โดย khwankaew | มิ.ย. 5, 2018 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
สนข.เตรียมทำแผนขยายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมส่วนต่อขยายอีก 7เส้นทาง ก่อนเสนอ ครม.เคาะเร็วๆ นี้
นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างทำแผนขยายรถไฟฟ้าเพิ่มเติมส่วนต่อขยายอีก 7 เส้นทาง ระยะทาง 85.9 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ชั้นในและปริมณฑล ก่อนจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆ นี้ สำหรับทั้ง 7 เส้นทาง คือ สายสีแดงเข้ม (รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) สายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-ศิริราช ตลิ่งชัน-ศาลายา) สายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4) สายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) สายสีเขียวเข้ม(สมุทรปราการ-บางปู) และแอร์พอร์ตเรลลิงค์ (พญาไท-สนามบินดอนเมือง) นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้ายังคงเป็นทำเลทอง ยิ่งกลางเมืองราคาที่ดินยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทให้ความสนใจพัฒนาโครงการใหม่ๆ อาทิ ปลายสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว จ.สมุทรปราการ เพราะมีทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ
Cr: www.posttoday.com/economy/553291
โดย khwankaew | พ.ค. 30, 2018 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
กรมการค้าต่างประเทศ..รออะไร หรือต้องให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยพินาศไป
ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่บ้างที่ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าต่างประเทศขยับตัว กรณีที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กของไทย จะได้รับผลกระทบ จากกรณีที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก และ อะลูมิเนียม 25% ภายใต้ มาตรา 232 เพื่อเรียกเก็บอากรสินค้าเหล็กนำเข้าจากทั่วโลก
โดยก่อนหน้านี้…ได้ส่งหนังสือถึงผู้แทนการค้าสหรัฐ ( USTR) และนำประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับ USTR ในการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย – สหรัฐ ระหว่างวันที่ 9 – 10 เมษายนที่ผ่านมา….ซึ่งผลก็คือ…เราได้แต่ติดตามผลการพิจารณาของ USTR ว่าจะพิจารณากับไทยอย่างไร…!! ต่างจากกรณีของ… เกาหลีใต้ที่เพิ่งได้รับสิทธิ์การยกเว้นภาษีไปแล้ว…
แต่ก่อนที่เราจะรู้ผลเรื่องนี้…มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงและกังวลมากกว่า…นั่นคือสินค้าเหล็กจากประเทศต่างๆทะลักเข้ามายังประเทศไทย ….เพราะไม่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐได้ ….และจากรายงานสถิตินำเข้าของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย….พบว่า มีสัญญาณการนำเข้าสินค้าเหล็กที่ผิดปกติจากประเทศอิหร่าน รัสเซีย และเวียดนาม….ทั้งเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น และสินค้าเหล็กลวด….และทั้ง อิหร่าน รัสเซีย และเวียดนาม….เป็นประเทศเป้าหมายของ มาตรา 232…ของสหรัฐ….
และยิ่งน่าห่วงกว่านั้น…ก็คือยังไม่มีการกำหนด มาตรการใดๆ อย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐของไทยที่จะป้องกันการทะลักเข้าของเหล็กนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกตินี้เลย…
ต่างจากหลายประเทศที่ขณะนี้ได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันการไหลทะลักเข้าของเหล็กซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อมจาก มาตรา 232 ของสหรัฐกันหมดแล้ว…. เช่น…กลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศเปิดไต่สวนมาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) กับสินค้าเหล็กถึง 26 รายการสินค้า…โดย EU ประกาศว่าจะใช้เร่งรัดการไต่สวนให้เสร็จสิ้นในระยะเวลา 9 เดือนเท่านั้น….ขณะที่ตุรกีก็ดำเนินการในรูปแบบเดียวกันคือการเปิดไต่สวนมาตรการ Safeguard กับ 5 กลุ่มสินค้า ….
เห็นไหมล่ะทุกประเทศเขาสร้างกำแพงปกป้องธุรกิจในประเทศกันหมดแล้ว..ถ้ายังไม่ทำอะไรเลย…ก็แน่นอนว่าประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายของการส่งออกสินค้าเหล็กจากทั่วโลก….!! เฉพาะแค่ผลกระทบทางตรงเรื่องที่สินค้าเหล็กบางชนิดของไทยจะถูกกระทบโดยตรงจาก มาตรา 232 ของสหรัฐ…ตัวเลขเบื้องต้นก็พินาศไปแล้วเกือบ 3 พันล้านบาท…บางบริษัทตอนนี้ไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามาเลย…
นั่นแค่เหล็กชนิดเดียว(เข้าใจไม่ผิดก็น่าจะเป็นผู้ส่งออกเหล็กรีดเย็น)…และหากว่าเหล็กเกือบทุกชนิดทะลักเข้ามาไทย….จนเจ๊งกันทั้งระบบ…ความพินาศย่อยยับคงมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท…แรงงานไทยต้องตกงานอีกกี่หมื่นคนและคนไทยอีกกี่แสนคนที่ต้องอดตาย…นึกภาพออกไหม….!! ถึงตรงนี้…กรมการค้าต่างประเทศ…ผู้มีอำนาจในการออกมาตรการปกป้องการนำเข้า อย่างผิดปกติ..แต่กลับไม่ทำอะไรเลย….จะรับผิดชอบไหวไหม….????
อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/nnd/2833662
โดย khwankaew | พ.ค. 11, 2018 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
อะลูมิเนียมเป็นวัสดุทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้น ผลพวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรีดและวัสดุศาสตร์ ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ โดยเฉพาะน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแรง
โครงสร้างกรอบอะลูมิเนียมบางเพียง 2 เซนติเมตร ผ่านการผลิตและดีไซน์พิเศษเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในการแบกรับน้ำหนักกระจกนิรภัยชนิดสุญญากาศที่หนาถึง 32 มิลลิเมตรและบานสูงสุด 6 เมตร รวมถึงรั้วบ้านสไตล์ดีไอวายตลอดจนชิ้นส่วนยานยนต์-อากาศยาน วัสดุตกแต่งและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นแนวโน้มความต้องการใช้งานอะลูมิเนียมที่เข้ามาเบียดพื้นที่วัสดุสแตนเลส ทองแดงและเหล็ก
อะลูมิเนียมเป็นวัสดุทางเลือกที่มีบทบาทมากขึ้น ผลพวงจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการรีดและวัสดุศาสตร์ ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ โดยเฉพาะน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแรง ซึ่งช่วยลดน้ำหนักของรถได้ 40% ส่งผลถึงการลดใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มน้ำหนักบรรทุกให้กับธุรกิจโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100% จึงตอบเทรนด์รักษ์โลกและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
วัสดุน้ำหนักเบารุกคืบทุกเซกเมนต์
บัญชุสา พุทธพรมงคล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์สตาร์เมททอล จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตอะลูมิเนียมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มีทั้งโรงหลอม โรงรีดและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง กล่าวว่า เทรนด์การประยุกต์ใช้วัสดุชนิดนี้แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการสิ่งปลูกสร้างระดับไฮเอนด์ที่ให้ความสำคัญกับการดีไซน์ ซึ่งอะลูมิเนียมสามารถตอบโจทย์ให้กับสถาปนิกได้อย่างลงตัว
“บริษัทมุ่งทำวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบวงจร ยกตัวอย่างเทรนด์ประตูหน้าต่างกระจกบานสูง 6 เมตร น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ทำอย่างไรให้เฟรมอะลูมิเนียมที่บาง 20 มิลลิเมตรรองรับน้ำหนักได้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีและความชำนาญในการดีไซน์ ทั้งยังนำเข้าโนว์ฮาวจากสวิตเซอร์แลนด์มาใช้ในกระบวนการรีดแผ่นอะลูมิเนียมให้มีทั้งความบางและแข็งแรงพอสำหรับน้ำหนักกระจก”
ประตูหน้าต่างทรงสูงไม่บดบังทิวทัศน์ภายนอก กำลังได้รับความนิยมสำหรับสิ่งปลูกบ้านสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี ถือเป็นสินค้าไฮไลท์จากการวิจัยคิดค้นที่แตกต่างจากคู่แข่ง และจะเป็นหัวหอกบุกเบิกเข้าถึงผู้บริโภคระดับเอนด์ยูสเซอร์โดยตรง โดยนำมาร่วมงาน สถาปนิก’61 ระหว่างวันที่ 1-6 พ.ค.นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี ร่วมกับรั้วอะลูมิเนียมที่สามารถนำมาประกอบติดตั้งหน้างานได้ทันที โดยออกแบบชิ้นงานคล้ายการต่อเลโก้ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับช่างก่อสร้าง
นอกจากนี้ยังมีประตูหน้าต่างติดไส้กรองอากาศ เพื่อให้อากาศในบ้านหมุนเวียนหรือทำให้บ้านหายใจได้โดยไม่ต้องเปิดประตูหน้าต่าง ส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงาน ในอนาคตจะติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะเชื่อมโยงกับสมาร์ทโฟนให้ตรวจสอบสถานะว่าลืมปิดหรือไม่ หรือสั่งงานให้ปิดเปิดได้อัตโนมัติ เป็นต้น
ประตูหน้าต่างลักชัวรี
“การคิดค้นนวัตกรรมของแบรนด์ AB&W Innovation มาจากแนวคิดการออกแบบที่ว่า ประตูหน้าต่างไม่ใช่แค่ทางเข้าออก หรือเป็นอุปกรณ์ปิดช่องลม ช่องแสงของบ้านเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดรองจากโครงสร้างอาคารที่ใช้ควบคุมพลังงานและยังสามารถสร้างบุคลิกภาพให้กับบ้านและอาคารได้ด้วย” ชญานี พินิจโสภณพรรณ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าว
มาตรฐานประตูหน้าต่างกระจกประกอบด้วย 3 ด้านคือ กันน้ำ กันลมและกันการรั่วไหลของอากาศ ในต่างประเทศให้ความสำคัญอย่างมากโดยมีการทดสอบและรับรอง ซึ่งทางบริษัทส่งทดสอบทั้งมาตรฐานยุโรปและออสเตรเลีย เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นใจให้กับลูกค้าโครงการ โดยเฉพาะอาคารสูงซึ่งต้องรับแรงลมปะทะมากพิเศษกระทั่งสามารถทำให้เฟรมอะลูมิเนียมด้อยมาตรฐานโก่งงอได้
AB&W Innovation มีความพร้อมด้านทีมงานที่เชี่ยวชาญทาง “วิศวกรรมดีไซน์โครงสร้าง” โดยเฉพาะประตูหน้าต่าง ทำงานร่วมกับทีมอาร์ทไดเรคเตอร์ซึ่งดูแลด้านความสวยงามและทันสมัย ทั้งยังมีโอกาสร่วมงานกับโครงการอสังหาฯรายใหญ่หลายราย ถือว่า 5 ปีที่ก่อตั้งมานี้ได้เรียนรู้งานครบทุกส่วนแล้ว โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10% ของตลาดลักชัวรี
“ก้าวต่อไปเรายังคงยึดแนวทางเดิมที่เป็นจุดแข็งคือ การดีไซน์และวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ขณะเดียวกันจะรุกตลาดเอนด์ยูสเซอร์เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ เช่น การร่วมงานสถาปนิก’61 ตั้งเป้ารายได้จากการเข้าร่วมงานครั้งนี้ไว้ที่ 10 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมบูธทไม่ต่ำกว่า 1,000 คน” ชญานี กล่าว
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
โดย khwankaew | พ.ย. 8, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate)
มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น ตีนไก่ ตีนเป็ด แผ่นลาย เหล็กลายดอก โดยเหล็กแผ่นลาย ผลิตจากเหล็กกล้าเนื้อแกร่ง ด้วยการนำไปหล่อ หรือรีดร้อน ทำให้มีลวดลายที่ชัดเจน สวยงาม มีความแข็งแรง ทนทาน และทนต่อแรงเสียดทานได้ดีกว่าเหล็กแผ่นดำ เป็นเกรด SS400, HR1 โดยเหล็กเผ่นลาย มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นผิวเป็นลวดลายนูนคล้ายเมล็ดข้าว เพื่อป้องกันการลื่น และน้ำขัง มีขนาดความหนาให้เลือกตั้งแต่ 2 – 9 มม.
การนำไปใช้งาน
เหล็กแผ่นลาย (Checkered Plate) เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วๆ ไป นิยมนำไปใช้ในงานทำพื้นรถยนต์ พื้นรถบรรทุก ใช้ทำพื้นบันไดเพื่อกันลื่นล้มตามออฟฟิส สำนักงาน หรือพื้นบันไดรถบรรทุก หรือพื้นทางเดินเท้าตามไซต์งานก่อสร้าง งานที่ต้องการความคงทนถาวร
โดย khwankaew | ก.ย. 15, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
โดย minnie | ก.ย. 15, 2017 | บทความเกี่ยวกับเหล็ก
ชนิดของเหล็กต่างๆและการเลือกใช้งานให้เข้ากับการทำงาน
เราสามารถแบ่งเหล็กออกเป็นกลุ่มกว้างๆได้ 2 กลุ่ม โดยพิจารณาจากปริมาณของธาตุคาร์บอนที่มีอยู่ในเหล็ก โดยแบ่งออกได้เป็น
เหล็กหล่อ คือเหล็กที่มีปริมาณธาตุคาร์บอนมากกว่า 1.7% หรือ 2% ซึ่งเหล็กชนิดนี้จะขึ้นรูปได้ด้วยวิธีหล่อเท่านั้นเพราะปริมาณคาร์บอนที่สูงทำให้โครงสร้างมีคุณสมบัติที่แข็งแต่เปราะจึงไม่สามารถขึ้นรูปด้วยวิธีการรีดหรือวิธีทางกลอื่นๆได้ เรายังสามารถแบ่งย่อยเหล็กหล่อออกได้อีกหลายประเภท โดยพิจารณาจากโครงสร้างทางจุลภาค กรรมวิธีทางความร้อน ชนิดและปริมาณของธาตุผสม ได้แก่
• เหล็กหล่อเทา (grey cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่มีปริมาณคาร์บอนและซิลิคอนสูง ทำให้มีโครงสร้างคาร์บอนอยู่ในรูปของกราฟไฟต์
• เหล็กหล่อขาว (white cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่มีปริมาณซิลิคอนต่ำกว่าเหล็กหล่อเทา ทำให้ไม่เกิดโครงสร้างคาร์บอนในรูปกราฟไฟต์ โดยคาร์บอนจะอยู่ในรูปคาร์ไบด์ของเหล็ก (Fe3C) ที่เรียกว่า ซีเมนไตต์ เป็นเหล็กที่มีความแข็งสูงทนการเสียดสี แต่จะเปราะ
เหล็กหล่อกราฟไฟต์กลมหรือเหล็กหล่อเหนียว (spheroidal graphite cast iron, ductile cast iron) เป็นเหล็กหล่อเทาที่ผสมธาตุแมกนีเซียมและหรือธาตุซีเรียมลงไปในน้ำเหล็ก ทำให้กราฟไฟต์ที่เกิดเป็นกลุ่มและมีรูปร่างกลม ซึ่งส่งผลถึงคุณสมบัติทางกลในทางที่ดีชึ้น
• เหล็กหล่ออบเหนียว (malleable cast iron) เป็นเหล็กหล่อขาวที่นำไปอบในบรรยากาศพิเศษเพื่อทำให้คาร์บอนในโครงสร้างคาร์ไบด์แตกตัวออกมารวมกันเป็นกราฟไฟต์เม็ดกลม และทำให้เหล็กรอบๆที่มีปริมาณคาร์บอนลดลงปรับโครงสร้างกลายเป็นเฟอร์ไรต์และหรือเพิร์ลไลต์ เหล็กชนิดนี้จะมีความเหนียวดีกว่าเหล็กหล่อขาว แต่จะด้อยกว่าเหล็กหล่อกราฟไฟต์กลมเล็กน้อย
เหล็กหล่อโลหะผสม (alloy cast iron) เป็นเหล็กหล่อที่เติมธาตุผสมอื่นๆลงไปในปริมาณที่ค่อนข้างมาก เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติเฉพาะด้านให้ดียิ่งขึ้น เช่นเติมนิกเกิลและโครเมียมเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติด้านทนการเสียดสีและทนความร้อน เป็นต้น
• เหล็กกล้า คือเหล็กที่มีปริมาณธาตุคาร์บอนน้อยกว่า 1.7% หรือ 2% เหล็กชนิดนี้มีความเหนียวมากกว่าเหล็กหล่อทำให้สามารถทำการขึ้นรูปโดยใช้กรรมวิธีทางกลได้ ทำให้เหล็กชนิดนี้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง จึงพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่น เหล็กโครงรถยนต์ ท่อเหล็กต่างๆ ฯลฯ เหล็กกล้าสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
• เหล็กกล้าคาร์บอน (carbon steel) เป็นเหล็กที่มีคาร์บอนเป็นส่วนผสมหลัก โดยอาจมีธาตุอื่นผสมอยู่บ้างแต่ไม่ได้เจาะจงจะผสมลงไป มักติดมาจากกรรมวิธีการถลุงและการผลิต เราสามารถแบ่งย่อยกว้างๆออกได้ 3 ประเภทโดยพิจารณาตามปริมาณของธาตุคาร์บอนที่ผสม คือ
• เหล็กคาร์บอนต่ำ (low carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำกว่า 0.2% เหล็กชนิดนี้มีความแข็งแรงต่ำสามารถรีดหรือตีเป็นแผ่นได้ง่าย ตัวอย่างเหล็กเช่น เหล็กเส้น เหล็กแผ่นที่ใช้กันทั่วไป
• เหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง (medium carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนอยู่ระหว่าง 0.2-0.5% เป็นเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงกว่าเหล็กคาร์บอนต่ำ ใช้ทำชิ้นส่วนของเครื่องจักรกลทั่วไป เหล็กประเภทนี้สามารถทำการอบชุบความร้อนได้
• เหล็กกล้าคาร์บอนสูง (high carbon steel) เป็นเหล็กที่มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่า 0.5% มีความแข็งแรงและความแข็งสูง สามารถทำการอบชุบความร้อนให้คุณสมบัติความแข็งเพิ่มขึ้นได้ ใช้ทำพวกเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่ต้องการผิวแข็งและความต้านทานการสึกหรอสูง
• เหล็กกล้าผสม (alloy steel) เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนที่มีธาตุอื่นผสมอยู่อย่างเจาะจงเพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงคุณสมบัติต่างๆ เช่น ความสามารถในการชุบแข็ง (hardenability) ความต้านทานการกัดกร่อน คุณสมบัติการนำไฟฟ้าและคุณสมบัติทางแม่เหล็กเป็นต้น ธาตุผสมที่เติมลงไป เช่น โครเมียม นิกเกิล โมลิบดินัม วาเนเดียม โคบอลต์ แมงกานีสและซิลิคอน โดยแมงกานีสและซิลิคอนจะต้องมีปริมาณมากพอสมควรจึงจะจัดได้ว่าเป็นเหล็กกล้าผสม เพราะในเหล็กกล้าคาร์บอนก็มีปริมาณธาตุทั้งสองผสมอยู่พอสมควร เราสามารถแบ่งย่อยกว้างๆออกได้ 2 ประเภทโดยพิจารณาตามปริมาณของธาตุผสม คือ
• เหล็กกล้าผสมต่ำ (low alloy steel) เป็นเหล็กกล้าผสมที่มีปริมาณธาตุผสมน้อยกว่า 10%
• เหล็กกล้าผสมสูง (high alloy steel) เป็นเหล็กกล้าผสมที่มีปริมาณธาตุผสมสูงกว่า 10%