ส่งออกเหล็กราคาแผ่นรีดเย็น(CRC)ของจีนเพิ่มขึ้นจากสัญญาณการซื้อที่สูงขึ้น

ส่งออกเหล็กราคาแผ่นรีดเย็น(CRC)ของจีนเพิ่มขึ้นจากสัญญาณการซื้อที่สูงขึ้น

ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน เพิ่มขึ้นจากสัญญาณการซื้อที่สูงขึ้น

ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) ของจีน ในวันที่ 16 มิถุนายน เพิ่มขึ้นอีกจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้น เห็นได้จากสัญญาณราคาซื้อและดีลการเสนอขายของโรงงานเหล็ก และในตลาดในประเทศจีน

Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นเกรด SPCC ความหนา 1 mm ราคา อยู่ที่ $493/ตัน FOB China ในวันที่ 16 ราคาเพิ่มขึ้น $22/ตัน จากสัปดาห์ที่ผ่านมา

683_20160816130507

ส่วนต่างระหว่างราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) และ ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) ที่เป็น commercial-grade มีราคาอยู่ที่ $54/ตัน เพิ่มขึ้น $19/ตัน จากสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรงงานจีนเสนอขาย CRC ที่ราคาคงที่ อยู่ที่ราคา $505-$510/ตัน FOB สำหรับล็อตส่งมอบเดือนสิงหาคม ในวันที่ 16 มิถุนายน หลังจากเพิ่มราคาเสนอขายประมาณ $20/ตัน ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อเร็วๆนี้ การสอบถามราคามีความคึกคักมากขึ้นจากทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอเมริกาใต้ เทรดเดอร์จีนเหนือกล่าว ผู้ซื้อบางรายที่มีการรีสต็อกต้องการเพิ่มสัญญาณราคาขายเป็น $490/ตัน FOB ในขณะนี้ ถึงแม้ว่ากิจกรรมการซื้อจะยังคงมีไม่มากนัก

ดีลที่แน่นอนมีการรายงานว่า มีราคาอยู่ที่ประมาณ $500/ตัน FOB โดยผู้ซื้อฝั่งอเมริกาใต้และแอฟริกา แต่รายละเอียดไม่ชัดเจน

โรงงานเหล็กบางโรงเสนอราคาซื้อแก่ผู้ซื้อชาวเกาหลีใต้ที่ราคาต่ำกว่า $500/ตัน FOB เทรดเดอร์จีนตะวันออกอีกรายกล่าว

ตลาดเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) ในประเทศจีน กำลังปรับตัวดีขึ้นในเรื่องความต้องการและราคา ซึ่งน่าจะดูดีในเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังฟื้นตัว

การผลิตและการขายรถยนต์นั่งในจีน ฟื้นตัวกลับมาด้วยอัตราการเติบโตเป็นบวกในเดือนพฤษภาคมเป็นครั้งแรกในปี 2563 จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ Platts รายงาน

ในตลาดค้าปลีกของเซี่ยงไฮ้ Platts ได้ประเมิน ราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน (CRC) เกรดเดียวกัน มีราคาที่ 4,070 หยวน/ตัน ($575/ตัน) ณ ราคาหน้าโรงงาน ซึ่งรวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยราคาเพิ่มขึ้น 20 หยวน/ตัน จากสิ้นสุดสัปดาห์ ในวันที่ 13 มิถุนายน

— Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

การส่งออกเหล็กของจีนในเดือนพฤษภาคมลดลงร้อยละ23.3

การส่งออกเหล็กของจีนในเดือนพฤษภาคมลดลงร้อยละ23.3

การส่งออกเหล็กของจีนในเดือนพฤษภาคม ลดลงร้อยละ 23.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากข้อมูลกรมศุลกากรจีน การส่งออกเหล็กของจีนในเดือนพฤษภาคม รวมอยู่ที่ 4.401 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 23.3 จากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา การนำเข้าเหล็กอยู่ที่ 1.28 ล้านตัน ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.6 จากปีที่ผ่านมา

5%e0%b8%aa-%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2

          ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม การส่งออกเหล็กสะสมอยู่ที่ 25.002 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 14 จากเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา และการนำเข้าเหล็กเท่ากับ 5.464 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีที่แล้ว

การลดลงอย่างมากของการส่งออกเหล็กในเดือนพฤษภาคม ได้สะท้อนถึงการมีอิทธิพลอย่างยิ่งของการระบาดของไวรัสโควิด-19 การส่งออกเหล็กรายเดือนมีมากกว่า 6 ล้านตัน ในช่วงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน เนื่องจากความกังวลของผู้ค้าเกี่ยวกับโควิด-19 เนื่องจากการระบาดใหญ่ได้ขัดขวางห่วงโซ่อุปทานโลก และปริมาณนำเข้าแร่เหล็กของจีนก็ไม่เพิ่มขึ้นมากเท่าที่คาดไว้  ซึ่งปริมาณเหล็กทั่วโลกก็ลดลงมากอีกด้วย
แหล่งที่มา : Steelhome

ยกระดับเหล็กเส้น ผุด มอก. ใหม่ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย

ยกระดับเหล็กเส้น ผุด มอก. ใหม่ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย

ประกาศใช้อย่างเป็นทางการสำหรับมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เหล็กเส้นกลม “มอก.20-2559” และ เหล็กเส้นข้ออ้อย “มอก.24-2559” หลังจากมีการปรับปรุงเนื้อหาและข้อบังคับ  หวังสร้างความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

i-2-500x500

           ตามที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มีการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นก่อสร้างใหม่ จากเดิมเหล็กเส้นกลม มอก. ที่ 20-2543

          และเหล็กข้ออ้อย มอก. ที่ 24-2548 เป็น เหล็กเส้นกลม มอก. ที่ 20-2559 และเหล็กข้ออ้อย มอก.ที่ 24-2559  ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2561 ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเลือกใช้เหล็กเส้นก่อสร้างและเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยมีเนื้อหาที่สำคัญดังนี้

 

  1. การเพิ่มการตรวจสอบและควบคุมค่าเคมีในน้ำเหล็กอย่างเข้มงวดโดยเพิ่มค่าเคมีที่ต้องตรวจสอบและควบคุมจาก 5 ชนิดเป็น 19 ชนิด
  2. เพิ่มชื่อผู้นำเข้าเหล็กโดยการปั้มตัวนูนบนเนื้อเหล็ก เพื่อให้สามารถติดต่อโรงงานผู้ผลิตได้กรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน
  3. บังคับให้ผู้ผลิตแสดงชนิดของเตาหลอมเหล็ก (Billet) ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยการปั้มตัวนูนบนเนื้อเหล็กทุกเส้น เช่น OH, BO, EF และ IF

 

เมื่อกล่าวถึงชนิดของเตาที่ใช้หลอมเหล็กในประเทศไทยมีเพียง 2 ชนิด ได้แก่

  1. Induction Furnace (IF) เป็นเตาที่ใช้กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำเพื่อหลอมเหล็ก ซึ่งเป็นเตาที่เพิ่มเข้ามาในมาตรฐานฉบับนี้
  2. Electric Arc Furnace (EF) เป็นเตาหลอมเหล็กด้วยวิธีการอาร์คไฟฟ้า

 

บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) นับเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่มีโรงหลอมเหล็กโดยใช้เทคโนโลยี Electric Arc Furnace (EF)

            จุดเด่นของเตาชนิดนี้คือ สามารถขจัดสารปนเปื้อนในเนื้อเหล็กได้ดีทำให้เหล็กมีความบริสุทธิ์ สามารถควบคุมค่าเคมีที่ส่งผลต่อคุณภาพและความแข็งแรงของเหล็กได้ดี อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากปล่อยมลพิษน้อยกว่า

         รวมถึงใช้พลังงานในการหลอมน้อยกว่าเตาหลอมเหล็กบางชนิด ดังนั้นผู้บริโภคที่ใช้เหล็ก EF มั่นใจได้ว่าเป็นเหล็กที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทาน

 

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.millconsteel.com/

 
Steel กับ Iron แตกต่างกันอย่างไร

Steel กับ Iron แตกต่างกันอย่างไร

Facebook Page ไอออนมิลล์ คนรักเหล็ก ของมิลล์คอน สตีล บริษัทที่ก่อตั้งโดยคุณสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ได้มาอธิบายคำว่า STEEL กับ IRON ว่าแตกต่างกันอย่างไร เพราะหลายคนก็คงจะรู้จักเหล็กกันอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าในคำภาษาอังกฤษนั้นมันแตกต่างในการใช้อย่างไร

คำว่า STEEL คือ

Steel ตามพจนานุกรมเป็นเหล็กกล้าที่เกิดจากโลหะที่ผสมแร่หลายชนิด โดยส่วนมากสารประกอบของเหล็กกล้าจะมี เหล็ก (Fe) , คาร์บอน (C) , แมงกานีส (Mn) , ซิลิคอน (Si) เป็นหลัก และเพราะมาจากการผสมกันของแร่เหล็กหลายชนิด ทำให้เหล็กกล้ามีคุณสมบัติเยอะและแตกต่างจาก Iron เพราะเหล็กกล้าสามารถผสมแร่อื่นให้ม่ีความต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นความทนทาน การกันสนิม ความยืดหยุ่น และความแข็งแรง

คำว่า IRON คือ

ตามพจนานุกรม เป็นเหล็กในกลุ่มโลหะ สามารถเจอได้ตามธรรมชาติ โดยส่วนมากแร่เหล็กจะผสมหรือปนอยู่กับวัตถุจำพวกเห็นเป็นส่วนมาก แต่ก็สามารถพบได้โลหะอื่นได้เช่นกัน โดยการแปลแร่เหล็กเป็นเหล็กกล้าต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน โดยขั้นตอนหลักคือการนำแร่เหล็กมาถลังด้วยความร้อนสูง เพื่อขัดแร่ที่ไม่ต้องการออกจากแร่เหล็ก

4986_original

 ความจริงแล้วยังมีความแตกต่างมากกว่านั้นอีกหลายอย่าง

  • เหล็กกล้าสามารถปรับคุณสมบัติได้ โดยการปรับคุณสมบัติของเล็กให้ตรงตามสเปคของแต่ละประเทศเพื่อที่จะส่งออกไปได้ถูกต้องตามกฎหมายมีความสำคัญมาก
  • เหล็กกล้าที่ผ่านคุณสมบัติจะมีความยืดหยุ่น และรับน้ำหนักได้ดีกว่าอีกทั้งยังสามารถรับกับแรงเสียดทานที่จะเกิดขึ้น
  • เหล็กกล้าขึ้นจะสามารถขึ้นรูปตามการใช้งานได้อย่างเหมาะสม เนื่องด้วยคุณสมบัติความยืดหยุ่นของเหล็กกล้าที่ดีกว่าส่งผลให้ เหล็กกล้าสามารถนำไปขึ้นรูปเพื่อให้ตรงตามการใช้งานได้ดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.millconsteel.com/

ผลผลิตของเหล็กเสริมคอนกรีต(ReinforcingBars)ในเดือนเมษายน2020ปรับเพิ่มขึ้น1.1%

ผลผลิตของเหล็กเสริมคอนกรีต(ReinforcingBars)ในเดือนเมษายน2020ปรับเพิ่มขึ้น1.1%

ผลผลิตของเหล็กเสริมคอนกรีต (Reinforcing Bars) ในเดือนเมษายน 2020 ปรับเพิ่มขึ้น 1.1% YoY

          ตามที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Bureau of Statistics) รายงานผลผลิตเหล็กเสริมคอนกรีต (reinforcing bars) ในเดือนเมษายน 2020 อยู่ที่ 21.116 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และในช่วงระหว่าง มกราคม-เมษายน 2020 มีผลผลิตเหล็กเสริมคอนกรีต ทั้งสิ้น 74.170 ล้านตัน ลดลง 1.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือนเมษายน ผลผลิตเหล็กลวดอยู่ที่ 12.937 ล้านตัน ลดลง 3.1% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดสะสม 4 เดือนแรกของปี อยู่ที่ 46.416 ล้านตัน ลดลง 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

dsc01684

ใน 4 เดือนแรกของปี 2020 ผลผลิตเหล็กดิบเพิ่มขึ้น 1.3% เทียบจากปีก่อน และผลิตผลิตเหล็กพิก (pig iron) เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อนหน้า แต่ผลผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กที่ชะลอตัวลงเนื่องจาก COVID-19 และสินค้าคงคลังสูง

ในเดือนเมษายน  ยอดการผลิตรายวันของเหล็กดิบและเหล็กพิก เพิ่มขึ้น 11.3% และ 11.1% เทียบจากเดือนมีนาคม ตามลำดับ และผลผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น โดยในกลุ่มของผลผลิตเหล็กเสริมคอนกรีตเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 703,900 ตัน เพิ่มขึ้น 90,500 ตัน หรือ 14.75% จากเดือนมีนาคม 2020 การผลิตเฉลี่ยรายวันของเหล็กลวด อยู่ที่ 431,200 ตัน เพิ่มขึ้น 59,600 ตัน หรือ 16.0% จากเดือนมีนาคม 2020 บ่งบอกถึงความต้องการเหล็กก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการกลับมาผลิตอีกครั้ง

สินค้าเหล็กคงคลังในประเทศลดลอย่างต่อเนื่อง ในช่วงสิ้นสุดสัปดาห์ (ในวันที่ 15 พฤษภาคม) สินค้าคงคลังเหล็กห้ารายการมีจำนวนทั้งสิ้น 17.9576 ล้าน ลดลง 6.47% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งลดลงเป็นสัปดาห์ที่สิบติดต่อกัน ในขณะที่สินค้าคงเหลือที่อยู่ทั้งในตลาดและโรงงานลดลง แสดงถึงอุปสงค์และผลผลิตที่สูง

แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

ราคาบิลเล็ต(Billet)เอเชียเพิ่มขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใน7สัปดาห์

ราคาบิลเล็ต(Billet)เอเชียเพิ่มขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใน7สัปดาห์

ราคาบิลเล็ต (Billet) เอเชีย เพิ่มขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใน 7 สัปดาห์ จากข้อตกลงซื้อขายใหม่ๆของอินเดีย

ราคาบิลเล็ตเอเชีย (billet) เพิ่มขึ้นในวันศุกร์ จากข้อตกลงซื้อขายใหม่ของบิลเล็ตจากอินเดีย ที่ส่งไปตลาดจีน ท่ามกลางราคาในประเทศที่เข้มแข็ง และแตะจุดสูงสุดใน 7 สัปดาห์ ตั้งแต่ 27 มีนาคม ในขณะดียวกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีความเคลื่อนไหวน้อย

Platts ประเมินราคาสปอตบิลเล็ต 5SP ขนาด 130 mm ที่ราคา $384-$388/ตัน CFR Southeast Asia มีราคากลางที่ $386/ตัน ปรับเพิ่มขึ้น $3.5/ตัน เทียบจากวันก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น $6.5/ตัน เทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในสัปดาห์ที่แล้ว

1

ในจีน การตกลงซื้อขายบิลเล็ตจากอินเดียมี 2 ข้อตกลง  ที่ข้อตกลงละ 30,000 ตัน มีรายงานว่าสรุปราคากันที่ $383/ตัน และ $384.5/ตัน CFR China เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (14 พฤษภาคม) สำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 mm.

บิลเล็ตจากอินเดียสำหรับล็อตส่งมอบเดือนมิถุนายน ขายหมดแล้ว เทรดเดอร์จีนหลายรายกล่าว

ระดับราคาที่ซื้อขายได้อยู่ที่ประมาณ $383-$385/ตัน CFR China เทรดเดอร์จีนทางตะวันออกกล่าว ซึ่งเทียบเท่ากับ $385-$387/ตัน CFR Manila

การซื้อเหล่านี้ เป็นไปในทางเดียวกันกับตลาดบิลเล็ตในประเทศจีนที่เข้มแข็งขึ้น ซึ่งราคาปรับเพิ่มขึ้น 30 หยวน/ตัน ($4.20/ตัน) จากสัปดาห์ก่อน

ราคาบิลเล็ตในต่างประเทศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บิลเล็ตล็อตที่ส่งจากเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป จะน่าสนใจน้อยลงสำหรับผู้ซื้อชาวจีน เทรดเดอร์จีนทางตะวันออกกล่าว ช่องว่างสำหรับราคาที่จะขึ้นในจีนนั้นจำกัดแล้ว

ราคาเสนอขายบิลเล็ตอินโดนีเซีย ยังคงอยู่ที่ $385/ตัน CFR China สำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 150 mm. แหล่งข่าวโรงงานเหล็กกล่าว ราคาเสนอซื้ออยู่ที่ $382/ตัน สำหรับปริมาณบิลเล็ต 20,000 ตัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (12 พฤษภาคม)

ในไทย ราคาเสนอขายใหม่สำหรับบิลเล็ต 3SP ขนาด 130 mm จากมาเลเซีย ล็อตส่งมอบเดือนมิถุนายน อยู่ที่ $383/ตัน CFR Thailand เมื่อวันศุกร์ (15 พฤษภาคม) เทรดเดอร์ในประเทศรายหนึ่งกล่าว แต่สัญญาณการซื้อนั้นอยู่ต่ำกว่าราคาเสนอขายที่ $370/ตัน CFR อยู่มาก เนื่องจากราคาเหล็กเส้นในประเทศยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

— Analyst Joy Zhuo, Analyst Chelsea Ye

แหล่งที่มา : Steel Business Briefing

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า