google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
เปิดให้บริการแล้วศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่

เปิดให้บริการแล้วศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่

เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้วกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่ ยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิม พร้อมรองรับการจัดงานในทุกรูปแบบ เบื้องหลังของความสำเร็จที่ทำให้โครงการระดับประเทศแห่งนี้ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีตามโจทย์ของเจ้าของโครงการ และสามารถเปิดดำเนินการได้ตามกำหนดนั้น มาจากความร่วมมือของบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้ง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะเจ้าของโครงการ บริษัท เบคา (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ออกแบบ บริษัท นันทวัน จำกัด หรือ Thai Obayashi ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ในฐานะผู้ผลิตเหล็กโครงสร้าง คุณภาพสูงของไทย ที่ช่วยให้โครงการสำเร็จได้ตามกำหนดเวลา

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โฉมใหม่ มีพื้นที่อาคารที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า โดยโถงกลางของอาคารมีดีไซน์ทันสมัยไร้เสากลาง ซึ่งไม่เพียงชูความสวยงามให้โดดเด่น แต่ยังสามารถปรับใช้พื้นที่ให้รองรับการจัดงานได้หลากหลายรูปแบบ ดังนั้น โครงสร้างหลังคาจึงมีบทบาทสำคัญ ไม่เพียงแต่มีความแข็งแกร่งทนทาน แต่ต้องออกแบบพิเศษให้มีขนาดที่เหมาะสม เพื่อให้ความสูงของอาคารเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กโครงสร้าง ต้องร่วมกันหาโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับการก่อสร้างให้สำเร็จได้ตามโจทย์ และโครงการแล้วเสร็จในระยะเวลาที่กำหนด

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย ซึ่งเหล็กของ SYS นอกจากจะตอบโจทย์เรื่องของขนาดและความยาวพิเศษ รวมถึงความรวดเร็วในการก่อสร้างแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะ SYS ใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และเหล็กเอชบีมของ SYS ก็สามารถนำมาใช้ซ้ำ หรือ Recycle ได้อีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอรตี้ ที่ต้องการให้อาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แห่งนี้เป็นอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

สำหรับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เปิดใช้งานแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับงานประชุมและงานแสดงสินค้าต่างๆ ของประเทศไทย และในเดือนพฤศจิกายน 2565 ศูนย์ประชุมระดับชาติแห่งนี้จะถูกใช้เป็นพื้นที่จัดงานใหญ่ระดับโลกอย่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC 2022) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอีกด้วย

เหล็กแผ่นดำ (Hot Rolled Steel Sheet)

เหล็กแผ่นดำ (Hot Rolled Steel Sheet)

คือ เหล็กที่เกิดจากการนำเหล็กแผ่นหนา สแลบ รีดที่อุณภูมิสูงกว่า 1000 องศา ให้ได้ขนาดตามต้องการ จากนั้นจึงนำไปม้วนขึ้นรูป
✔️ใช้เป็นส่วนประกอบในงานโครงสร้าง
✔️ใช้ทำสะพานโครงสร้างเหล็ก
✔️ใช้ในงานปูพื้น
✔️ใช้เชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ และใช้เป็นชิ้นส่วนต่อเรือ
✔️ใช้ในงานขึ้นรูปทั่วไป
มาตรฐานการรับรองคุณภาพของเหล็กแผ่นดำ จะต้องได้รับมาตรฐานการผลิต มอก.528-2560 และ มอก.1479-2558
มาตรฐานสากล JIS G3131 และ JIS G3101 โดยเกรดที่นิยมจัดจำหน่าย และใช้งานทั่วไปในบ้านเรา คือ SS400, SS490, และ SM400
ต้นทุนเหล็กพุ่งเกือบ 800 บาท/ตัน เหล็กเตรียมขยับราคาขึ้นอีกรอบ

ต้นทุนเหล็กพุ่งเกือบ 800 บาท/ตัน เหล็กเตรียมขยับราคาขึ้นอีกรอบ

วันที่ 19 กันยายน 2565 นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้าเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต้นทุนการผลิตเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาวัตถุดิบ พลังงาน โดยเฉเพาะค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าแรง รวมทั้งได้รับผลจากการทุ่มตลาดของสินค้านำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำเพียง 30% เป็นเหตุให้ผู้ผลิตเหล็กจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล็กในการก่อสร้าง ได้แก่ สินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กรูปพรรณ เป็นสินค้าภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น ผู้บริโภคสามารถมั่นใจในระดับหนึ่ง ว่าการปรับราคานั้นสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง

img_1442

ทั้งนี้ ราคาเศษเหล็กซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กเส้นในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 658 เหรียญสหรัฐต่อตัน ปรับเพิ่มขึ้น 42% จากปี 2564 ที่มีราคาอยู่ที่ 464 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประกอบกับค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานหลักในการหลอมเศษเหล็กได้ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 700-800 บาทต่อตัน โดยต้นทุนด้านพลังงานนั้นส่งผลกระทบทั่วทุกธุรกิจ แม้กระทั้งผู้ผลิตเหล็กหลักของโลกอย่างประเทศตุรกี ก็ได้ประกาศขึ้นราคาเหล็กแล้วตันละ 20-40 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งการประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

“ที่ผ่านมาผู้ผลิตสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต จะถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายในสายตาของผู้รับเหมา จากการปรับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 แต่หากพิจารณาระดับราคาของสินค้าเหล็กเส้นในประเทศ เทียบกับประเทศต่าง ๆ แล้ว จะพบว่าสินค้าเหล็กเส้นของไทยมีราคาต่ำกว่าสินค้าของประเทศอื่นมาก

ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางปี 2564 ประเทศสิงคโปร์ ราคาเหล็กเส้นอยู่ที่ 738 เหรียญสหรัฐต่อตัน ประเทศตรุกีมีราคาเหล็กเส้น 740 เหรียญสหรัฐต่อตัน และประเทศจีนมีราคาเหล็กเส้น 852 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ประเทศไทยเสนอขายที่ 699 เหรียญสหรัฐต่อตัน และในยุคโควิด-19 ขณะที่ประเทศอื่นประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าสินค้า สินค้าขาดแคลน และมีราคาสูงเกินจริง แต่ประเทศไทยยังมีผู้ผลิตภายในคานอำนาจสินค้านำเข้าได้ จึงไม่ประสบกับปัญหาเหมือนกับประเทศต่าง ๆ”

สำหรับการปรับราคาเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างได้ โดยผู้รับเหมาสามารถทำสัญญาระยะยาวกับผู้ผลิต (ยี่ปั๊ว) ในการซื้อสินค้าสำหรับงานนั้น ๆ รวมถึงพิจารณาถึงการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การเลือกซื้อและเลือกใช้เหล็กคุณภาพสูง

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
เหตุไต้ฝุ่นถล่ม ผู้ผลิตเหล็กเกาหลีใต้ปิดการผลิตเหล็กที่เมือง Pohang

เหตุไต้ฝุ่นถล่ม ผู้ผลิตเหล็กเกาหลีใต้ปิดการผลิตเหล็กที่เมือง Pohang

ผู้ผลิตเหล็กชั้นนำอย่าง POSCO ได้ระงับการดำเนินงานของเตา blast furnaces 3 เตา ที่โรงงานในเมือง Pohang “เตา blast furnaces 3 เตา ซึ่งเป็นโรงงานหลักของโรงงานผลิตเหล็ก ไม่ได้รับความเสียหาย แต่ถูกระงับชั่วคราว และคาดว่าจะทำงานได้ตามปกติเมื่อไฟฟ้ากลับมาจ่ายอีกครั้ง” Posco Holdings กล่าวเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ซึ่งทาง POSCO ได้ปิดเตา 2 ใน 3 เตา เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เพื่อลดความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่น และยังได้ปิดเตาที่ 3 เนื่องจากไฟฟ้าดับ ทำให้การผลิตต้องหยุดชะงัก

ในระหว่างนี้ โรงงานยังไม่ได้อัปเดตราคาเหล็กลวดในตลาดภายในประเทศ หลังจากความเสียหาย โดยราคาล่าสุดที่ 800,000 วอน/ตัน ($577/ตัน) เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ราคาสแตนเลสในเอเชียปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากหลังจากเกิดเหตุการณ์ในเกาหลีใต้ ตลาด HRC ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากเกาหลีใต้ไม่ใช่ผู้ส่งออก HRC รายใหญ่ในภูมิภาค แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะส่งผลต่อตลาดยุโรปและอเมริกาบ้าง

img_0384

Posco Steeleon ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Posco Holdings ได้หยุดการผลิตเหล็กแผ่นอย่างไม่มีกำหนดที่โรงงาน Pohang เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ซึ่งเดิมชื่อ POSCO Coated & Color Steel บริษัทกล่าวว่าได้ระงับ “การดำเนินงานเนื่องจากความเสียหายจากน้ำท่วมที่เกิดจากไต้ฝุ่น Hinnamnor ” โดยหยุดการผลิตเพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหายจากอุทกภัย โดย Posco Steeleon ผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กเคลือบ (coated steel products) ซึ่งรวมถึงแผ่นเหล็กชุบสังกะสี (galvanized steel sheets) และอลูมิไนซ์ (aluminized steel sheets) สายการผลิตในประเทศมีกำลังการผลิตของ เหล็กเคลือบสังกะสี/เคลือบสี อยู่ที่ 960,000 ตันต่อปี

ความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม  Hyundai Steel ได้หยุดการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าทรงยาว และเหล็กสำหรับเครื่องจักรใหญ่ (long and heavy machinery steel products) ที่ Pohang Works  ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตที่ Pohang ได้แก่ เหล็กเส้น (rebar), H-beams และ continuous tracks หรือที่เรียกว่า tank หรือ caterpillar tracks. มีการผลิตเหล็กด้วยเตา electric arc furnace ขนาด 3.2 ล้านต่อปี ที่เมือง Pohang ซึ่งมีกำลังการผลิต track อยู่ที่ 300,000 ตันต่อปี โดยที่ใน Pohang ยังมีโรงงานเหล็กโครงสร้างรูปพรรณทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ (medium- and heavy-section) มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี โดย Hyundai Steel จะชดเชยการหยุดการผลิตโดยการเพิ่มสินค้าคงคลังเหล็กและอัตราการผลิตที่โรงงานเหล็กใน Incheon และ Dangjin

แหล่งที่มา : S&P Global Commodity Insights.

แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565

แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565

แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกันยายน ปี 2565

ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือนกันยายน 2565 มีแนวโน้มสูงขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบ (น้ำมัน ถ่านหิน ซีเมนต์ อลูมิเนียม) ที่เริ่มชะลอตัว แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่อุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนั้น ฐานราคาเดือนเดียวกันของปีก่อนไม่สูงมากนัก ซึ่งเท่ากับเดือนสิงหาคม 2564 ปัจจัยเหล่านี้จึงยังส่งผลให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีการขยายตัว
ซึ่งดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนสิงหาคม 2565 เท่ากับ 119.5 เทียบกับเดือนสิงหาคม 2564 สูงขึ้นร้อยละ 5.2 (YoY) ยังคงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยสินค้าสำคัญที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ผลิตภัณฑ์คอนกรีต และซีเมนต์ เป็นต้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าเงินบาทอ่อน
อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ยังได้รับแรงกดดันจากความต้องการสินค้าในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ที่ชะลอตัวตามตามอุปสงค์โลกที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศจีนที่ประสบปัญหาทางการเงินในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า