เหล็กรางน้ำในงานก่อสร้าง (Channels)

เหล็กรางน้ำในงานก่อสร้าง (Channels)

เหล็กรางน้ำ (Channels)

เป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปร้อน มีลักษณะหน้าตัดเป็นตัวยู (U) โดยมีขนาดขาทั้งสองข้างยาวเท่ากัน มีขนาดและสเปคที่ไม่ผิดพลาด หน้าตัดมีความเรียบ ความหนาและขนาดจะต้องเท่ากันตลอดทั้งเส้น ผลิตสินค้าตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเลขที่ มอก. 1227-2558 ชั้นคุณภาพ SS400-540 และ SM400

เหล็กรางน้ำ (Channels) เหมาะสำหรับงาน

  • ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
  • เสาสื่อสารโทรคมนาคม
  • เสาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
  • โครงหลังคาโรงงาน
  • โครงหลังคาบ้าน
  • งานโครงสร้างทั่วไป

*การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหรืออาคารแต่ละประเภทนั้น มีเงื่อนไขการเลือกใช้เหล็กที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งนี้ควรให้วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเป็นออกแบบผู้กำหนดสเปคของเหล็ก

ประโยชน์ของการใช้เหล็กรางน้ำ (Channels) คือ

มีความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง ประหยัดแรงงานก่อสร้าง     น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับขนาดโครงสร้างโดยรวม
เมื่อน้ำหนักโครงสร้างเบาก็จะทำให้น้ำหนักของฐานราก รวมถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลดลงไปด้วย  เหล็กนั้นเป็นวัสดุที่นำกลับมา

ใช้ใหม่ได้ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง  เหล็กรูปตัวยู (U) ต่างกับเหล็กรูปตัว (C) อย่างไร และมีวิธีการสังเกตอย่าง

ดูเผินๆอาจจะแยกเหล็กสองชนิดนี้ได้ไม่ชัดนักเนื่องจากรูปร่างที่ต่างเพียงเล็กน้อยซึ่งจะต้องดูที่ section ดีๆว่าเป็นเหล็กรูปตัวยู (U) หรือเหล็กตัวซี (C) อีกจุดที่จะทำให้สามารถแยกแยะได้คือ ความหนา

ด้วยการผลิตที่แตกต่างกันคือเหล็กรูปตัวยู (U) ผลิตด้วยการรีดร้อนจึงมีความหนามากกว่า เหล็กตัวซี (C) ที่ผลิตโดยการพับและม้วนแผ่นเหล็ก       ด้วยความหนาและกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันส่งผลให้มีการรับน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน เหล็กรูปตัวยู (U) จึงเหมาะกับงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมาก ส่วนเหล็กตัวซี (C) ใช้กับโครงสร้างเบาทั่วๆไป

สูตรการคำนวณน้ำหนักเหล็กโดยประมาณ

  1. เหล็กกลม
    เส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.) x เส้นผ่าศูนย์กลาง (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0062 = น้ำหนัก (กก.)
  2. เหล็กสี่เหลี่ยม
    ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0079 = น้ำหนัก (กก.)
  3. เหล็กหกเหลี่ยม
    ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0068 = น้ำหนัก (กก.)
  4. เหล็กแปดเหลี่ยม
    ขนาด (ซม.) x ขนาด (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0065 = น้ำหนัก (กก.)
  5. เหล็กแบน
    ความหนา (ซม.) x ความกว้าง (ซม.) x ความยาว (ซม.) x 0.0079 = น้ำหนัก (กก.)
  6. เหล็กแผ่น
    ความหนา (มม.) x ความกว้าง (ฟุต) x ความยาว (ฟุต) x 0.7293 = น้ำหนัก (กก.)

ขอบคุณข้อมูลจากwazzadu.com/article/3245

เหล็กตัวซีคืออะไร

เหล็กตัวซีคืออะไร

เหล็กตัวซีคืออะไร

    เหล็กตัวซี (C Light Lip Channel) มีหลากหลายชื่อเรียกไม่ว่าจะเป็น เหล็กรูปตัวซี แปตัวซี แปหลังคา แปซี หรือ แปโครงหลังคา เหล็กตัวซีจัดเป็นเหล็กรูปพรรณขึ้นรูปเย็นชนิดหนึ่ง ลักษณะคือ มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี (C) ผิวของเหล็กต้องเรียบ ไม่ขรุขระ ไร้รอยต่อ ซึ่งผลิตตามมาครฐานมอก.1228 – 2549 และมีความยาวมาตรฐาน 6 เมตร

เหล็กตัวซีคืออะไร เหล็กตัวซี (C Light Lip Channel) เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน ที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัวซี ซึ่งเหล็กตัวซีนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเหล็กรูปพรรณ (Structural steel)

เหล็กตัวซีเหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไปที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น งานทำโครงหลังคา เสาค้ำยัน และโครงสร้างที่อยู่อาศัย เส้าค้ำยันที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เป็นต้นและเหล็กตัวซีนั้นจะต้องมีคุณลักษณะที่เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความปลอดภัย ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก 1228-2549) มีความยาว 6 เมตร

ประโยชน์ของเหล็กตัวซี

มีประโยชน์ในการก่อสร้างโดยเฉพาะกับโครงสร้างของอาคาร ที่อยู่อาศัย โครงสร้างสะพาน แปหลังคา เป็นต้น เพราะเหล็กตัวซีนี้ มีความคงทนมาก น้ำหนักเบา ขึ้นโครงง่าย เมื่อเทียบกับงานคอนกรีต

ทำให้ประหยัดได้เวลาได้มาก และ ควบคุมน้ำหนักตัวโครงสร้างได้มากขึ้นด้วย ต่อได้ง่ายและสามารถต่อให้ยาวได้ถึง 600 เมตร ถือเป็นข้อได้เปรียบของเหล็กตัวซีนั่นเอง นอกจากนี้ เหล็กตัวซียังมีความทนต่อการกัดกร่อน ไม่ต้องทาสารเคลือบกันสนิม หรือว่าทาสีอะไรทับ จึงทำให้ประหยัดเงินมากขึ้นอีกด้วย

เทคนิคในการเลือกเหล็กตัวซีมาสร้างบ้าน

เหล็กตัวซีกับสนิม

เพราะในปัจจุบันที่แทบจะทุกโครงการของหมู่บ้าน มักจะนำเหล็ก มาทำเป็นโครงสร้างบ้าน เพราะราคาที่ถูกกว่าไม้ และมีความมั่นคงแข็งแรง แต่ปัญหาของบ้านที่มีเหล็กก็คือ

สนิมที่กัดกินเนื้อเหล็กสามารถเคลือบสีป้องกันสนิมได้ การใช้เหล็กตัวซีมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างบ้านก็เช่นกัน หากไม่มีการเคลือบสีป้องกันสนิมก็อาจจะทำให้เกิดการพังไปตามกาลเวลา หรือเร็วกว่าเวลาอันควร ซึ่งการเคลือบสีป้องกันสนิมในเหล็กตัวซีและเหล็กชนิดอื่น ๆ ก่อนจะสร้างบ้าน จะทำให้เหล็กปลอดภัยจากสนิมเป็นระยะเวลายาวนาน

เลือกเหล็กตัวซีมาสร้างบ้าน

บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเหล็กตัวซี ถึงมีขนาดไม่เท่ากัน แม้ว่าเหล็กตัวซี จะได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. แล้วก็ตาม แต่เหล็กตัวซีจากผู้ผลิตคนละรายกัน หรือของแต่ละโรงงานหรือ จะผลิตเหล็กตัวซีออกมาให้มีขนาดไม่เท่ากัน โดยเฉพาะ คุณภาพและน้ำหนักของเหล็ก ที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเหล็กตัว

และราคาของเหล็กตัวซีที่ต่างกัน อาจจะเป็นเพราะส่วนผสมเหล็กที่นำมาผสมกับเหล็กตัวซี รวมถึงการเปรียบเทียบราคาต่อน้ำหนักของเหล็กทั้งเส้นอีกด้วย ซึ่งยังถือเป็นการเลือกเหล็กตัวซีให้ตรงกับความต้องการและการใช้งานในราคาของเหล็กตัวซีที่เหมาะสม

มาตรฐานตลาด

เหล็กตัวซี มาตรฐานตลาด เป็นเหล็กที่ใช้ทำโครงหลังคาเป็นหลัก แต่สามารถนำเหล็กตัวซีมาประยุกต์ใช้กับงานโครงสร้างเหล็กทั่ว ๆ ไปได้ เหล็กตัวซีเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีเครื่องหมาย มอก.

ถือเป็นมาตรฐานที่ได้กำหนดขึ้นเพื่อปลอดภัย ส่วนความหนาเหล็กตัวซีที่เหมาะสมและปลอดภัย จะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบเสียก่อน

เลือกอะไรดี..ระหว่างเหล็กเอชบีม ( H-Beam) กับไอบีม (I-Beam)

เลือกอะไรดี..ระหว่างเหล็กเอชบีม ( H-Beam) กับไอบีม (I-Beam)

เหล็ก เอชบีม H-Beam คืออะไร ?

                 เหล็กเอชบีม H Beam  คือเหล็กรูปพรรณรีดร้อน ที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ และแข็งแรงกว่าเหล็กรูปทรงอื่น ซึ่งออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักและกระจายแรงได้อย่างทั่วถึง   ถ้าเปรียบเทียบกับ คอนกรีตเสริมทับ  เหล็กเอชบีมใช้ในลักษณะเหล็กทั้งแทง จึงใช้เหล็กมากกว่าหล่อคอนกรีตเสริมทับ เพื่อประหยัดเวลาก่อสร้าง และประหยัดค่าใช้จ่าย โดยมักใช้กับการออกแบบทีพักรีสอร์ และการสร้างร้านค้าบ้านเรือน

                เหล็กเอชบีม H-Beam เป็นเหล็กที่มองจากหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปตัว H ตั้งตะแคง ลักษณะมุมตัดเป็นฉาก ปีกทั้งบนและล่างจะเป็นแผ่นเรียบหนาเท่ากันตลอด ขนาดของหน้าตัดมีให้เลือกหลากหลาย  มักใช้ในงานทำเสา คานหรือโครงหลังคา อาคารขนาดย่อมๆ รวมถึงงานก่อสร้างขนาดเล็ก จนไปถึงงานโครงก่อสร้างขนาดใหญ่ เนื่องจากปีกเหล็กยาวและเป็นเส้นตรง มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี แต่อาจจะรับแรงกระแทกได้ไม่มากนัก จึงเป็นที่นิยมนำไปใช้กลุ่มก่อสร้าง ออกแบบจะใช้ H beam

เลือกอะไรดี..ระหว่างเหล็ก H-Beam กับ I-Beam

           ในเรื่องของการนำไปใช้ เหล็ก H beam กับ I beam นั้นผลิตขึ้นมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน H beam จะใช้สำหรับโครงสร้างขนาดย่อมๆ เช่น งานบ้าน หรืออาคารขนาดเล็ก รับน้ำหนักได้ดี แต่รับแรงกระแทกได้ไม่มาก ซึ่งต่างจากเหล็ก I beam ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับแรงกระแทกหนักๆ อย่างรางเลื่อน ตัวเครนยกของหนักๆ ตามโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือโครงสร้างขนาดใหญ่

                แต่ถ้า..เลือกเหล็ก I beam มาสร้างบ้านจะได้ไหม ? คำตอบคือ ได้ค่ะ แต่ต้องดูว่ามีความจำเป็นไหม ที่ต้องใช้เหล็กที่รับแรงกระแทกโหดๆ มาสร้างบ้าน ซึ่งในมุมของคุณสุทธิสร วิศวกรโยธาที่จับงานเหล็กมานาน

                ให้ความเห็นว่าเหล็ก H beam นั้นแข็งแรงเพียงพอสำหรับการสร้างบ้าน เนื่องจากบ้านของเราไม่ต้องเจอแรงกระแทกหนักๆ แต่ถ้าเจ้าของบ้านอยากให้โครงสร้างของบ้านที่สร้างไว้มีความคงทน แข็งแรง หากเกิดแผ่นดินไหว หรือพายุพัดมาจะไม่ถล่มลงมาแน่ๆ จะขอเลือกใช้เหล็ก I beam เพื่อความอุ่นใจ ก็สามารถทำได้เหมือนกันค่ะ และด้วย I beam นั้นสามารถรับแรงกระแทกหนักๆ ได้ดีกว่า ราคาก็จะแพงกว่าตามไปด้วยเช่นกัน

หล็กเอชบีมนิยมใช้เป็นโครงสร้างเสา คาน โครงหลังคา อาคาร โรงงาน บ้านพักอาศัย หรืองานโครงการขนาดใหญ่เป็นที่รู้จักคุ้นเคยเลือกใช้มากที่สุดชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีคุณสมบัติในการรับแรง รับน้ำหนักมากๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. มีความแข็งแรง ทนทาน สะดวกแก่การนำไปใช้งาน

มาตรฐานเหล็ก : มอก.1277-2539 , JIS G 3192-1990 , JIS G 3101-1955

ชั้นคุณภาพ : SS400 , SM400 , SM520

       หรือสนใจซื้อวัสดุก่อสร้างอื่นๆ สามารถขอราคาออนไลน์ทันใจได้เลย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสารมารถต่อติดสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 02 749 1007-14 หรือไลน์ @thanasarn

qr-code-thanasarn

ตารางเหล็กเอชบีม, #ขนาดเหล็กเอชบีม,#ตารางน้ำหนักเหล็กเอชบีม,#ขนาดเสาเอชบีม,#น้ำหนักเหล็ก H Beam,#ขายเหล็กราคาถูก,#ราคาเหล็กก่อสร้าง,#เหล็กโครงสร้าง,#เหล็ก H Beam

การนำไปใช้งาน  เหล็กไอบีม (I-Beam Steel)  เหมาะสำหรับ

การนำไปใช้งาน เหล็กไอบีม (I-Beam Steel) เหมาะสำหรับ

       มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น เหล็กตัวไอ เหล็กปีกไอ เสาบีม โดยเหล็กไอบีม จัดเป็นเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot rolled structural steel) ลักษณะหน้าตัดเป็นรูปตัวไอ (I) มีรูปทรงที่ใกล้เคียงกับเหล็กเอชบีม สามารถสังเกตจุดต่างได้บริเวณปีกของเหล็ก เหล็กเอชบีม (H-Beam) ปีกทั้งบนและล่าง จะเป็นแผ่นเรียบ ทำมุมฉากเท่ากันตลอด ส่วนเหล็กไอบีม (I-Beam) ปีกจะเป็นมุมลบเหลี่ยม แผ่นเอียง ความกว้างและความสูงแต่ละด้านไม่เท่ากัน โดยเหล็กไอบีม จะสามารถรับน้ำหนัก รองรับการกระแทกได้มากกว่า ตามมาตรฐานมอก. 1227-2539 และแบ่งเป็น Grade SS400, SS490, SS540, SM400, SM490, SM520 มีความยาวให้เลือกตั้งแต่ 1 เมตร, 6 เมตร,  9 เมตร และ 12 เมตร

การนำไปใช้งาน

เหล็กไอบีม (I-Beam Steel) เหมาะสำหรับ การนำไปใช้ทำรางเครนในโรงงานอุตสาหกรรม งานเครื่องจักร ทำเสา คาน งานโครงสร้างต่างๆ ที่ต้องรองรับน้ำหนักมากๆ

หากต้องการใช้เหล็กเป็นโครงก่อสร้างบ้านด้วยเหล็ก H Beam เหล็กก่อสร้างรูปพรรณทุกชนิด สามารถโทรมาสอบถามข้อสงสัยการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กโครงสร้างเฮชบีม สามารถติดต่อที่ 02 749 1007-14  ได้ในเวลาทำการครับ

qr-code-thanasarn

ตารางน้ำหนักเหล็ก H-Beam

ตารางน้ำหนักเหล็ก H-Beam

เหล็ก H-Beam

              คือเหล็กขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นตัว H (ภาษาอังกฤษ) เหล็ก เอชบีม เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน โดยโครงสร้างของเหล็ก H- beam จะมีความแข็งแรงมาก สามารถรับน้ำหนักได้ดี ใช้สำหรับโครงสร้างคลังคา อาคาร และทำเสา

ลักษณ :   หน้าตัดของเหล็กเอชบีม หรือ ไวด์แฟลงก์ นั้นจะเป็นรูปตัวเอช (H) สมชื่อ แต่ให้สังเกตว่าส่วนที่เป็นขาตัวเอช หรือที่เรียกว่า “ปีก” (Flanges) นอกจากจะมีความหนากว่าแกนตรงกลาง ที่เรียกว่า “เอว”(web) แล้ว “ปีก”ยังมีลักษณะตรงเรียบ ความหนาคงที่ สัดส่วนหน้าตัดจะมีทั้งที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสและผืนผ้า เหล็กเอชบีม หรือ ไวด์แฟลงก์ นี้รับแรงได้ดี นิยมใช้เป็นโครงสร้างเสาและคาน เป็นหน้าตัดที่คนรู้จักคุ้นเคยเลือกใช้มากที่สุดชนิดหนึ่ง

 

การใช้งาน : นิยมนำมาใช้ส่วนโครงสร้างหลักของอาคาร เช่น ส่วนเสาและคาน ทั้งอาคารสาธารณะและบ้านพักอาศัย อาจใช้ประกอบเป็นส่วนของโครงถัก ทำอาคารที่ยื่นยาว(cantilever) นอกจากการเลือกเหล็กที่ได้มาตรฐานแล้ว การนำมาใช้อย่างถูกวิธี เช่น การตัด-ต่อ การเชื่อมและยึดสลักเกลียวก็ต้องได้มาตรฐานด้วย ซึ่งทาง SYS เองก็มีบริการให้คำปรึกษากับผู้ออกแบบและรับเหมา เพื่ออำนวยความสะดวกและให้คุณได้มีอาคารเหล็กที่แข็งแรง สวยงาม ปลอดภัย

 

คุณสมบัติ : มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี แต่รับแรงกระแทกได้ไม่มากนัก เกรดของเหล็ก เอชบีม (h beam) :  ในประเทศไทย   มี 2 เกรด  SS400     SS520
รูปร่างเหล็ก  :  มองจากหน้าตัดจะเห็นเป็นรูปตัว H ตั้งตะแคง ลักษณะมุมตัดเป็นฉาก ขนาดของ เหล็ก h beam:  ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในงานก่อสร้าง  หรือขนาดที่เหล็กมีความด้านกว้างเท่ากันทั้งสองด้าน เช่น เหล็ก h-beam 100×100 , เหล็ก H Beam 150×150 เหล็ก h beam 400×400 เป็นต้น ปีกทั้งสองด้านของเหล็กเท่ากันนั่นเอง
การนำไปใช้ : งานทำเสา คานหรือโครงหลังคา อาคารขนาดย่อมๆ

ตารางน้ำหนัก เหล็ก H-Beam 

 เหล็ก เอชบีม   H Beam Steel   hb
ขนาด (mm) H x B ความหนาแต่ละด้าน น้ำหนัก (kg/M)
T1 T2 1 M 6M 9M 12M
100 x 100 6.0 8.0 17.200 103.20 154.80 206.40
125 x 125 6.5 9.0 23.800 142.80 214.20 285.60
150 x150 7.0 10.0 31.500 189.00 283.50 378.60
175 x 175 7.5 11.0 40.200 241.20 361.80 378.00
200 x 200 8.0 12.0 49.900 299.40 449.10 482.40
250  x 250 9.0 14.0 72.400 434.40 651.60 598.80
300  x 300 10.0 15.0 94.000 564.00 846.00 1128.00
350  x 350 12.0 19.0 137.000 822.00 1233.00 1644.00
400  x 400 13.0 21.0 172.000 1032.00 1548 2064.00

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสารมารถต่อติดสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 02 749 1007-14 หรือไลน์ @thanasarn

qr-code-thanasarn

ตารางเหล็กเอชบีม, ขนาดเหล็กเอชบีม, ตารางน้ำหนักเหล็กเอชบีม, ขนาดเสาเอชบีม, น้ำหนักเหล็ก H Beam

ตารางน้ำหนัก เหล็กแผ่นดำ (Plates/ Sheets)

ตารางน้ำหนัก เหล็กแผ่นดำ (Plates/ Sheets)

เหล็กแผ่น หรือ เหล็กแผ่นดำ  (Hot Rolled Steel Plate And Sheet)

เหล็กแผ่นดำ (Plates/ Sheets) มีชื่อที่นิยมเรียกใช้กันหลายชื่อ เช่น เหล็กแผ่น เหล็กแผ่นเรียบ   หน้าแปลน แผ่นเรียบ ชีท โดยเหล็กแผ่นดำ ผลิตจากแผ่นเหล็กม้วนคุณภาพสูง มีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ แบ่งเป็นเกรด SS400, SS540, SS540, SM400A, SM490YA, SPHC, SG295, A36, A572Gr50, A283C ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 528-2540, มอก. 1479 -2541 และ มอก. 1499-2541 โดยมีขนาดความหนาให้เลือกตั้งแต่ 1.2 – 100 มม.

♦ เป็นเหล็กรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Steel) ลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวเรียบ ขนาดมาตรฐาน 4’x8’ 5’x10’ และ 5’x20’

♦ นิยมใช้สำหรับงานโครงทั่วไป ตัวอาคาร งานพื้น งานต่อเรือ สะพานเหล็ก หรือนำไปตัดเป็นรูปทรงต่างๆ สำหรับเป็นส่วนประกอบชิ้นงาน

♦ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ : มอก.1479-2541, มอก.528-2548, JIS G 3101, JIS G 3131

การนำไปใช้งาน

เหล็กแผ่น หรือเหล็กแผ่นดำ (Hot Rolled Steel Plate And Sheet) นิยมนำไปใช้สำหรับงานโครงสร้างทั่วไป การปูพื้น การเชื่อมต่อโครงสร้างยานยนต์ งานต่อเรือ สะพานเหล็ก

ตารางน้ำหนัก เหล็กแผ่นดำ (Plates/ Sheets)

เหล็กแผ่นดำ
PLATES/ SHEETS
เหล็ก ขายเหล็ก เหล็กแผ่นดำ เหล็กแผ่น เหล็กแผ่นเรียบ
ความหนา
(mm)
ความกว้าง x ความยาว (WxD)
น้ำหนัก (kg/แผ่น)
4’x8′ 5’x10′ 5’x20′ 6’x20′ 8’x20′
1219
x
2438
(mm)
1524
x
3048
(mm)
1524
x
6096
(mm)
1829
x
6096
(mm)
2438
x
6096
(mm)
1.2 28.03 43.80 87.60 105.12 140.16
1.4 32.70 51.10 102.20 122.64 163.52
1.5 35.04 54.75 109.50 131.40 175.20
1.6 37.38 58.40 116.80 140.16 186.88
1.8 42.05 65.70 131.40 157.68 210.24
2 46.72 73.00 146.00 175.20 233.60
2.3 53.73 83.95 167.00 201.48 268.64
2.5 58.40 91.25 182.50 219.00 292.00
2.8 65.41 102.20 204.40 245.28 327.04
3 70.08 109.50 219.00 262.80 350.04
3.2 74.75 116.80 233.60 280.00 373.76
3.5 81.76 127.75 255.50 306.60 408.80
4 93.44 146.00 292.00 350.40 467.20
4.5 105.12 164.25 328.50 394.20 525.60
5 116.80 182.50 365.00 438.00 584.00
5.5 128.48 200.75 401.50 481.80 624.40
6 140.16 219.00 438.00 525.60 700.80
7 163.52 255.50 511.00 613.20 817.60
8 186.88 292.00 584.00 700.80 934.40
9 210.24 328.50 657.00 788.40 1051.2
10 233.60 365.00 730.00 876.00 1168.0
11 256.96 401.50 803.00 963.60 1284.8
12 280.32 438.00 876.00 1051.2 1401.6
12.7 296.67 463.55 927.10 1112.5 1483.4
13 303.68 474.50 949.00 1138.8 1518.4
14 327.04 511.00 1022.0 1226.4 1635.2
15 350.40 547.50 1095.0 1314.0 1752.0
16 373.76 584.00 1168.0 1401.6 1868.8
19 443.84 693.50 1387.0 1664.4 2219.2
20 467.20 730.00 1460.0 1752.0 2336.0
22 513.92 803.00 1606.0 1927.2 2576.6
25 584.00 912.50 1825.0 2190.0 2920.0
28 654.08 1022.0 2044.0 2452.8 3270.0
30 700.80 1095.0 2190.0 2628.0 3504.0
32 747.52 1168.0 2336.0 2803.2 3737.6
34 794.24 1241.0 2482.0 2978.4 3971.2
35 817.60 1277.5 2555.0 3066.0 4088.0
36 840.96 1314.0 2628.0 3153.6 4204.8
38 887.68 1387.0 2774.0 3328.8 4438.4
40 934.40 1460.0 2920.0 3504.0 4672.0
45 1051.2 1642.5 3285.0 3942.0 5256.0
50 1168.0 1825.0 3650.0 4380.0 5840.0
60 1401.6 2190.0 4380.0 5256.0 7008.0
70 1635.2 2555.0 5110.0 6132.0 8176.0
80 1868.8 2920.0 5840.0 7008.0 9344.0
90 2102.4 3285.0 6570.0 7884.0 10512.0
100 2336.0 3650.0 7300.0 8760.0 11680.0

 

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสารมารถต่อติดสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 02 749 1007-14 หรือไลน์ @thanasarn

qr-code-thanasarn

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า