Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
โครงสร้างเหล็ก Archives - Page 11 of 18 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ผนังสมาร์ทบอร์ด ใช้ทดแทนผนังก่ออิฐได้จริงหรือ

ผนังสมาร์ทบอร์ด ใช้ทดแทนผนังก่ออิฐได้จริงหรือ

หลายครั้งที่มีคนเอ่ยถึงการนำแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์อย่าง “สมาร์ทบอร์ด” มาใช้ทำฝาผนังทดแทนผนังก่ออิฐ อาจมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจมากมายกับการเปรียบเทียบวัสดุทั้งสองชนิดนี้

ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความแข็งแรง การรับน้ำหนักวัตถุที่นำมาติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรอบรูป หรือ เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินต่างๆ การกั้นเสียงจากภายในไม่ให้ออกภายนอกไม่ให้เข้า การทนต่อสภาวะอากาศภายนอกที่ผันแปร ทั้งแดด ฝน ลมกรรโชกแรง และที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัย เช่น การโจรกรรม หรือ เหตุเพลิงไหม้ ที่ผนังนั้นควรมีความแข็งแรง และสามารถทนไฟได้นานพอที่ทุกคนในบ้านจะหนีได้ทันการณ์

อิฐ” เป็นวัสดุที่ทุกคนรู้จักกันดีและนิยมใช้กันมาตั้งแต่อดีต ในขณะที่การก่อผนังด้วยอิฐต้องพึ่งแรงงานฝีมือช่างซึ่งปัจจุบันหายากมากขึ้นเรื่อยๆ “แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด” วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ที่สามารถใช้กับงานผนังได้ทั้งภายในและภายนอกในระบบผนังโครงเบา ก็กำลังเริ่มเป็นที่นิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้างมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว รวมทั้งมีคุณสมบัติต่างๆ ที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงหรือเทียบเท่าผนังก่ออิฐอีกด้วย ทั้งเรื่องความแข็งแรง การกันเสียง การทนแดดฝน และการกันความร้อน และที่โดดเด่นคือเรื่องของน้ำหนักที่เบากว่าผนังก่ออิฐถึง 6 เท่า

ความแข็งแรง
เรื่องความแข็งแรงนั้น คนส่วนใหญ่อาจมองว่าผนังก่ออิฐสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าผนังสมาร์ทบอร์ด เพราะสามารถรับน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน หรือของที่นำมาแขวนผนังได้แทบทั้งหมด รวมถึงการกรุผิวด้วยวัสดุที่มีน้ำหนักมาก เช่น กระเบื้อง หรือ หินแกรนิตได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตกหล่น โดยน้ำหนักต่อจุดที่ผนังก่ออิฐสามารถรับได้คือ 30 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ความสามารถในการรับน้ำหนักของอิฐอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและกรรมวิธีของผู้ผลิตแต่ละราย)

แต่รู้หรือไม่ว่าการแขวนของบนผนังสมาร์ทบอร์ด หนา 8 มม. โดยใช้พุกพลาสติกผีเสื้อ PT-13 ที่ใช้งานคู่กับตะปูเกลียวแล้วละก็ จะสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัมต่อจุดเลยทีเดียว (หากตอกตะปูเพื่อแขวนของทั่วไป เช่น กรอบรูป นาฬิกาแขวน ฯลฯ จะรับน้ำหนักได้ประมาณ 3-4 กิโลกรัม)

การติดตั้งพุกพลาสติกผีเสื้อ เพื่อยึดแขวนของบนสมาร์ทบอร์ด

การก่อผนังสองชั้นเว้นช่องว่างกลางอากาศตรงกลาง ป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน 
ที่มาภาพ: www.bloggang.com/

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่า ผนังเบาที่กรุด้วยแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์อย่างสมาร์ทบอร์ดนั้น นับว่าทดแทนการใช้ผนังก่ออิฐได้ มิใช่แค่งานต่อเติมบ้าน ปรับปรุงบ้านเท่านั้น

แม้จะเป็นการสร้างบ้านใหม่ทั้งหลัง ก็สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจไร้กังวล หากมีช่างผู้เชี่ยวชาญที่ติดตั้งงานได้อย่างถูกต้อง ตรงตามมาตรฐานของผู้ผลิตและตามมาตรฐานในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ได้คุณสมบัติตามต้องการ ที่มากไปกว่านั้นคือ “สมาร์ทบอร์ด” เป็นวัสดุที่สามารถรื้อถอนเพื่อนำไปประกอบติดตั้งใหม่ได้ จึงนับว่าช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้อีกทางหนึ่ง

แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ด 

 

อิฐมอญ
ที่มาภาพ: www.it-angthong.com

การกันเสียงรบกวน
หากเป็นการกั้นห้องภายในบ้านทั่วไป ควรมีค่า STC 38-40 โดยประมาณ ซึ่งการใช้แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ดหนา 8 มิลลิเมตร ติดตั้งบนโครงคร่าวสำเร็จจะมีค่าการกันเสียง ประมาณ STC 39  ในขณะที่ผนังก่ออิฐมอญครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้าน มีค่าการกันเสียง STC 38

การกันความร้อน
เมื่อพูดถึงการกันความร้อน หากใช้สมาร์ทบอร์ดหนา 8 มิลลิเมตร ติดตั้งกับโครงคร่าวสำเร็จ จะมีค่าการกันความร้อนประมาณ R = 0.5 (m2 K/W) ส่วนผนังก่ออิฐมอญครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้าน มีค่าการกันความร้อนประมาณ R = 0.3 (m2 K/W) จะเห็นได้ว่าผนังก่ออิฐครึ่งแผ่นฉาบปูนสองด้านจะทำให้ภายในบ้านมีอุณหภูมิ สูงมากกว่าการใช้ระบบผนังสมาร์ทบอร์ด

โดยธรรมชาติอิฐมอญเป็นวัสดุที่มีการสะสมความร้อนอยู่ในตัวเอง การใช้ผนังก่ออิฐจะทำให้บ้านร้อนในช่วงกลางวันจนถึงหัวค่ำ หากต้องการให้บ้านไม่ร้อนมากนัก สามารถทำได้โดยการก่อผนังอิฐสองชั้นแล้วเว้นช่องอากาศไว้ตรงกลาง ความร้อนจะมาสะสมอยู่ที่ช่องนี้ก่อน ไม่ส่งผ่านความร้อนโดยตรงสู่ภายในบ้าน

แต่ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านลดลง และยังเพิ่มน้ำหนักให้กับโครงสร้างอีกด้วย
ส่วนงานผนังสมาร์ทบอร์ดสามารถใช้ควบคู่กับการใช้ฉนวนกันความร้อนเพื่อป้องกัน ความร้อนเข้าสู่ภายในบ้าน การทำผนังทั้งสองรูปแบบนี้ นอกจากจะช่วยประหยัดแอร์แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในระยะยาวอีกด้วย
 
การกันความชื้น
ถัดมาคือเรื่องความชื้น ผนังภายนอกที่ต้องเจอกับน้ำฝนซัดสาดมาปะทะผนัง แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ดจะมีคุณสมบัติการทนน้ำไม่เปื่อยยุ่ย ไม่บวม น้ำไม่ซึมผ่านไปอีกด้าน เมื่อติดตั้งผนังสมาร์ทบอร์ดเสร็จแล้วแนะนำให้ทาสีรองพื้นปูนเก่า 1 ชั้น และทาทับด้วยสีน้ำอะคริลิกชนิดทาภายนอกอย่างน้อย 2 ชั้นเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน

ส่วนอิฐนั้นเป็นวัสดุมีการดูดซึมน้ำที่สูง ผนังก่ออิฐควรใช้ควบคู่กับการฉาบปูนทับหน้าผนังด้านที่ต้องสัมผัสกับภายนอก เพื่อกันไม่ให้น้ำหรือความชื้นซึมผ่านเข้ามาภายในบ้านจนเกิดปัญหากวนใจได้

การทนไฟ
นอกจากคุณสมบัติข้างต้นยังมีเรื่องการทนไฟ ซึ่งควรป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า

หากต้องการให้ทนไฟ 1 ชั่วโมง การใช้ผนังก่ออิฐครึ่งแผ่นฉาบด้วยปูนทั้งสองด้านจะสามารถทนไฟได้ เทียบเท่ากับ การใช้แผ่นผนังสมาร์ทบอร์ดตราช้างหนา 12 มิลลิเมตรด้านละสองชั้น และกรุตรงกลางด้วยฉนวนกันร้อนทนอุณหภูมิสูงตราช้าง “HI-TEMP 3850

ส่วนการทำผนังให้ทนไฟได้นานถึง 2 ชั่วโมง ต้องเป็นผนังก่ออิฐแบบเต็มแผ่นฉาบปูนทั้งสองด้านของผนัง สำหรับผนังสมาร์ทบอร์ดให้ใช้ที่ความหนา 12 มิลลิเมตรด้านละสองชั้น กรุตรงกลางด้วยฉนวนกันไฟ

การติดตั้งสมาร์ทบอร์ดกับฉนวนกันความร้อน

(ซ้าย) การก่ออิฐแบบเต็มแผ่น สามารถทนไฟได้นาน 2 ชั่วโมง
(การก่ออิฐแบบ เต็มแผ่น คือ การก่ออิฐวางตัวตามแนวขวางของผนัง ทำให้ผนังนั้นมีความหนามากกว่าปกติ เมื่อฉาบปูนเสร็จแล้วจะมีความหนาประมาณ 15-20 เซนติเมตร)

(ขวา) การติดตั้งผนังสมาร์ทบอร์ดให้ทนไฟได้ 2 ชั่วโมง ด้วยการใช้งานควบคู่กับฉนวนกันไฟ (ฉนวนกันไฟที่ใช้ในการทดสอบคือยี่ห้อ Rockwool)

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก
เอกสาร Ceiling & Wall System Selection
www.thaihomemaster.com
www.rockwool.co.th

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี ไม้ประดับเลี้ยงง่ายกันฝุ่นดูดความชื้นในบ้าน

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี ไม้ประดับเลี้ยงง่ายกันฝุ่นดูดความชื้นในบ้าน

                หนึ่งในไม้ประดับที่ฮิตนำมาเพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ ก็คือต้นเคราฤาษี หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า  มอสสเปน โดยเฉพาะช่วงที่ภาวะฝุ่นมลพิษ PM 2.5 บุกเมือง พบว่าต้นเคราฤาษีจะช่วยดูดซับโลหะหนักและช่วยกรองลดฝุ่นละอองเข้าบ้านได้ เป็นวิธีสร้างสภาวะแวดล้อมบ้านน่าอยู่จากธรรมชาติได้ดี

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี

วิธีปลูกต้นเคราฤาษี

                ต้นเคราฤาษีมีต้นเป็นสีเขียวเทา ลักษณะใบเป็นเส้น ๆ ห้อยลงสู่พื้น คล้ายหนวดฤาษี สามารถออกดอกได้แต่ดอกจะเล็กมาก และมีอายุเพียง 2-3 วันเท่านั้น

                 วิธีปลูกต้นเคราฤาษี ค่อนข้างง่าย ไม่ต้องใส่ปุ๋ยหรือดูแลรักษามากนัก เพราะรากที่มีของต้นเคราฤาษีนั้นมีไว้เพียงเพื่อยึดเกาะเท่านั้น แต่ไม่ใช่ตัวนำทางอาหารเหมือนต้นไม้อื่น ๆ โดยต้นเคราฤาษีสามารถอยู่ได้ด้วยการกินอาหารในอากาศทำให้สามารถดูแลตัวเองได้นั่นเอง แต่ถ้าอยากใส่ปุ๋ยให้เจริญงอกงามก็สามารถทำได้ด้วยการพรมละอองปุ๋ยใส่สัก เดือนละครั้ง

 

เทคนิคการเลี้ยงต้นเคราฤาษี

– ควรแขวนในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก มีลมพัด แสงแดดรำไร
– ต้นเคราฤาษีเป็นต้นไม้ต้องการน้ำ แนะนำให้รดเป็นละอองทุกวัน ในกรณีที่ฝนไม่ตก
– การให้ปุ๋ย สามารถทำได้โดยใส่ปุ๋ยผสมน้ำ ไม่ต้องเข้มข้นมาก วิธีเดียวกับที่ฉีดใส่กล้วยไม้ ให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง ก็เพียงพอค่ะ
– ต้นเคราฤาษีต้องการ น้ำ ลม และแสงแดด

                  การขยายพันธุ์สามารถทำได้ง่ายๆ โดย เพียงเด็ดลำต้นที่ห้อยระย้า มาแขวนบนกิ่งไม้ หรือคาคบไม้ หรือวัสดุปลูกอย่างอื่น รดน้ำวันเว้นวัน แขวนไว้ในจุดที่มีลมถ่ายเท แสงแดดรำไร เพียงแค่นี้เคราฤาษีจะงอกงาม

 

ทำความรู้จักต้นเคราฤาษีให้มากขึ้น

                     เคราฤาษี หรือ มอสสเปน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tillandsia usneoides เป็นพืชในวงศ์สับปะรด ไม่มีราก ลำต้นห้อยย้อยลงมาจากคาคบไม้เป็นสายยาว เป็นเส้นเล็ก ๆ เวลาออกดอกกลิ่นหอมอ่อน ๆ พืชชนิดนี้ดูดน้ำโดยทางใบซึ่งมีสีเทาเงิน ต้นเคราฤาษีนั้นเป็นต้นไม้อากาศที่แขวนไว้แล้วจะดูดอาหารและแร่ธาตุจากอากาศ

                   และดูดน้ำจากน้ำค้างหรือน้ำฝนที่มาเกาะ จึงมักเลี้ยงเป็นไม้ประดับตกแต่งสวนเพื่อความสวยงาม แต่ทั้งนี้หนวดฤาษีอยู่ได้ด้วยการกินอาหารในอากาศ โดยปลูกด้วยการใส่กระถางแล้วนำไปแขวนไว้ตามจุดต่าง ๆ รอบๆ บ้าน 

              ช่วยดูดซับความชื้นที่ปนเปื้อนฝุ่น ปนเปื้อนสารเคมีในอากาศได้ดีกว่าใช้ผ้าม่าน หรือผ้าพลาสติก แถมยังกลายเป็นม่านป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้ด้วย นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติไม่ติดไฟ ทำให้เหมาะนำมาทำเป็นวัสดุในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์อย่างเช่น นำมาทำเป็นไส้ในเบาะนั่งในรถยนต์หรือโซฟาแทนฟางข้าวหรือเยื่อเปลือกมะพร้าวอีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://decor.mthai.com/

สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน อย่างชาญฉลาด

สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน อย่างชาญฉลาด

            ศรษฐกิจแบบนี้ อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัดใช่ไหมคะ? ยิ่งหากมีโครงการสร้างหรือ รีโนเวทบ้าน ในฝัน คงต้องเตรียมเงินไว้ประมาณหนึ่งเลย เราจึงรวบรวมทิปส์ วิธีคิด กลยุทธ์บางอย่างในการลดค่าใช้จ่ายมาฝากกัน โดยเราจะควบคุมค่าใช้จ่ายกันอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่การตัดทุกอย่างจนผลลัพธ์คือได้บ้านที่ไม่มีมาตรฐาน แต่เราจะพยายามหาวิธีทดแทนหรือหาทางประหยัดขึ้นเล็กๆ น้อยๆ ถ้าอยากรู้แล้วว่าคนใช้เงินเป็นเค้ามีวิธีบริหารเงินสำหรับการรีโนเวทบ้านอย่างไร ก็มาดูกันเลยดีกว่า

8 สิ่งควรทำเมื่อคิดจะ รีโนเวทบ้าน

 

จัดเก็บและจัดการก่อนตัดสินใจรีโนเวท

              ห้องบางห้องแค่จัดเก็บ ก็เพิ่มพื้นที่ได้มากขึ้นด้วยเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ ก็อาจจะดูแปลกตาและได้ผลเทียบเท่ากับการรีโนเวท เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะข้าวของที่มากมายก่ายกองอาจทำให้ลำบากต่อการทำความสะอาด ทำให้ห้องโทรมกว่าความเป็นจริง ลองเริ่มด้วยการเปลี่ยนตู้หรือลิ้นชัก จัดของให้เป็นหมวดหมู่และทำความสะอาดใหญ่ซักครั้งสิ แล้วคุณอาจจะพบผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

 

เลือกเก็บวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่

         คุณสามารถประหยัดเงินก้อนใหญ่ด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิล ลองเช็กวัสดุอุปกรณ์ในบ้าน เช่น ระบบไฟ ประตู หน้าต่างหรือไม้ที่สามารถนำมาใช้ใหม่ โดยสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์มาดัดแปลงฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่างออกไปจากเดิม นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังสามารถลดการทิ้งขยะ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

ปรึกษาผู้รับเหมา

              ถามผู้รับเหมาเกี่ยวกับวัสดุที่พวกเขามี หรือเหลือใช้จากการทำงานโปรเจ็กต์อื่น เพราะวัสดุเหล่านี้คุณอาจซื้อต่อได้ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน

         เลือกอุปกรณ์ที่จะช่วยประหยัดไฟและให้แสงสว่างมาก เช่น ไฟเพดาน ออกแบบในการวางแต่ละจุดอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อลดอุปกรณ์และค่าแรงในการเดินสายไฟและหุ้มฉนวน

ลงมือทำเองในบางส่วน

           สเกลงานเล็กๆ บางอย่างก็ไม่ต้องพึ่งผู้รับเหมาเสมอไป เราสามารถแบ่งมาทำเองได้ภายในครอบครัว เช่น การทาสี หรือติดตั้ง ตกแต่งอะไรเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะวิธี D.I.Y. มากมายที่มีอยู่ในเว็บของเรา ลองหาอ่านและนำไปใช้กันได้เต็มที่เลยนะคะ

สร้างใหม่อาจประหยัดกว่ารีโนเวท

            ในบางกรณี การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้วสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อาจประหยัดกว่าการรีโนเวท เพราะวัสดุทุกอย่างมีอายุขัยของมัน การรีโนเวทอาจดูเหมือนใช้จ่ายน้อยในตอนแรก แต่ปัญหาและค่าบำรุงรักษาในอนาคตคือสิ่งที่ควรจะกังวล เพราะมันจะไม่จบแค่การแก้ครั้งเดียว แต่หมายถึงตลอดไป

หลีกเลี่ยงการย้ายท่อ

             ระบบน้ำภายในบ้าน หากต้องการประหยัด การหลีกเลี่ยงไม่ย้ายบางส่วนหรือยุ่งกับมันคือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะวงจรทุกอย่างที่ออกแบบมาครบแล้วอาจจะต้องรื้อใหม่ทั้งหมดจากการต้องการเปลี่ยนแค่เพียงจุดเดียว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายต่อการใช้งานในชีวิตจริงด้วยนะคะ  หากจำเป็นต้องเปลี่ยนจริงๆ ก็ต้องยอมลงทุน ซื้อความสะดวกสบายต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว

คำนึงถึงขนาดมาตรฐาน

          หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเฉพาะ พรีเมี่ยม เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เลือกใช้วัสดุที่มีมาตรฐานในขนาดที่เป็นมาตรฐาน เช่น ประตู หน้าต่าง เพราะนอกจากวัสดุรูปแบบเฉพาะจะมีราคาแพงแล้ว การหาอะไหล่ยังยุ่งยากและต้องสั่งทำอีกด้วย

ที่มาจาก www.kidspot.com.au

จัดฮวงจุ้ยห้องนอนอย่างไรให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐี ที่นี่มีคำตอบ!

จัดฮวงจุ้ยห้องนอนอย่างไรให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐี ที่นี่มีคำตอบ!

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในบ้านคือห้องนอน เพราะเป็นที่ที่ใช้พักผ่อนให้เรามีแรงในการทำงานวันถัดไป ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ห้องนอนที่ดีจะส่งเสริมพลังงานดี ทำให้เรามีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ตื่นนอนมาสดใส มีแรงไปทำงาน และแน่นอนเมื่อเราไปทำงานด้วยความรู้สึกที่ดีแล้ว หน้าที่ต่างๆ ก็จะสำเร็จลุล่วงได้ไม่ยาก ส่งผลให้เงินทองไหลมาเทมา

แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณพบว่าหลังจากนอนแล้ว ร่างกายยังอ่อนเพลีย เจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ่อยๆ หรือมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายจนเป็นอุปสรรคในการทำงาน การจัดห้องให้ตรงตามฮวงจุ้ยห้องนอนอย่างที่เรารวบรวมไว้ข้างล่างนี้สามารถช่วยคุณได้แน่นอน

ฮวงจุ้ยห้องนอน ทิศทางเตียง

ฮวงจุ้ยห้องนอนกับทิศทางของเตียง

อันดับแรกที่จะพูดถึง ฮวงจุ้ยห้องนอน คือ เรื่องของทิศทางห้องนอนและเตียงนอน โดยตำแหน่งของห้องนอนนั้นไม่ควรมีห้องน้ำอยู่ด้านบนห้องหรืออยู่เหนือตำแหน่งเตียง เพราะห้องน้ำถือเป็นที่ระบายสิ่งสกปรก ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้วผู้อาศัยจะได้รับพลังงานลบ เหมือนได้รับของเสียจากห้องน้ำอยู่เป็นประจำ

ส่วนการจัดประตูห้องนอนก็ควรใช้หลักเดียวกัน นั่นคือห้ามอยู่ตรงกับประตูห้องน้ำเด็ดขาด เนื่องจากพลังงานที่แย่จากห้องน้ำจะเข้ามาชนกับประตูห้องนอน นอกจากนี้หลังกำแพงห้องนอนยังไม่ควรเป็นห้องน้ำ ห้องครัว ห้องเก็บของ หรือเป็นระเบียงที่มีคนเดินผ่าน เพราะสิ่งเหล่านี้มีพลังงานด้านลบ ส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด และผู้อาศัยมักเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง โดยเฉพาะถ้าหลังห้องนอนเป็นระเบียงทางเดิน จะทำให้เป็นคนที่หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิในการทำงาน
ห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

 

ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอน ควรวางเตียงไว้ทิศไหน?


ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้ว เชื่อว่าการวางเตียงในแต่ละทิศนั้นจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของผู้อยู่อาศัย โดยแต่ละทิศจะให้คุณที่ต่างกันออกไป ดังนี้


ทิศเหนือ จะช่วยในเรื่องของความสามารถในการรับรู้ตามสัญชาตญาณ

ทิศใต้ จะช่วยให้เป็นคนมีชื่อเสียงที่ดี มีหน้ามีตา มีเกียรติในสังคม

ทิศตะวันออก จะช่วยทำให้นอนหลับสนิท มีความสงบในการพักผ่อน


ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะเสริมการทำงานที่ดี โดยเฉพาะการทำงานเกี่ยวกับการค้นคว้าวิจัย หรือการทดลองต่างๆ


ทิศตะวันออกเฉียงใต้
 จะช่วยทำให้เป็นคนที่มีความขยันพากเพียร มีความอดทนในการทำงานมากขึ้น

ทิศตะวันตก ส่งเสริมให้มีลูกดก เหมาะสำหรับคู่สามีภรรยาที่ต้องการมีลูก

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่งเสริมการมีบริวาร มีเพื่อนฝูงและคนรู้จักมาก

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะช่วยในเรื่องของความรักทำให้ราบรื่นและสมหวัง

ฮวงจุ้ยห้องนอน ร่ำรวย สุขภาพ โชคลาภ

ฮวงจุ้ยห้องนอนกับเรื่องโชคลาภ เงินทอง และ สุขภาพ

นอกจากทิศทางของห้องนอนและเตียงนอนที่ได้กล่าวมาข้างต้น ยังมีการจัดตำแหน่งเตียงที่ช่วยเสริมเรื่องโชคลาภ เงินทอง และ สุขภาพ ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนอีกด้วย โดยสามารถแบ่งฮวงจุ้ยห้องนอนเป็นข้อควรทำ และ ข้อควรหลีกเลี่ยง

ข้อควรทำ (ฮวงจุ้ยห้องนอนที่ดี) เฮงๆ รวยๆ

• ควรจัดหัวเตียงนอนให้เยื้องจากประตู ในเชิงฮวงจุ้ยจะทำให้ได้รับแต่พลังงานดี โชคลาภ ทำงานราบรื่น อุปสรรคน้อย ในเชิงจิตวิทยาการจัดเตียงนอนเช่นนี้ จะทำให้รู้สึกปลอดภัยเพราะเห็นว่าใครเข้าออกจากห้องนอนบ้าง

• หัวเตียงควรติดกำแพง หรือไม่ควรปล่อยให้หัวเตียงมีพื้นที่ว่างมากเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ฝันไม่ดีบ่อย ร่างกายอ่อนแอ นอกจากนี้ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้ว กำแพงยังเป็นตัวเสริมพลังงานที่ดีอีกด้วย
• ความสูงของเตียงนอน ในปัจจุบันเตียงนอนส่วนใหญ่มักสูงจากพื้นประมาณ 2 ฟุตกว่า ซึ่งถือว่าเป็นความสูงในระดับพอดี ตกลงมาไม่เป็นอันตราย ส่วนเตียงที่ติดกับพื้น มีโอกาสรับฝุ่นมาก และป่วยเป็นโรคง่าย ถือว่าไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอน

• ชนิดฟูก ให้คำนึงถึงความสบายเป็นหลักมากกว่าราคา เพราะถ้าเลือกฟูกที่หลับสบายแล้ว จะทำให้นอนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีพลังงานฮวงจุ้ยที่ดีเต็มเปี่ยม ส่งเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรง 

ตำแหน่งการวางเตียงนอนไม่ดี

ข้อควรหลีกเลี่ยง (ฮวงจุ้ยห้องนอนไม่ดี) ทรัพย์อาจจางหาย 

 

 

• เตียงนอน ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้วไม่ควรวางตรงกับประตูห้อง โดยเฉพาะการหันหัวเตียงหรือท้ายเตียงไปตรงกับประตู เนื่องจากประตูเปรียบเสมือนปากทางพลัง ทั้งพลังงานร้ายและพลังงานดีที่จะพุ่งเข้าชนขอบประตู ทำให้ป่วยบ่อย เหนื่อยง่าย หรือเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ่อยๆ

• คานบ้านไม่ควรตรงกับเตียงนอน เพราะตามหลักฮวงจุ้ยนั้นเชื่อว่าผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกเหมือนถูกกดทับ กดดัน ตลอดเวลาที่นอนหลับพักผ่อน

• ห้ามวางหัวเตียงตรงกับที่ประตูเปิด เพราะจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตประจำวัน มักมีอุปสรรคและป่วยง่าย

• ไม่ควรวางเตียงนอนไว้ที่โล่งๆ โดยเฉพาะเตียงที่มีพื้นที่โล่งทั้ง 4 ด้าน เพราะจะทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นอย่างมาก

• ไม่ควรวางเตียงไว้ระหว่างหน้าต่างกับประตู เพราะตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้วการวางแบบนี้จะทำให้เราถูกดูดพลังงานไปในขณะนอนหลับพักผ่อน ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ สุขภาพอ่อนแอ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรแก้ไขด้วยการให้ติดม่านที่หน้าต่าง

การตกแต่งและสีห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอน

มาถึงเรื่องการตกแต่งและสีของห้องนอนกันบ้าง ว่าเราควรจัดห้องและทาสีอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดี มีเงินทองไหลมาเทมา และมีความสุขตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนที่ดี
• ห้องนอนสีม่วงอ่อน ห้องนอนสีนี้เป็นแหล่งการรับจิตวิญญาณที่ดี เป็นสีแห่งความสำเร็จและความปรารถนาดี รวมทั้งมีหน้าที่การงานที่ดีตามมาด้วย

• ห้องสีครีม เป็นห้องที่ช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพและความมั่นคงทางอารมณ์ทำให้สุขภาพของคุณแข็งแรงเหมาะแก่สำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ ที่จะทำให้แข็งแรงเร็ววันเร็วคืน


• ห้องนอนสีชมพู เป็นสีที่เรียบง่ายเหมาะแก่การเยียวยาความยากจนให้หมดไป จึงทำให้สีนี้เป็นสีมงคลตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งจะทำให้ร่ำรวย เงินทอง รวมถึงช่วยเรื่องการเรียนให้ดีมากขึ้น


• ห้องสีเขียว ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนแล้วสีเขียวเป็นสีแห่งการเจริญเติบโตเหมือนใบไม้ผลิในฤดูฝน เมื่อคุณนอนอยู่หรือว่าจะอาศัยภายในห้องนี้จะมีสุขภาพดีและมีความเจริญรุ่งเรืองมีโชคลาภและความมั่งคั่งในหน้าที่การงานและเงินทองไหลมาเทมาอย่างต่อเนื่อง


• ห้องสีชมพูอมส้ม สีนี้เป็นสีที่ดึงดูดและมีเสน่ห์ทางเพศ จะเด่นเรื่องความรักความสัมพันธ์ เหมาะสำหรับคนโสดที่ต้องการหาคู่เป็นอย่างยิ่ง


• ห้องสีม่วง เป็นสีแห่งความสำเร็จตามหลักฮวงจุ้ย นอกจากนี้ยังส่งเสริมผู้อยู่อาศัยให้มีหน้าที่การงานดี สุขภาพแข็งแรง มีความรุ่งเรือง รวมถึงโชคลาภและความมั่งคั่งทางการเงิน

การเลือกสีห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ยห้องนอนกับสีของปีนักษัตรทั้ง 12


นอกจากสีห้องจะมีความหมายตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอน รู้หรือไม่ว่าแต่ละปีนักษัตรนั้นจะมีสีที่เหมาะสมหรือถูกโฉลกไม่เหมือนกัน ซึ่งทางเราก็รวบรวมสีที่เหมาะของปีนักษัตรทั้ง 12 มาให้ทุกคนได้อ่านกันแล้ว ดังนี้

 

• ปีหนู สีที่ถูกโฉลกและการทาห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีขาว สีฟ้า สีเทา และสีดำ

• ปีวัว สีที่ถูกโฉลกสำหรับการตกแต่งห้องของคุณ ได้แก่ สีม่วง สีเหลือง สีส้ม และสีน้ำตาล

• ปีเสือ สีที่ถูกโฉลก แก่การทาห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีดำ สีเขียว สีเหลืองอมเขียว และสีฟ้า

• ปีกระต่าย สีที่ถูกโฉลกสำหรับการทาห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีเหลืองอมเขียว สีดำ สีฟ้า และสีเขียว

• ปีมังกร สีที่ถูกโฉลกกับการตกแต่งห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีส้ม สีม่วง สีเหลือง สีแดง

• ปีงู สีที่ถูกโฉลกในการทาห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีเหลืองอมเขียว สีม่วง สีแดง และสีส้ม

• ปีม้า สีที่ถูกโฉลกในการตกแต่งห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง สีแดง สีม่วง

• ปีแพะ เหมาะแก่สีโทนเข้ม ได้แก่ สีม่วง สีส้ม สีแดง และ สีน้ำตาล

• ปีลิง สีที่ถูกโฉลกสำหรับการทาห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีน้ำตาล สีเหลือง สีทอง สีเงิน และสีขาว

• ปีไก่ สีที่ถูกโฉลกในการแต่งห้องนอนของคุณได้แก่ สีทอง สีเหลือง สีน้ำเงิน และสีขาว

• ปีจอ สีที่ควรตกแต่งห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีส้ม สีม่วง สีเหลือง และ สีน้ำตาล

• ปีหมู สีที่เหมาะสมแก่การตกแต่งห้องนอนของคุณ ได้แก่ สีทอง สีเงิน สีฟ้า สีดำ และสีเทา

ของตกแต่งห้องเสริมมงคลและความร่ำรวยตามฮวงจุ้ยห้องนอน

ห้องนอนประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับ

แน่นอนว่าของตกแต่งห้องนอนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะสวยงามแล้วตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนของพวกนี้ยังนำความสุข พลังงานที่ดี และเงินทองให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ซึ่งของตกแต่งที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนได้แก่ของ 3 สิ่งนี้


• โมบาย 
 เพิ่มพลังงานในห้อง ช่วยเรื่องโชคลาภ รวมถึงเรื่องการเงินซึ่งจะหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น

• หินมงคล ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามงคล หากนำมาไว้ในห้องนอนนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังเพิ่มพูนโชคลาภให้เงินทองไหลมาเทมาอีกด้วย

• คริสตัล ให้นำลูกคริสตัลหรือแบบแท่งก็ได้มาตั้งไว้ในห้องนอน ช่วยเพิ่มพลังงานภายในห้อง นอกจากนี้หากใครทำธุรกิจจะช่วยเสริมให้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นอีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.estopolis.com/

 

ประตูเหล็กขึ้นสนิม ดูแลอย่างไร

ประตูเหล็กขึ้นสนิม ดูแลอย่างไร

ทำไงดี ! ประตูเหล็กขึ้นสนิม มีวิธีแก้ไขไหม

ปัจจุบันประตูรั้วบ้านมีให้เลือกหลากหลายวัสดุ ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องความแข็งแรงทนทาน ประตูรั้วมีความให้เลือกทั้งแบบประตูรั้วไม้ หรือ ประตูรั้วเหล็ก โดยแต่ละแบบมีการออกแบบสวยงาม ทันสมัย แถมยังสร้างอณาเขตให้พื้นที่ความเป็นเจ้าของ อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูสวยงาม และยังเป็นด่านแรกที่ผู้คนผ่านไปมาพบเห็น แน่นอนว่าประตูรั่วบ้านต้องเผชิญแสงแดด ฝน ลม เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะเกิดความเสียหาย ชำรุด ยิ่งเป็นประตูรั้วเหล็กสิ่งที่พบบ่อยเลย คงหนีไม่พ้นสนิม ที่เกาะตามเหล็กทำให้ประตูรั้วไม่สวยงาม

หมดปัญหาประตูเหล็กขึ้นสนิม  ดูแลง่ายๆ

ปัญหาประตูเหล็กขึ้นสนิม สร้างความกังวลใจให้กับเจ้าของบ้านอย่างมาก เพราะนอกจากประตูรั้วจะเสียหายแล้ว ยังสร้างภาพลักษณ์ให้บ้านดูไม่สวยงาม ประตูเหล็กขึ้นสนิมถึงแม้จะเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีดูแลรักษา วันนี้พี่เข้มาพร้อมกับ  ประตูเหล็กขึ้นสนิม ดูแลอย่างไร? ประตูเหล็กบางชนิดมีราคาค่อนข้างสูง จะเปลี่ยนใหม่ก็คงเสียงบประมาณเพิ่ม ดูแล แก้ไขได้ง่ายๆ ก็ได้ประตูเหล็กเหมือนใหม่อีกครั้ง

ก่อนลงมือทำความสะอาด รักษาประตูเหล็กสนิมขึ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเหล็กกับสนิมเป็นของคู่กัน ดังนั้นต้องหมั่นดูแลทำความสะอาดให้บ่อย เพื่อไม่ให้สนิมกลับมาใหม่ ที่สำคัญยังไม่เปลืองงบประมาณ

 

วิธีซ่อมประตูเหล็กสนิมกินเล็กน้อย  

– เมื่อเกิดสนิมเล็กน้อยไม่มาก จนถึงขั้นทำให้เกิดรูโหว่ ให้ทำการขัดสีสนิมออกให้หมด โดยการขูดออก ใช้กระดาษทราย หรือ แปรงลวดทองเหลือขัดออก ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
– เมื่อทาสีออกหมดแล้วให้ทำการทาสีรองพื้นกันสนิมให้ทั่ว แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง ให้ทาด้วยกัน 2 รอบ
– หลังจากที่ทารองพื้นกันสนิมแล้ว ให้ทาสีน้ำมันทับลงไป ในกรณีที่ต้องการทำความสะอาดทั้งหมด ควรทำความสะอาดฝุ่นผงเสียก่อน

วิธีซ่อมประตูเหล็กสนิมกินจนเกิดรูโหว่

– หากต้องการกยุดสนิมในระยะยาว ให้เลือกใช้น้ำยาเคมีประเภท Rust Converter เพื่อเปลี่ยนสนิมเหล็กให้กลายเป็นสารแมกเนไทต์ ซึ่งสารดังกล่าวมีความแข็งแรง ช่วยสร้างชั้นฟิล์มขึ้นมาปกป้องผิวเหล็ก และลอกสีเก่าออก
– หลังจากนั้นใช้แปลงลวดทองเหลือง หรือ กระดาษทราย ขัดสีออกให้หมด สามารล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าได้ หลังจากนั้นทิ้งไว้ให้แห้ง
– หลังจากทำความสะอาดให้ออกอย่างหมดจดแล้ว ให้ทำการตัดเหล็กที่มีขนาดใหญ่กว่ารู แล้วใช้แผ่นเหล็กช่วยปิดรูโหว่ของประตูรั้ว
– เมื่อปิดรูสนิทแล้ว ให้ทำการทาสีน้ำมันทับลงไปที่แผ่นเหล็ก ให้เป็นสีเดียวกัน

การดูแลรักษาประตูเหล็กไม่ใช่เรื่องยาก สามารถทำตามวิธีข้างต้นได้แบบง่ายๆ ในกรณีที่มีคราบสีติดอยู่แนะนำเลือกใช้ น้ำยาจระเข้ ขจัดคราบสี ความหนืดของน้ำยา สามารถขจัดคราบสีบนพื้นผิวใน เพียงทำความสะอาดสิ่งสกปรกให้หมดก่อนที่จะลงน้ำยาจระเข้ ขจัดคราบสี  ทิ้งไว้ 3-4 นาที โดยใช้แปรงทาสี ไม่ต้องผสมน้ำ ทาแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเรียบร้อย ใช้งานง่าย ควรจัดเก็บให้พ้นแสงแดด และอุณหภูมิไม่เกิน 40 °C เพียงเท่านี้ประตูเหล็กบ้านก็จะกลับมาสวยอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.jorakay.co.th/

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า