google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ระบบหลังคาตราช้าง ขั้นสุดแห่งนวัตกรรมหลังคาทั้งระบบ

ระบบหลังคาตราช้าง ขั้นสุดแห่งนวัตกรรมหลังคาทั้งระบบ

กันไว้ดีกว่า…  เชื่อว่าทุกคนคงจะเติมคำในประโยคข้างต้นได้เป็นอย่างดี แต่บ่อยครั้งเรามักลืมให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่าพื้นฐาน และเมื่อถึงวันที่มีปัญหาเกิดขึ้นมา เราก็ต้องคอยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราสามารถสร้างพื้นฐานที่ดีได้ตั้งแต่เริ่ม ?

960_1_nologo (adver3)

เพราะหลังคาบ้านที่ดี แค่สวยอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องมีพื้นฐานที่สำคัญทั้งอุปกรณ์และโครงสร้างที่แข็งแรงได้มาตรฐาน ระบบหลังคาตรงช้าง (Trachang Roof System) เท่านั้น ที่ตอบทุกโจทย์เรื่องหลังคาให้คุณได้อย่างหมดห่วง เพราะนี่คือขั้นสุดแห่งนวัตกรรมหลังคาทั้งระบบ

960_4

–     โครงหลังคาสำเร็จรูป ตราช้าง ผลิตจากเหล็กกำลังดึงสูงเคลือบโลหะป้องกันสนิม แข็งแรงทนทาน ออกแบบด้วยโปรแกรมวิศกรรมขั้นสูงให้เข้ากับบ้านคุณโดยเฉพาะ ใช้ระบบโครงถักที่สามารถรับน้ำหนักได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการยืดด้วยระบบสกูรทั้งหมด ทำให้บ้านคุณปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดสนิมบริเวณรอยเชื่อมได้ และที่สำคัญยังไม่ต้องเสี่ยงเรื่องการติดตั้งที่อาจไม่ได้มาตรฐาน เพราะเรามีทีมบริการติดตั้งที่ได้มาตรฐานจาก SCG พร้อมรับประกันการติดตั้ง 5 ปี

960_3

–     อุปกรณ์หลังคา ตราช้าง มั่นใจรอบด้านทั่วผืนหลังคา ด้วยอุปกรณ์คุณภาพสูงที่ถูกคิดค้นและคำนวณทุกจุด ทุกองศา เพื่อป้องกันได้ครอบคลุมทุกปัญหา ทั้งเรื่องความร้อน การรั่วซึม และความปลอดภัย รวมถึงเพิ่มอรรถประโยชน์ให้ผืนหลังคา

960_2

–    กระเบื้องหลังคา ตราช้าง ที่มอบความสวยผสานนวัตกรรมขั้นสูง ด้วยการออกแบบอย่างพิถีพิถันทั้งเรื่องดีไซน์ และการผลิตด้วยกรรมวิธีการเคลือบสีระบบพิเศษ เพื่อสีสวยติดทนนาน มีหลายเฉดสี หลากสไตล์ให้คุณเลือกได้ตามความต้องการ

คุณเองก็สร้างพื้นฐานหลังคาให้ดีตั้งแต่เริ่มได้ แค่เลือกใช้ระบบหลังคาที่สมบูรณ์แบบ เลือกทั้งระบบ มั่นใจ อยู่สบาย เลือกชมข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.trachang.co.th/roofsystem

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.homedec.in.th

หลังคาเหล็ก METAL SHEET คืออะไร

หลังคาเหล็ก METAL SHEET คืออะไร

คงมีหลายคนที่เคยได้ยินชื่อของ Metal Sheet หรือหลังคาเหล็กมาก่อน บางคนก็เคยเห็นว่ามีลักษณะเป็นแบบไหน แต่ส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่า Metal Sheet นั้นทำจากวัสดุอะไร มีกี่ประเภท  มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกใช้หลังคาแบบอื่น วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กัน

หลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet  คือ แผ่นโลหะที่มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ อาจทำจากเหล็ก ทองแดง อลูมิเนียมหรือโลหะอื่นก็ได้ แต่ Metal Sheet ที่ใช้ทำหลังคาในเมืองไทยส่วนใหญ่จะทำจากวัสดุที่เป็นเหล็ก นำมารีดให้เป็นลอนแล้วขึ้นเป็นรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผ่นตรง แผ่นโค้งทั้งชิ้น หรือแผ่นโค้งส่วนปลาย เพื่อให้เหมาะสำหรับงานมุงหลังคา งานกั้นผนัง งานบานเกล็ด หรืองานครอบมุมต่าง ๆ เป็นต้น

 

Metal Sheet ก่อนนำมาขึ้นรูปจะมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะบางและเรียบมี 2 แบบ คือ

  • แผ่นเคลือบอลูซิงค์ เป็นแผ่นเหล็กที่นำมาเคลือบสารที่มีส่วนผสมหลักคือสังกะสีและอลูมิเนียม โดยแผ่นเคลือบอลูซิงค์นี้จะมีความสวยงามกว่าแผ่นสังกะสีทั่ว ๆ ไป เพราะมีความเงางามจากอลูมิเนียมด้วย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการป้องกันการผุกร่อนจากการขึ้นสนิมได้ดีกว่าด้วย
  • แผ่นเคลือบสี เป็นแผ่นเหล็กที่หลังจากนำมาเคลือบอลูซิงค์หรือเคลือบสังกะสีอย่างเดียว แล้วนำมาเคลือบสีทับอีกชั้นหนึ่งเพื่อเพิ่มความสวยงาม

วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างต่าง ๆ มักจะมีคำศัพท์เทคนิคที่ใช้เรียกเฉพาะ บางคำเราเห็นก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร บางตัวก็เป็นค่าที่อ่านดูก็ไม่แน่ใจว่าค่ามากหรือน้อยจะดีกว่ากัน หลังคาเหล็ก Metal Sheet ก็มีคำศัพท์เฉพาะเหล่านี้เหมือนกัน มาเรียนรู้คำศัพท์เหล่านี้ไว้เพื่อนนำไปใช้ประโยชน์ได้เมื่อถึงคราวที่ต้องเลือกซื้อหลังคาเหล็กจะได้เลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม

  • BMT (Base Metal Thickness) ความหนาของแผ่นเหล็กก่อนที่จะเคลือบอลูซิงค์
  • TCT (Total Coated Thickness) ความหนารวมแผ่นเหล็กหลังเคลือบอลูซิงค์และเคลือบสีแล้ว
  • AZ 50, AZ 70, AZ 90, AZ 100, AZ 150 ตัว AZ ตามด้วยตัวเลข คือ ระดับของการเคลือบสารอลูซิงค์ ตัวเลขยิ่งมากก็หมายถึงจำนวนกรัมต่อตารางเมตรของสารที่เคลือบทั้ง 2 หน้า ซึ่งมีผลทำให้แผ่นหลังคาเหล็กนั้นมีความแข็งแรงและทนทานกว่าด้วย ต้องบอกกันไว้หน่อยว่าความทนทานของ Metal Sheet ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นเหล็กก่อนเคลือบหรือ BMT แต่จะขึ้นอยู่กับระดับของการเคลือบสารอลูซิงค์นี้
  • G300, G550 ค่า Yield Strength ก่อนอื่นต้องรู้คุณสมบัติของเหล็กก่อนว่าเมื่อโดนดึงมันจะแข็งขึ้นจนถึงจุดหนึ่งที่แข็งที่สุด ถ้าดึงต่อเหล็กจะขาดค่า Yield Strength นี้เป็นตัวบอกว่าเหล็กแข็งแค่ไหน เช่น G550 แข็งกว่า G300 แต่จะเปราะและหักง่ายกว่า จึงเหมาะที่จะนำมาใช้งานที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป

 

คราวนี้หากจะลองเปรียบเทียบดูถึงข้อดีและข้อเสียของหลังคาเหล็ก Metal Sheet กับกระเบื้องคอนกรีตลอนคู่ที่เป็นที่นิยมในการนำมามุงหลังคากัน จะเปรียบเทียบได้ดังนี้

  • ราคา หากคิดรวมโครงสร้างของหลังคาทั้งหมดแล้ว กระเบื้องลอนคู่จะมีราคาแพงกว่า เนื่องจากใช้โครงหลังคาและฐานรากมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่มาก ๆ แล้ว แผ่นหลังคา Metal Sheet จะประหยัดกว่ามาก
  • ความลาดชัน กระเบื้องลอนคู่ต้องปูให้ลาดชันไม่น้อยกว่า 15 องศา ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet ปูให้ลาดชันแค่เพียง 1-5 องศาเท่านั้น
  • น้ำหนัก กระเบื้องลอนคู่ผลิตจากคอนกรีตจึงมีน้ำหนักมาก ต่อตารางเมตรหนักถึง 49 กิโลกรัม ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet หนักต่อตารางเมตรเพียงแค่ 4.2-6.2 กิโลกรัมเท่านั้น การติดตั้งหลังคาเหล็ก Metal Sheet จึงทำได้ง่ายและสะดวกกว่ามาก
  • การกันความร้อน กระเบื้องลอนคู่จะร้อนกว่าเนื่องจากคอนกรีตสะสมความร้อน ส่วนหลังคาเหล็กมีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนได้ดีกว่า ทำให้อากาศภายในอาคารไม่ร้อนอบอ้าว
  • การกันฝน หลังคาเหล็ก Metal Sheet จะกันน้ำกันฝนได้ดีกว่า เพราะปูได้แนบสนิทและมีรอยต่อน้อยกว่า หลังคากระเบื้องคอนกรีตมักประสบปัญหาน้ำรั่วจากหลายสาเหตุด้วยกัน
  • ความแข็งแรงทนทาน กระเบื้องคอนกรีตจะเริ่มแตกร้าวเมื่อผ่านการใช้งานไปประมาณ 5 ปี ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet นั้น จะอยู่ทนทานได้นานถึง 15 ปี
  • ความสวยงาม หลังคาเหล็ก Metal Sheet จะไม่มีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอของสี ๆ สีจะออกมาสวยงามเหมือนกันทุกรุ่น ส่วนกระเบื้องคอนกรีตอาจมีสีที่ไม่สวยเสมอกันทุกชิ้น ขนาดก็อาจจะไม่สม่ำเสมอด้วย ทำให้ปูยาก รอยต่อไม่แนบสนิทและสีไม่สวยงาม
  • อันตรายจากวัสดุ ถ้าเป็นหลังคาเหล็กจะไม่มีอันตรายจากวัสดุเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นกระเบื้องคอนกรีตอาจมีเชื้อราหรือสีที่หลุดลอกออกมาเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
  • เสียงดังขณะฝนตก หากหลังคาเหล็ก Metal Sheet จะมีข้อเสีย ก็คงจะเป็นเรื่องของเสียงดังขณะฝนตกเท่านั้น ซึ่งกระเบื้องคอนกรีตจะกันเสียงได้ดีกว่า

อ่านถึงตรงนี้แล้วหวังว่าคงรู้ว่าหลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet กันมากขึ้น หากถึงคราวต้องเลือกวัสดุมุงหลังคา ก็อย่าลืมว่ามีหลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet ที่มีข้อดีมากมายให้เลือกใช้ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.secsteel.com

ลักษณะรูปทรงหลังคาบ้านประเภทต่างๆ

ลักษณะรูปทรงหลังคาบ้านประเภทต่างๆ

ความสำคัญของหลังคาบ้านและประเภทของหลังคาบ้าน

 

เรื่องเกี่ยวกับความสำคัญของหลังคาบ้านและประเภทของหลังคาบ้าน
                  บ้านเรือนไทยในสมัยโบราณ มีวิวัฒนาการของการใช้วัสดุที่นำมาสร้างหลังคาบ้าน เริ่มต้นกันตั้งแต่วัสดุธรรมชาติที่หาได้รอบๆตัวเช่นใบไม้ต่างๆ อาทิ หญ้าคา ใบตองตึง  โดยนำมาจัดเรียงและมัดรวมกันเป็นผืนที่เรียกว่า ตับ โดย

            การนำหญ้าคามาใช้นี่เอง จึงเป็นต้นกำเนิดคำเรียก “หลังคา”  และวิวัฒนาการมาเป็นวัสดุที่มีความแข็งเช่น ไม้ เครื่องปั้นดินเผา ซีเมนต์ เป็นต้น  (สมัยโบราณมีการนำเอาดินเหนียวมารีดเป็นแผ่นบางๆและนำไปเผาเกิดเป็นแผ่นดินเผาที่สามารถนำไปเป็นวัสดุมุงหลังคาได้ ในภาคเหนือเรียกว่าดินขอ เนื่องจากส่วนปลายจะพับเป็นรูปขอเกี่ยว 90 องศา

         เพื่อให้เกี่ยวกับแปหลังคาบ้านได้   ซึ่งดินเผาจะดูดซึมน้ำได้เป็นอย่างดีทำให้เกิดความเย็นกับตัวบ้าน แต่ความชื้นก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานของแผ่นดินเผาลดน้อยลง  สมัยโบราณจึงต้องมีการปูทับหลายๆชั้นเพื่อป้องกันความเสียหาย  และหลังคาก็ได้วิวัฒนาการมาสู่ปัจจุบันซึ่งมีการพัฒนาด้านความคงทนมากขึ้น เช่นหลังคาซีเมนต์ หลังคาใยหิน หลังคาสังกะสี เป็นต้น
“หลังคา” จึงเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารที่มีความสำคัญมาก ทั้งในเรื่องของการป้องกันความร้อน ฝน ลม และความหนาวเย็น รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้อาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปัจจุบันโครงสร้างและวัสดุที่นำมาทำเป็นหลังคามักจะให้ความสำคัญในเรื่องของความคงทนถาวร  ทนทานต่อสภาพอากาศภายนอก และเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน
      สำหรับรูปแบบของหลังคาที่นิยมออกแบบสำหรับบ้านในปัจจุบัน ได้แก่ หลังคาเพิงหมาแหงน หลังคาจั่ว  หลังคาปั้นหยา หลังคาพื้นคอนกรีตเรียบ รวมถึงหลังคาในรูปแบบอิสระ เป็นต้น การพิจารณาว่าจะเลือกใช้หลังคาแบบใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งรูปแบบของอาคารด้วยเช่นกัน

 

รูปแบบของหลังคาบ้านที่ใช้กันโดยส่วนมากในปัจจุบัน

หลังคาบ้านทรงเพิงแหงนหรือหลังคาแหงน
1. หลังคาเพิงหมาแหงน    หรือเพิงแหงนตามชื่อเป็นทรงหลังคาที่เน้นการสร้างที่ง่ายๆ นิยมสร้างสำหรับเพิงพักชั่วคราวในสวนในไร่ เป็นหลังคาที่มีลักษณะแบนราบแต่ลาดเอียงโดยยกด้านหน้าสูงกว่าด้านหลัง และมีเชิงชายรอบตัวบ้าน

โดยอาจจะออกแบบให้ด้านหน้ามีเชิงชายยื่นออกมามากกว่าด้านอื่นๆเล็กน้อยเพื่อให้บังแดดด้านหน้าบ้านได้ดี และการทำลาดเอียงจะช่วยระบายน้ำฝนได้เป็นอย่างดี โดยทั่วไปเราอาจจะพบเห็นหลังคาเพิงหมาแหงนในบ้านที่มีรูปทรงแบบสมัยใหม่ (Modern)  และ อาจะมีการเพิ่มลูกเล่นในการทำหลังคาแบบ ซ้อนกันหรือทำแบบสองแผ่นเอียงไปคนละด้านก็ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มลูกเล่นและความสวยงามให้แก่ตัวบ้าน

2. หลังคาบ้านทรงจั่ว (Gable Roof)
หลังคาบ้านแบบจั่ว ผืนหลังคาจะมีความลาดเอียงสองด้านชนกันที่ปลายสูงสุดของหลังคา สันสูงอยู่ตรงกลาง(ที่เรียกว่าดั้งหลังคา) เป็นหลังคาบ้านที่นิยมใช้กันทั่วไป เหมาะกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของบ้านเรา เพราะจะมีมวลอากาศอยู่ใต้หลังคามาก

จึงเป็นเหมือนฉนวนกันความร้อนได้อย่างดี หากเจาะช่องระบายอากาศที่หน้าจั่วทั้งสองด้านก็จะช่วยระบายอากาศร้อนออกไปได้ดียิ่งขึ้น ก่อสร้างก็ง่าย กันแดดกันฝนได้ดีอีกทั้งยังเป็นรูปแบบทรงหลังคาที่ใช้กันมากในบ้านเรือนไทยสมัยโบราณ

 

ซึ่งในสมัยก่อนอาจจะมีการออกแบบให้ดั้งของหลังคาที่ความสูง เพื่อเพิ่มมุมลาดเอียงให้แก่หลังคาบ้าน ซึ่งจะช่วยทำให้น้ำฝนไหลลงได้อย่างสะดวก ลดการแตกหักของวัสดุมุงหลังคา จากลม ฝน ลูกเห็บ หรือกิ่งไม้ต่างๆ

3.  หลังคาบ้านทรงปั้นหยา (Hip Roof)
หลังคารูปแบบนี้มีด้านลาดเอียงสี่ด้านขึ้นไปชนกันคล้ายๆปิรามิด ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยรับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตก ในสมัยรัชการที่ 5 -6  สามารถกันแดดกันฝนได้ทุกด้าน สวยงาม ทนต่อการปะทะของแรงลมได้ดี

 

แต่ไม่มีหน้าจั่วเพื่อระบายอากาศร้อน จึงอาจจะต้องระบายทางพื้นชายคาแทน แต่ก็จะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเนื่องจากอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง ดังนั้นการก่อสร้างบ้านโดยการใช้หลังคาปั้นหยาอาจจะต้องใช้วัสดุกันความร้อนอย่างอื่นเข้าช่วยเช่น แผ่นสะท้อนความร้อน หรือฉนวนกันความร้อน

4.  หลังคากึ่งปั้นหยากึ่งจั่ว
เป็นหลังคาที่ประยุกต์นำจุดเด่นของหลังคาปั้นหยาซึ่งมีความแข็งแรง สามารถรับแรงปะทะจากลม แดด ฝน ได้ทุกด้านของบ้าน มีลักษณะเหมือนทรงปั้นหยาแต่ส่วนบนจะมีปลายจั่ว รวมกับจุดเด่นของหลังคาจั่วในเรื่องการระบายความร้อนออกมาจากหน้าจั่วได้ดี เนื่องจากมีช่องอากาศที่หน้าจั่วซึ่งลมสามารถพัดเข้าไปไล่อากาศร้อน รวมถึงอากาศร้อนก็จะลอยตัวออกมาจากหน้าจั่วนี้ได้

 

   ซึ่งลักษณะของหลังคาดังกล่าวพบเห็นมากในบ้านเรือนทรงไทยล้านนาในภาคเหนือ และยังคงถูกนำมาใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมีข้อดีมากแล้วยังมีความสวยงามและมีเอกลักษณ์อีกด้วย

5.  หลังคาเรียบ (Flat Slab Roof)    ส่วนมากเป็นหลังคาคอนกรีต มีลักษณะแบนราบเป็นระนาบเดียวกับพื้น แต่ต้องมีความลาดเอียงเล็กน้อยเทไปยังช่องที่เจาะเพื่อระบายน้ำฝนออกไป หรือเทไปยังท่อระบายบนหลังคา (Roof Drain)

 

      นิยมใช้สร้างเป็นหลังคาอาคารประเภทตึกแถว คอนโด และบ้านในรูปแบบสมัยใหม่ในรูปทรงเรขาคณิต (สไตล์โมเดิร์น) พื้นหลังคาสามารถจัดเป็นพื้นที่ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ เช่น วางถังเก็บน้ำ ตากผ้า นั่งเล่น และจัดสวน แต่เนื่องจากหลังคาประเภทนี้ดูดซับความร้อนและรับน้ำฝนโดยตรง จึงต้องมีการป้องกันการรั่วซึมที่ดี เช่น การผสมสารกันรั่วซึมในคอนกรีตระหว่างที่เทหลังคา เมื่อคอนกรีตแห้งแล้วให้ทาผลิตภัณฑ์กันรั่วกันซึมทับอีกครั้ง

สรุปข้อดีข้อเสียของหลังคาแต่ละประเภท

ประเภทหลังคา ข้อดี จุดเด่น ข้อเสีย จุดด้อย
หลังคาทรงเพิงแหงน สร้างง่าย ประหยัดงบประมาณ ป้องกัน แดด ลม ฝน ได้เฉพาะด้านหน้า
หลังคาทรงจั่ว สร้างง่าย ระบายความร้อนได้ดี ไม่สามารถป้องกัน แดด ลม ฝนด้านหน้าจั่วได้
หลังคาทรงปั้นหยา สร้างง่าย ทนทานป้องกันแดดฝนได้ดี ไม่สามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้
หลังคาทรงเรียบ สร้างง่าย งบน้อย ใช้พื้นที่หลังคาได้ ระบายน้ำไม่ดี มีความร้อนสูง
หลังคากึ่งจั่วกึ่งปั้นหยา ป้องกันแดด ลมฝนได้ทุกด้าน และสามารถระบายความร้อนจากหลังคาได้ดี สร้างยาก มีราคาสูงกว่าแบบอื่น

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.thaihomeplan.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า