โดย saweang | ต.ค. 30, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ปัญหาเรื่องสนิมกินรั้วหรือวัสดุที่เป็นเหล็ก ถือเป็นเรื่องอมตะทุกยุคทุกสมัยของเหล็ก แม้ว่าจะทาสีที่มีสารป้องกันสนิมไว้แล้วก็ตาม แต่เมื่อผ่านกาลเวลาเมื่อสีลอกหรือหลุดร่อนก็ถึงคราวของสนิมที่จะมาเกาะกิน ดังนั้นเมื่อใดที่เราสังเกตเห็นสนิมแล้วละก็ ให้รีบกำจัดออกไปเสีย ก่อนที่เจ้าสนิมจะกัดกินไปเรื่อยๆ จดหมดผุกร่อน หมดสภาพ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับสนิมกันเถอะ
สนิม (rust) เป็นโลหะส่วนที่มีการเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เนื่องจากได้รับปฏิกิริยาเคมีที่มีอากาศ น้ำ หรือความร้อนเป็นตัวการสำคัญทำให้โลหะมีคุณสมบัติแตกต่างไปจากเดิม เช่น สีที่เปลี่ยนไป มีความแข็งแรงลดลง และทำให้เกิดการผุกร่อน ตัวอย่างที่เราพบเห็นอยู่บ่อยๆ ได้แก่ เหล็ก
ปัจจัยในการเกิดสนิมในเหล็กกล้า
เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุนำไฟฟ้าอยู่แล้ว ยังมีสามปัจจัยที่เหลือคือ
- ขั้วบวก
- ขั้วลบ
- สารอีเลคโทรไลท์ ซึ่งสื่อนำประจุไฟฟ้า เช่น ออกซิเยน และ ความชื้น
โดยมีสูตรทางเคมีดังนี้
Fe + H2O + O2 = Fe2O3H2O
(เหล็ก+น้ำ+ออกซิเยนต์=สนิม)
อธิบายง่ายๆว่า สนิม คือผลลัพ ของกระบวนการทางเคมีและไฟฟ้าระหว่างเหล็กและสิ่งแวดล้อม เมื่อผิวเหล็ก ความชื้น และ ออกซิเยนต์ ได้มาบรรจบกัน

ปฏิกิริยาออกซิเดชันเกิดขึ้นเมื่อพื้นผิวส่วนหนึ่งของเหล็กทำหน้าที่เป็นแอโนด ดังสมการ
Fe(s) Fe2+(aq) + 2e–
ออกซิเจนถูกรีดิวซ์ที่ผิวอีกส่วนหนึ่งของเหล็กซึ่งทำหน้าที่เป็นแคโทด เมื่อมีน้ำอยู่ด้วย ดังสมการ
2O2 (g) + 4H2O(l) + 8e– 8OH–(aq)
และมีปฏิกิริยาต่อเนื่องต่อไปคือ
4Fe2+(aq) + 8OH–(aq) 4Fe(OH)2 (aq)
4Fe(OH)2 (aq) + O2 (g) 2Fe2O3.2H2O(s) + H2O(l)
Fe2O3.2H2O คือสนิมเหล็ก
ประเภทของสนิม
1. สนิมทั่วไป
a. Flash rust (เกิดบนผิวเหล็กเปลือย)
b. Brush rust (เกิดบนผิวเหล็กที่มีการทาสีแล้ว)
2. สนิม Galvanic
เมื่อโลหะสองชนิดสัมผัสกัน โลหะที่ไวต่อการเกิดสนิมมากกว่า ซึ่งจะมีประจุเป็นลบ (anode) จะขึ้นสนิมก่อนโลหะที่มีประจุเป็นบวก (cathode)
3. สนิมหลุม
เมื่อเกิดสนิมปริมาณมากรวมอยู่ในพื้นที่แคบ
4. สนิมตามรอยแยก
เมื่อเกิดสนิมขึ้นในช่องแคบระหว่าง ชิ้นส่วนเล็กๆ เช่นระหว่าง เกลียวกับหัวหมุด
วิธีการป้องกันเหล็กไม่ให้เกิดสนิมมีอยู่หลายวิธี เช่น การเคลือบผิวเหล็ก เพื่อป้องกันมิให้เนื้อเหล็กสัมผัสกับน้ำและอากาศโดยตรง อาจทำได้หลายวิธี เช่น การทาสี การชุบด้วยโลหะ อาทิ ดีบุก สังกะสี วิธีนี้มักใช้กับชิ้นงานขนาดเล็กหรือกลาง อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของวิธีนี้คือ ผิวเคลือบชนิดนี้ สามารถหลุดออกได้ง่าย ทั้งทางกายภาพและเคมีซึ่งจะทำให้เนื้อเหล็กมีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศและเกิดสนิมขึ้น ยิ่งกว่านั้นผิวเคลือบบางชนิด เช่น ดีบุก ยังสามารถเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเกิดสนิมให้เร็วขึ้นอีกด้วย
วิธีต่อมาคือการทำเป็นเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steel) โดยการเติมธาตุอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดชั้นฟิล์มบางๆ ขึ้นบนผิวเหล็ก เช่น โครเมียม นิกเกิล ธาตุเหล่านี้จะสร้างฟิล์มบางๆ ที่ติดแน่นบนผิวเหล็ก ช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อเหล็กสัมผัสกับบรรยากาศโดยตรง ผิวเคลือบชนิดนี้มีความคงทนทั้งทางกายภาพและเคมี เหล็กกล้าไร้สนิมมีหลายเกรด แต่ละเกรดก็จะมีส่วนผสมที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานแต่ละประเภท
ส่วนวิธีสุดท้ายคือ การใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อให้เหล็กมีศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะทำให้เหล็กไม่เกิดการสูญเสียอิเลกตรอนและกลายเป็นสนิม วิธีนี้สามารถป้องกันการเกิดสนิมได้ในทุกสภาพแวดล้อม แต่มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องอาศัยแหล่งกำเนิดกระแสไฟฟ้าซึ่งไม่สะดวกกับการโยกย้ายไปมา จึงเหมาะสมสำหรับโครงสร้างใหญ่ๆ ที่ต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเกิดสนิมอย่างรุนแรง เช่น ท่อที่ฝังอยู่ใต้ดิน ท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล เป็นต้น
แม้ปัจจุบันจะมีสารเคลือบสนิมแต่ก็ยังคงต้องหมั่นดูแลบ้านและเครื่องมือต่างๆที่เป็นเหล็กปราศจากสนิม ให้สามารถใช้งานได้ดีต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก https://scimath.org/
โดย saweang | ต.ค. 29, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้แล้วพื้นที่แห่งความสุขภายในบ้าน สร้างได้ไม่จำกัด ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หรือจะสร้างจากวัสดุชนิดไหนๆ ก็สามารถทำให้บ้านเปี่ยมไปด้วยความสุขกันได้ทั้งนั้น ซึ่งยุคปัจจุบันนี้นวัตกรรมการสร้างบ้านถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งบ้านน็อคดาวน์ แบบบ้านสำเร็จรูป ที่บูมมากในช่วงปีหลังๆ แต่อีกหนึ่งระบบการสร้างบ้านที่เราอาจยังไม่ค่อยรู้จักกันก็คือ ระบบการสร้าง Steel Frame และนี่คือผลงานจากบริษัท ดี สตีล เฟรม จำกัด เป็นอีกแนวทางพัฒนาด้านที่พักอาศัย จึงนำข้อมูล ข้อดี และข้อเสียของบ้าน Steel Frame เพื่อเป็นความรู้ และข้อมูลพิจารณาก่อนที่คิดจะสร้างบ้านค่ะ

บ้าน Steel Frame คืออะไร แบบบ้าน Steel Frame คือแบบบ้านที่ใช้โครงสร้างหลักเป็นเหล็กกล้าเคลือบป้องกันสนิม AZ150 G550 หรือเหล็กกล้าแผ่นเรียบ เคลือบโลหะผสมป้องกันสนิมโดยกรรมวิธีจุ่มร้อนซึ่งประกอบด้วยอลูมิเนียม 55 % สังกะสี 43.40% และซิลิคอน 1.60 % หลังจากนั้นจะผ่านการคำนวณโครงสร้างด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างบ้านโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นโปรแกรมครบวงจรที่สามารถทำงานการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ตั้งแต่การออกแบบอาคาร การออกแบบรายละเอียด การวิเคราะห์ออกแบบโครงสร้างให้มีความเหมาะสม โดยข้อมูลทั้งหมดจะเชื่อมต่อกับเครื่องจักรให้สามารถขึ้นตัดเหล็ก ทำให้ไม่เกิดการเสียวัสดุพร้อมกับพิมพ์หมายเลขกำกับลงในเหล็กแต่ละเส้นเพื่อนำไปประกอบตามแบบได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยไม่มีวัสดุเศษมากเหมือนการก่อสร้างแบบเดิม

จากนั้นตัดเหล็กเชื่อมต่อกับเครื่องจักร แล้วจัดส่งและประกอบเป็นโครงสร้างก่อสร้างระบบผนังรับน้ำหนัก อาคารลักษณะนี้มีน้ำหนักเบากว่าอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารมวลน้อยช่วยลดการเก็บสะสมความร้อน ก่อสร้างได้รวดเร็ว โครงสร้างสามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถเลือกวัสดุปิดผิว พื้น ผนัง และหลังคาให้เหมาะสมกับ ความต้องการและงบประมาณได้
ข้อดีของการก่อสร้างแบบบ้าน Steel Frame คือ
– การวางแผนการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ
– ก่อสร้างรวดเร็ว เร็วกว่า บ้าน ก่ออิฐ ฉาบปูน ประมาณ 3 เท่า
– งบประมาณไม่ปานปลาย เนื่องจากวัสดุทุกอย่าง สามารถคำนวณวัสดุที่ใช้ทั้งหมดจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก
– น้ำหนักเบากว่า แข็งแรงกว่า ต้านแผ่นดินไหวได้
– เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
– ใช้แรงงานงานน้อย และช่างทั่วไปสามารถสร้างได้ เพราะโครงสร้างติดตั้งง่าย เหมือนการต่อ LEGO ต่อตามแบบ
ข้อเสียของการก่อสร้างแบบ Steel Frame คือ
– ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในเมืองไทย
และแบบบ้านหลังน้อยกลางทุ่งนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างจากระบบ สตีลเฟรม เป็นแบบบ้านเรือนพักผ่อนที่ต้้งอยู่ ณ ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศความงามแห่งท้องทุ่ง แค่เห็นก็ได้กลิ่นแห่งท้องถิ่นแล้ว
ขอบคุณข้อมูลาจากเว็บไซต์.forfur.com
โดย saweang | ต.ค. 28, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
อีกหนึ่งวัสดุที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาคือ บ้านโครงสร้างเหล็ก ยุคสมัยผ่านไปสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยก็เปลี่ยนไปตามบริบทต่างๆ โครงสร้างอาคารบ้านเรือนก็เช่นกัน จากโครงสร้างไม้ สู่โครงสร้างคอนกรีต จนมาถึงบ้านโครงสร้างเหล็ก
ปัจจุบันวัสดุที่นิยมเลือกปลูกสร้างโครงสร้างบ้านก็จะเป็น บ้านโครงสร้างเหล็ก และคอนกรีต ส่วนโครงสร้างไม้ไม่เป็นนิยมด้วยปัจจัยในเรื่องความแข็งแรงและการเสื่อมสภาพ ซึ่งวัสดุทั้งสองชนิดก็มีข้อดี-ข้อด้อยแตกต่างกัน
•เลือกโครงสร้างเหล็ก ให้เหมาะกับบ้าน
•เหตุผลดีๆ ที่คุณต้องใช้โครงสร้างเหล็ก
ครั้งนี้เราจึงอยากจะพาไปรู้จักเกี่ยวกับบ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและบ้านโครงสร้างเหล็ก ให้มากขึ้น สำหรับใครที่กำลังเก็บเงินจะปลูกบ้านแต่ชั่งใจว่าจะเลือกสร้างบ้านแบบไหนดี เป็นตัวตัดสินใจให้ผู้อ่านกัน
บ้านโครงสร้างเหล็ก

นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่เบื่อบ้านปูนและบ้านไม้กันแล้ว ปัจจุบันมีทางเลือกที่สามารถใช้เหล็กรูปพรรณสร้างบ้านได้เกือบทั้งหลัง โดยนำมาเชื่อมต่อกันเป็นเสา คาน โครงรับพื้น โครงหลังคา และโครงผนัง ซึ่งมีให้เลือกหลายรูปร่างหน้าตัด เช่น สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า เหล็กรูปตัวซี เหล็กตัวซีรางน้ำ เหล็กฉาก เป็นต้น ซึ่งจุดเด่นของเหล็กคือ เป็นวัสดุสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงงานมาอยู่แล้ว จึงได้มาตราฐานดีกว่าปูนหรือไม้ อีกทั้งยังประหยัดเวลาการก่อสร้างได้ดีกว่างานคอนกรีตเสริมเหล็กเท่าตัวเลยทีเดียว

บ้านโครงสร้างเหล็ก
ข้อดี
- ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง เพราะแต่ละโครงสร้างถูกผลิตมาจากโรงงานแล้ว พอถึงหน้างานจึงเสมือนแค่ประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เท่านั้น
- มีความแข็งแรงไม่ต่างกับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเท่าไหร่
- สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ปลูกสร้างได้ยากมีข้อจำกัดสูงได้ดีกว่าการสร้างบ้านคอนกรีต
- เสาคานเหล็กมีขนาดเล็กทำให้ภายในบ้านโล่งกว้างไม่มีส่วนของเสาหรือคานโผล่ซึ่งทำให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ง่าย
- การเดินระบบอย่าง เดินท่อประปา เดินท่อร้อยสายไฟ สามารถทำได้ง่าย
- ผู้ที่ชื่นชอบความดิบเปลือย การโชว์เนื้อวัสดุ หรือการตกแต่งบ้านสไตล์ Loft, Industrial บ้านโครงสร้างเหล็กเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ข้อเสีย
- งบประมาณค่อนข้างสูง เนื่องด้วยวัสดุมีราคาสูง ทำให้ต้นทุนวัสดุมีราคาแพงกว่าบ้านที่ก่อด้วยวัสดุอื่นประมาณ 30%
- บริษัทที่รับสร้างมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ อีกทั้งช่างผู้เชี่ยวชาญยังหาได้ค่อนข้างยาก
- ความยากของการสร้างบ้านโครงสร้างเหล็กคือ การเชื่อม จำเป็นต้องให้ช่างที่มีความชำนาญสูงในการดูแลงาน
- มีค่าบำรุงรักษาระยะยาว ค่าทาสี ป้องกันสนิม ฯลฯ
บ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

เรียกย่อๆได้ว่า “โครงสร้าง ค.ส.ล.” ซึ่งถือเป็นที่นิยมมานานเพราะวัสดุที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าการโครงสร้างแบบอื่นๆ มีส่วนประกอบหลักคือ ปูนซีเมนต์ หิน กรวดหรือทราย และน้ำ และเสริมด้วยเหล็กเข้าไป เพราะคอนกรีตมีคุณสมบัติในการรับแรงอัดได้ดี แต่รับแรงดึงได้ค่อนข้างต่ำมาก จึงจำเป็นต้องเสริมเหล็กเข้าไปเพื่อเพิ่มคุณสมบัติแรงดึง ทำให้รับแรงของวัสดุโดยรวมได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งรับน้ำหนักได้ประมาณ 200 – 400 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สำหรับบ้านพักอาศัยและอาคารทั่วไป
ปัจจุบันโครงสร้างคอนกรีตผสมเหล็กถูกพัฒนามาต่อเนื่องด้วยคุณภาพที่ได้มาตราฐานดีกว่าเมื่อก่อน สามารถหล่อขึ้นรูปได้หลากหลายรูปแบบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีส่วนที่ต้องใช้ความชำนาญและความละเอียดรอบคอบของช่าง ทั้งในขั้นตอนเทคอนกรีต การบ่มคอนกรีต จนไปถึงการผูกเหล็กและทาบเหล็ก เพื่อให้คอนกรีตแข็งแรงเต็มประสิทธิภาพ

ข้อดี
- มีความแข็งแรง ทนทานมากกว่าบ้านโครงสร้างเหล็ก
- ทั้งปูนซีเมนต์ หิน กรวด ทราย เป็นวัสดุที่มีราถูกกว่าโครงสร้างเหล็ก จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างดี
- เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีในเมืองไทยมานานแล้ว ปัจจุบันจึงมีผู้รับเหมาและช่างที่ชำนาญอยู่มากพอสมควร จึงไม่เป็นเรื่องยุ่งยากในการติดต่อหาช่างมารับงาน
- การดูแลรักษาง่ายกว่าและถูกกว่าโครงเหล็ก ทั้งยังมีวิธีแก้ไขที่ไม่ยุ่งยาก รวดเร็วกว่า
ข้อเสีย
- ถึงแม้ปัจจุบันจะคอนกรีตสำเร็จรูปที่ช่วยประหยัดเวลาการก่อสร้าง แต่ถ้าเทียบกับโครงสร้างเหล็กแล้วก็ยังใช้ระยะเวลาการก่อสร้างมากกว่าอยู่ดี
- ค่าใช้จ่ายในส่วนวัสดุก็จริง แต่ค่าแรงช่างอาจแพง เนื่องจากต้องใช้เวลานานในการก่อสร้าง ค่าแรงช่างจึงแพงตามระยะเวลาการก่อสร้าง
- ด้านสิ่งแวดล้อมงานคอนกรีตมักทิ้งร่องรอยความสกปรกไว้บริเวณก่อสร้างมาก อีกทั้งมลพิษทางเสียงยังมากกว่างานโครงสร้างเหล็ก
- เมื่อมีงานต่อเติมจะค่อนข้างยุ่งยากกว่างานโครงสร้างเหล็ก
- เมื่อมีน้ำหนักมาก จึงจำเป็นต้องใช้เสาเข็มจำนวนมากในการรับน้ำหนัก ค่าวัสดุก็เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นบ้านโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงสร้างเหล็ก อยากให้เจ้าของบ้านลองตั้งเป็นข้อๆ แล้วตอบตัวเองว่าต้องการแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ การดูแลรักษาหลังจากสร้างเสร็จ ด้านการออกแบบ แล้วลองตัดสินใจกันดูครับ เพราะแต่ละแบบก็มีข้อดี-ข้อด้อยแตกต่างกันไป แต่สำคัญที่สุดคือ ความมั่นคงแข็งแรง ดังนั้นควรให้วิศวกรตรวจสอบความแข็งแรงทั้งระหว่างงานก่อสร้างและหลังจากก่อสร้างเสร็จอย่างละเอียดจะดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ baanlaesuan.com
โดย saweang | ก.ค. 10, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
แบบบ้านหลังเล็ก ๆ ที่สร้างจากโครงเหล็ก ด้วยงบเพียงไม่เกิน 2 แสนบาท จะออกมาน่ารักน่าอยู่แค่ไหน ต้องไปชมรีวิวนี้กัน..
เพราะบ้านสมัยนี้ราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบเอื้อมไม่ถึง หากมีที่ดินเพียงน้อยนิดหรืองบจำกัดแบบสุด ๆ คงไปไม่ถึงฝั่งฝันกับเขาสักที วันนี้เราก็เลยขอนำเอารีวิวน่ารัก ๆ บ้านโครงเหล็กหลังเล็ก ที่ถูกสร้างขึ้นโดยใช้งบแค่ไม่ถึง 2 แสนบาท จาก คุณหาญศึก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ซึ่งปรับเปลี่ยนจากพื้นที่เล็ก ๆ ให้กลายมาเป็นบ้านพักอาศัย เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนงบน้อย มีไอเดียในการสร้างบ้านขนาดเล็ก ๆ อยู่แบบพอเพียงกันนะคะ
ลองจ้างทำบ้านโครงเหล็กหลังน้อยกับงบไม่เกินสองแสน โดย คุณหาญศึก
ขอแบ่งปันประสบการณ์ของผมกับแผนการที่อยากต่อเติมบ้านหลังเล็ก ๆ ของผม ที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยครับ ด้วยงบประมาณที่จำกัด แต่อยากต่อเติมออกจากหลังเดิม ซึ่งเป็นบ้านตูบหลังเล็ก ๆ แบบร้านกาแฟสด ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ครัว โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กระเบื้องอดามัส ที่สร้างมาแล้วเกือบ 10 ปี ออกมาเป็นหลังเล็ก ๆ เท่ากันอีกสักหลัง
แต่หากดูจากงบประมาณหลังเดิมซึ่งใช้งบประมาณไปประมาณ 4 แสนกว่าในสมัยนั้น กับค่าเงินในปัจจุบัน หากทำด้วยวัสดุเหมือนเดิม ยังสงสัย 5 แสนจะเอาอยู่หรือเปล่า ไปดูบ้านหลังน้อย ๆ ที่เขาทำขาย เป็นโครงเหล็กฝาไม้เทียมก็ดูเข้าที แต่แบบมันไม่เข้ากับบ้านเดิมเลย จึงได้แต่ยั้งใจรี ๆ รอ ๆ สุดท้ายได้คุยกับช่างที่เข้ามาทำบ้านหลังใหญ่ใกล้ ๆ กัน แกเลยรับทำบ้านโครงเหล็กที่มีลักษณะเข้ากับบ้านเดิมให้
ที่เชียงใหม่บ้านไม่เกิน 2 ชั้น ด้วยโครงสร้างเหล็กก่อสร้าง ไม่ต้องตอกเสาเข็มครับ แต่เราจะขุดหลุมเทปูนเป็นฐานแผ่ครับ แต่ในเขตภาคกลางตอนล่างต้องตอกครับ เพราะเป็นดินอ่อน

นี่คือบ้านหลังเล็กตอนสร้างใหม่ ๆ เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วครับ อยู่กัน 2 คน ตา-ยาย ตอนนั้นทำเบ็ดเสร็จ 4 แสนกว่า เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายนอกตีไม้เทียมเพราะชอบบรรยากาศบ้านไม้ เราเรียกกันว่า “ตูบน้อย” ครับ แต่ฝรั่งผ่านมาชอบเรียก ดอลลี่เฮาส์ คงหมายถึงบ้านตุ๊กตามั้งครับ
ทีแรกก็นึกว่าทำให้ทรงเหมือนกันแต่อยู่ข้าง ๆ คุยไปคุยมาสรุปว่าให้อยู่เยื้องกันดีกว่า แถมช่างบอกให้ทำเชื่อมกันด้วยจะเหมือนบ้านหลังเดียวกัน คุยไปร่างแบบไปด้วยปากกาธรรมดานี้แหละ ผลสุดท้ายได้สรุปแบบจากเหล่า “สถาปเม้าท์” ทั้งหลายอย่างที่เห็น
สอบถามราคา แกว่า 1.6 แสนละกัน โครงเหล็ก หลังคากระเบื้องแบบเดิม ด้านนอกกรุไม้เทียม พื้นปูกระเบื้อง เลยตัดสินใจทำ
ไม่กี่วันเริ่มงานเลย ใช้ช่าง 2-3 คน ขุดหลุมเทปูนทำฐานเสา ให้ฐานเสาปูนพ้นพื้นขึ้นมากันเสาเหล็กผุ
วัสดุหลักเหล็กก่อสร้าง และเหล็กรูปพรรณ ขนาดต่าง ๆ
ขึ้นโครงแล้วเกิดความเสียดายเสาไม้ ที่เดิมเป็นเสาหลังคากันสาด เลยอยากเก็บไว้ ช่างยืนมองเกาหัวพักใหญ่แล้วพยักหน้าว่า..ได้เลยพี่
ใช้เวลาไม่กี่วัน ก็ได้เห็นโครงหลังคาเหล็กแล้วชื่นใจ
ประมาณ 2-3 อาทิตย์ ก็เห็นโครงฝาบ้าน ไวทันใจดีจริง ๆ
อาทิตย์ที่ 4 วงกบเสร็จและใส่ประตู-หน้าต่าง พร้อมเริ่มตีฝาด้านนอกใช้เวลา 2-3 วัน
ปัญหาเริ่มเกิด กระเบื้องตราเพชร รุ่นอดามัส รุ่นเดียวกับหลังเก่า “ต้องสั่งเท่านั้น” ทำไงดี ประชุมเครียด ทีแรกจะเอารุ่นอื่นแทน แต่มันดูไม่เข้ากับของเดิมเท่าไร แถมหลังคาดันออกแบบเชื่อมกันด้วย ส่งม้าเร็วตระเวนทั่วเชียงใหม่ ร้านไหนได้เร็วสุด ตกลงรอ 3 อาทิตย์กว่า รอก็รอ เอาถูกใจดีกว่าเพราะบ้านเราอยู่กันนาน
ไชโย…ได้กระเบื้องมาแล้ว…มุงเลย ๆ
เก็บรายละเอียดด้านนอก กรุด้านใน อืมมม….พอดูได้
ด้านในปูกระเบื้องลายไม้ (ชอบไม้ แต่กลัวปลวกครับ) อ้อ ! ลืมบอก หลังนี้มี 2 ห้องครับ ไม่มีห้องน้ำ ห้องน้ำใช้ภายนอกบ้าน
เสร็จแล้วดูกลมกลืนกับหลังเก่ามากครับ
ช่วงต่อบ้านมีทางเดินเล็ก ๆ นั่งกินกาแฟ ทำงาน พร้อมชมต้นไม้ได้ ห้องน้ำทำแยกออกมาจากตัวบ้านเหมือนบ้านสมัยก่อนตอนผมเด็ก ๆ เป็นห้องน้ำที่มีอยู่แล้วแต่เดิม
ค่าใช้จ่ายหลักคุมอยู่ที่ 180,000 บาท แต่จะมาบานปลายตรงมาซ่อมหลังเก่าที่ปลวกขึ้นยันโครงฝ้า เลยให้รื้อมาทั้งหมด ทำสีใหม่ทั้งภายนอกภายใน บานไปอีกประมาณ 80,000-100,000 บาทครับ สรุปราคาถูกกว่าบ้านสำเร็จ ได้แบบตามใจเรา แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการทำ กับรอกระเบื้องหลังคาอีก 3 อาทิตย์ครับ
เอามาให้ดูครับเผื่อท่านใดอยากต่อเติมบ้านในราคาประหยัด ผมว่าบ้านโครงเหล็กเป็นทางเลือกที่ดี ความทนทานผมวางแผนว่า ทุก 5 ปี จะทาสีส่วนโครงเหล็กใต้ถุนกับส่วนที่เป็นเสาครับ ผมทำใต้ถุนโล่งสูง 1 เมตร ไว้เพื่อการบำรุงรักษา จะดูซิว่ามันจะทนอยู่ได้สักเท่าไร ป.ล.บ้านหลังนี้ผ่านช่วงแผ่นดินไหวใหญ่ที่เชียงรายมาแล้ว โดยไม่มีอะไรเสียหายเลยครับ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณหาญศึก สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
โดย saweang | ก.ค. 10, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
คุณอิ๋มเป็นนักออกแบบ และผู้สร้าง studiomake และยังเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบ คณะศิลปะและออกแบบมหาวิทยาลัยรังสิต โดยสตูดิโอนี้เป็น บ้านสตูดิโอ ที่ทำงานออกแบบทั้งด้านสถาปัตยกรรม ออกแบบภายใน เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์สำหรับการออกแบบบ้านของตัวเอง
บ้านสตูดิโอ หลังนี้คุณอิ๋มเลือกรูปแบบสถาปัตยกรรมเหล็ก ที่ดูเบาลอยเหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทยเน้นความโปร่งโล่ง มีช่องเปิดมากพอเพื่อระบายอากาศร้อน โดยออกแบบโครงสร้างเผื่อไว้สำหรับรับรองการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่เป็นอาคารสำนักงานทั้งหลัง เป็นบ้านพักอาศัยทั้งหลัง และยังทำเป็นสำนักงานชั้นล่างและบ้านพักอาศัยชั้นบน ระยะของเสาที่เหมาะสมคือกว้างประมาณ 5 เมตร นี้ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนผังตามการใช้งานที่เปลี่ยนไปได้ง่าย ซึ่งเจ้าของบ้านก็เลือกทำบ้านหลังนี้แบบเป็นโฮมออฟฟิศ เป็นตัวอย่างแบบบ้านของใครหลายคนที่ต้องการ สร้างบ้านที่มีโครงสร้างเหล็กหลัก






เจ้าของ – ออกแบบ : Studiomake โดยคุณอรพรรณ สาระศาลิน แชเฟอร์ และคุณเดวิด แชเฟอร์
เขียน : เอกราช ลักษณสัมฤทธิ์
ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข
สไตล์ : ภควดี พะหุโล
เรียบเรียง : ดุษยา สุขวราภิรมย์
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ baanlaesuan.com
โดย saweang | ก.พ. 7, 2019 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
“อุตตม” ประสานเอกชนเร่งทำแผนแม่บทอุตสาหกรรมเหล็กไทย หนุนผลิตเหล็กเกรดพิเศษรองรับอุตสาหกรรมชั้นสูง เล็งพื้นที่ “โคราช-ขอนแก่น” ส่งเสริมลงทุนสร้างผลิตรถไฟ รองรับการขยายตัวระบบราง
ด้าน“โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล” ลงทุน 6.7 พันล้านบาท ผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษรายแรกของไทย ชี้อีอีซีหนุนความต้องการใช้เหล็กสูงขึ้น ตั้งเป้าปีหน้ากำลังการผลิต 3.5 แสนตันต่อปี
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมโรงงาน บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กเกรดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมชั้นสูง ว่า อุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ เป็นวัตถุดิบสำคัญทั้งในอุตสาหรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมยานยนต์ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่รัฐบาลส่งเสริมไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ชั้นสูง จึงจำเป็นต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตวัสดุชั้นสูงควบคู่กันไปด้วย
“การยกระดับอุตสากรรมภายในประเทศ จะต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนวัตถุดิบชั้นสูงไปจนถึงผู้ผลิตปลายน้ำที่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่กันไปด้วย ซึ่งจะต้องยกระดับห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดไปสู่ระบบดิจิทัล ให้เติบโตขึ้นไปได้ โดยรัฐบาล และภาคเอกชนจะเร่งเดินหน้าดึงนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

ดึง ส.อ.ท. วางแผนระยะยาว
ส่วนการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กนั้น ได้มอบหมายให้กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดทำร่างแผนแม่บทอุตสาหกรรมเหล็กของไทย เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะต้องมองทั้งระยะสั้น กลาง และยาว 5-10 ปี และจะต้องลงลึกในรายละเอียดว่าในแต่ละปีจะทำอะไร รวมทั้งจะต้องมุ่งสู่การวิจัยใช้เทคโนโลยีภายในประเทศมากขึ้น คาดว่าจะภายใน 2 สัปดาห์จะเห็นแนวทางของแผนแม่บทนี้
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟ เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบขนส่งทางรางในประเทศไทย โดยกำหนดพื้นที่ให้การส่งเสริมจะอยู่ในบริเวณจ.นครราชสีมา ไปจนถึงขอนแก่น ซึ่งจะเร่งแผนแม่บทการผลิตหัวจักรรถไฟ รถไฟฟ้า และโบกี้ ให้เสร็จภายในรัฐบาลนี้
“โคเบลโก้” ชี้อีอีซีหนุนใช้เหล็ก
นายมาซาทาคะ ชิโมซึซะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด หรือ KMS กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจเหล็กลวดเกรดพิเศษ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศไทย จึงไม่มีปัญหาด้านการแข่งขันราคาภายในประเทศ มีความได้เปรียบ และสามารถแข่งขันการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศในประเภทเดียวกัน เนื่องจากบริษัทสามารถผลิตและจำหน่ายได้ในราคาที่ต่ำกว่าการนำเข้า รวมทั้งบริษัทยังได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้วย ส่งผลให้บริษัทมีศักยภาพในการขยายกำลังการผลิต และตลาดได้อย่างเต็มที่
ประกอบกับการที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันอีอีซี เพื่อดึงดูดการลงทุน สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากทางผู้ผลิต อุตสาหกรรมยานยนต์ ขยายการลงทุนมาลงในพื้นที่ อีอีซีมากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิต 160,000 ตันต่อปี ส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นการผลิตเหล็กเหล็กลวดเกรดธรรมดา และราว 20-30% เป็นการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษ โดยปีหน้าตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตเป็น 350,000 ตันต่อปี พร้อมกับการเพิ่มสัดส่วนการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษกว่า 30% หรือประมาณ 10,000 ตันต่อเดือน และคาดว่าจะขยายกำลังการผลิตเป็น 400,000 ตันต่อปีได้ภายในปี 2563
เน้นผลิตเหล็กเกรดพิเศษ
นอกจากนี้ KMS เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทมิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกเบ สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กลวดเกรดพิเศษรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย จากในอดีตนำเข้าจากต่างประเทศ 100% โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ อาทิ ยางรถยนต์ เครื่องยนต์ สปริง น็อต สกรู โชคอัพ suspension เป็นต้น
“ปีนี้การผลิตของบริษัทยังเป็นเหล็กลวดเกรดธรรมดา สำหรับเหล็กลวดเกรดพิเศษได้ผลิตและส่งให้ลูกค้าทดลองสินค้าแล้วเฉลี่ย 3,000 ตันต่อเดือน ซึ่งนับว่าได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี บริษัทฯจึงได้มีแผนที่ขยายสัดส่วนการผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น รวมถึงประเทศจีนที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดและความเป็นไปได้”
วางแผนส่งออกเหล็กปีหน้า
นายธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ ประธานกรรมการบริหารร่วม บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด กล่าวว่า จากการเร่งขยายกำลังการผลิตทั้งเหล็กลวด และเหล็กลวดเกรดพิศษ ทำให้คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2561 คาดว่าจะมีรายได้ 3,000 ล้านบาท ปี 2562 คาดว่าจะอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท และในปี 2563 จะเพิ่มไปที่ 8,000 ล้านบาท
โดย KMS มีเป้าหมายที่จะให้ไทยลดการนำเข้าเหล็กลวดเกรดพิเศษให้ได้ 100% และเป็นฐานการผลิตส่งไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียน คาดว่าจะเริ่มส่งออกได้ในช่วงกลางปีหน้า โดยจะเริ่มส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซียก่อน จากนั้นจะขยายไปยังเวียดนาม และมาเลเซีย เนื่องจากประเทศเหล่านี้เป็นลูกค้าของบริษัท โกเบ สตีล จำกัด มานาน จึงขยายตลาดไปสู่ประเทศเหล่านี้ได้ไม่ยาก
นอกจากนี้ การที่โครงการ อีอีซี เกิดขึ้น ทำให้ยอดขายเหล็กของ KMS เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 10% โดยก่อนหน้าที่โครงการ อีอีซี จะเกิด คาดว่าจะมียอดขายเดือนละ 1.5-1.8 หมื่นตันต่อเดือน แต่จากการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมในอีอีซี ทำให้ปรับประมาณการณ์ใหม่เป็น 2 หมื่นตันต่อเดือน ซึ่งปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะเกิดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
สำหรับ บริษัท โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) ผู้ชำนาญในการผลิตเหล็กและเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีผลิตเหล็กที่คำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และคุณภาพเหล็กที่ได้มาตรฐาน และ บริษัท โกเบ สตีล จำกัด ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น มีความชำนาญในการผลิตเหล็กเกรดพิเศษ เพื่อจำหน่ายให้กับบริษัทยานยนต์ชั้นนำ ทุนจดทะเบียน 2.83 พันล้านบาท เงินลงทุน 6.79 พันล้านบาท เริ่มดำเนินการผลิตเหล็กลวดเกรดธรรมดาตั้งแต่ปี 2559 และเริ่มผลิตเหล็กลวดเกรดพิเศษในปี 2561
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ