Warning: "continue" targeting switch is equivalent to "break". Did you mean to use "continue 2"? in /home/thanasarnc/domains/thanasarn.co.th/public_html/wp-content/themes/divi/includes/builder/functions.php on line 4783
ข่าวอุตสาหกรรมเหล็ก Archives - Page 20 of 39 - ตัวแทนจำหน่ายเหล็กทุกชนิด เหล็กเส้น เหล็กไวแฟรงค์ เหล็กเฮชบีม เหล็กไอบีม ราคายุติธรรม google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
การผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนกรกฎาคมหดตัว

การผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนกรกฎาคมหดตัว

China’s crude steel production (million mt)
Source: NBS
  2016 2017 2018
April 69.42 72.8 76.7
May 70.5 72.26 81.83
June 69.5 73.23 80.19

อ้างอิงจากข้อมูลที่ออกโดยสำนักสถิติแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม การผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนกรกฎาคมลดลงเป็นครั้งแรกในปี 2018 อยู่ที่ 2.621 million mt/วัน ซึ่งลดลง 2% จากตัวเลขในเดือนมิถุนายน ซึ่งอยู่ที่ 2.673million mt/วัน อย่างไรก็ตามตัวเลขในเดือนกรกฎาคม เป็นระดับสูงสุดอันดับสองในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2018 โดยมีมูลค่า 957 million mt เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2017 ที่มีผลผลิตเหล็กดิบอยู่ที่ 832million mt.

สำนักข่าว NBS กล่าวว่า ผลผลิตเหล็กดิบโดยรวมของจีนในเดือนกรกฎาคมแตะระดับ 81.24 million mt. เพิ่มขึ้น 7.2 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามได้ชะลอลงจากระดับ 7.5% และ 8.9% ในเดือนมิถุนายนและเดือนพฤษภาคม โดยภาพรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ผลผลิตเหล็กดิบรวมของจีน อยู่ที่ 532.85 million mt. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.3%

ผลผลิตที่ลดลงในเดือนกรกฎาคมเป็นผลมาจากมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นของจีน ซึ่งจะเป็นการยับยั้งการผลิตของผู้ผลิตเหล็ก โดยในวันที่ 20 กรกฎาคม เมืองถังซาน (Tangshan) มีผลผลิตลดลงภายในรอบ 43 วัน ส่งผลให้โรงงานลดอัตราการใช้กำลังการผลิตลง 20% -50% และในวันที่ 12 สิงหาคม เมือง Fengnan ของเมืองถังซาน (Tangshan) ได้ประกาศว่าจะลดกำลังการผลิตเตาหลอมจาก 20-37.1% เป็น 50% ซึ่งเป็นไปตามที่ Platts รายงาน

เทรดเดอร์เหล็กบางรายและนักสังเกตการณ์ตลาด กล่าวว่าผลผลิตเหล็กดิบของจีนในเดือนสิงหาคมอาจลดลงจากเดือนกรกฎาคม ขณะที่นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมรายหนึ่งได้กล่าวว่า ยังคงเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ระดับผลผลิตในเดือนกันยายน เพราะเนื่องจากมาตรการป้องกันสิ่งแวดล้อมของจีนยังคงมีอยู่ต่อไปในช่วงที่เหลือของปี 2018

สำนักข่าว NBS รายงานว่าผลผลิต pig iron ในเดือนกรกฎาคมได้เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณอยู่ที่ 67.52 million mt และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2018 ผลผลิต pig iron เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณอยู่ที่ 441.79 million mt

-Jing Zhang
แหล่งที่มา : SteelBB

ราคาเหล็กเส้นในเอเซียสูงขึ้นเนื่องจากราคาในจีนเพิ่มขึ้น

ราคาเหล็กเส้นในเอเซียสูงขึ้นเนื่องจากราคาในจีนเพิ่มขึ้น

ราคาเหล็กเส้นเพิ่มสูงขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ควบคู่กันกับราคาที่สูงขึ้นในประเทศจีนและในตลาดซื้อขายล่วงหน้า

Platts ประกาศราคาเหล็กเส้น BS500 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16-20 mm ราคาอยู่ที่ $557/mt FOB จีน โดยที่เพิ่มขึ้น $2/mt จากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตลาดค้าปลีกในกรุงปักกิ่งประกาศ เหล็กเส้น HRB400 ขนาด18-25 mm ราคาอยู่ที่4,290 หยวน/mt ($627/mt) ex-stock ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 16% โดยราคาภายในวันปรับเพิ่มสูงขึ้น20/mt

สัญญาซื้อขายเหล็กเส้นในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่จะมีผลในเดือนตุลาคมได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปิดราคาสูงขึ้น 13/mt (0.3%) จากวันจันทร์ที่ผ่านมาที่มีราคาอยู่ที่ 4,237/mt ($619/mt).

ผู้ที่ซื้อขายอยู่ภายในตลาดหลายราย กล่าวว่า คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นตลอดเดือนสิงหาคม เนื่องจากความต้องการที่มากขึ้นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น

ผู้ค้าเหล็กเส้นของโรงงานเหล็กหลักๆในทางตะวันของของประเทศจีน ยังคงรักษาระดับราคาให้อยู่ที่ $555/mt FOB จีน ตามน้ำหนักที่ได้ประเมินไว้เพื่อสำหรับใช้ส่งมอบในเดือนกันยายน ซึ่งราคาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงภายในวัน

ผู้ผลิตรายหนึ่งในสิงคโปร์ได้กล่าวถึงเหล็กเส้นตามน้ำหนักประเมิน (theoretical weight) จะมีราคาอยู่ที่ $545-$550/mt FOB จีน หรือ $565/mt CFR สิงคโปร์ ที่มาจากโรงงานเหล็กในจีน ซึ่งมีความใกล้เคียงกับราคาตามน้ำหนักจริง (actual weight) โดยราคาอยู่ที่ $562/mt FOB จีน

ผู้ประกอบการรายหนึ่งกล่าวว่า ราคาเหล็กเส้นในตุรกีอยู่ที่ $550/mt CFR สิงคโปร์ และราคาเศษเหล็กอยู่ที่ $327/mt CFR ตุรกี ซึ่งราคาดังกล่าวจะใกล้เคียงกับราคา $557/mt FOB จีน โดยที่สมติให้ค่าขนส่งอยู่ที่ $20/mt. และ weight tolerance อยู่ที่ 3% หลังจากที่ได้มีการปรับปริมาณการขนส่งให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ Platts. และยังกล่าวต่อไปว่าเขาต้องการเหล็กเส้นของตุรกีมากกว่าเนื่องจากไม่เพิ่มต้นทุนของเหล็กเส้นที่มีความยาวไม่ได้ตามมาตรฐาน เมื่อเทียบกันเหล็กเส้นของกาตาร์

ผู้จัดจำหน่ายในประเทศเห็นด้วยกับราคาประเมินที่ยังอยู่ที่ $550-$555/mt CFR หรือผู้ซื้อบางรายอาจจะหาได้ในราคา $550/mt CFR

ผู้จัดจำหน่ายในประเทศฮ่องกง กล่าวถึงการประเมินราคาเหล็กเส้นขนาด 10-40 mm. ที่จะมีการส่งมอบในเดือนกันยายน โดยราคาอยู่ที่ $545-$550/mt CFR (actual weight) ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงราคาภายในวัน

และผู้จัดจัดหน่ายได้กล่าวเสริมอีกว่าไม่ต้องการที่จะเสนอราคาขายให้ต่ำกว่า $555/mt CFR เนื่องจากราคาจะเทียบเท่ากับราคาตามน้ำหนักจริงของจีนที่มีราคา $555-$560/mt FOB จีน โดยสมมติให้มีค่าขนส่ง อยู่ที่ $13/mt หลังจากที่ได้มีการปรับคุณภาพและปริมาณให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ Platts

— Joy Zhuo and Dai Yuelin
แหล่งที่มา : SteelBB

โลกจับตาธุรกิจเหล็กสงครามการค้าสะเทือนเป็นลูกโซ่

โลกจับตาธุรกิจเหล็กสงครามการค้าสะเทือนเป็นลูกโซ่

สงครามการค้า สะเทือนเป็นลูกโซ่  กำลังขยายผลในทางลบกับอุตสาหกรรมเหล็ก หลังจากถูกอเมริกาใช้มาตรา 232 กฎหมายการค้า Trade Expansion Act ปี 1962 ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลกรวมถึงไทยด้วยในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ

นับเป็นการซํ้าเติมอุตสาหกรรมเหล็กของไทยเเละของโลกจากนโยบาย 2 ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ นายกรกฎ   ผดุงจิตต์  เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงผลที่ตามมาจากนโยบายของอเมริกาและยุทธวิธี การทำการค้าของจีนที่ทำให้ทั่วโลกต้องติดตามและเฝ้าระวังผลที่เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ รวมถึงความผิดเพี้ยนของโครงสร้างราคาเหล็กในตลาดโลกเวลานี้

เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กส.อ.ท.กล่าวว่า ผลจากที่อเมริกาเดินมาตรา 232 ต่ออุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลก ทำให้อีกหลายประเทศยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็กต้องออกมาประกาศใช้มาตรการปกป้อง เพื่อกันการทะลักของเหล็กที่ overflow ในตลาดโลก อย่างสหภาพยุโรป ตุรกี ประกาศไต่สวน Safeguard และประเทศต่างๆ ก็เร่งใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน

44.8ล.ตันทุ่มไทย-อาเซียน

ประเมินว่าเฉพาะมาตรา 232 ของอเมริกาและ Safeguard ของอียูและตุรกีจะทำให้มีเหล็ก overflow ในตลาดโลกมากถึงจำนวน 77.8 ล้านตัน โดยเหล็กจำนวน 44.8 ล้านตัน จากประเทศอินเดีย จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม รัสเซีย ยูเครน เป็นความเสี่ยงที่ถูกทุ่มตลาดเข้ามาในประเทศไทยและประเทศในแถบอาเซียน

สำหรับประเทศไทยในช่วง 5 เดือนแรกเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เหล็กหลายรายการที่มีบทบาทในตลาดที่นำเข้าจาก 7 ประเทศมายังประเทศไทยอยู่ในระดับปริมาณการนำเข้าที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับ 5 เดือนแรกปีที่แล้ว อย่างเหล็กลวด เฉพาะการนำเข้าจากเวียดนามสูงขึ้นมาแล้วถึง 1,216.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนช่วงเดียวกัน ลวดเหล็กจากเวียดนามก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วน 98.2% เหล็กเคลือบสังกะสีแบบจุ่มร้อน นำเข้าจากจีนสูงถึง 72.3% และท่อเหล็กจากเวียดนาม นำเข้าสูงขึ้นถึง 60.3% เป็นต้น สถิติเหล่านี้คือตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงผลที่ตามมา ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
ปฏิบัติการสวมสิทธิ์

นายกรกฎ กล่าวอีกว่าไม่เพียงเท่านั้น โลกยังต้องเผชิญกับยุทธวิธีในการทำการค้าของจีนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดกลยุทธ์เดินสายทุ่มตลาดเหล็กไปทั่วโลก รัฐบาลจีนให้การอุดหนุนการส่งออกก่อนหน้านี้ เพื่อระบายเหล็กจำนวนมากออกนอกประเทศ ตีตลาดโลกในราคาถูกกว่าผู้ผลิตในประเทศนั้นๆ

เช่นเดียวกับการใช้ฐานการผลิตนอกบ้านปฏิบัติการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า หลังจากพบว่าตัวเลขส่งออกจากไทยไปอเมริกาและตัวเลขอเมริกานำเข้าจากไทยมีความแตกต่าง ไม่เท่ากัน แสดงว่าเกิดการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้าการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า ที่จีนนิยมทำ เช่น บริษัท ก. สัญชาติจีน เข้ามาตั้งโรงงานผลิตเหล็กในไทยในปริมาณเล็กน้อย จากนั้นก็ไปขอใบ C/O (Country of Origin) ใบรับรองว่าสินค้านี้ผลิตในประเทศไทย หรือใบแสดงแหล่งกำเนิดสินค้า ขณะเดียวกันบริษัทก. ก็มีการนำเข้าเหล็กบางส่วนเข้ามาจากจีนด้วย จากนั้นก็ทำการส่งออกไปพร้อมกันภายใต้แหล่งกำเนิดสินค้าไทย เช่น มีการผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กในไทย 2,000 ตันแต่เวลาส่งออกไป กลับมีการขอ C/O ส่งออกไปสูงถึง 20,000 ตัน
โครงสร้างราคาเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตามสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กในช่วงที่ผ่านมา จีนจะเป็นผู้คุมตลาดเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้โครงสร้างราคาไม่เป็นปกติ อย่างเช่น ราคาถ่านหิน ซึ่งจีนเป็นผู้ซื้อและส่งออกถ่านหินรายใหญ่ ก็ทำให้ราคาถ่านหินสูงขึ้น เช่นเดียวกับแท่งกราไฟต์ อิเล็กโทรด ซึ่งใช้กับเตาหลอมเหล็กด้วยไฟฟ้า Electric Arc Furnace (EAF) สำหรับโรง งานผลิตเหล็กเส้น เหล็กแผ่น ทั้งหลายที่ใช้ตัวนี้เป็นวัตถุดิบในการหลอมเหล็ก ที่ก่อนหน้านั้นจีนดัมพ์ราคาลงมา จนโรงงานแท่ง กราไฟต์อิเล็กโทรดในโลกปิดกิจการ ในที่สุดจีนกลายเป็นฐานใหญ่ และมีอำนาจต่อรองสูงในการกำหนดราคา ทำให้ต้น ทุนผู้ประกอบการทั่วโลกที่ต้องใช้แท่ง กราไฟต์อิเล็กโทรด มาผลิตเตา EAF ในการหลอมเหล็กสูงขึ้นมาก

“เวลานี้ดูเหมือนว่าจีนกำลังจะทำในแบบเดียวกันนี้กับอุตสาหกรรมเหล็กทั้งหมด ทำโดยวิธีการขึ้นราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งขณะนี้ราคาขยับไปที่กว่า 600 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน แต่พอนำเหล็กแผ่นรีดร้อนไปผลิตเป็นสินค้าต่อเนื่อง เช่น ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็น แต่ขายได้ในราคา 680 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งความจริงราคาต้องขึ้นไปที่กว่า 700 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ตรงนี้จะเห็นว่าจีนได้กำไรไปแล้วกับการขายเหล็กแผ่นรีดร้อน แต่กลับส่งผลิตภัณฑ์เหล็กปลายนํ้าไปในตลาดโลกในราคาที่ตํ่ามากเพื่อตัดราคาผู้ผลิตในประเทศอื่น

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่ทำให้ราคาเหล็กรีดร้อนสูงขึ้น ในขณะนี้มาจากที่จีนปั่นตลาดโดยวิธีปั่นตลาดจะมี 2 วิธี คือ ปั่นโดยกดราคาเหล็กปลายนํ้าให้ตํ่า เพื่อให้คนอื่นอยู่ไม่ได้ เเละดันราคาเหล็กต้นทางให้สูง โดยที่จีนขายวัตถุดิบ เช่น เหล็กแผ่นรีดร้อนในราคาที่ได้กำไร แต่ไปขายสินค้าสำเร็จรูปราคาถูก จนทำให้ผู้ผลิตเหล็กปลายนํ้าทั่วโลกขาดทุน และจีนก็ขายปลายนํ้าได้มากขึ้น

เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กส.อ.ท.กล่าวอีกว่า โครงสร้างราคาเปลี่ยนไปจาก เดิมมาก เมื่อก่อนวัตถุดิบราคาสูงขึ้น ราคาผลิตภัณฑ์เหล็ก ชนิดต่างๆ ก็สูงขึ้นตามกันเป็นทอดๆ ต่างจากปัจจุบันที่จีนพยายามเข้ามาแทรกแซงโครงสร้างราคาเหล็กทุกชนิดในตลาดโลก เพราะจีนเคยทำสำเร็จมาแล้วกรณีถ่านหินกับแท่งกราไฟต์ อิเล็กโทรด พอทุกคนตายหมด โรงงานปิด จีนก็กลับมาขายสินค้าได้ในราคาที่สูง เพราะไม่มีคู่แข่ง นั่นคือเป้าหมายที่จีนต้องการ เข้ามาคุมราคาในตลาดโลก โดยที่ไม่มีคู่แข่ง
แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

“ธุรกิจเหล็กสหรัฐ” ผู้ชนะใน Trade War เพราะยอดขาย-กำไรพุ่งเกือบเท่าตัว

“ธุรกิจเหล็กสหรัฐ” ผู้ชนะใน Trade War เพราะยอดขาย-กำไรพุ่งเกือบเท่าตัว

ใครๆ ก็กังวลเรื่อง สงครามการค้า หรือ Trade War จนเกิดผลกระทบเชิงลบมากมาย ตั้งแต่ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (EM) ราคาตกวูบ ไหนจะผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าในกลุ่มซัพพลายเชนของประเทศจีน ทว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ

shutterstock_152105888

ธุรกิจเหล็กในสหรัฐ ยอดขาย-กำไรพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

หลังจาก Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ จุดประกายสงครามการค้า โดยประกาศมาตรการทางภาษีการนำเข้าเหล็ก ก็ส่งผลให้ราคาเหล็กพุ่งสูงขึ้น ปัจจุบันราคาเหล็กของสหรัฐฯ อยู่ที่ 917 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี (ข้อมูลจาก S&P Global Platts)

ซึ่งผลดีไปตกอยู่กับธุรกิจเหล็ก อย่างบริษัท Reliance Steel & Aluminum (RS) ยอดขายเพิ่มสูงขึ้น 18% (เพราะราคาเพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่น) และ Nucor (NUE) บันทึกว่าไตรมาส 2 ปีนี้มีรายได้สูงสุด ซึ่งเติบโตเกือบเท่าตัว

ล่าสุดเมื่อเดือนก่อน John Ferriola CEO ของ Nucor ยังบอกกับนักวิเคราะห์ว่า เขามีความสุขมากๆ กับมาตรการทางภาษีที่ออกมา โดยเตรียมเงินอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อลงทุนขยายธุรกิจ

“อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา ถ้าระบบการค้ายังเดินหน้าต่อไปแต่เป็นการค้าที่ไม่สมดุล (Imbalance) เราเลยเห็นด้วยกับคณะรัฐบาลที่พยายามแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้” Ferriola บอก

ส่วนหลายคนก็จับตาดูผลประกอบการของบริษัท NUE, RS, AK Steel (AKS), และ US Steel (X) ที่จะออกมาภายในสัปดาห์นี้

shutterstock_699521812

บริษัทในสหรัฐฯ ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจาก Trade War

แต่ไม่ว่าอย่างไร กำแพงภาษีของสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ กว่าร้อยบริษัท เช่น Harley-Davidson (HOG), General Motors (GM), General Electric (GE), 3M (MMM) ฯลฯ ที่ต้องเร่งปรับตัวทั้งเรื่องราคา และโครงสร้าง ซัพพลายเชนที่มีอยู่

ส่วนบริษัท FJM Ferro (อยู่ที่บลูคลิน) ที่ใช้เหล็กแปรรูปในการสร้างตึกสูงใน Manhattan ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบด้านเหล็กเพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% ซึ่งเขามองว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะไปตกอยู่กับบริษัทขนาดเล็ก

shutterstock_318330188

ด้านบริษัทใหญ่ๆ อย่าง GM ถึงขนาดปรับลดคาดการณ์กำไรของปีนี้ลง และเตือนว่า ต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับราคาเหล็ก และอลูมิเนียมที่สูงขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Philip Gibbs นักวิเคราะห์ธุรกิจเหล็ก KeyBanc Capital Markets บอกว่า เราต้องระมัดระวังเรื่องภาษีมากๆ เพราะเป็นต้นทุนหลักที่เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจในสหรัฐฯ มีความสามารถในการแข่งขันลดลง และแน่นอนว่าหลายบริษัทจะหาลู่ทางนำเข้าเหล็กจากประเทศอื่น

“มันก็รู้สึกดีที่ระยะสั้นเราเห็นราคาขยับขึ้น แต่สุดท้ายเราก็ต้องเจอการบ่นของลูกค้าอยู่ดี”

ภาพจาก shutterstock
Cr. Chutinun.Liu
ที่มา CNNMoney

อาเซียนถกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รองรับการค้ายุคใหม่

อาเซียนถกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รองรับการค้ายุคใหม่

ชูการอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับ MSME เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมย้ำดูแลไม่ให้เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนทะลักสู่อาเซียน

อาเซียนหารือจีน ยกระดับความตกลงอาเซียน – จีน ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน พร้อมย้ำดูแลไม่ให้เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนทะลักสู่อาเซียน ส่วนการหารือกับญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เน้นสร้างความเข้มแข็งให้ MSMEs เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจของอาเซียน เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยอาเซียนได้พบหารือกับคู่เจรจา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น ในส่วนของการหารืออาเซียน-จีน ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับความตกลงอาเซียน – จีน ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถใช้ กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และพิธีการศุลกากรที่ปรับปรุงใหม่

ซึ่งจะอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน อาเซียนได้ย้ำข้อเสนอของสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน ในการประชุมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเหล็กระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของจีน และสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ณ เมืองซีอาน ประเทศจีน ที่ขอให้จีนช่วยดูแลไม่ให้เกิดการทะลักของเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนสู่อาเซียน

โดยขอให้คงมาตรการการยกเลิกการคืนภาษีส่งออก และเชิญชวนจีนเข้ามาลงทุนผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในอาเซียน เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีให้แก่ผู้ผลิตในอาเซียน ตลอดจนการส่งเสริมให้ใช้เหล็กและผลิตภัณฑ์ของประเทศสมาชิกอาเซียน ในการดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (B&R) ของจีนในอาเซียน เป็นต้น

นางอรมน กล่าวว่า ในส่วนการหารือกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ย้ำเรื่องการสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดย่อย (MSMEs) การเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นแนวโน้มของโลก โดยไทยในฐานะประธานอาเซียนในปีหน้า ได้เชิญชวนให้ญี่ปุ่นร่วมจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในการผลิต โดยญี่ปุ่นแสดงความยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ อาเซียนจะนำผลประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส เสนอให้ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนและ 3 ประเทศคู่เจรจา ในเดือนกันยายนนี้ ณ ประเทศสิงคโปร์ ต่อไป โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2557-2560) การค้ารวมระหว่างอาเซียนกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีมูลค่าการค้าเฉลี่ยปีละ 802,067.81 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับปี 2560 การค้ารวมระหว่างอาเซียนกับ 3 ประเทศคู่เจรจา มีมูลค่า 874,622.55 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2559 คิดเป็นร้อยละ 15.3

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียยังคงทรงตัวด้วยการประมูลที่กำหนดวันหมดอายุชัดเจน (firm bids)

ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียยังคงทรงตัวด้วยการประมูลที่กำหนดวันหมดอายุชัดเจน (firm bids)

ตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียยังคงทรงตัวด้วยการประมูลที่กำหนดวันหมดอายุชัดเจน (firm bids)

ผู้ซื้อในตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อนในเอเชียไม่เต็มใจรับข้อเสนอการประมูลราคาที่กำหนดวันหมดอายุ เนื่องจากพวกเขาต้องการรอราคาที่ชัดเจนมากกว่า

Platts ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน SS400 หนา 3 มม. ที่ระดับ 579-581 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 580 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China ทรงตัวจากวันที่ 17/07/2017 d-o-d และราคาที่ CFR Southeast Asia อยู่ที่ 589 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Southeast Asia ลดลงจากวันที่ 17/07/2018 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน d-o-d
สำหรับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน SS400 ยังคงทรงตัวอยู่ เนื่องจากข้อจำกัดที่เกิดจากการประมูลราคาที่มีวันหมดอายุ (Firm bids) จากผู้ซื้อจากหลากหลายแหล่ง ขณะที่ราคาเสนอขายจากโรงงานในจีนอยู่ในช่วง 585-590 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China แหล่งข่าวจากโรงงานทางตอนเหนือของจีนกล่าวว่า “มูลค่าการซื้อขายของเหล็กในเกรดดังกล่าวระดับราคาอยู่ที่ 580 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน FOB China”

ในเวียดนาม ผู้ซื้อได้ราคาเสนอขายเหล็กแผ่นรีดร้อน SS400 จากผู้ซื้อที่ระดับ 590-595 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Vietnam อย่างไรก็ตามผู้ซื้อยังคงเสนอซื้อที่ราคาต่ำกว่าราคาดังกล่าว 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน

ส่วนราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับรีดซ้ำเกรด SAE1006 ที่มีถิ่นกำเนิดจากจีน ระดับราคาอยู่ที่ 605 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Vietnam แต่ยังไม่มีผู้ซ้อรายไหนยอมรับระดับราคาดังกล่าว

“ผู้ซื้อในเวียดนามยังคงรอราคาเสนอขายจากโรงงานเหล็ก Formosa Ha Tinh” แหล่งข่าวกล่าว โรงรีดซ้ำในเวียดนามกล่าวว่า “โรงงาน Formosa Ha Tinh จะตรึงราคาไปจนถึงวันพุธนี้ หลังจากที่ผู้ซื้อคาดหวังว่าราคาจะถูก”

ข้อมูลจากโรงงาน Formosa Ha Tinh พบว่า การจัดสรรเหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับตลาดเหล็กในเวียดนามในเดือนนี้ เพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 ตัน จากเตาถลุงเหล็ก 2 เตา

สำหรับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในญี่ปุ่นอยู่ที่ 660-665 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน CFR Indonesia and CFR Malaysia ซึ่งเป็นระดับราคาเดียวกับการตกลงซื้อขายในช่วงเดือนก่อนหน้า

ราคา spot สำหรับเหล็กแผ่นรีดร้อน Q235 หนา 5.5 มม. ในจีน อยู่ที่ 4,250-4,260 หยวนต่อตัน หรือ 636-639 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ex-stock ราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4,255 หยวนต่อตัน ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันที่ 16/07/2018 ที่ผ่านมา ส่วนราคาในตลาดล่วงหน้าในเซี่ยงไฮ้ในช่วงเดือน ตุลาคม 2018 ราคาสัญญาอยู่ที่ 16/07/2018 อยู่ที่ 4,046 หยวนต่อตัน ลดลง 10 หยวนต่อตัน จากวันจันทร์ที่ 16/07/2018
แหล่งที่มา : SteelBB

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า