Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
SM520 ดีกว่า SS400 Archives - Page 2 of 6 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ใช้เหล็กเกรด SM520 ไม่ผิด พรบ.ควบคุมอาคาร

ใช้เหล็กเกรด SM520 ไม่ผิด พรบ.ควบคุมอาคาร

                 วิศวกรหลายๆคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับ การเลือกใช้งาน เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ว่าห้ามใช้ ค่ากำลังคราก ( Yieid Strength ) ไม่เกิน 240 เมกาปาสกาล (2,400 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร) ในการออกแบบอาคารโครงสร้างเหล็ก ซึ่งขัดแย้งกับ มาตรฐาน มอก 1227 – 2558 และ มอก เหล็กรูปพรรณ ฉบับอื่นๆ ว่า ผู้ผลิตสามารถผลิตเหล็กได้หลากหลาย ชั้นคุณภาพ อาทิเช่น

 

        SS400 มาตรฐานระบุ  กำลังครากไม่น้อยกว่า 245 เมกาปาสกาล (ประมาณ 2,400 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร) 

       SM520 มาตรฐานระบุ  กำลังครากไม่น้อยกว่า 365 เมกาปาสกาล (ประมาณ 3,600 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร)  

       SS540 มาตรฐานระบุ  กำลังครากไม่น้อยกว่า 400 เมกาปาสกาล (ประมาณ 4,000 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร) 

 

                   แท้จริงแล้ว ข้อจำกัดในการ คำนวณออกแบบรับแรงของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ว่า ห้ามใช้ ค่ากำลังคราก ( Yieid Strength ) ไม่เกิน 240 เมกาปาสกาล (2,400 กิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร)  อ้างอิงตาม “กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 ( พ.ศ.2527 ) ออกตามความใน พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ข้อ 13” นั้นหมายถึงแค่  “ในกรณีที่ไม่มีผลการทดสอบกำลัง”   หมายความว่า หากเหล็กโครงสร้างรูปพรรณนั้นๆ มีเอกสารรับรองการผลทดสอบจากผู้ผลิต ( Mill Inspection Certificate ) ที่ได้รับใบอนุญาตผลิตตาม มาตรฐาน มอก. แล้ว ก็สามารถออกแบบใช้งานได้ตามค่ากำลังคราก ( Yieid Strength ) ของเหล็กตามชั้นคุณภาพนั้นตามที่ระบุไว้ตาม เอกสารรับรองการผลทดสอบ   

 

               กล่าวโดยสรุป เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน กำลังสูง SM520 ที่มีค่ากำลังคราก  Source   :  กฏกระทรวง ฉบับที่ 6 พ.ศ.2527 (ออกตามฯ พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) ข้อที่ 13

กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 พ.ศ.2527 (ออกตามฯ พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) ข้อที่ 13

 

เมื่อมีการเปรียบเทียบโครงสร้างเหล็กทั่วไปอย่าง SS400 กับ เหล็กกล้ากำลังสูง SM520 ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนขึ้นถึงความคุ้มค่าที่จะได้ต่อโครงการ ทั้งการออกแบบและก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ

1. ช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า  ช่วยลดค่าขนส่ง และ Fire Protection รวมกันสูงสุดถึง 20%

2. ลดเวลาและต้นทุนงานฐานราก เมื่อมีการใช้ SM520 นอกจากจะทำให้น้ำหนักของโครงสร้างเสา คาน และโครงหลังคา เบาลง ซึ่งน้ำหนักที่เบาลงนี้ ยังส่งผลโดยตรงถึงการช่วยลดขนาดฐานราก และจำนวนเสาเข็มในงานก่อสร้างโครงสร้างด้วย

3. สร้างงานออกแบบได้หลากหลายกว่า งานโครงสร้างที่ต้องการออกแบบ Long Span หรือ Cantilever เหล็ก SM520 จะช่วยให้สถาปนิก วิศวกร ออกแบบโครงสร้างอาคารได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น

4. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่า เสาเล็กลง ทำให้ดูมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขึ้น คานเล็กลง – ทำให้มีระยะ Celling Height เพิ่มขึ้น มีผลให้อาคารโปร่งโล่ง ดูกว้างมากยิ่งขึ้น

5. ติดตั้งง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า ในขั้นตอนการติดตั้ง นั้น SM520 จะมีน้ำหนักโครงสร้างที่น้อยกว่า SS400 จึงสะดวกในการใช้ Crane ยกติดตั้ง หรือใช้กำลังของ Crane น้อยลงได้ และลดจำนวนรอบในการขนส่งได้อีกด้วย

SM520 เหล็กกล้ากำลังสูง คือโครงสร้างที่สามารถให้ความคุ้มค่าที่มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเหล็กโครงสร้างทั่วไปช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง รวมไปถึงยังสามารถลดขนาดของโครงสร้างเสา คาน และโครงหลังคาที่ส่งผลต่อการติดตั้งและการออกแบบ จึงไม่แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใด SM520 จึงเป็นที่นิยมกันอย่างมากในวงการออกแบบและก่อสร้าง

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com

เหล็กแผ่นลาย – Checkered Plate

เหล็กแผ่นลาย – Checkered Plate

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)

         เหล็กแผ่นลาย เหล็กแผ่นลายตีนไก่-ตีนเป็ดหรือที่เรียกว่า Checkered Plate เป็นชนิดหนึ่งของเหล็กแผ่น ลักษณะนั้น มีพื้นผิวเป็นลวดลายนูน เพื่อป้องกันการลื่นและน้ำขังเหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ   เกรดที่เราจัดจำหน่ายอย่างเป็นที่นิยมคือ SS400

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เหล็กแผ่นลาย เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • เหล็กแผ่น ลาย ลายตีนไก่-ตีนเป็ดคืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท
  • ขนาดของเหล็กแผ่นลาย
  • ประโยชน์ของเหล็กแผ่นลายที่มีต่องานก่อสร้าง
  • การบำรุงรักษาและข้อควรระวัง สำหรับแผ่นลาย
  • สรุป เหล็กแผ่นลายกันลื่น ข้อดี อย่างไรบ้าง และใช้ในงานก่อสร้างอะไรบ้าง

 

เหล็ก แผ่นลาย ลายตีนไก่-ตีนเป็ดคืออะไร แบ่งเป็นกี่ประเภท

  • เหล็กแผ่น ลาย ลักษณะเป็นเหล็กแผ่น ปั้มลาย ซึ่งก็มีลวดลายต่างกันออกไป ช่างส่วนใหญ่นิยมเรียกเหล็กแผ่นลายตีนไก่,เหล็กแผ่นลายตีนเป็ด,เหล็กลายดอก ก็คือเหล็กที่ผ่านกรรมวิธีรีดร้อน โดยทำให้เกิดลายในเวลาที่ยังร้อน จากนั้นก็นำไปผ่านน้ำเพื่อลดอุณหภูมิ เราเรียกวิธีนี้ว่าการหล่อเย็น แผ่นเหล็กจะเกิดรอยนูนคล้ายๆเม็ดข้าว
  • เหล็กถูกปั้มเป็นลวดลายที่สวยงาม ผิวสัมผัสของแผ่นโลหะที่นูนขึ้นและบุบลง มีความฝืด หรือความเสียดทานสูง มีความแข็งแรงและกันลื่นได้เป็นอย่างดีสามารถนำไปใช้ เช่นเป็นพื้นทางเดินกันลื่น พื้นบัน ปูพื้นห้อง แต่ตกแต่งผนังในบ้าน โรงงาน และอื่นๆ
  • ความหนาที่เป็นที่นิยมคือ 2.3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 9 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความหนาที่ได้รับมาตรฐาน

ประเภทของแผ่นเหล็กลายตีนไก่ เหล็กแผ่นลาย

2 ประเภท คือแบบ หลังเรียบ และ หลังเว้า (แบบนูน)

เหล็กแผ่นลายแบบหลังเรียบ โดย เลคก้า

  • เหล็กแผ่นลายแบบหลังเรียบ คือเหล็กแผ่นลายที่ผลิตด้วยวิธีการหล่อเหล็กแท่งแบนที่เรียกว่า Slab เข้าบล็อกตามลายที่ต้องการ จึงทำให้เหล็กแผ่นลายที่ออกมามีลักษณะหลังเรียบทั้งแผ่น

เหล็กแผ่นลายหลังเว้า แบบนูน ตีนไก่ โดย เลคก้า

  • เหล็กแผ่นลาย หลังเว้า คือเหล็กแท่งรีดร้อนบนแม่พิมพ์ลายนูนตามแบบที่ต้องการ จากนั้นหล่อเย็น ก็จะได้เหล็กแผ่นลายที่ด้านหลังมีรอยเว้าตามลายนูนด้านหน้า
  • โดยหลังเว้า ลายที่นิยมที่สุดคือลายตีนเป็ด (5ขีดติดกัน) กับลายตีนไก่(1ขีดไข้วกันไปมา) และที่กำลังนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคือลายปุ่มเล็กๆ

ขนาดของเหล็กแผ่นลาย เหล็กลายตีนไก่

ขนาดของเหล็กแผ่นลายที่เป็นที่นิยม  คือ 4×8 ฟุต และ 5×10 ฟุต

ขนาด และไซส์เหล็กแผ่นลาย โดย เลคก้า

ความหนา น้ำหนัก (kg.)
(mm.)  4’x 8′ 5’x10′ 5 ’x20′
(1219x/2438m m.)  (1524x3048mm.) (1524x6096m m.)
2 52
3 75 118 236
4 98 154 308
4.5 110 172 344
6 145 227 454
9 215 335

ประโยชน์ของเหล็กแผ่นลาย เหล็กแผ่นลายตาไก่ ที่มีต่องานก่อสร้าง

  • เหล็กลายตีนไก่เหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ
  • นิยมนำไปใช้ทำพื้นรถยนต์ บันได พื้นบันได พื้นรถ หรือพื้นโรงงานที่กันลื่น ตามสำนักงาน ออฟฟิศ เหมาะกับงานที่ต้องการความคงทนผ่านการเหยียบย่ำได้ดี ทนต่อแรงเสียดทาน ลายนูนคล้ายเม็ดข้าว ป้องกันการลื่น และน้ำขัง
  • สามารถนำมาตกแต่งทำเป็นรั้วบ้านได้ หรือ ฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น โต๊ะ,ชั้นวางอ่างล้างหน้า,เก้าอี้นั่ง เป็นต้น บ้านจะออกมา สไตล์ลอฟท์ ในแบบของตัวเอง
  • สามารถใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงหน้าร้าน ธนาคาร เช่น ใช้ปูพื้นกันลื่น บุผนังห้องเย็น ทำขั้นบันได พื้นที่ต้องสัมผัสสารเคมี เป็นต้น

การบำรุงรักษาและข้อควรระวัง สำหรับแผ่นลาย

  • ควรหมั่นตรวจสอบเป็นประจำหากมีการชำรุดควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
  • ต้องเก็บให้พ้นจากมือเด็ก
  • โปรดใช้อย่างระมัดระวังและควรเลือกขนาดให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ศึกษาและสอบถามพนักงานขายหน้าร้านก่อนเพื่อให้ได้เหล็กตรงสเปคที่ต้องการ
  • เมื่อใช้งานเสร็จควรเก็บให้เรียบร้อยและเก็บให้ห่างจากเปลวไฟ

สรุป เหล็กแผ่นลายกันลื่น ข้อดี อย่างไรบ้าง และใช้ในงานก่อสร้างอะไรบ้าง

  • เหล็ก แผ่นลาย ลักษณะเป็นเหล็กแผ่น ปั้มลาย นิยมเรียกเหล็กแผ่นลายตีนไก่,เหล็กแผ่นลายตีนเป็ด,เหล็กลายดอก ขนาดของเหล็กแผ่นลายที่เป็นที่นิยมขาย คือ 4×8 ฟุต และ 5×10 ฟุต เหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได งานที่ต้องการความคงทนผ่านการเหยียบย่ำได้ดี หรือ สามารถนำมาตกแต่งเป็นฟอร์นิเจอร์ได้
  • แผ่นเหล็กต้องได้รับมารตฐาน JIS G3101-1995/DIN/ASTM เกรดที่เลคก้าจัดจำหน่ายคือ SS400 ถึงจะสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ โดยเหล็กแผ่นลายจะสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย
  • เหล็กที่เป็นที่นิยม สำหรับหลังเว้า คือ ลายที่นิยมที่สุดคือลายตีนเป็ด(5ขีดติดกัน) กับลายตีนไก่(1ขีดไข้วกันไปมา) และที่กำลังนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคือลายปุ่มเล็กๆ
  • ความหนาที่เป็นที่นิยมคือ 2.3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 9 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นความหนาที่ได้รับมาตรฐาน
  • เหล็กลายตีนไก่เหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ
  • นิยมนำไปใช้ทำพื้นรถยนต์ บันได พื้นบันได พื้นรถ หรือพื้นโรงงานที่กันลื่น ตามสำนักงาน ออฟฟิศ เหมาะกับงานที่ต้องการความคงทนผ่านการเหยียบย่ำได้ดี ทนต่อแรงเสียดทาน ลายนูนคล้ายเม็ดข้าว ป้องกันการลื่น และน้ำขัง
  • สามารถนำมาตกแต่งทำเป็นรั้วบ้านได้ หรือ ฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น โต๊ะ,ชั้นวางอ่างล้างหน้า,เก้าอี้นั่ง เป็นต้น บ้านจะออกมา สไตล์ลอฟท์ ในแบบของตัวเอง
  • โปรดใช้อย่างระมัดระวังและควรเลือกขนาดให้เหมาะสมต่อการใช้งาน ศึกษาและสอบถามพนักงานขายหน้าร้านก่อนเพื่อให้ได้เหล็กตรงสเปคที่ต้องการ

เสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกดัง

เสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกดัง

โครงสร้างเสาไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) สำหรับสร้างโกง สร้างโรงงาน ขนาดใหญ่ดัง

              เนื่องจากเราเป็นการสร้างโกดัง ในระบบ โกดังสำเร็จรูป ทำให้ เราจะทำการออกแบบ และผลิตโครงสร้างเสา ที่โรงงานทำให้เราสามารถที่จะควบคุมคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐานวิศวกรรม ทั้งเรื่องการตัด การเชื่อม อีกทั้งยังทำให้เราสามารถใช้วัตถุดิบได้ตามต้นทุนที่เราออกแบบ ทำให้ลูกค้าได้งานที่ดีและราคาถูกการนำไปใช้งาน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

            เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างโรงงาน สร้างโกดังขนาดใหญ่ และงานเชื่อม เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) จะมีชื่อเรียกคล้ายกับเหล็กเอชบีม คือ ตัวเฮช เหล็กเสา เหล็กปีก เสาบีม โดยเหล็กไวด์แฟรงค์ จัดเป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot rolled structural steel) ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 1227-2539 แบ่งเป็น Grade SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM520 มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 เมตร, 6 เมตร, 9 เมตร และ 12 เมตร มีลักษณะรูปทรงที่คล้ายกับเหล็กเอชบีม และเหล็กไอบีม แต่เหล็กไวด์แฟรงค์ จะมีความกว้างของแผ่นตรงกลาง มากกว่าปีกทั้ง 2 ข้าง และมีขนาดบางกว่า แต่ยังคงความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

             การนำไปใช้งาน เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange Steel) เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง ก่อสร้างอาคาร โรงงานขนาดใหญ่ และงานเชื่อม

ขนาดเหล็กไวด์แฟรงค์

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 150 x 75 x 5 x 7 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 84.00 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 148 x 100 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 126.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 200 x 100 x 5.5 x 8 มม.X 6 ม. น้ำหนัก 127.80 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 194 x 150 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 183.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 250 x 125 x 6 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 177.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 300 x 150 x 6.5 x 9 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 220.20 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 244 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 264.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 350 x 175 x 7 x 11 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 297.60 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 294 x 200 x 8 x 12 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 340.80 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 400 x 200 x 8 x 13 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 396.00 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 450 x 200 x 9 x 14 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 456.00 กก./เส้น

เหล็กไวด์แฟรงค์ ขนาด 500 x 200 x 10 x 16 มม. X 6 ม. น้ำหนัก 537.60 กก./เส้น

 

ทางรถไฟ, สะพาน, โครงสร้าง, โลหะ, เหล็ก, การก่อสร้างโลหะ

                 เหล็ก เอชบีม เฮชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange ไอบีม I-beam ต่างกันอย่างไร? เหล็กทั้ง 2 หน้าตัดนี้ มีข้อแตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน คือ

                1 ด้านการนำไปใช้งาน

                 เหล็กเอชบีม H-beam ไวด์แฟรงค์ Wide Flange และ จะนำไปใช้ในงานก่อสร้างอาคาร เป็นชิ้นส่วนของ เสา คาน โครงหลังคา ฯลฯ เหล็กไอบีม I-beam จะนิยมนำไปทำรางเคน Crane Girder ที่ไว้ใช้ยกของที่มีน้ำหนักมาก

               2 ด้านลักษณะรูปร่าง

                จุดแตกต่างของเหล็กทั้ง 2 หน้าตัด คือ ปีก Flange ทั้งบนและล่างของเหล็ก H-beam จะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด เป็นรูปตัว H เท่ากันทั้งปีกและส่วนเสา ส่วนเหล็กเสาไวด์แฟรงค์ Wide Flange จะ มีความหนาเท่ากันตลอดเช่นกัน แต่ส่วนปีก จะมีความกว้างไม่เท่ากับความกว้างเสา ส่วนของเหล็กไอบีม I-beam ทั้งปีกบนและล่างจะเป็นแผ่นเอียง หรือ Taper Flange ซึ่งขนาดหน้าตัดเหล็กที่เท่ากัน I-beam จะมีน้ำหนักต่อเมตรสูงกว่า H-beam เนื่องจากเหล็ก I-beam จะมีความหนาของเหล็กมากกว่าเพื่อรองรับแรงกระแทก และการเคลื่อนที่จากรางเครน

ความแตกต่างระหว่างบ้านเหล็กและบ้านปูน

ความแตกต่างระหว่างบ้านเหล็กและบ้านปูน

ไม่ว่าจะเป็นบ้านเหล็กหรือบ้านปูนย่อมมีเสน่ห์ในตัวเอง แต่มีหลายคนยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับการก่อสร้างว่าควรจะเลือกใช้โครงสร้างชนิดใดดีระหว่างโครงสร้างเหล็กที่สามารถก่อสร้างได้รวดเร็วหรือโครงสร้างคอนกรีตที่มีการก่อสร้างอยู่ทั่วไป ซึ่งการเลือกใช้เหล็กหรือคอนกรีตในการสร้างอาคารนั้น นอกจากเรื่องของความชอบส่วนตัวแล้ว ยังมีข้อพิจารณาอื่นๆ อีก เพื่อให้ชนิดของโครงสร้างที่ใช้เหมาะกับอาคารและฟังก์ชั่นภายในอาคารให้มากที่สุด

1. โครงสร้างช่วงพาดกว้าง (Long span)

หากคุณต้องการ Space ภายในอาคารที่สามารถสร้างความต่อเนื่องสำหรับกิจกรรมต่างๆ ได้ เช่น โถงสำหรับจัดนิทรรศการหรือบ้านที่มีแปลนแบบ open plan การเลือกใช้โครงสร้างเหล็กจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการเรื่องของการใช้พื้นที่ได้ดีกว่าโครงสร้างคอนกรีต เนื่องโครงสร้างเหล็กสามารถก่อสร้างให้มีช่วงพาดระหว่างเสาได้กว้างกว่าโครงสร้างคอนกรีตได้หลายเท่าโดยคานจะมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปและอาจจะไม่ต้องมีเสามาคั่นกลางเพื่อรับน้ำหนัก 

2. โครงสร้างยื่นจากตัวอาคาร (Cantilever structure)

หนึ่งในเสน่ห์ของงานสถาปัตยกรรมคือรูปทรงของอาคาร บ่อยครั้งที่โครงสร้างอาคารจำเป็นต้องยื่นออกไปจากเสาที่รับน้ำหนักไปมากเพื่อให้ห้องเหมือนลอยอยู่ในอากาศ ทำให้โครงสร้างในส่วนนี้จำเป็นต้องใช้โครงสร้างยื่น (Cantilever structure) ที่ทำจากเหล็กเพราะด้วยคุณสมบัติที่เบาและแข็งแรงจึงทำให้เหมาะสำหรับทำโครงสร้างอาคารที่มีดีไซน์ได้ง่ายหรือสะดวกกว่าทำด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก 

3. ขนาดของโครงสร้าง

นอกจากข้อดีของโครงสร้างเหล็กในด้านการรับแรงสั่นสะเทือนแล้ว อาคารที่มีเสาเป็นโครงสร้างเหล็กโดยทั่วไปจะสามารถรับแรงได้มากกว่าโครงสร้างคอนกรีตในกรณีที่เสานั้นๆมีขนาดที่เท่ากัน ซึ่งในทางกลับกัน เสาที่จะใช้หากเป็นเสาเหล็กรูปพรรณรีดร้อนก็มีโอกาสจะได้เสาที่มีขนาดที่เล็กกว่าเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เนื่องจากกำลังรับแรงของตัววัสดุนั่นเอง 

4. ความรวดเร็วในการก่อสร้าง 

โครงสร้างเหล็กรูปพรรณรีดร้อนสามารถก่อสร้างได้เร็วกว่าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กโดยประมาณ 2 – 3 เท่า เหมาะกับการก่อสร้างที่มีเรื่องเวลาเข้ามาเป็นปัจจัยหรืออาคารสาธารณะที่มีเรื่องขอระยะเวลาในการเช่าที่ดิน เนื่องจากโครงสร้างเหล็กสามารถติดตั้งและรื้อถอนง่าย ใช้แรงงานน้อยเพราะมีขั้นตอนในการใช้เครื่องจักรมาทำงานแทนแรงงานคน  จึงใช้เวลาก่อสร้างเร็วขึ้น  

   

5. จำนวนแรงงานช่าง 

การก่อสร้างอาคารแต่ละหลังนั้น การเลือกใช้ชนิดของโครงสร้างมีผลโดยตรงต่อจำนวนแรงงานที่ใช้ เนื่องจากหากคุณเลือกสร้างอาคารด้วยโครงสร้างคอนกรีตอาจต้องเสียงบประมาณเรื่องค่าแรงงานมากกว่าการก่อสร้างด้วยโครงสร้างเหล็ก เนื่องจากโครงสร้างคอนกรีตมีขั้นตอนการก่อสร้างมากกว่า ทำให้ต้องใช้จำนวนของช่างมากกว่านั่นเอง ดังนั้นการเลือกใช้โครงสร้างเหล็กจึงทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ ยิ่งถ้าได้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญงานเหล็กก็จะทำให้งานดำเนินไปได้อย่างมีคุณภาพเรียบร้อย

 

6. ความแข็งแรงต้านทานภัยธรรมชาติ 

สถานการณ์แผ่นดินไหวเริ่มใกล้ตัวเรามากกว่าอดีตที่ผ่านมา โครงสร้างที่สามารถออกแบบให้เหมาะและง่ายต่อการก่อสร้างและสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้ดีคือโครงสร้างเหล็กรูปพรรณรีดร้อน เนื่องจากเหล็กรูปพรรณรีดร้อนมีความยืดหยุ่นและรับการบิดได้มากกว่าโครงสร้างคอนกรีต เช่นสะพานเหล็กและสะพานแขวนต่างๆ ที่เวลาถูกพายุหรือเกิดแผ่นดินไหว ถึงจะมีแกว่งตัวก็ยังคืนตัวและแข็งแรงดังเดิม 

7. มลพิษที่เกิดจากการก่อสร้าง 

งานก่อสร้างคอนกรีตถือเป็นการก่อสร้างแบบระบบเปียก หรือ Wet Process เนื่องจากในกระบวนการจะมีเรื่องของน้ำปูน ฝุ่นผงและเศษปูนที่เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนการ บ่อยครั้งที่พบปัญหามลพิษที่กระทบพื้นที่รอบข้าง ส่วนงานเหล็กรูปพรรณรีดร้อนนั้นถือเป็นงานระบบแห้ง หรือ Dry Process ทำให้มีมลพิษที่เกิดจากการก่อสร้างน้อยจึงลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพและรบกวนบริเวณรอบพื้นที่ก่อสร้างได้ดีกว่า 

8. การตรวจเช็คคุณภาพโครงสร้าง 

งานเหล็กรูปพรรณรีดร้อนสามารถตรวจเช็คคุณภาพงานได้ง่ายกว่าเพราะปราศจากสิ่งที่ปกคลุม อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบคุณภาพของเหล็กได้ตั้งแต่โรงงานที่ผลิต โดยเฉพาะงานโครงสร้างเหล็กที่เป็นชิ้นส่วนประกอบมาจากโรงงานยิ่งสามารถไว้ใจและตรวจสอบคุณภาพได้ง่ายกว่างานโครงสร้างคอนกรีต ที่ต้องมีการตรวจสอบ สัดส่วนการผสมคอนกรีตในงานลักษณะต่างๆให้เหมาะสม และมีโอกาสไม่ได้มาตรฐานมากกว่างานเหล็ก

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com

ความแตกต่างระหว่าง โครงหลังคาเหล็ก กับ โครงหลังคาสำเร็จรูป

ความแตกต่างระหว่าง โครงหลังคาเหล็ก กับ โครงหลังคาสำเร็จรูป

โครงหลังคาเหล็ก หรือ โครงหลังคาสำเร็จรูป เป็นโครงหลังคาที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถรองรับการมุงหลังคาวัสดุต่างๆ ได้ทุกประเภท แต่มีข้อแตกต่างบางประการ ไม่ว่าจะเป็น คุณสมบัติ ขั้นตอนการทำงานของช่างที่หน้างาน รวมถึงข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา

การก่อสร้างบ้านสักหนึ่งหลังให้มีความแข็งแรงนั้น สิ่งสำคัญคงหนีไม่พ้นโครงสร้างบ้านที่แข็งแรง ซึ่งนอกจากงานโครงสร้างใต้ดิน งานโครงสร้างบนดินแล้ว งานโครงสร้างหลังคาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นส่วนที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักวัสดุมุงหลังคา (กระเบื้องหลังคา) และอุปกรณ์ประกอบต่างๆ ทั้งหมด ให้สามารถปกป้องบ้านเราจากแดด ฝน ลมพัดแรงๆ ได้เป็นอย่างดี งานโครงสร้างหลังคาจึงต้องถูกออกแบบคำนวณมาอย่างเหมาะสม ติดตั้งอย่างถูกวิธี เชื่อมยึดอย่างแน่นหนา เพื่อให้มีความแข็งแรงและช่วยลดปัญหาหลังคารั่วซึม ปัจจุบันก็มีโครงสร้างหลังคาที่นิยมและมีความแข็งแรงคือ “โครงหลังคาเหล็ก” และ “โครงหลังคาสำเร็จรูป” ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งเรื่องคุณสมบัติ ลักษณะการใช้งาน ขั้นตอนการทำงานของช่างที่หน้างาน รวมถึงข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา

โครงหลังคาเหล็ก หาซื้อง่าย ตอบโจทย์รูปทรงหลังคาได้หลากหลาย

สำหรับโครงหลังคาเหล็ก ประกอบจากเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าตัดต่างๆ ตามที่วิศวกรออกแบบ ไม่ว่าจะเป็น เหล็กกล่อง และเหล็กรูปตัวซี เหล็กรูปพรรณสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าเหล็กรูปพรรณต่างๆ ขนาดความยาวเหล็กที่ขายตามร้านทั่วไปจะอยู่ที่ 6 เมตรเพื่อให้ขนส่งได้สะดวก หากต้องการความยาวมากกว่านี้ก็สามารถสั่งพิเศษได้ แต่มีข้อควรคำนึงคือเรื่องคุณภาพเหล็ก ควรเลือกเหล็กที่ได้มาตรฐาน หรือที่เรียกว่า “เหล็กเต็ม” ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรับแรงตามมาตรฐาน โดยสังเกตที่เครื่องหมายแสดงมาตรฐาน เช่น มอก., ASTM, BSI, JIS ฯลฯ ซึ่งจะระบุไว้ที่เหล็กแต่ละท่อน แต่หากเป็นเหล็กรีดซ้ำ หรือเหล็กที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลมาที่เรียกว่า “เหล็กเบา” ที่แม้จะมีราคาถูกกว่า แต่มีประสิทธิภาพในการรับแรงด้อยกว่าเหล็กเต็มพอสมควรเลย

*การสั่งเหล็กควรมีการคำนวณความยาวให้พอดีตามการใช้งานให้มากที่สุด เพื่อให้เหลือเศษน้อยที่สุด โดยเศษเหล็กที่เหลือสามารถนำไปขายเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป (ราคาจะถูกลงเกินครึ่ง)

โครงหลังคาเหล็ก

ควรเลือกใช้เหล็กโครงหลังคาที่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม

การติดตั้งโครงหลังคาเหล็กจะเป็นลักษณะการติดตั้งที่หน้างานทั้งหมด จึงต้องอาศัยช่างฝีมือที่มีประสบการณ์ โดยก่อนการติดตั้งต้องมีการทาสีกันสนิมให้ทั่วทุกด้านของผิวเหล็กก่อน (หากเป็นเหล็กกล่องต้องใช้วิธีการชุบสีกันสนิมเพื่อให้สีเคลือบผิวทั่วทั้งด้านในและด้านนอก) จากนั้นจึงติดตั้งและเชื่อมเหล็กตามวิธีมาตรฐาน (การเชื่อมเหล็ก ขั้นแรกจะเป็นลักษณะการเชื่อมแต้มเพื่อยึดเหล็กแต่ละท่อนไว้ก่อนเผื่อมีการแก้ไขหรือต้องขยับตำแหน่งบางจุด เมื่อติดตั้งได้ตรงตามแบบแล้ว จากนั้นจึงเชื่อมเต็มเพื่อความแน่นหนาและแข็งแรง) เมื่อติดตั้งและเชื่อมเหล็กทุกจุดเรียบร้อยแล้วก็ทาสีกันสนิมซ้ำอีกรอบ และเน้นบริเวณที่เป็นรอยเชื่อมเหล็กด้วย

โครงหลังคาเหล็ก

การเชื่อมเหล็ก แนะนำให้เชื่อมเต็มแบบที่ได้มาตรฐาน

โครงหลังคาเหล็ก สามารถตอบโจทย์รูปทรงหลังคาได้ค่อนข้างอิสระ จึงเหมาะกับบ้านทุกสไตล์ เพราะคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่น ดัดโค้งได้ และระยะของโครงสร้างเหล็กที่ยื่นได้ไกลตามความสามารถของเหล็กที่คำนวณไว้ ทำให้สามารถรองรับหลังคาทรงเหลี่ยม ทรงโค้ง รวมถึงรูปแบบหลังคาที่หวือหวาท้าทายได้ตามต้องการ ที่สำคัญควรให้วิศวกรโครงสร้างที่มีใบประกอบวิชาชีพเป็นคนออกแบบคำนวณโครงหลังคาเหล็กให้เพื่อความมีมาตรฐานและความปลอดภัย

บ้านที่มีหลังคาทรงโค้ง; โครงหลังคาเหล็ก

บ้านที่มีหลังคาทรงโค้ง ชายคาที่ยื่นยาว รูปทรงโฉบเฉี่ยวจากโครงสร้างหลังคาเหล็ก

โครงหลังคาสำเร็จรูป ทนสนิม ติดตั้งง่าย ไม่มีเศษเหลือทิ้งที่หน้างาน

โครงหลังคาสำเร็จรูป หรือเรียกกันติดปากว่า “โครงหลังคากัลวาไนซ์” เป็นโครงที่ผลิตจากเหล็กที่มีกำลังดึงสูง และผ่านการเคลือบผิวป้องกันสนิมด้วยอะลูมิเนียมซิงค์ หรือแมกนีเซียมซิงค์ มีราคาสูงกว่าโครงหลังคาเหล็ก สามารถสั่งทำพิเศษให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมนั้นๆ ได้ เช่น สำหรับใช้ในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ทะเลหรือบริเวณที่มีกรดเกลือสูง เป็นต้น โครงหลังคาสำเร็จรูปจะถูกผลิตและตัดขนาดแต่ละท่อนจากโรงงานให้ตรงตามแบบพอดีที่จะก่อสร้างที่หน้างานจริง แล้วจึงนำมาประกอบที่หน้างานก่อสร้างโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งติดตั้งโดยใช้ตะปูเกลียว (สกรู) ยึดแต่ละท่อนเข้าด้วยกันตามแบบ จะไม่มีการเชื่อมเหล็กหรือเก็บงานกันสนิม จึงติดตั้งได้รวดเร็วและแม่นยำ ถือได้ว่าเป็นกระบวนการที่ช่วยลดปริมาณขยะจากงานก่อสร้างได้เป็นอย่างดี

โครงหลังคาเหล็ก

ชิ้นส่วนโครงหลังคาสำเร็จรูปกัลวาไนซ์ตัดมาจากโรงงาน ติดตั้งโดยการยิงตะปูเกลียว

ด้วยความที่โครงหลังคาสำเร็จรูปมีลักษณะเป็นโครงถัก (โครง Truss) ซึ่งประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนของเหล็กกัลวาไนซ์หลายๆ ท่อน ไม่สามารถทำระยะยื่นชายคาได้มากนัก ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา จึงเหมาะกับหลังคาที่มีรูปทรงที่เราพบเห็นกันได้ทั่วไป (ไม่เหมาะกับรูปทรงหลังคาที่หวือหวาหรือโฉบเฉี่ยว) เช่น หลังคาทรงจั่ว ทรงปั้นหยา ฯลฯ อีกทั้งงานออกแบบโครงหลังคาสำเร็จรูปจะต้องอาศัยวิศวกรที่มีความรู้เฉพาะและต้องใช้บริการจากผู้ผลิตเฉพาะรายเท่านั้น

โครงหลังคาเหล็ก

*โครงหลังคาสำเร็จรูปมีข้อจำกัดเรื่องรูปทรงหลังคา จึงเหมาะกับรูปทรงหลังคาปั้นหยาและหน้าจั่วที่พบเห็นได้ทั่วไป *

สรุปแล้ว ถ้าเทียบโครงหลังคาเหล็กและโครงหลังคาสำเร็จรูป กับงานหลังคารูปทรงเดียวกันวัสดุเดียวกันแล้ว การเลือกใช้โครงหลังคาสำเร็จรูปจะมีราคาโดยรวม (ทั้งค่าของและค่าแรง) สูงกว่าโครงหลังคาเหล็กอยู่พอสมควร แต่สามารถมั่นใจได้ในเรื่องมาตรฐานและการรับประกันผลงานหลังการติดตั้ง ส่วนโครงหลังคาเหล็กนั้นจะสามารถตอบโจทย์งานออกแบบที่หลากหลายกว่า เมื่อมีการรื้อถอนโครงสร้างก็สามารถนำไปขายต่อได้ แต่ต้องควบคุมช่างให้ติดตั้งได้ตามมารตรฐาน ดังนั้น ในการเลือกใช้เราควรพิจารณาถึงความเหมาะสมและตอบโจทย์แต่ละบ้านให้ได้มากที่สุด

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://scghome.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า