Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
khwankaew, Author at ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม - Page 24 of 32 google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
“ธุรกิจเหล็กสหรัฐ” ผู้ชนะใน Trade War เพราะยอดขาย-กำไรพุ่งเกือบเท่าตัว

“ธุรกิจเหล็กสหรัฐ” ผู้ชนะใน Trade War เพราะยอดขาย-กำไรพุ่งเกือบเท่าตัว

ใครๆ ก็กังวลเรื่อง สงครามการค้า หรือ Trade War จนเกิดผลกระทบเชิงลบมากมาย ตั้งแต่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ราคาตกวูบ ไหนจะผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มซัพพลายเชนของประเทศจีน ทว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ

shutterstock_152105888

ธุรกิจเหล็กในสหรัฐ ยอดขาย-กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

หลังจาก Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ จุดประกายสงครามการค้า โดยประกาศมาตรการทางภาษีการนำเข้าเหล็ก ก็ส่งผลให้ราคาเหล็กพุ่งสูงขึ้น ปัจจุบันราคาเหล็กของสหรัฐฯ อยู่ที่ 917 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี (ข้อมูลจาก S&P Global Platts)

ซึ่งผลดีไปตกอยู่กับธุรกิจเหล็ก อย่างบริษัท Reliance Steel & Aluminum (RS) ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น 18% (เพราะราคาเพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น) และ Nucor (NUE) บันทึกว่าไตรมาส 2 ปีนี้มีรายได้สูงสุด ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัว

ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน John Ferriola CEO ของ Nucor ยังบอกกับนักวิเคราะห์ว่า เขามีความสุขมากๆ กับมาตรการทางภาษีที่ออกมา โดยเตรียมเงินอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อลงทุนขยายธุรกิจ

“อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา ถ้าระบบการค้ายังเดินหน้าต่อไปแต่เป็นการค้าที่ไม่สมดุล (Imbalance) เราเลยเห็นด้วยกับคณะรัฐบาลที่พยายามแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้” Ferriola บอก

ส่วนหลายคนก็จับตาดูผลประกอบการของบริษัท NUE, RS, AK Steel (AKS), และ US Steel (X) ที่จะออกมาภายในสัปดาห์นี้

shutterstock_699521812

บริษัทในสหรัฐฯ ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War

แต่ไม่ว่าอย่างไร กำแพงภาษีของสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ กว่าร้อยบริษัท เช่น Harley-Davidson (HOG), General Motors (GM), General Electric (GE), 3M (MMM) ฯลฯ ที่ต้องเร่งปรับตัวทั้งเรื่องราคา และโครงสร้าง ซัพพลายเชนที่มีอยู่

ส่วนบริษัท FJM Ferro (อยู่ที่บลูคลิน) ที่ใช้เหล็กแปรรูปในการสร้างตึกสูงใน Manhattan ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบด้านเหล็กเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งเขามองว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะไปตกอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก

shutterstock_318330188

ด้านบริษัทใหญ่ๆ อย่าง GM ถึงขนาดปรับลดคาดการณ์กำไรของปีนี้ลง และเตือนว่า ต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับราคาเหล็ก และอลูมิเนียมที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Philip Gibbs นักวิเคราะห์ธุรกิจเหล็ก KeyBanc Capital Markets บอกว่า เราต้องระมัดระวังเรื่องภาษีมากๆ เพราะเป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในสหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันลดลง และแน่นอนว่าหลายบริษัทจะหาลู่ทางนำเข้าเหล็กจากประเทศอื่น

“มันก็รู้สึกดีที่ระยะสั้นเราเห็นราคาขยับขึ้น แต่สุดท้ายเราก็ต้องเจอการบ่นของลูกค้าอยู่ดี”

ภาพจาก shutterstock
Cr. Chutinun.Liu
ที่มา CNNMoney

อาเซียนถกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รองรับการค้ายุคใหม่

อาเซียนถกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รองรับการค้ายุคใหม่

ชูการอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับ MSME เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมย้ำดูแลไม่ให้เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนทะลักสู่อาเซียน

อาเซียนหารือจีน ยกระดับความตกลงอาเซียน – จีน ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน พร้อมย้ำดูแลไม่ให้เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนทะลักสู่อาเซียน ส่วนการหารือกับญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เน้นสร้างความเข้มแข็งให้ MSMEs เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจของอาเซียน เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยอาเซียนได้พบหารือกับคู่เจรจา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น ในส่วนของการหารืออาเซียน-จีน ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับความตกลงอาเซียน – จีน ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้ กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และพิธีการศุลกากรที่ปรับปรุงใหม่

ซึ่งจะอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน อาเซียนได้ย้ำข้อเสนอของสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน ในการประชุมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเหล็กระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของจีน และสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ณ เมืองซีอาน ประเทศจีน ที่ขอให้จีนช่วยดูแลไม่ให้เกิดการทะลักของเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนสู่อาเซียน

โดยขอให้คงมาตรการการยกเลิกการคืนภาษีส่งออก และเชิญชวนจีนเข้ามาลงทุนผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในอาเซียน เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีให้แก่ผู้ผลิตในอาเซียน ตลอดจนการส่งเสริมให้ใช้เหล็กและผลิตภัณฑ์ของประเทศสมาชิกอาเซียน ในการดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (B&R) ของจีนในอาเซียน เป็นต้น

นางอรมน กล่าวว่า ในส่วนการหารือกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ย้ำเรื่องการสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย (MSMEs) การเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นแนวโน้มของโลก โดยไทยในฐานะประธานอาเซียนในปีหน้า ได้เชิญชวนให้ญี่ปุ่นร่วมจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในการผลิต โดยญี่ปุ่นแสดงความยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ อาเซียนจะนำผลประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส เสนอให้ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนและ 3 ประเทศคู่เจรจา ในเดือนกันยายนนี้ ณ ประเทศสิงคโปร์ ต่อไป โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2557-2560) การค้ารวมระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีมูลค่าการค้าเฉลี่ยปีละ 802,067.81 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับปี 2560 การค้ารวมระหว่างอาเซียนกับ 3 ประเทศคู่เจรจา มีมูลค่า 874,622.55 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2559 คิดเป็นร้อยละ 15.3

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียยังคงทรงตัวด้วยการประมูลที่กำหนดวันหมดอายุชัดเจน (firm bids)

ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียยังคงทรงตัวด้วยการประมูลที่กำหนดวันหมดอายุชัดเจน (firm bids)

ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียยังคงทรงตัวด้วยการประมูลที่กำหนดวันหมดอายุชัดเจน (firm bids)

ผู้ซื้อในตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียไม่เต็มใจรับข้อเสนอการประมูลราคาที่กำหนดวันหมดอายุ เนื่องจากพวกเขาต้องการรอราคาที่ชัดเจนมากกว่า

Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน SS400 หนา 3 มม. ที่ระดับ 579-581 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 580 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China ทรงตัวจากวันที่ 17/07/2017 d-o-d และราคาที่ CFR Southeast Asia อยู่ที่ 589 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Southeast Asia ลดลงจากวันที่ 17/07/2018 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน d-o-d
สำหรับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน SS400 ยังคงทรงตัวอยู่ เนื่องจากข้อจำกัดที่เกิดจากการประมูลราคาที่มีวันหมดอายุ (Firm bids) จากผู้ซื้อจากหลากหลายแหล่ง ขณะที่ราคาเสนอขายจากโรงงานในจีนอยู่ในช่วง 585-590 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China แหล่งข่าวจากโรงงานทางตอนเหนือของจีนกล่าวว่า “มูลค่าการซื้อขายของเหล็กในเกรดดังกล่าวระดับราคาอยู่ที่ 580 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China”

ในเวียดนาม ผู้ซื้อได้ราคาเสนอขายเหล็กแผ่นรีดร้อน SS400 จากผู้ซื้อที่ระดับ 590-595 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Vietnam อย่างไรก็ตามผู้ซื้อยังคงเสนอซื้อที่ราคาต่ำกว่าราคาดังกล่าว 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน

ส่วนราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับรีดซ้ำเกรด SAE1006 ที่มีถิ่นกำเนิดจากจีน ระดับราคาอยู่ที่ 605 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Vietnam แต่ยังไม่มีผู้ซ้อรายไหนยอมรับระดับราคาดังกล่าว

“ผู้ซื้อในเวียดนามยังคงรอราคาเสนอขายจากโรงงานเหล็ก Formosa Ha Tinh” แหล่งข่าวกล่าว โรงรีดซ้ำในเวียดนามกล่าวว่า “โรงงาน Formosa Ha Tinh จะตรึงราคาไปจนถึงวันพุธนี้ หลังจากที่ผู้ซื้อคาดหวังว่าราคาจะถูก”

ข้อมูลจากโรงงาน Formosa Ha Tinh พบว่า การจัดสรรเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับตลาดเหล็กในเวียดนามในเดือนนี้ เพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 ตัน จากเตาถลุงเหล็ก 2 เตา

สำหรับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในญี่ปุ่นอยู่ที่ 660-665 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Indonesia and CFR Malaysia ซึ่งเป็นระดับราคาเดียวกับการตกลงซื้อขายในช่วงเดือนก่อนหน้า

ราคา spot สำหรับเหล็กแผ่นรีดร้อน Q235 หนา 5.5 มม. ในจีน อยู่ที่ 4,250-4,260 หยวนต่อตัน หรือ 636-639 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ex-stock ราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4,255 หยวนต่อตัน ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ 16/07/2018 ที่ผ่านมา ส่วนราคาในตลาดล่วงหน้าในเซี่ยงไฮ้ในช่วงเดือน ตุลาคม 2018 ราคาสัญญาอยู่ที่ 16/07/2018 อยู่ที่ 4,046 หยวนต่อตัน ลดลง 10 หยวนต่อตัน จากวันจันทร์ที่ 16/07/2018
แหล่งที่มา : SteelBB

พาณิชย์ ถกหน่วยงานเกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบสินค้าเฝ้าระวังที่สหรัฐฯและสหภาพยุโรปมีมาตรการทางการค้า

พาณิชย์ ถกหน่วยงานเกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบสินค้าเฝ้าระวังที่สหรัฐฯและสหภาพยุโรปมีมาตรการทางการค้า

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดประชุมเรื่องแนวทางการป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า (Circumvention) โดยเป็นการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศุลกากร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก และหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องกับกรณีมาตรการทางการค้าที่สหรัฐฯ กำหนด ได้แก่ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) มาตรการภาษีสินค้าตามมาตรา 301 และมาตรการทางภาษีสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมตามมาตรา 232 ซึ่งเป็นเหตุให้ประเทศที่ถูกดำเนินมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯ หลบเลี่ยงผ่านประเทศไทย พร้อมขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไทย ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ไทยไม่ได้รับยกเว้นจากมาตรการ 232 ของสหรัฐฯ รวมทั้งอาจถูกสหรัฐฯ เปิดไต่สวนการหลบเลี่ยงฯ (Anti-Circumvention) ในสินค้าเดียวกันจากไทยด้วย
“เพื่อป้องกันไม่ให้หนังสือรับรองฯ Form C/O ทั่วไปของไทยกลายเป็นเครื่องมือในการแอบอ้างถิ่นกำเนิด กรมฯ ได้ดำเนินการเฝ้าระวังโดยการตรวจสอบการนำเข้าจากประเทศที่ถูกดำเนินมาตรการฯ ที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ ในพิกัดศุลกากรเดียวกันและมีการขอ Form C/O ทั่วไป จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อไม่ให้ผู้ส่งออกมาขอ Form C/O ทั่วไปได้อีกต่อไปในกรณีที่พบการกระทำผิด” นายอดุลย์ กล่าว

หลังจากที่ประชุมได้มีความเห็นร่วมกันแล้ว แนวทางที่จะดำเนินการในเบื้องต้นนั้น กรมการค้าต่างประเทศจะประสานความร่วมมือกับกรมศุลกากรเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการส่งออกสินค้าเฝ้าระวังที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปมีมาตรการทางการค้า และจะเชื่อมโยงข้อมูลการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากับกรมศุลกากร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้งจะพัฒนาระบบฐานข้อมูลของไทยให้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลการนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจติดตามรายการสินค้าดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ผู้ส่งออกเตรียมความพร้อมด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับ Form C/O ทั่วไปเพื่อรองรับการตรวจสอบในภายหลังจากหน่วยงานของประเทศผู้นำเข้าหรือกรมการค้าต่างประเทศ

แหล่งที่มา : RYT9

เหล็กเส้นโอดขอขึ้นโลละ 1 บาท โรงงานเตาหลอมขาดเศษเหล็กเชื้อเพลิงพุ่ง

เหล็กเส้นโอดขอขึ้นโลละ 1 บาท โรงงานเตาหลอมขาดเศษเหล็กเชื้อเพลิงพุ่ง

ราคาเหล็กเส้นขยับ กก.ละ 1 บาท ส.ผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า โอดต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง 7 เท่า วัตถุดิบเศษเหล็กขาดตลาด กำลังซื้อครึ่งปีแรกซบ หวังโครงการลงทุนภาครัฐ-อีอีซี กระตุ้นกำลังซื้อครึ่งปีหลังดันยอดโต 5%

นายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร กรรมการสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ต้องมีการปรับราคาขายปลีกเหล็กเส้นขึ้นเฉลี่ย กก.ละ 1 บาท เนื่องจากขณะนี้เกิดปัญหาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้น ที่ไทยต้องนำเข้าจากตลาดโลกขาดแคลน ภายหลังจากรัฐบาลสหรัฐประกาศใช้มาตรา 232 ปรับขึ้นภาษีสินค้าเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้อุตสาหกรรมภายในหันไปใช้เศษเหล็กที่ผลิตได้ในประเทศ ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกเศษเหล็ก (สเคป) ออกมายังตลาดโลกลดลง เกิดภาวะซัพพลายเศษเหล็กตึงตัว ทำให้ราคาเศษเหล็กขยับขึ้น กก.ละ 19.40-19.50 บาท จากเดิม กก.ละ 18 บาท ผู้ผลิตหลายรายเริ่มจะนำเข้าไม่ไหวเพราะราคาสูง ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยใช้วัตถุดิบเศษเหล็กนำเข้าสัดส่วน 20-25%

ประกอบกับต้นทุนแท่งถ่านที่ใช้ในการหลอมเหล็ก (กราไฟต์อิเล็กโทรด) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ปรับราคาสูงขึ้น 7-8 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไทยต้องนำเข้ากราไฟต์

อิเล็กโทรดจากจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายเดียวของโลก แต่ปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญต่อประเด็นการผลิตสินค้าจากโรงงานที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงมีการปิดโรงงานกราไฟต์อิเล็กโทรด ทำให้ปริมาณสินค้าในตลาดลดลง ส่งผลให้ราคากราไฟต์อิเล็กโทรดขณะนี้ปรับขึ้นไปอยู่ที่ตันละ 16,000-17,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากเดิมราคาเพียง 2,500 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยระดับราคานี้ปรับลดลงจากช่วงที่เคยขึ้นไปสูงสุดตันละ 25,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตเหล็กเตาอาร์ก

ขณะที่ภาวะตลาดและความต้องการใช้เหล็กในประเทศช่วงครึ่งปีแรกชะลอตัว การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ไม่ค่อยคืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้ปริมาณความต้องการใช้เหล็กไม่มาก ผู้ผลิตเหล็กจึงสามารถใช้กำลังการผลิตเพียง 30-35% ของกำลังการผลิตรวม ซึ่งปกติควรจะใช้กำลังการผลิตให้ได้อีก 70-75% ของกำลังการผลิตภาพรวม 4 ล้านตันจึงจะถึงจุดสมดุล

“ปกติเหล็กเส้นก่อสร้างมีกำลังการผลิตที่ล้นความต้องการอยู่ ส่วนใหญ่ผลิตใช้ภายในมีการนำเข้ามาน้อย ปัญหาเหล็กเบาจึงเกิดขึ้นจากผู้ผลิตบางกลุ่มที่อาศัยช่องว่างในการตรวจสอบ เหล็กเส้นผลิต 1.7 แสนตัน แต่กำลังการผลิต 3-4 ล้านตัน ใช้กำลังการผลิตอยู่ประมาณ 30-35% เท่านั้น แม้ว่าจะส่งออกบ้างแต่ก็ไม่มาก ส่วนใหญ่ใช้ในประเทศ ซึ่งกำลังซื้อในช่วงครึ่งปีแรกชะลอตัว”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากกลางปีไปแล้วคาดว่าการก่อสร้างโครงการใหญ่มากขึ้น ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมนี้ขยายตัวได้ 4-5% ทั้งนี้ หากมีการสนับสนุนให้ใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศจะยิ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น

นายชัยเฉลิมยืนยันว่า มาตรฐานเหล็กที่ผลิตในประเทศขณะนี้สูงพอที่จะใช้ในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยต่างประเทศได้ เช่น ก่อนหน้านี้ทางสมาคมได้ร่วมเรียกร้องให้ใช้เหล็กไทยในการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน และได้รับการยอมรับให้ใช้มาตรฐานเหล็กที่ผลิตในไทย แต่โครงการนี้ในเฟสแรกมีก่อสร้างเพียง 3.5 กม. ซึ่งจะยังมีการใช้เหล็กเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ส่วนกรณีที่รัฐบาลพยายามจะส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีการประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ คาดว่าจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้เหล็กในปี 2562

นายชัยเฉลิมกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาไทยพบปัญหาการนำเข้าเหล็กเบาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากผู้บริโภคนำไปใช้งานก็อาจจะมีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัย สาเหตุสำคัญมาจากปัจจุบันผู้บริโภคไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เหล็กในการก่อสร้างว่าจะใช้เหล็กแบบไหน เพราะการซื้อเหล็กในการสร้างบ้านผ่านจากทางผู้รับเหมา แต่ผู้บริโภคมักจะไปให้ความสำคัญกับส่วนประกอบอื่นของบ้าน เช่น สุขภัณฑ์ หรือกระเบื้อง ซึ่งไม่ได้มีผลเชื่อมโยงต่อความปลอดภัยเท่ากับเหล็ก ฉะนั้น เราอยากให้ผู้บริโภคพยายามให้ความใส่ใจในการใช้เหล็กเส้นก่อสร้างในการสร้างบ้าน จึงได้รณรงค์ “เรื่องเหล็กไม่ใช่เรื่องเล็ก” อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้นทุนในการใช้เหล็กมีสัดส่วน 2% ของต้นทุนการสร้างบ้าน เช่น บ้านราคา 2 ล้านบาท จะใช้เหล็กประมาณ 40,000 บาท

สำหรับการปรับมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เหล็กเส้นกลม 20-2559 และเหล็กข้ออ้อย 24-2559 เพื่อใช้แทน มอก.ฉบับเก่าที่ใช้มานานเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยเพิ่มเงื่อนไขให้เพิ่มชื่อประเภทเตาหลอม และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบค่าเคมีจาก 5 รายการ เป็น 19 รายการ และพิมพ์ตัวนูนชื่อผู้นำเข้าเหล็กนั้น นายชัยเฉลิมมองว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิต เพราะได้มีการเตรียมพร้อมมาตั้งแต่ปี 2560 แล้ว แต่ก็มีส่วนที่จะทำให้ต้นทุนของการผลิตเหล็กจากเตาอาร์กไฟฟ้า (EF) สูงกว่าเหล็กที่ผลิตจากเตาชนิดอื่น

สอดคล้องกับมุมมองของนายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่มองว่า การปรับมาตรฐานครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้เหล็ก หากเพิ่มการดึงสิ่งเจือปนออกจะทำให้ได้เหล็กคุณภาพดี
แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า