Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
ข่าวสารวงการเหล็ก Archives - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
“นิปปอน สตีล” ทุ่มหมื่นล้าน เทคโอเวอร์ “ยูเอส สตีล” ขึ้นแท่นเบอร์ 3 ของโลก

“นิปปอน สตีล” ทุ่มหมื่นล้าน เทคโอเวอร์ “ยูเอส สตีล” ขึ้นแท่นเบอร์ 3 ของโลก

“นิปปอน สตีล” ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเหล็กอันดับ1 ของญี่ปุ่นประกาศทุ่มเงินกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินสด ซื้อกิจการบริษัท “ยูเอส สตีล” ในสหรัฐ ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตพุ่งทะยาน และขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับสามของโลก

นิปปอน สตีล คอร์ป (นิปปอน สตีล) ซึ่งเป็น บริษัทผู้ผลิตเหล็ก รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และใหญ่อันดับ 4 ของโลก เปิดเผยวานนี้ (18 ธ.ค.) ว่า จะเข้าซื้อกิจการ บริษัท ยูไนเต็ด สเตทส์ สตีล คอร์ป หรือ ยูเอส สตีล ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 27 ของโลก ด้วยเงินสดในวงเงิน 14,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานข่าวระบุว่า  นิปปอน สตีล เสนอซื้อหุ้นยูเอส สตีลในราคาหุ้นละ 55 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคา ณ ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15 ธ.ค.) ถึง 40%

ทั้งนี้ บริษัทที่เกิดขึ้นหลังการควบรวมกิจการดังกล่าวจะกลายเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก และทำให้นิปปอน สตีลมีกำลังการผลิตเหล็กดิบทั่วโลกราว 86 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะปูทางไปสู่เป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ 100 ล้านตันต่อปี

ยูเอส สตีล ก่อตั้งมายาวนานถึง 122 ปี

ราคาหุ้น “ยูเอส สตีล” พุ่งรับดีลการเทคโอเวอร์

ภายในวันเดียวกันนั้น ข่าวดีลการเทคโอเวอร์โดยยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเหล็กจากญี่ปุ่นทำให้ราคาหุ้นของบริษัท ยูไนเต็ด สเตทส์ สตีล คอร์ป (ยูเอส สตีล) ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 27 ของโลกและมีอายุการก่อตั้งมายาวนาน 122 ปี สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองพิทส์เบิร์ก ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเหล็กของสหรัฐ พุ่งขึ้นทันทีในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

โดย ณ เวลา 22.51 น. (ของวันจันทร์ที่ 18 ธ.ค.) ตามเวลาไทย ราคาหุ้นยูเอส สตีลพุ่งขึ้น 26.52% สู่ระดับหุ้นละ 49.76 ดอลลาร์

นิปปอน สตีลคาดว่า จะสามารถปิดข้อตกลงดังกล่าวในช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 ของปี 2567 โดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นของยูเอส สตีล และการอนุมัติจากหน่วยงานควบคุมกฎระเบียบในสหรัฐอเมริกา

นาย เออิจิ ฮาชิโมโตะ ประธานบริษัท นิปปอน สตีล กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า “เราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับทีมของยูเอส สตีล เพื่อนำส่วนที่ดีที่สุดของบริษัทของเรามาผนวกกันและก้าวไปข้างหน้าในฐานะผู้ผลิตเหล็กที่ดีที่สุด ด้วยสมรรถนะในระดับชั้นนำของโลก

ขณะที่นายเดวิด บี เบอร์ริตต์ ซีอีโอของ ยูเอส สตีล กล่าวว่า “นิปปอน สตีล มีประวัติการเข้าซื้อ ดำเนินกิจการ และทำการลงทุนในโรงงานผลิตเหล็กทั่วโลกในระดับที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และเราก็มั่นใจว่า การควบรวมกิจการครั้งนี้จะเป็นผลดีที่สุดต่อทุกฝ่าย”

สหภาพแรงงานยืนกรานคัดค้าน

สำนักข่าววีโอเอ สื่อใหญ่ของสหรัฐรายงานว่า ภายใต้ข้อตกลงซื้อกิจการนี้ นิปปอน สตีล จะไม่แตะต้องสัญญาและข้อตกลงต่าง ๆ ที่บริษัทยูเอส สตีล ทำไว้กับสหภาพแรงงานของตน รวมทั้งจะไม่เปลี่ยนชื่อบริษัท และจะคงที่ทำการใหญ่ของธุรกิจไว้ที่เมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ต่อไปด้วย

ถึงกระนั้น สหภาพแรงงาน United Steelwork หรือ USW ก็ยังมีท่าทีต่อต้านการตกลงซื้อขายกิจการครั้งนี้อยู่ดี โดยสมาชิกสหภาพแรงงานราว 11,000 คน ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะปิดกั้นแผนงานควบรวมกิจการดังกล่าวและร้องขอให้หน่วยงานกำกับดูแลกิจการของสหรัฐปฏิเสธการดำเนินแผนงานนี้ด้วย

จนถึงขณะนี้ การซื้อขายกิจการดังกล่าวยังไม่ถือว่าได้ข้อสรุปเสร็จสิ้นเสียทีเดียว เพราะนอกจากแรงกดดันต่อต้านจากสหภาพแรงงาน USW ที่มีอยู่ทั่วโลกถึง 1.2 ล้านคนแล้ว ข้อเสนอซื้อกิจการนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยคณะกรรมการการลงทุนต่างประเทศในสหรัฐอเมริกา (Committee on Foreign Investment in the United States หรือ CFIUS) ซึ่งจะใช้เวลา 45 วันในการทบทวนรายละเอียดข้อเสนอ และอีก 45 วันเพื่อทำการสืบสวนด้วย

แหล่งที่มา : ข่าวฐานเศรษฐกิจ

ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปเดือนตุลาคม 2017 ขยายตัว 0.8% YoY

ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปเดือนตุลาคม 2017 ขยายตัว 0.8% YoY

ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปเดือนตุลาคม 2017 ขยายตัว 0.8% YoY

ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของไทย (HS Code 72 & 73) เดือนตุลาคม 2017 อยู่ที่ 939,000 ตัน ขยายตัว 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือน 2 หลังจากหดตัวติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 เดือน

ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของไทยสะสมในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) 2017 อยู่ที่ 9.52 ล้านตัน หดตัว 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปที่มียอดนำเข้าขยายตัวมากที่สุดในเดือนตุลาคม 2017 ได้แก่ เหล็กแผ่นหนาไม่เจือ 34,350 ตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 258% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 68 เป็นการนำเข้าเหล็กแผ่นที่มีความหนามากกว่าเกิน 10 มม และมีความกว้างเกิน 3,048 มิลลิเมตร จากประเทศอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ รองลงมาคือ เหล็กลวดคาร์บอน 37,348 ตัน ขยายตัว 80.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและเวียดนาม

ด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปเดือนตุลาคม 2017 อยู่ที่ 110,000 ตัน ขยายตัว 5.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของไทยสะสมในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) 2017 อยู่ที่ 1.3 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปที่มีการส่งออกมากที่สุดในเดือนตุลาคม 2017 ได้แก่ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ  18,155 ตัน ตลาดส่งออกหลักได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ ตามลำดับ

รองลงมาคือ ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บ 14,417 ตัน ตลาดส่งออกหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และ สปป ลาว ตามลำดับ

Cr. iiu.isit.or.th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า