google.com, pub-1539147387772263, DIRECT, f08c47fec0942fa0
เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)

มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น ตีนไก่ ตีนเป็ด แผ่นลาย เหล็กลายดอก โดยเหล็กแผ่นลาย ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อแกร่ง ด้วยการนำไปหล่อ หรือรีดร้อน ทำให้มีลวดลายที่ชัดเจน สวยงาม มีความแข็งแรง ทนทาน และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ เป็นเกรด SS400, HR1 โดยเหล็กเผ่นลาย มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นผิวเป็นลวดลายนูนคล้ายเมล็ดข้าว เพื่อป้องกันการลื่น และน้ำขัง มีขนาดความหนาให้เลือกตั้งแต่ 2 – 9 มม.

การนำไปใช้งาน

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate) เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วๆ ไป นิยมนำไปใช้ในงานทำพื้นรถยนต์ พื้นรถบรรทุก ใช้ทำพื้นบันไดเพื่อกันลื่นล้มตามออฟฟิส สำนักงาน หรือพื้นบันไดรถบรรทุก หรือพื้นทางเดินเท้าตามไซต์งานก่อสร้าง งานที่ต้องการความคงทนถาวร

ประโยชน์ของการใช้งานเหล็กชุบกัลวาไนซ์

ประโยชน์ของการใช้งานเหล็กชุบกัลวาไนซ์


ประโยชน์ของการใช้งานเหล็กชุบกัลวาไนซ์

galvanized-steel
เหล็กชุบกัลวาไนซ์ (Galvanized steel) คือ เหล็กที่ผ่านการชุบสังกะสีเป็นกระบวนการของการเคลือบเหล็กและเหล็กกล้าด้วยชั้นของสังกะสี
1. มีพื้นผิวที่สะอาดและการทำความสะอาดพื้นผิวได้ง่าย
2. ทนต่อการกัดกร่อนอย่างน้อย 50 ปี และไม่ต้องบำรุงรักษา
3. ค่าใช้จ่ายโดยรวมต่ำสุดเมื่อเทียบการป้องกันสนิมแบบอื่น ๆ





ชนิดของเหล็กต่างๆและการเลือกใช้งานให้เข้ากับการทำงาน

ชนิดของเหล็กต่างๆและการเลือกใช้งานให้เข้ากับการทำงาน

ชนิดของเหล็กต่างๆและการเลือกใช้งานให้เข้ากับการทำงาน

เราสามารถแบ่งเหล็กออกเป็นกลุ่มกว้างๆได้ 2 กลุ่ม โดยพิจารณาจากปริมาณของธาตุคาร์บอนที่มีอยู่ในเหล็ก โดยแบ่งออกได้เป็น
เหล็กหล่อ คือเหล็กที่มีปริมาณธาตุคาร์บอนมากกว่า 1.7% หรือ 2% ซึ่งเหล็กชนิดนี้จะขึ้นรูปได้ด้วยวิธีหล่อเท่านั้นเพราะปริมาณคาร์บอนที่สูงทำให้โครงสร้างมีคุณสมบัติที่แข็งแต่เปราะจึงไม่สามารถขึ้นรูปด้วยวิธีการรีดหรือวิธีทางกลอื่นๆได้ เรายังสามารถแบ่งย่อยเหล็กหล่อออกได้อีกหลายประเภท โดยพิจารณาจากโครงสร้างทางจุลภาค กรรมวิธีทางความร้อน ชนิดและปริมาณของธาตุผสม ได้แก่
• เหล็กหล่อเทา (grey cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่มีปริมาณคาร์บอนและซิลิคอนสูง ทำให้มีโครงสร้างคาร์บอนอยู่ในรูปของกราฟไฟต์
• เหล็กหล่อขาว (white cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่มีปริมาณซิลิคอนต่ำกว่าเหล็กหล่อเทา ทำให้ไม่เกิดโครงสร้างคาร์บอนในรูปกราฟไฟต์ โดยคาร์บอนจะอยู่ในรูปคาร์ไบด์ของเหล็ก (Fe3C) ที่เรียกว่า ซีเมนไตต์ เป็นเหล็กที่มีความแข็งสูงทนการเสียดสี แต่จะเปราะ
เหล็กหล่อกราฟไฟต์กลมหรือเหล็กหล่อเหนียว (spheroidal graphite cast iron, ductile cast iron) เป็นเหล็กหล่อเทาที่ผสมธาตุแมกนีเซียมและหรือธาตุซีเรียมลงไปในน้ำเหล็ก ทำให้กราฟไฟต์ที่เกิดเป็นกลุ่มและมีรูปร่างกลม ซึ่งส่งผลถึงคุณสมบัติทางกลในทางที่ดีชึ้น
• เหล็กหล่ออบเหนียว (malleable cast iron) เป็นเหล็กหล่อขาวที่นำไปอบในบรรยากาศพิเศษเพื่อทำให้คาร์บอนในโครงสร้างคาร์ไบด์แตกตัวออกมารวมกันเป็นกราฟไฟต์เม็ดกลม และทำให้เหล็กรอบๆที่มีปริมาณคาร์บอนลดลงปรับโครงสร้างกลายเป็นเฟอร์ไรต์และหรือเพิร์ลไลต์ เหล็กชนิดนี้จะมีความเหนียวดีกว่าเหล็กหล่อขาว แต่จะด้อยกว่าเหล็กหล่อกราฟไฟต์กลมเล็กน้อย

เหล็กหล่อโลหะผสม (alloy cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่เติมธาตุผสมอื่นๆลงไปในปริมาณที่ค่อนข้างมาก เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติเฉพาะด้านให้ดียิ่งขึ้น เช่นเติมนิกเกิลและโครเมียมเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติด้านทนการเสียดสีและทนความร้อน เป็นต้น
• เหล็กกล้า คือเหล็กที่มีปริมาณธาตุคาร์บอนน้อยกว่า 1.7% หรือ 2% เหล็กชนิดนี้มีความเหนียวมากกว่าเหล็กหล่อทำให้สามารถทำการขึ้นรูปโดยใช้กรรมวิธีทางกลได้ ทำให้เหล็กชนิดนี้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง จึงพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เหล็กโครงรถยนต์ ท่อเหล็กต่างๆ ฯลฯ  เหล็กกล้าสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
• เหล็กกล้าคาร์บอน (carbon steel) เป็นเหล็กที่มีคาร์บอนเป็นส่วนผสมหลัก โดยอาจมีธาตุอื่นผสมอยู่บ้างแต่ไม่ได้เจาะจงจะผสมลงไป มักติดมาจากกรรมวิธีการถลุงและการผลิต เราสามารถแบ่งย่อยกว้างๆออกได้ 3 ประเภทโดยพิจารณาตามปริมาณของธาตุคาร์บอนที่ผสม คือ
• เหล็กคาร์บอนต่ำ (low carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำกว่า 0.2% เหล็กชนิดนี้มีความแข็งแรงต่ำสามารถรีดหรือตีเป็นแผ่นได้ง่าย ตัวอย่างเหล็กเช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่นที่ใช้กันทั่วไป
• เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง (medium carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนอยู่ระหว่าง 0.2-0.5% เป็นเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงกว่าเหล็กคาร์บอนต่ำ ใช้ทำชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลทั่วไป เหล็กประเภทนี้สามารถทำการอบชุบความร้อนได้
• เหล็กกล้าคาร์บอนสูง (high carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่า 0.5% มีความแข็งแรงและความแข็งสูง สามารถทำการอบชุบความร้อนให้คุณสมบัติความแข็งเพิ่มขึ้นได้ ใช้ทำพวกเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่ต้องการผิวแข็งและความต้านทานการสึกหรอสูง
• เหล็กกล้าผสม (alloy steel) เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนที่มีธาตุอื่นผสมอยู่อย่างเจาะจงเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงคุณสมบัติต่างๆ เช่น ความสามารถในการชุบแข็ง (hardenability) ความต้านทานการกัดกร่อน คุณสมบัติการนำไฟฟ้าและคุณสมบัติทางแม่เหล็กเป็นต้น ธาตุผสมที่เติมลงไป เช่น โครเมียม นิกเกิล โมลิบดินัม วาเนเดียม โคบอลต์ แมงกานีสและซิลิคอน โดยแมงกานีสและซิลิคอนจะต้องมีปริมาณมากพอสมควรจึงจะจัดได้ว่าเป็นเหล็กกล้าผสม เพราะในเหล็กกล้าคาร์บอนก็มีปริมาณธาตุทั้งสองผสมอยู่พอสมควร เราสามารถแบ่งย่อยกว้างๆออกได้ 2 ประเภทโดยพิจารณาตามปริมาณของธาตุผสม คือ
• เหล็กกล้าผสมต่ำ (low alloy steel) เป็นเหล็กกล้าผสมที่มีปริมาณธาตุผสมน้อยกว่า 10%
• เหล็กกล้าผสมสูง (high alloy steel) เป็นเหล็กกล้าผสมที่มีปริมาณธาตุผสมสูงกว่า 10%



ข้อเสียของโครงสร้างเหล็กกับการสร้างบ้าน

ข้อเสียของโครงสร้างเหล็กกับการสร้างบ้าน

ข้อเสียของโครงสร้างเหล็กกับการสร้างบ้าน

ข้อเสีย ที่เห็นเด่นชัด ก็คือ ปัจจุบันโครงสร้างเหล็กยังมีราคาค่อนข้างแพง (ประมาณ 10-15%) หากเปรียบเทียบกับโครงสร้างคอนกรีต และนอกจากนั้น ช่างเหล็กที่มีความชำนาญจริงๆ ยังมีน้อย และปัญหาการกันสนิม และกันไฟ โครงสร้างเหล็กจะแพ้ 2 อย่างนี้ คือสนิมกับไฟครับ แต่ว่าอนาคต เหล็กจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และข้อได้เปรียบเรื่องเวลาในการก่อสร้างที่รวดเร็ว ส่วนในเรื่องที่เกี่ยวกับความแข็งแรงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แข็งแรงดีครับ

03-steel-house
Cr.ภาพ scgbuildingmaterials.com

นอกจาก นั้นสิ่งที่ผู้อ่านควรรู้ เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างเหล็กก็คือ
– บ้านโครงสร้างเหล็กต้องใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนเป็นโครงสร้างหลักคือเสาและคาน
– บ้านโครงสร้างเหล็กต้องระวังปัญหาเรื่องการแตกร้าวโดย

1) ต้องเชื่อมเหล็กกลม (เหล็ก 2 หุน) ติดกับเสาเหมือนหนวดกุ้งเป็นระยะ

2) ผสมปูนกับน้ำยาเชื่อมประสาน (พวก Bonding Agent) เพื่อสลัดดอกบนผิวหน้าสัมผัสของ เสา/คาน ให้ผิวขรุขระ เพิ่มการยึดเกาะให้ดียิ่งขึ้น

3) ใช้ตะแกรงลวดปิดทับบริเวณรอยต่อของเสากับผนัง

Cr. homeloverthai

ดุ้งเหล็ก

ดุ้งเหล็ก

ดุ้งเหล็ก

ดุ้งเหล็ก คือ การดัดเหล็กเส้นกลมหรือเหล็กข้ออ้อยที่ใช้เป็นเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้งอแคบลง ตามขนาดหน้าตัดโครงสร้างที่เปลี่ยนไป  มักใช้กับเหล็กยืนในเสาที่มีหน้าตัดเสา เล็กลงในพื้นชั้นบน เช่น เสาชั้นล่างมีขนาดหน้าตัด 0.20×0.20 ม.

ส่วนเสาชั้นบนมีขนาดหน้าตัด 0.15×0.15 ม. เป็นต้น  นอกจากนี้ยังใช้การดุ้งเหล็กในการทาบเหล็ก เสริมภายในคานเพื่อให้คงตำแหน่งเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเสริมอีกด้วย   รูปแบบในการดุ้งเหล็กควรอยู่ภายใต้การออกแบบและคำแนะนำจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น  เพื่อให้โครงสร้างอาคารมีความปลอดภัยและถูกต้องตามมาตรฐาน

ภาพ: ลักษณะการดุ้งเหล็กที่เสา

Cr: https://www.scgbuildingmaterials.com

อุตสาหกรรมเหล็กโล่ง! เริ่มเห็นแสงสว่าง

อุตสาหกรรมเหล็กโล่ง! เริ่มเห็นแสงสว่าง

อุตสาหกรรมเหล็กโล่ง! เริ่มเห็นแสงสว่าง

ปี 2560 เหมือนจะเป็นปีที่ทำให้ผู้ประกอบการในแวดวงอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ มีความหวังมากขึ้น วัดจากภาพรวมของราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มขยับราคาสูงขึ้น

อีกทั้งมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติกฎหมายป้องกันการหลบเลี่ยงพิกัดเหล็ก คาดว่าภายในปี2560 น่าจะปฏิบัติได้ จะทำให้ผู้นำเข้าเหล็กที่ชอบหลบเลี่ยงภาษี เลี่ยงพิกัดมีความยากลำบากในการนำเข้าแบบผิดกฎหมายมากขึ้น อีกทั้งถือเป็นการทิ้งทวนข่าวดีปลายปี ที่กระทรวงพาณิชย์ ลงนามให้มีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(เอดี) สำหรับสินค้าหลอดและท่อทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลีเป็นการชั่วคราวแล้ว รวม 26 พิกัดเป็นเวลา 4 เดือน(กลางพ.ย.2559-กลางมี.ค.2560) ก่อนที่จะประกาศใช้ต่อไป หลังพบว่าทั้ง 2 ประเทศส่งสินค้าดังกล่าวมาทุ่มตลาดและก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ส่งสินค้าเหล็กเกือบทุกประเภทเข้ามาตีตลาดอย่างรุนแรงในช่วง2-3ปีมานี้ ล่าสุด”ฐานเศรษฐกิจ”สัมภาษณ์พิเศษนายฐิติกร ทรัพย์บุญรอด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แอล พี เอ็น เพลทมิล จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ประกอบการผลิตเหล็กแผ่นที่ได้รับผลกระทบ เปิดใจถึงทิศทางอุตสาหกรรมเหล็ก ความหวัง และโอกาสที่จะเกิดขึ้นในปี2560

ทิศทางอุตสาหกรรมเหล็กปี 2560

นายฐิติกร ฉายภาพใหญ่ก่อนถึงต้นเหตุที่ทำให้ผู้ผลิตทุกรายในประเทศไทยน้ำตาร่วงว่า จีนตัวการใหญ่ที่ทำให้วงการเหล็กปั่นป่วนมาต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากจีนเป็นประเทศเดียวที่มีกำลังผลิตจริงกว่า 800 ล้านตัน เกินครึ่งของกำลังผลิตโลกที่มี 1,300-1,400 ล้านตัน จากกำลังผลิตปัจจุบัน จีนใช้สำหรับบริโภคภายในประเทศ 600 ล้านตัน และอีกกว่า 200 ล้านตันเป็นส่วนเกินที่ส่งออกมาขายทั่วโลกและเวลานี้เชื่อว่า จีนกำลังได้รับผลกระทบจากการทุ่มราคาเหล็กออกมานอกบ้านแล้ว และเห็นแล้วว่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมาโรงงานผลิตเหล็กจากจีนก็ได้รับผลกระทบจากการทุ่มราคาเหล็กออกมา สะท้อนภาพ ขาดทุนไปหลายหมื่นล้านบาท ทั้งที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล “ขณะนี้รัฐบาลจีนเข้าใจแล้วว่าการทุ่มตลาดไม่ได้ทำให้ธุรกิจจีนเจริญเติบโตได้ ก็เลยหันมาใช้มาตรการตัดกำลังการผลิตลงไป จึงทำให้ราคาปรับขึ้นมาเล็กน้อย พอราคาดีทุกคนก็กลับมาผลิตใหม่ ทำให้ราคายังไม่ปรับอย่างถาวรเท่าที่ควร” อีกทั้งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาจีนก็มีการลดกำลังการผลิต ทำให้ราคาเหล็กกลับมากระเตื้องขึ้นอีก รวมถึงราคาวัตถุดิบ เช่นโค้ก ถ่านหินที่ใช้ในการถลุงเหล็ก ที่ปรับราคาขึ้นจากจากกว่า 60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันขึ้นมาเป็นกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปรับขึ้นเยอะ หรือราคา บิลเล็ต(วัตถุดิบสำหรับผลิตเหล็กเส้น) ราคาขยับจาก 300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันมาเป็น400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน สแลป(วัตถุดิบสำหรับผลิตเหล็กแผ่น)จาก 380 ดอลลาร์สหรัฐฯมาเป็น 450 ดอลลาร์สหรัฐฯจากที่ราคาวัตถุดิบยังไม่นิ่งและมีราคาสูงขึ้นทำให้ผู้ผลิตเหล็กยังไม่กล้าสั่งซื้อ ส่วนราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น จะส่งผลมาถึงราคาเหล็กชนิดต่างๆที่สูงขึ้นตามมา เช่น ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในตลาดโลกขยับขึ้นจาก450 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตันเป็น550 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ถ้าคิดเป็นกิโลกรัมเท่ากับว่าราคาขึ้นมาอยู่ที่ 19,000 บาทต่อตัน

ราคาในไทยจะปรับขึ้นช้ากว่าตลาดโลก

สำหรับราคาเหล็กในประเทศ เวลานี้ยังไม่ปรับขึ้น ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนยังคงยืนอยู่ที่1.7-1.8 หมื่นบาทต่อตัน โดยราคาจะปรับขึ้นช้ากว่าราคาในตลาดโลกอยู่ราว 1-2 เดือน และคาดว่าราคาเหล็กในประเทศจะปรับสูงขึ้นในต้นปีหน้าอีกราว 1-2 บาทต่อกิโลกรัม แต่ก็ยังยืนอยู่ที่ความยากลำบาก เพราะ 1.เหล็กภายในประเทศไทยยังมีสต็อกเหล็กเก่าอยู่ 2.จีนเปิดหน่วยลงทุนเรื่องโลหะ เหล็กในตลาดหุ้น ดังนั้นชาวบ้านที่ไม่มีส่วนร่วมในธุรกิจก็มาแห่ซื้อไว้ ทำให้ราคาสูงกว่าตลาด พอเหล็กในตลาดหุ้นสูงเกินตลาดจริงโรงงานเลยต้องขยับราคาตาม ทำให้ราคาเหล็กดังกล่าวไม่สะท้อนความเป็นจริงของดีมานด์ซัพพาย คนซื้อก็ไม่อยากซื้อเหล็กในราคาสูง เพราะราคายังแกว่งอยู่มีขึ้น มีลง อยากรอจังหวะให้ราคาถูกที่สุด อย่างไรก็ตามถือว่าปี 2558 ปี2559 ยังเป็นปีที่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศอยู่ในสภาพที่ต้องบริหารความเสี่ยงด้านการผลิต และบริหารราคาได้ยากเนื่องจากราคาวัตถุดิบไม่นิ่ง ฉะนั้นการกำหนดราคาอาจจะกำไรหรือขาดทุนจะไม่รู้ล่วงหน้า แต่ก็ยังดีกว่าปี2556-2557 ที่จะเห็นว่าราคาถอยลงมาจาก 600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลงมาเหลือ300ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งไม่มีโอกาสทำกำไร ขาดทุนอย่างเดียว “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเรียกว่าผู้ประกอบการเหล็กไม่มีโอกาสทำกำไรเลย ซึ่งตอนนั้นบรรดาเทรดเดอร์นำเข้าเหล็กมาจากจีนจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการนำเข้ามาแบบเลี่ยงพิกัด จนทำให้ไม่มีการเสียภาษีทุกอย่างทั้งภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดหรือเอดี ภาษีอากรขาเข้า ขณะที่ไทยก็ยังไม่มีมาตรการรับมือที่รวดเร็วโดยจะเห็นว่าประเทศไทยใช้เหล็กทุกชนิดรวมกัน 17 ล้านตัน แต่เป็นการใช้จากกำลังผลิตในประเทศเพียง3-4 ล้านตัน ที่เหลือเป็นการบริโภคจากการนำเข้าทั้งหมด ทำให้ผู้ผลิตเหล็กในประเทศกระทบมาก รวมถึงบริษัทด้วย”

แอล พี เอ็น เพลทมิลต้องปรับตัว ธุรกิจแอลพีเอ็น เพลทมิล ความจริงโรงงานเรามีขีดความสามารถในการผลิตได้ 4-5 แสนตันต่อปี แต่ด้วยการแข่งขันที่สูงมาก จากการมาทุ่มตลาดของจีนทำให้บริษัทผลิตเหล็กได้เพียง 1 แสนตันต่อปีเท่านั้น หนีการแข่งขันโดยมุ่งผลิตไปยังเหล็กที่เจาะเฉพาะตลาดมากขึ้น และเป็นเหล็กชนิดที่มีคู่แข่งจากการนำเข้าน้อย โดยป้อนเหล็กให้กับโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำหรับสร้างโรงไฟฟ้า และระบบโครงสร้างพื้นฐานรัฐเป็นหลัก เช่น งานก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ “ปี2556-2557 ที่เราขายขาดทุน บางปีผลิตได้เพียง 5-6 หมื่นตันเท่านั้น มาปี2559 ถือว่ายังโชคดีที่ราคาเหล็กไม่ลดลงตลอดทั้งปี ยังมีช่วงให้ทำกำไรได้ เราสามารถนำเงินไปใช้หนี้ได้ และยังสามารถดูแลพนักงานร่วม 300 คนได้ ปีหน้าหวังว่า บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ จากฐานลูกค้าหลายร้อยรายในกทม.และปริมณฑลที่มีอยู่แล้ว”

ปี 2560 พบสัญญาณใช้เหล็ก

สำหรับปี2560 เริ่มมองเห็นสัญญาณบวก เพราะมองเห็นว่าการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเริ่มขยับได้มากขึ้น มากกว่าปี2559 อีกทั้งมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติกฎหมายป้องกันการหลบเลี่ยงพิกัด คาดว่าภายในปี2560 น่าจะปฏิบัติได้ จะทำให้ผู้นำเข้าเหล็กที่ชอบหลบเลี่ยงภาษี เลี่ยงพิกัดนำเข้ายากขึ้น รวมถึงจะมีการลงทุนภาครัฐ ตรงนี้จะเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นในปีหน้าส่วนการลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคอสังหาฯหลายค่ายยังไม่มั่นใจจะเปิดโครงการใหม่ๆ แต่ต้องการระบายสต็อกเก่าเร่งขายให้หมดก่อน เช่นคอนโดมิเนียมที่สร้างแล้ว ยังไม่ปิดโครงการทำให้การบริโภคเหล็กเพื่อไปสู่ภาคที่อยู่อาศัยยังขยายตัวได้ไม่มากนัก อีกทั้งการบริโภคเหล็กยังเกิดขึ้นได้ไม่เต็มที่ เช่นเดียวกับความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลกยังไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากด้วย

“ถ้ามองในทางกลับกัน ในภาคพื้นเอเชีย เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานยังต้องขยายตัว ตรงนี้ยังถือว่าเป็นข้อดี ” แนะผู้ใช้เหล็กในงานโครงสร้างรวมกลุ่มก่อนตาย

นายฐิติกร กล่าวอีกว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้หารือกับ 7 สมาคมผู้ประกอบการเหล็ก ประกอบด้วย 1.สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย 2.สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย 3.สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น 4.สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า 5.สมาคมการค้าเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี 6.สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน 7.กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก เหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม ซึ่งมีสมาชิกรวมกันกว่า 470 บริษัท ว่าที่ผ่านมาใครกระทบเรื่องเหล็ก พอร้องเข้าไปคนนั้นได้รับการช่วยเหลือ และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ ที่ลงทุนตั้งแต่หลายพันล้านบาทไปถึงหลักหมื่นล้านบาท แต่เวลานี้มีกลุ่มผู้ใช้เหล็กที่มีการนำเข้าเหล็กที่ใช้ในงานโครงสร้างและเป็นบริษัทขนาดเล็กๆระดับหลักร้อยล้านบาทขึ้นไป ที่ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกระบวนการร้องเรียนเหล่านี้ด้วย ทั้งที่กำลังเผชิญปัญหาสู้กับเหล็กที่นำเข้าสำเร็จรูปมาจากต่างประเทศไม่ได้ และเริ่มเห็นว่ามีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม โดยการนำเข้าเหล็กสำเร็จรูปมาประกอบมากขึ้นเมื่อมาถึงไทยก็แค่ขันนอตอย่างเดียว ทำให้ผู้ใช้เหล็กที่ทำงานโครงสร้างเหล็กกระทบ จนบางรายต้องปิดกิจการไปแล้ว

“เวลานี้จะเห็นคนที่สร้างโรงงานที่เป็นกลุ่มผู้รับเหมาเหล็กไม่มีธุรกิจ ไม่มีงานทำ ปิดตัวไปมาก เพราะสามารถนำเข้าเหล็กมาประกอบได้เลย โดยเหล็กนำเข้าเหล็กโครงสร้างสำเร็จรูปเพราะไม่เสียภาษี ในขณะที่เหล็กแผ่นรีดร้อน ยังมีภาษีเอดีบางรายนำเข้ามาก็ปลอดภาษีเพราะได้รับการส่งเสริม ซึ่งจะเห็นว่ากลุ่มผู้ใช้เหล็ก หรือผู้รับจ้างสร้างโรงงานจะไม่มีแอกชันตรงนี้เลย”

จากกรณีดังกล่าวได้เสนอแนะไปในที่ประชุมสมาคมว่า เขาน่ารวมกลุ่มกัน แล้วร้องเรียนไปยังภาครัฐ ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีแต่บริษัทใหญ่ๆทำ เพราะมีความพร้อมด้านข้อมูลสนับสนุน แต่บริษัทเล็กๆอย่างกลุ่มผู้รับจ้างทำโรงงาน ทำงานโครงสร้างเหล็ก มีความไม่พร้อมสูง พอมีปัญหาก็ไปต่อไม่ได้ ต้องปิดกิจการมองว่าถ้ารัฐจะปกป้องธุรกิจในประเทศ ก็ต้องคุ้มครองทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เราถึงจะรอดไปด้วยกัน

Cr: http://www.thansettakij.com

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า