โดย saweang | ก.พ. 7, 2020 | ข่าวสาร, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
นวิชา ฮวงจุ้ย เคหสถาน แนะนำให้จัดอาคารบ้านเรือนให้สอดคล้องกับผู้อยู่อาศัย โดยตรวจสอบได้จากปีเกิดของคนและฮวงจุ้ยของอาคารบ้านเรือนตามทิศหลังอิงให้มีความสอดคล้องต้องกัน ได้แก่

ธาตุดิน ผู้ที่เกิด ปีฉลู ปีมะโรง ปีมะแม ปีจอ
ธาตุน้ำ ผู้ที่เกิด ปีชวด ปีกุน
ธาตุไฟ ผู้ที่เกิด ปีมะเส็ง ปีมะเมีย
ธาตุไม้ ผู้ที่เกิด ปีขาล ปีเถาะ
ธาตุทอง ผู้ที่เกิด ปีวอก ปีระกา ดังนี้
บ้านธาตุทอง ได้แก่ บ้านที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหลังอิงทิศตะวันตก (ตามหลักฮวงจุ้ยมักใช้เฉพาะทิศตะวันตก) ส่วนประกอบที่สำคัญ สีที่ใช้ตกแต่ง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าม่าน พรม กระเบื้องควรเป็นสีขาว เหลือง น้ำตาล สีครีม สำหรับ สีที่ควรหลีกเลี่ยง คือ สีแดง สีส้ม สีชมพู กล่าวกันว่าบ้านธาตุทองย่อมสอดคล้องกับเงินทอง?เรื่องของเทพเจ้าเสือขาว เป็นทิศทางของวิญญาณธาตุ พิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ จะบันดาลให้เป็นได้ทั้งดีและร้าย ใครมีมุมเสือขาวเป็นห้องโปรด เช่น ใช้เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัว หรือชอบหลบมุมมาคิดอะไร ทำอะไรที่บริเวณนี้สม่ำเสมอ หมายถึง คุณสนใจในสิ่งลี้ลับ สัมผัส และคลุกคลีเกี่ยวกับพิธีกรรม จิตวิญญาณ หรือชอบนั่งสมาธิ หาความสันโดษให้ตัวเอง ความสามารถพิเศษที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ คือมีญาณหยั่งรู้ จิตใจคน และมองเหตุการณ์ข้างหน้าได้ถูกต้อง ดังนั้น จึงเหมาะกับคนที่ประกอบการค้า และคนที่มีจิตใจเป็นพ่อค้าหรือนักธุรกิจ
บ้านธาตุน้ำ ได้แก่ บ้านที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหลังอิงทิศเหนือ หรือมีทิศเหนือเป็นทิศประจำธาตุ บ้านธาตุน้ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ สำหรับภาพทะเล ชายหาด แม่น้ำล้วนเป็นภาพมงคล ส่วนภาพภูเขา ป่าทึบ เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมและเป็นมงคล
ส่วนสีที่ใช้ตกแต่งบ้านธาตุน้ำที่ดีที่สุดควรเป็นสีขาว สีฟ้าอ่อน น้ำเงิน สีทอง และสีที่ควรหลีกเลี่ยง ก็คือ สีเหลือง สีครีม สีน้ำตาล และสีแดง นอกเหนือไปจากทิศที่ตั้งแล้ว กล่าวกันว่าบ้านธาตุน้ำที่ไม่มีน้ำอยู่ในบ้านจะกลับกลายเป็นอัปมงคลไปในทันที
คนที่มีดวงชะตาสอดคล้องกับบ้านธาตุน้ำ คือคนฮวงจุ้ยตะวันออก ส่วนคนที่ควรหลีกเลี่ยงบ้านธาตุน้ำ คือ คนปีม้า

บ้านธาตุไม้ ได้แก่ บ้านที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งหลังอิงทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเป็นทิศประจำธาตุ ตามหลักวิชาฮวงจุ้ยถือว่าธาตุไม้หมายถึงการเจริญเติบโตเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงและธาตุไม้เป็นตัวแทนของ มังกรเขียว จะต้องมีขนาดที่สูงกว่าบ้านข้างเคียงจึงจะเป็นมงคลบ้านธาตุไม้ที่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบถือเป็นมงคลแล้ว การติดตั้งภาพน้ำ ไม่ว่าจะเป็นทะเล ชายหาด แม่น้ำ ถือเป็นภาพมงคลอย่างมาก เพราะมีหัวใจเป็นธาตุน้ำ คือ เต่าดำ และสีน้ำเงิน, น้ำตาล, เทาเข้ม (อาชีพ) เพราะน้ำให้ชีวิตแก่ต้นไม้ ขาดน้ำต้นไม้ก็หมดสภาพตายไปในที่สุด เช่นเดียวกัน ความมั่งคั่งร่ำรวยนั้นมาจากอาชีพ หรือผลประโยชน์รายได้จากมรดก และการงานหากขาดอาชีพผลประโยชน์รายได้เมื่อใด ความมั่งคั่งร่ำรวยก็พลอยหายไปด้วย
สีที่ใช้ตกแต่งบ้านธาตุไม้ที่ดีที่สุดควรเป็นสีเขียว สีฟ้า น้ำเงิน และสีที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือ สีขาว สีทอง เพราะเป็นสีของธาตุโลหะกล่าวกันว่าบ้านธาตุไม้คนที่มีจิตใจเป็นพ่อค้าหรือนักธุรกิจ คนที่มีดวงชะตาสอดคล้องกับบ้านธาตุไม้ คือคนฮวงจุ้ยตะวันออก ส่วนคนที่ควรหลีกเลี่ยงบ้านธาตุไม้ คือ คนปีไก่
บ้านธาตุไฟ บ้านที่หลังคาแหลม (บ้านทรงไทย) ในวิชาฮวงจุ้ยเคหสถาน ถือว่าธาตุไฟ หมายถึง พลังอำนาจ ถ้าผู้อยู่อาศัยรู้จักดูแลควบคุมได้ก็จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ แต่ถ้าขาดการควบคุมจะหาความแน่นอนไม่ได้และมักจะถูกจำกัดพลังหรือกีดกันความสามารถ ดังนั้นผู้พักพิงอาศัยในบ้านธาตุไฟต้องเป็นผู้มีพลังอำนาจ หรือเป็นคนที่มีบารมี จึงจะอยู่อาศัยแล้วเจริญรุ่งเรือง สำหรับ คนทั่วไปพักพิงในบ้านทรงไทย สุขภาพและฐานะการเงินจะขาดความมั่นคง
สำหรับสีที่ใช้ตกแต่งบ้านธาตุไฟดี คือ แดง ส้ม ชมพู เขียว (หลังคาแดง) และควรหลีกเลี่ยงสีธาตุน้ำ ส่วนคนที่ควรหลีกเลี่ยงบ้านธาตุไฟมากที่สุดคือ คนปีหนู
บ้านธาตุดิน ได้แก่ บ้านทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส สามารถรองรับธาตุอื่นๆ ได้ทุกธาตุ เช่น น้ำอยู่ในดิน ไม้อาศัยดิน โลหะอยู่ในดิน ไฟเสริมดิน ทั้งนี้ เพราะธาตุดินตามความหมายในทางฮวงจุ้ย หมายถึง ความหนักแน่นมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง บ้านธาตุดิน เหมาะสมกับคนทั่วไปตั้งอยู่ในตำแหน่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้
กำหนดให้ใช้ สีเหลือง น้ำตาล แดง ชมพู สำหรับ สีเขียว เป็นสีที่ควรหลีกเลี่ยง ที่สำคัญ ควรจดจำก็คือ อาคารบ้านเรือนธาตุดินไม่ควรปลูกต้นไม้มากถึงขนาดบดบังแสงอาทิตย์ เพราะจะทำให้มีลักษณะเป็นหยินมากเกินไป ลองจัดมุมนี้ให้เรียบร้อยด้วยตุ๊กตาน่ารัก แก้วคริสตัลสีเหลืองจะเสริมให้จิตใจสงบ
อย่างไรก็ตาม การนำวัตถุหรือสีมาตกแต่ง เพื่อเสริมสร้างและแก้ไขให้ความเป็นอยู่ตามสถานที่นั้นตามธาตุตามทิศ ได้ครบถ้วน ส่วนผังของทิศที่ขาดหายไป แล้วนำมาดัดแปลงแก้ไข ตามหลักเบญจธาตุ ก่อให้เกิด ความเจริญรุ่งเรือง และความสุข
ขอบคุณข้อมูลจากwww.myhai.com บทความ : อ. ตั้ม ศรีนเรศพยากรณ์ Horolive
โดย saweang | ก.พ. 6, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ปลูกบ้านใหม่ อยากตั้งศาลเพื่อความเป็นสิริมงคลมีขั้นตอนอย่างไร
เข้าสู่ปี 2563 มาไม่กี่วันหลายท่านใช้ฤกษ์งามยามดีถือโอกาสย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่ เริ่มต้นชีวิตด้วยอะไรใหม่ๆ เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยตั้งแต่ต้นปี และก็มีอีกหลายท่านจัดแจงปัดกวาด เช็ดถูทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายไม่ว่าจะเป็นทาสีบ้านใหม่ ปูกระเบื้องใหม่ ยาแนวใหม่ ซ่อมหลังคาแตกร้าว ทั้งหมดก็เพื่อต้อนรับปีใหม่เป็นการเอาเคล็ดให้ชีวิตมีแต่ความราบรื่นไม่มีสะดุด เฮงๆ ตลอดปี
และในวันนี้พี่เข้ก็มีสาระดีๆมาฝากกันซึ่งก็ต้องบอกว่าเกี่ยวข้องกับความเชื่อนั่นก็คือ “ศาลพระภูมิ” ที่เรารู้จักกันดี คอนเทนต์นี้จึงเหมาะกับท่านที่กำลังคิดจะตั้งศาลพระภูมิ หรือซ่อมแซม หรือเปลี่ยนศาล ย้ายศาล เพื่อนำไปปฎิบัติใช้ให้ถูกต้อง นำความเป็นสิริมงคลมาสู่เจ้าของบ้านต้อนรับปีใหม่ 2563 นี้
ทำไมต้องตั้งศาลพระภูมิ
ศาลพระภูมิ ตามความเชื่อแต่โบราณ สร้างไว้สำหรับเป็นที่สถิตของเทพารักษ์เพื่อให้ช่วยคุ้มครองปกปักรักษาคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยเป็นการผสมผสานระหว่างศาสต์ด้านศาสนา พิธีกรรม และความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู
บริเวณบ้านที่เหมาะสมกับการตั้งศาลพระภูมิ
ถือเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเป็นอย่างแรก ไม่ใช่แค่ดูสถานที่ตั้งแต่เพียงอย่างเดียว เรื่องของทิศทางว่าศาลควรหันหน้าไปทางทิศไหนจึงจะเหมาะ รวมถึงวันและฤกษ์ตั้ง, ความสูงของศาลพระภูมิและผู้ประกอบพิธีกรรมการตั้งศาลพระภูมิทุกอย่างล้วนสำคัญทั้งหมด
ทิศมงคลสำหรับตั้งศาลพระภูมิ
ส่วนมากแล้วนิยมตั้งทางทิศ บูรพา (ทิศตะวันออก) หรือ ทิศอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) หรือ ทิศอาคเณย์ หรือ (ทิศตะวันออกเฉียงใต้) ส่วนทิศที่ต้องห้ามได้แก่ ทิศตะวันตกและทิศใต้
สถานที่ตั้งมีข้อควรปฎิบัติอะไรบ้าง ?
1. ต้องเป็นบริเวณพื้นดิน และต้องไม่ใช่บริเวณเดียวกับพื้นของตัวบ้าน
2. ควรอยู่ห่างจากบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ และอย่าหันหน้าเข้าหาห้องน้ำ
3. ที่ตั้งของศาลต้องไม่ถูกเงาของตัวบ้านสะท้อนลงมาบังหรือทับ
4. ไม่ควรตั้งศาลให้หันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน
5. ความสูงของศาล ควรอยู่สูงเหนือระดับสายตาของผู้เป็นเจ้าของบ้านขึ้นไปเล็กน้อย
ต้องมีการเตรียมหลุมเสาก่อน
ก่อนตั้งเสาศาลพระภูมิ จะต้องมีการเตรียมหลุมเสียก่อน โดยภายในหลุมให้มีสิ่งของมงคลใส่อยู่ข้างใน ดังต่อไปนี้
1.เหรียญเงิน 9 เหรียญ
2.เหรียญทอง (เหรียญสลึงหรือ 50 สตางค์ก็ได้) 9 เหรียญ
3.ใบเงิน 9 ใบ
4.ใบทอง 9 ใบ
5.ใบนาค 9 ใบ
6.ใบรัก 9 ใบ
7.ใบมะยม 9 ใบ
8.ใบนางกวัก 9 ใบ
9.ใบนางคุ้ม 9 ใบ
10.ใบกาหลง 9 ใบ
11.ดอกบานไม่รู้โรย 9 ดอก
12.ดอกพุทธรักษา 9 ดอก
13.ไม้มงคล 9 ชนิด
14.แผ่น เงิน,ทอง,นาค 1 ชุด
15.พลอยนพเก้า 1 ชุด
ส่วนประกอบสำคัญของศาลพระภูมิมีอะไรบ้าง ?
อย่างที่กล่าวตั้งแต่ตอนต้นว่า ศาลพระภูมิ เป็นที่สถิตของเทพารักษ์ เทวดาทั้งหลาย ดังนั้นภายในศาลต้องมี รูปเทพารักษ์ที่ประดิษฐานไว้ในศาลพระภูมิ หรือที่เรียกว่า “จะเหว็ดศาลพระภูมิ” ทำจากไม้นำมาแกะสลักหรือเขียนเป็นรูปเทวดาถือพระขรรค์ นอกจากนี้ต้องมี ตุ๊กตาชาย/หญิง อย่างละ 1 คู่, ตุ๊กตาช้าง/ม้า อย่างละ 1 คู่ รวมถึงหุ่นละคร 2 โรง
วันและฤกษ์ตั้งศาล
วันอาทิตย์ เวลา 6.09 น. – 8.19 น.
วันจันทร์ เวลา 8.29 น. – 10.39 น.
วันอังคาร เวลา 6.39 น. – 8.09 น.
วันพุธ เวลา 8.39 น. – 10.19 น.
วันพฤหัสบดี เวลา 10.49 น. – 11.39 น.
วันศุกร์ เวลา 6.19 น. – 8.09 น.
วันเสาร์ เวลา 8.49 น. – 10.49 น.
เป็นที่น่าสังเกตว่าศาลพระภูมินิยมแต่เฉพาะภาคกลางเท่านั้น ไม่นิยมในภาคอื่น ๆ อย่างไรก็ตามสำหรับท่านที่เตรียมตั้งศาลพระภูมิไว้ที่บ้านเพื่อคุ้มครองรักษาคนในครอบครัว ถ้าได้ปฎิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้ชีวิตมีแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งยังเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี
และสำหรับท่านใดที่ปลูกบ้านในสไตล์โมเดิร์น ทันสมัย ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องที่ว่าศาลพระภูมิจะทำให้ดูเชยหรือไม่เข้ากับบ้าน เพราะยุคนี้เขาก็มีศาลพระภูมิดีไซน์ที่หลากหลาย ทันสมัย เก๋ ๆ จำหน่ายอยู่มากมาย ทำจากวัสดุไม้บ้าง ปูนบ้าง สามารถเลือกได้ตามใจชอบ
และที่สำคัญไม่ว่าคุณเลือกศาลพระภูมิไว้กราบไหว้เป็นแบบใดก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือการหมั่นดูแลรักษาความสะอาดทั้งตัวศาลและบริเวณโดยรอบอย่างสม่ำเสมอให้เหมือนกับบ้านของคุณต้องไม่ลืมว่าศาลตั้งอยู่กลางแจ้ง ถูกแดด ถูกฝน ดังนั้นเรื่องของวัสดุที่ใช้ อาทิ ยาแนว ก็ควรเป็นยาแนวชนิดพิเศษที่ไม่ก่อให้เกิดราดำหรือตะไคร่ หรือหากพื้นปูด้วยกระเบื้องผิวเรียบก็อาจต้องใช้น้ำยากันพื้นลื่นทาช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับตัวคุณ
และนอกจากนี้หมั่นบูชา กราบไหว้ ด้วยวัตถุปัจจัยตามโอกาสก็จะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ครอบครัวของตัวคุณอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.jorakay.co.th/
โดย saweang | ก.พ. 5, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
คงมีหลายคนที่เคยได้ยินชื่อของ Metal Sheet หรือหลังคาเหล็กมาก่อน บางคนก็เคยเห็นว่ามีลักษณะเป็นแบบไหน แต่ส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่า Metal Sheet นั้นทำจากวัสดุอะไร มีกี่ประเภท มีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกใช้หลังคาแบบอื่น วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กัน
หลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet คือ แผ่นโลหะที่มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ อาจทำจากเหล็ก ทองแดง อลูมิเนียมหรือโลหะอื่นก็ได้ แต่ Metal Sheet ที่ใช้ทำหลังคาในเมืองไทยส่วนใหญ่จะทำจากวัสดุที่เป็นเหล็ก นำมารีดให้เป็นลอนแล้วขึ้นเป็นรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผ่นตรง แผ่นโค้งทั้งชิ้น หรือแผ่นโค้งส่วนปลาย เพื่อให้เหมาะสำหรับงานมุงหลังคา งานกั้นผนัง งานบานเกล็ด หรืองานครอบมุมต่าง ๆ เป็นต้น

Metal Sheet ก่อนนำมาขึ้นรูปจะมีลักษณะเป็นแผ่นโลหะบางและเรียบมี 2 แบบ คือ
- แผ่นเคลือบอลูซิงค์ เป็นแผ่นเหล็กที่นำมาเคลือบสารที่มีส่วนผสมหลักคือสังกะสีและอลูมิเนียม โดยแผ่นเคลือบอลูซิงค์นี้จะมีความสวยงามกว่าแผ่นสังกะสีทั่ว ๆ ไป เพราะมีความเงางามจากอลูมิเนียมด้วย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการป้องกันการผุกร่อนจากการขึ้นสนิมได้ดีกว่าด้วย
- แผ่นเคลือบสี เป็นแผ่นเหล็กที่หลังจากนำมาเคลือบอลูซิงค์หรือเคลือบสังกะสีอย่างเดียว แล้วนำมาเคลือบสีทับอีกชั้นหนึ่งเพื่อเพิ่มความสวยงาม
วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างต่าง ๆ มักจะมีคำศัพท์เทคนิคที่ใช้เรียกเฉพาะ บางคำเราเห็นก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร บางตัวก็เป็นค่าที่อ่านดูก็ไม่แน่ใจว่าค่ามากหรือน้อยจะดีกว่ากัน หลังคาเหล็ก Metal Sheet ก็มีคำศัพท์เฉพาะเหล่านี้เหมือนกัน มาเรียนรู้คำศัพท์เหล่านี้ไว้เพื่อนนำไปใช้ประโยชน์ได้เมื่อถึงคราวที่ต้องเลือกซื้อหลังคาเหล็กจะได้เลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม
- BMT (Base Metal Thickness) ความหนาของแผ่นเหล็กก่อนที่จะเคลือบอลูซิงค์
- TCT (Total Coated Thickness) ความหนารวมแผ่นเหล็กหลังเคลือบอลูซิงค์และเคลือบสีแล้ว
- AZ 50, AZ 70, AZ 90, AZ 100, AZ 150 ตัว AZ ตามด้วยตัวเลข คือ ระดับของการเคลือบสารอลูซิงค์ ตัวเลขยิ่งมากก็หมายถึงจำนวนกรัมต่อตารางเมตรของสารที่เคลือบทั้ง 2 หน้า ซึ่งมีผลทำให้แผ่นหลังคาเหล็กนั้นมีความแข็งแรงและทนทานกว่าด้วย ต้องบอกกันไว้หน่อยว่าความทนทานของ Metal Sheet ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นเหล็กก่อนเคลือบหรือ BMT แต่จะขึ้นอยู่กับระดับของการเคลือบสารอลูซิงค์นี้
- G300, G550 ค่า Yield Strength ก่อนอื่นต้องรู้คุณสมบัติของเหล็กก่อนว่าเมื่อโดนดึงมันจะแข็งขึ้นจนถึงจุดหนึ่งที่แข็งที่สุด ถ้าดึงต่อเหล็กจะขาดค่า Yield Strength นี้เป็นตัวบอกว่าเหล็กแข็งแค่ไหน เช่น G550 แข็งกว่า G300 แต่จะเปราะและหักง่ายกว่า จึงเหมาะที่จะนำมาใช้งานที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป

คราวนี้หากจะลองเปรียบเทียบดูถึงข้อดีและข้อเสียของหลังคาเหล็ก Metal Sheet กับกระเบื้องคอนกรีตลอนคู่ที่เป็นที่นิยมในการนำมามุงหลังคากัน จะเปรียบเทียบได้ดังนี้
- ราคา หากคิดรวมโครงสร้างของหลังคาทั้งหมดแล้ว กระเบื้องลอนคู่จะมีราคาแพงกว่า เนื่องจากใช้โครงหลังคาและฐานรากมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่มาก ๆ แล้ว แผ่นหลังคา Metal Sheet จะประหยัดกว่ามาก
- ความลาดชัน กระเบื้องลอนคู่ต้องปูให้ลาดชันไม่น้อยกว่า 15 องศา ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet ปูให้ลาดชันแค่เพียง 1-5 องศาเท่านั้น
- น้ำหนัก กระเบื้องลอนคู่ผลิตจากคอนกรีตจึงมีน้ำหนักมาก ต่อตารางเมตรหนักถึง 49 กิโลกรัม ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet หนักต่อตารางเมตรเพียงแค่ 4.2-6.2 กิโลกรัมเท่านั้น การติดตั้งหลังคาเหล็ก Metal Sheet จึงทำได้ง่ายและสะดวกกว่ามาก
- การกันความร้อน กระเบื้องลอนคู่จะร้อนกว่าเนื่องจากคอนกรีตสะสมความร้อน ส่วนหลังคาเหล็กมีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนได้ดีกว่า ทำให้อากาศภายในอาคารไม่ร้อนอบอ้าว
- การกันฝน หลังคาเหล็ก Metal Sheet จะกันน้ำกันฝนได้ดีกว่า เพราะปูได้แนบสนิทและมีรอยต่อน้อยกว่า หลังคากระเบื้องคอนกรีตมักประสบปัญหาน้ำรั่วจากหลายสาเหตุด้วยกัน
- ความแข็งแรงทนทาน กระเบื้องคอนกรีตจะเริ่มแตกร้าวเมื่อผ่านการใช้งานไปประมาณ 5 ปี ในขณะที่หลังคาเหล็ก Metal Sheet นั้น จะอยู่ทนทานได้นานถึง 15 ปี
- ความสวยงาม หลังคาเหล็ก Metal Sheet จะไม่มีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอของสี ๆ สีจะออกมาสวยงามเหมือนกันทุกรุ่น ส่วนกระเบื้องคอนกรีตอาจมีสีที่ไม่สวยเสมอกันทุกชิ้น ขนาดก็อาจจะไม่สม่ำเสมอด้วย ทำให้ปูยาก รอยต่อไม่แนบสนิทและสีไม่สวยงาม
- อันตรายจากวัสดุ ถ้าเป็นหลังคาเหล็กจะไม่มีอันตรายจากวัสดุเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นกระเบื้องคอนกรีตอาจมีเชื้อราหรือสีที่หลุดลอกออกมาเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
- เสียงดังขณะฝนตก หากหลังคาเหล็ก Metal Sheet จะมีข้อเสีย ก็คงจะเป็นเรื่องของเสียงดังขณะฝนตกเท่านั้น ซึ่งกระเบื้องคอนกรีตจะกันเสียงได้ดีกว่า
อ่านถึงตรงนี้แล้วหวังว่าคงรู้ว่าหลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet กันมากขึ้น หากถึงคราวต้องเลือกวัสดุมุงหลังคา ก็อย่าลืมว่ามีหลังคาเหล็กหรือ Metal Sheet ที่มีข้อดีมากมายให้เลือกใช้ด้วย
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.secsteel.com
โดย saweang | ม.ค. 27, 2020 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
บ้านถือว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเพื่อการใช้เวลาอยู่ร่วมกันภายในครอบครัว และเป็นสถานที่คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แน่นอนว่าการตกแต่งบ้านจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้บ้านน่าอยู่ อีกทั้งเวลาที่เรามองไปรอบๆ แล้วจะเกิดความรู้สึกสบายตาสบายใจอย่างการ “ทาสีบ้านโทนเย็น” นอกจากจะสวยงามดูมีรสนิยมแล้ว ยังสามารถทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงอีกด้วย วันนี้เรามีไอเดียการตกแต่งบ้านด้วยการ ทาสีบ้านโทนเย็น มาฝาก รับรองว่าคุณผู้อ่านสามารถนำไปเป็น reference ในการทาสีบ้านหรือตกแต่งบ้านได้แน่นอน
สีโทนเย็น #สีเขียวเหลือง

เพิ่มสีสันคัลเลอร์ฟูลด้วยสีคลายร้อนแห่งความสนุกสนานอย่าง “สีเขียวเหลือง” ที่จะช่วยเนรมิตบรรยากาศในบ้านของคุณให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิคในยุค 80 ผสมผสานกับสไตล์วินเทจเบาๆ เป็นสีที่มองแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สามารถช่วยเพิ่มพลังในการทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน อีกทั้งยังทำให้บ้านดูสว่างขึ้น อาจเลือกทาสีบ้านเป็นสีเขียวใช้เฟอร์นิเจอร์สีเหลือง หรือทาสีเหลืองแต่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเขียว อาจจะนำรูปภาพศิลปะในโทนเขียวเหลืองมาตกแต่งเพิ่มก็ดูเข้ากัน




สีโทนเย็น #สีเขียว

“สีเขียว” เปรียบเสมือนสีของธรรมชาติที่แท้จริง มองแล้วทำให้รู้สึกสบายตาสบายใจ สัมผัสถึงกลิ่นอายของต้นไม้ใบไม้ จึงเหมาะสำหรับห้องที่ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยเป็นเวลานานๆ อย่างห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น เป็นการ ทาสีบ้านโทนเย็น ที่แสดงถึงความอบอุ่นภายในครอบครัว อาจจะใช้เป็นสีเขียวสดหรือสีเขียวเข้มเพื่อเพิ่มความสดใสให้กับบ้าน นำมาตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีขาว สีเทา หรือเลือกเป็นสีเขียวอ่อน ก็ช่วยให้ดูน่ามองมากยิ่งขึ้น




สีโทนเย็น #สีน้ำเงิน

ใครที่ชื่นชอบความสงบ สุขุม นุ่มลึก ลองเปลี่ยนมาทาสีบ้านโทนเย็น ด้วย “สีน้ำเงิน” เป็นสีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ซ้ำแบบใคร โดยเฉพาะห้องทำงานสามารถช่วยให้คุณเกิดไอเดียความคิดสร้างสรรค์ หรือจะใช้สีน้ำเงินในห้องนอน หรือส่วนของ outdoor ก็ให้อารมณ์เท่ดูแปลกตา อาจเลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวในสไตล์โมเดิร์น แต่ถ้าใครเน้นความหรูหราแนะนำว่าให้เลือกเป็นโซฟาผ้ากำมะหยี่ หรือโต๊ะสีสันสดใสก็ดูเข้ากัน




สีโทนเย็น – สีม่วงน้ำเงิน

มาเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านให้ดูน่าค้นหากับ “สีม่วงน้ำเงิน” ซึ่งเป็นสีที่หลายๆ คนอาจไม่กล้าที่จะนำมาใช้ทาสีบ้านกันเท่าไหร่ แต่อยากบอกว่าสีนี้กำลังเป็นสีที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะแสดงถึงความมีเสน่ห์ เซ็กซี่ ของรสนิยมเจ้าของบ้าน สามารถแต่งได้หลายสไตล์ทั้ง Modern, Contemporary หรือ Vintage สีม่วงน้ำเงินเหมาะสำหรับการตกแต่งในห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องที่ใช้สำหรับการพบปะสังสรรค์เพิ่มความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น




สีโทนเย็น #สีขาว

การทาสีบ้านโทนเย็นอย่าง “สีขาว” เป็นสีที่แสดงถึงความสงบ สบาย ดูสะอาดตา เหมาะสำหรับทุกๆ ห้องภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว การตกแต่งบ้านด้วยโทนสีขาวไม่จำเป็นต้องใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาวเสมอไป แนะนำว่าควรเลือกเป็นเฟอร์นิเจอร์สีไม้หรือสีเทา เพื่อเป็นการเพิ่มมิติให้ดีไซน์ของตัวบ้าน หรือถ้าชอบแนวสดใสอาจจะใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์สีแดงสดก็ดูโมเดิร์นไปอีกแบบ




สีโทนเย็น #สีฟ้า

ปิดท้ายกันด้วยสีคลายร้อนอย่าง “สีฟ้า” เป็นอีกหนึ่งสีที่บ้านส่วนใหญ่เลือกใช้ เปรียบเสมือนการนำเอาทะเลมาไว้ภายในบ้าน ได้อารมณ์เย็นสบาย เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้บ้านสดใสที่มีชีวิตชีวา แต่ถ้าอยากสัมผัสกลิ่นอายของบ้านพักตากอากาศให้มากขึ้น ลองหยิบคอลเลกชั่นกรอบรูปของคุณมาตกแต่ง เพิ่มเติมด้วยเก้าอี้หวายสักตัว รับรองว่าได้ฟีลวินเทจ ผสมผสานกับทาสีบ้านโทนเย็นและเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างลงตัว




การทาสีบ้านโทนเย็นนั้นนอกจากจะช่วยสร้างอารมณ์และบรรยากาศที่ร่มรื่นผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถทำให้สมาชิกที่อยู่ในบ้านมีรอยยิ้มอีกด้วย เพียงเลือกใช้โทนสีที่คุณชอบและเหมาะสมกับบ้านของคุณ คราวนี้อยากให้บ้านเป็นแบบไหนก็ใช้สีเป็นตัวช่วยในการสื่อสาร รับรองว่าคุณจะต้องมีความสุขในการแต่งบ้านอย่างแน่นอน
ขอบคุณข้อมูลจากCR : pinterest.com & https://www.central.co.th/e-shopping/cool-paint-colors/
โดย saweang | พ.ย. 25, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน…ให้เหมาะสมและลงตัว
บ้านเป็นสถานที่พักพิง เป็นที่ๆคนหลายคนมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว และเป็นสถานที่สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้านเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้น มีหลายท่านที่เลือกสีทาบ้านตามวันเกิด เพราะเชื่อในเรื่องดวงชะตา แต่ก็มีอีกหลายท่านเช่นกันที่เลือกสีทาบ้านตามความชอบของตนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ควรศึกษารายละเอียดและหลักในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อทำให้บ้านซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราดูเหมาะสมและลงตัวมากทีสุด
เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้านให้เหมาะสมและลงตัว
พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน
สำหรับท่านที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ อย่างสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส และทำให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่มากขึ้น กรณีัที่บ้านของคุณดูกว้างเกินโล่งเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น
ประเภทแสงส่าง
Ambient Light…เป็นแสงที่ทำหน้าที่ส่องสว่างเป็นตัวหลักในห้อง ช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านนั้นให้แสงกระจายทั่วไปเท่ากันทั้งบริเวณพื้นที่ใช้งาน ไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามมากนัก
Task Light...เป็นแสงสว่างสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ เช่น เย็บผ้า ห้องครัว ห้องทำงาน เป็นต้น
Accent Light...แสงส่องเน้น เป็นแสงที่ช่วยเน้นให้จุดเด่นของห้องชัดเจนขึ้น เช่น เน้นผนังหินธรรมชาติ หรือการเน้นโซฟาตัวกลาง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่น
Decorative Light…เป็นแสงที่ได้จากโคมหรือหลอดที่สวยงามเพื่อสร้างจุดสนใจในการตกแต่งบ้าน
.jpg)
สีทาบ้านสีกลางๆอาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป
หลายท่านอาจคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นๆได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆก็อาจทำใ้ห้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น

ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ
หลังจากตัดสินใจเลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์ให้เฉดสีออกมาต่างกัน ฉะนั้นคุณควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย หากได้ตามที่คุณต้องการก็ไปซื้อเลยค่ะ

เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของต่างๆภายในบ้าน
การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆภายในบ้าน จะำทำให้การตกแต่งบ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิ พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หลังงานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วยก็ยิ่งดี
.jpg)
Cr. http://bit.ly/สีทาบ้าน CR. https://www.beger.co.th/