google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
พาณิชย์สหรัฐฯ เสนอ 3 ทางเลือก “โควต้า – ภาษีนำเข้า” เหล็กและอะลูมิเนียมต่างชาติ

พาณิชย์สหรัฐฯ เสนอ 3 ทางเลือก “โควต้า – ภาษีนำเข้า” เหล็กและอะลูมิเนียมต่างชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ วิลเบอร์ รอสส์ (Wilbur Ross) กระตุ้นให้ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดภาษีหรือโควต้าสำหรับสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าจากต่างประเทศ

รมต.รอสส์ กล่าวว่า การที่เหล็กและอะลูมิเนียมเข้ามาทุ่มตลาดในสหรัฐฯ กำลังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ตัวอย่างเช่น เวลานี้มีบริษัทอเมริกันเพียงบริษัทเดียวที่เป็นผู้ผลิตอะลูมิเนียมคุณภาพสูงที่ใช้ในการสร้างเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ หวังว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กและอะลูมิเนียมของบริษัทอเมริกันเป็น 80% ของปริมาณทั้งหมดในประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 73% สำหรับเหล็ก และ 48% สำหรับอะลูมิเนียม

กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอมาตรการทางเลือก 3 อย่างให้ ปธน.ทรัมป์ พิจารณา

ทางเลือกที่หนึ่ง คือ กำหนดภาษี 24% สำหรับเหล็ก และ 7.7% สำหรับอะลูมิเนียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ

สองคือ กำหนดภาษี 53% สำหรับเหล็กนำเข้าจาก 12 ประเทศ รวมทั้ง จีน บราซิล และรัสเซีย และกำหนดภาษี 23.6% สำหรับอะลูมิเนียมจาก จีน ฮ่องกง รัสเซีย เวเนซุเอล่า และเวียดนาม ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เหลือจะถูกกำหนดโควต้านำเข้าสำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม

และทางเลือกที่สาม คือ กำหนดโควต้าสำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียมที่ระดับ 63 – 87% จากปริมาณที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

อุตสาหกรรมเหล็กกล้าจีนฟื้นตัว เหตุนโยบายลดกำลังการผลิตส่วนเกินเริ่มเห็นผล

อุตสาหกรรมเหล็กกล้าจีนฟื้นตัว เหตุนโยบายลดกำลังการผลิตส่วนเกินเริ่มเห็นผล

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) เปิดเผยว่า ราคาเหล็กกล้าของจีนปรับตัวสูงขึ้นและสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นในปีที่แล้ว เนื่องจากความคืบหน้าของการปรับลดกำลังการผลิตส่วนเกินลง

กระทรวง MIIT เปิดเผยว่า ดัชนีราคาเหล็กกล้าในช่วงสิ้นเดือนธ.ค.แตะระดับ 121.8 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปี 2560 ถึง 22.4%

การปรับตัวขึ้นของราคาเหล็กกล้าได้รับอานิสงส์จากการลดปริมาณกำลังการผลิตส่วนเกินมากขึ้น การสั่งห้ามผลิตเหล็กกล้าคุณภาพต่ำ การจำกัดการผลิตในช่วงฤดูหนาว และอุปสงค์ในตลาดที่เริ่มฟื้นตัว

จีนได้ลดกำลังการผลิตเหล็กกล้าดิบลงมากกว่า 50 ล้านตันในปี 2560 ซึ่งสูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้สำหรับปี 2560 การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมภาคเหล็กและเหล็กกล้า

นอกจากนี้ จีนยังลดปริมาณการผลิตเหล็กกล้าคุณภาพต่ำที่ผลิตขึ้นจากเศษเหล็กลง 140 ล้านตันในปีที่ผ่านมา

กระทรวง MIIT ได้อ้างถึงข้อมูลจากสมาคมเหล็กและเหล็กกล้าซึ่งระบุว่า ผลกำไรของภาคเหล็กและเหล็กกล้าปรับตัวขึ้น โดยผู้ผลิตเหล็กกล้ามีกำไรเพิ่มขึ้น 613.6%

แม้จะมีความคืบหน้า แต่กระทรวง MIIT ก็ได้กล่าวเตือนถึงอุปสรรคในการลดกำลังการผลิตที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากผลกำไรที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้ผลิตบางรายเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ

Cr. http://iiu.isit.or.th

การผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูปของอาเซียนปี 2010-2016

การผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูปของอาเซียนปี 2010-2016

อาเซียนยังไม่สามารถผลิตเหล็กได้ตามความต้องการและยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้า ผู้ผลิตเหล็กส่วนใหญ่มีเพียงเตาหลอม mini-mill ซึ่งไม่สามารถผลิตเพื่อตอบสนองต่อความความต้องการใช้เหล็กในภูมิภาค

สมาคมเหล็กอาเซียน หรือ SEAISI เปิดเผย ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของ 6 ประเทศ สมาชิก ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม อยู่ที่ 77 ล้านตันในปี 2016 ซึ่งน้อยกว่า 32 ล้านตันมาจากการผลิตภายในภูมิภาค และมีการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูปเพียง 20 ล้านตันในปี 2016

ยอดการบริโภคเหล็กกึ่งสำเร็จรูปของ 6 ประเทศอาเซียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 35.5 ล้านตันในปี 2016 ขยายตัวในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 3.8 ต่อปีตั้งแต่ปี 2010-2016 ส่วนยอดการผลิตเหล็กสำเร็จรูป ในภูมิภาคขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 6.6 ต่อปี อยู่ที่ 20.7 ล้านตันในปี 2016 ขณะที่การผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูป ในภูมิภาคขยายตัวเพียงร้อยละ 1 ต่อปี สะท้อนถึงการพึ่งพา การนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กกึ่งสำเร็จรูป จากภายนอกภูมิภาค

ความต้องการใช้เหล็กกึ่งสำเร็จรูป ของประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2016 อยู่ที่ 9.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อน การผลิตเหล็กภายในประเทศลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 4.7 ล้านตันขยายตัวเพียงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูปในประเทศโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นพอสมควรด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.4 ต่อปีตั้งแต่ปี 2010-2016 ขณะที่ความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กกึ่งสำเร็จรูป ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญเฉลี่ยร้อยละ 7.6 ต่อปี

กำลังการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูปของอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยสาเหตุหลักมาจากการลงทุนผลิต Slab ของบริษัท Krakatau POSCO ที่เริ่มดำเนินการในปี 2013 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเหล็ก ของอินโดนีเซียลดลงอย่างมากในช่วงปี 2010-2016 โดยอัตราการใช้กำลังการผลิต Billet ในประเทศอินโดนีเซียลดลง จากร้อยละ 50.6 ในปี 2010 เหลือร้อยละ 39.4 ในปี 2016 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิต Slab ลดลงจากร้อยละ 60 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 54.6 ในปี 2016

ความต้องการเหล็กกึ่งสำเร็จรูป ของประเทศมาเลเซีย ลดลงเล็กน้อยร้อยละ 3 ในปี 2016 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของยอดผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน ภายในประเทศ ขณะที่ยอดการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูป ภายในประเทศลดลงอย่างรุนแรงร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2.8 ล้านตันในปี 2016 โดยภาพรวมตั้งแต่ปี 2010 – 2016 ยอดผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูป ของประเทศมาเลเซียลดลงร้อยละ 11 ต่อปี

กำลังการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูป ของประเทศมาเลเซียเพิ่มขึ้นจาก 9.2 ล้านตันในปี 2010 เป็น 12.4 ล้านตันในปี 2016 อย่างไรก็ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูป ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว โดยอัตราการใช้กำลังการผลิต Billet ลดลงจากร้อยละ 66 ในปี 2010 เหลือร้อยละ 32 ในปี 2016 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิต Slab ร่วงลงอย่างหนักจากร้อยละ 50 ในปี 2010 เหลือเพียงร้อยละ 1 ในปี 2016

ประเทศฟิลิปปินส์ มีเพียงการผลิตเหล็กทรงยาวรีดร้อน และมีโรงงานผลิต Billet เพียงแห่งเดียวในประเทศ ความต้องการ Billet ของประเทศฟิลิปปินส์ในปี 2016 เพิ่มขึ้นอย่างมากร้อยละ 9.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนการผลิตเติบโตในอัตราร้อยละ 11 ในปี 2016 อย่างไรก็ตามการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมากหลักจากที่ลดลงในปี 2015 ในภาพรวมการผลิต Billet ภายในประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ปี 2010 -2016 เติบโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 0.4 ต่อปี ขณะที่ความต้องการ Billet ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 11 ต่อปี

กำลังการผลิต Billet เพิ่มขึ้นจาก 1.26 ล้านตันในปี 2010 ไปอยู่ที่ 1.5 ล้านตันในปี 2016 ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 83.3 ในปี 2010 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 71.7 ในปี 2016

ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการผลิตเหล็กทรงยาว เพียงอย่างเดียว และดูเหมือนว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องของกำลังการผลิต ยอดผลิต Billet ของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ในปี 2016 อย่างไรก็ตามในภาพรวมตั้งแต่ปี 2010 -2016 การผลิตลดลงเฉลี่ยร้อยละ 5.4 ต่อปี อัตราการใช้กำลังการผลิตเหล็ก ลดลงจากร้อยละ 97 ในปี 2010 เหลือร้อยละ 70 ในปี 2016

ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กกึ่งสำเร็จรูป ของประเทศไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2016 ขยายตัวร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตามการผลิตเหล็ก ภายในประเทศขยายตัวเพียงร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ในภาพรวมการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูปของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2010 – 2016 ลดลงเล็กน้อยเฉลี่ยร้อยละ 1.3 ต่อปี

ประเทศไทย ไม่มีการขยายกำลังการผลิต Slab แต่กำลังการผลิต Billet เพิ่มขึ้นจาก 4.2 ล้านตันในปี 2010 มาอยู่ที่ราวๆ 5.7 ล้านตันในปี 2016 อัตราการใช้กำลังการผลิต Slab เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 40 ในปี 2010 เป็นร้อยละ 45 ในปี 2016 ในทางตรงกันข้ามอัตรการใช้กำลังการผลิต Billet ลดลงกว่าครึ่งจากร้อยละ 51 ในปี 2010 เหลือร้อยละ 25 ในปี 2016 (จากการคำนวณของสมาคมเหล็กอาเซียน)

ประเทศเวียดนาม ไม่มีการผลิตเหล็กกึ่งสำเร็จรูปทรงแบน ในช่วงปี 2010-2016 ความต้องการใช้ Billet ของประเทศเวียดนามตั้งแต่ปี 2010 – 2016 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.6 ต่อปี และการผลิต Billet ภายในประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่องขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี กำลังการผลิต Billet ของประเทศเวียดนามดูเหมือนว่าจะเติบโตอย่างมากในช่วงปี 2010-2016 โดยเพิ่มขึ้นจาก 7.4 ล้านตัน เป็น 12.8 ล้านตันในปี 2016 อัตรการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58 ในปี 2010 เป็นร้อยละ 61 ในปี 2016
แหล่งที่มา : SEAISI

สัญญาซื้อขายเหล็กตลาดล่วงหน้าจีนร่วงเนื่องจากอุปสงค์ชะลอตัว

สัญญาซื้อขายเหล็กตลาดล่วงหน้าจีนร่วงเนื่องจากอุปสงค์ชะลอตัว

ราคาเหล็กและวัตถุดิบลดลง

ความต้องการเหล็กอ่อนตัวลงก่อนวันปีใหม่จีน

การนำเข้าสินแร่เหล็กลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1.068 พันล้านตัน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน การซื้อขายเหล็กในตลาดล่วงหน้าจีน Shanghai Futures Exchange ปรับตัวลดลงในวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นกระทบความต้องการของผู้ผลิตเหล็กชั้นนำของโลก

หิมะที่ตกลงมาอย่างหนักในประเทศจีนทำให้กิจกรรมการก่อสร้างในจีนลดลง ประกอบกับกิจกรรมทางอุตสาหรรมชะลอตัวก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กของจีนในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ชะลอตัว

นาย Zhou Tao นักวิเคราะห์จาก Citic Futures ในเซี่ยงไฮ้ กล่าววว่า ในช่วงเทศกาลวันหยุด ผู้ซื้อและผู้ขายในจีนจะระงับการซื้อขายประมาณสองสัปดาห์ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว

การซื้อขายเหล็กเส้นในตลาด Shanghai Futures Exchange ลดลง 0.6% อยู่ที่ 3,899 หยวนต่อตัน

ราคาสินแร่เหล็กในตลาดล่วงหน้า Dalian Commodity Exchange ลดลง 2% อยู่ที่ 507 หยวนต่อตัน

ราคาถ่าน Coke ร่วง 1.8% อยู่ที่ 1,988 หยวนต่อตัน ส่วนราคา coking coal ลดลง 0.7% อยู่ที่ 1,283.5 หยวนต่อตัน ตามลำดับ

ราคาสินแร่เหล็ก ณ ท่าเรือชิงเต่าของจีนลดลง 1.36 ดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 72.97 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ข้อมูลจาก Metal Bulletin

ราคานำเข้าสินแร่เหล็กของจีนคาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปี 2018 โดยการนำเข้าลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 1.068 พันล้านตัน สถาบันวิจัยอุตสาหกรรมและโลหการแห่งประเทศจีน (MIPRI) เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
แหล่งที่มา : Reuters

สมาคมเหล็กเวียดนาม คาดยอดผลิตเหล็กเวียดนามปี 2018 ขยายตัว 20%

สมาคมเหล็กเวียดนาม คาดยอดผลิตเหล็กเวียดนามปี 2018 ขยายตัว 20%

สมาคมเหล็กเวียดนาม เปิดเผย คาดการณ์การผลิตเหล็กปี 2018 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 20-22

นาย Nguyễn Văn Sưa รองประธานสมาคมฯ กล่าวในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน เกี่ยวกับโครงการผลิตเหล็กที่เริ่มดำเนินการในปีนี้ ได้แก่ โรงผลิตเหล็กของ Hòa Phát Group ซึ่งตั้งอยู่ในตอนกลางของจังหวัด Quảng Ngãi กำลังการผลิต 2 ล้านตันต่อปี โรงผลิตเหล็กของ Formosa ในเมือง Hà Tĩnh กำลังการผลิต 3 ล้านตันต่อปี โรงผลิตเหล็กของ Hoa Sen ในเมือง Bình Định กำลังการผลิต 350,000 ล้านตันต่อปี และสามโรงงานผลิตเหล็กของ Pomina, Việt-Ý และ Tung Hô กำลังการผลิตรวม 1.8 ล้านตันต่อปี โดยสมาคมฯ กล่าวว่า โรงงานเหล็กแห่งใหม่น่าจะเพิ่มกำลังการผลิตเหล็กให้อุตสาหกรรมเหล็กอย่างมาก โดยเฉพาะเหล็กหล่อคาดว่ายอดการผลิตน่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 อยู่ที่ 7,500 ตัน ส่วน steel ingot และผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปน่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 และร้อยละ 19 อยู่ที่ 14,000 ตัน และ 26,230 ตัน ตามลำดับ

นาย Sưa กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาคมฯ จะมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กและอุปสรรคทางเทคนิคตลอดจนส่งเสริมการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศท่ามกลางการแข่งขันระหว่างประเทศที่รุนแรง

นอกจากนี้สมาคมฯ จะติดตามการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผู้ผลิตในประเทศสามารถผลิตได้อย่างใกล้ชิด และนำเสนอมาตรการเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศ

ด้านนาย Nghiêm Xuân Đa ประธานสมาคมฯ กล่าวว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมเหล็กเวียดนนามทั้งกำลังการผลิต ยอดการผลิต และอุปสงค์ขยายตัวอย่างรวดเร็วและในปี 2018 คาดว่าตลาดเหล็กเวียดนามจะยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า รัฐบาลควรเพิ่มนโยบายในการส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือระหว่างประเทศและกระตุ้นความต้องการบริโภคเหล็กโดยการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายทาง เช่น การก่อสร้างอาคาร เรือ และ เครื่องจักรกล เป็นต้น

สถิติของสมาคมฯ ระบุว่ายอดผลิตเหล็กในปี 2017 ที่ผ่านมามากกว่า 22 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนร้อยละ 23.5 โดยมียอดขายในประเทศ 19 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน

อุตสาหกรรมเหล็กเวียดนามมีรายได้จากการส่งออกเหล็กเพิ่มขึ้นกว่า 3.64 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.4 จากปี 2016

ด้านการนำเข้า ประเทศเวียดนามมีการนำเข้าเหล็กเกือบ 20 ล้านตันในปี 2016 คิดเป็นมูลค่ากว่า 10.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งลดลงร้อยละ 14.2 ในเชิงปริมาณ แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 ในเชิงมูลค่า
แหล่งที่มา : Viet Nam News

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า