โดย khwankaew | พ.ย. 30, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สมอ.แก้ไข 2 มาตรฐานเหล็ก
นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า สมอ. กำหนดให้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน มอก. 1479-2558 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น มอก. 2012-2558 ต้องเป็นไปตามมาตรฐานฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2560 เป็นต้นไป ผู้ทำ ผู้นำเข้า จะต้องขออนุญาตทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตามมาตรฐานฉบับนี้

ปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตให้ทำตาม มอก. 1479-2541 จำนวน 39 ราย อนุญาตให้นำเข้า จำนวน 126 ราย และอนุญาตให้ทำตาม มอก. 2012-2543 จำนวน 28 ราย อนุญาตให้นำเข้า จำนวน 154 ราย ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการรักษาสิทธิ์ในการผ่อนผันเพื่อประกอบกิจการตามใบอนุญาตเดิม จะต้องยื่นคำขอตาม มอก. 1479-2558 และ มอก. 2012-2558 กับ สมอ. ก่อนวันที่ 27 พ.ย. 2560 เท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิผ่อนผันให้ประกอบกิจการตามใบอนุญาตเดิมได้ตามกฎหมาย
การบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น โครงสร้างงานก่อสร้างขนาดใหญ่ การผลิตท่อเหล็ก การผลิตถังแก๊ส การผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตเฟอร์นิเจอร์เหล็ก และการผลิตตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น ซึ่งหากนำเหล็กด้อยคุณภาพไปใช้อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และในขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอีกด้วย
เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนและชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาต ที่ม้วนของเหล็กให้เห็นได้ง่ายและชัดเจนด้วย ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้นำเข้า ต้องผลิต จำหน่าย และนำเข้าเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน
Cr. ข่าวสด
โดย khwankaew | พ.ย. 28, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ตลาดนำเข้าเศษเหล็กของตุรกีค่อนข้างเงียบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การซื้อขายเศษเหล็กฝั่งยุโรปค่อนข้างคึกคัก เนื่องจากความต้องการเศษเหล็กในประเทศสเปน โมร็อกโก และเยอรมัน อย่างไรก็ตามผู้ค้าคาดว่าการซื้อขายเศษเหล็กของตุรกีจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้
สำหรับราคาเศษเหล็กในตลาดเอเชียยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากราคาเศษเหล็กญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันจันทร์ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Hyundai Steel ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้สั่งซื้อเศษเหล็กจากญี่ปุ่นประมาณ 40,000 ตัน ในราคาประมาณ 33,500 – 37,500 เยนต่อตัน แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดรายงาน
ขณะที่ผู้ค้าเศษเหล็กในประเทศญี่ปุ่นปรับเพิ่มราคารับซื้อเศษเหล็กประมาณ 500 เยนต่อตันเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยราคารับซื้อเศษเหล็กภายในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 32,000 – 32,500 เยนต่อตัน
บริษัท Tokyo Steel Manufacturing ปรับเพิ่มราคาขายเศษเหล็กขึ้น 500 เยนต่อตันมีผลตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มราคาเป็นครั้งที่หกในเดือนพฤศจิกายน โดยรวมทั้งเดือนบริษัทปรับเพิ่มราคาขายเศษเหล็กรวม 3,500 เยนต่อตัน ทำให้ราคาขายเศษเหล็กของบริษัท Tokyo Steel Manufacturing ตอนนี้อยู่ที่ 34,500 เยนต่อตัน
S&P Global Platts ประเมินราคาเศษเหล็กเกรด H2 ส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นไว้ที่ประมาณ 33,500 เยนต่อตัน ($299 ต่อตัน) FOB Tokyo Bay เพิ่มขึ้น 1,000 เยนต่อตันเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
สำหรับราคาเศษเหล็กในตลาดเอเชียต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาเสนอขายที่สูงขึ้น
แหล่งข่าวรายงานราคาเสนอขายเสนอขายเศษเหล็กในตลาดเอเชียอยู่ที่ประมาณ $345-355 ต่อตัน CFR East Asia ขณะที่ผู้ซื้อยอมรับที่ระดับราคา $335 ต่อตัน
S&P Global Platts ประเมินราคาเศษเหล็ก HMS I/II 80:20 นำเข้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกอยู่ที่ประมาณ $335-$350/mt CFR หรือเพิ่มขึ้น $12.5 ต่อตันเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
Cr.http: iiu.isit.or.th
โดย khwankaew | พ.ย. 27, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
แหล่งข่าวรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พย 2017 ที่ผ่านมา ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนในตลาดเอเชียปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตเหล็กในภูมิภาคต่างๆ ปรับเพิ่มราคาเสนอขาย
S&P Global Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรด SS400 หนา 3 มม ส่งออก ณ ท่าเรือประเทศจีนเฉลี่ยอยู่ที่ $546-$548 ต่อตัน (FOB China) และ ราคานำเข้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉลี่ยอยู่ที่ $556-$558 ต่อตัน (CFR East Asia) ขณะที่ราคาจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเกรด Q235 หนา 5.5 มม ในตลาดประเทศจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,090-4,110 หยวนต่อตัน (ex-stock with 17% VAT)
สำหรับราคาเหล็กเส้นในตลาดเอเชียก็ได้แรงหนุนจากราคาเหล็ก rebar ในจีนที่แข่งแกร่งขึ้น
แหล่งข่าวรายงาน ราคาเหล็กเส้นในตลาดเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อวันศุกร์ที่ 24 พย 2017 ที่ผ่านมา
S&P Global Platts ประเมินราคาเหล็ก rebar เส้นผ่าศูนย์กลาง 16-20 มม เกรด BS500 ส่งออก ณ ท่าเรือประเทศจีนเฉลี่ยอยู่ที่ $518-$520 ต่อตัน (FOB China) ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ $3.50 ต่อตัน เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
Cr. iiu.isit.or.th
โดย khwankaew | พ.ย. 8, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)
มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น ตีนไก่ ตีนเป็ด แผ่นลาย เหล็กลายดอก โดยเหล็กแผ่นลาย ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อแกร่ง ด้วยการนำไปหล่อ หรือรีดร้อน ทำให้มีลวดลายที่ชัดเจน สวยงาม มีความแข็งแรง ทนทาน และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ เป็นเกรด SS400, HR1 โดยเหล็กเผ่นลาย มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นผิวเป็นลวดลายนูนคล้ายเมล็ดข้าว เพื่อป้องกันการลื่น และน้ำขัง มีขนาดความหนาให้เลือกตั้งแต่ 2 – 9 มม.
การนำไปใช้งาน
เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate) เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วๆ ไป นิยมนำไปใช้ในงานทำพื้นรถยนต์ พื้นรถบรรทุก ใช้ทำพื้นบันไดเพื่อกันลื่นล้มตามออฟฟิส สำนักงาน หรือพื้นบันไดรถบรรทุก หรือพื้นทางเดินเท้าตามไซต์งานก่อสร้าง งานที่ต้องการความคงทนถาวร
โดย khwankaew | พ.ย. 8, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยนำโดย นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษากลุ่ม 7 สมาคม เข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอปัญหาของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย และเรียกร้องให้มีการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศสำหรับโครงการก่อสร้างระบบคมนาคมขนส่ง ของกระทรวงคมนาคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรับฟังปัญหาและข้อเสนอของผู้แทน 7 สมาคม นายอาคมกล่าวยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนอยู่แล้วที่จะสนับสนุนการใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศเป็นลำดับแรกก่อน และการพัฒนาการคมนาคมและขนส่งอีกหลายโครงการต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กจำนวนมาก เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟรางคู่ สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งก็จะกำหนดเงื่อนไขส่งเสริมการใช้เหล็กภายในประเทศให้มากสุดเช่นกัน
“ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสแรก การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณาให้สามารถใช้สินค้าเหล็กเส้นกลม และเหล็กเส้นข้ออ้อยตามมาตรฐานไทยได้ โดยควบคุมสินค้าให้มีคุณสมบัติสอดคล้องกับ มาตรฐานประเทศจีน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ก็ได้กำหนดร่างขอบเขตงาน (TOR) ให้ใช้วัสดุในประเทศ (Local Content) มากถึง 90%” นายอาคมกล่าวยืนยัน
ขณะที่นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวย้ำนโยบายสนับสนุนการใช้เหล็กในประเทศ โดยนอกเหนือจากเรื่องคุณภาพและมาตรฐานสินค้าแล้ว ขอให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยพิจารณาเรื่องของราคาที่แข่งขันได้และสามารถผลิตได้อย่างเพียงพอกับความต้องการด้วย
ด้าน นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)กล่าว ว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังประสบปัญหาการใช้อัตรากำลังการผลิตที่ต่ำมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาว เช่น เหล็กเส้น เหล็กลวด ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้าง อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยไม่ถึง 40% ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีปริมาณการบริโภคเหล็กแซงหน้าประเทศไทยไปแล้ว เนื่องจากการก่อสร้างโครงการพื้นฐานของเวียดนามมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
นายวิกรม กล่าวอีกว่าอุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรม พื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่องจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลควรส่งเสริม ให้มีการใช้วัสดุเหล็กที่ผลิตในประเทศในงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ เช่น โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบิน สุวรรณภูมิ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และโครงการก่อสร้างสะพาน เพื่อช่วยพัฒนาผู้ผลิตในประเทศให้เกิดการต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเหล็กใหม่ๆ
“ในอนาคตรถไฟระบบรางมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้าระบบราง ประเทศไทยสามารถอาศัยความได้เปรียบของการเป็นฐานการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนที่เข้มแข็ง ต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนและส่วนประกอบรถไฟ ปัจจุบันเราส่งออกเศษเหล็กที่เป็นเหล็กกล้าไร้สนิมนับแสนตัน ซึ่งเศษเหล็กเหล่านี้สามารถนำมาแปรรูปผลิตเป็นล้อและเพลาของรถไฟได้” นายวิกรมกล่าว
ด้านนายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร ผู้แทนจากสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า กล่าวว่าสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสแรก ซึ่งกำหนดให้ใช้มาตรฐานสินค้าเหล็กของจีนเป็นหลักนั้น ผู้ผลิตในประเทศมีความสามารถในการผลิตเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย ตาม มอก.บังคับของไทย แต่จำเป็นต้องขออนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่แตกต่างไปจาก มอก.บังคับของไทย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาขออนุมัติจากทางสมอ.ทุกครั้งก่อน อันอาจส่งผลต่อระยะเวลาการ ส่งมอบสินค้า จึงเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ใช้สินค้าที่ผลิตตาม มอก.บังคับของประเทศไทยเป็นหลัก
ด้านนายอนุวัฒน์ หวังวณิชชากร อุปนายกสมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย กล่าวว่า ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของประเทศไทย สมาชิกของกลุ่ม 7 สมาคมฯ สามารถ ผลิตสินค้าเหล็กได้ครบทั้งหมด 20 มอก.บังคับ และอีก 32 มอก.ทั่วไป ซึ่งครอบคลุมวัสดุเหล็กส่วนใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้าง และอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเสนอให้รัฐบาล และกระทรวงคมนาคมพิจารณานโยบาย Make in Thailand ส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กภายในประเทศไทย โดยยกตัวอย่าง สหรัฐอเมริกาใช้นโยบาย Buy America กำหนดเงื่อนไขผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้ว่าจะต้องมีกระบวนการผลิตในประเทศตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเหล็กกล้า (Steel Making) จนเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูป (Melted & Poured Standard) และ มาตรา 232 (Section 232) จำกัดการนำเข้าสินค้าเหล็กที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ หรือเช่น ประเทศอินเดียที่ประกาศนโยบาย Make in India สนับสนุนผู้ผลิตเหล็กในประเทศเป็นลำดับแรกในการจัดซื้อจัดจ้างงานโครงการภาครัฐ มีการกำหนดสัดส่วนการใช้เหล็กในประเทศ (Local Content) ถึง 50% เป็นต้น
นายนาวา จันทนสุรคน นายกสมาคม ผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย แสดงความยินดีที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมการใช้วัสดุเหล็กในประเทศ โดยจะระบุใน TOR ของโครงการต่างๆ ต่อไป พร้อมกำหนดใช้วัสดุตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของประเทศไทยเป็นหลัก หลังจากได้ความมั่นใจจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจะติดตามการขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าว เพื่อมีส่วนร่วมในโครงการคมนาคมและขนส่งของภาครัฐ สำหรับประเด็นที่ กระทรวงคมนาคมเป็นห่วงว่าผู้ผลิตในไทยจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้เพียงพอหรือไม่ ขอเรียนยืนยันว่าสามารถผลิตได้เพียงพออย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันในภาพรวมผู้ผลิตในประเทศยังเหลือกำลังการผลิตอีกมาก
cr. http://www.ryt9.com/s/nnd/2722154