ชงครม.เคาะ7เส้น รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย

ชงครม.เคาะ7เส้น รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย

สนข.เตรียมทำแผนขยายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมส่วนต่อขยายอีก 7เส้นทาง ก่อนเสนอ ครม.เคาะเร็วๆ นี้

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนขยายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมส่วนต่อขยายอีก 7 เส้นทาง ระยะทาง 85.9 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ชั้นในและปริมณฑล ก่อนจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ สำหรับทั้ง 7 เส้นทาง คือ สายสีแดงเข้ม (รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) สายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-ศิริราช ตลิ่งชัน-ศาลายา) สายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4) สายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) สายสีเขียวเข้ม(สมุทรปราการ-บางปู) และแอร์พอร์ตเรลลิงค์ (พญาไท-สนามบินดอนเมือง) นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้ายังคงเป็นทำเลทอง ยิ่งกลางเมืองราคาที่ดินยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทให้ความสนใจพัฒนาโครงการใหม่ๆ อาทิ ปลายสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว จ.สมุทรปราการ เพราะมีทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

Cr: www.posttoday.com/economy/553291

กรมการค้าต่างประเทศ..รออะไร หรือต้องให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยพินาศไป

กรมการค้าต่างประเทศ..รออะไร หรือต้องให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยพินาศไป

กรมการค้าต่างประเทศ..รออะไร หรือต้องให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยพินาศไป

ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่บ้างที่ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าต่างประเทศขยับตัว กรณีที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กของไทย จะได้รับผลกระทบ จากกรณีที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก และ อะลูมิเนียม 25% ภายใต้ มาตรา 232 เพื่อเรียกเก็บอากรสินค้าเหล็กนำเข้าจากทั่วโลก

โดยก่อนหน้านี้…ได้ส่งหนังสือถึงผู้แทนการค้าสหรัฐ ( USTR) และนำประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับ USTR ในการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย – สหรัฐ ระหว่างวันที่ 9 – 10 เมษายนที่ผ่านมา….ซึ่งผลก็คือ…เราได้แต่ติดตามผลการพิจารณาของ USTR ว่าจะพิจารณากับไทยอย่างไร…!! ต่างจากกรณีของ… เกาหลีใต้ที่เพิ่งได้รับสิทธิ์การยกเว้นภาษีไปแล้ว…

แต่ก่อนที่เราจะรู้ผลเรื่องนี้…มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงและกังวลมากกว่า…นั่นคือสินค้าเหล็กจากประเทศต่างๆทะลักเข้ามายังประเทศไทย ….เพราะไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐได้ ….และจากรายงานสถิตินำเข้าของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย….พบว่า มีสัญญาณการนำเข้าสินค้าเหล็กที่ผิดปกติจากประเทศอิหร่าน รัสเซีย และเวียดนาม….ทั้งเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น และสินค้าเหล็กลวด….และทั้ง อิหร่าน รัสเซีย และเวียดนาม….เป็นประเทศเป้าหมายของ มาตรา 232…ของสหรัฐ….

และยิ่งน่าห่วงกว่านั้น…ก็คือยังไม่มีการกำหนด มาตรการใดๆ อย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐของไทยที่จะป้องกันการทะลักเข้าของเหล็กนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกตินี้เลย…

ต่างจากหลายประเทศที่ขณะนี้ได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการไหลทะลักเข้าของเหล็กซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อมจาก มาตรา 232 ของสหรัฐกันหมดแล้ว…. เช่น…กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศเปิดไต่สวนมาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) กับสินค้าเหล็กถึง 26 รายการสินค้า…โดย EU ประกาศว่าจะใช้เร่งรัดการไต่สวนให้เสร็จสิ้นในระยะเวลา 9 เดือนเท่านั้น….ขณะที่ตุรกีก็ดำเนินการในรูปแบบเดียวกันคือการเปิดไต่สวนมาตรการ Safeguard กับ 5 กลุ่มสินค้า ….

เห็นไหมล่ะทุกประเทศเขาสร้างกำแพงปกป้องธุรกิจในประเทศกันหมดแล้ว..ถ้ายังไม่ทำอะไรเลย…ก็แน่นอนว่าประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายของการส่งออกสินค้าเหล็กจากทั่วโลก….!! เฉพาะแค่ผลกระทบทางตรงเรื่องที่สินค้าเหล็กบางชนิดของไทยจะถูกกระทบโดยตรงจาก มาตรา 232 ของสหรัฐ…ตัวเลขเบื้องต้นก็พินาศไปแล้วเกือบ 3 พันล้านบาท…บางบริษัทตอนนี้ไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเลย…

นั่นแค่เหล็กชนิดเดียว(เข้าใจไม่ผิดก็น่าจะเป็นผู้ส่งออกเหล็กรีดเย็น)…และหากว่าเหล็กเกือบทุกชนิดทะลักเข้ามาไทย….จนเจ๊งกันทั้งระบบ…ความพินาศย่อยยับคงมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท…แรงงานไทยต้องตกงานอีกกี่หมื่นคนและคนไทยอีกกี่แสนคนที่ต้องอดตาย…นึกภาพออกไหม….!! ถึงตรงนี้…กรมการค้าต่างประเทศ…ผู้มีอำนาจในการออกมาตรการปกป้องการนำเข้า อย่างผิดปกติ..แต่กลับไม่ทำอะไรเลย….จะรับผิดชอบไหวไหม….????

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/nnd/2833662

เบาแต่แข็ง ของใหม่มาแรงแซงเหล็ก

เบาแต่แข็ง ของใหม่มาแรงแซงเหล็ก

อะลูมิเนียมเป็นวัสดุทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้น ผลพวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรีดและวัสดุศาสตร์ ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ โดยเฉพาะน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแรง

โครงสร้างกรอบอะลูมิเนียมบางเพียง 2 เซนติเมตร ผ่านการผลิตและดีไซน์พิเศษเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในการแบกรับน้ำหนักกระจกนิรภัยชนิดสุญญากาศที่หนาถึง 32 มิลลิเมตรและบานสูงสุด 6 เมตร รวมถึงรั้วบ้านสไตล์ดีไอวายตลอดจนชิ้นส่วนยานยนต์-อากาศยาน วัสดุตกแต่งและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นแนวโน้มความต้องการใช้งานอะลูมิเนียมที่เข้ามาเบียดพื้นที่วัสดุสแตนเลส ทองแดงและเหล็ก

อะลูมิเนียมเป็นวัสดุทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้น ผลพวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรีดและวัสดุศาสตร์ ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ โดยเฉพาะน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแรง ซึ่งช่วยลดน้ำหนักของรถได้ 40% ส่งผลถึงการลดใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มน้ำหนักบรรทุกให้กับธุรกิจโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100% จึงตอบเทรนด์รักษ์โลกและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วัสดุน้ำหนักเบารุกคืบทุกเซกเมนต์

บัญชุสา พุทธพรมงคล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์สตาร์เมททอล จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตอะลูมิเนียมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มีทั้งโรงหลอม โรงรีดและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า เทรนด์การประยุกต์ใช้วัสดุชนิดนี้แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการสิ่งปลูกสร้างระดับไฮเอนด์ที่ให้ความสำคัญกับการดีไซน์ ซึ่งอะลูมิเนียมสามารถตอบโจทย์ให้กับสถาปนิกได้อย่างลงตัว

“บริษัทมุ่งทำวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบวงจร ยกตัวอย่างเทรนด์ประตูหน้าต่างกระจกบานสูง 6 เมตร น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ทำอย่างไรให้เฟรมอะลูมิเนียมที่บาง 20 มิลลิเมตรรองรับน้ำหนักได้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีและความชำนาญในการดีไซน์ ทั้งยังนำเข้าโนว์ฮาวจากสวิตเซอร์แลนด์มาใช้ในกระบวนการรีดแผ่นอะลูมิเนียมให้มีทั้งความบางและแข็งแรงพอสำหรับน้ำหนักกระจก”

ประตูหน้าต่างทรงสูงไม่บดบังทิวทัศน์ภายนอก กำลังได้รับความนิยมสำหรับสิ่งปลูกบ้านสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี ถือเป็นสินค้าไฮไลท์จากการวิจัยคิดค้นที่แตกต่างจากคู่แข่ง และจะเป็นหัวหอกบุกเบิกเข้าถึงผู้บริโภคระดับเอนด์ยูสเซอร์โดยตรง โดยนำมาร่วมงาน สถาปนิก’61 ระหว่างวันที่ 1-6 พ.ค.นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ร่วมกับรั้วอะลูมิเนียมที่สามารถนำมาประกอบติดตั้งหน้างานได้ทันที โดยออกแบบชิ้นงานคล้ายการต่อเลโก้ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับช่างก่อสร้าง

นอกจากนี้ยังมีประตูหน้าต่างติดไส้กรองอากาศ เพื่อให้อากาศในบ้านหมุนเวียนหรือทำให้บ้านหายใจได้โดยไม่ต้องเปิดประตูหน้าต่าง ส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน ในอนาคตจะติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะเชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนให้ตรวจสอบสถานะว่าลืมปิดหรือไม่ หรือสั่งงานให้ปิดเปิดได้อัตโนมัติ เป็นต้น

ประตูหน้าต่างลักชัวรี

 “การคิดค้นนวัตกรรมของแบรนด์ AB&W Innovation มาจากแนวคิดการออกแบบที่ว่า ประตูหน้าต่างไม่ใช่แค่ทางเข้าออก หรือเป็นอุปกรณ์ปิดช่องลม ช่องแสงของบ้านเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดรองจากโครงสร้างอาคารที่ใช้ควบคุมพลังงานและยังสามารถสร้างบุคลิกภาพให้กับบ้านและอาคารได้ด้วย” ชญานี พินิจโสภณพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าว

มาตรฐานประตูหน้าต่างกระจกประกอบด้วย 3 ด้านคือ กันน้ำ กันลมและกันการรั่วไหลของอากาศ ในต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างมากโดยมีการทดสอบและรับรอง ซึ่งทางบริษัทส่งทดสอบทั้งมาตรฐานยุโรปและออสเตรเลีย เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นใจให้กับลูกค้าโครงการ โดยเฉพาะอาคารสูงซึ่งต้องรับแรงลมปะทะมากพิเศษกระทั่งสามารถทำให้เฟรมอะลูมิเนียมด้อยมาตรฐานโก่งงอได้

AB&W Innovation มีความพร้อมด้านทีมงานที่เชี่ยวชาญทาง “วิศวกรรมดีไซน์โครงสร้าง” โดยเฉพาะประตูหน้าต่าง ทำงานร่วมกับทีมอาร์ทไดเรคเตอร์ซึ่งดูแลด้านความสวยงามและทันสมัย ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับโครงการอสังหาฯรายใหญ่หลายราย ถือว่า 5 ปีที่ก่อตั้งมานี้ได้เรียนรู้งานครบทุกส่วนแล้ว โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10% ของตลาดลักชัวรี

“ก้าวต่อไปเรายังคงยึดแนวทางเดิมที่เป็นจุดแข็งคือ การดีไซน์และวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ขณะเดียวกันจะรุกตลาดเอนด์ยูสเซอร์เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ เช่น การร่วมงานสถาปนิก’61 ตั้งเป้ารายได้จากการเข้าร่วมงานครั้งนี้ไว้ที่ 10 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมบูธทไม่ต่ำกว่า 1,000 คน” ชญานี กล่าว

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)

มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น ตีนไก่ ตีนเป็ด แผ่นลาย เหล็กลายดอก โดยเหล็กแผ่นลาย ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อแกร่ง ด้วยการนำไปหล่อ หรือรีดร้อน ทำให้มีลวดลายที่ชัดเจน สวยงาม มีความแข็งแรง ทนทาน และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ เป็นเกรด SS400, HR1 โดยเหล็กเผ่นลาย มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นผิวเป็นลวดลายนูนคล้ายเมล็ดข้าว เพื่อป้องกันการลื่น และน้ำขัง มีขนาดความหนาให้เลือกตั้งแต่ 2 – 9 มม.

การนำไปใช้งาน

เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate) เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วๆ ไป นิยมนำไปใช้ในงานทำพื้นรถยนต์ พื้นรถบรรทุก ใช้ทำพื้นบันไดเพื่อกันลื่นล้มตามออฟฟิส สำนักงาน หรือพื้นบันไดรถบรรทุก หรือพื้นทางเดินเท้าตามไซต์งานก่อสร้าง งานที่ต้องการความคงทนถาวร

ประโยชน์ของการใช้งานเหล็กชุบกัลวาไนซ์

ประโยชน์ของการใช้งานเหล็กชุบกัลวาไนซ์


ประโยชน์ของการใช้งานเหล็กชุบกัลวาไนซ์

galvanized-steel
เหล็กชุบกัลวาไนซ์ (Galvanized steel) คือ เหล็กที่ผ่านการชุบสังกะสีเป็นกระบวนการของการเคลือบเหล็กและเหล็กกล้าด้วยชั้นของสังกะสี
1. มีพื้นผิวที่สะอาดและการทำความสะอาดพื้นผิวได้ง่าย
2. ทนต่อการกัดกร่อนอย่างน้อย 50 ปี และไม่ต้องบำรุงรักษา
3. ค่าใช้จ่ายโดยรวมต่ำสุดเมื่อเทียบการป้องกันสนิมแบบอื่น ๆ





ชนิดของเหล็กต่างๆและการเลือกใช้งานให้เข้ากับการทำงาน

ชนิดของเหล็กต่างๆและการเลือกใช้งานให้เข้ากับการทำงาน

ชนิดของเหล็กต่างๆและการเลือกใช้งานให้เข้ากับการทำงาน

เราสามารถแบ่งเหล็กออกเป็นกลุ่มกว้างๆได้ 2 กลุ่ม โดยพิจารณาจากปริมาณของธาตุคาร์บอนที่มีอยู่ในเหล็ก โดยแบ่งออกได้เป็น
เหล็กหล่อ คือเหล็กที่มีปริมาณธาตุคาร์บอนมากกว่า 1.7% หรือ 2% ซึ่งเหล็กชนิดนี้จะขึ้นรูปได้ด้วยวิธีหล่อเท่านั้นเพราะปริมาณคาร์บอนที่สูงทำให้โครงสร้างมีคุณสมบัติที่แข็งแต่เปราะจึงไม่สามารถขึ้นรูปด้วยวิธีการรีดหรือวิธีทางกลอื่นๆได้ เรายังสามารถแบ่งย่อยเหล็กหล่อออกได้อีกหลายประเภท โดยพิจารณาจากโครงสร้างทางจุลภาค กรรมวิธีทางความร้อน ชนิดและปริมาณของธาตุผสม ได้แก่
• เหล็กหล่อเทา (grey cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่มีปริมาณคาร์บอนและซิลิคอนสูง ทำให้มีโครงสร้างคาร์บอนอยู่ในรูปของกราฟไฟต์
• เหล็กหล่อขาว (white cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่มีปริมาณซิลิคอนต่ำกว่าเหล็กหล่อเทา ทำให้ไม่เกิดโครงสร้างคาร์บอนในรูปกราฟไฟต์ โดยคาร์บอนจะอยู่ในรูปคาร์ไบด์ของเหล็ก (Fe3C) ที่เรียกว่า ซีเมนไตต์ เป็นเหล็กที่มีความแข็งสูงทนการเสียดสี แต่จะเปราะ
เหล็กหล่อกราฟไฟต์กลมหรือเหล็กหล่อเหนียว (spheroidal graphite cast iron, ductile cast iron) เป็นเหล็กหล่อเทาที่ผสมธาตุแมกนีเซียมและหรือธาตุซีเรียมลงไปในน้ำเหล็ก ทำให้กราฟไฟต์ที่เกิดเป็นกลุ่มและมีรูปร่างกลม ซึ่งส่งผลถึงคุณสมบัติทางกลในทางที่ดีชึ้น
• เหล็กหล่ออบเหนียว (malleable cast iron) เป็นเหล็กหล่อขาวที่นำไปอบในบรรยากาศพิเศษเพื่อทำให้คาร์บอนในโครงสร้างคาร์ไบด์แตกตัวออกมารวมกันเป็นกราฟไฟต์เม็ดกลม และทำให้เหล็กรอบๆที่มีปริมาณคาร์บอนลดลงปรับโครงสร้างกลายเป็นเฟอร์ไรต์และหรือเพิร์ลไลต์ เหล็กชนิดนี้จะมีความเหนียวดีกว่าเหล็กหล่อขาว แต่จะด้อยกว่าเหล็กหล่อกราฟไฟต์กลมเล็กน้อย

เหล็กหล่อโลหะผสม (alloy cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่เติมธาตุผสมอื่นๆลงไปในปริมาณที่ค่อนข้างมาก เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติเฉพาะด้านให้ดียิ่งขึ้น เช่นเติมนิกเกิลและโครเมียมเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติด้านทนการเสียดสีและทนความร้อน เป็นต้น
• เหล็กกล้า คือเหล็กที่มีปริมาณธาตุคาร์บอนน้อยกว่า 1.7% หรือ 2% เหล็กชนิดนี้มีความเหนียวมากกว่าเหล็กหล่อทำให้สามารถทำการขึ้นรูปโดยใช้กรรมวิธีทางกลได้ ทำให้เหล็กชนิดนี้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง จึงพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เหล็กโครงรถยนต์ ท่อเหล็กต่างๆ ฯลฯ  เหล็กกล้าสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
• เหล็กกล้าคาร์บอน (carbon steel) เป็นเหล็กที่มีคาร์บอนเป็นส่วนผสมหลัก โดยอาจมีธาตุอื่นผสมอยู่บ้างแต่ไม่ได้เจาะจงจะผสมลงไป มักติดมาจากกรรมวิธีการถลุงและการผลิต เราสามารถแบ่งย่อยกว้างๆออกได้ 3 ประเภทโดยพิจารณาตามปริมาณของธาตุคาร์บอนที่ผสม คือ
• เหล็กคาร์บอนต่ำ (low carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำกว่า 0.2% เหล็กชนิดนี้มีความแข็งแรงต่ำสามารถรีดหรือตีเป็นแผ่นได้ง่าย ตัวอย่างเหล็กเช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่นที่ใช้กันทั่วไป
• เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง (medium carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนอยู่ระหว่าง 0.2-0.5% เป็นเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงกว่าเหล็กคาร์บอนต่ำ ใช้ทำชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลทั่วไป เหล็กประเภทนี้สามารถทำการอบชุบความร้อนได้
• เหล็กกล้าคาร์บอนสูง (high carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่า 0.5% มีความแข็งแรงและความแข็งสูง สามารถทำการอบชุบความร้อนให้คุณสมบัติความแข็งเพิ่มขึ้นได้ ใช้ทำพวกเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่ต้องการผิวแข็งและความต้านทานการสึกหรอสูง
• เหล็กกล้าผสม (alloy steel) เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนที่มีธาตุอื่นผสมอยู่อย่างเจาะจงเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงคุณสมบัติต่างๆ เช่น ความสามารถในการชุบแข็ง (hardenability) ความต้านทานการกัดกร่อน คุณสมบัติการนำไฟฟ้าและคุณสมบัติทางแม่เหล็กเป็นต้น ธาตุผสมที่เติมลงไป เช่น โครเมียม นิกเกิล โมลิบดินัม วาเนเดียม โคบอลต์ แมงกานีสและซิลิคอน โดยแมงกานีสและซิลิคอนจะต้องมีปริมาณมากพอสมควรจึงจะจัดได้ว่าเป็นเหล็กกล้าผสม เพราะในเหล็กกล้าคาร์บอนก็มีปริมาณธาตุทั้งสองผสมอยู่พอสมควร เราสามารถแบ่งย่อยกว้างๆออกได้ 2 ประเภทโดยพิจารณาตามปริมาณของธาตุผสม คือ
• เหล็กกล้าผสมต่ำ (low alloy steel) เป็นเหล็กกล้าผสมที่มีปริมาณธาตุผสมน้อยกว่า 10%
• เหล็กกล้าผสมสูง (high alloy steel) เป็นเหล็กกล้าผสมที่มีปริมาณธาตุผสมสูงกว่า 10%



เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า