Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
บทความเกี่ยวกับเหล็ก Archives - Page 24 of 36 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
6 เรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนสร้างบ้านใหม่

6 เรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมก่อนสร้างบ้านใหม่

   หากเราตัดสินใจว่าจะก่อสร้างบ้านใหม่สักหนึ่งหลัง สิ่งที่เราต้องเตรียมพร้อมก่อนคือ การรวบรวมข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่จำนวนสมาชิกในบ้าน ความต้องการในด้านต่างๆ (ทั้งความต้องการของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน สไตล์บ้าน และแนวคิดเรื่องบ้าน) งบประมาณที่ตั้งไว้ การกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จ จำนวนชั้นของบ้าน และการเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เราต้องการ เพื่อให้เห็นภาพรวมของบ้านทั้งหลังเบื้องต้นก่อนการดำเนินการในส่วนอื่นๆ
 
1. จำนวนสมาชิกในบ้านมีกี่คน มีใครบ้าง อาศัยอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวเดี่ยว (มีเพียงสามีภรรยา หรือมีพ่อแม่ลูก) หรือแบบครอบครัวใหญ่ (มีคุณปู่คุณย่า/คุณตาคุณยาย และมีลูกหลานด้วย) มีผู้สูงอายุและเด็กหรือไม่ เพื่อกำหนดหรือคาดคะเนจำนวนห้องนอน ห้องน้ำ และห้องอื่นๆ ที่ต้องมี ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้าน

ภาพ: สมาชิกในบ้านมีกี่คน มีใครบ้าง (เป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวใหญ่ มีผู้สูงอายุและเด็กหรือไม่)

2. ความต้องการในด้านต่างๆ ซึ่งความต้องการนี้แบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ ความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน ความต้องการเรื่องสไตล์บ้าน และแนวคิดเรื่องบ้านที่เราต้องการ
 
– ความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน รวบรวมข้อมูลว่าแต่ละคนมีความชอบ ความต้องการ งานอดิเรกเป็นอย่างไร อาจเป็นการพูดคุยกัน สอบถามโดยตรง รวมถึงสังเกตพฤติกรรมที่แต่ละคนทำเป็นประจำ เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล ตัวอย่างเช่น ลูกชายชอบเล่นกีฬาเล่นดนตรี (ต้องเตรียมพื้นที่ภายนอกสำหรับการเล่นกีฬา และห้องเก็บเสียงขณะลูกชายเล่นดนตรีเพื่อไม่ให้รบกวนคนในบ้านและเพื่อนบ้าน) ลูกสาวชอบสัตว์เลี้ยง (มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสัตว์เลี้ยงจะวิ่งเล่น) พ่อแม่ผู้สูงวัยชอบปลูกต้นไม้และนับถือพุทธศาสนา (มีพื้นที่สวนที่เอื้อต่อการปลูกต้นไม้ และมีห้องพระ) เจ้าของบ้านชอบดูหนังที่บ้าน (มีโฮมเธียเตอร์ที่สามารถเก็บเสียงได้ดีเพื่อให้ดูหนังได้อย่างเต็มที่) ภรรยาชอบอ่านหนังสือ (ออกแบบห้องอ่านหนังสือหรือห้องทำงานให้เงียบเพื่อให้มีสมาธิ)

ภาพ: ตัวอย่างความชอบ ความต้องการ งานอดิเรกของแต่ละคนในบ้าน

ความต้องการเรื่องสไตล์บ้าน ซึ่งเป็นภาพรวมของบ้านหนึ่งหลังว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ (เช่น บ้านสไตล์โมเดิร์นที่เรียบง่ายแต่มีรายละเอียดบางส่วนที่น่าสนใจ บ้านสไตล์คลาสสิกที่ดูหรูหรา บ้านสไตล์ไทยประยุกต์ที่คงไว้ซึ่งความเป็นไทยแต่เข้ากับยุคสมัย บ้านสไตล์เนเชอรัลที่ดูใกล้ชิดธรรมชาติ บ้านสไตล์ร่วมสมัยที่บรรยากาศโดยรวมดูอบอุ่นเป็นกันเอง และบ้านสไตล์โคโลเนียลที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตกผสานรวมกับวิถีชีวิตแบบไทยอย่างลงตัว เป็นต้น) ซึ่งเราสามารถหาตัวอย่างภาพบ้านหรือสถานที่ที่ชอบต่างๆ (เช่น จากนิตยสาร จากหนังสือแบบบ้าน หรือจากอินเทอร์เน็ต รวมถึงสถานที่ที่ไปพักผ่อนท่องเที่ยวแล้วชอบ) ทั้งภาพรวมภายนอกของตัวบ้าน การตกแต่งภายใน บรรยากาศ สเปซ และองค์ประกอบต่างๆ ที่ชอบนำมาพูดคุยและสรุปเพื่อหาแนวทางของบ้านที่ดีที่สุดร่วมกัน

 
ภาพ: สไตล์บ้านที่เราต้องการ

– แนวคิดเรื่องบ้านที่เราต้องการ ปัจจุบันที่เราคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น รวมถึงภูมิอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้นฝนตกชุก ประกอบกับสังคมเมืองในปัจจุบันที่มีที่ดินที่จำกัด มีมลภาวะทางอากาศ และในหลายปีที่ผ่านมาก็มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ทำให้มีแนวคิดเรื่องบ้านออกมามากมายให้เราได้เห็นตัวอย่างกัน เช่น บ้านประหยัดพลังงาน บ้านสุขภาพดี บ้านเพื่อผู้สูงอายุ บ้านสามวัย บ้านรับมือกับภัยธรรมชาติ บ้านขนาดเล็ก เป็นต้น ซึ่งเราควรสรุปออกมาว่าบ้านที่เราจะก่อสร้างจะมีแนวคิดอะไรบ้าง

ภาพ: แนวคิดเรื่องบ้านที่ต้องการ เช่น บ้านประหยัดพลังงาน บ้านสุขภาพดี บ้านเพื่อผู้สูงอายุ บ้านสามวัย บ้านรับมือกับภัยธรรมชาติ บ้านขนาดเล็ก เป็นต้น

 3. งบประมาณในการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลัง การตั้งงบประมาณไว้จะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจว่าจะสร้างบ้านแบบไหน วิธีไหน พื้นที่บ้านที่เหมาะสมควรจะมีขนาดเท่าไร รวมถึงวัสดุที่เราจะเลือกใช้เป็นอย่างไร เพื่อให้ตอบโจทย์เราได้อย่างดีที่สุดและไม่มีปัญหางบประมาณบานปลายในภายหลัง โดยงบประมาณที่เราต้องตั้งไว้นั้น นอกจากจะมีค่าก่อสร้างบ้าน ยังมีค่างานตกแต่งภายในและค่าเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงค่าสิ่งก่อสร้างรอบบริเวณบ้านและงานสวนอีกด้วย

 
ภาพ: งบประมาณในการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลัง แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ค่าก่อสร้างบ้าน ค่างานตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ ค่าสิ่งก่อสร้างรอบบริเวณบ้านและงานสวน

4. การกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนล่วงหน้า จัดสรรเวลา และเตรียมตัวในแต่ละขั้นตอนอย่างคร่าวๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น การถมที่ดินที่ต้องรอเวลาให้ดินแน่นพอที่จะก่อสร้างได้ การรวบรวมข้อมูลต่างๆ ระยะเวลาที่จะได้แบบบ้านแบบก่อสร้างไม่ควรเกินเดือนไหน การยื่นขออนุญาต การหาผู้รับเหมาที่ว่างในเวลาที่เราจะก่อสร้างให้เสร็จทันกำหนด รวมถึงการเตรียมงบประมาณให้พร้อมจ่ายในแต่ละงวดงานก่อสร้าง

ภาพ: การจะมีบ้านหนึ่งหลังนั้นมีหลายขั้นตอน ซึ่งเราควรกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จเอาไว้ เพื่อจะได้วางแผน จัดสรรเวลา และเตรียมตัวในแต่ละขั้นตอนอย่างคร่าวๆ

5. จำนวนชั้นของบ้านที่เราจะสร้าง จำนวนชั้นของบ้านที่เราจะสร้างได้นั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดิน ขนาดพื้นที่บ้านที่เราต้องการ และจำนวนสมาชิกในบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายซึ่งกำหนดการใช้สอยของที่ดินที่เราถือครองว่าสามารถก่อสร้างเป็นอาคารประเภทใดได้บ้าง สูงไม่เกินกี่เมตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกินกี่ตารางเมตร ต้องเว้นที่ว่างและระยะถอยร่นต่างๆ เท่าไร (ตัวอย่างเช่น ในกฎกระทรวงฉบับที่ 36 (พ.ศ. 2535) กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหัวหินและตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารใดๆ เว้นแต่อาคารเดี่ยวชั้นเดียวที่มีความสูงไม่เกิน 6 เมตร พื้นที่อาคารรวมกันไม่เกิน 75 ตารางเมตร โดยอาคารแต่ละหลังตั้งห่างกันไม่น้อยกว่า 4 เมตร ห่างเขตที่ดินของผู้อื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร มีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของที่ดินที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคารนั้น และต้องห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า 20 เมตร หรือห่างจากคันขอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่าโดยรอบไม่น้อยกว่า 12 เมตร เป็นต้น) เจ้าของบ้านจึงควรตรวจสอบเบื้องต้นว่าสามารถสร้างอาคารพักอาศัยได้สูงสุดกี่เมตร

 
ภาพ: จำนวนชั้นของบ้านที่เราต้องการจะสร้าง จะขึ้นอยู่กับสมาชิกในบ้าน ความต้องการเรื่องพื้นที่ใช้สอย ขนาดที่ดินและข้อกำหนดกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับที่ดินที่เราถือครอง

6. การเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เราต้องการ การจะสร้างบ้านสักหนึ่งหลังเราจะต้องมีแบบบ้านหรือแบบก่อสร้าง ซึ่งจะมี 4 วิธีให้เลือก คือ การหาแบบบ้านฟรีมาจ้างผู้รับเหมาให้ก่อสร้างบ้าน การว่าจ้างสถาปนิกจัดทำแบบและเราหาผู้รับเหมามาก่อสร้างให้ การจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน การสร้างบ้านสำเร็จรูป ซึ่งในแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน จึงควรศึกษาเพื่อตัดสินใจเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เหมาะสมและตอบโจทย์เรา ทั้งในเรื่องของงบประมาณ ความเฉพาะตัวของรูปร่างและขนาดที่ดิน (เช่น หน้าแคบแต่ลึก) รวมถึงความสนิทสนมของคนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบ้านอีกด้วย

ภาพ: วิธีการให้ได้แบบบ้านหรือแบบก่อสร้าง ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน จ้างสถาปนิก นำแบบบ้านฟรีมาก่อสร้างบ้าน หรือเลือกสร้างบ้านสำเร็จรูป

       เมื่อเราเตรียมพร้อมแล้วเรื่องความต้องการ งบประมาณ การวางแผนต่างๆ และเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านแล้ว ก็สามารถเริ่มขั้นตอนการจัดหาหรือจัดจ้างทำแบบบ้านหรือแบบก่อสร้างตามโจทย์และวิธีที่เราเลือกได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.scgbuildingmaterials.com

3 วัสดุ หลังคาโปร่งแสง

3 วัสดุ หลังคาโปร่งแสง

 3 วัสดุ หลังคาโปร่งแสง

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

 

แผ่นโพลีคาร์บอเนต (แผ่นตัน)

 

วัสดุประเภทเดียวกับโพลีคาร์บอเนตแผ่นกลวง แต่มาในรูปแบบของแผ่นตันจึงทำให้เกิดแผ่นใสที่โปร่ง มองเห็นทะลุได้ มีข้อดีมากกว่าแผ่นหลังคาอะครีลิค แต่ทนทานกว่าซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่มากกว่าเช่นกัน

ข้อเด่น

  • ทนทาน
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • สามารถดัดโค้งได้
  • ไม่ลามและติดไฟ
  • เป็นฉนวนแต่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักที่มาก
  • ถ้าใช้ความหนาที่น้อย(2-3 mm) อาจตกท้องช้างเกิดเป็นน้ำขังได้

หลังคากระจก

หลังคากระจก

หลังคากระจกวัสดุดั้งเดิมสำหรับการทำหลังคาโปร่งแสง มีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นกระจกธรรมดา กระจกสี หรือกระจกขุ่นพ่นทรายที่ให้แสงนวลตา แต่ด้วยเป็นกระจกที่แม้จะแข็งแรงแต่ก็มีความเปราะด้วยเช่นกัน จึงต้องมีการเพิ่มคุณสมบัติลดการแตกเปราะด้วยการอบ Tempered หรือสอดฟิล์มนิรภัย Laminated จึงทำให้การใช้กระจกเป็นวัสดุมุงหลังคานั้นมีราคาที่สูงตามมา
ข้อเด่น

  • สวยงานออกแบบได้หลากหลาย
  • สามารถป้องกันความร้อนได้ด้วยการติดฟิลม์กันความร้อน
  • มีคุณสมบัติให้เลือกได้หลากหลาย

ข้อด้อย

  • ราคาสูง
  • มีน้ำหนักมาก
  • เปลืองค่าโครงสร้าง
  • หากใช้เป็นหลังคาอาจจะต้องใช้กระจกประเภท Tempered, Laminated หรือ Tempered Laminated เพื่อความปลอดภัย

ต่อเติมห้องบนดาดฟ้าตึกแถวเก่าได้หรือไม่


แผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาส

แผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาสแผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาส

แผ่นหลังคายอดฮิตที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง แม้จะเป็นวัสดุธรรมดาที่หาได้ทั่วไป แต่หากจัดวางอย่างถูกต้องโดยผ่านการออกแบบที่ดีก็ทำให้หลังคาของบ้านดูดีได้เหมือนกัน ข้อดีที่สุดของหลังคาประเภทนี้คือติดตั้งร่วมกับหลังคามาตรฐานเช่นกระเบื้องลอนคู่ได้ทันที ปัจจุบันแผ่นหลังคาไฟเบอร์กลาสนั้นมีโปรไฟล์หน้าลอนที่หลากหลายมากขึ้นสามารถนำไปประยุกต์เข้ากับพื้นหลังคาเดิมได้โดยสะดวก

ข้อเด่น

  • ราคาย่อมเยาว์
  • สามารถติดตั้งร่วมกับแผ่นหลังคามาตรฐานได้
  • น้ำหนักเบา

ข้อด้อย

  • โปร่งแสงแต่ไม่โปร่งใส
  • อายุการใช้งานสั้น
  • เมื่อใช้งานไปซักพักจะเกิดรอยเป็นเส้นๆจากการถูกความร้อนของแสงแดด

 

และทั้งหมดนี้ก็คือวัสดุมุง หลังคาโปร่งแสง (และโปร่งใส)ที่เรานำมาแนะนำกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละวัสดุนั้นก็ต่างมีทั้งข้อเด่นข้อด้อยที่แตกต่างกันไป จึงอยากให้ลองมองถึงการใช้งานรวมไปถึงอายุของวัสดุที่เหมาะสมต่อเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและสร้างความสวยงามน่าอยู่ให้กับบ้านครับ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.baanlaesuan.com/89665/maintenance/skyroof/2

เรื่อง วุฒิกร สุทธิอาภา

5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

     5 วิธีกำจัดสนิม และน่าลองทำเองได้

เมื่อวัสดุโลหะโดนน้ำ และเราปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเพียงไม่กี่วัน กระบวนการแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ก็จะเกิดขึ้น และผลก็คือการเกิดสนิม แต่เมื่อเครื่องมือเครื่องใช้ของเรามีสนิม ก็ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเลิกใช้ หรือโยนทิ้งเสมอไป หากรู้วิธีที่ถูกต้องในการขจัดสนิม ดังต่อไปนี้

1.เบกกิ้งโซดา : ให้นำเอาอุปกรณ์โลหะที่ขึ้นสนิมนั้น ไปล้างน้ำ แล้วสะบัดให้แห้ง จากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาลงไป เบกกิ้งโซดาจะติดอยู่กับบริเวณที่มีความชื้น ต้องแน่ใจว่า เบกกิ้งโซดา ปิดคลุมบริเวณที่เป็นสนิมไว้ทั้งหมดแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยก่อนจะใช้แปรงขัดคราบสนิมนั้นออก ล้างด้วยน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง วิธีการนี้ ได้ผลดีกับวัสดุจำพวกกระทะ แหวนและโลหะบาง ๆ เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเพราะใช้ของที่มีอยู่ในครัวเรือน แต่ก็มีข้อเสียคือ หลังโรยเบกกิ้งโซดาแล้ว ต้องทิ้งไว้นาน และต้องออกแรงขัด

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

2.น้ำส้มสายชู : นำอุปกรณ์ที่เป็นสนิม ไปแช่ในน้ำส้มสายชู แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นนำขึ้นมาขัดด้วยแปรง ในกรณีที่วัสดุมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำลงไปแช่ได้ ให้ใช้ผ้าขี้ริ้วจุ่มลงในน้ำส้มสายชู จากนั้นเอามาห่อจุดที่เป็นสนิม วิธีการนี้เป็นวิธีง่าย ๆ แต่ต้องแช่ทิ้งไว้นานข้ามคืนจึงจะให้ผลที่ดี

 

3.มันฝรั่งและน้ำยาล้างจาน : ฟังดูเหมือนไม่น่าเชื่อว่าของพวกนี้จะใช้ขจัดสนิมได้ แต่จริง ๆ แล้ว สามารถใช้ได้ดีเสียด้วย ให้ผ่าครึ่งมันฝรั่ง จากนั้นก็นำน้ำยาล้างจานทาลงไป ให้ใช้มันฝรั่งเสมือนเป็นอุปกรณ์ในการขัด วิธีนี้ให้ผลดีกับการขจัดสนิมในบริเวณที่ไม่มากนัก บนพื้นผิวที่ขัดง่าย เช่นพวกเครื่องครัว แต่วิธีนี้ ค่อนข้างจะทำให้เลอะเทอะ ควรทำในอ่างน้ำ หรือบริเวณนอกบ้านที่ทำความสะอาดง่าย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กรดซิตริก

4.กรดซิตริก : วิธีการคือ ให้นำน้ำร้อนใส่ลงในถ้วย แล้วใส้กรดซิตริกใส่ลงไป 2-3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำอุปกรณ์ที่เลอะสนิม ลงไปแช่ทิ้งไว้ทั้งคืน พอตอนเช้าให้ใช้แปรงขัดออกแล้วล้างด้วยน้ำเปล่า เช็ดให้แห้ง แต่ทั้งนี้กรดซิตริกนี้ อาจจะหาซื้อได้ไม่ง่ายนัก ต้องเลือกซื้อจากร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพ หรือตามร้านค้าออนไลน์

5.มะนาวและเกลือ : ให้นำเกลือไปทาให้ทั่วบริเวณที่มีสนิม จากนั้นให้ผ่ามะนาว และบีบน้ำลงไป ทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วจึงขัดออก ถ้าหากขัดแล้ว ยังมีสนิมหลงเหลืออยู่ ก็ให้ทำซ้ำอีก โดยทิ้งไว้ให้นานขึ้นอาจจะเป็น 1-2 ชั่วโมง เมื่อขัดสนิมออกแล้วก็ให้ล้างและเช็ดให้แห้ง วิธีนี้ใช้กับเครื่องครัว เช่นมีด ได้ดี และเพื่อความปลอดภัย ควรสวมถุงมือ

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.sanook.com/home/13733/

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้าน…ให้เหมาะสมและลงตัว

       บ้านเป็นสถานที่พักพิง เป็นที่ๆคนหลายคนมาอยู่รวมกันเป็นครอบครัว และเป็นสถานที่สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย การเลือกสีทาบ้านเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้น มีหลายท่านที่เลือกสีทาบ้านตามวันเกิด เพราะเชื่อในเรื่องดวงชะตา แต่ก็มีอีกหลายท่านเช่นกันที่เลือกสีทาบ้านตามความชอบของตนเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ควรศึกษารายละเอียดและหลักในการเลือกสีทาบ้าน เพื่อทำให้บ้านซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราดูเหมาะสมและลงตัวมากทีสุด

 

เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้านให้เหมาะสมและลงตัว

            พิจารณาจากแสงสว่างภายในบ้าน  

           สำหรับท่านที่ต้องการให้บ้านดูสว่างสดใส ควรเลือกสีทาบ้านเป็นสีขาว หรือสีอ่อน ๆ อย่างสีครีม สีเบจ หรือสีโอลด์โรส และทำให้บ้านดูกว้างขึ้น ไม่ควรใช้สีโทนนี้กับห้องใต้ดินหรือบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะยิ่งทำให้บ้านหรือห้องของคุณดูสลัวและให้ความรู้สึกหดหู่มากขึ้น กรณีัที่บ้านของคุณดูกว้างเกินโล่งเกินไป การเลือกสีทาบ้านโทนสีเข้มอย่างสีน้ำตาล สีดำ หรือสีน้ำเงิน ก็สามารถมาช่วยแก้ไขจุดนี้ได้ ทำให้บ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น

  ประเภทแสงส่าง

Ambient Light…เป็นแสงที่ทำหน้าที่ส่องสว่างเป็นตัวหลักในห้อง ช่วยให้การตกแต่งภายในบ้านนั้นให้แสงกระจายทั่วไปเท่ากันทั้งบริเวณพื้นที่ใช้งาน ไม่ได้เน้นเรื่องความสวยงามมากนัก
Task Light...เป็นแสงสว่างสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ เช่น เย็บผ้า ห้องครัว ห้องทำงาน เป็นต้น
Accent Light...แสงส่องเน้น เป็นแสงที่ช่วยเน้นให้จุดเด่นของห้องชัดเจนขึ้น เช่น เน้นผนังหินธรรมชาติ หรือการเน้นโซฟาตัวกลาง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่น
Decorative Light…เป็นแสงที่ได้จากโคมหรือหลอดที่สวยงามเพื่อสร้างจุดสนใจในการตกแต่งบ้าน

    สีทาบ้านสีกลางๆอาจเป็นสีที่ไม่เหมาะกับบ้านเสมอไป  

           หลายท่านอาจคิดว่าการทาสีทาบ้านเป็นสีกลางๆ อย่างสีเบจ สีน้ำตาลอมเทา หรือสีเทา เป็นสีที่ตกแต่งบ้านได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นสีที่เข้ากับสิ่งอื่นๆได้ง่าย แต่ในบางครั้งสีกลางๆก็อาจทำใ้ห้มองดูน่าเบื่อ การเลือกสีทาบ้านให้เข้มขึ้นหรือเลือกผสมสีให้ได้โทนใหม่ก็อาจเป็นอีกทางเลือกให้บ้านของคุณดูสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น

 

   ตรวจสอบสีที่เลือกให้แน่ใจเสียก่อนที่จะซื้อ

 หลังจากตัดสินใจเลือกสีทาบ้านได้แล้ว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจซื้อเพราะมีหลายท่านที่รีบตัดสินใจซื้อแล้วสีที่ได้ไม่ใช่สีที่ตัวเองต้องการ เพราะสีทาบ้านแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์ให้เฉดสีออกมาต่างกัน ฉะนั้นคุณควรทดสอบสีให้แน่ใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ โดยการลองซื้อสีนั้นมาแล้วเพ้นท์ลงบนแผ่นตัวอย่างแล้วนำไปติดไว้บนผนังตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือพื้นที่ที่คุณต้องการ แล้วทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 2 วันเพื่อสังเกตความเหมาะสมของสีตามการใช้งานจริง และดูการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสีด้วย หากได้ตามที่คุณต้องการก็ไปซื้อเลยค่ะ

 

 เปรียบเทียบสีทาบ้านกับของต่างๆภายในบ้าน

        การนำสีทาบ้านที่คุณต้องการมาเปรียบเทียบกับของต่างๆภายในบ้าน จะำทำให้การตกแต่งบ้านของคุณดูลงตัวยิ่งขึ้น โดยการนำสีทาบ้านที่เลือกมาเทียบกับจุดต่าง ๆ ในบ้านของคุณ อาทิ พื้นบ้าน พื้นที่บริเวณข้างหน้าต่าง หลังงานศิลปะ และเทียบกับเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ อย่างเช่น ตู้โชว์ โซฟา เตียงนอน และควรนำไปเทียบตามช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยทั้งตอนเช้า ตอนกลางวัน ตอนเย็น และช่วงค่ำด้วยก็ยิ่งดี

 

Cr. http://bit.ly/สีทาบ้าน   CR. https://www.beger.co.th/

ซ่อมประตูรั้วเหล็กที่ผุพังเพราะสนิม ทาสีกันสนิม

ซ่อมประตูรั้วเหล็กที่ผุพังเพราะสนิม ทาสีกันสนิม

    ทาสีกันสนิม ทับลงไปบนสีเก่าได้ หากสีเก่ายังอยู่ในสภาพที่ดีนะครับ แต่ก็ต้องทำความสะอาดพื้นผิวเสียก่อน โดยใช้ผ้าเช็ดคราบสิ่งสกปรกหรือคราบไขมันต่างๆออกให้หมด สีกันสนิมที่ทาลงไปใหม่จะได้ยึดเกาะกับพื้นผิวเดิมได้ดีครับ

สนิมเล็กน้อย ให้ขัดสนิมออก ทาสีรองพื้นกันสนิม และทาสีน้ำมันทับ

การซ่อมแซมประตูที่สนิมกินจนเกิดรูโหว่ ควรหยุดสนิมในระยะยาว โดยใช้น้ำยาเคมีประเภท Rust Converter

 

              การทาสีกันสนิม แต่หากพื้นผิวเก่าขึ้นสนิม ต้องทำความสะอาดพื้นผิวมากกว่าการเอาผ้ามาเช็ดทำความสะอาดก่อนที่จะทา ” สีกันสนิม ” ซึ่งการจะเอาสนิมออกได้ ทางเลือกที่ง่ายที่สุดคือ ใช้กระดาษทรายขัดออก ทางเลือกถัดมาคือใช้น้ำยาล้างทำความสะอาดคราบสนิม ซึ่งง่ายและมีประสิทธิภาพสูง แต่ถ้าพื้นผิวของงานมีพื้นที่มาก จะต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดหลายลิตร ลิตรละหลายร้อย ในขณะที่กระดาษทรายแผ่นละ 10 กว่าบาทเท่านั้นเอง แบบไหนจะคุ้มกว่ากัน

 

            ถ้ามีสนิมขึ้นในพื้นที่มากควรใช้กระดาษทรายขัดเหล็กที่เป็นแผ่นสีดำๆ เรียกว่ากระดาษทรายน้ำ ซึ่งขัดได้ทั้งแบบแห้งและใช้น้ำ โดยเลือกเบอร์ที่หยาบสักหน่อย ประมาณ 80-100 แต่ถ้าพื้นผิวงานเดิมมีสนิมไม่มาก อาจเลือกเบอร์ 120-150 ก็ยังไหว         การขัดในที่นี้คือการขัดเอาสะเก็ดสนิมออกให้หมด และพื้นผิวบางส่วนที่ถูกสนิมกัดกินเยอะ ก็จะกลายเป็นหลุมลงไปบ้างก็ไม่เป็นไร ถ้าขัดออกจนเกลี้ยงเกลาได้ก็จะดี แต่อย่างน้อยที่สุดสะเก็ดสนิมต้องหลุดออกหมด ขัดสนิมออกแล้ว ใช้มือลูบดูจะต้องไม่มีสะดุดสะเก็ดสนิม เพื่อให้สีที่ทาทับลงไปยึดเกาะได้ดี ทาสีได้ทั่ว สนิมก็จะกลับมาได้ยากแล้วครับ

 

        ทาสีกันสนิมช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะของสีน้ำมันกับพื้นผิวเหล็ก และยังป้องกันพื้นผิวเหล็กไม่ให้ทำปฏิกริยากับอากาศจนเกิดสนิมขึ้นง่ายๆได้อีกด้วย ถ้าเป็นไปได้ ควรจะทาสีกันสนิม 2 ครั้ง จึงจะทาสีน้ำมันชั้นนอกตามที่เราเลือกอีก 2 ครั้งนะครับ

สีกันสนิม
โครงหลังคามีสนิมอยู่พอสมควร

 

จากที่เห็น ไม่มีการลงสีพื้น สีกันสนิมใดๆ แต่ใช้สีทาทับเนื้อเหล็กไปเลย สีบางๆแบบนี้ ทารอบเดียวแน่นอน

 

งานนี้เลือกใช้กระดาษทรายเบอร์ 120 เป็นหลัก และเบอร์ 150 สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวสีเดิม

 

ขัดทำความสะอาดพื้นผิวแล้ว

 

ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาด เอาฝุ่นละอองจากการขัดออกให้หมด

 

สะเก็ดสนิมที่กำลังจะหลุดล่อนอยู่แล้ว ถูกขัดออกจนหมด พร้อมทาสีใหม่

สีกันสนิม
ข้างกระป๋องสีป้องกันสนิม บอกรายละเอียดของการผสมตัวทำละลายไว้เรียบร้อยแล้ว ทำตามได้ทันที

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาจาก www.baanlaesuan.com บ้านนายช่าง

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็ก  10 ประเภท

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็ก 10 ประเภท

 1.  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลา,เหล็กเส้นกลม ,เหล็กข้ออ้อย    (COLD DRAWNSTEEL AND ROUNG BARS)

                สูตร  :   น้ำหนัก = วงนอก mm. x 0.006167 x ยาว M. 

เส้นผ่าศูนย์กลาง= 100mm  ความยาว 6 M.

ตัวอย่าง

*น้ำหนัก=100x100x0.006167×6= 370.02 kg

ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง

 

 

2. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นมาตรฐาน ( PLATES )

*** ขนาด 4′ x 8′ ***

 สูตร  :  น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 23.36
*** ขนาด 5′ x 10′ ***
สูตร  :  น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 36.50
ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 2.0 mm. x 5′ x 10′ น้ำหนัก = 2 x 36.50 = 73.00 kg.
เหล็กแผ่นขนาด12.0 mm.x 5′ x 10′ น้ำหนัก = 12.0 x 36.50 = 438.00 kg.

ขนาด 5′ x 20′ ***
สูตร  :  น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 73.00

ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 4.5 mm.x 5′ x 20′ น้ำหนัก = 4.5 x 73.00 = 328.50 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 20.0 mm x5′ x 20′ น้ำหนัก = 20.0 x 73.00 = 1460.00 kg.

*** ขนาด 6′ x 20′ ***
สูตร  : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 87.60

ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 9.0 mm.x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 9.0 x 87.60 = 788.40 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 30.0 mm. x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 30.0 x 87.60 = 2628.00 kg.

*** ขนาด 8′ x 20′ ***
สูตร  : น้ำหนัก (kg.) = หนา mm. x 116.80

ตัวอย่าง
เหล็กแผ่นขนาด 15.0 mm. x 8′ x 20′ น้ำหนัก = 15.0 x 116.80 = 1752.00 kg.
เหล็กแผ่นขนาด 50.0 mm. x 6′ x 20′ น้ำหนัก = 50.0 x 116.80 = 5840.00 kg.

หมายเหตุ : ตัวคูณในการคำนวณน้ำหนักเหล็กได้จากกว้าง(ฟุต)xยาว(ฟุต)x0.73 (ความถ่วงจำเพาะของเหล็ก)
ยกตัวอย่าง : 4′ x 8 x 0.73 = 23.36
5′ x 10′ x 0.73 = 36.50
ข้อควรระวัง : ควรใช้สูตรคำนวณน้ำหนักให้ตรงกับลักษณะสินค้าเพื่อการคำนวณที่ถูกต้อง

 

 

3.  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่นตัดดสามเหลี่ยม

 

 สูตร  : น้ำหนัก = หนา mm. x ฐาน cm. x สูง cm.÷ 2 x 0.000785

  สูง =30cm    ความหนา = 15 mm ฐาน = 43 cm

ตัวอย่าง
น้ำหนัก= 15 x 43 x 30 ÷ 2 x 0.000785 = 7.6 kg

 

 

4. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดกลม

 สูตร  :  น้ำหนัก = หนา mm. x รัศมี cm. x รัศมี cm. X 0.00247

ตัวอย่าง

หนา = 12 mm
น้ำหนัก = 12 x 15 x 15 x 0.00247 = 6.67 kg.

 

4.1  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัดวงแหวน 

 สูตร  : น้ำหนัก = ( R2 – r2 ) x หนา mm. x 0.00247

 

ตัวอย่าง

หนา = 22 cm   r = 20 cm R = 50 cm

น้ำหนัก = ( 25– 102 ) x 22 x 0.00247

= 525 X 22 X 0.00247  = 28.53 kg.

หมายเหตุ ตัวเลขเส้นผ่านศูนย์กลางต้องแปลงเป็นรัศมีก่อน หน่วยเป็น cm.

 

5. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแบน

สูตร  : น้ำหนัก = กว้าง mm. x หนา mm. x 0.0471

ตัวอย่าง  

ความหนา = 10 cm   กว้าง = 100 cm

น้ำหนัก = 100×1010.0471=47.1kg

 

6. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับ ( COLD FORMED ANGLE)

สูตร  : น้ำหนัก = ( A + B -2 x 1 หนา mm.) x หนา mm. 0.0471

 

ตัวอย่าง

A = 50 cm   หนา = 6 mm  B = 75 cm

น้ำหนัก ( 50 + 75- 2 x 6 ) x 6 x 0.0471

= (125 – 12) x 6 x 0.0471

= 113 x 6 x 0.0471

= 31.93 kg.

 

7. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากพับตัวยู(COLD FORMED CHANNEL)

สูตร  :  น้ำหนัก = ( A + 2 B – 4 x หนา mm. ) x หนา mm. x 0.0471

ตัวอย่าง

B =90 mm   A =100 mm

น้ำหนัก = (100 + 2 x 90 – 4 x 8) x 8 x 0.0471

= (100 +180 – 32) x 8 x 0.0471

= 248 x 8 x 0.0471

= 12.058 kg.

 

8.  สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กท่อกลม (CARBON STEEL TUBES)

สูตร  :  น้ำหนัก = (วงนอก2 mm. – วงใน 2 mm. ) x 0.006167 x ยาว x เมตร

ตัวอย่าง  

วงใน =130mm  วงนอก = 150 mm

น้ำหนัก (1502 -1302) x 0.0006167 x 6.0 = 207.21 kg.

 

9. สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวซี( LIGHT LIP DHANNEL)

สูตร  : น้ำหนัก ( A + 2 B + 2 C ) – ( 8 x หนา mm.) x หนา mm. x 0.0471

ตัวอย่าง

น้ำหนัก = { ( 100 + ( 2 x 50 ) + ( 2 x 20 ) – ( 8 x 2.3 ) } x 2.3 x 0.0471

= (100 + 100 + 40 – 18.4) x 2.3 x 0.0471

= 221.6 x 2.3 x 0.0471

= 24.01 kg

 

10. สูตรคำนวณน้ำหนักไวร์เมช

 

*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 3.4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.713

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2.5 x 50 x 0.713 = 89.13 kg.
ไวร์เมช ตา 20 x 3 x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.713 = 53.48 kg.

*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 3.4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.571

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 50 M. x 3.4 mm. = 2 mm. x 50 mm. 0571 = 57.1kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 3.4 mm. = 3 x 25 x 0.571 = 42.83 kg.

*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.987

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 50 M. x 4 mm. = 3 x 50 x 0.987 = 148.05 kg.
ไวร์เมช ตา 20 2 M. x 25 M. x 4 mm. = 2 x 25 x 0.987 = 49.35 kg.

*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 4 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 0.790

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 50 M. x 4 mm. = 2.5 x 50 x 0.790 = 78.75 kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 25 M. x 4 mm. = 3 x 25 x 0.790 = 59.25 kg.

*** ไวร์เมช ตา 20 ลวด 6 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 2.221

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 20 2.5 M. x 4 M. x 6 mm. = 2.5 x 4 x 2.221 = 22.21 kg.
ไวร์เมช ตา 20 3 M. x 7 M. x 6 mm. = 3 x 7 x 2.221 = 46.64 kg.

*** ไวร์เมช ตา 25 ลวด 6 mm. ***
สูตร  :  น้ำหนัก ( kg. ) = หน้ากว้าง x ความยาว x 1.777

ตัวอย่าง
ไวร์เมช ตา 25 2 M. x 6 M. x 6 mm. = 2 x 6 x 1.772 = 21.32 kg.
ไวร์เมช ตา 25 4 M. x 7 M. x 6 mm. = 4 x 7 x 1.777 = 49.76 kg.

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.ypengineering.com/

 

 

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า