google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
สหรัฐเว้นภาษีนำเข้าท่อเหล็ก25%

สหรัฐเว้นภาษีนำเข้าท่อเหล็ก25%

“พาณิชย์” ปลื้ม ท่อเหล็กไทยได้รับการเว้นภาษีนำเข้า 25% จากสหรัฐเป็นรายครั้ง เตรียมลุ้น ยูเอสทีอาร์ประกาศเว้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมทั้งประเทศให้ไทย

นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผู้ผลิตท่อเหล็กไทยที่ส่งออกไปตลาดสหรัฐ ได้ประสานผู้นำเข้าสหรัฐเพื่อขอให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยกเว้นการเก็บอากรนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็นรายพิกัดที่นำเข้าจากไทย โดยล่าสุดกระ ทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ยกเว้นการเก็บอากรนำเข้าให้กับท่อเหล็กที่นำเข้าจากไทยของการ ส่งออกแต่ละครั้งไปสหรัฐ (ราย ชิปเมนต์)

“แม้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะไม่ได้ยกเว้นภาษีให้ท่อเหล็กของไทยทั้งหมด โดยให้การส่งออกแต่ละรอบจะต้องให้ผู้นำเข้าสหรัฐทำเรื่องมา ขออนุญาตกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งแม้จะมีความยุ่งยากในเรื่องขั้นตอน แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่สินค้าท่อเหล็กไทยถูกเว้นการเก็บภาษี โดย ล็อตล่าสุดที่มีการส่งออกไปก็ไม่ถูกการเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 25% จากสหรัฐ” นายวันชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการสินค้าแผ่นเหล็กรีดร้อนและแผ่นเหล็กรีดเย็นของไทยกำลังประสานไปยังผู้นำเข้าสหรัฐให้ยกเว้นภาษีการนำเข้าเช่นเดียวกับสินค้าท่อเหล็ก ส่วนกลุ่มสินค้าอะลูมิเนียมยังไม่มีการประ สานไปยังผู้นำเข้าสหรัฐ

นายวันชัยกล่าวว่า ส่วนการขอยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมทั้งประเทศนั้น ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ยื่นรายละเอียดไปยังผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ในการประชุมกรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-สหรัฐ (ทิฟฟา) เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยยืนยันถึงความเป็นมิตรประเทศและความสัมพันธ์ที่มั่งคงระหว่างไทยและสหรัฐมาอย่างยาว นาน คาดว่ายูเอสทีอาร์จะมีการประกาศผลว่าจะยกเว้นการเก็บภาษีเหล็กอะลูมิเนียมทั้งประเทศให้กับไทยในเร็วๆ นี้จากเดิมที่จะมีการประกาศผลในวันที่ 1 พ.ค.2561 แต่ได้เลื่อนผลการพิจารณาออกไปก่อน

ที้งนี้ การเก็บภาษีสิน ค้าเหล็กและอะลูมิเนียมของ สหรัฐเป็นไปตามมาตรา 232 (เพื่อความมั่นคง) โดยประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามคำสั่งเก็บภาษีสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลกในอัตรา 25% และ 10% ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา.

เบาแต่แข็ง ของใหม่มาแรงแซงเหล็ก

เบาแต่แข็ง ของใหม่มาแรงแซงเหล็ก

อะลูมิเนียมเป็นวัสดุทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้น ผลพวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรีดและวัสดุศาสตร์ ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ โดยเฉพาะน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแรง

โครงสร้างกรอบอะลูมิเนียมบางเพียง 2 เซนติเมตร ผ่านการผลิตและดีไซน์พิเศษเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในการแบกรับน้ำหนักกระจกนิรภัยชนิดสุญญากาศที่หนาถึง 32 มิลลิเมตรและบานสูงสุด 6 เมตร รวมถึงรั้วบ้านสไตล์ดีไอวายตลอดจนชิ้นส่วนยานยนต์-อากาศยาน วัสดุตกแต่งและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นแนวโน้มความต้องการใช้งานอะลูมิเนียมที่เข้ามาเบียดพื้นที่วัสดุสแตนเลส ทองแดงและเหล็ก

อะลูมิเนียมเป็นวัสดุทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้น ผลพวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรีดและวัสดุศาสตร์ ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ โดยเฉพาะน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแรง ซึ่งช่วยลดน้ำหนักของรถได้ 40% ส่งผลถึงการลดใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มน้ำหนักบรรทุกให้กับธุรกิจโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100% จึงตอบเทรนด์รักษ์โลกและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วัสดุน้ำหนักเบารุกคืบทุกเซกเมนต์

บัญชุสา พุทธพรมงคล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์สตาร์เมททอล จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตอะลูมิเนียมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มีทั้งโรงหลอม โรงรีดและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า เทรนด์การประยุกต์ใช้วัสดุชนิดนี้แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการสิ่งปลูกสร้างระดับไฮเอนด์ที่ให้ความสำคัญกับการดีไซน์ ซึ่งอะลูมิเนียมสามารถตอบโจทย์ให้กับสถาปนิกได้อย่างลงตัว

“บริษัทมุ่งทำวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบวงจร ยกตัวอย่างเทรนด์ประตูหน้าต่างกระจกบานสูง 6 เมตร น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ทำอย่างไรให้เฟรมอะลูมิเนียมที่บาง 20 มิลลิเมตรรองรับน้ำหนักได้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีและความชำนาญในการดีไซน์ ทั้งยังนำเข้าโนว์ฮาวจากสวิตเซอร์แลนด์มาใช้ในกระบวนการรีดแผ่นอะลูมิเนียมให้มีทั้งความบางและแข็งแรงพอสำหรับน้ำหนักกระจก”

ประตูหน้าต่างทรงสูงไม่บดบังทิวทัศน์ภายนอก กำลังได้รับความนิยมสำหรับสิ่งปลูกบ้านสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี ถือเป็นสินค้าไฮไลท์จากการวิจัยคิดค้นที่แตกต่างจากคู่แข่ง และจะเป็นหัวหอกบุกเบิกเข้าถึงผู้บริโภคระดับเอนด์ยูสเซอร์โดยตรง โดยนำมาร่วมงาน สถาปนิก’61 ระหว่างวันที่ 1-6 พ.ค.นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ร่วมกับรั้วอะลูมิเนียมที่สามารถนำมาประกอบติดตั้งหน้างานได้ทันที โดยออกแบบชิ้นงานคล้ายการต่อเลโก้ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับช่างก่อสร้าง

นอกจากนี้ยังมีประตูหน้าต่างติดไส้กรองอากาศ เพื่อให้อากาศในบ้านหมุนเวียนหรือทำให้บ้านหายใจได้โดยไม่ต้องเปิดประตูหน้าต่าง ส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน ในอนาคตจะติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะเชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนให้ตรวจสอบสถานะว่าลืมปิดหรือไม่ หรือสั่งงานให้ปิดเปิดได้อัตโนมัติ เป็นต้น

ประตูหน้าต่างลักชัวรี

 “การคิดค้นนวัตกรรมของแบรนด์ AB&W Innovation มาจากแนวคิดการออกแบบที่ว่า ประตูหน้าต่างไม่ใช่แค่ทางเข้าออก หรือเป็นอุปกรณ์ปิดช่องลม ช่องแสงของบ้านเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดรองจากโครงสร้างอาคารที่ใช้ควบคุมพลังงานและยังสามารถสร้างบุคลิกภาพให้กับบ้านและอาคารได้ด้วย” ชญานี พินิจโสภณพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าว

มาตรฐานประตูหน้าต่างกระจกประกอบด้วย 3 ด้านคือ กันน้ำ กันลมและกันการรั่วไหลของอากาศ ในต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างมากโดยมีการทดสอบและรับรอง ซึ่งทางบริษัทส่งทดสอบทั้งมาตรฐานยุโรปและออสเตรเลีย เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นใจให้กับลูกค้าโครงการ โดยเฉพาะอาคารสูงซึ่งต้องรับแรงลมปะทะมากพิเศษกระทั่งสามารถทำให้เฟรมอะลูมิเนียมด้อยมาตรฐานโก่งงอได้

AB&W Innovation มีความพร้อมด้านทีมงานที่เชี่ยวชาญทาง “วิศวกรรมดีไซน์โครงสร้าง” โดยเฉพาะประตูหน้าต่าง ทำงานร่วมกับทีมอาร์ทไดเรคเตอร์ซึ่งดูแลด้านความสวยงามและทันสมัย ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับโครงการอสังหาฯรายใหญ่หลายราย ถือว่า 5 ปีที่ก่อตั้งมานี้ได้เรียนรู้งานครบทุกส่วนแล้ว โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10% ของตลาดลักชัวรี

“ก้าวต่อไปเรายังคงยึดแนวทางเดิมที่เป็นจุดแข็งคือ การดีไซน์และวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ขณะเดียวกันจะรุกตลาดเอนด์ยูสเซอร์เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ เช่น การร่วมงานสถาปนิก’61 ตั้งเป้ารายได้จากการเข้าร่วมงานครั้งนี้ไว้ที่ 10 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมบูธทไม่ต่ำกว่า 1,000 คน” ชญานี กล่าว

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ยอดนำเข้าเหล็กเวียดนาม ม.ค. – เม.ย. หดตัว 6.4%

ยอดนำเข้าเหล็กเวียดนาม ม.ค. – เม.ย. หดตัว 6.4%

สำนักข่าว Xinhua รายงาน ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กของเวียดนามในช่วงตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2018 อยู่ที่ 4.2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่านำเข้าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 24.6% ในเชิงปริมาณ และลดลง 6.4% ในเชิงมูลค่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตามการรายงานของกรมศุลกากรเวียดนาม

สมาคมเหล็กเวียดนาม เปิดเผย ในช่วงสี่เดือนแรกปีนี้ ยอดผลิตเหล็กเวียดนามอยู่ที่ 3.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.8% ขณะที่การบริโภคภายในประเทศอยู่ที่ 3.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ปี 2017 ที่ผ่านมาประเทศเวียดนามนำเข้าเหล็กคิดเป็นมูลค่ากว่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 15 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเหล็กจากประเทศจีนประมาณ 7 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่านำเข้ากว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รองลงมาคือ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ตามลำดับ

แหล่งที่มา : Xinhua

สหรัฐยืดเวลาเว้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อลูมิเนียมอียู

สหรัฐยืดเวลาเว้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อลูมิเนียมอียู

สหรัฐยืดเวลาเว้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อลูมิเนียมอียู แคนาดาและเม็กซิโกไปจนถึงวันที่ 1 เดือนมิ.ย.

ทำเนียบขาวประกาศเมื่อวานนี้ ตามเวลาสหรัฐว่า รัฐบาลสหรัฐจะขยายเวลาการยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) แคนาดา และเม็กซิโก ออกไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย.นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะให้เวลา 30 วันสุดท้ายแก่ประเทศเหล่านี้ ในการบรรลุข้อตกลงการเจรจาด้านการค้า

นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐ  ยังบรรลุข้อตกลงกับเกาหลีใต้ในเรื่องการนำเข้าเหล็ก และได้ทำข้อตกลงในหลักการกับอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย และบราซิล
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ชาติสมาชิก WTO วิตกสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก ชี้บั่นทอนระบบการค้า

ชาติสมาชิก WTO วิตกสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก ชี้บั่นทอนระบบการค้า

ประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) หลายๆ ประเทศ ได้แสดงความวิตกกังวลและความผิดหวังกับการที่สหรัฐได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการปกป้องของ WTO

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประเทศสมาชิก WTO ทั้งสิ้น 7 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย อินเดีย เวเนซูเอลา ตุรกี นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ และสิงคโปร์ มีความเห็นตรงกันกับจีนซึ่งเป็นผู้หยิบยกประเด็นดังกล่าว ในการแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐได้ประกาศเก็บภาษีตามมาตรา 232

ทางการจีนได้ออกมาเตือนว่า การดำเนินการตามมาตรา 232 นั้น สร้างความเสียหายอย่างมากต่อเสถียรภาพระบบการค้าระดับพหุภาคี อีกทั้งยังทำให้ห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศต้องผิดเพี้ยนไปจากเดิม และจะส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงตามมาในภายหลัง

จีนเปิดเผยว่า การที่สหรัฐละเว้นการเก็บภาษีจากบางประเทศ ซึ่งรวมถึงซัพพลายเออร์รายใหญ่ๆ ของสหรัฐนั้น บ่งบอกชัดเจนว่าสหรัฐได้ละเมิดหลักการปฏิบัติต่อสินค้าจากประเทศสมาชิกอย่างเท่าเทียมกัน (Most favoured nation หรือ MFN) ของ WTO

ด้านรัสเซียเปิดเผยว่า กระบวนการทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังการเรียกเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าวขาดความโปร่งใส ทั้งยังเป็นการตัดสิทธิ์ของกลุ่มผู้ผลิตต่างชาติในการเสนอหลักฐานประกอบการชี้แจง

ผู้แทนจากรัสเซีย มองว่า การกระทำของสหรัฐมีแต่จะบั่นทอนเสถียรภาพการค้า เปิดช่องทางสู่การยกระดับมาตรการกีดกันทางการค้า และก่อให้เกิดสถานการณ์ที่มีแต่เสียกับเสียแก่สมาชิกทุกประเทศ

ขณะเดียวกัน ทางตุรกีได้ชี้แนะว่า การประชุม Global Forum on Steel Excess Capacity ของกลุ่ม G20 จะเป็นเวทีในการหารือปัญหาเกี่ยวกับกำลังการผลิตส่วนเกิน พร้อมเสริมว่า ปัญหาดังกล่าวควรแก้ไขด้วยความร่วมมือร่วมใจ ไม่ใช่การกระทำแต่ฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ดี ทางการสหรัฐยืนยันว่า มาตรการเก็บภาษีนำเข้ามีขึ้นด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่การปกป้องทางการค้า ดังนั้น สมาชิกชาติอื่นๆ ไม่มีเหตุสมควรในการเรียกร้องให้มีการเจรจากับสหรัฐในเรื่องดังกล่าว ตามกรอบความตกลงว่าด้วยมาตรการปกป้อง

cr. http://iiu.isit.or.th

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า