โดย saweang | ก.พ. 6, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
 |
| เหล็กเอชบีม (H-Beam) |
เหล็กเอชบีม (H-Beam) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M. เหมาะสำหรับงานโครงสร้างเสา คาน และโครงตึกขนาดใหญ่
 |
| เหล็กไอบีม (I-Beam) |
เหล็กไอบีม (I-Beam) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M.เหมาะสำหรับงานทำเสา คาน และรางเครน ที่ต้องการรับน้ำหนักมาก
 |
| เหล็กตัวซี (Light Lip Channel) |
เหล็กตัวซี (Light Lip Channel) เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็น ความยาวมาตรฐาน 6 M. มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป งานบันได การทำโครงหลังคา แปต่างๆ
 |
| เหล็กฉาก (Equal Angle) |
เหล็กฉาก (Equal Angle) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน ความยาวมาตรฐาน 6 M. เหมาะสำหรับงาน โครงสร้างบ้าน, หลังคาโรงงาน งานโครงสร้างขนาดเล็กโดยทั่วไป เสาส่งไฟฟ้าและ วิทยุ
 |
| เหล็ก (Cut-Beam) |
เหล็ก (Cut-Beam) เป็นการนำเหล็ก H-Beam มาตัดกลางที่เอว (Web) ซึ่งจะทำให้ได้เหล็ก Cut-Beam 2 ตัวที่เท่ากัน ซึ่งนิยมนำไปใช้ในงานโครงหลังคาประเภทโครงถัก (Truss) เพื่อเป็นการลดงานของ ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่จากเดิมจะใช้เป็นเหล็กฉาก 2 ตัวมาเชื่อม หรือ ขันน็อตร่วมกับ Gusset plate เพื่อยึดติดกัน
 |
| เหล็กพืด (Sheet Pile) |
เหล็กพืด (Sheet Pile) เป็นแผ่นเหล็กลอนรูปต่างๆ มีความยาวตามกำหนดใช้ตอกในแนวดิ่ง สำหรับป้องกันแรงดันน้ำ และแรงดันดิน ที่กระทำตามความลึกของการขุด เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของดิน
 |
| เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange) |
เหล็กไวด์แฟรงค์ (Wide Flange) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปร้อน เกรด SS400 ความยาวมาตรฐาน 6 M.เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป และงานเชื่อม มีรูปทรงลักษณะเดียวกับ ไอบีม แต่มีขนาดบางกว่า
 |
| เหล็กแผ่นลาย (Checkerd Plate) |
เหล็กแผ่นลาย (Checkerd Plate) มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเป็นลวดลายนูน เพื่อป้องกันการลื่นและน้ำขังเหมาะสำหรับการใช้ปูพื้นทางเดินและบันได พื้นรถบรรทุก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนา
 |
| เหล็กแผ่นดำ (Plate) |
เหล็กแผ่นดำ (Plate) มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ นิยมใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก ฯลฯ มีหลายขนาดและความหนา
โดย saweang | ก.พ. 3, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
6 ไอเดียเปลี่ยน “บ้านร้อน” ให้เย็นอยู่สบาย
นับวันสภาพอากาศบ้านเราจะร้อนอบอ้าวมากขึ้น จนบางครั้งเครื่องปรับอากาศยังเอาไม่อยู่ ล่าสุดในหลายพื้นที่อุณหภูมิได้พุ่งทะยานทะลุ 40 องศาเซลเซียสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “บ้านร้อน” จึงกลายเป็นปัญหาใหญ่กวนใจใครหลายคนอยู่ในขณะนี้ … เอสซีจี จึงมี 6 ไอเดียง่ายๆ ในการปรับบ้านร้อนให้กลายเป็น “บ้านเย็น” อยู่สบายรับซัมเมอร์นี้มาฝากกัน


1. หลังคาและฝ้าภายใน ส่วนแรกที่ต้องให้ความสำคัญ ต้องเลือกที่สามารถสะท้อนและป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งควรใช้หลังคาที่ช่วยสะท้อนแสงอาทิตย์ ร่วมกับการใช้แผ่นสะท้อนความร้อน พร้อมทั้งติดตั้งฝ้าสมาร์ทบอร์ดร่วมกับฉนวนกันความร้อนที่ฝ้าเพดาน เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านร้อนจนเกินไป

2. ฝ้าชายคา ใช้ฝ้าสมาร์ทบอร์ดที่มีรูระบายอากาศ เพราะจะช่วยระบายความร้อนภายในบริเวณโถงหลังคาได้ ถ้าเลือกใช้แบบมีตาข่ายกันแมลงสำเร็จรูปจากโรงงานได้ยิ่งดี ทั้งลดร้อนและกันแมลงได้ในตัว

3. กันสาด ใครว่าช่วยกันได้แค่ฝน เพราะแท้จริงแล้วกันสาดช่วยกันความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้เป็นอย่างดี ควรติดตั้งในฝั่งที่แสงแดดส่องถึงโดยตรง และเลือกวัสดุที่ไม่สะสมความร้อน อย่างไม้ระแนง หรือไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน เป็นต้น

4. สี การเลือกใช้สีทาบ้าน ควรใช้สีกันความร้อน สีสว่างโทนอ่อน เพราะจะไม่กักเก็บความร้อนไว้นาน ที่สำคัญสีโทนอ่อนจะมีผลต่ออารมณ์ของผู้อยู่อาศัย ให้รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

5. พื้นบ้าน โดยเฉพาะพื้นชั้นล่าง ควรเลือกใช้หินอ่อน, แกรนิต หรือแม้แต่กระเบื้องเซรามิค, และพอร์ซเลน เพราะจะกักเก็บความเย็นจากพื้นดินได้ดี ขณะเดียวกันก็สามารถระบายความร้อนได้เร็ว จึงช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านให้เย็นลงได้

6. ผนังและไม้ฝา โดยเฉพาะผนังด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ที่รับแสงแดดแบบเต็มๆ ควรทำระแนงไม้บังแดดขึ้นมาอีก 1 ชั้น หรือใช้ไม้ฝานวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง ไม้ฝา เอสซีจี รุ่น “คูลพลัส” ที่มาพร้อมเทคโนโลยี “คัลเลอร์ ล็อค พลัส” การเคลือบผิวแบบพิเศษมีคุณสมบัติช่วยสะท้อนความร้อนเพิ่มขึ้นได้ถึง 4 เท่า* ที่จะมาช่วยปรับเปลี่ยนแก้ไขบ้านร้อนให้กลายเป็นบ้านเย็นอยู่สบาย เพราะลดอุณหภูมิสูงสุดถึง 5 องศาเซลเซียส** ง่ายและจบในขั้นตอนเดียว
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.scgbuildingmaterials.com/th/LivingIdea/NewBuild
โดย saweang | ม.ค. 15, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
บ้านและสวนตอบกระทู้สัปดาห์นี้ เรามีข้อสงสัย จากกระทู้พันทิปที่หลายคนยังข้องใจเกี่ยวกับเรื่องบ้าน เรื่องสวน กับคำถามยอดนิยมคำถามนี้เลยครับ “จะสร้างบ้านควรเลือก อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา ดี”

จากคำถาม : ในเรื่องความทนทาน อายุการใช้งานและอุณหภูมิภายในห้องของอิฐสองแบบนี้ครับ รวมถึงเรื่องการที่จะประดับตกแต่ง การต่อเติมด้วยครับ
คลายข้อสงสัย : จากที่เจ้าของกระทู้ได้ถามมา ขอแยกเป็นข้อๆ เพื่อตอบให้ได้อย่างชัดเจนตามนี้ครับ
- ความทนทาน อายุการใช้งาน
- อุณหภูมิภายในบ้าน
- การตกแต่ง ต่อเติม


ความทนทาน อายุการใช้งาน
ในเรื่องของความทนทาน ความแข็งแกร่ง อิฐมอญจะได้เปรียบมากกว่าเพราะส่วนผสมที่ทำมาจาก ดินเหนียวปนทราย ผสม แกลบ และขี้เถ้า นำเข้าเตาอบ การยึดเกาะของเนื้อผิวจึงมีมากกว่า สามารถทุบ สกัด เจาะ ฝังอุปกรณ์ต่างๆ ที่รับน้ำหนักมากๆ ซึ่งต่างจากอิฐมวลเบาที่มีส่วนผสมทำมาจาก ทราย ซีเมนต์ ปูนขาว ยิปซั่ม และผงอลูมิเนียม มีรูพรุนอยู่ข้างในมากกว่า สามารถเกิดการแตกร้าวได้ง่ายกว่า

อุณหภูมิภายในบ้าน
คุณสมบัติในข้อนี้ต้องยกให้ อิฐมวลเบา เพราะเนื้ออิฐมีลักษณะเป็นฟองอากาศ มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี แตกต่างจาก อิฐมอญ ที่เนื้ออิฐมีคุณสมบัติสะสมความร้อนได้ดี เมื่อโดนแสงแดดช่วงกลางวันจะแผ่ความร้อนเข้ามาภายในบ้าน ซึ่งถ้าห้องไหนก่อด้วยอิฐมอญ ควรมีการถ่ายเทอากาศออกสู่ภายนอกได้ ไม่เช่นนั้นต้องเปิดแอร์สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอย่างมาก

การตกแต่ง ต่อเติม
อิฐมอญ นิยมนำมาตกแต่งในหลายสไตล์ สามารถใช่ก่ออิฐโชว์แนว สไตล์ลอฟท์ หรือวินเทจ ในขณะที่อิฐมวลเบาจะถูกนำมาใช้ก่อผนัง และฉาบปูนทับทั่วไป เรื่องการต่อเติมทั้ง 2 แบบ สามารถทำได้เหมือนๆ กัน ขึ้นอยู่กับใช้งาน เช่น ถ้าจะต่อเติม เจาะแขวนสิ่งของที่รับน้ำหนักมาก ผนังส่วนนั้นควรใช้อิฐมอญจะดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.baanlaesuan.com/61950/maintenance/pantip-brick บ้านและสวน
โดย saweang | ธ.ค. 19, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เมทัลชีท ข้อดีและข้อเสีย เมื่อนำแผ่นเมทัลชีทมามุงหลังคา
ในปัจุบันนี้ได้มีการออกแบบแบบบ้านทรงโมเดิล มากขึ้นส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหลังคามากขึ้นด้วย จริงๆแล้วนอกจากทรงหลังคาแบบโมเดิลแล้ว หลังคาทรงจั่วหรือปั่นหยาก็สามารถ มุงด้วยแผ่นเมทัลชีทได้นะครับ
แล้วหลังคาเมทัลชีทมันคืออะไร
เอาตรงๆง่ายๆหลังคาเมทัลชีทก็คือ แผ่นเหล็กที่เอามารีดและทำเป็นลอน ดังรูป ซึ่งจริงๆแล้วแผ่นเมทัลชีท ทำได้หลายอย่างนะครับ ทำรั้ว ทำผนัง ทำหลังคา ได้หมด
หลังคาเมทัลชีทมีอะไรดี
การที่นำเมทัฃชีทมาทำเป็นหลังคานั้น มีข้อดีที่สำคัญมากๆๆเลยนะครับคือ
1. ป้องกันปัญหาการรั่วซึมของหลังคา
เพราะอะไรนั่นหรือ ก็คือเมทัลชีทสามารถผลิตได้แผ่นที่ยาวแบบไม่มีรอยต่อ เมื่อไม่มีรอยต่อก็จะไม่มีการรั่วซึมเช่นกัน
2. ความรวดเร็วในการทำงาน
เนื่องจากเมทัลชีทมาเป็นแผ่นยาวและทำการติดตั้งลักษณะเดียวกับ หลังคากระเบื้องลอนคู่ จึงมีความรวดเร็วมากในการทำงาน
3. เกิดความเสียหายกับตัววัสดุน้อยมาก
เพราะ เมทัลชีทที่นำมามุงหลังคานั้น ไม่แตกง่ายเหมือนกระเบื้องหลังคาทั่วไป
4. ความแข็งแรงทนทาน
ถ้าตามความเข้าใจของผู้เขียน แผ่นเมทัลชีท เป็นแผ่นโลหะที่เคลือบอลูซิงค์ ซึ่งจะแบ่งเกรดความแข็งแรงเป็นความหนาของแผ่นเมทัลชีทและความหนาของชั้นที่เคลือบอลูซิงค์ จากประสบการ์ของผู้เขียน แผ่นเมทัลชีท จะเสียหายก็ต่อเมื่อโดนสะเก็ด ลูกไฟ จากการ เชื่อมเหล็กจะทำให้แผ่นเมทัลชีทเสียหายได้
5. ฝนตกจะเสียงดังไหม ??
เคยมีการพูดถึงแผ่นเมทัลชีทว่ามันก็เป็นแผ่นสังกะสีนั่นเอง เวลาฝนตกเนี้ยเสียงจะดังมากจนอยู่ไม่ได้ แต่ … แผ่นเมทัลชีทจะมีการฉีดโฟมมาด้วยหรือจะมีแผ่นโฟมติดมาด้วยเพื่อลดเสียงและป้องกันความร้อนอีกชั้นหนึ่ง
ราคา !!! สำหรับราคาของแผ่น เมทัลชีท จะมีหลายแบบนะครับ ขึ้นอยู่กับความยาวการผลิต สีของแผ่น ความหนาของแผ่น ความหนาของชั้นเคลือบอลูซิ้ง ซึ่งเฉลี่ยตรามเมตรละ 450-750 บาท
สรุป
สำหรับผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า แผ่นเมทัลชีทกำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ในหลายๆที่โดยเฉพาะต่างจังหวัด หากกำลังลังเลอยู่ แผ่นเมทัลชีทก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรือบ้านของท่านเหมือนกัน
ขอบคุณข้อมูลhttp://www.nucifer.com/2015/02/07/matelsheet/
โดย saweang | พ.ย. 26, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้
เมื่อวัสดุโลหะโดนน้ำ และเราปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเพียงไม่กี่วัน กระบวนการแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ก็จะเกิดขึ้น และผลก็คือการเกิดสนิม แต่เมื่อเครื่องมือเครื่องใช้ของเรามีสนิม ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเลิกใช้ หรือโยนทิ้งเสมอไป หากรู้วิธีที่ถูกต้องในการขจัดสนิม ดังต่อไปนี้

1.เบกกิ้งโซดา : ให้นำเอาอุปกรณ์โลหะที่ขึ้นสนิมนั้น ไปล้างน้ำ แล้วสะบัดให้แห้ง จากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาลงไป เบกกิ้งโซดาจะติดอยู่กับบริเวณที่มีความชื้น ต้องแน่ใจว่า เบกกิ้งโซดา ปิดคลุมบริเวณที่เป็นสนิมไว้ทั้งหมดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยก่อนจะใช้แปรงขัดคราบสนิมนั้นออก ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง วิธีการนี้ ได้ผลดีกับวัสดุจำพวกกระทะ แหวนและโลหะบาง ๆ เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเพราะใช้ของที่มีอยู่ในครัวเรือน แต่ก็มีข้อเสียคือ หลังโรยเบกกิ้งโซดาแล้ว ต้องทิ้งไว้นาน และต้องออกแรงขัด

2.น้ำส้มสายชู : นำอุปกรณ์ที่เป็นสนิม ไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นนำขึ้นมาขัดด้วยแปรง ในกรณีที่วัสดุมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำลงไปแช่ได้ ให้ใช้ผ้าขี้ริ้วจุ่มลงในน้ำส้มสายชู จากนั้นเอามาห่อจุดที่เป็นสนิม วิธีการนี้เป็นวิธีง่าย ๆ แต่ต้องแช่ทิ้งไว้นานข้ามคืนจึงจะให้ผลที่ดี

3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน : ฟังดูเหมือนไม่น่าเชื่อว่าของพวกนี้จะใช้ขจัดสนิมได้ แต่จริง ๆ แล้ว สามารถใช้ได้ดีเสียด้วย ให้ผ่าครึ่งมันฝรั่ง จากนั้นก็นำน้ำยาล้างจานทาลงไป ให้ใช้มันฝรั่งเสมือนเป็นอุปกรณ์ในการขัด วิธีนี้ให้ผลดีกับการขจัดสนิมในบริเวณที่ไม่มากนัก บนพื้นผิวที่ขัดง่าย เช่นพวกเครื่องครัว แต่วิธีนี้ ค่อนข้างจะทำให้เลอะเทอะ ควรทำในอ่างน้ำ หรือบริเวณนอกบ้านที่ทำความสะอาดง่าย

4.กรดซิตริก : วิธีการคือ ให้นำน้ำร้อนใส่ลงในถ้วย แล้วใส้กรดซิตริกใส่ลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำอุปกรณ์ที่เลอะสนิม ลงไปแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน พอตอนเช้าให้ใช้แปรงขัดออกแล้วล้างด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้ง แต่ทั้งนี้กรดซิตริกนี้ อาจจะหาซื้อได้ไม่ง่ายนัก ต้องเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพ หรือตามร้านค้าออนไลน์

5.มะนาวและเกลือ : ให้นำเกลือไปทาให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม จากนั้นให้ผ่ามะนาว และบีบน้ำลงไป ทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วจึงขัดออก ถ้าหากขัดแล้ว ยังมีสนิมหลงเหลืออยู่ ก็ให้ทำซ้ำอีก โดยทิ้งไว้ให้นานขึ้นอาจจะเป็น 1-2 ชั่วโมง เมื่อขัดสนิมออกแล้วก็ให้ล้างและเช็ดให้แห้ง วิธีนี้ใช้กับเครื่องครัว เช่นมีด ได้ดี และเพื่อความปลอดภัย ควรสวมถุงมือ
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.sanook.com/home/13733/