Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
khwankaew, Author at ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม - Page 25 of 32 google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
สหรัฐประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากญี่ปุ่น,จีน,สวีเดน,เบลเยียม,เยอรมนี

สหรัฐประกาศยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากญี่ปุ่น,จีน,สวีเดน,เบลเยียม,เยอรมนี

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากญี่ปุ่น และอีก 4 ประเทศ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า การยกเว้นภาษีนำเข้า 25% นั้น มีผลบังคับใช้กับบริษัทในสหรัฐ 7 แห่งที่นำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กจากญี่ปุ่น สวีเดน เบลเยียม เยอรมนี และจีน

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐได้ตัดสินใจยกเว้นการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กบางส่วนจากประเทศเหล่านี้ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอลูมิเนียม 10% ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า บริษัทใดได้รับการยกเว้นจากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในครั้งนี้

Cr. iiu.isit.or.th

จีนเผยเดินหน้าคุมเข้มจำกัดการผลิตเหล็กส่วนเกิน

จีนเผยเดินหน้าคุมเข้มจำกัดการผลิตเหล็กส่วนเกิน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าจัดการและลงโทษผู้ที่ผลิตเหล็กคุณภาพต่ำ อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับลดกำลังการผลิตเหล็กที่เดิมมีมากเกินไป ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

คณะกรรมการพัฒนาและปฎิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. – 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ส่งทีมสำรวจจำนวน 8 ทีมไปยังพื้นที่และภูมิภาคต่างๆรวม 21 แห่ง เพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามผลิตเหล็กคุณภาพต่ำหรือไม่

นางเมิ่ง เหวย โฆษก NDRC เปิดเผยว่า การปรับลดกำลังการผลิตเหล็กได้ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีบางพื้นที่ที่มีการใช้โรงงานผลิตเหล็กที่ผิดกฎหมาย และการเพิ่มกำลังการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต

นางเมิ่งกล่าวเพิ่มเติมว่า ทางหน่วยงานจะยกระดับการตรวจตาเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และลงโทษผู้ที่กระทำผิด
ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าที่จะปรับลดกำลังการผลิตเหล็กคุณภาพต่ำให้ได้ 30 ล้านตัน และถ่านหินจำนวน 150 ล้านตันให้ได้ภายในปีนี้

18 มิ.ย. ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กใหม่

18 มิ.ย. ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กใหม่

สภาอุตฯ ยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างฉบับใหม่ เป็นเหล็กเส้นกลม มอก.ที่ 20-2559 และเหล็กข้ออ้อย-มอก.ที่ 24-2559 เพิ่มชื่อประเภทเตาหลอม ที่ใช้ผลิต และค่าเคมีที่ต้องตรวจสอบและควบคุมในเนื้อเหล็ก ชูเตา EF มาตรฐานเข้ม เริ่มบังคับใช้ 18 มิ.ย.นี้ หวังสร้างความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ไม่กระทบต้นทุน

นายวิกรม วัชระคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สำนักงานมาตรฐานผลิตณัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างใหม่ จากเดิมเหล็กเส้นกลม มอก.ที่ 20-2543 และ เหล็กข้ออ้อย มอก. ที่ 24-2548 เป็นเหล็กเส้นกลม มอก. ที่ 20-2559 และเหล็กข้ออ้อย มอก.ที่ 24-2559 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 18 มิถุนายน 2561

s__32759845

ทั้งนี้ มอก.ใหม่ได้เพิ่มความเข้มงวด การตรวจสอบและควบคุมค่าเคมีในเนื้อเหล็ก โดยเพิ่มค่าเคมีที่ต้องตรวจสอบและควบคุมจาก 5 ชนิด เป็น 19 ชนิด และเพิ่มตัวพิมพ์นูน ชื่อผู้นำเข้าเหล็กเส้นก่อสร้าง ลงบนเนื้อเหล็กเพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อกับโรงงานผู้ผลิต ที่อยู่ในต่างประเทศ ในกรณีที่เกิดปัญหาในการใช้งาน และ บังคับให้ผู้ผลิตแสดงชนิดของเตาหลอม ที่ใช้ในการหลอมเหล็กเป็นตัวนูน เพิ่มลงไปบนเนื้อเหล็กทุกเส้น โดยที่ปัจจุบันมีการผลิตจากเตาหลอมอยู่ 4 ชนิด คือ เตาโอเพนฮาร์ท (OH), เตาเบสิคออกซิเจน (BO), เตาอิเล็กทรอนิกส์อาร์กเฟอร์เนช (EF) และเตาอินดักชั้นเฟอร์เนช (IF )

“เหล็กจากเตา OH กับ BO จะเป็นเตาหลอมที่ไม่มีในประเทศไทย เป็นเหล็กที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งสินค้าสำเร็จรูปหรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูป เหล็กแท่ง (Billet) ซึ่งจะนำมาผ่านกระบวนการรีด ลดขนาดเพื่อเป็นเหล็กเส้นก่อสร้าง ส่วนเตา IF เป็นเตาที่ใช้กระแสไฟฟ้าในการเหนี่ยวนำเพื่อหลอมเหล็ก ขณะที่เตา EF เป็นเตาหลอมที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ใช้ในการผลิตเหล็ก เพราะผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างที่มีคุณภาพดี ช่วยขจัดสารปนเปื้อนในเนื้อเหล็กได้สามารถควบคุมค่าเคมีที่ส่งผลต่อคุณภาพ และความแข็งแรงของเหล็กได้ดีเป็นเตาหลอมที่มีการปล่อยมลพิษน้อย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เป็นที่นิยมใช้แพร่หลายทั่วโลก”

s__32759846

ส่วนค่าเคมีในเนื้อเหล็กก็เป็นอีกหนี่งปัจจัยที่ช่วยให้เหล็กที่ผลิตออกมามีคุณภาพ ซึ่งใน มอก.ฉบับเดิมทางสมอ.กำหนดค่าเคมีที่ต้องควบคุมไว้ 5 ชนิด แต่ใน มอก.ฉบับใหม่เพิ่มเติมอีก 14 ชนิด รวมเป็น 19 ชนิด โดยค่าเคมีที่กาหนดเหล่านี้จะถูกควบคุมไม่ให้มีสารปนเปื้อนมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของเหล็กและความปลอดภัยของผู้บริโภค เช่น การมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูงจะทาใหเ้หล็กเกิดรอยแตกได้ง่าย กำมะถันสูงทำให้เหล็กมีความเหนียวต่ำ และเปราะหักง่าย เป็นต้น

นายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร กรรมการสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ผลิตเหล็กทรงยาวได้มีการปรับตัวเตรียมพร้อมสำหรับมอก.ฉบับใหม่ และไม่ได้กังวลว่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เพราะในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างโดยทั่วไปไม่ว่าจะใช้เตาหลอมชนิดใดจะใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบ ซึ่งมักจะมีสารมลพิษเจือปนอยู่ไม่ว่าเป็นฟอสฟอรัส, กามะถันโบรอน ฯลฯ ส่งผลต่อคุณภาพและความแข็งแรงของเหล็กเส้น แต่เตา EF ของกลุ่มสมาคมจะมีกระบวนการในการขจัดสารมลพิษเหล่านี้ออกไป ทำให้เหล็กที่ผลิตออกมามีความสะอาดขึ้น เนื้อเหล็กแน่น ซึ่งเป็นการช่วยสร้างมูลค่า และช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในมาตรฐาน

s__32759847

Cr.http://iiu.isit.or.th

วิเคราะห์ผลทางตรง-ทางอ้อม เมื่อทรัมป์เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กอลูมิเนียมแก่ไทย

วิเคราะห์ผลทางตรง-ทางอ้อม เมื่อทรัมป์เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กอลูมิเนียมแก่ไทย

นักวิเคราะห์แบงก์ไทยพาณิชย์ประเมินผลกระทบสหรัฐฯ เมินยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย ชี้ผลทางตรงมีจำกัด เพราะกำลังผลิตภายในสหรัฐยังน้อย จับตาผลทางอ้อมเหล็กรัสเซีย-ตุรกี-จีนสบช่องตีตลาดในไทยประเทศ จากช่องโหว่ภายใน แนะผู้ประกอบการไทยขยายตลาดเหล็กเจาะฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา ทดแทน

นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีที่สหรัฐอเมริกาปฏิเสธจะยกเว้นภาษีนำเข้าเป็นรายประเทศให้กับประเทศไทย กรณีเหล็กและอลูมิเนียมนั้น อีไอซี ประเมินว่า เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะมีผลกระทบทางตรงต่ออุตสาหกรรมเหล็กและอลูมิเนียมไทยในวงจำกัด เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการผลิต (capacity utilization) ภายในสหรัฐฯ ยังไม่สามารถปรับตัวได้สูงมากนัก

นอกจากนี้ แม้ผู้ส่งออกไทยต้องเสียภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตราร้อยละ 25 และร้อยละ 10 ตามลำดับ ซึ่งดูเหมือนจะส่งผลโดยตรงให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการไทยลดลง และมีแนวโน้มที่จะทำให้สูญเสียตลาดส่งออกสหรัฐฯ ไป แต่ อีไอซีพบว่า ตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามอย่างเป็นทางการให้เรียกเก็บอัตราภาษีดังกล่าวในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ ได้ปรับราคาขายเหล็กโดยเฉลี่ยในประเทศขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 30 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาเหล็กและอัตราภาษีที่ส่งออกจากไทย อีไอซี มองว่าราคาส่งออกจากไทยยังสามารถแข่งขันกับราคาเหล็กในสหรัฐฯ ได้

ส่วนผลกระทบทางอ้อม อีไอซี มองว่าผลิตภัณฑ์เหล็กจากประเทศต่างๆ ที่ไม่สามารถนำเข้าสู่สหรัฐฯ มีโอกาสที่จะถูกส่งออกมาทำตลาดในไทย โดยเฉพาะเหล็กกึ่งสำเร็จรูปจากรัสเซีย เหล็กเส้นจากตุรกี และลวดเหล็กจากจีน ที่ปัจจุบันไทยยังไม่มีการใช้มาตรการป้องกันทางการค้ากับผลิตภัณฑ์เหล็กเหล่านี้ ส่วนผลิตภัณฑ์เหล็กอื่นๆ เช่น ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บจากเกาหลีใต้ และเหล็กเคลือบจากเวียดนาม อีไอซี ประเมินว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะไม่ไหลเข้าไทยในปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไทยมีการเรียกเก็บภาษีการทุ่มตลาด หรือ Anti Dumping อยู่แล้วในปัจจุบัน

“คาดว่าผลกระทบจากการที่สหรัฐฯ ปฏิเสธการยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมไทย จะไม่กระทบต่อประมาณการส่งออกในปี 2561” นายกณิศ กล่าว

พร้อมกับอธิบายปัจจัยสนับสนุนการประเมินว่า หนึ่ง แม้ผู้ประกอบการไทยจะถูกเรียกเก็บภาษี แต่ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นยังคงอยู่ในระดับที่ผู้ประกอบการไทยสามารถทำการแข่งขันได้ สอง แม้ผู้ประกอบการไทยจะสูญเสียตลาดส่งออกไปยังสหรัฐฯ แต่ผู้ประกอบการไทยก็สามารถหาตลาดส่งออกอื่นๆ ทดแทนได้ เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพิงการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กไปยังสหรัฐ สัดส่วนราวร้อยละ 17 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กทั้งหมดเท่านั้น

ทั้งนี้ ปี 2560 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมไปยังสหรัฐฯ ประมาณ 4 แสนตัน และ 4 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าราว 13,000 ล้านบาท และ 7,600 ล้านบาท หรือเพียง ร้อยละ 0.12 และร้อยละ 0.07 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยในปีดังกล่าว อีกทั้งปริมาณเหล็กและอะลูมิเนียมที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17 และร้อยละ 10 ของปริมาณเหล็กและอะลูมิเนียมที่ส่งออกทั้งหมดจากไทย

“ดังนั้น โอกาสในการส่งออกเหล็กจากไทยสู่สหรัฐฯ ยังไม่ได้หมดไป แต่ผู้ประกอบการไทยควรหาตลาดส่งออกใหม่ เพื่อชดเชยปริมาณการส่งออกเหล็กสู่สหรัฐฯ หากผู้ผลิตเหล็กในสหรัฐฯ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้นในอนาคต”

สำหรับผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บที่ใช้ในงานก่อสร้าง ผู้ประกอบการควรมองหาโอกาสในการขยายตลาดไปยังฟิลิปปินส์และกัมพูชา ซึ่งมีปริมาณการนำเข้ารวมกันสูงถึง 2.4 แสนตัน ในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มการนำเข้าขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของภาคก่อสร้าง ขณะที่ผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นเคลือบ อีไอซี มองว่าผู้ประกอบการควรพิจารณาหาโอกาสส่งออกไปยังเมียนมา และลาว ที่มีปริมาณนำเข้าในระดับสูงถึง 5 แสนตันต่อปี และมีความต้องการเติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าร้อยละ 10 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Cr. iiu.isit.or.th

ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนของเอเชียฟื้นตัวขึ้นจากความเชื่อมั่นในตลาดที่แข็งแกร่ง

ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนของเอเชียฟื้นตัวขึ้นจากความเชื่อมั่นในตลาดที่แข็งแกร่ง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ซื้อเพิ่มคำสั่งซื้อและผู้ขายปรับราคาเสนอขายท่ามกลางความเชื่อมั่นในตลาดที่แข็งแกร่ง

S&P bal Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน SS400 หนา 3 มม อยู่ที่ 595 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า และประเมินราคานำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อน เกรดเดียวกันในภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ 605 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Southeast Asia ทรงตัวต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

แหล่งข่าวรายงาน บริษัท Shagang ผู้ผลิตเหล็ก ในภาคตะวันออกของประเทศจีน ปรับราคาเสนอขายเหล็กแผ่นรีดร้อน ขึ้นไปอยู่ที่ 610 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China เพิ่มขึ้น 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน เมื่อเทียบกับวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่วนผู้ผลิตเหล็กรายอื่น ยังคงราคาไว้ที่ 595-600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China สำหรับการจัดส่งในเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม

ในขณะที่ผู้ซื้อดูเหมือนจะยอมรับการเพิ่มขึ้นของราคาเหล็กในจีน โดยผู้ซื้อจากประเทศเกาหลีใต้ปรับราคาเสนอซื้ออยู่ที่ 595 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China สำหรับการจัดส่งในเดือนกรกฏาคม

ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน Q235 หนา 5.5 มม ในตลาดเซี่ยงไฮ้ อยู่ที่ประมาณ 4,300-4,320 หยวนต่อตัน หรือ 672-676 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน (ex-stock including value added tax)

Cr. http://iiu.isit.or.th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า