โดย saweang | ม.ค. 12, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
คำศัพท์เกี่ยวกับเหล็กที่ควรรู้
| Alloy Steel |
เหล็กพิเศษที่มีส่วนผสมของอัลลอยด์ |
| Annealing |
การอบเหล็กให้อ่อน เพื่อลดความแข็งและความเปราะลง ง่ายต่อการกลึง |
| Carburizing |
การชุบผิวแข็งโดยการเติมคาร์บอนลงไปที่ผิวเหล็ก ทำให้เหล็กมีความแข็งเพิ่มขึ้นเฉพาะส่วนผิวเท่านั้น ส่วนความแข็งของเนื้อเหล็กภายในยังเหมือนเดิม |
| Cold Drawn Steel |
เหล็กที่ได้จากการรีดเย็น ทำให้ผิวของเหล็กมีสีขาว (เช่น เหล็ก S50C ผิวขาว) |
| Elongation |
การใช้แรงดึงโลหะให้ยืดตัว |
| Flame-hardening Steel |
เหล็กที่ชุบแข็งโดยเปลวไฟ |
| Hardness |
ความแข็ง |
| Heat Treatment |
การอบชุบ (เป็นความหมายรวมถึง การชุบแข็ง การอบอ่อน หรือกระบวนการอื่น ๆ ที่มีการให้ความร้อนกับเหล็ก) |
| Hot Rolled Steel |
เหล็กที่ได้จากการรีดร้อนโดยตรง ดังนั้นในการการกลึงจะแข็งกว่าเหล็กที่ผ่านการ Normalizing หรือเหล็กที่ผ่านการ Annealing |
| Induction |
การชุบแข็งโดยใช้คลื่นความถี่สูงผ่านขดลวดที่อุณหภูมิ 900 องศาเซลเซียส เพื่อชุบแข็งที่ผิว โดยความลึกจะขึ้นอยู่กับความร้อนที่ผ่านขดลวด |
| Nitriding |
การชุบผิวแข็งโดยการเติมไนโตรเจนลงไปที่ผิวเหล็ก ทำให้เหล็กมีความแข็งเพิ่มขึ้นเฉพาะส่วนผิวเท่านั้น ส่วนความแข็งของเนื้อเหล็กภายในยังเหมือนเดิม |
| Normalizing |
การอบให้เหล็กมีเนื้อเหล็ก (grain) และความแข็งสม่ำเสมอทั่วทั้งเส้น ง่ายต่อการกลึง |
| Pre-hardened Steel |
เหล็กที่ชุบแข็งเรียบร้อยแล้วจากโรงงานที่ผลิต |
| Press Die |
แม่พิมพ์อัด |
| Punching Die |
แม่พิมพ์ตัดกระแทก |
| Rough Turned Steel |
เหล็กที่มีการกลึงผิวแล้ว |
| Strength |
ความแข็งแรง |
| Stress Relieve |
การอบให้คลายความเค้น |
| Toughness |
ความเหนียว |
| Vacuum Heat Treatment |
การชุบโดยใช้เตาสุญญากาศ แบ่งเป็น การชุบน้ำมัน (Oil quenching) และการชุบแก็ส (Gas quenching) |
| Wear Resistance |
ความทนต่อการสึกหรอ |
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.bssteel.co.th/
หรือสนใจซื้อวัสดุก่อสร้างอื่นๆ สามารถขอราคาออนไลน์ทันใจได้เลย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสารมารถต่อติดสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 02 749 1007-14 หรือไลน์ @thanasarn

โดย saweang | ม.ค. 12, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กรางน้ำ (Channels)
เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปร้อน มีลักษณะหน้าตัดเป็นตัวยู (U) โดยมีขนาดขาทั้งสองข้างยาวเท่ากัน มีขนาดและสเปคที่ไม่ผิดพลาด หน้าตัดมีความเรียบ ความหนาและขนาดจะต้องเท่ากันตลอดทั้งเส้น ผลิตสินค้าตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเลขที่ มอก. 1227-2558 ชั้นคุณภาพ SS400-540 และ SM400
เหล็กรางน้ำ (Channels) เหมาะสำหรับงาน
- ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
- เสาสื่อสารโทรคมนาคม
- เสาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
- โครงหลังคาโรงงาน
- โครงหลังคาบ้าน
- งานโครงสร้างทั่วไป
*การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารแต่ละประเภทนั้น มีเงื่อนไขการเลือกใช้เหล็กที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งนี้ควรให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเป็นออกแบบผู้กำหนดสเปคของเหล็ก
ประโยชน์ของการใช้เหล็กรางน้ำ (Channels) คือ
มีความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง ประหยัดแรงงานก่อสร้าง น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับขนาดโครงสร้างโดยรวม
เมื่อน้ำหนักโครงสร้างเบาก็จะทำให้น้ำหนักของฐานราก รวมถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลดลงไปด้วย เหล็กนั้นเป็นวัสดุที่นำกลับมา
ใช้ใหม่ได้ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง เหล็กรูปตัวยู (U) ต่างกับเหล็กรูปตัว (C) อย่างไร และมีวิธีการสังเกตอย่าง
ดูเผินๆอาจจะแยกเหล็กสองชนิดนี้ได้ไม่ชัดนักเนื่องจากรูปร่างที่ต่างเพียงเล็กน้อยซึ่งจะต้องดูที่ section ดีๆว่าเป็นเหล็กรูปตัวยู (U) หรือเหล็กตัวซี (C) อีกจุดที่จะทำให้สามารถแยกแยะได้คือ ความหนา
ด้วยการผลิตที่แตกต่างกันคือเหล็กรูปตัวยู (U) ผลิตด้วยการรีดร้อนจึงมีความหนามากกว่า เหล็กตัวซี (C) ที่ผลิตโดยการพับและม้วนแผ่นเหล็ก ด้วยความหนาและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันส่งผลให้มีการรับน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน เหล็กรูปตัวยู (U) จึงเหมาะกับงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมาก ส่วนเหล็กตัวซี (C) ใช้กับโครงสร้างเบาทั่วๆไป
สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กโดยประมาณ
- เหล็กกลม
เส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.) x เส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0062 = น้ำหนัก (กก.)
- เหล็กสี่เหลี่ยม
ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0079 = น้ำหนัก (กก.)
- เหล็กหกเหลี่ยม
ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0068 = น้ำหนัก (กก.)
- เหล็กแปดเหลี่ยม
ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0065 = น้ำหนัก (กก.)
- เหล็กแบน
ความหนา (ซม.) x ความกว้าง (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0079 = น้ำหนัก (กก.)
- เหล็กแผ่น
ความหนา (มม.) x ความกว้าง (ฟุต) x ความยาว (ฟุต) x 0.7293 = น้ำหนัก (กก.)
ขอบคุณข้อมูลจากwazzadu.com/article/3245
โดย saweang | ม.ค. 12, 2023 | ไม่มีหมวดหมู่
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงสร้างเหล็ก
โครงสร้างเหล็ก – อนาคตของโครงสร้าง
หากคุณกำลังมองหาอาคารประเภทที่คุ้มค่าที่สุด, สิ่งสำคัญคือการพิจารณาการประหยัดในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกับการเริ่มต้นการลงทุนของคุณในรูปแบบของโครงสร้างใด ๆ ลองนึกถึงโครงสร้างเหล็ก.
โครงสร้างเหล็กคืออะไร
โครงสร้างเหล็กเป็นโครงสร้างโลหะที่ทำจากเหล็กโครงสร้าง ส่วนประกอบเชื่อมต่อซึ่งกันและกันเพื่อการรับน้ำหนักและให้ความแข็งแกร่งเต็มรูปแบบ.
เนื่องจากเหล็กกล้ามีความแข็งแรงสูง โครงสร้างนี้มีความน่าเชื่อถือและต้องการวัตถุดิบน้อยกว่าโครงสร้างชนิดอื่นเช่น โครงสร้างคอนกรีตและโครงสร้างไม้.
ในการก่อสร้างที่ทันสมัย,โครงสร้างเหล็กใช้สำหรับโครงสร้างเกือบทุกประเภท รวมถึงอาคารอุตสาหกรรมหนัก,อาคารสูง, ระบบสนับสนุนอุปกรณ์,โครงสร้างพื้นฐาน,สะพาน,หอคอย,อาคารรองรับผู้โดยสารของสนามบิน,โครงรับชั้นวางท่อ ฯลฯ.
โครงสร้างเหล็กที่รวมถึงโครงสร้างย่อยหรือชิ้นส่วนในอาคารทำจากเหล็ก เหล็กโครงสร้างคือวัสดุก่อสร้างที่ทำจากเหล็ก ซึ่งสร้างขึ้นให้มีรูปร่างและองค์ประกอบทางเคมีที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละโครงการ
ส่วนผสมหลักของเหล็กโครงสร้าง คือ เหล็กและคาร์บอน แมงกานีส โลหะผสม และสารเคมีบางอย่าง เพิ่มไปยังเหล็กและคาร์บอนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละโครงการก่อสร้างโครงสร้างเหล็ก ถูกสร้างขึ้นโดยการม้วนแบบร้อนหรือเย็น หรือทำโดยการเชื่อมแผ่นแบนหรืองอเข้าด้วยกัน
- I-Beam: รูปร่างหน้าตัดเหมือนตัว I
- Z-Shape: ลักษณะเหมือนตัว Z คือมีปีกยื่นออกมาแค่ครึ่งเดียวในทิศทางที่ตรงข้ามกัน
- HSS-Shape: โครงสร้างที่มีหน้าตัดกลวงที่รวมถึง ทรงสี่เหลี่ยม มุมฉาก วงกลม(ท่อ)และหน้าตัดวงรี
- Angle: เหล็กที่มีหน้าตัดเป็นรูป ตัว L
- โครงสร้างรางน้ำ,ช่อง: คานรูปตัว C หรือ เหล็กหน้าตัดรูปตัว C
- Tee: เหล็กหน้าตัดรูปตัว T
- ระบบรางรถไฟ: ชิ้นส่วนเหล็กที่ใช้ประกอบรางรถไฟทั้งหมด
- Bar: ชิ้นส่วนโลหะ, เหล็กหน้าตัดสี่เหลี่ยมมุมฉากและยาว แต่ไม่กว้าง ที่เรียกว่า แผ่น
- Rod: ชิ้นส่วนโลหะที่มีลักษณะเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยม มีความยาว เหล็กเส้นก่อสร้างและเหล็กเดือย
- Plate: แผ่นโลหะหนากว่า 4 มิลลิเมตร
- ไม้เปิดเว็บ
ประเภทของโครงสร้างหลัก
- โครงสร้างโครงถัก : บาร์ หรือชิ้นส่วนโครงถัก
- โครงสร้างโครงอาคาร : คานและเสา
- โครงสร้างแบบตาราง : โครงสร้างไม้ระแนงหรือโดม
- โครงสร้างลักษณะโค้ง
- โครงสร้างคอนกรีตอัดแรง
- คานสะพาน
- สะพานโครงถัก : ชิ้นส่วนของโครงถัก
- สะพานโค้ง
- สะพานขึง
- สะพานแขวน
ข้อดีของโครงสร้างเหล็ก
1. ประหยัดค่าใช้จ่าย
มีราคาไม่แพงในการผลิต บำรุงรักษาน้อยกว่าวิธีการสร้างแบบดั้งเดิมอื่น ๆ นอกจากนี้ 98% ของโครงสร้างเหล็กทั้งหมดสามารถนำมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กใหม่ได้โดยไม่ต้องลดคุณสมบัติทางกายภาพ
2. การก่อสร้างที่รวดเร็ว
ความถูกต้องของส่วนประกอบโครงสร้างเหล็ก เพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการติดตั้ง และช่วยให้การตรวจสอบซอฟแวร์การจัดการเสร็จสมบูรณ์เร็วกว่า
3. สุขภาพและความปลอดภัย
โครงสร้างเหล็กเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในโรงงานและดำเนินการก่อสร้างอย่างรวดเร็ว ในสถานที่ก่อสร้าง โดยบุคลากรที่มีทักษะทำให้โครงสร้างเหล็กมีความปลอดภัย การสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างเหล็กเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด
มีเสียงและฝุ่นละอองรบกวนน้อยมาก ในขั้นตอนของการก่อสร้างโครงสร้างเหล็ก เพราะชิ้นส่วนเหล็กโครงสร้างได้ถูกผลิตที่โรงงาน
4. ความยืดหยุ่น
การประยุกต์ใช้แบบใหม่ เงื่อนไขของการรับน้ำหนัก การขยายตามแนวดิ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงในความต้องการของเจ้าของโครงการในรูปแบบที่ระบบเฟรมอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้
โครงสร้างเหล็กยังสามารถเพิ่มชั้นแม้ในขณะที่การกาอสร้างอาคารเดิมเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นเวลาหลายปี
โดย saweang | ม.ค. 11, 2023 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กตัวซีคืออะไร
เหล็กตัวซี (C Light Lip Channel) มีหลากหลายชื่อเรียกไม่ว่าจะเป็น เหล็กรูปตัวซี แปตัวซี แปหลังคา แปซี หรือ แปโครงหลังคา เหล็กตัวซีจัดเป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็นชนิดหนึ่ง ลักษณะคือ มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี (C) ผิวของเหล็กต้องเรียบ ไม่ขรุขระ ไร้รอยต่อ ซึ่งผลิตตามมาครฐานมอก.1228 – 2549 และมีความยาวมาตรฐาน 6 เมตร
เหล็กตัวซีคืออะไร เหล็กตัวซี (C Light Lip Channel) เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน ที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี ซึ่งเหล็กตัวซีนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเหล็กรูปพรรณ (Structural steel)
เหล็กตัวซีเหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไปที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น งานทำโครงหลังคา เสาค้ำยัน และโครงสร้างที่อยู่อาศัย เส้าค้ำยันที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เป็นต้นและเหล็กตัวซีนั้นจะต้องมีคุณลักษณะที่เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัย ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก 1228-2549) มีความยาว 6 เมตร
ประโยชน์ของเหล็กตัวซี
มีประโยชน์ในการก่อสร้างโดยเฉพาะกับโครงสร้างของอาคาร ที่อยู่อาศัย โครงสร้างสะพาน แปหลังคา เป็นต้น เพราะเหล็กตัวซีนี้ มีความคงทนมาก น้ำหนักเบา ขึ้นโครงง่าย เมื่อเทียบกับงานคอนกรีต
ทำให้ประหยัดได้เวลาได้มาก และ ควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้มากขึ้นด้วย ต่อได้ง่ายและสามารถต่อให้ยาวได้ถึง 600 เมตร ถือเป็นข้อได้เปรียบของเหล็กตัวซีนั่นเอง นอกจากนี้ เหล็กตัวซียังมีความทนต่อการกัดกร่อน ไม่ต้องทาสารเคลือบกันสนิม หรือว่าทาสีอะไรทับ จึงทำให้ประหยัดเงินมากขึ้นอีกด้วย
เทคนิคในการเลือกเหล็กตัวซีมาสร้างบ้าน
เหล็กตัวซีกับสนิม
เพราะในปัจจุบันที่แทบจะทุกโครงการของหมู่บ้าน มักจะนำเหล็ก มาทำเป็นโครงสร้างบ้าน เพราะราคาที่ถูกกว่าไม้ และมีความมั่นคงแข็งแรง แต่ปัญหาของบ้านที่มีเหล็กก็คือ
สนิมที่กัดกินเนื้อเหล็กสามารถเคลือบสีป้องกันสนิมได้ การใช้เหล็กตัวซีมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบ้านก็เช่นกัน หากไม่มีการเคลือบสีป้องกันสนิมก็อาจจะทำให้เกิดการพังไปตามกาลเวลา หรือเร็วกว่าเวลาอันควร ซึ่งการเคลือบสีป้องกันสนิมในเหล็กตัวซีและเหล็กชนิดอื่น ๆ ก่อนจะสร้างบ้าน จะทำให้เหล็กปลอดภัยจากสนิมเป็นระยะเวลายาวนาน
เลือกเหล็กตัวซีมาสร้างบ้าน
บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเหล็กตัวซี ถึงมีขนาดไม่เท่ากัน แม้ว่าเหล็กตัวซี จะได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. แล้วก็ตาม แต่เหล็กตัวซีจากผู้ผลิตคนละรายกัน หรือของแต่ละโรงงานหรือ จะผลิตเหล็กตัวซีออกมาให้มีขนาดไม่เท่ากัน โดยเฉพาะ คุณภาพและน้ำหนักของเหล็ก ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กตัว
และราคาของเหล็กตัวซีที่ต่างกัน อาจจะเป็นเพราะส่วนผสมเหล็กที่นำมาผสมกับเหล็กตัวซี รวมถึงการเปรียบเทียบราคาต่อน้ำหนักของเหล็กทั้งเส้นอีกด้วย ซึ่งยังถือเป็นการเลือกเหล็กตัวซีให้ตรงกับความต้องการและการใช้งานในราคาของเหล็กตัวซีที่เหมาะสม
มาตรฐานตลาด
เหล็กตัวซี มาตรฐานตลาด เป็นเหล็กที่ใช้ทำโครงหลังคาเป็นหลัก แต่สามารถนำเหล็กตัวซีมาประยุกต์ใช้กับงานโครงสร้างเหล็กทั่ว ๆ ไปได้ เหล็กตัวซีเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก.
ถือเป็นมาตรฐานที่ได้กำหนดขึ้นเพื่อปลอดภัย ส่วนความหนาเหล็กตัวซีที่เหมาะสมและปลอดภัย จะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบเสียก่อน
โดย saweang | ม.ค. 11, 2023 | ไม่มีหมวดหมู่
รายละเอียดสินค้า
เหล็กเอชบีม (H – BEAM) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน อีกแบบหนึ่ง เหมาะสำหรับงานส่วนโครงสร้างหลักของอาคาร เหล็กมีคุณสมบัติในการรับแรง รับน้ำหนักมากๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะพบเห็นเหล็กเอชบีมใช้เป็นโครงสร้าง เช่น ส่วนเสาและคาน ทั้งอาคารสูงและบ้านพักอาศัย, สะพาน, โกดัง ,โรงงาน และสนามกีฬา อาจใช้ประกอบเป็นส่วนของโครงถัก ทำอาคารที่ยื่นยาว (cantilever)
เหล็กเอชบีม มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น เหล็กตัวเอช เสาเอช เหล็กปีกไอ เสาบีม โดยเหล็กเอชบีม มีลักษณะหน้าตัดเป็นรูปตัวเอช (H) ขนาดความสูง และความกว้างแต่ละด้านเท่ากัน มีปีกกว้าง (Wide Flange) เป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน Hot Rolled Structural Steel Sections มีหน้าตัดเป็นรูปลักษณะต่างๆ ใช้ในงานโครงสร้างการรีดร้อนคือการรีด และแปรรูป ที่อุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิวิกฤต Critical temperature เหล็กเอชบีม สามารถต้านทานการตัดโค้ง (Bending) และการบิด (Twisting) ได้ดี จึงใช้เป็น เสา (Columns), คาน (Beams) และตงพื้น (Bridge girders) ในงานก่อสร้างและงานสถาปนิก ใชเแทนคานคอนกรีต หรือเสาคอนกรีต
มาตรฐาน
ประเทศไทยได้กำหนดมาตรฐานเพื่อควบคุมคุณภาพ มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงคือ มอก. 1227-2558 (2015)
GRADE : SS400 SS490 SS540 SM400 SM490 SM520
มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 เมตร, 6 เมตร, 9 เมตร, 12 เมตร
เหล็กเอชบีม โดยขนาดที่ใช้ปกติจะเป็น ด้านXด้าน เท่ากัน เช่น 100×100, 125×125, 150×150, 175×175, 200×200, 250×250, 300×300, 350×350, 400×400 หน้าตัดที่เป็นรูปทรงของเหล็กรูปพรรณรีดร้อน
ทำให้เหล็กมีคุณสมบัติในการรับแรงในแนวต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยน้ำหนักที่เบากกว่าโครงสร้างคอนกรีต ทำให้ง่ายต่อการใช้งานและประหยัดเวลามากขึ้น
ข้อดีของการใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน
- ลดระยะเวลาการก่อสร้าง ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยของโครงการ เปิดใช้งานได้รวดเร็ว
- เตรียมงานจากโรงงานได้ และใช้แรงงานน้อยกว่าการก่อสร้างด้วยระบบอื่น
- ออกแบบโครงสร้างให้มีช่วงเสากว้าง กว่าโครงสร้างระบบอื่น ไม่เปลืองพื้นที่ใช้งาน
- ออกแบบงานสถาปัตยกรรมได้หลากหลายเช่น ตัดโค้ง ทำใครงสร้างโปร่ง หรือทำส่วนยื่่นได้มาก
- โครงสร้างมีน้ำหนักเบา ทำให้ประหยัดฐานราก ลดการขนส่ง และพื้นที่กองเก็บวัสดุ
- ตรวจสอบ ควบคุมคุณภาพ และบำรุงรักษาได้สะดวกกว่าโครงสร้างอื่น
- มีความแข็งแรง สามารถรับแรงสั่นสะเทือนและแผ่นดินไหว ได้ดีกว่าโครงสร้างระบบอื่น
- ก่อสร้างในที่จำกัดได้สะดวก ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่น
- ดัดแปลง ต่อเติม หรือรื้อไปสร้างใหม่ได้ ไม่ต้องทุบทิ้ง
- สามารถนำวัสดุมาหมุนเวียนได้ 100%
การผลิตเหล็กเอชบีม
เหล็กเอชบีม (H-BEAM) คือ เหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel) ที่เกิดจากการหลอมและหล่อเป็นเหล็กแท่ง แล้วรีดในขณะที่เหล็กยังร้อนให้มีหน้าตัดเป็นรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ “H”
ตามการเรียกชื่อ รูปแบบของหน้าตัดจะมีปีก (Flange) กว้างออกมาจากเอว (Web) ตรงกลาง โดยจะมีความหนาของเหล็กในส่วนปีกเท่ากันตลอด ไม่มีการปาดหรือลบมุมที่ปลายปีก
กระบวนการผลิตเหล็กโครงสร้าง รูปพรรณรีดร้อน เริ่มจากการนำเศษเหล็กมาหลอมในเบ้าขนาดใหญ่ด้วยความร้อนสูงกว่า 1600 องศาเซลเซียส จนกลายเป็นน้ำเหล็ก แล้วเติมโลหะปรุงแต่งส่วนผสมเพื่อให้มีความแข็งแรงตามเกรดที่ต้องการ เมื่อปรุงแต่งส่วนผสมแล้ว จึงนำมาหล่อให้เป็นแท่ง หลังจากนั้น นำเหล้กแท่งมารีดด้วยแท่นรีดขนาดใหญ่ ที่อุณหภูมิประมาณ 1200 องศาเซลเซียส รูปร่างหน้าตัดของเหล็กแท่งจะถูกลดขนาดและแปรเปลี่ยนไปตามแบบของลูกรีด จนมีขนาดมาตรฐาน จุดสำคัญในการการทำคือ การควบคุมส่วนประกอบทางเคมีของการหลอมแต่ละเบ้า Heat การรีดเหล็กร้อนให้เป็นรูปร่างที่มีความกว้างและความหนาให้พอดีตามที่กำหนด และการทดสอบความแข็งแรง
เนื่องจากผลิตโดยการหลอมและรีดร้อนขึ้นเป็นท่อน เหล็กโครงสร้างชนิดนี้จึงมีเนื้อเดียวกัน ไม่มีรอยเชื่อมระหว่างส่วนต่างๆ ดังนั้นคุณสมบัติของหน้าตัดจึงสม่ำเสมอกว่าเหล็กโครงสร้างชนิดอื่นเช่น เหล็กรูปพรรณกลวงซึ่งทำจากเหล็กม้วนและเชื่อมตามยาว กับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเชื่อมประกอบที่ทำจากเหล็กแผ่นสามชิ้นเชื่อมเข้าด้วยกัน
การใช้งานเหล็กเอชบีม
เหล็กเอชบีมเหมาะสำหรับการใช้งานเป็นโครงสร้างคาน เสา และโครงสร้างหลังคา ทั้งในอาคารบ้านพักอาศัย โรงงาน อาคารสูง หรือสนามกีฬา ทั้งนี้เหล็กเอชบีม (H-BEAM) ตามมาตรฐาน ASTM ของประเทศสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่าเหล็ก Wide Flange (W-Shape)
เทคนิคการใช้เหล็ก H-BEAM ทำโครงสร้างอาคาร
สำหรับเทคนิคในการใช้เหล็ก H-beam ทำโครงสร้างอาคาร ควรเลือกตามนี้
ในการออกแบบสถาปัตยกรรมและงานโครงสร้างอาคาร มักเกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้งาน (ฟังก์ชัน) และความสวยงามเสมอ และเหล็ก H-BAEM เป็นวัสดุเดียวที่ตอบโจทย์เรื่องข้างต้นได้อย่างตรงประเด็น เพราะเป็นวัสดุโครงสร้างที่ไม่ต้องการวัสดุอื่นมากรุทับ หรือสามารถโชว์ให้เห็นการใช้งานและพื้นผิวที่แท้จริงได้ อีกทั้งในตำแหน่งของเสาที่ยื่นลอยออกมาจากแนวผนัง (เสาลอย) อาจจะเพื่อรับหลังคาหรือรับพื้นชั้นบน การใช้เสา H-BEAM ก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่ทำให้อาคารดูทันสมัย สวยงามและไม่หนาหนักนั่นเอง
ส่วนหลักการนั้นอาจไม่มีอะไรมากมาย เพียงออกแบบเสา H-BEAM ตามหลักการออกแบบวิศวกรรม แต่เลือกที่จะหันด้านขาของตัว H-BEAM ออก ให้เห็นเส้นความหนาของตัวเสา ก็จะช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวอาคารได้เป็นอย่างดีนั่นเอง
และนอกจากเรื่องของความสวยงาม เรายังสามารถซ่อนงานระบบเช่นงานสายไฟ งานปลั๊กไฟ ไว้ที่เสา H-BEAM ได้ด้วย เรียกว่าเป็นความงามที่มาพร้อมประโยชน์ใช้สอยจริงๆ