google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
รมว.คลังสหรัฐเรียกร้อง ทรัมป์ ยกเว้นจัดเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากแคนาดา

รมว.คลังสหรัฐเรียกร้อง ทรัมป์ ยกเว้นจัดเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากแคนาดา

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงคลังสหรัฐ ได้ขอให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยกเว้นการจัดเก็บภาษีเหล็กกล้าและอลูมิเนียมประเทศแคนาดา

รมว.คลังสหรัฐได้เสนอทางเลือกดังกล่าวในการประชุมคณะทงานด้านนโยบายเศรษฐกิจอาวุโส ซึ่งประกอบด้วยนายวิลเบอร์ รอส รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ, นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้า, นายโรเบิร์ต ไลไทเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เป็นต้น

นายมนูชินได้เสนอทางเลือกดังกล่าวภายหลังกลับจากการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 ที่แคนาดา โดยระบุถึงตัวเลขเกินดุลด้านเหล็กกล้าของสหรัฐและแคนาดาว่าอยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์ และยอดเกินดุลด้านบริการมูลค่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ด้วยเหตุนี้จึงควรที่จะพิจารณาเรื่องการยกเว้นการจัดเก็บภาษีกับแคนาดา

อย่างไรก็ดี ที่ปรึกษาในที่ประชุมก็ไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องพิจารณาและตัดสินใจอีกครั้งเกี่ยวกับนโยบายที่จะใช้กับแคนาดา

Cr. iiu.isit.or.th

ชงครม.เคาะ7เส้น รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย

ชงครม.เคาะ7เส้น รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย

สนข.เตรียมทำแผนขยายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมส่วนต่อขยายอีก 7เส้นทาง ก่อนเสนอ ครม.เคาะเร็วๆ นี้

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนขยายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมส่วนต่อขยายอีก 7 เส้นทาง ระยะทาง 85.9 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ชั้นในและปริมณฑล ก่อนจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ สำหรับทั้ง 7 เส้นทาง คือ สายสีแดงเข้ม (รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) สายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-ศิริราช ตลิ่งชัน-ศาลายา) สายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4) สายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) สายสีเขียวเข้ม(สมุทรปราการ-บางปู) และแอร์พอร์ตเรลลิงค์ (พญาไท-สนามบินดอนเมือง) นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้ายังคงเป็นทำเลทอง ยิ่งกลางเมืองราคาที่ดินยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทให้ความสนใจพัฒนาโครงการใหม่ๆ อาทิ ปลายสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว จ.สมุทรปราการ เพราะมีทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

Cr: www.posttoday.com/economy/553291

กรมการค้าต่างประเทศ..รออะไร หรือต้องให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยพินาศไป

กรมการค้าต่างประเทศ..รออะไร หรือต้องให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยพินาศไป

กรมการค้าต่างประเทศ..รออะไร หรือต้องให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยพินาศไป

ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่บ้างที่ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าต่างประเทศขยับตัว กรณีที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กของไทย จะได้รับผลกระทบ จากกรณีที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก และ อะลูมิเนียม 25% ภายใต้ มาตรา 232 เพื่อเรียกเก็บอากรสินค้าเหล็กนำเข้าจากทั่วโลก

โดยก่อนหน้านี้…ได้ส่งหนังสือถึงผู้แทนการค้าสหรัฐ ( USTR) และนำประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับ USTR ในการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย – สหรัฐ ระหว่างวันที่ 9 – 10 เมษายนที่ผ่านมา….ซึ่งผลก็คือ…เราได้แต่ติดตามผลการพิจารณาของ USTR ว่าจะพิจารณากับไทยอย่างไร…!! ต่างจากกรณีของ… เกาหลีใต้ที่เพิ่งได้รับสิทธิ์การยกเว้นภาษีไปแล้ว…

แต่ก่อนที่เราจะรู้ผลเรื่องนี้…มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงและกังวลมากกว่า…นั่นคือสินค้าเหล็กจากประเทศต่างๆทะลักเข้ามายังประเทศไทย ….เพราะไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐได้ ….และจากรายงานสถิตินำเข้าของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย….พบว่า มีสัญญาณการนำเข้าสินค้าเหล็กที่ผิดปกติจากประเทศอิหร่าน รัสเซีย และเวียดนาม….ทั้งเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น และสินค้าเหล็กลวด….และทั้ง อิหร่าน รัสเซีย และเวียดนาม….เป็นประเทศเป้าหมายของ มาตรา 232…ของสหรัฐ….

และยิ่งน่าห่วงกว่านั้น…ก็คือยังไม่มีการกำหนด มาตรการใดๆ อย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐของไทยที่จะป้องกันการทะลักเข้าของเหล็กนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกตินี้เลย…

ต่างจากหลายประเทศที่ขณะนี้ได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการไหลทะลักเข้าของเหล็กซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อมจาก มาตรา 232 ของสหรัฐกันหมดแล้ว…. เช่น…กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศเปิดไต่สวนมาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) กับสินค้าเหล็กถึง 26 รายการสินค้า…โดย EU ประกาศว่าจะใช้เร่งรัดการไต่สวนให้เสร็จสิ้นในระยะเวลา 9 เดือนเท่านั้น….ขณะที่ตุรกีก็ดำเนินการในรูปแบบเดียวกันคือการเปิดไต่สวนมาตรการ Safeguard กับ 5 กลุ่มสินค้า ….

เห็นไหมล่ะทุกประเทศเขาสร้างกำแพงปกป้องธุรกิจในประเทศกันหมดแล้ว..ถ้ายังไม่ทำอะไรเลย…ก็แน่นอนว่าประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายของการส่งออกสินค้าเหล็กจากทั่วโลก….!! เฉพาะแค่ผลกระทบทางตรงเรื่องที่สินค้าเหล็กบางชนิดของไทยจะถูกกระทบโดยตรงจาก มาตรา 232 ของสหรัฐ…ตัวเลขเบื้องต้นก็พินาศไปแล้วเกือบ 3 พันล้านบาท…บางบริษัทตอนนี้ไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเลย…

นั่นแค่เหล็กชนิดเดียว(เข้าใจไม่ผิดก็น่าจะเป็นผู้ส่งออกเหล็กรีดเย็น)…และหากว่าเหล็กเกือบทุกชนิดทะลักเข้ามาไทย….จนเจ๊งกันทั้งระบบ…ความพินาศย่อยยับคงมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท…แรงงานไทยต้องตกงานอีกกี่หมื่นคนและคนไทยอีกกี่แสนคนที่ต้องอดตาย…นึกภาพออกไหม….!! ถึงตรงนี้…กรมการค้าต่างประเทศ…ผู้มีอำนาจในการออกมาตรการปกป้องการนำเข้า อย่างผิดปกติ..แต่กลับไม่ทำอะไรเลย….จะรับผิดชอบไหวไหม….????

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/nnd/2833662

รัฐลุยแผนทางคู่เชื่อมอีอีซี ‘ณัฐชาติ’ นั่งประธานขสมก

รัฐลุยแผนทางคู่เชื่อมอีอีซี ‘ณัฐชาติ’ นั่งประธานขสมก

ครม.ไฟเขียวงบ 145 ล้าน ศึกษารถไฟทางคู่เชื่อมท่าเรืออีอีซี ตั้ง “ณัฐชาติ” นั่งประธานบอร์ด ขสมก. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณเพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมออกแบบรายละเอียดและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟช่วงหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา และโครงการรถไฟทางคู่ช่วงศรีราชา-มาบตาพุด ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) วงเงิน 145 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะก่อสร้างทางรถไฟเพิ่มขึ้น 1 เส้นทาง เพื่อเชื่อมกับเส้นทางรถไฟทางคู่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (แหลมฉบัง-ศรีราชา-ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย) และเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟทางคู่ช่วงหนองคาย-ขอนแก่นนครราชสีมา-แก่งคอย-ฉะเชิงเทรา และเพิ่มรถไฟทางคู่ช่วงศรีราชา-มาบตาพุด อีก 1 เส้นทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางรถไฟสู่ท่าเรือสำคัญทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และท่าเรือมาบตาพุด….

อ่านต่อได้ที่ : posttoday.com

อุตสาหกรรมเหล็กจี้รัฐ เร่งเจรจามาตรา 232 แก้ส่งออก

อุตสาหกรรมเหล็กจี้รัฐ เร่งเจรจามาตรา 232 แก้ส่งออก

ขึ้นชื่อว่า อุตสาหกรรมเหล็ก ทุกวันนี้ยังไม่ได้แข็งแรงเหมือนชื่อ กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ตกอยู่ในสภาพติดหล่มเป็นระยะ เส้นทางของเหล็กไทยแท้จริงน่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง พอเหล็กเริ่มผลิตได้ รัฐบาลโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก็อุ้มผู้ผลิตโดยใช้มาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ (Surcharge) เหล็ก ภายใต้หลักการให้เฉพาะกลุ่มเหล็กที่อยู่ในระหว่างกระบวนการสอบสวนการเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด (เอดี) ต่อมาก็มีมาตรการเอดี มาตรการอื่น ๆ ตามมาเป็นระลอก เพื่อสกัดเหล็กนำเข้า แต่กำแพงปกป้องเหล่านี้มีเงื่อนเวลา และไม่สามารถต้านพลังการเข้ามาทุ่มตลาดเหล็กจากประเทศต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะจีน หรือ ประเทศอื่นที่มีเหล็กต้นน้ำ และมีขนาดกำลังผลิตปริมาณมากทำให้ได้เปรียบกว่าในแง่ต้นทุนผลิตรวม

วิกรม วัชรคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมัยที่ 2 ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” สะท้อนความเห็นถึงนโยบายเหล็ก 4.0 และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล็กในขณะนี้ รวมถึงข้อกังวลต่อมาตรา 232 จากสหรัฐอเมริกา

มองนโยบายอุตเหล็ก 4.0
ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก แสดงความเห็นว่า นโยบายอุตสาหกรรมเหล็ก 4.0 ที่ 7 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็กเสนอต่อกระทรวงอุตสาหกรรมไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีทั้งมาตรการระยะสั้นและมาตรการระยะกลาง-ยาว โดยเฉพาะมาตรการระยะสั้นที่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกป้องคุ้มครองอุตสาหกรรมเหล็กที่คุยกันมานานแล้ว และส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีเรื่องมาตรการปกป้องทั้งในรูปของมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) หรือ เอดี และมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) รวมถึงเรื่องการกำหนดมาตรฐานเหล่านี้ เป็นเรื่องของการช่วยบรรเทาปัญหา แต่ยังไม่ได้เกิดการพัฒนาหรือแก้ปัญหาอุตสาหกรรมเหล็กอย่างแท้จริง เนื่องจากต้นเหตุมาจากโครงสร้างอุตสาหกรรมเหล็กของไทยเป็นโครงสร้างที่มีปัญหา เป็นการผลิตที่ไม่ครบวงจร และยังมีการผลิตเหล็กบางประเภทที่ล้นตลาดอยู่จำนวนมาก เช่น กลุ่มเหล็กเส้น หรือ กลุ่มเหล็กทรงยาว ที่มีกำลังผลิตเกินความต้องการใช้ (มีกำลังผลิตรวมกว่า 13 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้จริงเพียง 3.9 ล้านตัน หรือ 30% ของกำลังผลิตเต็ม) เหล่านี้ คือ เหตุผลที่ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กเกิดปัญหา NPL ก็มีการหารือกันว่า ต้องปรับลดกำลังผลิตลง แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการปรับลด กลับสวนทางกันเกิดขึ้น เพราะยังมีการอนุญาตให้ตั้งโรงงานใหม่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

ต่อมา ระยะหลังเริ่มมีเทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่า รวมทั้งเครื่องจักรเก่าจากจีนเข้ามา ซึ่งไม่เหมาะที่จะนำมาผลิตเหล็กเส้น เพราะใช้พลังงาน แต่จะเหมาะสำหรับการผลิตที่มีระยะเวลาผลิตนาน ๆ เช่น โรงหล่อ และเกิดการสูญเสียเนื้อเหล็กน้อยกว่า ซึ่งขณะนี้ มีโรงงานผลิตเหล็กหลายรายที่สนใจใช้ Best Available Technologies (BAT) and Practices เป็นการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต มีทั้งกลุ่มที่ผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมเหล็กไฟฟ้า (EAF) กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กด้วยกระบวนการรีดร้อน (RHF) เป็นต้น

08-3353-265x503

ขานรับมาตรการระยะยาว
ส่วนมาตรการระยะกลาง-ยาว ตามนโยบายเหล็ก 4.0 นั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจ หากทำได้จะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งบางเรื่องก็เคยพูดถึงกันมานาน แต่ไม่ได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากภาครัฐ เช่น เรื่องที่พูดถึงความมั่นคงของเหล็กต้นน้ำตรงนี้ เราต้องพูดถึงการพัฒนาประเทศโดยรวม จะต้องพูดถึงโครงสร้างทางสังคมด้วย ต้องมีการลงทุนโดยภาครัฐ ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล การเติบโตของเมืองในพื้นที่เหล่านี้จะต้องมาควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ด้วย
นอกจากนี้ ที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมเหล็ก 4.0 ยังมีการพูดถึงระบบซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ และการเชื่อมโยงเหล็กไปสู่เซ็กชันก่อสร้าง มีเรื่องการวิจัยและพัฒนาเหล็กคุณภาพสูง เรื่องเหล่านี้จะทำได้ภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกัน มีเงินมาใช้สำหรับการพัฒนา ไม่ใช่นำเทคโนโลยีเก่า ๆ เข้ามาใช้ อยากให้ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจีนถึงโละเครื่องจักรเก่าออกมา เริ่มมีเครื่องจักรเก่าจากจีนเข้ามาไทย ทำไมเราไม่หยุดโดยระงับการนำเข้าเครื่องจักรเก่าที่ล้าสมัยเข้ามาใช้ในไทย ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็เข้ามาสร้างปัญหามลพิษและเกิดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง

มาตรา 232 รัฐต้องเจรจา
สำหรับกรณีอเมริกา เดินมาตรา 232 เรื่องนี้ต้องกล่าวถึงสาเหตุก่อนว่า การที่อเมริกาแตะเรื่องเหล็ก และอะลูมิเนียม เพราะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศมีอาวุธ มีเรื่องขนส่ง อาหาร มีความสำคัญต่อประเทศ และอัตรการผลิตเหล็กในอเมริกาก็ลดลง เพราะถูกประเทศอื่นเข้ามาขาย จึงออกมาตรการนี้ออกมา แต่ก็จะเห็นว่า มีหลายประเทศได้รับการผ่อนปรน เนื่องจากรัฐบาลของแต่ละประเทศไปเจรจา ทั้งแคนาดา เม็กซิโก อียู เกาหลี ขณะที่ ของไทยอยู่ในอันดับที่ 11 ที่มีปริมาณส่งเหล็กเข้าไปยังอเมริกา เป็นมูลค่า 10,479 ล้านบาท หรือ 383,496 ตัน มีทั้งท่อเหล็ก เหล็กแผ่นรีดเย็น และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี ซึ่งภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องไปเจรจาเพื่อแก้ปัญหานี้ ไม่เช่นนั้น ผู้ส่งออกเหล็กไทยที่พึ่งพาตลาดอเมริกากระทบ โดยเฉพาะช่วงรอยต่อที่ยังหาตลาดใหม่ทดแทนไม่ได้

อย่างไรก็ตาม มองว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กนับจากนี้ไป จะเกิดการแข่งขันมากขึ้น สงครามการค้าในรูปแบบต่าง ๆ จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น พฤติกรรมการใช้เหล็กจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ถ้าไม่เร่งปรับตัวทำอะไรเลยจะยิ่งลำบาก เพราะที่ผ่านมา เรายังไม่ได้โฟกัสและปฏิบัติจริงในแง่การพัฒนา และยกระดับอุตสาหกรรมเหล็ก ถ้าเราพัฒนาและเข้าถึงตลาดได้ก็จะเป็นโอกาสของเรา
แหล่งที่มา : ฐานเศราษฐกิจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า