โดย khwankaew | พ.ค. 12, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็นของจีน (CRC) ปรับตัวขึ้น ตามการฟื้นตัวขึ้นของตลาดภายในประเทศ
ราคาส่งออกเหล็กแผ่นรีดเย็น (cold-rolled coil) ของจีนปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากการฟื้นตัวในประเทศ
เมื่อวันพุธ Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็น SPCC ความหนา 1 mm.ราคาอยู่ที่ $441/ตัน FOB China ปรับเพิ่มขึ้น $3/ตัน จากสัปดาห์ก่อน
ส่วนต่างของราคาการส่งออก ระหว่างเหล็กแผ่นรีดเย็น (CRC) และเหล็กแผ่นรีดร้อนเกรดพาณิชย์ (commercial-grade HRC) อยู่ที่ $44/ตัน ขยับกว้างขึ้น $3/ตัน จากสัปดาห์ก่อน
โรงงานจีนส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการให้ข้อเสนอราคาขายของบริษัทใหม่ในวันพุธ ซึ่งเป็นวันทำการแรกหลังจากวันหยุดราชการ 5 วัน ในประเทศจีน
One northeast China-based major export mill offered CRC at $470/mt FOB and cut sheet at $475/mt FOB for July shipment, unchanged on the week, according to a mill source.
โรงงานส่งออกสำคัญแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เสนอราคาขายเหล็กแผ่นรีดเย็นชนิดม้วน ราคาอยู่ที่ $470/ตัน FOB และชนิดที่ตัดแผ่น ราคาอยู่ที่ $475/ตัน FOB สำหรับการจัดส่งในเดือนกรกฎาคม ราคาไม่เปลี่ยนแปลงในสัปดาห์
ทราบมาว่าราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นของจีน ราคาอยู่ที่ประมาณ $460-$470/ตัน CFR Vietnam ที่จะส่งมอบกันในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน
โดยมีข้อมูลใหม่แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ในประเทศจีนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในเดือนเมษายน
“ตลาด CRC ที่อ่อนแอและจะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันในเดือนนี้ เนื่องจากภาคการผลิตมีการส่งออกลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดของโรคโคโรนาไวรัส และไม่มีความชัดเจนว่าการส่งออกจะฟื้นตัวหรือไม่”
ในตลาดค้าปลีกของเซี่ยงไฮ้ ในวันพุธ Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดเย็นในเกรดเดียวกัน ราคาอยู่ที่ 3,670 หยวน/ตัน ($517/ตัน) ex-stock ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ราคาปรับเพิ่มขึ้น 55 หยวน/ตัน จากสัปดาห์ก่อน
— Analyst Yuelin Dai
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | เม.ย. 30, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
จีนกลับเป็นผู้ซื้อเหล็กของโลก

จีนพบว่าตนเองอยู่ในสถานะผู้ซื้อเหล็กในตลาดสปอตตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม เนื่องจากจีนพ้นจากจุดเลวร้ายที่สุดของการระบาดของไวรัสโคโรน่า เพราะผู้ซื้อเหล็กจากจีนรายหลักๆกำลังอยู่ในการต่อสู้กับการระบาดใหญ่
ในการกลับมาสู่ตลาดตามปกติอย่างระมัดระวัง การจัดซื้อเหล็กของจีน รวมทั้งล็อตสินค้าที่เปลี่ยนจากผู้ซื้อเดิมที่ไม่สามารถรับสินค้าได้นั้น อาจพยุงตลาดได้ในไตรมาสที่ 2 ได้ ซึ่งจะถ่วงเวลาให้กับประเทศในเอเชียส่วนที่เหลือที่ต้องคลี่คลายปัญหาโรคระบาด
จีนได้ซื้อบิลเล็ต และเหล็กรีดร้อนชนิดม้วน (สินค้ารับรู้กันว่าจีนส่งออก) จากตลาดสปอต เนื่องจากการก่อสร้างในประเทศกลับมาเริ่มทำงาน ในขณะที่ความต้องการจากที่อื่นในภูมิภาคยังคงลดลงอย่างมาก เนื่องจากการล็อคดาวน์และมาตรการอื่นๆที่จะหยุดยั้งการแพร่เชื้อ
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย khwankaew | เม.ย. 22, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
แนวโน้มเหล็กและแร่เหล็กในไตรมาสที่ 2: ปริมาณผลิตเหล็กจีนมากขึ้น ได้การสนับสนุนจากแร่เหล็ก
ราคาแร่เหล็กควรมีแรงสนับสนุนในไตรมาสที่ 2 ทั้งที่มีการฟื้นตัวที่ชะลอตัวในส่วนความต้องการเหล็กขั้นปลาย เนื่องจากคาดว่าโรงงานเหล็กจะเพิ่มปริมาณเหล็ก จากข้อมูลการสำรวจแนวโน้มของ S&P Global Platts
ประมาณร้อยละ 38 ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าราคาแร่เหล็กจะยังอยู่ในช่วงราคา $80-$90/ตัน CFR ในขณะที่ร้อยละ 28 คาดว่าราคาจะต่ำลงที่ $70-$80/ตัน
ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าความต้องการแร่เหล็กจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 ในขณะที่ร้อยละ 28 คิดว่าความต้องการจะเท่ากับในไตรมาสที่ 1 มีเพียงร้อยละ 13 มองความต้องการแร่เหล็กกำลังลดลง จากการสำรวจ
ทั้งที่เหล็กสำเร็จรูปคงคลังที่เพิ่มขึ้นมากในจีน ซึ่งประมาณร้อยละ 72 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าการผลิตเหล็กดิบจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 การค้นพบนี้ตรงข้ามกับการสำรวจก่อนหน้านี้ที่มากกว่าหนึ่งในสามของโรงงานเหล็กบอกว่ากำลังพิจารณาลดการผลิต
มีเพียงหนึ่งในสี่ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดกว่าความต้องการจะเป็นปกติภายในสิ้นเดือนเมษายน. ประมาณร้อยละ 35 เชื่อว่าตลาดจะฟื้นตัวเต็มที่ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม และอีกร้อยละ 25 คิดว่าภายในสิ้นเดือนมิถุนายน
“เราคาดว่าตลาดจีนจะกลับมาเป็นปกติได้ในสิ้นเดือนเมษายน แต่มีความไม่แน่นอนเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนานอกประเทศ ไม่มีประเทศไหนที่จะกันตัวเองได้ เนื่องจากตลาดเหล็กเป็นตลาดโลก”
การสำรวจพบว่าร้อยละ 37 ของผู้ตอบ คาดว่าการเติบโตของความต้องการเหล็กจะมาจากสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นหลัก ในขณะที่ร้อยละ 19 คิดว่าการก่อสร้างจะยังเป็นภาคหลักที่มีการเติบโตของความต้องการเหล็ก
ผู้อยู่ในตลาดเหล็กคาดว่า รัฐบาลจีนจะใช้สาธารณูปโภคพื้นฐานส่วนใหญ่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหลังจากการระบาดสิ้นสุด
ผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 44 คาดว่าอัตรากำไรของ เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) ในประเทศของจีนจะบางประมาณ 100-200 หยวน/ตัน ($14-$28/ตัน) ในไตรมาสที่ 2 และร้อยละ 20 คาดว่าอัตรากำไรจะอยู่ที่ 300-400 หยวน/ตัน
ตลาด เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (HRC) จะขึ้นอยู่กับความต้องการจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์เป็นหลัก เราไม่มั่นใจว่าจะฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งในไตรมาสที่ 2 ถึงแม้ว่าความต้องการที่เพิ่มขึ้น จะมีในครึ่งหลังของปีก็ตาม โรงงานเหล็กกล่าว
แนวโน้มของอัตรากำไรเหล็กเส้นนั้นเงียบเหงามากๆ หนึ่งส่วนสี่ของผู้ตอบคาดว่าอัตรากำไรอยู่ที่ 100 หยวน/ตันหรือต่ำกว่า ความต้องการในภาคการก่อสร้างคาดว่าจะน้อยลงในปี 2563 เนื่องจากรัฐบาลจีนบอกว่าจะไม่ใช้อสังหาริมทรัพย์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
Platts ได้ทำการสำรวจ 32 บริษัท สำหรับการสำรวจแนวโน้ม ในช่วง 23-25 มีนาคม ได้แก่ โรงงานเหล็ก เทรดเดอร์ในประเทศและต่างประเทศ และบริษัทเหมืองเหล็ก
แหล่งที่มา : Steel Business Briefing
โดย saweang | มี.ค. 6, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สำหรับเจ้าของบ้าน มีจินตนาการในใจว่าอยากจะมีบ้านสักหลังไว้อยู่อาศัย จะมองหาใครที่ให้คำตอบได้ว่าสิ่งที่มีอยู่ในใจนั้นมันเรียกว่าบ้านแบบไหน เป็นบ้านเหล็กหรือบ้านปูนดีกว่ากัน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านที่ต้องการนั้นมีขั้นตอนการออกแบบก่อสร้างยังไงบ้าง วันนี้ SYS จะขอมาแจกแจงขั้นตอนทั่วไปของงานออกแบบ ว่าเจ้าของบ้านควรทำอย่างไรบ้างเพื่อให้แบบที่มีในใจนั้นเป็นจริง

แรกสุด SYS แนะนำให้เจ้าของบ้านทุกท่านปรึกษา สถาปนิก ผู้ที่จะสามารถเปลี่ยนความต้องการของเจ้าของบ้านไปก่อร่างผ่านไอเดียให้เป็นจริงขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ ได้ สถาปนิกจะเป็นผู้ที่จัดวางพื้นที่ใช้สอย รู้จักการเลือกใช้วัสดุ และการสร้างสรรค์หน้าตาของบ้าน จะเปลี่ยนความต้องการต่างๆ ให้เป็นรูปธรรม ผ่านการแก้ปัญหาต่างๆ ตามสถานที่ตั้งและการเลือกวัสดุให้เหมาะสม ผ่านการใช้แบบทางสถาปัตยกรรมแสดงภาพให้เห็น และแบบก่อสร้างที่สถาปนิกจะนำไปสื่อสารกับวิศวกรและผู้รับเหมาก่อสร้างต่อไป
ในจุดนี้เองที่เจ้าของบ้านละสถาปนิกจะตกลงกันว่า จะเลือกใช้โครงสร้างปูนหรือเหล็กสำหรับบ้าน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการเป็นหลัก เช่น อาจเลือกใช้ปูนเพราะไม่กังวลเรื่องเวลาการก่อสร้าง รูปร่างโครงสร้างเป็นแบบเดิมๆ ไม่มีอะไรที่หวือหวา และคุ้นเคยกับบ้านปูนเป็นทุนเดิม ในขณะที่อาจเลือกใช้บ้านเหล็กเพราะต้องการการก่อสร้างที่รวดเร็ว เป็นระบบ ควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างได้ง่าย ตอบโจทย์โครงสร้างในรูปแบบแปลกใหม่ได้ หรือเป็นที่ดินที่ค่อนข้างแคบ และต้องการสร้างผลกระทบต่อที่ตั้งให้น้อยที่สุด

เมื่อตัดสินใจเรื่องโครงสร้างได้แล้ว ในที่นี้ หากเจ้าของบ้านเลือกใช้บ้านโครงสร้างเหล็ก ผู้ที่จะคำนวณเพื่อยืนยันความแข็งแรง และออกแบบโครงสร้างโดยละเอียดอีกครั้ง จะเป็นหน้าที่ของวิศวกรโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดชนิดเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก H-Beam หรือเหล็กรูปแบบอื่นๆ กำหนดขนาดเหล็ก กำหนดรอยต่อของโครงสร้าง
ในจุดนี้ วิศวกรและสถาปนิก รวมถึงเจ้าของบ้าน จะตกลงกันเพื่อให้รูปแบบโครงสร้างนั้นไม่เบียดบังพื้นที่ใช้สอยหรือรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่จะตรงตามความต้องการของเจ้าของบ้าน รวมถึงจะแข็งแรงมากพอโดยไม่พังทลาย แต่มากกว่านั้น วิศวกรก็สามารถแนะนำเหล็กที่จะส่งเสริมไอเดียการออกแบบพื้นที่ รวมถึงอาจช่วยประหยัดงบประมาณลงได้ด้วย

เช่น เหล็กกำลังสูง SM520 ซึ่งจะช่วยให้โครงสร้างมีขนาดเล็กลง ตอบโจทย์เรื่องโครงสร้างเพรียวบาง ในขณะที่สามารถรับแรงได้เท่ากันเมื่อเทียบกับเหล็กเกรดปกติ เมื่อคำนวณโดยรวม ก็จะช่วยลดงบประมาณทั้งค่าเหล็กโครงสร้างที่น้ำหนักลดลง และในส่วนอื่นๆ เช่นค่าแรง ค่าขนส่ง รวมถึงลดภาระของเสาเข็มลงได้ด้วย
หรืออาจเป็นเหล็กประเภท Customized Length เหล็กผลิตความยาวพิเศษ โดยเฉพาะความยาวที่มากกว่า 6 เมตรขึ้นไป โดยอาจถูกเลือกใช้ในส่วนที่ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างช่วงเสากว้างพิเศษ ทั้งนี้การเลือกใช้เหล็ก Customized Length ก็จะช่วยลดการต่อโครงสร้างเหล็ก ซึ่งช่วยเพิ่มมาตรฐานด้านความแข็งแรง และไม่เกิดรอยต่อที่ไม่สวยงามด้วย
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.hbeamconnect.com
โดย saweang | มี.ค. 6, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก, บทความเกี่ยวกับเหล็ก
รู้จัก SM520… ดีกว่า แข็งแรงกว่า คุ้มกว่า!
SM520 คือเหล็ก HIGH STRENGTH STEEL ที่มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าเหล็กเกรดทั่วไป คำถามคือแล้วมันดีกว่าอย่างไร เรามีคำตอบครับ
.
1. SM520 สามารถช่วยลดต้นทุนได้มากกว่า
เพราะนอกจากจะใช้น้ำหนักโครงสร้างที่ลดลงแล้ว ยังลดค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการทำระบบป้องกันไฟที่ตัวเหล็ก ทำให้ประหยัดได้สูงสุดถึง 20%
.
2. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มากกว่า
สามารถออกแบบใช้คานขนาดเล็กลง : ทำให้ระยะพื้นถึงฝ้าเพิ่มมากขึ้น อาคารจึงดูโปร่งโล่ง กว้างมากขึ้น
สามารถออกแบบใช้เสาขนาดเล็กลง : ทำให้มีขนาดพื้นที่ใช้สอยอาคารมากขึ้น
.
3. เวลาก่อสร้างน้อยกว่า : ด้วยขนาดที่เล็กลง ทำให้ใช้เวลาในการเชื่อมน้อยลง การติดตั้งก็สามารถทำได้เร็วขึ้น กว่าเหล็กเกรดปกติที่มีน้ำหนักมากกว่า ต่อเนื่องไปถึงเรื่องการยกติดตั้ง ที่จะใช้กำลังของเครนที่ยกน้อยลง ส่วนเรื่องการขนส่งก็สะดวกกว่าเพราะใช้เหล็กที่เล็กกว่า
.
4. ออกแบบได้หลากหลายกว่า : ด้วยความสามารถของ SM520 ที่แข็งแรงกว่า สามารถออกแบบอาคารให้มีความท้าทายและตอบโจทย์ผู้ออกแบบได้ลงตัว
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.facebook.com/syssteel/posts/1558518804181714/
โดย saweang | ม.ค. 13, 2020 | ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก
นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัทพันธมิตรงานก่อสร้าง, งานระบบ, เครื่องใช้ไฟฟ้า และชุดครัวระดับชั้นนำ ร่วมพัฒนาโครงการ “เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย” คอนโดมิเนียมสูง 29 ชั้น มูลค่าโครงการ 2,038 ล้านบาท ซึ่งมีการควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างและงานตกแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นนำในทุกขั้นตอน โดยโครงการเริ่มงานก่อสร้างแล้วบางส่วน คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถส่งมอบได้ภายในปี 2565ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับมอบห้องชุดที่สวยงามได้คุณภาพมาตรฐานในระดับสากล

เดอะทรี พัฒนาการ-เอกมัย คอนโดที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกกระจายอยู่รอบตัวอาคารและชั้นพักอาศัย โดยไฮไลท์ของโครงการคือ Bird Nest Sculpture บนชั้นดาดฟ้าที่ออกแบบคล้ายกับรังนก ภายในเป็นห้องฟิตเนส Fitness ที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำยาว 24.5 เมตร สามารถว่ายวนได้ 360 องศา พร้อมสระท้องกระจกและผนังกระจกที่ยื่นออกจากขอบสระ ชมวิวเมืองได้แบบ Bird Eye View พร้อม Aqua Theatre ให้ดูหนังอย่างเพลิดเพลินในสระจากุซซี่ โครงการอยู่ติดถนนพัฒนาการ ใกล้แอร์พอร์ตลิ้งค์รามคำแหงเพียง 300 เมตร และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ใกล้ท่าเรือคลองตัน ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท สอบถามข้อมูลโทร 1739
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.ryt9.com/s/prg/3084298