google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
ราคาเหล็กตลาดเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตปรับเพิ่มราคาเสนอขาย

ราคาเหล็กตลาดเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตปรับเพิ่มราคาเสนอขาย

แหล่งข่าวรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พย 2017 ที่ผ่านมา ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนในตลาดเอเชียปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตเหล็กในภูมิภาคต่างๆ ปรับเพิ่มราคาเสนอขาย

S&P Global Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรด SS400 หนา 3 มม ส่งออก ณ ท่าเรือประเทศจีนเฉลี่ยอยู่ที่ $546-$548 ต่อตัน (FOB China) และ ราคานำเข้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉลี่ยอยู่ที่ $556-$558 ต่อตัน (CFR East Asia) ขณะที่ราคาจำหน่ายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเกรด Q235 หนา 5.5 มม ในตลาดประเทศจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 4,090-4,110 หยวนต่อตัน (ex-stock with 17% VAT)

สำหรับราคาเหล็กเส้นในตลาดเอเชียก็ได้แรงหนุนจากราคาเหล็ก rebar ในจีนที่แข่งแกร่งขึ้น

แหล่งข่าวรายงาน ราคาเหล็กเส้นในตลาดเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อวันศุกร์ที่ 24 พย 2017 ที่ผ่านมา

S&P Global Platts ประเมินราคาเหล็ก rebar เส้นผ่าศูนย์กลาง 16-20 มม เกรด BS500 ส่งออก ณ ท่าเรือประเทศจีนเฉลี่ยอยู่ที่ $518-$520 ต่อตัน (FOB China) ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ $3.50 ต่อตัน เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

Cr. iiu.isit.or.th

อุตสาหกรรมเหล็กมีเฮคมนาคมเขียนTORใช้สินค้าไทยในโครงการรัฐ

อุตสาหกรรมเหล็กมีเฮคมนาคมเขียนTORใช้สินค้าไทยในโครงการรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยนำโดย นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษากลุ่ม 7 สมาคม เข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอปัญหาของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย และเรียกร้องให้มีการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศสำหรับโครงการก่อสร้างระบบคมนาคมขนส่ง ของกระทรวงคมนาคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรับฟังปัญหาและข้อเสนอของผู้แทน 7 สมาคม นายอาคมกล่าวยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนอยู่แล้วที่จะสนับสนุนการใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศเป็นลำดับแรกก่อน และการพัฒนาการคมนาคมและขนส่งอีกหลายโครงการต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กจำนวนมาก เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟรางคู่ สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งก็จะกำหนดเงื่อนไขส่งเสริมการใช้เหล็กภายในประเทศให้มากสุดเช่นกัน

“ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสแรก การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณาให้สามารถใช้สินค้าเหล็กเส้นกลม และเหล็กเส้นข้ออ้อยตามมาตรฐานไทยได้ โดยควบคุมสินค้าให้มีคุณสมบัติสอดคล้องกับ มาตรฐานประเทศจีน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ก็ได้กำหนดร่างขอบเขตงาน (TOR) ให้ใช้วัสดุในประเทศ (Local Content) มากถึง 90%” นายอาคมกล่าวยืนยัน

ขณะที่นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวย้ำนโยบายสนับสนุนการใช้เหล็กในประเทศ โดยนอกเหนือจากเรื่องคุณภาพและมาตรฐานสินค้าแล้ว ขอให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยพิจารณาเรื่องของราคาที่แข่งขันได้และสามารถผลิตได้อย่างเพียงพอกับความต้องการด้วย

ด้าน นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)กล่าว ว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังประสบปัญหาการใช้อัตรากำลังการผลิตที่ต่ำมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาว เช่น เหล็กเส้น เหล็กลวด ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้าง อัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยไม่ถึง 40% ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีปริมาณการบริโภคเหล็กแซงหน้าประเทศไทยไปแล้ว เนื่องจากการก่อสร้างโครงการพื้นฐานของเวียดนามมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นายวิกรม กล่าวอีกว่าอุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรม พื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่องจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลควรส่งเสริม ให้มีการใช้วัสดุเหล็กที่ผลิตในประเทศในงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ เช่น โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบิน สุวรรณภูมิ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และโครงการก่อสร้างสะพาน เพื่อช่วยพัฒนาผู้ผลิตในประเทศให้เกิดการต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเหล็กใหม่ๆ

“ในอนาคตรถไฟระบบรางมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้าระบบราง ประเทศไทยสามารถอาศัยความได้เปรียบของการเป็นฐานการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนที่เข้มแข็ง ต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนและส่วนประกอบรถไฟ ปัจจุบันเราส่งออกเศษเหล็กที่เป็นเหล็กกล้าไร้สนิมนับแสนตัน ซึ่งเศษเหล็กเหล่านี้สามารถนำมาแปรรูปผลิตเป็นล้อและเพลาของรถไฟได้” นายวิกรมกล่าว

ด้านนายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร ผู้แทนจากสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า กล่าวว่าสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสแรก ซึ่งกำหนดให้ใช้มาตรฐานสินค้าเหล็กของจีนเป็นหลักนั้น ผู้ผลิตในประเทศมีความสามารถในการผลิตเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย ตาม มอก.บังคับของไทย แต่จำเป็นต้องขออนุญาตทำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่แตกต่างไปจาก มอก.บังคับของไทย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาขออนุมัติจากทางสมอ.ทุกครั้งก่อน อันอาจส่งผลต่อระยะเวลาการ ส่งมอบสินค้า จึงเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ใช้สินค้าที่ผลิตตาม มอก.บังคับของประเทศไทยเป็นหลัก

ด้านนายอนุวัฒน์ หวังวณิชชากร อุปนายกสมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย กล่าวว่า ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของประเทศไทย สมาชิกของกลุ่ม 7 สมาคมฯ สามารถ ผลิตสินค้าเหล็กได้ครบทั้งหมด 20 มอก.บังคับ และอีก 32 มอก.ทั่วไป ซึ่งครอบคลุมวัสดุเหล็กส่วนใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้าง และอุตสาหกรรมต่างๆ จึงเสนอให้รัฐบาล และกระทรวงคมนาคมพิจารณานโยบาย Make in Thailand ส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กภายในประเทศไทย โดยยกตัวอย่าง สหรัฐอเมริกาใช้นโยบาย Buy America กำหนดเงื่อนไขผลิตภัณฑ์เหล็กที่ใช้ว่าจะต้องมีกระบวนการผลิตในประเทศตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตเหล็กกล้า (Steel Making) จนเป็นผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูป (Melted & Poured Standard) และ มาตรา 232 (Section 232) จำกัดการนำเข้าสินค้าเหล็กที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ หรือเช่น ประเทศอินเดียที่ประกาศนโยบาย Make in India สนับสนุนผู้ผลิตเหล็กในประเทศเป็นลำดับแรกในการจัดซื้อจัดจ้างงานโครงการภาครัฐ มีการกำหนดสัดส่วนการใช้เหล็กในประเทศ (Local Content) ถึง 50% เป็นต้น

นายนาวา จันทนสุรคน นายกสมาคม ผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย แสดงความยินดีที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมการใช้วัสดุเหล็กในประเทศ โดยจะระบุใน TOR ของโครงการต่างๆ ต่อไป พร้อมกำหนดใช้วัสดุตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ของประเทศไทยเป็นหลัก หลังจากได้ความมั่นใจจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศจะติดตามการขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าว เพื่อมีส่วนร่วมในโครงการคมนาคมและขนส่งของภาครัฐ สำหรับประเด็นที่ กระทรวงคมนาคมเป็นห่วงว่าผู้ผลิตในไทยจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตได้เพียงพอหรือไม่ ขอเรียนยืนยันว่าสามารถผลิตได้เพียงพออย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันในภาพรวมผู้ผลิตในประเทศยังเหลือกำลังการผลิตอีกมาก

cr. http://www.ryt9.com/s/nnd/2722154

ราคาเหล็กยุโรปทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี

ราคาเหล็กยุโรปทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี

MEPS (INTERNATIONAL) LTD เผยราคาเหล็กทรงแบนในภูมิภาคยุโรปปี 2017 เฉลี่ยอยู่ที่ 620 ยูโรต่อตัน ซึ่งเป็นราคาสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011

ตามการรายงานของ MEPS พบว่าในช่วงต้นปี 2017 ราคาเหล็กในภูมิภาคยุโรปเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับสูงก่อนจะเริ่มลดลงในช่วงไตรมาสที่สองและกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงฤดูร้อน

ขณะที่ตลาดเหล็กทรงแบนยังคงทำผลงานได้ดีในช่วงเดือนตุลาคม การบริโภคเหล็กยังคงแข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือของภูมิภาค

ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ทางตอนเหนือและตอนใต้ของยุโรปกำหนดราคาเสนอขายเหล็กแผ่นรีดร้อนไว้ต่ำสุดที่ 540 – 560 ยูโรต่อตัน

ในเดือนกันยายนภาคอุตสาหกรรมการผลิตของเยอรมันนีเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 6 ปี การบริโภคเหล็กขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากจากอุปสงค์เหล็กในอุตสาหกรรมก่อสร้างและยานยนต์

ภาพรวมการบริโภคเหล็กในฝรั่งเศสอยู่ในเกณฑ์ดีโดยได้รับแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์และการก่อสร้าง อย่างไรก็ตามตลาดเหล็กแผ่นยังคงมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงต้นเดือนตุลาคม เมื่อราคาเหล็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี

ราคาเหล็กในประเทศอิตาลียังคงอยู่ในระดับคงที่ เนื่องจากคำสั่งซื้อจากโรงงานลดลงในช่วงต้นเดือนตุลาคม ผู้ผลิตเหล็กในประเทศเริ่มให้ส่วนลดเล็กน้อยสำหรับการสั่งซื้อในปริมาณมาก ปริมาณสต๊อกเหล็กที่พ่อค้าคนกลางยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นถึงอัตรากำไรจากการขายที่ไม่ดีนัก ตัวแทนจำหน่ายส่วนใหญ่หวังว่าจะสามารถกำจัดสินค้าคงเหลือในสต๊อกให้หมดไปภายในปลายปีนี้

กิจกรรมการก่อสร้างในสหราชอาณาจักรลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนกันยายน ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงเป็นบวก อย่างไรก็ตามศูนย์บริการเหล็กแจ้งว่าความต้องการใช้เหล็กจากผู้ใช้ปลายทางมีน้อยกว่าปกติเมื่อเทียบกับช่วงเวลานี้ของทุกปี

ราคาเหล็กในเบลเยี่ยมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนกันยายน ผู้ซื้อรู้สึกว่าตลาดจะทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบันไปจนถึงช่วงปลายปี แม้ว่าผู้ผลิตมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มราคาเสนอขายให้สูงขึ้นในช่วงต้นปี 2018 ส่วนอุปสงค์เหล็กในประเทศเติบโตแข็งแรงดี

ภาคการผลิตของสเปนฟื้นตัวดีขึ้นในเดือนกันยายน ราคาผลิตภัณฑ์เหล็กทรงแบนในตลาดยังคงมีเสถียรภาพและปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

Cr.iiu.isit.or.th

นักวิชาการหวั่น พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 3

นักวิชาการหวั่น พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 3

กรุงเทพฯ 2 ก.ค. – นักวิชาการ ม.รังสิต หนุนใช้ ม.44 ชะลอบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว หวั่นฉุดเศรษฐกิจไตรมาส 3 โตต่ำกว่าร้อยละ 3 

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงการผ่าน พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ว่า มีแรงงานจำนวนมากกลับประเทศและส่วนหนึ่งคงจะไม่กลับมาทำงานประเทศไทย การกลับมาทำงานอาจมีต้นทุนสูงเกินไปสำหรับแรงงานบางส่วน  ภาระนี้อาจเกิดขึ้นกับนายจ้างที่ต้องการแรงงานและไม่สามารถหาแรงงานมาทำงานจากตลาดแรงงานในไทยได้ คาดว่าผลกระทบน่าจะทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 3 ชะลอตัวและขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ  3 เกิดการชะงักงันในการเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำลังเร่งรัด

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แต่กฎหมายออกมาบังคับใช้โดยไม่ให้ระยะเวลาการปรับตัวและเตรียมการน้อยเกินไป ประกอบกับ มีแรงงานจำนวนมากเกือบ 1 ล้านคนที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมาย สะท้อนว่าไทยมีภาวะการขาดแคลนแรงงานระดับล่างขั้นรุนแรง ซึ่งรัฐจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกในการแก้ปัญหา ส่วนสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานและการปิดกิจการชั่วคราวที่อาศัยแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายนั้น จะได้รับการบรรเทาลง หากมีการใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้ไปก่อน

ทั้งนี้ มีข้อเสนอเพื่อลดผลกระทบ 6  ข้อ ได้แก่ 1.แนะใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้ไปก่อนอย่างน้อย 6 เดือน 2.ออกเป็น พ.ร.บ.การปฏิรูประบบการบริหารจัดการและจัดระเบียบแรงงานต่างชาติ พ.ศ. 2561 แทน

เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการออกกฎหมาย  3.เนื้อหา พ.ร.บ.การปฏิรูประบบแรงงานต่างชาติ ควรครอบคลุมถึงการบริหารจัดการการเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพ 8 สาขาภายใต้ข้อตกลงประชาคมอาเซียน  4.ทำสัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานได้รับสิทธิพื้นฐานในการรวมกลุ่มและอำนาจในการเจรจาต่อรอง

รวมทั้งแรงงานต่างชาติในไทย 5.ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมและโรงงานที่ใช้แรงงานทักษะต่ำที่ต้องพึ่งแรงงานต่างด้าวจำนวนมากนำเทคโนโลยี Automation และหุ่นยนต์มาทำงานแทน และ 6.รัฐและเอกชนต้องจัดระบบการศึกษาและฝึกอบรมที่จำเป็นสำหรับคนงานต่างด้าวและครอบครัวของแรงงาน เพื่อให้แรงงานรวมทั้งครอบครัวเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพในภาคการผลิตและระบบเศรษฐกิจของไทย .-สำนักข่าวไทย

Cr : สำนักข่าวไทย

ยอดนำเข้าเศษเหล็กไทยไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี

ยอดนำเข้าเศษเหล็กไทยไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี

ยอดนำเข้าเศษเหล็กไทยไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี

ข้อมูลจากกรมศุลกากร พบว่า ยอดนำเข้าเศษเหล็กของไทยไตรมาส 3 ปี 2017 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี อยู่ที่  565,186 ตัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 165% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยการนำเข้าเศษเหล็กจากประเทศจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1,552% อยู่ที่ 222,158 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 39% ของการนำเข้าเศษเหล็กทั้งหมด รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา 72,932 ตัน ออสเตรเลีย 66,580 ตัน ฟิลิปปินส์ 31,161 ตัน และ เมียนมาร์ 17,667 ตัน ตามลำดับ

ยอดนำเข้าเศษเหล็กสะสม 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 1,216,079 ตัน เพิ่มขึ้น 62% จาก 751,929 ตันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ราคานำเข้าเฉลี่ยอยู่ที่ 297 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน (10,253 บาทต่อตัน) เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

การนำเข้าวัตถุดิบ (เศษเหล็ก) ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ยอดการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กกึ่งสำเร็จรูปของไทยตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนกันยายน 2017 ขยายตัว 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 3.3 ล้านตัน จำแนกเป็นการผลิต Billet 1.47 ล้านตัน (+ 39.8% y-o-y) Slab 1.07 ล้านตัน (+ 4.2% y-o-y)  และผลิตภัณฑ์เหล็กกึ่งสำเร็จรูปอื่นๆ 0.78 ล้านตัน (+ 4.3% y-o-y)

Cr. isit.or.th

จีนลดการผลิตทำยอดผลิตเหล็กดิบของโลกเดือนกันยายนทำสถิติต่ำสุดในรอบปี

จีนลดการผลิตทำยอดผลิตเหล็กดิบของโลกเดือนกันยายนทำสถิติต่ำสุดในรอบปี

จีนลดการผลิตทำยอดผลิตเหล็กดิบของโลกเดือนกันยายนทำสถิติต่ำสุดในรอบปี

สมาคมเหล็กโลก หรือ worldsteel เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ยอดผลิตเหล็กดิบของโลกเดือนกันยายนทำสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2017 สาเหตุหลักมาจากประเทศจีน ผู้ผลิตเหล็กดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกปรับลดการผลิตเพื่อลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และทำให้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง

ยอดการผลิตเหล็กดิบของโลกที่ถูกรวบรวมจาก 66 ประเทศทั่วโลกเดือนกันยายน อยู่ที่ 141.44 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

ยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเดือนกันยายนอยู่ที่ 71.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แหล่งข่าวคาดว่าในช่วงฤดูหนาวของจีนที่กำลังจะมาถึง จีนน่าจะลดการผลิตเหล็กลงอีกมากกว่า 30 ล้านตัน เนื่องจากการใช้นโยบายลดหมอกควันในอากาศอย่างเข้มงวดและชัดเจน อย่างไรก็ตามในปีนี้จีนได้ประกาศนโยบายลดกำลังการผลิตเหล็กที่ถูกกฏหมายลง 110 ล้านตัน และเหล็กที่ไม่ได้คุณภาพอีกกว่า 120 ล้านตัน แต่ตัวเลขยอดการผลิตเหล็กดิบของจีนเพิ่งเริ่มลดลงในเดือนกันยายน 2017 เป็นเดือนแรก

ตามการรายงาน ของ MEPS ราคาเหล็กโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงต่ำสุดในเดือนธันวาคม 2015 ด้วยอานิสงค์จากการลดกำลังการผลิตเหล็กของจีน อุปสงค์เหล็กขยายตัวจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการทางการค้าสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

สำหรับปีหน้าสมาคมเหล็กโลกคาดว่าอุปสงค์เหล็กของจีนมีแนวโน้มทรงตัวเมื่อการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของกรุงปักกิ่งค่อยๆชะลอตัวลง ประกอบกับรัฐบาลจีนกลับมาพยายามที่จะปรับสมดุลเศรษฐกิจและปกป้องสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล็กโลกมีมูลค่ารวมประมาณ 900 พันล้านเหรียญต่อปี ซึ่งถูกมองว่าเป็นดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจของโลก
แหล่งที่มา : Reuters

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า