โดย khwankaew | ธ.ค. 14, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สมคิดเร่ง 3 โปรเจคยักษ์ก่อนสิ้นปี ชงรถไฟไทย-จีน 3.5 กม.พร้อมทางคู่ 5 เส้นทางเข้า ครม.สัปดาห์หน้า นายกฯเตรียมตอกเสาเข็มโครงการ 21 ธ.ค.พร้อมเร่งศึกษาเส้นทางเฟสต่อเนื่อง รฟท.ลงนามเอกชนรวมมูลค่าสัญญาณ 9.5หมื่นล้านบาทก่อนสิ้นปี
พร้อมเปิดกล้างโครงการเอ็มอาร์โอ พัฒนาศูนยืซ่อมอากาศยานหนุนอีอีซี เผยสายการบินต่างชาติสนใจลงทุนหลายราย
Cr. bangkokbiznews.com
โดย khwankaew | ธ.ค. 7, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
รัฐบาลวอชิงตันประกาศขึ้นอากรสินค้าเหล็กนำเข้าจากเวียดนาม ฐานใช้วัตถุดิบนำเข้าจากบริษัทในจีน ที่อยู่ในบัญชีดำละเมิดมาตรการต่อต้านการอุดหนุนราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร เพิ่มอัตราอากรเหล็กหลายรายการที่นำเข้าจากเวียดนาม เนื่องจากสินค้าเหล็กหลายรายการของเวียดนามผลิตโดยใช้วัตถุดิบจากบริษัทในจีน ที่อยู่ในรายชื่อบริษัทซึ่งละเมิดมาตรการต่อต้านการอุดหนุนราคาสินค้าของสหรัฐ โดยรายงานของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า นับตั้งแต่ออกมาตรการขึ้นอากรเหล็กหลายรายการจากจีน เมื่อปี 2558 มูลค่าสินค่าเหล็กส่งออกจากเวียดนามสู่สหรัฐเพิ่มขึ้นจาก 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ( ราว 358.6 ล้านบาท ) เป็น 295 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ( ราว 9,617 ล้านบาท )
ทั้งนี้ สินค้าเหล็กจากเวียดนามที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว รวมถึงเหล็กแผ่นขาวรีดเย็นจากเวียดนามต้องเผชิญกับอัตราอากรเพิ่มขึ้นเป็น 531% ในขณะที่อัตราอากรสำหรับสแตนเลสสตีลหรือเหล็กกล้าไร้สนิมจากเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็น 238% ซึ่งผู้สันทัดกรณีมองว่าเป็นอัตราอยู่ในระดับ “สูงเพียงพอ” ที่จะทำให้สินค้าเหล็กจากเวียดนามต้องถอนตัวออกจากตลาดในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ “อีกเล็กน้อย” และรัฐบาลวอชิงตันมีกำหนดประกาศอัตราเรียกเก็บสุดท้ายในวันที่ 16 ก.พ. ที่จะถึงนี้
กระนั้นข้อมูลของรัฐบาลวอชิงตันระบุด้วยว่า มูลค่าการนำเข้าสินค้าจากจีนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนต.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มมูลค่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐต่อจีนในเดือนนั้นอีก 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 68,460 ล้านบาท ) เป็น 31,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.03 ล้านล้านบาท )
แหล่งที่มา : Reuters
โดย pichaya | ธ.ค. 4, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สมาคมเหล็กจีนมองราคาเหล็กมีเสถียรภาพในปี 2561 เหตุอุปสงค์-อุปทานสมดุลขึ้น
สมาคมเหล็กและเหล็กกล้าจีน (CISA) มองว่าราคาเหล็กกล้าของจีนจะปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นในปี 2561 เนื่องจากการผลิตและอุปทานมีความสมดุลมากขึ้น
นายกู่ เจียนกั๋ว รองนายกสมาคม CISA กล่าวในระหว่างการประชุมอุตสาหกรรมงานหนึ่งว่า “ราคาเหล็กปรับตัวขึ้นในปี 2560 อันเนื่องมาจากความพยายามของรัฐบาลในการปิดโรงงานผลิตเหล็กขนาดเล็กที่นำเศษเหล็กมาผลิตเป็นเหล็กคุณภาพต่ำ ส่งผลให้ผู้ผลิตที่เคยขาดทุนเริ่มกลับมาทำกำไร”
นายกู่กล่าวว่า ราคาเหล็กฟื้นตัวขึ้นอย่างสมเหตุสมผล แม้ว่าจะมีภาวะอุปทานตึงตัวและราคาผันผวนเกิดขึ้นบ้างในช่วงเวลาหนึ่งๆ ขณะเดียวกัน เขายังกล่าวด้วยว่า มาตรการปกป้องสิ่งแวดล้อมจะจำกัดปริมาณผลผลิตในปี 2561 ซึ่งจะทำให้อุปสงค์และอุปทานอยู่ในภาวะสมดุล
รองนายกสมาคมฯ ยังระบุด้วยว่า บรรดาผู้ผลิตเหล็กกล้าควรเร่งปรับลดหนี้สิน ปิดบริษัทที่ไม่เติบโต และเร่งจำหน่ายสินทรัพย์หลังจากที่มีการใช้มาตรการลดกำลังการผลิต
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ที่ผ่านมา ทางจีนได้พยายามปิดโรงงานผลิตเหล็กคุณภาพต่ำขนาดเล็ก ส่งผลให้อุปทานเหล็กลดลง โดยมาตรการปิดโรงงานเหล็กที่ผลิตเหล็กคุณภาพต่ำดังกล่าว ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 4% ของโรงงานผลิตเหล็กทั้งหมดนั้น มีจุดประสงค์เพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกิน ลดปัญหามลพิษ และยกระดับความปลอดภัย
Cr. iiu.isit.or.th
โดย khwankaew | พ.ย. 30, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
สมอ.แก้ไข 2 มาตรฐานเหล็ก
นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า สมอ. กำหนดให้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน มอก. 1479-2558 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น มอก. 2012-2558 ต้องเป็นไปตามมาตรฐานฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 2560 เป็นต้นไป ผู้ทำ ผู้นำเข้า จะต้องขออนุญาตทำและนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตามมาตรฐานฉบับนี้

ปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุญาตให้ทำตาม มอก. 1479-2541 จำนวน 39 ราย อนุญาตให้นำเข้า จำนวน 126 ราย และอนุญาตให้ทำตาม มอก. 2012-2543 จำนวน 28 ราย อนุญาตให้นำเข้า จำนวน 154 ราย ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการรักษาสิทธิ์ในการผ่อนผันเพื่อประกอบกิจการตามใบอนุญาตเดิม จะต้องยื่นคำขอตาม มอก. 1479-2558 และ มอก. 2012-2558 กับ สมอ. ก่อนวันที่ 27 พ.ย. 2560 เท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิผ่อนผันให้ประกอบกิจการตามใบอนุญาตเดิมได้ตามกฎหมาย
การบังคับใช้มาตรฐานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น โครงสร้างงานก่อสร้างขนาดใหญ่ การผลิตท่อเหล็ก การผลิตถังแก๊ส การผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตเฟอร์นิเจอร์เหล็ก และการผลิตตู้คอนเทนเนอร์ เป็นต้น ซึ่งหากนำเหล็กด้อยคุณภาพไปใช้อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และในขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอีกด้วย
เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐาน โดยให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน ชื่อผู้ทำหรือโรงงานที่ทำ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนและชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาต ที่ม้วนของเหล็กให้เห็นได้ง่ายและชัดเจนด้วย ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้นำเข้า ต้องผลิต จำหน่าย และนำเข้าเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน
Cr. ข่าวสด
โดย pichaya | พ.ย. 28, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปเดือนตุลาคม 2017 ขยายตัว 0.8% YoY
ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของไทย (HS Code 72 & 73) เดือนตุลาคม 2017 อยู่ที่ 939,000 ตัน ขยายตัว 0.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือน 2 หลังจากหดตัวติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 เดือน
ยอดนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของไทยสะสมในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) 2017 อยู่ที่ 9.52 ล้านตัน หดตัว 9.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปที่มียอดนำเข้าขยายตัวมากที่สุดในเดือนตุลาคม 2017 ได้แก่ เหล็กแผ่นหนาไม่เจือ 34,350 ตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 258% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 68 เป็นการนำเข้าเหล็กแผ่นที่มีความหนามากกว่าเกิน 10 มม และมีความกว้างเกิน 3,048 มิลลิเมตร จากประเทศอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ รองลงมาคือ เหล็กลวดคาร์บอน 37,348 ตัน ขยายตัว 80.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นและเวียดนาม
ด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปเดือนตุลาคม 2017 อยู่ที่ 110,000 ตัน ขยายตัว 5.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ยอดส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปของไทยสะสมในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) 2017 อยู่ที่ 1.3 ล้านตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปที่มีการส่งออกมากที่สุดในเดือนตุลาคม 2017 ได้แก่ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ 18,155 ตัน ตลาดส่งออกหลักได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ ตามลำดับ
รองลงมาคือ ท่อเหล็กเชื่อมตะเข็บ 14,417 ตัน ตลาดส่งออกหลักได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และ สปป ลาว ตามลำดับ
Cr. iiu.isit.or.th
โดย khwankaew | พ.ย. 28, 2017 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ตลาดนำเข้าเศษเหล็กของตุรกีค่อนข้างเงียบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่การซื้อขายเศษเหล็กฝั่งยุโรปค่อนข้างคึกคัก เนื่องจากความต้องการเศษเหล็กในประเทศสเปน โมร็อกโก และเยอรมัน อย่างไรก็ตามผู้ค้าคาดว่าการซื้อขายเศษเหล็กของตุรกีจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้
สำหรับราคาเศษเหล็กในตลาดเอเชียยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากราคาเศษเหล็กญี่ปุ่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันจันทร์ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Hyundai Steel ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้สั่งซื้อเศษเหล็กจากญี่ปุ่นประมาณ 40,000 ตัน ในราคาประมาณ 33,500 – 37,500 เยนต่อตัน แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดรายงาน
ขณะที่ผู้ค้าเศษเหล็กในประเทศญี่ปุ่นปรับเพิ่มราคารับซื้อเศษเหล็กประมาณ 500 เยนต่อตันเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน โดยราคารับซื้อเศษเหล็กภายในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 32,000 – 32,500 เยนต่อตัน
บริษัท Tokyo Steel Manufacturing ปรับเพิ่มราคาขายเศษเหล็กขึ้น 500 เยนต่อตันมีผลตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มราคาเป็นครั้งที่หกในเดือนพฤศจิกายน โดยรวมทั้งเดือนบริษัทปรับเพิ่มราคาขายเศษเหล็กรวม 3,500 เยนต่อตัน ทำให้ราคาขายเศษเหล็กของบริษัท Tokyo Steel Manufacturing ตอนนี้อยู่ที่ 34,500 เยนต่อตัน
S&P Global Platts ประเมินราคาเศษเหล็กเกรด H2 ส่งออกจากประเทศญี่ปุ่นไว้ที่ประมาณ 33,500 เยนต่อตัน ($299 ต่อตัน) FOB Tokyo Bay เพิ่มขึ้น 1,000 เยนต่อตันเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน
สำหรับราคาเศษเหล็กในตลาดเอเชียต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาเสนอขายที่สูงขึ้น
แหล่งข่าวรายงานราคาเสนอขายเสนอขายเศษเหล็กในตลาดเอเชียอยู่ที่ประมาณ $345-355 ต่อตัน CFR East Asia ขณะที่ผู้ซื้อยอมรับที่ระดับราคา $335 ต่อตัน
S&P Global Platts ประเมินราคาเศษเหล็ก HMS I/II 80:20 นำเข้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกอยู่ที่ประมาณ $335-$350/mt CFR หรือเพิ่มขึ้น $12.5 ต่อตันเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
Cr.http: iiu.isit.or.th