซตัดจะทำให้ คุณสมบัติของเหล็กต่ำลง
เหล็กเสริมคอนกรีต อัดแรงมีคาร์บอน 0.60 ถึง 0.90% ซิลิคอน 0.10 ถึง 0.35% แมงกานีส 0.40 ถึง 0.90%ฟอสฟอรัส ไม่เกิน 0.50% กำมะถันไม่เกิน 0.05% เหล็กมี 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดเส้นเดียว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4,5,7,9 มิลลิเมตรและชนิดตีเกลียวมีเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 3/8 นิ้ว และ 0.05 นิ้ว
4. เหล็กลวดผูกเหล็ก
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.5 ถึง 8 มิลลิเมตร เหล็กลวดนี้ใช้สำหรับทำตะปู ลวดอาบสังกะสี ตาข่าย
โดย saweang | พ.ย. 5, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ก่อนที่จะรู้ว่าเหล็กกลม คืออะไร เรามาทำความรู้จักกับเหล็กเส้นกันก่อน เหล็กเส้น เหล็กเสริมหรือเป็นที่นิยมเรียกกันว่าเหล็กเส้นก่อสร้าง เป็นอุปกรณ์ที่เป็นหัวใจหลักของงานก่อสร้าง สำคัญมากในการก่อสร้าง เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพิ่มความสามารถในการรับแรงกับโครงสร้าง เช่น งานคอนกรีตเสริมเหล็กหรืองานก่ออิฐทั่วไป
เหล็กเส้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ซึ่งแต่ละประเภทของเหล็กเส้นจะมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป
เหล็กเส้นกลม (Round Bars RB)
เหล็กเส้นข้ออ้อย
เหล็กเส้นกลม (Round Bars RB) หรือเรียกสั้นๆว่า RB
มาตรฐานเหล็กเส้นกลม ของวีซีเอสเอเชียผ่าน ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก.20-2543 หรือ TIS 20-2000 ทั้งหมด เส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้น อยู่ที่ 6มม. – 25 มม. และมีความยาวมาตรฐานคือ 10 เมตรและ 12 เมตร เหล็กขนาด 6มม. และ 9มม. มักถูกใช้เป็นเหล็กปลอกในคาน หรือในเสา ส่วนเหล็กขนาด 12มม. ขึ้นไป มักจะถูกใช้ในงาน เหล็กเสริมแกนในงาน หรือสามารถสั่งดัดพิเศษตามแบบที่ต้องการได้
เหล็กเส้นกลม แบบพับ
ขนาด 6 มม. ความยาว 10 เมตร พับ ภาคตัดขวาง 28.3 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 0.222 กิโลกรัมต่อเมตร
ขนาด 9 มม. ความยาว 10 เมตร พับ ภาคตัดขวาง 63.6 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 0.499 กิโลกรัมต่อเมตร
ขนาด 12 มม. ความยาว 10 เมตร พับ ภาคตัดขวาง 113.1 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 0.888 กิโลกรัมต่อเมตร
ขนาด 15 มม. ความยาว 10 เมตร พับภาคตัดขวาง 176.7 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 1.387 กิโลกรัมต่อเมตร
ขนาด 19 มม. ความยาว 10 เมตร พับภาคตัดขวาง 283.5 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 2.226 กิโลกรัมต่อเมตร
ขนาด 25 มม. ความยาว 10 เมตร พับภาคตัดขวาง 490.9 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 3.853 กิโลกรัมต่อเมตร
เหล็กเส้นกลมแบบตรง
RB6-Straight เหล็กเส้นกลม SR-24
ขนาด 6 มม. ความยาว 10 เมตร ตรงภาคตัดขวาง 28.3 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 0.222 กิโลกรัมต่อเมตร
RB9-Straight เหล็กเส้นกลม SR-2
4 ขนาด 9 มม. ความยาว 10 เมตร ตรง ภาคตัดขวาง 63.6 ตารางมิลลิเมตร น้ำหนัก 0.499 กิโลกรัมต่อเมตร
เหล็กเส้นกลมแบบม้วน Bar-in-Coil
ขนาด 6 มม. แบบม้วน 2 ตัน ความยาวม้วนละประมาณ 9,000 เมตร
ขนาด 9 มม. แบบม้วน 2 ตัน ความยาวม้วนละประมาณ 4,000 เมตร
เหล็กเส้นกลม ชนิดที่ตัดและดัดสำเร็จแล้ว (เหล็กปลอก Stirrup)
สั่งผลิตได้ตามขนาดความยาวที่ต้องการ
ขอบคุณข้อมูลจาก educationbuilding.wordpress.com
โดย saweang | พ.ย. 1, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
นี่เป็นกระทู้แรกของเรา หากผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วยค่ะ
บ้านหลังนี้เริ่มจากความฝันของเราตั้งแต่เด็กๆที่อยากจะมีบ้านอยู่กับ แม่ พี่ชาย และน้องสาว ในที่ผืนเดียวกัน เพื่อที่จะได้ช่วยกันดูแลแม่ยามที่แก่เฒ่า และได้ดูแลกันและกันด้วย จนในที่สุดเราก็ได้ที่ผืนนี้มา เนื้อที่400 ตารางวา แบ่งออกเป็น4ส่วน ของแม่ ของพี่ชาย ของน้องสาว และของเรา
จากนั้นก้อสั่งดินมาถม
และเราก็เริ่มหาแบบบ้านที่อยากได้จากอินเตอร์เน็ต และก็ได้แบบบ้านตามรูป
เราอยากจะใช้ประโยชน์จากใต้ถุนบ้าน ไม่อยากจะเว้นว่างไว้ตามแบบ จึงคิดว่าจะทำเป็นที่เก็บของต่างๆ หรืออุปกรณ์ ก่อสร้าง ทำสวน อะไรพวกนี้ จึงลงมือเทพื้นด้วยปูนไว้ก่อน
หลังจากเทพื้นเสร็จแล้ว เราใช้วิธี เอาเสาเข็มมาวางเป็นฐานราก
ใช้เสาเข็ม9เมตร ทั้งหมด 4 ต้น โดยต้นสุดท้าย จะตัดเสาเข็ม และวางห่างกัน เพื่อเอาไว้ทำบันไดทางขึ้นข้างบ้าน
จากนั้นเราเอาตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40ft high cube จำนวน2ตู้มาวาง สาเหตุที่ใช้ตู้สูง เพราะว่าไม่อยากให้เพดานเตี้ย กลัวว่าจะทำให้ดูอึดอัด เนื่องจากตู้ขนาดมาตรฐานจะสูงแค่2.4เมตร แต่แบบhigh cube จะสูง2.7เมตร ซึ่งเราซื้อตู้คอนเทนเนอร์มือสองจากแถวๆบางนาตราด ราคาตู้ใบละ 50,000 บาท
เมื่อวางตู้คอนเทนเนอร์เสร็จ ก็รีบขึ้นหลังคาเลย เพราะที่โล่งๆแดดร้อนมวากกก หลังคาเราใช้เมททัลชีท บุโฟมกันร้อนอย่างหนา เพราะไม่อยากใช้หลังคากระเบื้อง เนื่องจากน้ำหนักจะหนักมาก
เมื่อบ้านมีหลังคาแล้ว จากนั้นเราก็เริ่มเจาะ และตัดผนังตู้คอนเทนเนอร์ด้านในบ้านออก เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง2ตู้ จะทำให้บ้านกว้างขึ้น เจาะช่องสำหรับหน้าต่าง และเราก็เอาผนังเหล็กของตู้ที่ตัดออก ไปทำผนังบ้าน ผนังห้องน้ำและผนังห้องนั่งเล่น ที่ตอนแรกได้วางคอนเทนเนอร์เหลื่อมกันเอาไว้ และเว้นพื้นที่เอาไว้สำหรับ2ห้องนี้
กั้นโครงเหล็ก เพื่อกั้นสัดส่วนระหว่างห้องนอน กับ ห้องรับแขก
เมื่อทำโครงเหล็กเพื่อกำหนดสัดส่วนของห้องต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มกรุผนังห้อง วัสดุที่เราเลือกใช้คือสมาร์ทบอร์ทแผ่นเรียบ และติดฉนวนกันร้อนด้วยค่ะ เพื่อป้องกันผนังบ้านร้อน แต่สำหรับห้องครัวเราเลือกใช้สมาร์ทบอร์ทแบบเซาะร่อง เพื่อให้ดูsoftและvintageมากขึ้น รูปนี้คือกรุผนังห้องครัว ช่องที่เจาะไว้ เรากะว่าจะทำหน้าต่างบานกระทุ้งค่ะ เพราะจะติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวตรงนั้น ลมและแสงแดดจะได้ส่องเข้ามาถึงตรงอ่างล้างจานได้
ในรูปนี้สุดทางคือห้องน้ำสำหรับแขก ซ้ายมือคือห้องเก็บของ และตรงที่ยืนถ่ายรูปอยู่คือตำแหน่งห้องครัว ซึ่งในขั้นตอนนี้ช่างก็จะเดินท่อน้ำ และสายไฟไปด้วยเลย
ติดตั้งอ่างอาบน้ำในห้องน้ำและปูกระเบื้องห้องน้ำ
พอทำภายในเสร็จเรียบร้อย เราก็เกิดเปลี่ยนใจอยากกรุผนังภายนอกบ้านด้วยไม้เชอร่า อยากได้อารมณ์แบบบ้านเมืองนอกนิดๆ อีกอย่างเรากลัวว่าถ้าผนังตู้คอนเทนเนอร์สัมผัสกับแดดโดยตรงอาจจะร้อนก้อได้ คิดว่าถ้ากรุผนังภายนอก ก็น่าจะทำให้ร้อนน้อยลงได้อีกพอกรุผนังภายนอก และติดประตูหน้าต่างเสร็จก็จะได้หน้าตาประมาณนี้
แต่เราว่ามันดูขาดๆอะไรบางอย่างไป ก็เลยซื้อไม้เชอร่ามาตัดทำเป็นบัวประตู และหน้าต่างค่ะ ดูดีขึ้นมาทันทีเลย
เมื่อตัวบ้านเสร็จ ก็จัดการต่อท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง ด้านหลังบ้าน และวางแผ่นพื้นรอบบ้านค่ะ
พอทำมาขั้นตอนนี้ รู้สึกตัวว่าหลังคาบ้านสั้นๆแบบนี้ไม่เหมาะกับเราเลยค่ะ เพราะบ้านหันหน้าทางทิศตะวันออก ช่วงเช้าถึงช่วงสายแดดเข้ามาถึงกลางบ้านเลยค่ะ ก็เลยต้องต่อเติมระเบียงหน้าบ้านทำหลังคายาวออกไป และสำหรับทำเป็นที่จอดรถด้วยค่ะ
ทำระเบียงและที่จอดรถเสร็จหน้าตาเป็นแบบนี้ เริ่มดูเป็นบ้านจริงๆขึ้นมาแล้ว
พอบ้านจะเสร็จ ก้อมีไอเดียค่ะ บ้านเราชอบปิ้งย่าง ก็เลยอยากได้พื้นที่หน้าบ้านนั่งกินปิ้งย่างกัน ก็เลยทำศาลากล้วยไม้ เอาไว้นั่งกินปิ้งย่าง ส่วนนี้ค่าแรงช่าง20,000 ซื้อของอีกประมาณ10,000ค่ะ
มีระแนงแขวนกล้วยไม้
งานจัดสวนก็มา
ระหว่างจัดสวน เราก้อตกแต่งภายในไปด้วย เนื่องจากภายในกรุด้วยสมาร์ทบอร์ด เราจึงติดวอลล์เปเปอร์เพื่อเพิ่มความสวยงาม มาดูห้องนอนกันค่ะ
ห้องรับแขก
บานประตู ตรงหลังคานั่นเป็นช่องserviceระบบไฟค่ะ เปิดขึ้นไปสามารถเข้าไปserviceระบบไฟที่อยู่บนหลังคาตู้ได้ เราให้ช่างเดินไฟส่องสว่างเอาไว้ในนั้นด้วย เวลาขึ้นไปจะได้ไม่ต้องถือไฟฉายค่ะ
หลังที่เห็นในรูปคือบ้านของแม่ ปลูกอยู่ในที่ผืนเดียวกัน
พอบ้านของเราสร้างเสร็จ บ้านของแม่ก็ปลูกไปได้40%
ตอนนี้บ้านปลูกเสร็จแล้ว และได้อาศัยในบ้านหลังนี้มาแล้วเป็นระยะเวลา1ปี มาดูสภาพบ้านกันค่ะ
สุดท้ายนี้สำหรับเพื่อนๆที่อยากจะมีบ้านในฝัน แต่กำลังทุนทรัพย์ไม่เพียงพอ ก็อาจจะลองปลูกบ้านคอนเทนเนอร์แบบนี้ดูก็ได้นะคะ สำหรับเราบ้านหลังใหญ่ๆสวยๆเราก็อยากจะมี แต่กลัวดูแลไม่ไหว อีกอย่างก็ไม่มีเงินสร้างบ้านแพงๆแบบนั้นด้วย พอลองได้อยู่บ้านคอนเทนเนอร์แบบนี้มาแล้ว1ปี ก็รู้สึกว่ามีความสุขเหมือนอยู่บ้านมาตรฐานทั่วๆไปเลยแหละ ไม่ต้องเครียดกับการผ่อนบ้านราคาแพงๆ อยากไปเที่ยวไหน อยากกินอะไร ก็สามารถทำได้ โดยที่ไม่ต้องเครียดเพราะจะต้องเก็บเงินเอาไว้ผ่อนบ้านอย่างเดียว
สรุปค่าใช้จ่ายปลูกบ้านคอนเทนเนอร์ ค่าแรง+ค่าตู้+ค่าอุปกรณ์ก่อสร้าง 500,000บาท
ค่าติดวอลเปเปอร์+ค่าแอร์4ตัว+ค่าผ้าม่าน+ค่าเฟอร์นิเจอร์ 200,000บาท
สุดท้ายนี้ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขกับการสร้างบ้านในฝันของตัวเองนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจากกระทู้พันทิปpantip.com/topic/37451907
โดย saweang | ต.ค. 30, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
หากจะพูดถึงปัญหาหลักๆ ของงานโครงเหล็ก ทุกอย่าง คงหนีไปพ้นเรื่องการเกิดสนิม สนิมกินรั้วหรือวัสดุที่เป็นเหล็ก ถือเป็นเรื่องอมตะทุกยุคทุกสมัยของเหล็ก แม้ว่าจะทาสีที่มีสารป้องกันสนิมไว้แล้วก็ตาม แต่เมื่อผ่านกาลเวลาเมื่อสีลอกหรือหลุดร่อนก็ถึงคราวของสนิมที่จะมาเกาะกิน ดังนั้นเมื่อใดที่เราสังเกตเห็นสนิมแล้วละก็ ให้รีบกำจัดออกไปเสีย ก่อนที่เจ้าสนิมจะกัดกินไปเรื่อยๆ จดหมดผุกร่อน หมดสภาพ
เหล็กรูปพรรณในบ้านเราในรูปแบบต่างๆ มีให้ทางผู้บริโภคได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ซึ่งมีทั้งเหล็กที่ผลิตในไทย และที่ผลิตจากเมืองนอกตามค่าของใบเซอร์ต่างๆ ที่มี ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานญี่ปุ่น JIS หรือมาตรฐานอเมริกา ASTM ส่วนมาตรฐานของไทยคือ มอก.
ซึ่งเหล็กต่างๆ จะมีการผสมที่แตกต่างกันเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่ที่จะพูดถึงนี้ก็คือ การยืดอายุการใช้งานของเหล็ก กล่าวคือ
ทาสีกันสนิมพลายเมอร์เรทออกไซด์ จะเป็นสีกันสนิมสีแดงและสีเทาที่เราพบเห็นกันได้บ่อยในบ้านเรา ซึ่งกรรมวิธีในการทำก็คือจะเอามาผสมกับส่วนผสมต่างๆ เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันสน (ข้อควรระวัง : หากใช้สีกันสนิมชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรเลือกใช้ทั้งสีกันสนิมและสีจริง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเหมือนหนังเหี่ยวย่นได้ ทำให้เกิดความไม่สวยงามและส่งงานไม่ผ่านกับลูกค้า)
ซึ่งเหล็กต่างๆ จะมีการผสมที่แตกต่างกันเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่ที่จะพูดถึงนี้ก็คือ การยืดอายุการใช้งานของเหล็ก กล่าวคือ
เราใช้สีกันสนิม คุณภาพสูงยิ่ง
ทาสีกันสนิม พลายเมอร์เรทออกไซด์ จะเป็นสีกันสนิมสีแดงและสีเทาที่เราพบเห็นกันได้บ่อยในบ้านเรา ซึ่งกรรมวิธีในการทำก็คือจะเอามาผสมกับส่วนผสมต่างๆ เช่น ทินเนอร์ หรือน้ำมันสน (ข้อควรระวัง : หากใช้สีกันสนิมชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรเลือกใช้ทั้งสีกันสนิมและสีจริง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเหมือนหนังเหี่ยวย่นได้ ทำให้เกิดความไม่สวยงามและส่งงานไม่ผ่านกับลูกค้า)
เราใช้อัตราส่วนที่เหมาะสม อย่างชำนาญกว่า
เช็คดูส่วนผสมข้างกระป๋องทั้งสีและน้ำมัน ว่าควรจะใช้เพื่อให้เข้ากันในอัตราส่วนเท่าไหร่บ้าง จากนั้นเราจะมีวัสดุที่ใช้ในการกระทำลงบนชิ้นงาน ซึ่งมีอยู่สองอย่างที่นิยมใช้ในบ้านเรา คือ การพ่นโดยใช้กา ซึ่งอาจจะใช้เครื่องหรือใช้คนก็ได้เช่นกัน
การทาสีอย่างมืออาชีพ ไม่เกิดปัญหาตามมา
การทาโดยใช้แปลงหรือลูกกลิ้งทาสี เป็นวิธีนึงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งจะต้องมีทักษะฝีมือในการทำงานทั้งสองขั้นตอนนี้
ในอะไหล่ Australian Style ทางบริษัทเราใช้เพลาและฉากรับม้วนเคลือบด้วยกัลวาไนซ์อย่างดี ซึ่งทนต่อการเกิดสนิทได้มากกว่า สนิมนั้นเกิดขึ้นง่ายแต่ก็ดูแลไม่ยากที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสนิม คุณผู้อ่านอาจจะนำไปใช้ประโยชน์กับตัวเองได้จริง ทั้งเจ้าของบ้านที่มีรั้วเหล็ก หรืออุปกรณ์ที่เกิดสนิม ก็สามารถลองนำไปใช้งานดูได้นะครับ
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์https://.dusitshutter.com/
โดย saweang | ต.ค. 29, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วพื้นที่แห่งความสุขภายในบ้าน สร้างได้ไม่จำกัด ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หรือจะสร้างจากวัสดุชนิดไหนๆ ก็สามารถทำให้บ้านเปี่ยมไปด้วยความสุขกันได้ทั้งนั้น ซึ่งยุคปัจจุบันนี้นวัตกรรมการสร้างบ้านถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งบ้านน็อคดาวน์ แบบบ้านสำเร็จรูป ที่บูมมากในช่วงปีหลังๆ แต่อีกหนึ่งระบบการสร้างบ้านที่เราอาจยังไม่ค่อยรู้จักกันก็คือ ระบบการสร้าง Steel Frame และนี่คือผลงานจากบริษัท ดี สตีล เฟรม จำกัด เป็นอีกแนวทางพัฒนาด้านที่พักอาศัย จึงนำข้อมูล ข้อดี และข้อเสียของบ้าน Steel Frame เพื่อเป็นความรู้ และข้อมูลพิจารณาก่อนที่คิดจะสร้างบ้านค่ะ
บ้าน Steel Frame คืออะไร แบบบ้าน Steel Frame คือแบบบ้านที่ใช้โครงสร้างหลักเป็นเหล็กกล้า เคลือบป้องกันสนิม AZ150 G550 หรือเหล็กกล้าแผ่นเรียบ เคลือบโลหะผสมป้องกันสนิมโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนซึ่งประกอบด้วยอลูมิเนียม 55 % สังกะสี 43.40% และซิลิคอน 1.60 % หลังจากนั้นจะผ่านการคำนวณโครงสร้างด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างบ้าน โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นโปรแกรมครบวงจรที่สามารถทำงานการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งแต่การออกแบบอาคาร การออกแบบรายละเอียด การวิเคราะห์ออกแบบโครงสร้างให้มีความเหมาะสม โดยข้อมูลทั้งหมดจะเชื่อมต่อกับเครื่องจักรให้สามารถขึ้นตัดเหล็ก ทำให้ไม่เกิดการเสียวัสดุพร้อมกับพิมพ์หมายเลขกำกับลงในเหล็กแต่ละเส้นเพื่อนำไปประกอบตามแบบได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยไม่มีวัสดุเศษมากเหมือนการก่อสร้างแบบเดิม
จากนั้นตัดเหล็กเชื่อมต่อกับเครื่องจักร แล้วจัดส่งและประกอบเป็นโครงสร้างก่อสร้าง ระบบผนังรับน้ำหนัก อาคารลักษณะนี้มีน้ำหนักเบากว่าอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารมวลน้อยช่วยลดการเก็บสะสมความร้อน ก่อสร้างได้รวดเร็ว โครงสร้างสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถเลือกวัสดุปิดผิว พื้น ผนัง และหลังคาให้เหมาะสมกับ ความต้องการและงบประมาณได้
ข้อดีของการก่อสร้างแบบบ้าน Steel Frame คือ
– การวางแผนการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ
– ก่อสร้างรวดเร็ว เร็วกว่า บ้าน ก่ออิฐ ฉาบปูน ประมาณ 3 เท่า
– งบประมาณไม่ปานปลาย เนื่องจากวัสดุทุกอย่าง สามารถคำนวณวัสดุที่ใช้ทั้งหมดจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก
– น้ำหนักเบากว่า แข็งแรงกว่า ต้านแผ่นดินไหวได้
– เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
– ใช้แรงงานงานน้อย และช่างทั่วไปสามารถสร้างได้ เพราะโครงสร้างติดตั้งง่าย เหมือนการต่อ LEGO ต่อตามแบบ
ข้อเสียของการก่อสร้างแบบ Steel Frame คือ
– ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในเมืองไทย
และแบบบ้านหลังน้อยกลางทุ่งนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างจากระบบ สตีลเฟรม เป็นแบบบ้านเรือนพักผ่อนที่ต้้งอยู่ ณ ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศความงามแห่งท้องทุ่ง แค่เห็นก็ได้กลิ่นแห่งท้องถิ่นแล้ว
ขอบคุณข้อมูลาจากเว็บไซต์.forfur.com